The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่ม บทสรุปผู้บริหาร ส่งงานงวด4 _25640416

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nannapat.ter, 2021-04-19 02:02:31

รวมเล่ม บทสรุปผู้บริหาร ส่งงานงวด4 _25640416

รวมเล่ม บทสรุปผู้บริหาร ส่งงานงวด4 _25640416

บทสรุปผบู้ ริหาร

สารบญั

1. ทม่ี า หนา้ ที่
2. การศกึ ษา วิเคราะห์กรอบทกั ษะความรูด้ ้านดิจิทลั การรับรองหลักสตู รด้านดิจทิ ลั
1
สำ�หรับบคุ ลากรภาครัฐของตา่ งประเทศและในประเทศ 3
3. การจดั ประชมุ ระดมสมองเพือ่ หากรอบมาตรฐานดา้ นทกั ษะดจิ ทิ ลั และ 8
10
กรอบแนวทางการประเมินเพ่อื รบั รองหลักสตู รท่เี หมาะสมกบั ประเทศไทย 10
4. ข้นั ตอนการยน่ื ขอรับการประเมินเพื่อรบั รองหลกั สตู รและการจดั การการอบรม 16
4.1 ข้ันตอนการย่นื ขอรบั การประเมนิ เพอ่ื รบั รองหลักสูตรและการจดั การการอบรม
4.2 กระบวนการย่นื ขอรบั การประเมนิ เพือ่ รบั รองหลักสตู รและการจัดการการอบรม

หน้าท่ี i

บทสรปุ ผู้บริหาร

สารบัญรปู

รูปท่ี 1 แสดงความเชื่อมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรียนรู้ (Learning Design Standard) กับ หนา้ ที่
แนวนโยบายการปรับเปล่ียนไปสดู่ จิ ทิ ลั (Digital Transformation Agenda)
รปู ท่ี 2 องค์ประกอบของ Skill Framework for the Information Age: SFIA 4
รปู ที่ 3 กรอบมาตรฐานสมรรถนะของรฐั บาลอเิ ล็กทรอนิกส์ของอินเดยี (e-GCF) 5
รูปที่ 4 ระดบั การพัฒนาทกั ษะดา้ นดิจทิ ัลของข้าราชการและบคุ ลากรภาครฐั 6
จำ�แนกตามหนา้ ทแ่ี ละวุฒิภาวะขององค์กร 7
รปู ท่ี 5 เปรยี บเทียบกรอบการพฒั นาบคุ ลากรภาครฐั ทางดิจิทัลของไทย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจกั ร 7
และอินเดยี 10
รูปที่ 6 ขน้ั ตอนการยืน่ ขอรบั การประเมินเพื่อรบั รองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม 11
รปู ท่ี 7 ขั้นตอนการย่ืนคำ�ขอรับการประเมนิ เพือ่ รบั รองหลักสูตรฯ (ข้ันตอนที่ 1) 12
รูปท่ี 8 ขนั้ ตอนการตรวจสอบเอกสาร (ขน้ั ตอนท่ี 2) 13
รปู ที่ 9 ขนั้ ตอนการตรวจประเมนิ หลกั สูตร (ข้นั ตอนท่ี 3) 14
รูปท่ี 10 ข้นั ตอนการประชุมสรุปผลเพอ่ื การตัดสนิ (ขั้นตอนที่ 4) 15
รูปท่ี 11 ขน้ั ตอนการแจง้ ผลการตดั สิน (ขัน้ ตอนท่ี 5) 16
รูปที่ 12 กระบวนการยน่ื ขอรับการประเมินเพือ่ รบั รองหลักสตู รและการจดั การการอบรม 18
รปู ท่ี 13 รปู แบบการดำ�เนินการภารกจิ การประเมนิ เพือ่ รับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม

หน้าที่ ii

บทสรปุ ผบู รหิ าร

1. ทีม่ า

ตามที่รัฐบาลไดจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(พ.ศ. 2561-2580) ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 เพื่อใชเปนแผน
แมบทหลักในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ โดยใหแ ผนแมบทน้ีมีความสอดคลองกับ
ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-
2565) หนึ่งในยุทธศาสตรสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนภาครัฐสูการเปนรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเปนการมุงเนนการใช
เทคโนโลยดี จิ ิทลั ในกระบวนการทำงานและการใหบ รกิ ารภาครัฐ เพ่ือใหเกดิ การปฏิรูปกระบวนการทำงานและ
ขัน้ ตอนการใหบริการใหม ปี ระสทิ ธิภาพ ถกู ตอง รวดเรว็ และอำนวยความสะดวกใหผ ใู ชบ ริการ

ดังนั้น ภาครัฐจึงมีความตองการที่จะพัฒนาทักษะดานดิจิทัลของขาราชการและบุคลากรภาครัฐ
เพื่อใหการปรับเปลี่ยนเปนรัฐบาลดิจิทัลเปนไปอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการ
ขาราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ไดแจงเวียนหนังสือ เรื่อง ทักษะดานดิจิทลั ของขาราชการและบุคลากร
ภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนเปนรัฐบาลดิจิทัล เพื่อใหนำไปใชเปนกรอบแนวทางในการพัฒนาความสามารถ
ความรู สมรรถนะ คุณลักษณะ และประสบการณดานดิจิทัลใหกับบุคลากรภาครัฐ และเปนพื้นฐานในการนำไป
ดำเนินการใหการจัดอบรม พัฒนาบุคลากร มีคุณภาพดี นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติใหสำนักงานพัฒนารัฐบาล
ดิจิทัล (องคการมหาชน) เปนผูรับผิดชอบดำเนินการโครงการอบรมหลักสูตรผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระดบั สงู ภาครัฐ พรอ มมอบหมายใหกระทรวงดจิ ิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม รับผดิ ชอบการรับรองกรอบหลกั สูตร
ผูบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศระดับสงู ภาครัฐและผูช ว ยผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสงู ภาครัฐ รวมทั้ง
ติดตาม ประเมินผล และใหคำแนะนำการปรับปรุงแนวทางการพัฒนาหลักสูตรใหเหมาะสมกับบริบทและ
กลุมเปาหมายในการพัฒนา รวมไปถึงการสรางชุมชนเครือขายผูบรหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศระดบั สูงภาครฐั
(GCIO Community) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (หนังสือที่ นร 0505/39192 ลงวันที่ 28
พฤศจกิ ายน 2562) และในภายหลงั กระทรวงฯ ไดมอบหมายให สดช. เปนผดู ำเนินการภารกิจดงั กลาวอยางเปน
ทางการ ดงั ระบุในบันทกึ ขอ ความ ดศ 0408.3/5386 ลงวนั ท่ี 14 ธันวาคม 2563

