ประวัติ วั ติผู้จัดทำ ชื่อชื่เด็ก ด็ ชายอันวา จารง ชื่อชื่เล่น วา วันวัเดือดืนปีเปีกิด 19/11/53 อนุบ นุ าล-ป.6 โรงเรียรีนรัชรัตะวิทวิยา มัธมัยม โรงเรียรีนธรรมวิทวิยามูลนิธินิ ธิ Facebook อันวา จารง ช่อ ช่ งทางการติดต่อ 0883949928
สารบัญบั ป ร ะ วัติก า ร ใ ช้ อินเตอ ร์ เน็ต ป ร ะ วัติอินเตอ ร์ เน็ตในป ร ะเทศไทย ก า ร ใ ห้ บ ริ ก า ร บนอินเตอ ร์ เน็ต ป ร ะเ ภทข อ ง เครื อ ข่ า ยคอม พิ ว เตอ ร์ พ . ร . บ .คอม พิ ว เตอ ร์ มา ร ย าทในก า ร ใ ช้ อินเทอ ร์ เน็ต 1 2 3 4 5 6
อินเทอร์เน็ตกำ เนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยองค์กรทางทหาร ของสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า ยู.เอส.ดีเฟนซ์ ดีพาร์ ทเมนท์ ( U.S. Defence Department ) เป็นผู้คิดค้นระบบขึ้นมา มี วัตถุประสงค์ คือ เพื่อให้มีระบบเครือข่ายที่ไม่มีวันตายแม้จะมีสงคราม ระบบการสื่อสารถูกทำ ลาย หรือตัดขาด แต่ระบบเครือข่ายแบบนี้ยังทำ งาน ได้ซึ่งระบบดังกล่าวจะใช้วิธีการส่งข้อมูลในรูปของคลื่นไมโครเวฟ ฝ่ายวิจัย ขององค์กรจึงได้จัดตั้งระบบเน็ตเวริ์กขึ้นมา เรียกว่า ARPAnet ย่อมา จากคำ ว่า Advance Research Project Agency net ซึ่งประสบความ สำ เร็จและได้รับความนิยมในหมู่ของหน่วยงานทหาร องค์กร รัฐบาล และ สถาบันการศึกษาต่างๆ เป็นอย่างมาก การเชื่อมต่อในภาพแรกแบบเดิม ถ้าระบบเครือข่ายถูกตัดขาด ระบบก็จะเสียหายและทำ ให้การเชื่อมต่อขาดออกจากกัน แต่ในเครือข่าย แบบใหม่ แม้ว่าระบบเครือข่ายหนึ่งถูกตัดขาด เครือข่ายก็ยังดำ เนินไปได้ไม่ เสียหาย เพราะโดยตัวระบบก็หาช่องทางอื่นเชื่อมโยงกันจนได้ในระยะแรก เมื่อ ARPAnet ประสบความสำ เร็จ ก็มีองค์กรมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ความ สนใจเข้ามาร่วมในโครงข่ายมากขึ้น โดยเน้นการรับส่งจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic Mail ) ระหว่างกันเป็นหลัก ต่อมาก็ได้ขยาย การบริการไปถึงการส่งแฟ้มข้อมูลข่าวสารและส่งข่าวสารความรู้ทั่วไป แต่ ไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ เน้นการให้บริการด้านวิชาการเป็นหลัก ปีพ.ศ. 2523 คนทั่วไปเริ่มสนใจอินเทอร์เน็ตมากขึ้น มีการนำ อินเทอร์เน็ตมาใช้ในเชิงพาณิชย์ มีการท าธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต บริษัท ห้างร้านต่างๆ ก็เข้าร่วมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ประวัติของ อินเทอร์เน็ต 1
ประเทศไทยเริ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปีพ.ศ. 2530 เป็นการใช้บริการรูปแบบจดหมายเล็กทรอนิกส์ โดยเริ่มที่มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (Prince of Songkla University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือสถาบันเอไอที (AIT) ภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ ออสเตรเลีย (IDP) เป็นการแลกเปลี่ยนข่าวสารด้วยอีเมล ต่อมาเครือ ข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้พัฒนามากขึ้น จนทำ ให้เกิดสถาบันออนไลน์กับอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มแรกได้สำ เร็จ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย, มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่ง ชาติ อาจกล่าวได้ว่า การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของประเทศไทยมี จุดกำ เนิดมาจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างมหาวิทยาลัย หรือที่ เรียกว่า Campus Network นั่นเอง ปัจจุบันนี้อินเทอร์เน็ตได้กลายมาเป็นระบบพื้นฐานด้านข้อมูลที่ใช้ กันอย่างแพร่หลายทั่วทุกมุมโลก นับว่าเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์ใน ยุคโลกาภิวัฒน์เป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ในด้านการสื่อสารแต่ยังรวมไป ถึงการใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และรายได้ทาง ธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ประวัติอินเตอร์เน็ตใน ประเทศไทย 2
