เปลี่ยนแปลง “ คน ’’
เปลี่ยนแปลง “ คน ’’ ใครคืออ๊อดและอ๊อดคือใคร เรื่องราวของอ๊อดมีอยู่ว่า เมื่อตอนที่อ๊อดเป็นเด็กอ๊อดโตในหมู่บ้านที่ความเจริญนั้นเข้าไม่ถึง ในชุมชนที่อ๊อดอยู่นั้นเต็มไปด้วย ยาเสพติด ความรุนแรง เด็กแว้น มันเป็นเรื่องปกติของชีวิต จนมีวันหนึ่งสิ่งที่ส่งผลกระทบต่ออ๊อดเลย โตมาก็เจอสิ่งเหล่านี้อยู่ขอบเขตข้างบ้านตอนนั้นอ๊อดไม่ได้คิดอะไร นั้นคือความไม่สบายใจของที่บ้านและความไม่สบายใจของโรงเรียน ช่วงที่อ๊อดกำ ลังศึกษาอยู่มัธยมตอนปลายทั้งคุณครูและผู้อำ นวยการ ในโรงเรียนไม่พึงพอใจที่อ๊อดเข้ามาศึกษาในโรงเรียนนี้เพราะทำ ให้ อับอายเสียชื่อเสียง แต่อ๊อดรู้สึกว่าโตมาแล้วทั้งชีวิตแต่ก็ไม่มีใครรับ ฟังแม้แต่คนในครอบครัว จนทำ ให้อ๊อดไม่มีพื้นที่ในการแสดงความ คิดเห็น การแสดงออกสิ่งที่อ็อดทำ ได้ก็คือพยายามหาทางออกกับสิ่ง ที่คิดและสิ่งที่ทำ จนทางโรงเรียนได้มี กิจกรรมค่ายที่เอาเด็กมีปัญหาทางยา เสพติดและเด็กหลังห้องมาอบรมใน ค่ายที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นมาและจัด กิจกรรมค่ายแบบนี้มาตลอด อ๊อดได้มาเจอค่ายหนึ่งที่เป็นค่ายที่ทำ เกี่ยวกับการขับเคลื่อนกิจกรรมกับ เยาวชนภายในค่ายมีคนเข้าร่วมสี่สิบถึงห้าสิบคนและให้ทุกคนจุด
เปิดใจรับฟังคำ พูดของอ๊อดเลย เป็นเด็กเกเร เป็นเด็กแว้น ติดยาเสพติด จนคนรอบข้างไม่มีใครที่จะ อ๊อดได้เล่าเป็นคนสุดท้าย อ๊อดได้เล่าเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเองว่า เทียนคนละหนึ่งเล่มและเล่าเรื่องราวที่ผ่านของตัวเองให้กับเพื่อนฟัง ในช่วงที่อ๊อดเล่าเรื่องของตัวอยู่ อ๊อดเห็นว่าทุกคนกำ ลังนั่งฟังสิ่ง ที่อ๊อดกำ ลังเล่าด้วยความตั้งใจ ทำ ให้อ๊อดรู้สึกว่าทำ ไมทุกคนถึง ตั้งใจฟัง ทำ ให้อ๊อดรู้สึกว่าตัวเอง มีตัวตนขึ้นมากลับกลายเป็นว่าสิ่งเคยเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น กับตอนนี้ แตกต่างกันมาก จากอ๊อดที่ไม่เคยมีใครมองเห็นหรือต้องโดนทำ โทษ กระทำ ความผิดถึงจะมีคนมองเห็นอ๊อดก็ได้เริ่มที่สนใจการทำ กิจกรรมของความโชคดีคืออ๊อดมีต้นทุนที่เรียนรู้อะไรได้ไวสิ่งไหนที่เข้าอ๊อด พร้อมเรียนรู้เสมอใคร อ่านหนังสืออ๊อดก็จะอ่านตามคอยทำ ตามไม่ ว่าอะไรก็ตาม และอ๊อดได้ซึมซับบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยตัวเองมา จนกระทั่งอ๊อดได้มาทำ กิจกรรมชมรมของโรงเรียนคุณครูก็ได้ชวน อ๊อดมาทำ ด้วย ในช่วงม.4อ๊อดได้มาเข้าค่ายที่ จังหวัดนครราชสีมา กับกลุ่ม กิ่งก้านใบ และได้มีการ Workshop กระบวนการสร้างเกี่ยวกับ มาตลอดเป็นช่วงจังหวะชีวิต
