E-Book
ขุนช้างขุนแผน
ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
คำนำ
E-BOOK เล่มนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย มี
เนื้อหาเกี่ยวกับขุนช้างขุนเเผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา ซึ่งมีเนื้อหา
รายละเอียดประกอบด้วยข้อมูลผู้เเต่ง ที่มาของเรื่อง เนื้อเรื่อง
คุณค่าที่ได้รับ เเละโครงเรื่อง โดยรวบรวมข้อมูลมาเพื่อให้ผู้ที่
สนใจได้ศึกษาอย่างเข้าใจเเละประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดหวังว่าหนังสือ E-BOOK เล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
E-BOOK เรื่องขุนช้างขุนเเผน
ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
วิชา ภาษาไทย ท33101
จัดทำโดย
1.นายภควา สิทธิพันธ์ เลขที่ 3
2.นายพงศ์กฤต โพธิ์เมืองเพียง เลขที่ 4
3.นายอัครวินท์ ศรขาว เลขที่14
4.นางสาวสุชาวดี แสงพวง เลขที่19
5.นางสาวแพรวพรรณี บุญเพ็ญ เลขที่26
6.นางสาวธิรลักษณ์ รอดเฉื่อย เลขที่30
7.นางสาวปิ่ นมนัส เจริญผล เลขที่32
8.นางสาวสุมินตา ต๊ะยศ เลขที่34
9.นางสาวกณิศา บารัสเคย์ เลขที่44
เสนอ
อาจารย์พิศมัย ติ๊บเเก้ว
สารบัญ หน้า
ก
เรื่อง ข
คำนำ 1
สารบัญ 2
ผู้เเต่ง 3
ที่มาของเรื่อง 9
เนื้อเรื่อง 10
คุณค่าที่ได้รับ 11
ความรู้เพิ่มเติม 12
ที่มาของเรื่องขุนช้างขุนแผน 16
โครงเรื่อง 16
ครอบครัวขุนเเผน 17
ครอบครัวจมื่นไวยวรนาถ (พลายงาม) 18
ของวิเศษของขุนแผน
บรรณานุกรม
ผู้แต่ง
ไม่ปรากฏนามผู้แต่งตอนขุนช้างถวายฎีกาแต่ได้รับการยกย่องจาก
วรรณคดีสโมสรว่าแต่งดีเยี่ยมโดยเฉพาะ กระบวนกลอนที่สื่ออารมณ์
สะเทือนใจ(เป็น ๑ ใน ๘ ตอนที่ได้รับการยกย่อง) ในตอนขุนแผนขึ้นเรือน
ขุนช้างและตอนขุนแผนพานางวันทองหนีเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาท
สมเด็จพระพุ ทธเลิศหล้านภาลัย ตอนขุนช้างขอนางพิมและขุนช้างตาม
นางวันทองเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอนกำเนิดพลายงามเป็นสำนวนของสุนทรภู่
ที่มาของเรื่อง
ขุนช้างขุนแผนเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาในเมืองสุพรรณบุรี และ
กาญจนบุรี โดยเชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในแผ่นดินสมเด็จพระพัน
วษาแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยในตำนานเล่าเพียงว่า นายทหารยศ ขุนแผนผู้
หนึ่งได้ถวายดาบฟ้าฟื้ นแด่สมเด็จพระพันวษา ซึ่งใช้วิธีการถ่ายทอดโดยการ
เล่าสืบสืบต่อกันมาเป็นนิทาน จนกระทั่งมีผู้คิดวิธีการเล่าโดยการขับเป็น
