The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ท่ารำโนรา​ 12 ท่า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สิริกร เพชรผุด, 2024-03-01 02:31:48

ท่ารำโนรา​ 12 ท่า

ท่ารำโนรา​ 12 ท่า

รำ โนรา


ท่ารำ และกระบวนท่ารำ ของโนรา เบื้องต้นครูผู้สั่งสอนจะถ่ายทอดหลักในการ ยืนนั่ง การทรงตัว กรีดมือขยับแขน จัดวง เหลี่ยมและสร้างพละกำ ลังให้กับขา ให้ความยืดหยุ่นและแข็งแรงพอที่จะเคลื่อนและสร้างความสมดุลไม่ว่าจะอยู่ใน ท่ารำ เช่นไร โดยครูแต่ละสายตระกูลมีท่าหลักหรือท่าแม่ที่อยู่ในตำ นานกำ เนิด โนรา เรียกกันว่า ท่ารำ ๑๒ ท่า ที่แตกต่างกันไปบ้าง ท่ารำ ๑๒ ท่าตามที่ สมเด็จกรมพระยาดำ รงราชานุภาพทรงรวบรวมไว้จากคำ ชี้แจงของนายจงภักดี (ขาว)ศิลปินละครชาตรีที่เมืองตรังในบทพระราชนิพนธ์ตำ นานละครอิเหนา ว่า มี ๑๒ ท่ารำ นั้น จะเห็นว่ามีความแตกต่างจากโนราคล้าย พรหมเมศและโนรา มดลิ้น พร้อมกับชื่อเรียกท่ารำ อีกทั้งท่ารำ ก็มีลักษณะเฉพาะของครูโนราทั้ง สอง ทำ ให้เห็นว่าในทางปฏิบัติสืบสานท่ารำ ที่เป็นท่าแม่เหล่านี้ ในขนบพื้นบ้าน นั้นขึ้นอยู่กับครูในแต่ละบ้านแต่ละถิ่น เพราะครูโนราแต่ละสายอาจมีท่ารำ พื้น ฐานที่เป็นท่ารำ ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพราะครูแต่ละบ้านแต่ละชุมชนมีวิธีคิดและ สร้างท่าพื้นฐานในการถ่ายทอดของตนเองดังนั้นท่ารำ พื้นฐานของโนราแต่ละ สายล้วนมีความเฉพาะในสายครูของตน ในกาลต่อมาครูโนราผู้ถ่ายทอดสืบสาน ได้คิดท่ารำ เพิ่มเติมและแตกต่างกันออกไป เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในกระบวนรำ เบื้องต้น ซึ่งต่อมาเมื่อมีการสืบทอดในระบบการศึกษาจึงมีการรวบรวมและ บันทึกเพื่อให้ศิลปินได้ฝึกฝน ประมาณ ๘๓ ท่าตามบทเพลง บทครูผู้สอน บท สอนรำ และบทประถม แล้วจึงฝึกการรำ ประสมท่าต่างๆให้เข้ากันอย่าง กลมกลืนมีเอกภาพ ฝึกฝนการรำ บทในทำ นองเพลงกราว หรือเพลงโทน ที่ เป็นการตีท่าประกอบการร้อง ท่ารำ


เครื่องดนตรีโนรา เครื่องดนตรีของโนราส่วนใหญ่เป็นเครื่องตีให้จังหวะ ๑. ทับ (โทนหรือทับโนรา) เป็นคู่เสียงต่างกันเล็กน้อยใช้คนตีเพียงคนเดียว เป็นเครื่องตีที่สำ คัญที่สุด เพราะทำ หน้าที่ คุมจังหวะและเป็นตัวนำ ในการเปลี่ยนจังหวะทำ นอง (แต่จะต้องเปลี่ยนตามผู้รำ ไม่ใช่ผู้ รำ เปลี่ยน จังหวะลีลาตามดนตรี ผู้ทำ หน้าที่ตีทับจึงต้องนั่งให้มอง เห็นผู้รำ ตลอดเวลาและต้องรู้เชิง ของ ผู้รำ ) ๒. กลอง เป็นกลองทัดขนาดเล็ก (โตกว่ากลองของหนังตะลุงเล็กน้อย) ๑ ใบทำ หน้าที่เสริมเน้นจังหวะ และล้อเสียงทับ ๓. ปี่ เป็นเครื่องเป่าเพียงชิ้นเดียวของวง นิยมใช้ปี่ใน หรือ บางคณะอาจใช้ปี่นอก ใช้เพียง ๑ เลา ปี่มีวิธี เป่าที่คล้ายคลึงกับขลุ่ย ปี่มี ๗ รูแต่สามารถกำ เนิดเสียงได้ ถึง ๒๑ เสียงซึ่งคล้ายคลึงกับเสียงพูด มาก ที่สุด ๔. โหม่งคือ ฆ้องคู่เสียงต่างกันที่เสียงแหลม เรียกว่า "เสียงโหม้ง" ที่เสียงทุ้ม เรียกว่า "เสียงหมุ่ง" หรือ บางครั้งอาจจะเรียกว่าลูกเอกและลูก ทุ้มซึ่งมีเสียงแตกต่างกันเป็น คู่แปดแต่ดั้งเดิมแล้ว จะใช้คู่ห้า ๕.ฉิ่ง หล่อด้วยโลหะหนารูปฝาชีมีรูตรงกลางสำ หรับร้อยเชือก สำ รับนึงมี ๒ อัน เรียกว่า ๑ คู่เป็นเครื่องตี เสริมแต่งและเน้นจังหวะ ซึ่งการตีจะแตกต่างกับการตีฉิ่ง ในการกำ กับจังหวะของดนตรีไทย ๖.แตระ หรือแกระคือ กรับ มี ทั้งกรับอันเดียวที่ใช้ตีกระทบกับรางโหม่ง หรือกรับคู่และมีที่ร้อยเป็น พวงอย่างกรับพวง หรือใช้เรียวไม้หรือลวดเหล็กหลาย ๆ อันมัดเข้าด้วยกันตีให้ปลายกระทบกัน