ละคร เป็นละครที่สร้างเพื่อไปเล่นโชว์ เรียนรู้ความต้องการ ความคิด ความรู้สึกของตัวเองและต้องไปเล่นละครตามชุมชนก็เริ่มทำ ให้อ๊อดเข้าใจ ตัวเองมากขึ้น เมื่ออ๊อดเข้ามหาวิทยาลัยแม่ของ อ๊อดก็เสียชีวิตทำ ให้อ๊อดต้องออก จากมหาวิทยาลัยที่อ๊อดเรียนเพราะ แม่อยากให้เรียน อ๊อดเลยถามตัวเองออกเรียนแล้ว จะต้องไปไหนต่อ ก็กลายเป็นว่า จะมีชีวิตแบบไหน ตายเลยได้ไหม อ๊อดได้ตั้งใจจะมาเป็นอาสาที่ กิ่งก้านใบ แต่พวกพี่ๆได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์แล้ว อ๊อดมาเป็น อาสาช่วงเดือนเมษายน มาอยู่ที่อุตดิตถ์ไม่กลับบ้าน แล้วก็มาทำ งาน ที่กิ่งก้านใบงานแรกที่อ๊อดได้ทำ ทำ ฟาร์ม ทำ สวน เลี้ยงไก่ อยู่ได้ถึง ครึ่งปี กิ่งก้านใบก็มีโครงการตลอด โครงการงานแรกได้ทำ อีกอย่าง คือผู้นำ กิจกรรม สันทนาการ สรุปความรู้ของค่าย ทำ สะสมมา2ปี ใช้เวลากว่าจะตั้งหลักตั้งตัวได้ประมาณเกือบ5ปีช่วงนั้นเป็นรอยต่อ ของกิ่งก้านใบทำ เทศกาลอุตรดิตถ์ติดยิ้ม อ๊อดก็ได้เข้ามาเป็นทีมงาน หลัก ดูฝ่ายกิจกรรม เรื่องอาสาสมัครในงาน ทำ งานกับคนรุ่นใหม่ ให้มีความสามารถในการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และครั้งหนึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งสละสิทธิ์ในการไปดูงานที่กรุงเทพฯ และครั้งหนึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งสละสิทธิ์ในการไปดูงานที่กรุงเทพฯ
และครั้งหนึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งสละสิทธิ์ ในการไปดูงานที่กรุงเทพฯ และกลับ มาก็มีโครงการทำ โปรเจค ชื่อว่า ห้องเรียน แรงบันดาลใจ ทำ โปรเจคนี้มาเป็นรูปร่างได้ก็เริ่มมา ดูแลดปรเจคติดยิ้ม ก็คือมาเป็นผู้จัดการ ผู้ประสานโครงการ จัดเทศกาล จัดกิจกรรมในโรงเรียน และได้ลง พื้นออกไปเป็นผู้กำ กับสอนเกี่ยวกับละคร ลงชุมชน ระหว่างนั้นอ๊อด ไปม็อบขึ้นศาลสัญญา3ปีจึงไปทำ งานกับเพื่อนแต่งานที่ทำ อ๊อดรู้สึก ว่ามันไม่ใช่ พอกลับมาอุตรดิตถ์กิ่งก้านใบก็ชวนอ๊อดเข้ามารับงาน เป็นโปรเจค วัยรุ่นหมุนโลก แต่อ๊อด อยากลองบริหารองค์กร อ๊อดจึงเสนอ ไอเดีย แต่กระบวนการ1ปีต้องทดสอบ จะทำ อะไรบ้างทดสอบโมเดล บริหาร งานของตัวเอง และอ๊อดก็ได้ทดสอบ ตัวเองได้สำ เร็จอ๊อดจึงรับหน้าที่มาเป็น ผู้บริหารได้อย่างเต็มตัว