ลำนำขึ้นมา จึงกลายเป็นใช้บทเสภา มีทั้งหมด ๔๓ ตอนด้วยกัน ตอนที่นำ
มาเป็นบทเรียนนี้ คือ ตอนที่ ๓๕
เนื้อเรื่อง
กล่าวถึงพลายงาม เมื่อชนะคดีความขุนช้างแล้ว ขุนช้างได้พานางวัน
ทองกลับไปอยู่สุพรรณบุรี ส่วนตัวพลายงามเองก็กลับไปอยู่บ้านพร้อมหน้า
ญาติและพ่อ ขาดก็แต่แม่ ทำให้พลายงามเกิดความคิดที่จะพานางวันทอง
กลับมาอยู่ด้วยกัน จะได้พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก พอตกดึกจึงไปลอบขึ้น
เรือนขุนช้างแล้วพานางวันทองหนีมาอยู่ที่บ้านกับตน ตอนแรกนางก็ไม่
ยินยอมที่จะมา เพราะกลัวจะเป็นเรื่องให้อับอายว่า คนนั้นลากไป คนนี้ลาก
มาอีก และเกรงจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จึงบอกให้พลายงามนำความไป
ปรึกษาขุนแผน เพื่อฟ้องร้องขุนช้างดีกว่าจะมาลักพาตัวไป แต่พลาย
งามไม่ยอมสุดท้ายนางวันทองจึงจำต้องยอมไปกับพลายงาม
เนื้อเรื่อง
ฝ่ายขุนช้างนอนฝันร้ายก็ผวาตื่นเอาตอนสาย ครั้นตื่นขึ้นมาก็ร้อง
เรียกหานางวันทอง ออกมาถามบ่าวไพร่ก็ไม่มีใครเห็นจึงโกรธเป็นฟืนเป็น
ไฟมุ่งมั่นจะตามนางวันทองกลับมาให้ได้ ฝ่ายพลายงามก็เกรงว่าขุนช้างจะ
เอาผิด ถ้ารู้ว่าตนไปพานางวันทองมา จะเพ็ดทูลสมเด็จพระพันวษาอีก แม่
อาจจะต้องโทษได้ จึงใช้ให้หมื่นวิเศษผลไปบอกขุนช้างว่า ตนนั้นป่วยหนัก
อยากเห็นหน้าแม่ จึงใช้ให้คนไปตามนางวันทองมาเมื่อกลางดึก ขอให้แม่
อยู่กับตนสักพักหนึ่งแล้วจะส่งตัวกลับมาอยู่กับขุนช้างตามเดิม ขุนช้าง
โมโหและแค้นยิ่งนักที่พลายงามทำเหมือนข่มเหงไม่เกรงใจตน จึงร่าง
คำร้องถวายฎีกา แล้วลอยคอมายังเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระพันวษาเพื่อ
ถวายฎีกา ทำให้สมเด็จพระพันวษาพิโรธมาก ให้ทหารรับคำฟ้องมาแล้วให้
เฆี่ยนขุนช้าง ๓๐ ทีแล้วปล่อยไป และยังทรงตั้งกฤษฎีกาการรักษาความ
ปลอดภัยว่า ต่อไปข้าราชการผู้ใดที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วปล่อย
ให้ใครเข้ามาโดยมิได้รับอนุญาตจะมีโทษมหันต์ถึงประหารชีวิต
เนื้อเรื่อง
กล่าวฝ่ายขุนแผนนอนอยูในเรือนกับนางแก้วกิริยาและนางลาวทอง
อย่างมีความสุข ครั้นสองนางหลับ ขุนแผนก็คิดถึงนางวันทองที่พลายงาม
ไปนำตัวมาไว้ที่บ้าน จึงออกจากห้องย่องไปหานางวันทองหวังจะร่วมหลับ
นอนกัน แต่นางปฏิเสธแล้วพากันหลับไป แต่พอตกตึกนางวันทองก็เกิดฝัน
ร้ายตกใจตื่นเล่าความฝันให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนฟังความฝันของนางก็รู้ทันที
ว่าเป็นเรื่องร้าย อันตรายถึงชีวิตแน่นอน แต่ก็แกล้งทำนายไปในทางดีเสีย