บริการบนอินเทอร์เน็ต เป็นบริการเพื่อตอบสนองความต้องการในด้าน การสื่อสารของผู้ใช้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม และองค์กร ในปัจจุบันมีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการแบ่งปันความคิด ข้อมูล สารสนเทศ รวมถึงความรู้ โดยอาศัยเครื่องมือ เทคโนโลยีหรือบริการ ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต มีดังนี้ 1. World Wide Web (WWW) เครือข่ายใยแมงมุม เป็นการเข้าสู่ระบบข้อมูลอย่างข้อมูลในรูปของ Interactive Multimedia คือ มีทั้งรูปภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ระบบที่เรียกว่า hypertext กล่าวคือ จะมีคำ สำ คัญหรือรูปภาพในข้อมูลนั้นที่จะช่วยให้ท่าน เข้าสู่รายละเอียดที่ลึกและ กว้างขวางยิ่งขึ้น คำ สำ คัญดังกล่าวจะเป็นคำ ที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ เพียง แต่ท่านเลือกกด ที่คำ ที่เป็นตัวหนาหรือขีดเส้นใต้ นั้น ๆ ท่านก็ สามารถเข้าสู่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ (ข้อมูลเหล่านี้จะมีผู้สร้างขึ้นมาและเก็บไว้ ในคอมพิวเตอร์ ต่าง ๆ ทั่วโลก) 2. จดหมายอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Mail) oooooจดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า E-mailเป็นการสื่อสารที่ นิยมใช้กันมากเนื่องจากผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ต้องการได้ รวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำ งานเดียวกันหรืออยู่ห่าง กันคนละมุมโลกก็ตามนอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยมาก องค์ประกอบของ e-mail address ประกอบด้วย 1. ชื่อผู้ใช้ (User name) 2. ชื่อโดเมน Username@domain_name การใช้งานอีเมล สามารถแบ่งได้ดังนี้ คือ 1. Corporate e-mail คือ อีเมล ที่หน่วยงานต่างๆสร้างขึ้นให้กับ พนักงานหรือบุคลากรในองค์กรนั้น เช่น [email protected] คือ e-mail ของนักศึกษาของสถาบันราชภัฏสวนดุสิต เป็นต้น 2. Free e-mail คือ อีเมล ที่สามารถสมัครได้ฟรีตาม web mail ต่างๆ เช่น Hotmail, Yahoo Mail, Thai Mail และ Chaiyo Mail การให้บริก ริ ารบน อินเตอร์เน็ต 3
ระเภทของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เครือข่ายสามารถจำ แนกออกได้เป็น 4 ประเภทได้แก่ 1. ระบบเครือข่ายระดับท้องถิ่น LAN (Local Area Network) เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้งานอยู่ในบริเวณที่ไม่กว้างนัก อาจใช้อยู่ภายในอาคาร เดียวกันหรืออาคารที่อยู่ใกล้กัน เช่น ภายในมหาวิทยาลัย อาคารสำ นักงาน คลัง สินค้า หรือโรงงาน เป็นต้น การส่งข้อมูลสามารถทำ ได้ด้วยความเร็วสูง และมีข้อผิด พลาดน้อย ระบบเครือข่ายระดับท้องถิ่นจึงถูกออกแบบมาให้ช่วยลดต้นทุนและเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำ งาน และใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกัน 2. ระบบเครือข่ายระดับเมือง MAN (Metropolitan Area Network) เป็นระบบเครือข่ายที่มีขนาดอยู่ระหว่าง Lan และ Wan เป็นระบบเครือข่ายที่ใช้ ภายในเมืองหรือจังหวัดเท่านั้น การเชื่อมโยงจะต้องอาศัยระบบบริการเครือข่าย สาธารณะ จึงเป็นเครือข่ายที่ใช้กับองค์การที่มีสาขาห่างไกลและต้องการเชื่อมสาขา เหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น ธนาคาร เครือข่ายแวนเชื่อมโยงระยะไกลมาก จึงมีความเร็วใน การสื่อสารไม่สูง เนื่องจากมีสัญญาณรบกวนในสาย เทคโนโลยีที่ใช้กับเครือข่ายแวนมี ความหลากหลาย มีการเชื่อมโยงระหว่างประเทศด้วยช่องสัญญาณดาวเทียม เส้นใยนำ แสง คลื่นไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ สายเคเบิล 3. ระบบเครือข่ายระดับประเทศ หรือเครือข่ายบริเวณกว้าง WAN (Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้งานอยู่ในบริเวณกว้าง เช่น ระบบเครือข่ายที่ติดตั้งใช้ งานทั่วโลก เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่อยู่ห่างไกลกันเข้าด้วย กัน อาจจะต้องเป็นการติดต่อสื่อสารกันในระดับประเทศ ข้ามทวีปหรือทั่วโลกก็ได้ ใน การเชื่อมการติดต่อนั้น จะต้องมีการต่อเข้ากับระบบสื่อสารขององค์การโทรศัพท์หรือ การสื่อสารแห่งประเทศไทยเสียก่อน เพราะจะเป็นการส่งข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ในการ ติดต่อสื่อสารกันโดยปกติมีอัตราการส่งข้อมูลที่ต่ำ และมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด การส่ง ข้อมูลอาจใช้อุปกรณ์ในการสื่อสาร เช่น โมเด็ม (Modem) มาช่วย 4. ระบบเครือข่ายส่วนบุคคล PAN (Personal area network) เครือข่ายพื้นที่ส่วนบุคคลบลูทูธ (PAN) เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่ทำ ให้คุณสามารถสร้าง เครือข่าย อีเทอร์เน็ต ด้วยการเชื่อมต่อแบบไร้สายระหว่างคอมพิวเตอร์แบบเคลื่อนที่ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์แบบพกพาต่างๆ คุณสามารถเชื่อมต่อกับชนิดของอุปกรณ์ ที่รองรับบลูทูธซึ่งใช้กับ PAN ได้ดังต่อไปนี้ อุปกรณ์สำ หรับผู้ใช้เครือข่ายพื้นที่ส่วน บุคคล (PANU) อุปกรณ์ที่ให้บริการในเครือข่ายเฉพาะกิจแบบกลุ่ม (GN) หรืออุปกรณ์ ในจุดเข้าใช้งานเครือข่าย (NAP) ประเภทของเครือ รื ข่าย คอมพิวเตอร์ 4
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คืออะไร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำ ผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่ว่านี้ก็เป็นได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค สมาร์ตโฟน รวมถึงระบบต่างๆ ที่ถูกควบคุมด้วย ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย ซึ่งเป็นพ.ร.บ.ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกัน ควบคุมการก ระทำ ผิดที่จะเกิดขึ้นได้จากการใช้คอมพิวเตอร์ หากใครกระทำ ความผิด ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นี้ ก็จะต้องได้รับการลงโทษตามที่พ.ร.บ.กำ หนดไว้ ค่ะ ปัจจุบันมีคนใช้คอมพิวเตอร์ รวมถึงสมาร์ตโฟนเป็นจำ นวนมาก บางคนก็ อาจจะใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ แต่บางคนก็อาจใช้สิ่งนี้ทำ ร้ายคนอื่นในทาง อ้อมด้วยก็ได้ เราอาจจะได้ยินข่าวเรื่องการกระทำ ความผิดทางคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ซึ่ง บางเหตุการณ์ก็สร้างความเสียหายไม่น้อยเลย เพื่อจัดการกับเรื่องพวกนี้ เลยต้องมีพ.ร.บ.ออกมาควบคุม ในเมื่อการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องใกล้ตัว เรา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวเราเช่นกันค่ะ หากเราไม่รู้เอาไว้ เราอาจจะเผลอไปทำ ผิด โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจก็ได้ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีกี่ฉบับ ประเทศไทย มี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาแล้ว 2 ฉบับ คือ ฉบับแรก ปี 2550 และ ฉบับสอง ปี 2560 โดย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฉบับล่าสุด คือ ฉบับปี 2560 ความแตกต่างสำ คัญระหว่างฉบับปี 2560 กับ 2550 คือ แก้ไขมิให้ “ความ ผิดหมิ่นประมาท” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ อีกต่อไป เพราะในอดีต ความผิดหมิ่นประมาท ถือว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งกฎหมายระบุว่า ไม่สามารถยอมความได้ ดังนั้นแม้ต่อมา คู่ความจะเจรจายอมความสำ เร็จ หรืออยากถอนฟ้อง ศาลก็ไม่สามารถใช้ ดุลพิจนิจที่จะไม่ลงโทษคู่ความได้ ส่งผลให้มีคดีฟ้องร้องขึ้นศาลจำ นวนมาก และเกิดปัญหาทางปฏิบัติ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการนำ “ความผิดหมิ่นประมาท” ออกจาก พรบ คอมพิวเตอร์ แต่ไปบังคับใช้ด้วยประมวลกฎหมายอาญาแทน ทำ ให้ การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 5
1.ไม่กล่าวหาผู้อื่นในทางที่เสียหาย 2.ไม่เอางานของผู้อื่นมาเป็นของตน 3.ไม่เผยแพร่รูปของผู้อื่นที่ลามก 4.ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้าขายของที่ผิดกฎหมาย 5.ไม่เอาหลักฐานหรือข้อความเท็จมาเผยแพร่ 6.ต้องคำ นึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นตนและสังคมจากการกระทำ ของตนเอง 7.ไม่ละลเมิิดสิทธิของผู้อื่น 8.ต้องใช้อินเทอร์เน็ตไปในทางที่ดี 9.ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตหลอกลวงผู้อื่น 10.ไม่ใช่อินเทอร์เน็ต แฮกข้อมูลของผู้อื่น 11.ต้องไม่รบกวนการทำ งานของผู่อื่น 12.ไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์ 13.ไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ 14.ไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยตนเองไม่มีสิทธิ์ 15.ใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฎระเบียบกติกาและมีมารยาท มารยาทในการใช้ อินเทอร์เน็ต 6