The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนเศรษฐกิจพอเพียง ภาษาอังกฤษม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pimnamphueng Wanasam, 2021-10-16 11:53:15

แผนเศรษฐกิจพอเพียง ภาษาอังกฤษม.3

แผนเศรษฐกิจพอเพียง ภาษาอังกฤษม.3

ผังภาพวิเคราะหห์ น่วยการเรียนรู้ “พอเพยี ง”
ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ Shopping Experiences ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลา 10 ชวั่ โมง

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 1 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรอ่ื ง Shopping Experiences(2) เร่อื ง They’re really cool (2) Grammar Focus (2)
ผลการเรียนรู้ –เขา้ ใจบทสนทนา ผลการเรียนรู้- เข้าใจบทสนทนา ใช้ Future simple (affirm
อภปิ รายวางแผนเกย่ี วกบั การ เกี่ยวกบั นิสัยการซ้อื ของ พดู form, negative for questions
จัดเล้ียงอาหารเย็น และมอบหมาย เกี่ยวกับการซอ้ื ของ ขนาดและ and short answers), will vs
ภาระงานให้ผูอ้ ่ืน ราคา ได้ be going to, can / could

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 หน่วยพอเพียง แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
เร่ือง Shopping(2) เร่ือง Shopping in London(2)
อ่านบทอ่านสัน้ ๆ เกย่ี วกบั นิสยั Shopping Experiences (10 ชั่วโมง) ฟังเพื่อหารายละเอียดจำเพาะ
ในการซอ้ื ของและระบุขอ้ มลู ได้ อ่านข้อมลู เก่ียวกับการ
ร้แู ละเขา้ ใจคำศัพท์ โครงสรา้ งประโยค ซ้ือของในลอนดอนได้
สำคญั ได้เขยี นบันทึกง่ายๆ ช่วยให้ใช้ภาษาสื่อสารในชวี ิตประจำวัน
ส้นั ๆเช่น รายการซอ้ื ของ ได้ และรู้และเขา้ ใจเรื่องทศ่ี ึกษา

ชว่ ยใหจ้ บั ใจความสำคัญ
เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษา
และเปน็ พน้ื ฐานในการคน้ คว้า
รวบรวมขอ้ มลู และนำเสนอดว้ ยการเขยี น

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ชนิ้ งาน/ภาระงาน

ความสามารถในการส่อื สาร รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 1. การทำโปสเตอรร์ ้านค้า
ความสามารถในการคิด ซ่ือสัตย์ สุจรติ มวี ินยั 2 แสดงบทสนทนาเกี่ยวกับการซือ้
ความสามารถในการแกไ้ ขปัญหา ใฝเ่ รียนรู้ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ม่งุ มัน่ ในการทำงาน ของในร้านค้า
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี รักความเป็นไทย 3 สำรวจและทำแผ่นปา้ ยขนาด

รองเท้า

และมีจติ สาธารณะ 4 พดู ซื้อหรอื ขายสินคา้
5 เขยี นรายการรา้ นคา้ และสินค้า
6 โปสเตอรแ์ หล่งช้อปปง้ิ ใน

ประเทศไทย

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
แผนการจดั การเรยี นรู้ เรือ่ ง Shopping ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 2 ชัว่ โมง

1. เป้าหมายการเรียนรู้ 2. หลกั ฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ภาระงาน/ช้ินงาน
ต.1.2 มีทกั ษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี น
ข้อมูลข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและความคิดเหน็ 1.การพูดหรอื ขายสินค้า
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
2.เขียนรายการรา้ นค้าและสนิ ค้า
สาระสำคญั
รู้และเขา้ ใจเร่ืองท่ไี ด้ศกึ ษา ชว่ ยใหจ้ บั ใจความสำคัญ การวัดผลประเมินผล
และเป็นพ้ืนฐานในการนำภาษาอังกฤษไปใช้สอ่ื สาร
ในชีวติ ประจำวนั ประเด็น วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ดา้ น K สงั เกตการพดู ประเมินการพูด คุณภาพ 2 ผ่าน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ซ้อื หรอื ขาย หรอื ขายสนิ คา้ เกณฑ์
1. อ่านบทอ่านส้นั ๆ เกี่ยวกับนิสัยในการซ้ือของและ ด้าน P สนิ ค้า
ตรวจการเขียน งานเขยี นรายการ รอ้ ยละ 60
ระบขุ อ้ มลู สำคัญได้ ด้าน A รายการรา้ นคา้ ร้านค้าและสินคา้ ผ่านเกณฑ์
2. เขยี นบนั ทกึ ง่ายๆ สั้นๆ เช่น รายการซื้อของ ได้ และสนิ คา้
สังเกตความอยู่ แบบสังเกต คุณภาพ 2 ผา่ น
สาระการเรียนรู้ อย่างพอเพยี ง คณุ ลกั ษณะอนั เกณฑ์
1. Language Features and Functions พงึ ประสงค์
Vocabulary: window shopping, loads of
Functions: Buying something in a shop Shopping
2. Language Skills
Reading: อ่านเพอ่ื ความเขา้ ใจ 3. กิจกรรมการเรียนรู้
Writing: เขยี นรายการรา้ นค้าและสนิ คา้ ทตี่ อ้ งการซื้อ กิจกรรมการเรียนรู้:ครูให้นกั เรยี นบรรยายภาพ

สมรรถนะสำคญั
1.ทกั ษะการนำความร้ไู ปใช้
-นำคำศัพท์ สำนวนภาษา และโครงสร้างประโยค

มาใช้ในการพดู ซ้อื -ขายสนิ คา้ ประกอบขอ้ ความส้นั ๆ ในหัวข้อ Shopping

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ จากนน้ั นกั เรียนจบั กลมุ่ กนั เตรยี มจำลอง

1. อยู่อย่างพอเพียง สถานการณ์เปิดท้ายขายของโดยมี(sellers)

และ(buyers)มกี ารสนทนาการซือ้ ขายกัน และ

มีรายการสินค้า

สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี น Team Up in English 3

2. แบบฝึกหัด Team Up in English 3

3. Class Audio CDs

4. Personal Toolkit

กจิ กรรมการเรยี นรเู้ พอ่ื เสรมิ สร้างคณุ ลักษณะอยู่อยา่ งพอเพียง

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ

แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง Shopping ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลา 2 ช่ัวโมง

กระบวนการจดั การเรยี นการสอน

ขน้ั ท่ี 1 Warm Up

ครูทบทวนคำศัพท์เกี่ยวกับร้านค้า ดว้ ยการถามคำถามนักเรียน แล้วให้นักเรยี นบอกวา่ หาซื้อของที่กำหนดให้

ได้ทรี่ า้ นใด Q1 (ความร้)ู

Where can you buy bread? At the baker’s.

Where can you buy a T-shirt? At the clothes shop.

Where can you buy chocolate? At the sweet shop.

Where can you buy pasta? At the supermarket.

Where can you buy stamps? At the post office.

Where can you buy cheese? At the supermarket (or at the deli).

Where can you buy a sports bag? At the sports shop.

Where can you buy aspirins? At the chemist’s.

Where can you buy chicken? At the butcher’s.

Where can you buy sandals? At the shoe shop.

Where can you buy tomatoes? At the greengrocer’s.