เพื่อนางจะได้สบายใจ
เนื้อเรื่อง
กล่าวถึงพลายงาม เมื่อชนะคดีความขุนช้างแล้ว ขุนช้างได้พานางวัน
ทองกลับไปอยู่สุพรรณบุรี ส่วนตัวพลายงามเองก็กลับไปอยู่บ้านพร้อมหน้า
ญาติและพ่อ ขาดก็แต่แม่ ทำให้พลายงามเกิดความคิดที่จะพานางวันทอง
กลับมาอยู่ด้วยกัน จะได้พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก พอตกดึกจึงไปลอบขึ้น
เรือนขุนช้างแล้วพานางวันทองหนีมาอยู่ที่บ้านกับตน ตอนแรกนางก็ไม่
ยินยอมที่จะมา เพราะกลัวจะเป็นเรื่องให้อับอายว่า คนนั้นลากไป คนนี้ลาก
มาอีก และเกรงจะมีปัญหาตามมาภายหลัง จึงบอกให้พลายงามนำความไป
ปรึกษาขุนแผน เพื่อฟ้องร้องขุนช้างดีกว่าจะมาลักพาตัวไป แต่พลาย
งามไม่ยอมสุดท้ายนางวันทองจึงจำต้องยอมไปกับพลายงาม
เนื้อเรื่อง
ฝ่ายสมเด็จพระพันวษา ครั้นทรงอ่านคำฟ้องของขุนช้างก็ทรงกริ้วยิ่ง
นัก ให้ทหารไปตามตัวนางวันทอง ขุนแผนและพระไวยมาเฝ้าทันที ขุนแผน
เกรงว่านางวันทองจะมีภัย จึงเสกคาถาและขี้ผึ้งให้นางวันทองทาปากเพื่อให้
พระพันวษาเมตตา แล้วจึงพานางเข้าเฝ้า เมื่อพระพันวษาเห็นนาง วันทองก็
ใจอ่อนเอ็นดู ตรัสถามเรื่องราวที่เป็นมาจากนางวันทองว่า ตอนชนะคดีให้ไป
อยู่กับขุนแผนแล้วทำไมจึงไปอยู่กับขุนช้างนางวันทองก็กราบทูล ด้วยความ
กลัวไปตามจริงว่า ขุนแผนถูกจองจำ ขุนช้างเอาพระโองการไปอ้างให้ฉุด
นางไปอยู่ด้วย เพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ก็ไม่กล้าเข้าช่วยเพราะกลัว ผิดพระ
โองการ สมเด็จพระพันวษาฟังความทรงกริ้วขุนช้างมาก ทรงถามนางวัน
ทองอีกว่าขุนช้างไปฉุดให้อยู่ด้วยกันมาตั้ง ๑๘ ปี แล้วคราวนี้หนีมาหรือมี
ใครไปรับมาอยู่กับขุนแผน นางวันทองก็กราบทูลไปตามจริงว่า พระไวยเป็น
ผู้ไปรับมาเวลาสองยาม ขุนช้างจึงหาความว่า หลบหนี สมเด็จพระพันวษา
ทรงกริ้วพระไวยที่ทำอะไรตามใจตน นึกจะขึ้นบ้านใครก็ขึ้น ทำเหมือนบ้าน
เมืองไม่มีขื่อมีแป และว่าขุนแผนรู้เห็นเป็นใจ
เนื้อเรื่อง
สมเด็จพระพันวษาทรงคิดว่า สาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิด
จากนางวันทองจึงให้นางวันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับใคร นางวันทองตกใจ
ประหม่า อีกทั้งจะหมดอายุขัยจึงบันดาลให้พู ดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะอยู่กับ
ใคร นางให้เหตุผลว่า นางรักขุนแผน แต่ขุนช้างก็ดีกับนาง ส่วนพลายงามก็
เป็นลูกรัก ทำให้สมเด็จพระพันวษากริ้วมาก เห็นว่านางวันทองเป็นคนหลาย