หนาที่ | 1

บทสรุปผบู รหิ าร

ดวยหนาที่ดังกลาว สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (สดช.) จึงไดด ำเนิน
โ ค ร ง ก า ร ศ ึ ก ษ า แ ล ะจ ั ด ท ำ ก ร อ บ แ น ว ท า ง ก า ร ร ั บ ร อ ง ม า ต ร ฐ า น ห ล ั ก ส ู ต ร ก า ร พ ั ฒ น า บ ุ ค ล า ก ร ภ า ค รั ฐ
เพื่อเตรียมความพรอมในการปรับเปลี่ยนไปสูองคกรดิจิทัล โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี
(มจธ.) เปนที่ปรึกษาดำเนินงานโครงการดังกลาว เพื่อใหการกำกับหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรดานดิจิทัล
เปน ไปอยางมคี ณุ ภาพ สอดคลองกับกรอบทักษะดานดจิ ิทัลฯ ท่กี ำหนดและสามารถนำไปใชไ ดจ รงิ

การดำเนินการดังกลาว เริ่มตนโดยการศึกษาบริบทปจจุบันของการรับรองหลักสูตรและ
จัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาบุคลากรภาครัฐดา นดิจิทัล ศกึ ษายุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) นโยบาย
และแผนระดับชาติวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 - 2580) กฎหมายและ
กฎระเบียบทีเ่ ก่ียวของ พรอมท้ังตัวอยางการรับรองหลักสูตรและการจดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาบุคลากรภาครัฐ
ดานดิจิทัลของตางประเทศ 3 ประเทศ ไดแก ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย เพ่ือใชเปนแนวทาง
ตง้ั ตนในการจัดประชุมระดมสมอง (Focus Group) จำนวน 6 ครั้ง และประชมุ ผูเช่ยี วชาญจำนวน 3 คร้งั เพื่อ
รับฟงความคิดเห็น ขอเสนอแนะจากผูบริหาร ผูเชี่ยวชาญหรือผูทรงคุณวุฒิ รวมถึงหนวยงานฝกอบรมท้ัง
ภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อใหไดกรอบแนวคิดในการรับรองหลักสูตรและการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร
ภาครัฐดานดิจิทลั และแนวทางปฏิบัติ หลักเกณฑ กลไก และการประเมินผล การรับรองมาตรฐานหลักสูตร
การพัฒนาบคุ ลากรภาครฐั ดานดจิ ทิ ัล

หนาที่ | 2

บทสรุปผบู รหิ าร

2. การศกึ ษา วิเคราะหก รอบทักษะความรดู านดจิ ทิ ลั การรับรองหลักสตู รดา นดจิ ิทัล
สำหรบั บคุ ลากรภาครัฐของตา งประเทศและในประเทศ

ที่ปรึกษา มจธ. ไดศึกษากรอบทักษะความรูดานดิจิทัล การรับรองหลักสูตร และการจัดการการอบรม
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐของหนวยงานในตางประเทศ จำนวน 3 ประเทศ ไดแก ออสเตรเลีย
สหราชอาณาจักร และอินเดีย เพื่อมาเปนขอมูลตั้งตนและทำการเปรียบเทียบกับประเทศไทย การศึกษา
วิเคราะหแบงออกเปนสองเรื่องหลัก คือ กรอบทักษะความรูดานดิจิทัล และ กรอบการประเมินเพื่อรับรอง
หลักสูตรดานดิจิทัล จากการศึกษาการกำหนดกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและการประเมินเพื่อรับรอง
หลักสูตรดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐของ 3 ประเทศ พบวาออสเตรเลียมีการกำหนดมาตรฐานการ
ออกแบบการเรียนรู (Learning Design Standard: LDS)[1] มาใชเปน กรอบทักษะความรูดา นดจิ ิทัล ซึ่งเปน
ขอกำหนดของการเรียนรู กำหนดวาทักษะ ความรู และคุณลักษณะที่เจาหนาที่ของรัฐของออสเตรเลีย
จำเปนตองมี เพื่อที่จะปฏิบัติงานในบทบาทหรือตำแหนงหนาที่นั้น ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยหนวยงาน
ภาครฐั และสถาบันอบรมสามารถนำมาตรฐานเหลาน้ีไปใชเ ปนแนวทางในการพฒั นาสมรรถนะของบุคลากรภาครัฐ
มาตรฐานการออกแบบการเรียนรู มีการกำหนดไวสำหรับ 18 ตำแหนงหนาที่ เชน DevOps Engineering,
Digital Testing และ Cyber Security เปนตน เมื่อสถาบันอบรมมีการพัฒนาหลักสูตรท่ีเปนไปตามมาตรฐานการ
ออกแบบการเรียนรูแลว หนวยงานรัฐหรือบุคลากรภาครัฐสามารถคนหาหลักสูตรอบรมไดผานตลาดดิจิทัล
(Digital Marketplace)[2] ที่รัฐบาลสรางไวเปนสื่อกลางสำหรับการติดตอซื้อ-ขาย โดยเนื้อหาความรู ทักษะ
ท่ีจะจัดอบรมใหก บั บุคลากรภาครัฐจะตองเปน ไปตามมาตรฐานการออกแบบการเรยี นรู ดงั แสดงในรปู ท่ี 1

[1] https://legacy.apsc.gov.au/learning-design-0, Learning Design Standard
[2] https://marketplace1.zendesk.com/hc/en-gb/articles/333757011655