ขนั้ ที่ 2 Pre-reading

1. ให้นักเรียนดูภาพเด็กผู้หญงิ ที่กำลังนัง่ อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วอ่านชื่อบท Hi there! It’s….Team Up Blog.
ครูอธิบายให้นักเรยี นฟังวา่ บทความในหนงั สือเรียน หนา้ 20-21 เป็นส่วนหนึง่ ของ blog
(หรือ weblog) จากน้นั ครอู ธบิ ายความหมายของคำวา่ blog ให้นักเรยี นเข้าใจ หรอื ให้นกั เรียนในช้นั ทเ่ี คยเข้า
ไปใชห้ รือมี blog เปน็ ของตนเองชว่ ยอธบิ าย Q2 (ความรู้)
Background Information
Blog (หรอื weblog) เปน็ เว็บไซต์รูปแบบหนงึ่ ทีม่ รี ะบบจัดการให้เราสามารถเขยี นเรือ่ งต่างๆ ไม่ว่าจะ

เป็นเรื่องราวสว่ นตัว ข่าว หรือบทความเฉพาะด้านตา่ งๆ ได้อยา่ งสะดวก (ไม่เหมือนเมื่อก่อนทีต่ ้องทำหน้า
เว็บเพจทลี ะหนา้ และทำลงิ กเ์ ชอื่ มโยงแต่ละหน้าเอง) โดยเน้อื หาท่เี ราเขยี นแต่ละครง้ั จะถูกเรยี งลำดับตาม
เวลา เรื่องที่เราเขียนล่าสุดจะถกู แสดงอยู่ด้านบนสุดของหน้า blog เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถติดตามอ่าน
เรือ่ งราวทเี่ ราปรบั ขอ้ มลู ให้ทันสมัย (update) ใหม่ไดง้ ่ายๆ

blog อาจเขียนโดยคนเพียงคนเดยี ว หรอื เปน็ กลมุ่ ชว่ ยกนั เขยี นกไ็ ด้ ผ้ทู ี่เขียน blog หรือเจ้าของ blog
เรยี กว่า blogger เรือ่ งหรอื บทความทเี่ ขียนมักเปน็ เรอื่ งเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แตก่ ็อาจจะมเี รอ่ื งอื่นปะปน
บ้าง แลว้ แต่เจ้าของ blog แต่ทางทดี่ ีควรจะให้ผูอ้ ่านท่ีเขา้ มาทราบว่า blog ของเรานั้นเน้นเน้ือหาเร่ืองใด
ถา้ เรือ่ งท่ีเขยี นใน blog มีความหลากหลาย เรายังสามารถจดั หมวดหม่ใู หก้ ับเรอ่ื งท่เี รา
เขยี นไดอ้ กี ดว้ ย

ทีม่ า: http://www.enjoyday.net/what-is-blog.html

ครูให้นักเรียนบรรยายภาพประกอบข้อความสั้นๆ ในหัวข้อ Shopping? No, window shopping! ใน
หนังสือเรียน หน้า 20 (two girls in a department store) จากนั้นครูถามคำถามนักเรียน แล้วให้นักเรียน
ตอบโดยใชข้ ้อมูลของตนเอง Q3 (ความมเี หตุผล)เชน่

Do you like visiting shopping centres?
Do you usually go to shopping centres on Saturdays? If not, where do you
usually go?
Who do you go with? What do you usually do when you are there?
Do you like buying clothes or CDs?
ตอ่ มาใหน้ กั เรียนสงั เกตภาพประกอบขอ้ ความส้ันๆ ในหัวข้อ Car boot sales วา่ นกั เรียนเหน็ อะไรบา้ ง ครใู ห้
นักเรียนพดู บรรยายอยา่ งอสิ ระ แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันบรรยายภาพดงั กลา่ ว (two boys sells their toys,
they may be old things) จากน้ันครูถามคำถามนักเรยี นวา่ ในประเทศไทยมกี ารขายของแบบ car boot
sale บา้ งหรอื ไม่ แล้วจงึ ถามคำถามนกั เรยี น ดังน้ี
Do you sell old things in Thailand in the same way?
Do you think it’s a good idea?
Would you like to sell your old toys, books and other things?
ข้ันที่ 3 Reading

ครูให้นักเรียนผลัดกันอ่านข้อความสั้นๆ ในหัวข้อ Shopping? No, window shopping! คนละ 1 ประโยค Q4
(ความพอประมาณ)แล้วสำรวจว่านกั เรยี นเข้าใจความหมายของคำศัพท์ใหม่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเข้าใจเน้อื
เร่อื งอยา่ งเชน่ คำว่า loads of, window shopping หรอื ไม่

loads of (phr) = a large number or amount of somebody/something;
plenty (มากมาย)
window shopping (n) = the activity of looking at the goods in
shop/store windows, usually without intending to buy
anything (การเดนิ ดูของท่ีหนา้ ต่างโชวส์ ินค้าของร้านค้า ซงึ่ มกั จะไม่ได้
ตั้งใจท่จี ะซื้อจริงๆ)

1. ใหน้ กั เรียนผลัดกันอ่านข้อความส้นั ๆ ในหัวข้อ Car boot sales คนละ 1
ประโยค แลว้ สำรวจวา่ นกั เรยี นเขา้ ใจความหมายของคำศัพทใ์ หม่ ซึ่งมคี วามสำคญั ต่อความใจเนื้อเรอื่ ง
อยา่ งเชน่ คำว่า fill, car boot sale, rubbish, yard sales หรอื ไม่
fill (v) = to make something full of something; to become
full of something (เตมิ , ทำใหเ้ ต็ม)
car boot sale (n) = an outdoor sale where people sell things
that they no longer want, using tables or
the backs of their cars to put the goods on
(การเปิดท้ายรถขายของ)
rubbish (n) = things that you throw away because you no longer want or need
them (ขยะ)
yard sales (n) = a sale of things from somebody’s house, held in their yard (การ
ขายของท่ีสนามหญา้ ในบ้านของตนเอง)

ข้ันท่ี 4 Post-reading

นักเรียนอ่านข้อความในหนังสือเรียน หน้า 20 หัวข้อ Over to you… แล้วครูแบ่งนักเรียนในชั้นออกเป็น
กลุ่มยอ่ ย แลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ เขยี นรายการร้านคา้ ท่ีนกั เรียนตอ้ งการจะไปซ้ือของในวันหยดุ และรายการส่ิงของ
ที่จะซื้อว่ามีอะไรบ้าง Q5 (มีภูมิคุ้มกัน)ถ้ามีนักเรียนถามเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ไม่รู้ ครูเขียนคำศัพท์และ
ความหมายไว้บนกระดานด้วย เพื่อที่นักเรยี นจะได้ไม่ถามคำถามซ้ำหลายๆ ครั้ง ครูควรกำหนดเวลาในการ
ทำกิจกรรม แล้วเดินสังเกตขณะนกั เรียนทำงาน เมื่อหมดเวลา ครูสุ่มเรียกนกั เรียน 4-5 คน ให้อ่านรายการ
ของตนเอง

Possible answers
Shoe shop – trainers, sandals
Clothes shop – jeans, shorts, T-shirts, cap
Sports shop – rucksack
Health and beauty shop – sun cream, bubble bath, soap
Bookshop – guide book, phrase book, mini dictionary
Travel agency– ticket

ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5- 6 คน จากนั้นใหน้ ักเรียนชว่ ยกันจัดเตรียมการเปิดท้ายรถ ขายของ
(car boot sale) โดยให้นักเรยี นแต่ละคนตดั สินใจว่าจะขายอะไร และแต่งประโยคโดยใช้ will เช่น I’ll sell
my old dolls. แล้วพูดบอกเพื่อนในกลุ่ม Q6(มีภูมิคุ้มกัน พอประมาณ คุณธรรม)จากนั้นให้นักเรียนบอก
เพ่อื นในชัน้ เรียนเกีย่ วกับความต้งั ใจของตนเองว่าตัง้ ใจจะขายอะไร โดยใช้ be going to เชน่ I’m going to
sell my old dolls. ครูอาจทบทวนการใช้ will และ going to ให้นักเรียนอีกครั้ง ก่อนให้นักเรียนทำ
กิจกรรม ต่อมาครูให้นักเรยี นจัดกิจกรรมขายของขึ้นมาจรงิ ๆ โดยสิ่งของที่ขายอาจเปน็ ส่ิงของท่ีสมมติข้นึ มา
โดยแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ขาย (sellers) กับกลุ่มผู้ซื้อ (buyers) นักเรียนกลุ่มทีเ่ ป็นผู้ขาย
เขียนรายการสินคา้ ท่ีจะขายลงในเศษกระดาษ แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะของตนเอง กลุ่มผู้ซื้อใหเ้ ดนิ รอบๆ ชั้น
เรยี น พดู ถามราคาและตดั สนิ ใจซ้ือส่งิ ที่น่าสนใจสำหรับตนเอง สดุ ท้ายครูให้นักเรียนรว่ มกนั สำรวจวา่ ผู้ขายคน
ใดทข่ี ายได้กำไรมากทีส่ ดุ ซึง่ ก็คอื ผขู้ ายที่มผี ู้ซ้อื สนิ คา้ มากทส่ี ุดในราคาท่ีดที ี่สดุ
Extra activities: ครูอาจให้นักเรียนนำสิ่งของที่นักเรียนไม่ใช้ประโยชน์แล้วแต่ยังมีคุณภาพดีอยู่ มาขายใน
ชน้ั เรยี นจรงิ ๆ กไ็ ด้ หรือใหน้ กั เรียนทุกชนั้ ทำกิจกรรมนี้พรอ้ มๆ กัน ที่ช้ันลา่ งของอาคารเรียน เพื่อใหม้ ีผซู้ ้ือและ
ผู้ขายที่หลากหลาย เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมการซื้อขายเสร็จแล้ว ให้นักเรียนเขียนความรู้ที่ได้ว่าสามารถ
นำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งไรบ้าง แลว้ นำมาสง่ ครู Q7 (สู่ 4 มิต)ิ
ครูกระตุ้นให้นกั เรยี นเห็นความสำคญั ของการอยอู่ ย่างพอเพียง รูจ้ กั ใช้ของให้ทนทาน ถ้าส่งิ ของใดทไี่ มต่ ้องการ
ใช้จรงิ ๆ แลว้ ใหน้ ำไปบรจิ าคใหผ้ ทู้ ่ดี ้อยโอกาสกว่าตนเองหรอื นำไปขายกไ็ ด้

ชดุ คำถามกระตุน้ เพอื่ ปลูกฝงั หลกั คิดพอเพียง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง Shopping ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 เวลา 2 ช่วั โมง

คำถามกระตนุ้ เพอ่ื ปลูกฝงั หลักคดิ พอเพยี งก่อนเรียน
Q1 นักเรียนบอกวา่ หาซอื้ ของท่กี ำหนดให้ได้ทรี่ า้ นใด (ความร)ู้

คำถามกระตุ้นคดิ เพื่อปลูกฝงั หลักคดิ พอเพียงระหว่างเรียน
Q2 นักเรียนเข้าใจความหมายของ blog หรือนักเรียนท่ีมี blog เป็นของตนเองช่วยอธิบายให้
เพ่ือนเขา้ ใจ(ความร)ู้
Q3 นักเรยี นตอบคำถามที่ครถู ามเก่ยี วกบั Shopping (ความมีเหตุผล)
Q4 นักเรยี นผลดั กันอา่ นขอ้ ความสัน้ ๆ คนละ 1 ขอ้ ความ (ความพอประมาณ)
Q5 นักเรยี นตอ้ งการไปซอ้ื ของในวนั หยดุ รายการสง่ิ ของทจ่ี ะซื้อมีอะไรบา้ ง (มีภมู คิ ุ้มกัน)
Q6 นักเรียนแบง่ กลุ่ม 5-6 คน ช่วยกันเตรียมการเปิดท้ายขายของ ให้แต่ละคนตัดสินใจว่าจะ
ขายอะไร โดยแต่งประโยคเป็นภาษาอังกฤษ แล้วพูดบอกเพื่อนในกลุ่ม (มีภูมิคุ้มกัน
พอประมาณ คุณธรรม)

คำถามกระตุน้ คดิ เพือ่ ปลูกฝังหลกั คิดพอเพียงหลังเรียน
Q7 นกั เรียนสามารถนำความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวันได้อยา่ งไรบา้ ง (สู่ 4 มิติ)

แนวทางทีค่ รนู ำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชจ้ ดั การเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

แผนการจัดการเรยี นรู้ เร่ือง Shopping ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 2 ชวั่ โมง

ครูผู้สอนนำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นการจัดการเรียนรู้ ดังนี้

ความร้ทู ค่ี รตู อ้ งมีกอ่ น คุณธรรมของครูในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

➢ กระบวนการจดั กรเรียนรทู้ ี่สอดคล้องกับเนื้อหา ➢ ความรับผดิ ชอบในการเตรยี มใบความรู้ เตรียม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในบทเรียนและการ เนื้อหาและแบบทดสอบ ความอดทนในการรอ

สนทนาการซ้ือชายสินคา้ ต่างๆ รวมทั้งสื่อ และ งานจากนักเรียนที่มอบหมายให้ทำตามเวลาที่

แหล่งเรยี นรูท้ ี่ชว่ ยในการจดั การเรยี นรู้ กำหนด เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจ

ประเด็น พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู คิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี

เนอ้ื หา การรู้จักแบ่งเนื้อหาในการ เรยี งลำดบั เนือ้ หาจากง่ายไปยาก รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

จดั การเรียนรู้ และเชื่อมโยงเนื้อหากับข้อสอบ เตรียมสื่อก่อนล่วงหน้า และ

เข้ามหาวิทยาลัย และข้อสอบ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและ

O-Net มีสำรองไว้

เวลา จัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับ แบ่งเวลาให้ชัดเจนในการทำ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้

เวลา กจิ กรรม ให้เหมาะสมกบั เน้อื หา

การจดั การแบ่งนักเรยี นให้เหมาะสม ใช้กลวิธีที่สอดคล้องกับนักเรียน รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่

กิจกรรม ตามกลมุ่ ตามความสามารถ โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถ เกิดขน้ึ

สอ่ื -อุปกรณ์- เพียงพอกับนกั เรยี น นักเรียนสามารถเขา้ ถึงได้ทกุ คน มีสื่ออุปกรณส์ ำรอง

แหลง่ เรยี นรู้

การประเมนิ ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ตรงตามผลการเรียนรู้และ ใช้การประเมินผลตามสภาพ

และประเมินผลตามสภาพ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จริงและมเี กณฑท์ ี่ชดั เจน

จรงิ

ผลทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ กบั ผูเ้ รยี นจากการจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ

แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง Shopping ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 2 ช่ัวโมง