ใจ เป็นหญิงแพศยา จึงให้ประหารชีวิตนางวันทองเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
แก่ผู้อื่นต่อไป
คุณค่าที่ได้รับ
ด้านวรรณศิลป์
• แสดงให้เห็นถึงศิลปะการแต่ง เช่น
๑. การพรรณนาให้เห็นภาพ
๒. สัมผัสอักษร
๓. ภาพพจน์
๓.๑ อุปมา
๓.๒ อุปลักษณ์
๓.๓ สัทพจน์
๓.๔ คำถามเชิงวาทศิลป์
ด้านสังคม
• แสดงให้เห็นภาพสังคมสมัยก่อนๆเช่น
๑. ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
๒. ความรักนะหว่างแม่และลูก
๓. สะท้อนให้เห็นชีวิต วัฒนธรรม ค่านิยม และความเชื่อ
๔. ความเชื่อในกฎแห่งกรรม
ด้านเนื้อหา
ในยุคสมัยหนึ่งๆมักนิยมเรื่องราวที่เข้ากับยุคสมัยนั้นๆ เรื่องราวและ
เนื้อหาของวรรณคดีจะไม่ตายตัวแต่จะ เปลี่ยนไปตามสภาพการ
เปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนาการของสังคมจะเปป็นเครื่องกำหนดเนื้อหา
ของวรรณคดี
ความรู้เพิ่มเติม
เสภาขุนช้างขุนแผน
เดิมเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เล่าเป็นนิทาน แต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยาวมาก
เมื่อแต่งเป็นกลอน และขับเป็นลำนำด้วยก็ยิ่งจะต้องใช้เวลามาก ไม่สามารถจะ
ขับให้ตลอดเรื่องในคืนเดียวได้ บทเสภาที่แต่งขึ้นจึงแต่งแต่เป็นตอนพอที่จะขับ
ได้ภายในหนึ่งคืน ดังนั้น บทเสภาเดิมตั้งแต่ครั้งกรุงเก่า หรือที่แต่งสมัยกรุง
รัตนโกสินทร์ จึงแต่งเป็นท่อนเป็นตอน ไม่เป็นเรื่องติดต่อเหมือนกับบทละคร
การเอาบทเสภามารวมติดต่อกันให้เป็นเรื่องโดยสมบูรณ์ เพิ่งทำในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ หนังสือเสภาสมัยกรุงเก่าน่าจะสูญหายหมด
เนื่องจากผู้ที่แต่งหนังสือเสภาสำหรับขับหากิน น่าจะปิดบังหนังสือของตน เพื่อ
ป้องกันผู้อื่นมาแข่งขัน จะให้อ่านเพื่อท่องจำก็เฉพาะในหมู่ศิษย์และคนใกล้ชิด
ด้วยสภาพดังกล่าวหนังสือเสภาจึงสาบสูญได้ง่าย ไม่เหมือนหนังสือประเภทอื่น
เช่น หนังสือบทละคร และหนังสือสวด ดังนั้น บทเสภาครั้งกรุงเก่า จึงตกมา
ถึงกรุงรัตนโกสินทร์เพียงเล็กน้อย จากการจดจำกันมาและมีไม่มากตอน
ความรู้เพิ่มเติม
ตำนานเสภาสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีหลักฐานแสดงที่มาได้ค่อนข้างดี ซึ่งจะพบได้
จากกลอนของสุนทรภู่ กลอนไหว้ครู ที่ได้มีการเอ่ยชื่อครูเสภาไว้หลายท่าน พร้อม
ทั้งผลงานของท่านเหล่านั้น ที่ให้ไว้ในงานเสภา เช่น ครูทองอยู่ ครูแจ้ง ครูสน ครู
เพ็ง พระยานนท์ เป็นต้น ส่วนครูปี่ พาทย์ก็มีครูแก้ว ครูพัก ครูทองอิน ครูมีแขก ครู
น้อย เป็นต้น หนังสือเสภาที่แต่งในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ฯ จะ