หนา ท่ี | 3

บทสรุปผูบ รหิ าร

รปู ที่ 1 แสดงความเช่ือมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรยี นรู (Learning Design Standard) กับ
แนวนโยบายการปรับเปลีย่ นไปสดู จิ ิทัล (Digital Transformation Agenda)

(ท่ีมา: เอกสารเผยแพร https://www.apsc.gov.au/learning-standards, Learning Design Standard - Reference Guide)

รูปที่ 1 แสดงใหเห็นถึงความเชื่อมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรียนรูกับแนวนโยบายการ
ปรับเปลี่ยนไปสดู ิจทิ ัลของรัฐบาลออสเตรเลีย กลา วคือ บุคลากรภาครฐั ควรไดร บั การพัฒนาทักษะ (Skills) และ
ความรู (Knowledge) ท่ีเปนไปตามมาตรฐานการออกแบบการเรียนรูที่กำหนดตามบทบาท (Role) ของตน จากน้ัน
บคุ ลากรที่อยูในบทบาทตาง ๆ จะถกู นำมาประกอบกันเปนทมี สหวิชาชีพ (Multi-disciplinary Team) ทำงานตาม
มาตรฐานการบริการดิจิทัล (Digital Service Standard) เพื่อใหสำเรจ็ ตามแนวนโยบายการปรับเปลี่ยนไปสู
ดจิ ทิ ลั (Digital Transformation Agenda)

สวนกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรดานดิจิทัลนั้น ออสเตรเลียใชกรอบทักษะสำหรับยุค
สารสนเทศ (Skills Framework for the Information Age: SFIA)[3] ซึ่ง SFIA นั้นประกอบดวย 2 สวน ทั้ง
กรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรฯ ดังแสดงในรูปที่ 2
กรอบทักษะความรูดานดิจิทัล (Skills & Knowledge) และกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตร
(Qualifications & Certifications) แตออสเตรเลียเลือกใช SFIA เฉพาะในสวนกรอบการประเมินเพ่ือรับรอง
หลักสูตรฯ โดยในสวนของกรอบการประเมนิ เพื่อรบั รองหลักสูตรฯ นั้น SFIA ไดมีการกำหนดกระบวนการและ
เกณฑเรื่องการตรวจประเมิน มีการจัดอบรมและรับรองผูตรวจประเมิน (Certified Assessor) อยางเปนระบบ
เพื่อใหผูตรวจประเมินเขาใจถึงกระบวนการการประเมินและมั่นใจไดวาการตรวจประเมินนั้นไดมาตรฐาน

[3] https://sfia-online.org/en/legacy-sfia/sfia-6
หนาที่ | 4

บทสรปุ ผูบริหาร

โดยมกี ารประเมินรายละเอียดของเนื้อหา โครงสราง ทกั ษะ และผลการเรียนรู ที่กำหนดในหลักสูตรวาสอดคลอง
กับทกั ษะท่ีกำหนดใน SFIA

รปู ที่ 2 องคป ระกอบของ Skill Framework for the Information Age: SFIA

(ทีม่ า: เอกสารเผยแพร https://sfia-online.org/en/tools-and-resources/bodies-of-knowledge)

สำหรบั สหราชอาณาจกั รใช SFIA ท้ังในสวนกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและกรอบการประเมินเพอ่ื
รับรองหลักสูตร โดยในกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลของ SFIA ระบุถึงทั้งทักษะ (Skills) และความรู
(Knowledge) โดยทักษะอธิบายถึงระดับความรับผิดชอบ (Levels of Responsibilities) ทักษะอาชีพ
(Professional Skills) การปฏิบัติ/พฤติกรรม (Behaviours) และคุณลักษณะ (Attributes) สวนความรู
แบงออกเปน ความรูทางดานเทคนิค (Technical Knowledge) เครื่องมือและกระบวนวิธี (Tools &
Methodologies) และเนอื้ หา (Context) โดยความรู (Knowledge) เปนองคประกอบท่ีสำคญั ของ สมรรถนะ
(Competency) ซงึ่ หมายความวา การท่ีบุคคลจะสามารถทำงานไดในบทบาทหรอื ตำแหนงใดน้ัน จะตองมีความรู
ท่ีเหมาะสมกับบทบาทหรือตำแหนงนั้นดวย โดยในสวนกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลนั้น SFIA มีการกำหนด
ทักษะอาชีพ หรือสมรรถนะดิจิทัลใน 6 หัวเรือ่ งหลัก 17 หัวเรื่องยอย และ 102 ทักษะ โดยสมรรถนะท้ัง 6 หัวเร่ือง
หลักถกู แบง ออกเปน 7 ระดบั ของทักษะและความเช่ยี วชาญ

หนา ที่ | 5

บทสรปุ ผูบรหิ าร

ในประเทศอินเดียไดมีการกำหนดกรอบสมรรถนะรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (e-Government
Competency Framework: e-GCF)[4] ซง่ึ เปน กรอบมาตรฐานทคี่ รอบคลุมทั้งกรอบทกั ษะความรดู า นดิจิทัล
และกรอบการประเมินเพ่ือรบั รองหลกั สตู รดา นดิจิทลั ดังแสดงในรปู ที่ 3 โดยภาพแสดงกรอบทักษะความรูดาน
ดิจิทัลท่ีประกอบดวย 1) ทักษะวิชาชีพ 2) ความรูเกี่ยวกับกระบวนการ และ 3) ขั้นตอนและทักษะเชิง
พฤติกรรมที่บุคลากรและองคกรภาครัฐพึงมีและพึงปฏิบัติ สวนกลองดานลา งสุดแสดงกรอบการประเมินเพ่ือ
รับรองหลักสูตรดานดิจิทัล โดยการจัดอบรมบุคลากรภาครัฐในประเทศอินเดียนั้น จะดำเนินการภายใต
การจัดการของหนวยงานภาครัฐที่ชื่อวา National e-Governance Division (NeGD)[5] เปนหลัก โดย NeGD จะ
ออกแบบหลกั สตู รเพื่อจัดอบรมเอง หรอื รว มกบั สถาบันอบรมหรือสถาบนั การศึกษา ซ่งึ จะถือวา เปนการรับรองผู
จัดอบรมไปในตัว ดงั แสดงในรูปท่ี 3