➢ ผู้เรียนไดฝ้ กึ คิดและฝึกปฏบิ ตั ิตามหลัก ปศพพ. ดังนี้

ความรทู้ ่ีนกั เรยี นตอ้ งมีก่อน คณุ ธรรมของนักเรียน

❖ ดา้ นความรู้ คือ การซอ้ื สนิ คา้ ในแต่ละอย่างควรซ้ือ นักเรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่น

ที่ร้านใด ในการทำงานและมีจิตสาธารณะ จากการเรียนรู้

❖ ดา้ นทักษะ คือ สามารถอ่านขอ้ ความภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการกลุ่ม และนำความรู้ไปสร้าง

สั้นๆได้ ประโยชน์ใหก้ ับชมุ ชนได้

หลักพอประมาณ หลกั มเี หตผุ ล หลักการสร้างภูมคิ ุ้มกนั ในตัวท่ีดี

1. นักเรียนรู้จักที่จะจัดกลุ่มให้ 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มรู้จักแก้ปัญหา 1. การทำงานกลุ่มของนักเรียนไม่

เหมาะสม และมีการปรึกษาเพื่อปรับปรุงงาน มปี ัญหา

2. นักเรียนรู้จักแบ่งหน้าที่ให้ ตลอดเวลา 2. นักเรียนรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะ

เหมาะสมกับความสามารถของ 2. นักเรียนออกแบบและเขียน หนา้ ท่เี กดิ ขึ้น

สมาชกิ ในกล่มุ รายการสินคา้ ไดน้ ่าสนใจ

➢ ผลลพั ธท์ ่เี กดิ ข้นึ กบั ผเู้ รียนจากการจดั กจิ กรรมการเรียนรบู้ ูรณาการหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

สู่ 4 มิติ ดังนี้

ผลลพั ธ์ อยอู่ ย่างพอเพียง สมดุล และพรอ้ มรบั การเปลี่ยนแปลงในดา้ นต่างๆ

วตั ถุ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม

ความรู้ มีความรเู้ รื่องการ เรียนรูส้ ินคา้ ท่มี ขี ายใน เหน็ คุณค่าของสนิ ค้า การแสดงความคิดเห็น
ทกั ษะ เกี่ยวกับประโยชน์ของ
ค่านิยม เขยี นรายการสนิ ค้า ชุมชนของตน การใชง้ านจึงนำไปสู่ สนิ ค้าชนดิ ต่างๆ

การดแู ลรกั ษา การมวี ินยั ในการทำงาน
ยอมรบั ความคดิ เหน็
สิ่งแวดลอ้ ม
การให้เกยี รติผู้อนื่ และ
สามารถเขียน การทำงานรว่ มกนั กบั ทักษะในการทำงาน เรียนรวู้ ัฒนธรรมในการ
นำเสนองาน
รายการสินคา้ ที่ ผ้อู ่ืน กลุม่

ต้องการซอื้ หรือขาย

ไดด้ ว้ ยตนเอง

มคี วามซอ่ื สตั ย์สุจริต ปฏสิ มั พนั ธ์ในการ เห็นคณุ ค่าของสินค้า

มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นร้แู ละ ทำงานกลุม่ สง่ ผลให้เกิดการใช้

มงุ่ มั่นในการทำงาน อย่างรปู้ ระหยดั และรู้

คณุ ค่า

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)
แผนการจัดการเรียนรู้ เร่ือง They’re really cool ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 เวลา 2 ชั่วโมง

1. เป้าหมายการเรยี นรู้ 2. หลกั ฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ภาระงาน/ช้นิ งาน
1.กิจกรรมในแบบฝกึ หดั หน้า10 Exs.3-4
ต.1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟงั และอา่ นจากสอื่ 2.เขยี นรายการรา้ นค้าและสินค้า
ประเภทต่างๆและแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตุผล
การวัดผลประเมินผล
สาระสำคญั
ฟังและอา่ นบทสนทนาตลอดจนการเดาความหมาย ประเดน็ วธิ ีการวัด เครื่องมอื เกณฑ์
จากบริบท เพื่อจับใจความสำคัญและการสนทนา ดา้ น K ตรวจ แบบฝกึ หดั คุณภาพ 2 ผ่าน
เกีย่ วกบั ขนาดและราคาของสินค้าเพอื่ ซ้อื สนิ ค้าและ ด้าน P แบบฝึกหัด (work book) เกณฑ์
บริการ แบบประเมนิ การ ร้อยละ 60
ดา้ น A ประเมนิ การ แสดงบทสนทนา ผา่ นเกณฑ์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ แสดงบท
1. เขา้ ใจบทสนทนาเก่ียวกับการซอ้ื ชอง และพดู เกี่ยว สนทนา แบบสังเกต คุณภาพ 2 ผา่ น
สงั เกตความใฝ่รู้ คณุ ลักษณะอนั เกณฑ์
กับขนาดและราคาได้ พงึ ประสงค์

2. ใชภ้ าษาอังกฤษในการซอ้ื ของง่ายๆโดยระบุส่งิ ท่ี They’re really cool
ต้องการและถามราคาได้
สาระการเรยี นรู้ 3. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรมการเรียนรู้: ครใู ห้นักเรยี นทำงานคแู่ ละ
1. Language Features and Functions สำรวจเพอ่ื นในชนั้ เรียนอีก 5 คน เก่ยี วกับ
Vocabulary: prices in pounds, dollars, euros ขนาดของรองเท้าของเพ่ือนทง้ั แบบ the UK,
Functions: Buying something in a shop and the USA, Europeเสรจ็ แลว้ ให้ทำตารางเพอื่
Talking about prices แสดงขนาดรองเทา้ ของเพอ่ื น
2. Language Skills 4. สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
Speaking: พูดซอื้ ของงา่ ยๆ ถามราคา ขนาดสนิ คา้
Reading: อา่ นบทสนทนาเพอ่ื ความเข้าใจ -หนังสือเรียน Team Up in English 3
-แบบฝกึ หัด Team Up in English 3
สมรรถนะสำคัญ -Class Audio CDs
1.ทักษะการตัง้ คำถาม -Personal Toolkit
–ต้ังคำถามเกีย่ วกับขนาดและราคาของสินค้าต่างๆ

คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1.ใฝเ่ รยี นรู้

กจิ กรรมการเรยี นรู้เพือ่ เสรมิ สรา้ งคุณลักษณะอยู่อยา่ งพอเพียง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

แผนการจดั การเรยี นรู้ เรอื่ ง They’re really cool ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 2 ช่วั โมง

กระบวนการจดั การเรียนการสอน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 Warm up

นกั เรียนดูภาพในหนังสอื เรยี น หน้า 16 แลว้ ครูถามคำถามนกั เรยี นเก่ียวกบั ภาพ เช่น
Who are the girls? (Olga and Kate)
What are they looking at? (A white sleeveless T-shirt)
Who is trying it on? (Kate)

Do you think she will buy it?