แต่งเป็นตอน ๆ แต่ละตอนยาวประมาณ ๒ เล่มสมุดไทย พอจะขับได้ภายในหนึ่งคืน
หนังสือเสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แต่งในรัชสมัยพระบาท
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ และพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ เท่าที่รวบรวมได้ในหอ
พระสมุด มีต่างกันถึง ๘ ฉบับ และยังมีฉบับปลีกย่อยอีกต่างหาก รวมประมาณ
๒๐๐ เล่ม สมุดไทย
ที่มาของเรื่องขุนช้างขุนแผน
(๑) เรื่องนี้เชื่อกันว่าเกิดขึ้นจริงในสมัยสมเด็จพระพันวษา แห่ง กรุง
ศรีอยุธยา
- ตำนวนเดิมเล่าเพียงว่า มีนายทหารผู้มีฝีมือนายหนึ่ง มี
ตำแหน่งเป็นขุนแผน ได้ถวาย ดาบฟ้าฟื้ นแด่สมเด็จพระพันวษา
(๒) ต่อมามีการนำเรื่อง ขุนช้างขุนแผน มาแต่งเป็นกลอนสุภาพและ
ใช้ บทขับเสภา โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะ
- บทขับเสภาที่นิยมมากที่สุดคือเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งได้รับ
การยกย่อจากวรรณคดีสโมสรว่า เป็นยอดของกลอนสุภาพที่มีความ
ไพเราะ ดีเลิศ ทั้งเนื้อเรื่องและกระบวนกลอน
ที่มาของเรื่องขุนช้างขุนแผน
(๓) บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน มีกวีเอกหลายท่านร่วมกันแต่ง สันนิษฐาน
ว่าแต่งตั้งแต่สมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
- สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรง
สันนิษฐานว่า
*ตอน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง และตอน ขุนแผนพานางวันทองหนี
เป็นพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุ ทธเลิศหล้านภาลัย
*ตอนขุนช้างขอนางพิม และ ตอนขุนช้างตามนางวันทอง เป็นพระ
ราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศ
เป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์)
*ตอน กำเนิดพลายงาม เป็นสำนวนของสุนทรภู่
(๔) ตอน ขุนช้างถวายฎีกานี้ ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง แต่เป็นหนึ่งใน ๘ ตอนที่
ได้รับการยกย่องจากสมาคมวรรณคดี (สมัย ร.๗) ว่าแต่งดีเป็นเยี่ยมโดยเฉพาะ
กระบวนกลอนที่สื่ออารมณ์สะเทือนใจ
โครงเรื่อง
• นางวันทอง มีชื่อเดิมว่า พิมพิลาไลย ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับ พลายแก้ว และ ขุน
ช้าง ในตอนเด็ก
• เมื่อโตขึ้น นางพิมได้พบกับ พลายแก้ว อีกครั้ง ซึ่งในตอนนั้น พลายแก้ว บวช
เณรอยู่ ซึ่งทั้งสองก็แอบรักใคร่ชอบพอกัน เณรแก้วจึงแอบสึกและขึ้นไปหานาง