รปู ที่ 3 กรอบมาตรฐานสมรรถนะของรัฐบาลอเิ ลก็ ทรอนิกสข องอนิ เดีย (e-GCF)

(ท่ีมา: เอกสารเผยแพร https://negd.gov.in/sites/default/files/e_governance_competency_framework_1.pdf)

ในสวนของประเทศไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.)
ไดประกาศกรอบทักษะดานดิจิทัลของขาราชการและบุคลากรภาครัฐฯ ซึ่งประกอบดวยรายละเอียดเกี่ยวกับ
บทบาทหนาท่ี ตามระดบั ของตำแหนงงาน ระดบั ความรู ความสามารถ สมรรถนะและคุณลักษณะดานดิจิทลั ของ
บุคลากรที่แตกตางกัน เพื่อใหองคกรภาครัฐนำไปใชเปนแนวทางในการพัฒนาบุคลากร ประกอบกับ
มกี ารกำหนดใหหนว ยงาน ดำเนนิ การประเมนิ ตนเองในดานความพรอมและวฒุ ภิ าวะขององคกรในการพัฒนาไปสู
รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Maturity Domain and Area : MDA)[6] เพื่อใหมีความสอดคลองกัน
ดงั แสดงในรปู ที่ 4

[4] https://negd.gov.in/sites/default/files/e_governance_competency_framework_1.pdf
[5] https://negd.gov.in/
[6] https://www.ocsc.go.th/digital_hr/mda
หนาท่ี | 6

บทสรุปผบู ริหาร

รูปที่ 4 ระดบั การพัฒนาทกั ษะดานดิจิทลั ของขาราชการและบุคลากรภาครฐั
จำแนกตามหนา ท่ีและวุฒภิ าวะขององคก ร

ผลการศึกษา สามารถนำมาสรุปดังแสดงในรูปที่ 5 ที่เปนการเปรียบเทียบกรอบการพัฒนาบุคลากร
ภาครัฐทางดานดิจิทัลของไทยกับออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย โดยเปนการเปรียบเทียบใน
2 หมวด ไดแ ก กรอบทักษะความรูดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ และกรอบการประเมินรับรองหลักสูตร
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ โดยที่แตละประเทศมีการกำหนดกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลสำหรับ
บคุ ลากรภาครัฐของตนขึ้นมาเปนการเฉพาะของตวั เอง ไมซ ้ำกับประเทศอื่น แตก รอบการประเมินรับรองหลักสูตร
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐนั้น ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรใช SFIA เหมือนกัน แตอินเดียและ
ประเทศไทยมีการกำหนดกรอบการประเมินรับรองหลักสูตรฯ ในรูปแบบเฉพาะของตนเองขึ้นมา โดยที่กรอบการ
ประเมินรับรองหลักสูตรฯ ของประเทศไทยจัดทำขึ้นโดย โครงการศึกษาและจัดทำกรอบแนวทางการรับรอง
มาตรฐานหลกั สูตรการพัฒนาบุคลากรภาครฐั เพ่ือเตรียมความพรอ มในการปรบั เปลย่ี นไปสูอ งคกรดิจิทัล

รปู ท่ี 5 เปรยี บเทยี บกรอบการพัฒนาบุคลากรภาครัฐทางดิจทิ ัลของไทย ออสเตรเลยี สหราชอาณาจักร และอินเดยี

หนาท่ี | 7

บทสรปุ ผบู รหิ าร

3. การจัดประชุมระดมสมองเพื่อหากรอบมาตรฐานดานทักษะดิจิทัล และกรอบ
แนวทางการประเมนิ เพ่ือรบั รองหลกั สตู รที่เหมาะสมกับประเทศไทย

หลังจากไดศึกษาขอมูลที่เกี่ยวของ ไดมีการจัดประชุม Focus Group เพื่อระดมสมองจากผูมีสวนได
สวนเสีย จำนวน 6 ครั้ง โดยมีผูเขารวมประชุมทั้งสิ้น จำนวนกวา 240 คน โดยนำแนวคิดของการกำหนดใหมี
กรอบมาตรฐานดานทักษะดจิ ิทัลมาใชเ ปนฐานอางอิง และหารือถึงกรอบแนวทางการประเมินการพัฒนาบุคลากร
ดิจิทัลที่เหมาะสมกับประเทศไทย ผลจากการจัดประชุมระดมสมอง ไดขอสรุปวาควรใชกรอบทักษะดานดิจิทัล
ของขา ราชการและบคุ ลากรภาครัฐเพ่ือการปรับเปลี่ยนเปนรฐั บาลดจิ ิทลั และกรอบทักษะอ่ืน ๆ ท่ีสำนักงาน ก.พ.
ประกาศเปนแนวทางในการเทียบเน้ือหาและองคความรูของหลักสูตร เพอื่ แสดงใหเห็นวาหลักสตู รที่ย่ืนขอรับรอง
นั้น มีเนื้อหาทส่ี อดคลองกับกรอบทก่ี ำหนดเพียงใด อยา งไรกด็ ี เพอื่ ใหมีความยืดหยนุ ในการจัดอบรมดานดิจิทลั ท่ี
มกี ารเปลี่ยนแปลงอยา งรวดเร็ว จึงไมควรจำกัดวาตองเสนอหลักสูตรที่เปน ไปตามกรอบทักษะท่ีสำนักงาน ก.พ.
ประกาศเทานั้น ผูยื่นขอรับรองหลักสูตร สามารถเสนอหลักสูตรที่มีเนื้อหาขั้นพื้นฐานตามที่สำนักงาน ก.พ.
ประกาศ เปนการเฉพาะเรื่อง เปนบางสวน หรือนอกเหนือจากที่ประกาศไวแลวได ขึ้นอยูกับความตองการของ
หนวยงานและผูเรียน โดยมีแนวคิดวาผูจัดอบรมควรวิเคราะหความตองการ (Needs Analysis) ของผูเขารับการ
อบรมและวฒุ ิภาวะขององคกร (Organization Maturity) ท่เี ปน กลมุ เปา หมาย เพือ่ นำมากำหนดวัตถุประสงคและ
ออกแบบหลักสูตรทม่ี ุงเนนผลลัพธการเรยี นรทู ่ีสามารถนำไปใชพัฒนาหนวยงานภาครฐั ได นอกจากนี้ในหลักสูตร
ที่เปนหัวเรื่องเดียวกัน ผูจัดอบรมสามารถเสนอหลักสูตรที่มีเนื้อหาสำหรับงานเฉพาะดาน (Specialized) เชน
ดานสาธารณสุข หรือการเกษตร และยังสามารถเสนอหลักสูตรแบบกาวหนา (Advanced) สำหรับองคความรูใหม
ท่ียังไมไดมีการประกาศโดยสำนกั งาน ก.พ. ไดเชนกนั