ข้นั ที่ 2 Presentation
1. ครเู ปิด CD1/Track 12 ใหน้ ักเรียนฟงั อย่างตอ่ เนอ่ื ง และอา่ นบทสนทนาในหนังสือเรยี น หน้า 16 Ex.1 ตาม
ไปดว้ ย จากนน้ั เปดิ CD ให้นักเรียนฟงั อกี 1 รอบ โดยหยุด CD ใหน้ ักเรียนเป็นระยะ เพอื่ ใหน้ กั เรียนทำความ
เข้าใจบทสนทนา
2. ให้นักเรียนอ่านข้อมลู ในหนงั สือเรยี น หน้า 16 หวั ขอ้ Culture Tip พร้อมทง้ั ให้ช่วยกนั อธบิ าย

Culture Tip
คำเรยี ก ‘ขนาด’ ในภาษาอังกฤษ สำหรับเสอ้ื ผ้าและรองเทา้ จะใชค้ ำเดียวกนั คอื คำว่า size

3. ครทู บทวนเก่ยี วกบั สกุลเงินของตา่ งประเทศ โดยเขยี นสัญลักษณต์ อ่ ไปนีบ้ นกระดาน
$, £, €

แลว้ ให้นักเรียนระบุวา่ สัญลกั ษณ์เหล่านีค้ ืออะไร เม่ือไดค้ ำตอบแล้วครูอธบิ ายเพิ่มเตมิ วา่
One U.S. dollar is made up of 100 cents.
The Euro is also made up of 100 cents.
The Pound sterling is made up of 100 pence, abbreviated and pronounced p.

Background Information
$ = เปน็ สกุลเงินทีใ่ ช้ในสหรัฐอเมรกิ า แคนาดา ออสเตรเลีย และอีกหลายๆ ประเทศ

1 ดอลลาร์ มีค่าเทา่ กบั 100 เซนต์ (cents)
£ = เป็นสกุลเงินท่ใี ช้ในสหราชอาณาจกั ร 1 ปอนดม์ ีค่าเทา่ กับ 100 เพนซ์ (pence)
p = ย่อมาจาก penny (เอกพจน์) หรอื pence (พหพู จน์) เหรยี ญเงินทีใ่ ช้ในสหราชอาณาจกั ร
€ = เปน็ สกลุ เงินท่ปี ระเทศในกล่มุ สหภาพยุโรป 13 ประเทศ ตกลงใช้รว่ มกัน

1 ยูโร มีค่าเท่ากบั 100 เซนต์ (cents)

จากน้ันเขยี นราคาส่ิงของบนกระดาน ดังน้ี
1. $320.00
2. £15.00
3. €26.00
4. £9.99
5. €6.60
6. $89.32
7. €13.02

แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั อา่ นราคา 3 ขอ้ แรกรว่ มกนั จากน้นั ส่มุ เรียกนักเรียนทีละคนให้อา่ นข้อที่เหลือ
1. Three hundred and twenty dollars
2. Fifteen pounds
3. Twenty-six euros
4. Nine pounds and ninety-nine
5. Six euros and sixty
6. Eighty-nine dollars and thirty-two
7. Thirteen euros and two

ครูสมุ่ เรยี กนกั เรียนมาเขยี นราคาบนกระดาน แล้วให้นกั เรยี นในหอ้ งฝึกอ่านราคาที่เพ่ือนเขยี น
4. ครเู ขียนคำว่า Shoe size บนกระดานตวั ใหญ่ๆ แล้วเขยี นประโยคพูดถามและตอบบนกระดานพรอ้ มทง้ั พดู ให้

นักเรียนฟงั ด้วย
What’s your shoe size?
5 I’m a five. I’m a size 5.
6.5 I’m a six and a half.
7.5 I’m a seven and a half.
8.5 I’m an eight and a half.
9 I’m a nine. / a size 9.
10 I’m a 10 / a size 10.

Background Information
การถาม-ตอบเกีย่ วกบั ขนาดของรองเทา้ สามารถใช้ถาม-ตอบไดห้ ลายแบบ เช่น
What shoe size do you take / wear?
I take/wear (a) size 5 in shoes.
I take/wear a size 5 shoe.
Do you have these shoes in (a) size 5?

ขน้ั ท่ี 3 Practice
1. ให้นักเรียนอา่ นตัวอย่างประโยคในหนังสอื เรยี น หนา้ 16 Ex.2 แล้วให้นกั เรยี นผลดั กนั อา่ นออกเสียงคำถาม
พร้อมทัง้ สรปุ ประเด็นคำถามทีละขอ้ และใหน้ กั เรียนคัดลอกคำถามลงในสมุด โดยเว้นที่ว่างไว้สำหรับเขียน
ตอบ จากน้นั ใหเ้ วลานักเรียน 5 นาที อา่ นบทสนทนาใน Ex.1 อกี ครัง้ แลว้ ตอบคำถามดงั กล่าว ครเู ดินสังเกต
และใหค้ วามชว่ ยเหลอื นกั เรยี นรอบห้องเรยี น
เสร็จแลว้ ใหน้ ักเรียนจบั คกู่ บั เพื่อนเพือ่ แลกเปลย่ี นกนั ตรวจคำตอบ ครูสุม่ เรียกนกั เรียนให้มาเขยี นคำตอบบน
กระดานเพือ่ ใหน้ ักเรียนคนอ่นื ๆ ได้ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

Answers

1. She wants to buy a white top.2. Size 10.

3. Yes, she does. 4. £9.99 (nine pounds ninety-nine)

5. Yes, she does. 6. She’s going to wear it to the party tonight.

2. ครอู า่ นหวั ข้อในตารางในหนังสอื เรยี น หนา้ 16 Ex.3 แล้วครอู ธบิ ายวา่ ในยุโรป สหราชอาณาจักร และใน
สหรฐั อเมรกิ า เบอรท์ ใี่ ชเ้ รยี กขนาดของรองเท้านน้ั จะแตกตา่ งกนั
จากนน้ั ครใู ห้นกั เรยี นเปรยี บเทยี บขนาดรองเท้าท่ใี หม้ าในตารางของแตล่ ะประเทศ กับขนาดรองเทา้ ของ
ตนเอง
ครสู มุ่ เรียกนักเรยี น 2 คน อา่ นตัวอย่างประโยคทใ่ี หม้ าในหนงั สือเรยี น จากน้นั ครเู ขียนคำถามบนกระดาน
What’s your shoe size in Europe? และเขียน 38 พร้อมทัง้ พดู ว่า I’m a size 38 in Europe,
a 7½ in the USA and a 5 in the UK. จากน้นั ครสู ่มุ ถามคำถามนักเรียนคนอนื่ ๆ เชน่
T: What’s your size in the UK?
S1: I’m a size 4.
T: What’s your size in the USA?
S2: I’m a size 6.5
เม่ือนกั เรียนเข้าใจวิธีการพูดบอกขนาดรองเท้าโดยดูข้อมูลจากตารางท่ีให้มาแลว้ ครใู หน้ กั เรยี นจบั คพู่ ูดถาม-
ตอบกันเหมือนดงั ตัวอยา่ งที่ใหม้ า ครเู ดนิ สงั เกตการทำงานของนกั เรยี นรอบๆ หอ้ งเรยี นและให้ความชว่ ยเหลอื
เสรจ็ แล้วส่มุ เรียกนกั เรียน 2-3 คู่ ใหอ้ อกมาสาธิตการพดู ถาม-ตอบทีห่ นา้ ช้นั เรียน