ทิศ:หน้า ศรีษะ :เอียงซ้าย มือ:พนมือระดับสะเอว เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ยืน ประสมเท้าย่อเข่าพนมมือ ทั้ง2ข้างไว้ระดับเอวปลาย นิ้วชิดติดกัน โค่งศอกให้ ฝ่ามือเเยกออกจากกันท่า เทพพนม ท่าพรมสี่หน้า ทิศ:ขวา ศรีษะ :ตรง มือ:ทำ ท่าบัวบาน เท้า:ลงฉาก การเคลื่อนไหว:พลิกเท้ามาทิศ ขวายกเท้าลงก้าวข้างย่อลง เหลี่ยมตั้งฉากพร้อมสอดมือ ทั้ง2ข้างขึ้นเป็นวงบัวบานศรีษะ ตั้งตรง


ท่าสอดสร้อย ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ขวาตั้งวง มือซ้ายจีบปกหน้า เท้า:ขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายวาง หลังเปิดส้น การคลื่นไหว:มือขวาตั้งวงบนมือ ซ้ายจีบปรกหน้าศรีษะเอียงขวา ยกเท้าหลังหมุนรอบตัวทางด้าน ซ้ายกลับมาหน้าตรง ท่าเเม่ลายกนก ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:จีบคํ่าด้านหน้าระดับ ใบหน้า เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ย่อเข่ามือ ทั้ง2จีบควํ่าด้านหน้าระดับ ชายพกเเล้วยืดตัวขึ้นดึงมือ จีบขึ้นมาระดับไหล่


ท่าเพียงไหล่ ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ตั้งวงกลาง เท้า:ขวาวางหลังเปิดส้นเท้า เท้า ซ้ายก้าวหน้า การเคลื่อนไหว:ลดเท้าขวาลงวาง หลังเปิดส้นเท้าจีบหงายมือ ทั้ง2ข้างม้วนจีบตั้งวงกลางหน้า ตรงย่อเข่า ท่าผาหลา ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ท่าบัวบาน เท้า:เท้าขวากระดกเสี้ยว เท้า ซ้ายยืนเต็มเท้า การเคลื่อนไหว:ยกเท้าขวามา ประพร้อมกับหยิบจีบมือ ทั้ง2ข้างสอดจีบขึ้นเป็นเเบหงาย งอเเขนสูงประดับศรีษะ


ท่าดอกบัวตูม ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ประกบมือทั้ง2ข้างลักษณะ บัวตูมด้านหน้าระดับอก เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ยืดตัวขึ้นประกบ ฝ้ามือทั้ง2เข้าหากันอุ้มฝ้ามือให้ เหมือนดอกบัวตูมยุบตัวลง ท่าดอกบัวเเย้ม ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ประกบมือทั้ง2ข้างลักษณะ บัวบานด้านหน้าระดับอก เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ยืดยุบมืออยู่ใน ลักษณะเดิมเเต่เปิดปลายนิ้วออก จากกัน


ท่าเเมงมุม ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :เอียงซ้าย มือ:ขวาจีบควํ่าด้านหน้าระดับอก มือซ้ายจีบหงายข้างลำ ตัว ระดับ สะเอว เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ย่อตัวลงนํ้าหนัก ตัวอยู่เข่าซ้ายมือขวาจีบควํ่าบน มือซ้ายที่จีบหงายข้างลำ ตัวระดับ สะเอวศรีษะเอียงซ้าย ท่าชักใย ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :เอียงขวา มือ:ขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบ หงายข้าลำ ตัว ระดับสะเอว เท้า:ประสมเท้า การเคลื่อนไหว:ยืดยุบม้วนมือ จีบขวาออกเป็นตั้งวงบนมืซ้าย เหมือนเดิมถ่ายนํ้าหนักตัวมา เข่าขวาศรีษะเอียงขวา


ท่าพิสมัย ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :ตรง มือ:ขวาท่าบัวบาน มือซ้ายตั้งวงล่าง เท้า:ขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายวางหลังเปิด ส้นเท้า การเคลื่อนไหว:ยืดยุบยกเท้าซ้ายไปวาง ด้านหลังลดลงมือขวาลงมาระดับสะเอว สอดมือขึ้นมาเป็นเเบหงายสูงระดับ ศีรษะปล่อยมือซ้ายเป็นตั้งวงหน้าเเล้ว ลดวงลงมาเป็นวงล่างศรีษะเอียงขวา ท่าเรียงหมอน ทิศ:หน้าตรง ศรีษะ :เอียงซ้าย มือ:ขวาปลายนิ้วเเตะหน้าขาขวา ซ้ายปลายนิ้วเเตะเทริด เท้า:ขวาวางหลังเปิดส้นเท้า ซ้าย ก็้าวหน้า การเคลื่อนไหว:ยกเท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาวางหลังสอดดวงมือซ้ายขึ้น มาให้ฝ่ามือเเตะเทริดปาดมือขวา มาเเตะหน้าขาขวาศรีษะเอียงซ้าย


Click to View FlipBook Version