ในสว นของการพิจารณารับรองหลักสตู รนัน้ ไดน ำมาตรฐาน ISO 29993:2017[7] ซง่ึ เปน มาตรฐานสำหรบั ใช
ในการประเมินคุณภาพของการใหบริการการเรียนรูนอกระบบ (Non-formal learning service) มาเปนแนวทาง
ซึ่งใน ISO 29993:2017 ซึ่งไดกำหนดใหมีการประเมิน 2 สวน คือ 1) การพิจารณารายละเอียดของหลักสูตร อาทิ
ความทันสมยั ของเนื้อหา ความสอดคลองกับความตองการของผูมสี วนไดสวนเสีย คุณสมบัติผูเรียน วิธีการคัดเลือก
ผูเรียน คุณสมบัติผูสอน ฯลฯ และ 2) การประเมินคุณภาพของกระบวนการจัดการการอบรม ซึ่งกำหนดใหประเมนิ
ผลลัพธการเรียนรู และกระบวนการในการทบทวนและปรับปรุงการจัดการการอบรม โดยหัวขอที่กำหนดใหนำมาใช
ในการประเมินคุณภาพนั้น มีจำนวนไมมากเทา กับการประเมินการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพือ่ ใหมีความ
เหมาะสมในการนำมาประยุกตใชก ับการประเมินหลกั สตู รอบรม อกี ทั้ง หัวขอที่ ISO 29993:2017 กำหนดนัน้ มคี วาม
สอดคลองกับเปาหมายของ สดช. ที่ไมเพียงตองการใหเนือ้ หาหลักสตู รมีความทันสมัย สอดคลอ งกับความตองการ
ในการพัฒนาบุคลการภาครัฐ แตยังมุงเนนที่คุณภาพในการจัดการอบรมดวย อยางไรก็ดี ISO 29993: 2017 น้ัน

[7] https://www.iso.org/standard/70357.html

หนา ท่ี | 8

บทสรุปผบู รหิ าร

ไมไดกำหนดกระบวนการในการประเมินรับรองหลักสูตร ที่ปรกึ ษาฯ จึงไดนำกระบวนการประเมินของ ASEAN
University Network-Quality Assurance (AUN-QA)[8] มาปรับใชตามขอเสนอแนะที่ไดรับจากการจัดประชุม
Focus group

AUN-QA เปนกระบวนการประเมินคณุ ภาพในระดับสากลท่ีใชเ ปนเกณฑก ารประเมนิ สำหรับหลักสูตร
ระดับอดุ มศึกษากับมหาวทิ ยาลยั ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต เพื่อใหส ามารถเทยี บเคียงหลักสูตรระหวาง
มหาวิทยาลัยในภูมภิ าคไดทงั้ หมด ตวั เกณฑข อง AUN-QA จงึ มลี กั ษณะที่เหมาะสมกบั หลักสูตรระยะยาวและมี
ความเขม ขน สูง และ AUN-QA จะมีการประเมินคณุ ภาพแบงออกเปน 7 ระดบั ต้ังแต ไมมกี ารปฏิบัติตามเกณฑ
จนถึงการปฏิบัติตามเกณฑในระดับชั้นนำของโลก (World-class practice) ซึ่งไมเหมาะสมกับบริบทของการ
ประเมินหลักสูตรฝกอบรม จึงเห็นวาควรปรับแกใหขอกำหนดในเกณฑรับรองหลักสูตรของ สดช. มีความ
สอดคลองกับ ISO 29993:2017 ซึ่งเปนขอกำหนดของการศึกษานอกระบบ ซึ่งมีความเหมาะสมกับการจัดการ
อบรมมากกวา และในชวงเริม่ ตนการรับรองหลกั สตู ร มขี อเสนอแนะวา ควรปรับใหการพิจารณารับรองงา ยขน้ึ
เพื่อจูงใจใหมกี ารเขา สูกระบวนการประเมนิ คุณภาพหลกั สูตรและการจัดอบรม จึงไดปรับลดจำนวนระดับของ
เกณฑลง

จากนั้น ทางที่ปรึกษาฯ ไดสรุปผลที่ไดจากการประชุมระดมสมอง รวมถึงรางขั้นตอนการยื่นขอรับการ
ประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการอบรม พรอมเอกสารแบบฟอรมที่เกี่ยวของ เสนอตอ คณะกรรมการ
ผูทรงคณุ วุฒิ ของ สดช. เพือ่ พจิ ารณาใหค วามเห็น และสามารถสรุปเปนขั้นตอนการย่นื ขอรับการประเมินเพ่ือรับรอง
หลกั สูตรและการจดั การการอบรม ดังแสดงในหัวขอ ถัดไป

[8] http://www.aun-qa.org/

หนาท่ี | 9

บทสรุปผูบริหาร

4. ขน้ั ตอนการยน่ื ขอรบั การประเมนิ เพ่อื รบั รองหลักสูตรและการจดั การการอบรม

4.1 ขัน้ ตอนการยน่ื ขอรบั การประเมนิ เพ่ือรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม

จากขอมูลความคิดเห็นที่ไดรับจากการจัดประชุมระดมสมองและการประชุมรวมกับคณะกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิ สดช. กำหนดใหขั้นตอนการยื่นขอรับการประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรมโดยสรุป
สำหรบั สถาบนั อบรม แบง เปน 5 ขั้นตอน ดังแสดงในรปู ที่ 6 และรูปที่ 7 - 11

รูปท่ี 6 ข้ันตอนการย่นื ขอรบั การประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม

1) ยื่นคำขอรับการประเมินฯ : สถาบันอบรมยื่นคำขอรับการประเมิน โดยมีแบบฟอรม หลักฐาน
ประกอบตามท่ี สดช. กำหนด พรอ มชำระคาธรรมเนียม (ถา ม)ี

2) ตรวจสอบเอกสาร : สดช. ดำเนินการตรวจสอบความครบถว นของเอกสารและหลกั ฐานประกอบ
ที่สถาบันอบรมยื่นคำขอ พรอมแจงคาใชจายในการตรวจประเมิน (ถามี) โดยใชเวลาในการ
ตรวจสอบเอกสารประมาณ 1 สัปดาห

3) ตรวจประเมินฯ : ผูประเมินของ สดช. ทำการตรวจประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและ
การจัดการการอบรม ตามแนวปฏิบัติ หลักเกณฑที่ สดช. กำหนด โดย สดช. จะทำการคัดเลือก
ผูเ ชีย่ วชาญท่ีมีความรูความชำนาญตรงกับหลักสตู รดังกลาว จำนวน 1-5 คน ขึ้นกับความซับซอนของ
หลักสูตร เพื่อทำหนาที่เปน ผูประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการอบรม โดยใชเวลาในการ
ตรวจประเมินฯ ประมาณ 3 สัปดาห

4) ประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน : ผลประเมินของผูเชี่ยวชาญ จะถูกสงใหคณะกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิ เพื่อทำการประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน โดยใชเวลาในการจัดประชุมเพื่อสรุปผล
การตดั สิน ประมาณ 3 สปั ดาห

5) แจงผลการตัดสิน : สดช. แจงผลการตัดสิน ใหสถาบันอบรมทราบ โดยใชเวลาในการจัดทำ
หนงั สอื แจง ผลการตัดสนิ ประมาณ 2 สปั ดาห

หนา ท่ี | 10

บทสรปุ ผบู ริหาร

โดยข้ันตอนทั้ง 5 ขั้นตอนดังกลาว เปนขั้นตอนการยื่นเอกสารและการดำเนินการซึ่งสถาบันอบรม
ผูยื่นขอรับการประเมินควรทราบ ทั้งนี้ทาง สดช. ควรพิจารณาเพิ่มเติมในสวนของคาธรรมเนียมและ
ดำเนินการตาง ๆ ทีเ่ หมาะสมตามท่ีที่ปรึกษาฯ เสนอ เพื่อใหข้ันตอนเหลานี้สามารถนำไปปฏบิ ัตไิ ดจ รงิ ตามท่ี
ออกแบบไว

รูปท่ี 7 ขั้นตอนการย่ืนคำขอรับการประเมินเพ่ือรบั รองหลักสูตรฯ (ขนั้ ตอนที่ 1)
จากรูปที่ 7 ขั้นตอนท่ี 1 สถาบนั อบรมที่มีคุณสมบัติตามที่ สดช. กำหนด ที่ตองการยื่นขอรบั การ
ประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรฯ จัดทำเอกสารแบบยื่นขอรับการประเมนิ เพื่อรับรองหลักสูตรตามที่ สดช.
กำหนด พรอมเอกสารแนบ และชำระคาธรรมเนยี มการขอรบั รองหลกั สตู ร (ถาม)ี
หนว ยงานท่ปี ระสงคจะยน่ื ขอรับรองหลักสูตรจะตองย่ืนคําขอรับการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและ
การจัดการการอบรม โดยศกึ ษา หลักเกณฑ วิธีการ และเงือ่ นไขการรับรองหลักสตู รและการจัดการการอบรม
เพ่อื พฒั นาทักษะดานดจิ ิทลั ของขาราชการและบุคลากรภาครฐั และดำเนินการยนื่ เอกสารคำขอรับการประเมิน
เพอ่ื รับรองหลกั สูตรฯ ตามกระบวนการ

หนาท่ี | 11

บทสรุปผบู ริหาร

รูปที่ 8 ขน้ั ตอนการตรวจสอบเอกสาร (ข้ันตอนท่ี 2)
จากรูปที่ 8 ขั้นตอนที่ 2 เมื่อ สดช. ไดรับเอกสารคำขอฯ จากผูยื่นคำขอแลว สดช. จะดำเนินการ
ตรวจสอบความครบถวนของเอกสารและหลักฐานประกอบ หากเอกสารถูกตองครบถวน สดช.
จะสงเอกสารใหผูเชีย่ วชาญที่ผานการอบรมเกณฑการประเมิน จำนวน 1-5 คน ขึ้นกับความซับซอ นของ
หลักสูตร ทำการประเมินฯ พรอมแจงคาใชจายในการตรวจประเมนิ ฯ (ถามี) ใหส ถาบันอบรมทราบเพื่อ
ดำเนนิ การชำระคาประเมินฯ (ถาม)ี
หากตรวจสอบแลวเอกสารไมถูกตอง/ไมครบถวน สดช. จะสงเอกสารกลับคืนแกผูยื่นคำขอ
เพ่ือดำเนนิ การจัดทำเอกสารเพม่ิ เติม และสงเอกสารใหมเ พม่ิ เตมิ

หนาท่ี | 12

บทสรุปผบู รหิ าร

รปู ท่ี 9 ขั้นตอนการตรวจประเมนิ หลักสูตร (ขัน้ ตอนท่ี 3)
จากรูปที่ 9 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อ สดช. ทำการสงเอกสารใหผูประเมินแลว ผูประเมินจะทำการ
ตรวจสอบ ประเมินความถูกตองของเนื้อหา ความสอดคลองของเอกสาร วาหลักสูตรที่ยื่นขอรับรอง
มมี าตรฐานเปนไปตามหลกั เกณฑหรอื ไม โดยอาจจัดใหม กี ารตรวจเย่ยี มสถาบนั อบรมจรงิ เพื่อการประเมิน
คุณภาพของสภาพแวดลอ มในการอบรม