พิมบนเรือน
• ทางด้าน ขุนช้าง ซึ่งมีฐานะร่ำรวย แต่หน้าตาอัปลักษณ์ก็หลงรักนางพิมเช่น
กัน จึงวอนให้ นางเทพทอง (เป็นมารดา) ไปสู่ขอนางพิม
• นางพิมเกรงว่า มารดาตนจะรับขันหมากของขุนช้าง จึงให้นางสายทอง (พี่
เลี้ยง) ไปส่งข่าวให้เณรแก้ว รีบชิงมาสู่ขอก่อน
• เณรแก้ว ลาสิกขา และให้นางทองประศรี มารดาของตน ไปสู่ขอนางพิม ทั้งคู่
จึงได้แต่งงานกัน
• หลังเข้าหอได้เพียงสองวัน พลายแก้วได้รับคำสั่งให้นำทัพไปรบกับ พระเจ้า
เชียงใหม่
• นางพิมตรอมใจด้วยความคิดถึงพลายแก้ว บวกกับขุนช้างซึ่งทำทุกอย่างเพื่อ
ให้นางพิมใจอ่อนมาเป็นภรรยาตน จึงล้มป่วยลง และได้เปลี่ยนชื่อเป็น วันทอง
• ขุนช้างหลอก วันทอง ว่า พลายแก้ว เสียชีวิตในสนามรบไปแล้ว นางศรี
ประจัน(แม่ของวันทอง) เกรงว่าวันทองจะถูกริบเป็นม่ายหลวง จึงบังคับให้
แต่งงานกับขุนช้าง นางจึงต้องแต่ง แต่วันทอง ยังไม่เชื่อว่าพลายแก้วตายแล้ว
จึงเฝ้ารอ พลายแก้ว และขัดขืนยังไม่ยอมเป็นภรรยาขุนช้าง
โครงเรื่อง
• พลายแก้วชนะศึกกลับมา ได้รับยศเป็น ขุนแผน และได้รับพระราชทานนางลาวทอง มาเป็น
ภรรยาด้วย เมื่อขุนแผนได้พบกับ วันทอง ก็เกิดทะเลาะวิวาท กันว่าวันทองไปแต่งงานใหม่
ส่วนวันทองก็ว่าขุนแผนนอกใจไปมีภรรยาใหม่ ขุนแผนโกรธจึงเข้าข้างลาวทอง และพานางไป
อยู่กับแม่ที่กาญจนบุรี
• นางวันทองทั้งโกรธแค้นเสียใจ และคิดว่าขุนแผนหมดรักตนแล้ว จึงยอมตกเป็นภรรยาขุน
ช้างในคืนนั้นเอง
• ขุนแผนยังคงคิดถึงวันทอง จึงได้แอบขึ้นเรือนขุนช้างไป และพบวันทองนอนคู่กับขุนช้างอยู่
ก็โกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากด่ประจานให้อับอาและจากไปทำให้ขุนช้างแค้นใจมาก
• ต่อมาขุนช้างได้โอกาส เมื่อนางลาวทองไม่สบาย ขุนแผนซึ่งเข้าเวรอยู่ เป็นห่วง อยากกลับ
ไปดูแล จึงฝากเวรไว้กับขุนช้าง ซึ่งขุนช้างก็ได้นำความไปทูล
สมเด็จพระพันวษา ว่าขุนแผนหนีเวร สมเด็จพระพันวษาจึงลงโทษด้วยการให้ขุนแผนออกไป
ตระเวณด่านอยู่ชายแดน และ นำตัวลาวทองมากักไว้ไม่ให้ทั้งสองพบกัน
• ขุนแผนโกรธแค้นขุนช้าง จึงคิดชิงตัวนางวันทอง โดยรวบรวมของวิเศษ 3 อย่าง ได้แก่
กุมารทอง ดาบฟ้าฟื้ น ม้าสีหมอก
• จากนั้นขุนแผนจึงลอบขึ้นเรือนขุนช้างอีกครั้ง ซึ่งได้พบกับนางแก้วกิริยาธิดาสุโขทัย ที่บิดา
นำมาขัดดอกกับขุนช้างไว้ และได้นางเป็นภรรยา จากนั้นจึงเข้าไปหานางวันทอง ซึ่งวันทองไม่
อาจจากขุนช้างได้ แต่เพราะด้วยความรักขุนแผน จึงยอมตามไปอยู่กับขุนแผน
• ขุนช้างโกรธที่ขุนแผนพาตัวนางวันทองไปจึงถวายฎีการ้องทุกข์ สมเด็จพระพันวษา