3. อธบิ ายภาระงานในหนงั สอื เรยี น หนา้ 17 Ex.4 วา่ นักเรยี นจะได้ฟงั บทสนทนาสัน้ ๆ 6 บท เพ่ือระบรุ าคาของ
สง่ิ ของท่ีนักเรยี นเหน็ ในภาพ
ครอู ธบิ ายเพิม่ เตมิ วา่ บทสนทนาทนี่ ักเรยี นไดฟ้ งั นี้ นักเรยี นจะได้ยินสำเนียงแบบอเมริกัน เมือ่ ราคาทบ่ี อกมีสกุล
เงนิ เปน็ ดอลลาร์ สำเนยี งแบบอังกฤษเมอื่ ราคาทบ่ี อกมีสกุลเงนิ เป็นปอนด์ สำเนยี งแบบไอรชิ เม่ือราคาที่บอก
มีสกลุ เงินเปน็ ยูโร เนอ่ื งจากประเทศสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ใชส้ กลุ เงินยูโร เชน่ เดียวกบั ประเทศอ่ืนๆ ในยุโรป
ยกเว้นไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) ทีใ่ ชส้ กุลเงินเป็นปอนด์สเตอร์ลิง เพราะเป็นสว่ นหน่ึงของสหราช
อาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งนอกจากไอร์แลนด์เหนือแล้ว ยังมีสกอตแลนด์ เวลส์ และอังกฤษที่ใช้เงิน
ปอนด์สเตอร์ลิง ครูอาจสุ่มเรียกให้นักเรียนพูดบอกราคาที่ให้มาในกรอบในหนังสือเรียน เพื่อตรวจสอบว่า
นักเรยี นเขา้ ใจวิธกี ารพูดบอกราคา ถ้ายงั มีนกั เรียนทไี่ มเ่ ข้าใจ ครูทบทวนใหน้ กั เรียนฟังอีกคร้ังเม่ือเข้าใจภาระ
งานแลว้ ครเู ปดิ CD1/Track 13 ใหน้ ักเรียนฟงั บทสนทนาบทแรก ซึง่ เปน็ บทสนทนาตวั อย่าง แล้วให้นักเรียน
ช่วยกันบอกราคาและสกุลเงินที่ได้ยนิ ครูเปิด CD1/Track 13 ต่อ โดยหยุด CD หลังจากจบแต่ละบทสนทนา
สั้นๆ เพื่อให้เวลานักเรียนเขียนราคาสินค้าลงในสมุดของตนเองครูเปิด CD ให้นักเรียนฟังอีกครั้ง เพื่อให้
นกั เรยี นตรวจทานคำตอบของตนเอง เสรจ็ แลว้ ครูรวบรวมคำตอบของนักเรยี น เพอ่ื เฉลยคำตอบรว่ มกนั โดย
ครเู ขียนคำตอบท่ถี ูกต้องบนกระดานอกี คร้ัง

Audio script Excuse me, how much is this CD?
Boy: It’s £6.99.
English woman: That T-shirt’s really nice and it’s only $10.50.
1. American girl: How much are those trainers?
2. Girl: The silver ones? They’re £89.90.
That’s expensive!
English boy: Those sunglasses are really cool. But they cost a lot.
Girl: How much are they?
3. Irish girl: They’re €75.
Boy: How much is this magazine?
Irish girl: It’s $3.30.
4. Woman: A bar of chocolate, please.
American girl: That’s 85p, please.
5. Boy: I’m going to see Pearl Jam in concert next month!
English woman: Great. How much was the ticket?
6. Irish girl: It was €50. A present for my birthday.
Girl:
Irish girl: 2. (trainers) £89.90
4. (magazine) $3.30
Answers 6. (concert ticket) €50
1. (T-shirt) $10.50
3. (sunglasses) €75
5. (chocolate) 85p

Extra Activities: ครูแบง่ นกั เรียนออกเปน็ กลมุ่ ยอ่ ยๆ ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนนำสิง่ ของทีม่ ีอยใู่ นกระเป๋าออกมา
วางคนละ 1-2 ชิน้ แล้วเขยี นป้ายราคาในกระดาษชิ้นเล็กๆ ครูกระตนุ้ ใหใ้ ช้หนว่ ยเงนิ ที่แตกตา่ งกัน จากนั้นให้
นักเรยี นผลดั กันพดู ถาม-ตอบเกีย่ วกับราคาส่ิงของ เช่น

How much is/are……………..? The owner answer: It’s/They’re €5/99 p. etc.
4. ครูสุ่มเรียกนักเรียน 2 คน อา่ นตวั อยา่ งการถาม-บอกราคาในหนงั สือเรยี น หน้า 17 Ex.5 จากน้ันให้

นกั เรยี นจบั คกู่ นั ฝกึ พูดถาม-บอกราคาส่ิงของต่างๆ ใน Ex.4
5. ครูอธบิ ายว่ามีคำ 7 คำทป่ี รากฏในหนงั สือเรียน หน้า 17 Ex.6 เป็นคำศัพทเ์ กยี่ วกบั เสอื้ ผ้าทว่ี ัยรุน่ ชอบสวมใส่

สว่ นประโยค 1-6 เป็นคำจำกดั ความของเสื้อผ้าแต่ละชนิด ครูอาจเขยี นคำว่า tight, low waist และ denim
บนกระดาน แล้วครูช่วยนักเรียนให้เข้าใจความหมายหรืออาจให้นักเรียนเปิดพจนานุกรม จากนั้นครูให้
เวลานักเรียน 5 นาที จับคู่คำศัพท์กับคำจำกัดความที่ให้มา เสร็จแล้วครูเปิด CD1/ Track 14 ให้
นักเรียนฟังเพ่ือตรวจคำตอบ

Weak classes: เน่ืองจากคำศพั ท์เก่ียวกับเสอ้ื ผ้าทใ่ี ห้มาค่อนข้างยาก ครคู วรเปิด CD ใหน้ กั เรียนฟงั ก่อน แลว้
จึงช่วยกนั อธิบายความหมายของคำศพั ทร์ ่วมกนั จากน้นั ครูเปิด CD ให้นักเรยี นฟงั และทำกจิ กรรม เสรจ็ แล้ว
จึงเฉลยคำตอบร่วมกัน แลว้ สมุ่ เรียกนักเรียนใหผ้ ลัดกันอา่ นคำศพั ทแ์ ละคำจำกัดความทจ่ี ับคถู่ กู ตอ้ งแล้ว เพ่อื
เปน็ การตรวจคำตอบของนักเรียนอกี ครัง้ หนงึ่

Audio script and answers

hip-huggers: tight jeans with a low waist

1. baggy jeans: very wide and large denim trousers

2. hoodie: a casual top with a hood

3. sweatshirt: a casual top made of heavy cotton

4. flip flops: a casual sandal, often made of plastic

5. sneaker: the American word for trainers

6. beanie: a tight hat made of wool

6. ครสู ุม่ เรยี กนักเรียนหลายๆ คู่ อ่านประโยคท่ใี หม้ าในหนงั สอื เรียน หนา้ 17 หัวข้อ Look & Use
7. อธบิ ายภาระงานในหนังสอื เรียน หนา้ 17 Ex.7 แล้วใหน้ ักเรียนจับคู่กนั คนหนงึ่ เป็น A และอกี คนหนงึ่ เป็น B