หนา ที่ | 13

บทสรุปผบู รหิ าร

รปู ท่ี 10 ขัน้ ตอนการประชมุ สรุปผลเพื่อการตดั สนิ (ขัน้ ตอนท่ี 4)
จากรูปที่ 10 ขั้นตอนที่ 4 เมื่อ สดช. ไดรับสรุปผลการตรวจประเมินฯ ในเบื้องตนจากผูประเมินแลว
สดช. จะจดั ประชมุ คณะกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ เพอ่ื ทำการประชุมสรุปผลเพ่ือการตดั สิน

หนาที่ | 14

บทสรปุ ผูบริหาร

รปู ท่ี 11 ขั้นตอนการแจงผลการตัดสนิ (ข้นั ตอนท่ี 5)
จากรูปที่ 11 ขั้นตอนที่ 5 หลังจากท่ีคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ไดประชุมสรุปผลการตัดสินเสร็จสิ้น
ผลการพิจารณาแบงไดเปน 4 รูปแบบ ไดแก รับรอง รับรองแบบมีเง่ือนไข ปรับปรุงเลก็ นอย และปรับปรุง โดย
สดช. จะแจงผลการตัดสินใหสถาบันอบรมทราบ สถาบันอบรมสามารถดำเนินการจัดอบรมตามหลักสูตรที่ผาน
การรับรองได
กรณีที่ผานการประเมิน หลักสูตรจะไดรับการรับรองเปนระยะเวลา 3 ป นับจากวันที่ไดรับ
การรับรอง กอนสิ้นสุดระยะเวลาดังกลาว สถาบันอบรมตองยื่นขอปรับปรุงหลักสูตรอีกครั้ง เพื่อใหเกิด
การปรับปรงุ หลักสูตรใหเปนปจจุบันอยเู สมอ เมื่อหลักสูตรไดร ับการรับรองแลว สถาบนั อบรมตองจัดสงรายงาน
ผลการจัดอบรมรายคร้ัง และรายงานผลการจดั อบรมรายป เพอื่ ประโยชนในการตดิ ตาม กำกบั คุณภาพการจัด
อบรมตอไป ในกระบวนการรับรองหลักสูตรนี้ สดช. จะรวบรวมขอมูลและผลปอนกลับเกี่ยวกับการรับรอง
หลักสูตรและการจดั การการอบรม เพ่ือปรับปรุงกระบวนการรับรองใหม คี วามเหมาะสมยงิ่ ขึน้ ตอ ไป

หนา ที่ | 15

บทสรุปผูบ รหิ าร

4.2 กระบวนการยนื่ ขอรับการประเมนิ เพ่อื รับรองหลกั สูตรและการจดั การการอบรม

ในสว นของ สดช. ท่ปี รกึ ษาไดออกแบบรายละเอียดกระบวนการยื่นขอรับการประเมิน รวมถึงแบบฟอรม
เอกสารไวแลวอยางละเอียด ตั้งแตการตรวจรับเอกสาร การประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณารับรองและ
ประกาศผล รวมถึงการทบทวนกระบวนการประเมินและรับรองใหมอีกดว ย ดงั แสดงในรูปท่ี 12 และมีรายละเอียด
ดังน้ี

รปู ที่ 12 กระบวนการย่ืนขอรับการประเมนิ เพ่ือรบั รองหลักสตู รและการจัดการการอบรม

หนา ที่ | 16

บทสรุปผูบ รหิ าร

กระบวนการยื่นขอรับการประเมนิ ฯ มีขนั้ ตอนดังน้ี
1. สถาบันอบรมทม่ี ีคุณสมบัติตามท่ีคณะกรรมการสงเสรมิ และพัฒนาดจิ ทิ ัลเพ่ือเศรษฐกจิ และสังคมกำหนด
ที่ตอ งการยนื่ ขอรับรองหลักสตู รเพ่ือพฒั นาทักษะดานดจิ ิทัลสำหรบั ขาราชการและบุคลากรภาครัฐ จัดทำ
เอกสารตามรูปแบบที่กำหนด ไดแก แบบยื่นขอรับรองหลักสูตร แบบคุณลักษณะของหลักสูตร และ
เอกสารแสดงความเปน นิติบุคคล
2. สถาบันอบรมจดั เตรียม “ขอมลู การทดลองสอน” หรือ “ขอมลู การจัดการอบรม”
3. สถาบันอบรมทำการประเมินตนเอง โดยใชเอกสาร แบบประเมินคุณลักษะของหลักสูตรและการจัดอบรม แบบ
ประเมินการบริหารจัดการการอบรม แบบรายชื่อผูเขารับการอบรม และแบบรายงานผลการจัดอบรม
(รายครัง้ )
4. สถาบันอบรม ยื่นเอกสารตามแบบฟอรมตามที่ไดระบุไวใน ขอ 1 ขอ 3 และเอกสารประกอบตามท่ีอางอิง
ในแบบฟอรม เพอื่ ขอรบั การตรวจประเมนิ
5. สดช. ตรวจสอบความถูกตอง ครบถวนของเอกสาร เมอื่ ถูกตอ ง ครบถว น จะสงใหผ เู ช่ียวชาญมาทำหนาที่
เปนผูประเมินทำการตรวจประเมินหลักสูตรและการจัดการการอบรม โดย สดช. อาจจัดใหมีการตรวจ
เย่ียมสถานทีอ่ บรมจริง (Site Visit) เพ่อื การประเมินคุณภาพของสภาพแวดลอ มการอบรม
6. ผลจากผูประเมินจะถูกสงใหคณะกรรมการผูทรงคณุ วุฒิพิจารณาสรุปผลอีกคร้ัง โดยแบงออกไดเปน 4
รูปแบบ ไดแ ก
6.1 รับรอง หมายถงึ หลักสตู รไดรบั การรับรองอยางสมบรู ณห รือเปน การรับรองทั้งหลักสูตรและการจัด
การศกึ ษา ไมจำเปนตองมีการแกไข สามารถดำเนินการจัดอบรมไดทันที โดยจะไดรับการรับรอง
หลกั สตู รและการจัดการการอบรม เปนระยะเวลา 3 ป และสถาบนั อบรมตอ งสงผลการอบรมใหกับ
สดช. ภายใน 30 วนั หลังจากสิน้ สุดการอบรมทกุ รอบ
6.2 รับรองแบบมีเงื่อนไข หมายถึง หลักสูตรไดรับการรับรองอยางมีเงื่อนไขหรือเปนการรับรอง
หลักสตู รเพียงอยางเดียว โดยสถาบันอบรมตองทำการปรับปรุงเนื้อหาบางสวนตามความเห็นของ
คณะกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ และสามารถจัดการอบรมไดตามที่ระบุไวในเอกสารหลักสูตร และตอง
สงผลการอบรม ให สดช. พจิ ารณาอกี คร้ัง ภายใน 30 วันหลังจากส้ินสดุ การอบรม
6.3 ปรับปรุงเล็กนอ ย หมายถึง หลักสูตรตองปรับปรุงเล็กนอยกอนเพื่อรับการรับรอง สถาบันอบรม
ตองปรบั แกเอกสารหลักสูตรใหม และสงเอกสารใหสอดคลองกับความเหน็ ของคณะกรรมการและ
ยนื่ เอกสารใหมเพื่อให สดช. รบั รองอกี ครั้ง
6.4 ปรบั ปรุง หมายถึง หลกั สูตรยงั ไมส อดคลองกบั เกณฑท ี่ สดช. กำหนด ตอ งปรบั ปรุงเนื้อหาหลักสูตร
ใหม ใหสอดคลองกับความเห็นของคณะกรรมการผทู รงคุณวุฒิ และดำเนินการย่ืนขอการรับรองอีก
ครั้ง โดยตอ งผานการประเมินของผเู ชี่ยวชาญอีกคร้งั