• ขุนแผนพาวันทองเร่รอนไปอยู่ตามป่า จนนางตั้งครรภ์ ขุนแผนสงสารวันทองที่ได้รับความ
ลำบากจึงให้พระพิจิตรพาไปมอบตัวและกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด สมเด็จพระพันวษาจึงตัดสิน
ให้ขุนแผนได้นางวันทองคืนและขุนช้างถูกปรับไหม
โครงเรื่อง
• ต่อมาขุนแผนคิดถึงนางลาวทองจึงขอพระราชทานคืน สมเด็จพระพันวษากริ้ว
มาก และมีรับสั่งให้จับขุนแผนไปขังคุก ซึ่งขุนแผนยอมติดคุกโดยไม่คิดหนี(ทั้งๆที่มี
วิชาอาคมสามารถหนีได้)
• วันหนึ่งขุนช้างสบโอกาส ให้บ่าวไพร่มาฉุดนางวันทองซึ่งกำลังไปเยี่ยมขุนแผน
นางจึงต้องกลับไปอยู่กับขุนช้าง และคลอดลูกชื่อ พลายงาม
• ยิ่งพลายงามโตขึ้นก็ยิ่งหน้าตาละม้ายคล้ายขุนแผน ขุนช้างเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ลูกตน จึง
ลวงพลายงามไปฆ่าในป่า แต่ได้ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ จึงรอดมาได้นางวันทอง
จึงให้พลายงามไปอยู๋กับนางทองประศรี(แม่ของขุนแผน) ที่กาญจนบุรี ส่วนตัวนาง
จำต้องอยู่กับขุนช้างจนเมื่อพลายงามโตขึ้นได้รับราชการทำความดีความชอบได้เป็น
จมื่นไวยวรนาถ
• ในงานแต่งงานของพลายงาม ขุนช้างและนางวันทอง มาช่วยงาน ขุนช้างเมาและ
มีเรื่องกับพลายงาม จึงถูกพลายงามทำร้าย ขุนช้างจึงไปถวายฎีกากล่าวโทษพลาย
งาม และได้มีการดำน้ำพิสูจน์กัน ปรากฏว่าขุนช้างแพ้ และถูกตัดสินประหารชีวิต แต่
นางวันทองขอให้พลายงาม ขอพระราชทานอภัยโทษไว้ เพราะขุนช้างก็เคยดีกับนาง
• พลายงามคิดถึงมารดา อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า จึงลอบขึ้นเรือนและ
พานางหนี รุ่งขึ้นก็เกรงว่าขุนช้างจะเอาผิด จึงให้บ่าวไปส่งความว่าตนป่วยหนัก
อยากให้แม่มาดูใจสักพัก แล้วจะส่งคืน
• ขุนช้างโกรธ จึงร่างฎีกาถวายถวายต่อสมเด็จพระพันวษาอีก
• สมเด็จพระพันวษามีรับสั่งให้ไปเรียกทุกคนที่เกี่ยวข้องมา และเริ่มทำการตัดสินคดี
ความ ฝ่ายพลายงามผิดด้วยการไปลอบขึ้นบ้านผู้อื่น ทำเช่นบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย
ฝ่ายขุนช้างก็ผิดที่ว่าไปแย่งวันทองมา
โครงเรื่อง
• สมเด็จพระพันวษาให้นางวันทองเข้าเฝ้าและตรัสถามให้กระจ่างว่านางจะ
เลือกอยู่กับใคร ขุนแผน ขุนช้าง หรือ พลายงาม ด้วยความประหม่า และ ณ
ตอนนั้นชะตาถึงฆาต ทำให้นางตอบออกไปว่า นางก็รักขุนแผน แต่ขุนช้างก็
แสนดี ส่วนพลายงามนี้ก็ลูกในอก
• พระพันวษาโกรธมาก จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตนาง
ครอบครัว ขุนแผน
ขุนแผน + ภรรยา ๕ คน