แล้วใหน้ ักเรียนจินตนาการว่าอยูใ่ นรา้ นขายเส้ือผ้ากีฬา (sportswear) โดยใหน้ ักเรียน A เป็นลกู ค้าท่ีต้องการ
จะซอ้ื รองเทา้ ผา้ ใบ 1 คู่ สว่ นนกั เรียน B เป็นพนักงานขาย
ครสู ่มุ เรยี กนกั เรยี น 1 คู่ อา่ นตัวอย่างบทสนทนาที่ใหม้ า จากนัน้ ครอู ่านข้อมลู แรกในโครงสร้างของบทสนทนา
ทีใ่ ห้มา A: Ask to see a pair of trainers แลว้ ใหน้ กั เรียนทเ่ี ปน็ A พดู ประโยคตัวอย่างท่ีสมั พันธก์ บั ขอ้ มลู น้ี
Hello. Can I see those trainers, please? ครูอ่านขอ้ มลู ต่อไป B: Ask what size แล้วให้นกั เรียน B พดู
ประโยคตัวอยา่ ง What size are you?
ครอู ่านโครงสรา้ งของบทสนทนาทีเ่ หลอื แลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั บอกความหมาย เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจ
ของนกั เรยี น แล้วจงึ ใหเ้ วลานักเรยี นทำกิจกรรม ครูแนะนำวา่ นักเรยี นสามารถใชว้ ลจี ากบทสนทนาใน Ex.1
มาใชไ้ ด้ เมอ่ื นกั เรียนสนทนากนั เสร็จแล้ว ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคสู่ ลับบทบาทกัน เพ่ือให้ฝึกพดู ท้ังบทบาทของ
ลกู คา้ และพนักงานขาย
Weak classes: นกั เรียนจับคู่ชว่ ยกันเขียนบทสนทนาลงในกระดาษ โดยครูคอยช่วยเหลอื ครรู วบรวมผลงาน
ของนักเรยี นมาตรวจ แล้วใหน้ กั เรยี นแกไ้ ขใหม่ให้ถกู ตอ้ ง เสรจ็ แลว้ ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี นหลายๆ คู่ ให้ออกมา
แสดงบทสนทนาทีห่ นา้ ชนั้
Advanced classes: นกั เรยี นเตรยี มบทสนทนาแบบปากเปลา่ จากนัน้ ครสู ุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คู่ ให้
ออกมาแสดงทีห่ นา้ ชั้น

Possible answers
A: Hello. Can I see those trainers, please?
B: Yes. What size are you?
A: Thirty-nine.
B: What colour would you like?
A: Red, please. Can I try them on?
B: Yes, here you are.
A: How much are they?
B: Seventy-five euros.
A: OK. I’ll take them. Here are seventy-five euros.
B: Thank you.
ข้นั ที่ 4 Production
1. อธิบายภาระงานในหนงั สอื เรยี น หน้า 17 Ex. 8 วา่ ให้นักเรยี นทำงานคู่ แต่งบทสนทนาเก่ียวกบั การซ้ือของใน
ร้านค้าที่นักเรียนเลือก นักเรียนสามารถใช้บทสนทนาใน Ex.1 และ Ex.7 เป็นต้นแบบในการเขียนได้ โดยครู
กระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของตนเองเข้าไปในบทสนทนาด้วย เช่น They’re too
expensive. หรือ They’re really cool, but they cost a lot.
ครูอา่ นตัวอย่างบทสนทนาท่ีใหม้ า และกระตุ้นให้นักเรยี นชว่ ยกนั เสนอความคิดในการแต่งบทสนทนาดังกล่าว
ให้สมบูรณ์ เสร็จแล้วให้นักเรียนฝกึ แสดงบทสนทนา โดยครใู หน้ ักเรยี นสลับบทบาทกัน ครกู ำหนดเวลาในการ
ทำงาน แล้วเดินสังเกตและช่วยเหลือนกั เรียนเป็นรายบคุ คล/รายคู่
2. นักเรียนทำกิจกรรมในหนังสือเรียน หน้า 17 Ex.9 ด้วยการสุ่มเรียกนักเรียนหลายๆ คู่ ออกมาแสดงบท
สนทนาท่ีหนา้ ชน้ั ครูอาจให้นักเรียนช่วยกนั ลงมติเลือกคทู่ ่ีแสดงบทสนทนาได้ดที ี่สุด แล้วใหค้ ู่ที่ได้รับการเลือก
ออกมาแสดงบทสนทนาอีกครั้ง ในการเริ่มต้นคาบเรียนถัดไป โดยอาจเตรียมสิ่งของเพื่อมาใช้ประกอบการ
แสดงเพมิ่ เตมิ

Possible answers
A: Can I help you?
B: Yes, please. I’m looking for a T-shirt.
A: What size are you?
B: Size 12.
A: What colour would you like?
B: Have you got a red one?
A: Here you are!
B: Can I try it on?
A: Yes, the changing room’s on your left, over there.

B: Thank you.
A: Is it OK?
B: Yes, how much is it?
A: 35 euros.
B: It’s OK. I’ll take it!

Personal Toolkit Pictionary: 7 Summer and Winter Clothes

3. นกั เรยี นทำงานคู่ ให้แตล่ ะคู่สำรวจเพ่ือนในช้นั เรยี นอย่างน้อย 5 คน เกยี่ วกับขนาดรองเท้าของเพื่อนท้ังแบบ
the UK, the USA, Europe รวมทงั้ ประเทศไทย โดยใช้โครงสรา้ งภาษาท่เี รียนมา เช่น Maria, what’s
your shoe size in the USA? Jenny, what’s your shoe size in the UK? เสรจ็ แลว้ ให้นกั เรียนทำ
ตารางเพื่อแสดงขนาดรองเท้าของเพอ่ื น

Name Shoe size

the UK Europe the USA Thailand

Maria

Jenny

Tom

Peter

Harry

4.นักเรยี นทำกจิ กรรมในแบบฝึกหัด (Workbook) หน้า 10Exs.3-4 และหน้า 11Exs.3-4 เปน็ การบา้ น

ชุดคำถามกระตนุ้ เพือ่ ปลกู ฝงั หลกั คิดพอเพียง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ

แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง They’re really cool ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 2 ชัว่ โมง

คำถามกระตุ้นเพื่อปลูกฝังหลกั คิดพอเพียงก่อนเรียน
Q1 นกั เรียนบอกว่าหาซอ้ื ของที่กำหนดให้ได้ท่รี ้านใด (ความรู้)

คำถามกระตนุ้ คดิ เพ่ือปลูกฝังหลกั คดิ พอเพียงระหวา่ งเรยี น
Q2 นักเรียนเข้าใจความหมายของ blog หรือนักเรียนที่มี blog เป็นของตนเองช่วยอธบิ ายให้
เพื่อนเข้าใจ(ความรู้)
Q3 นกั เรยี นตอบคำถามท่ีครถู ามเกย่ี วกบั Shopping (ความมีเหตผุ ล)
Q4 นักเรียนผลดั กนั อา่ นขอ้ ความสน้ั ๆ คนละ 1 ข้อความ (ความพอประมาณ)
Q5 นกั เรยี นตอ้ งการไปซ้อื ของในวันหยุด รายการสง่ิ ของทีจ่ ะซอื้ มีอะไรบา้ ง (มีภมู คิ ้มุ กัน)
Q6 นักเรียนแบง่ กลุ่ม 5-6 คน ช่วยกันเตรียมการเปิดทา้ ยขายของ ให้แต่ละคนตัดสินใจว่าจะ
ขายอะไร โดยแต่งประโยคเป็นภาษาอังกฤษ แล้วพูดบอกเพื่อนในกลุ่ม (มีภูมิคุ้มกัน
พอประมาณ คุณธรรม)

คำถามกระตุ้นคดิ เพื่อปลูกฝังหลักคดิ พอเพยี งหลังเรยี น
Q7 นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันได้อย่างไรบา้ ง (สู่ 4 มติ )ิ

แนวทางที่ครนู ำหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ

แผนการจดั การเรยี นรู้ เร่ือง They’re really cool ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 2 ช่วั โมง

ครผู ูส้ อนนำหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี

ความร้ทู ีค่ รูตอ้ งมีก่อน คุณธรรมของครใู นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