หนา ที่ | 17

บทสรปุ ผบู รหิ าร

7. สถาบนั อบรมท่ไี ดร บั การรับรอง ตอ งควบคมุ คณุ ภาพการจดั การการอบรมใหเ ปนไปตามเกณฑท ี่ สดช.
ระบุ และสอดคลองกับหลักสูตรที่ไดรับการรับรองแลว โดยตองทำรายงานผลการจัดการการอบรม
และติดตามผลลัพธการอบรมของผูเขารับการอบรม โดยสถาบันอบรมตองสงรายงานการจัดอบรม
รายคร้ัง ภายใน 30 วนั หลังจากการจัดการอบรมเสร็จสิน้ ทกุ รอบ และสรุปรายงานผลการจัดอบรมรายป
ตอ สดช.

8. หลกั สูตรที่ไดรับการรับรองจะมอี ายุ 3 ป นบั จากวนั ที่มีการประกาศรับการรับรอง หลังจากครบอายุการ
รบั รอง สถาบันอบรมตองดำเนินการปรับปรุงหลกั สูตรใหมีความทนั สมัยและยนื่ ขอการรับรองอีกครัง้

9. สดช. อาจทบทวนปรับปรุงเกณฑและกระบวนการในการประเมินเพ่ือรับรองหลักสูตรและการจัดอบรม
ทุกป
เพื่อใหการดำเนินการตามกระบวนการดังกลาวสามารถบรรลุเปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพ

ที่ปรึกษา มจธ. ไดเสนอรูปแบบการดำเนินการภารกิจ การประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการ
อบรม เปน 3 ทางเลือก ดงั แสดงในรปู ท่ี 13 และมีรายละเอยี ดดังน้ี

รูปที่ 13 รูปแบบการดำเนินการภารกิจ การประเมนิ เพ่ือรับรองหลกั สูตรและการจดั การการอบรม
1) แตงตั้งหนวยงานรับรอง (Certification Body) ที่ไดมาตรฐานดานการประเมินคุณภาพ มาเปน
ผูดำเนินการรับประเมินหลักสตู รแทน โดย สดช. ทำหนาที่เปนผูกำหนดเกณฑในการรบั รองหลกั สูตร
และกำกับดูแล รวมถึงเปนผูรับรองหลักสูตรโดยพิจารณาจากผลการประเมินของหนวยงานรับรอง
ซึ่งเปน แนวทางท่ีใชในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลยี

หนา ที่ | 18

บทสรปุ ผบู รหิ าร

2) สดช. ทำหนาที่เปนผูประสานงาน ระหวางสถาบันอบรมที่ยื่นขอรับรองหลักสูตร และจัดใหมี
ผูเช่ียวชาญที่ทำหนาที่เปนผูประเมินหลักสูตร และ สดช. นำผลการประเมินมาพิจารณารับรอง
หลักสูตร ซึ่งในกรณีนี้อาจตองมีการปรับเพิ่มจำนวนบุคลากรใหเหมาะสมกับปริมาณหลักสูตร
ทีต่ องดำเนนิ การพจิ ารณารับรอง

3) จัดตั้งหนวยงานเพื่อรับผดิ ชอบการรบั รองหลกั สูตรโดยตรง พรอ มจดั หาบคุ ลากรท่เี หมาะสม เพ่ือ
ดำเนินการตามภาระหนาที่ในกระบวนการทั้งหมด ทั้งการประสานงาน การประเมิน และการ
พิจารณารบั รองหลกั สูตรและการจดั การฝกอบรม

ท้ังนี้ เนือ่ งจากเปนระยะเรมิ่ ตน ของการดำเนินการตามกระบวนการรบั รองหลกั สตู ร ซึ่งยังไมสามารถ
ประเมินไดอยางชัดเจนวาจะมีจำนวนผูยื่นขอรับรองหลักสูตรมากนอยเพียงใด รวมถึงอาจมีขั้นตอนตาม
กฎหมายที่ตองดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อใหมีความชัดเจนในอำนาจหนาที่ สดช. จึงควรใชรูปแบบที่ 2 คือ
ทำหนาท่ปี ระสานงานตรวจประเมนิ และรบั รองหลักสตู ร แตงต้งั ใหผ ูเช่ยี วชาญเปน ผปู ระเมิน และอาจใหหนาท่ี
รับผิดชอบในงานสวนนี้ขึ้นอยูกับกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ หรือกองโครงสรางพื้นฐานเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลได เนือ่ งจากมอี ำนาจหนาท่ที เ่ี กี่ยวของกับการสง เสรมิ การพฒั นาบุคลากรดา นเทคโนโลยดี จิ ิทัลอยแู ลว

หนาที่ | 19




Click to View FlipBook Version