๑. นางวันทอง(พิมพิลาไลย) = พลายงาม
๒. นางลาวทอง(ไปรบที่เชียงใหม่)
๓. นางบัวคลี่(หนีไปถึงซ่องโจร) = กุมารทอง
๔. นางแก้วกิริยา(ลอบขึ้นเรือนขุนช้าง) = พลายชุมพล
๕. นางสายทอง(พี่เลี้ยงนางวันทอง)
ครอบครัว จมื่นไวยวรนาถ
(พลายงาม)
จมื่นไวยวรนาถ + ภรรยา ๒ คน
๑. นางสร้อยฟ้า = พลายยง
๒. นางศรีมาลา = พลายเพชร
ของวิเศษของขุนแผน
กุมารทอง
ตำรากุมารทองเป็นไสยศาสตร์ในยุคที่เรียกว่ากรรมฐานนิพานสูตร อันมีอยู่ใน
สมุดข่อยสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำราแบ่งเป็นสองประเภทคือ 1 กุมารทอง ใช้งาน
2.กุมารทองทำร้าย แต่วิธีเบื้องต้นในการสร้างคล้ายกันคือการนำวิญญาณใช้
ประโยชน์แบบเตภูมิ 4 อัน ประกอบด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ม้าสีหมอก
สีหมอก เป็นม้าแสนรู้พาหนะประจำตัวของขุนแผน แม่เป็นม้าเทศชื่ออีเหลือง
พ่อเป็นม้าน้ำ คลอดจากท้องแม่เมื่อวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำ ตัวสีหมอก ตาสีดำ หลวง
ศรีวรข่านได้รับคำสั่งจากสมเด็จพระพันวษาให้ไปซื้อม้าที่เมืองมะริด ประเทศ
อินเดีย สีหมอกซึ่งเป็นลูกม้ารุ่นหนุ่มก็ติดตามแม่มาด้วย แต่ ความซุกซนทำให้
เที่ยวไล่กัดม้าตัวอื่นๆอยู่เสมอ ต้องตามตำราจึงเข้าไปขอซื้อ แล้วเสกหญ้าให้กิน
สีหมอกก็ติดตามขุนแผนไปโดยดี
ดาบฟ้าฟื้ น
ดาบฟ้าฟื้ นเกิดจาก การเอาเหล็กรวมทั้งโลหะอื่นแล้วก็นำมาหล่อรวมกัน พอ
ฤกษ์งามยามดีก็ตั้งศาลเพียงตา แล้วให้ช่างตีเหล็กบรรจงแต่งตามรูปที่
ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วมีสีเขียวแมลงทับ จากนั้นก็เจาะไม้ชัยพฤกษ์เอาผมผีพราย
ตัวร้าย ๆ ใส่เข้าไปแล้วเอาชันกรอกทับเป็นด้าม เมื่อขุนแผนลองแกว่งดูก็เกิด
เมฆลมพัดตลบอบอวลฟ้าผ่าดังเปรี้ยงปร้าง แล้วเอาไม้สรรพยามาทำฝักแต่งเติม
เสริมความงามจนพอใจจึงตั้งชื่อว่า ดาบฟ้าฟื้ น
บรรณานุกรม
ขุนช้างขุนเเผน ตอน ชุนช้างถวายฎีกา ข้อมูลอ้างอิงจาก ;
https://sites.google.com/site/phasathiykhrupik/wicha-
phasa-thiy-
11/khunchangkhunphaentxnkhunchangthwaydika?
fbclid=IwAR2AxweJEt82GcF_NzVPOihhzI3xQedbtr4midJWw6x
SSFhJma_JUIsi4WY
รูปภาพ ข้อมูลอ้างอิงจาก
https://www.google.com/searchq=%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%
B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8
%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%9
9+%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95
%E0%B8%B9%E0%B8%99