➢ กระบวนการจัดกรเรียนรู้ทส่ี อดคล้องกับเนื้อหา ➢ ความรับผดิ ชอบในการเตรียมใบความรู้ เตรียม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ใช้ในบทเรียนและการ เนื้อหาและแบบทดสอบ ความอดทนในการรอ

สนทนาการซื้อชายสินคา้ ตา่ งๆ รวมทั้งสื่อ และ งานจากนักเรียนที่มอบหมายให้ทำตามเวลาท่ี

แหลง่ เรยี นรทู้ ีช่ ว่ ยในการจดั การเรยี นรู้ กำหนด เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ

ประเดน็ พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี มู คิ มุ้ กันในตัวที่ดี

เนื้อหา การรู้จักแบ่งเน้ือหาในการ เรยี งลำดับเนื้อหาจากง่ายไปยาก รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เวลา จัดการเรยี นรู้ และเชื่อมโยงเนื้อหากับข้อสอบ เตรียมสื่อก่อนล่วงหน้า และ

การจดั เข้ามหาวิทยาลัย และข้อสอบ เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมและ
กจิ กรรม
สอ่ื -อปุ กรณ์- O-Net มีสำรองไว้
แหลง่ เรียนรู้
การประเมิน จัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับ แบ่งเวลาให้ชัดเจนในการทำ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้

เวลา กิจกรรม ใหเ้ หมาะสมกบั เนื้อหา

การแบง่ นักเรียนให้เหมาะสม ใช้กลวิธีที่สอดคล้องกับนักเรียน รู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่

ตามกลมุ่ ตามความสามารถ โดยคำนงึ ถงึ ความสามารถ เกิดข้นึ

เพยี งพอกบั นกั เรยี น นกั เรียนสามารถเข้าถงึ ได้ทกุ คน มสี อื่ อุปกรณ์สำรอง

ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ตรงตามผลการเรียนรู้และ ใช้การประเมินผลตามสภาพ

และประเมินผลตามสภาพ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จริงและมเี กณฑท์ ีช่ ัดเจน

จริง

ผลท่ีจะเกิดขน้ึ กบั ผูเ้ รียนจากการจัดกิจกรรมการเรียนร้ตู ามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ

แผนการจดั การเรียนรู้ เร่ือง They’re really cool ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 2 ชั่วโมง

➢ ผเู้ รยี นไดฝ้ กึ คิดและฝกึ ปฏบิ ัติตามหลัก ปศพพ. ดังนี้

ความรู้ที่นักเรยี นต้องมีกอ่ น คณุ ธรรมของนกั เรยี น

❖ ดา้ นความรู้ คือ การซ้อื สนิ คา้ ในแต่ละอย่างควรซ้ือ นักเรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ัน

ทรี่ ้านใด ในการทำงานและมีจิตสาธารณะ จากการเรียนรู้

❖ ด้านทกั ษะ คอื สามารถอ่านข้อความภาษาอังกฤษ ด้วยกระบวนการกลุ่ม และนำความรู้ไปสร้าง

สนั้ ๆได้ ประโยชน์ให้กับชุมชนได้

หลักพอประมาณ หลกั มีเหตุผล หลักการสรา้ งภูมิคุ้มกนั ในตัวทดี่ ี

3. นักเรียนรู้จักที่จะจัดกลุ่มให้ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มรู้จักแก้ปัญหา 2. การทำงานกลุ่มของนักเรียนไม่

เหมาะสม และมีการปรึกษาเพื่อปรับปรุงงาน มปี ัญหา

4. นักเรียนรู้จักแบ่งหน้าที่ให้ ตลอดเวลา 3. นักเรียนรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะ

เหมาะสมกับความสามารถของ 4. นักเรียนออกแบบและเขียน หนา้ ท่เี กิดขึน้

สมาชิกในกลมุ่ รายการสินคา้ ไดน้ า่ สนใจ

➢ ผลลพั ธท์ ี่เกิดขน้ึ กบั ผเู้ รยี นจากการจัดกิจกรรมการเรียนร้บู รู ณาการหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

สู่ 4 มิติ ดังน้ี

ผลลัพธ์ อยอู่ ย่างพอเพยี ง สมดลุ และพร้อมรบั การเปลี่ยนแปลงในด้านตา่ งๆ

วตั ถุ สงั คม สิง่ แวดล้อม วฒั นธรรม

ความรู้ มคี วามรู้เรื่องการ เรียนรสู้ ินค้าท่มี ีขายใน เห็นคุณค่าของสนิ ค้า การแสดงความคิดเหน็

เขยี นรายการสนิ คา้ ชมุ ชนของตน การใช้งานจึงนำไปสู่ เกีย่ วกับประโยชนข์ อง

การดูแลรักษา สนิ ค้าชนดิ ต่างๆ

สิง่ แวดล้อม

ทักษะ สามารถเขยี น การทำงานร่วมกันกบั ทักษะในการทำงาน การมีวนิ ยั ในการทำงาน

รายการสินค้าท่ี ผ้อู น่ื กลุ่ม ยอมรับความคิดเหน็

ตอ้ งการซอ้ื หรือขาย

ไดด้ ว้ ยตนเอง

คา่ นิยม มีความซ่อื สัตยส์ ุจริต ปฏสิ มั พันธ์ในการ เห็นคณุ ค่าของสินค้า การใหเ้ กียรตผิ ้อู ืน่ และ

มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้และ ทำงานกลุ่ม สง่ ผลให้เกดิ การใช้ เรยี นร้วู ฒั นธรรมในการ

มุ่งมั่นในการทำงาน อย่างรปู้ ระหยัดและรู้ นำเสนองาน

คุณค่า

ภาคผนวก

Work sheet

Answer the Questions.

1. Where can you buy bread?
………………………………………………………………..

2. Where can you buy a T-shirt?
………………………………………………………………..

3. Where can you buy chocolate?
………………………………………………………………..

4. Where can you buy pasta?
………………………………………………………………..

5. Where can you buy stamps?
………………………………………………………………..

6. Where can you buy cheese?
………………………………………………………………..

7. Where can you buy a sports bag?
………………………………………………………………..

8. Where can you buy aspirins?
………………………………………………………………..

9. Where can you buy chicken?
………………………………………………………………..

10. Where can you buy sandals?
………………………………………………………………..

AAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAA

เฉลย

1. At the baker’s.
2. At the clothes shop.
3. At the sweet shop.
4. At the supermarket.
5. At the post office.
6. At the supermarket (or at the deli).
7. At the sports shop.
8. At the chemist’s.
9. At the butcher’s.
10. At the shoe shop.

They’re really cool

ภาคผนวก

Work sheet

Answer the Questions.

11. Where can you buy bread?
………………………………………………………………..

12. Where can you buy a T-shirt?
………………………………………………………………..

13. Where can you buy chocolate?
………………………………………………………………..

14. Where can you buy pasta?
………………………………………………………………..

15. Where can you buy stamps?
………………………………………………………………..

16. Where can you buy cheese?
………………………………………………………………..

17. Where can you buy a sports bag?
………………………………………………………………..

18. Where can you buy aspirins?
………………………………………………………………..

19. Where can you buy chicken?
………………………………………………………………..

20. Where can you buy sandals?
………………………………………………………………..

AAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAAA

เฉลย

11. At the baker’s.
12. At the clothes shop.
13. At the sweet shop.
14. At the supermarket.
15. At the post office.
16. At the supermarket (or at the deli).
17. At the sports shop.
18. At the chemist’s.
19. At the butcher’s.
20. At the shoe shop.


Click to View FlipBook Version