บทสรุปผบู้ ริหาร
สารบญั
1. ทม่ี า หนา้ ที่
2. การศกึ ษา วิเคราะห์กรอบทกั ษะความรูด้ ้านดิจิทลั การรับรองหลักสตู รด้านดิจทิ ลั
1
สำ�หรับบคุ ลากรภาครัฐของตา่ งประเทศและในประเทศ 3
3. การจดั ประชมุ ระดมสมองเพือ่ หากรอบมาตรฐานดา้ นทกั ษะดจิ ทิ ลั และ 8
10
กรอบแนวทางการประเมินเพ่อื รบั รองหลักสตู รท่เี หมาะสมกบั ประเทศไทย 10
4. ข้นั ตอนการยน่ื ขอรับการประเมินเพื่อรบั รองหลกั สตู รและการจดั การการอบรม 16
4.1 ข้ันตอนการย่นื ขอรบั การประเมนิ เพอ่ื รบั รองหลักสูตรและการจดั การการอบรม
4.2 กระบวนการย่นื ขอรบั การประเมนิ เพือ่ รบั รองหลักสตู รและการจัดการการอบรม
หน้าท่ี i
บทสรปุ ผู้บริหาร
สารบัญรปู
รูปท่ี 1 แสดงความเชื่อมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรียนรู้ (Learning Design Standard) กับ หนา้ ที่
แนวนโยบายการปรับเปล่ียนไปสดู่ จิ ทิ ลั (Digital Transformation Agenda)
รปู ท่ี 2 องค์ประกอบของ Skill Framework for the Information Age: SFIA 4
รปู ที่ 3 กรอบมาตรฐานสมรรถนะของรฐั บาลอเิ ล็กทรอนิกส์ของอินเดยี (e-GCF) 5
รูปที่ 4 ระดบั การพัฒนาทกั ษะดา้ นดิจทิ ัลของข้าราชการและบคุ ลากรภาครฐั 6
จำ�แนกตามหนา้ ทแ่ี ละวุฒิภาวะขององค์กร 7
รปู ท่ี 5 เปรยี บเทียบกรอบการพฒั นาบคุ ลากรภาครฐั ทางดิจิทัลของไทย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจกั ร 7
และอินเดยี 10
รูปที่ 6 ขน้ั ตอนการยืน่ ขอรบั การประเมินเพื่อรบั รองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม 11
รปู ท่ี 7 ขั้นตอนการย่ืนคำ�ขอรับการประเมนิ เพือ่ รบั รองหลักสูตรฯ (ข้ันตอนที่ 1) 12
รูปท่ี 8 ขนั้ ตอนการตรวจสอบเอกสาร (ขน้ั ตอนท่ี 2) 13
รปู ที่ 9 ขนั้ ตอนการตรวจประเมนิ หลกั สูตร (ข้นั ตอนท่ี 3) 14
รูปท่ี 10 ข้นั ตอนการประชุมสรุปผลเพอ่ื การตัดสนิ (ขั้นตอนที่ 4) 15
รูปท่ี 11 ขน้ั ตอนการแจง้ ผลการตดั สิน (ขัน้ ตอนท่ี 5) 16
รูปที่ 12 กระบวนการยน่ื ขอรับการประเมินเพือ่ รบั รองหลักสตู รและการจดั การการอบรม 18
รปู ท่ี 13 รปู แบบการดำ�เนินการภารกจิ การประเมนิ เพือ่ รับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม
หน้าที่ ii
บทสรปุ ผบู รหิ าร
1. ทีม่ า
ตามที่รัฐบาลไดจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(พ.ศ. 2561-2580) ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 เพื่อใชเปนแผน
แมบทหลักในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ โดยใหแ ผนแมบทน้ีมีความสอดคลองกับ
ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-
2565) หนึ่งในยุทธศาสตรสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนภาครัฐสูการเปนรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งเปนการมุงเนนการใช
เทคโนโลยดี จิ ิทลั ในกระบวนการทำงานและการใหบ รกิ ารภาครัฐ เพ่ือใหเกดิ การปฏิรูปกระบวนการทำงานและ
ขัน้ ตอนการใหบริการใหม ปี ระสทิ ธิภาพ ถกู ตอง รวดเรว็ และอำนวยความสะดวกใหผ ใู ชบ ริการ
ดังนั้น ภาครัฐจึงมีความตองการที่จะพัฒนาทักษะดานดิจิทัลของขาราชการและบุคลากรภาครัฐ
เพื่อใหการปรับเปลี่ยนเปนรัฐบาลดิจิทัลเปนไปอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการ
ขาราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ไดแจงเวียนหนังสือ เรื่อง ทักษะดานดิจิทลั ของขาราชการและบุคลากร
ภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนเปนรัฐบาลดิจิทัล เพื่อใหนำไปใชเปนกรอบแนวทางในการพัฒนาความสามารถ
ความรู สมรรถนะ คุณลักษณะ และประสบการณดานดิจิทัลใหกับบุคลากรภาครัฐ และเปนพื้นฐานในการนำไป
ดำเนินการใหการจัดอบรม พัฒนาบุคลากร มีคุณภาพดี นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีมีมติใหสำนักงานพัฒนารัฐบาล
ดิจิทัล (องคการมหาชน) เปนผูรับผิดชอบดำเนินการโครงการอบรมหลักสูตรผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ
ระดบั สงู ภาครัฐ พรอ มมอบหมายใหกระทรวงดจิ ิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม รับผดิ ชอบการรับรองกรอบหลกั สูตร
ผูบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศระดับสงู ภาครัฐและผูช ว ยผูบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสงู ภาครัฐ รวมทั้ง
ติดตาม ประเมินผล และใหคำแนะนำการปรับปรุงแนวทางการพัฒนาหลักสูตรใหเหมาะสมกับบริบทและ
กลุมเปาหมายในการพัฒนา รวมไปถึงการสรางชุมชนเครือขายผูบรหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศระดบั สูงภาครฐั
(GCIO Community) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (หนังสือที่ นร 0505/39192 ลงวันที่ 28
พฤศจกิ ายน 2562) และในภายหลงั กระทรวงฯ ไดมอบหมายให สดช. เปนผดู ำเนินการภารกิจดงั กลาวอยางเปน
ทางการ ดงั ระบุในบันทกึ ขอ ความ ดศ 0408.3/5386 ลงวนั ท่ี 14 ธันวาคม 2563
หนาที่ | 1
บทสรุปผบู รหิ าร
ดวยหนาที่ดังกลาว สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (สดช.) จึงไดด ำเนิน
โ ค ร ง ก า ร ศ ึ ก ษ า แ ล ะจ ั ด ท ำ ก ร อ บ แ น ว ท า ง ก า ร ร ั บ ร อ ง ม า ต ร ฐ า น ห ล ั ก ส ู ต ร ก า ร พ ั ฒ น า บ ุ ค ล า ก ร ภ า ค รั ฐ
เพื่อเตรียมความพรอมในการปรับเปลี่ยนไปสูองคกรดิจิทัล โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลาธนบุรี
(มจธ.) เปนที่ปรึกษาดำเนินงานโครงการดังกลาว เพื่อใหการกำกับหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรดานดิจิทัล
เปน ไปอยางมคี ณุ ภาพ สอดคลองกับกรอบทักษะดานดจิ ิทัลฯ ท่กี ำหนดและสามารถนำไปใชไ ดจ รงิ
การดำเนินการดังกลาว เริ่มตนโดยการศึกษาบริบทปจจุบันของการรับรองหลักสูตรและ
จัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาบุคลากรภาครัฐดา นดิจิทัล ศกึ ษายุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) นโยบาย
และแผนระดับชาติวาดวยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 - 2580) กฎหมายและ
กฎระเบียบทีเ่ ก่ียวของ พรอมท้ังตัวอยางการรับรองหลักสูตรและการจดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาบุคลากรภาครัฐ
ดานดิจิทัลของตางประเทศ 3 ประเทศ ไดแก ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย เพ่ือใชเปนแนวทาง
ตง้ั ตนในการจัดประชุมระดมสมอง (Focus Group) จำนวน 6 ครั้ง และประชมุ ผูเช่ยี วชาญจำนวน 3 คร้งั เพื่อ
รับฟงความคิดเห็น ขอเสนอแนะจากผูบริหาร ผูเชี่ยวชาญหรือผูทรงคุณวุฒิ รวมถึงหนวยงานฝกอบรมท้ัง
ภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อใหไดกรอบแนวคิดในการรับรองหลักสูตรและการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร
ภาครัฐดานดิจิทลั และแนวทางปฏิบัติ หลักเกณฑ กลไก และการประเมินผล การรับรองมาตรฐานหลักสูตร
การพัฒนาบคุ ลากรภาครฐั ดานดจิ ทิ ัล
หนาที่ | 2
บทสรุปผบู รหิ าร
2. การศกึ ษา วิเคราะหก รอบทักษะความรดู านดจิ ทิ ลั การรับรองหลักสตู รดา นดจิ ิทัล
สำหรบั บคุ ลากรภาครัฐของตา งประเทศและในประเทศ
ที่ปรึกษา มจธ. ไดศึกษากรอบทักษะความรูดานดิจิทัล การรับรองหลักสูตร และการจัดการการอบรม
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐของหนวยงานในตางประเทศ จำนวน 3 ประเทศ ไดแก ออสเตรเลีย
สหราชอาณาจักร และอินเดีย เพื่อมาเปนขอมูลตั้งตนและทำการเปรียบเทียบกับประเทศไทย การศึกษา
วิเคราะหแบงออกเปนสองเรื่องหลัก คือ กรอบทักษะความรูดานดิจิทัล และ กรอบการประเมินเพื่อรับรอง
หลักสูตรดานดิจิทัล จากการศึกษาการกำหนดกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและการประเมินเพื่อรับรอง
หลักสูตรดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐของ 3 ประเทศ พบวาออสเตรเลียมีการกำหนดมาตรฐานการ
ออกแบบการเรียนรู (Learning Design Standard: LDS)[1] มาใชเปน กรอบทักษะความรูดา นดจิ ิทัล ซึ่งเปน
ขอกำหนดของการเรียนรู กำหนดวาทักษะ ความรู และคุณลักษณะที่เจาหนาที่ของรัฐของออสเตรเลีย
จำเปนตองมี เพื่อที่จะปฏิบัติงานในบทบาทหรือตำแหนงหนาที่นั้น ๆ ไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยหนวยงาน
ภาครฐั และสถาบันอบรมสามารถนำมาตรฐานเหลาน้ีไปใชเ ปนแนวทางในการพฒั นาสมรรถนะของบุคลากรภาครัฐ
มาตรฐานการออกแบบการเรียนรู มีการกำหนดไวสำหรับ 18 ตำแหนงหนาที่ เชน DevOps Engineering,
Digital Testing และ Cyber Security เปนตน เมื่อสถาบันอบรมมีการพัฒนาหลักสูตรท่ีเปนไปตามมาตรฐานการ
ออกแบบการเรียนรูแลว หนวยงานรัฐหรือบุคลากรภาครัฐสามารถคนหาหลักสูตรอบรมไดผานตลาดดิจิทัล
(Digital Marketplace)[2] ที่รัฐบาลสรางไวเปนสื่อกลางสำหรับการติดตอซื้อ-ขาย โดยเนื้อหาความรู ทักษะ
ท่ีจะจัดอบรมใหก บั บุคลากรภาครัฐจะตองเปน ไปตามมาตรฐานการออกแบบการเรยี นรู ดงั แสดงในรปู ท่ี 1
[1] https://legacy.apsc.gov.au/learning-design-0, Learning Design Standard
[2] https://marketplace1.zendesk.com/hc/en-gb/articles/333757011655
หนา ท่ี | 3
บทสรุปผูบ รหิ าร
รปู ที่ 1 แสดงความเช่ือมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรยี นรู (Learning Design Standard) กับ
แนวนโยบายการปรับเปลีย่ นไปสดู จิ ิทัล (Digital Transformation Agenda)
(ท่ีมา: เอกสารเผยแพร https://www.apsc.gov.au/learning-standards, Learning Design Standard - Reference Guide)
รูปที่ 1 แสดงใหเห็นถึงความเชื่อมโยงมาตรฐานการออกแบบการเรียนรูกับแนวนโยบายการ
ปรับเปลี่ยนไปสดู ิจทิ ัลของรัฐบาลออสเตรเลีย กลา วคือ บุคลากรภาครฐั ควรไดร บั การพัฒนาทักษะ (Skills) และ
ความรู (Knowledge) ท่ีเปนไปตามมาตรฐานการออกแบบการเรียนรูที่กำหนดตามบทบาท (Role) ของตน จากน้ัน
บคุ ลากรที่อยูในบทบาทตาง ๆ จะถกู นำมาประกอบกันเปนทมี สหวิชาชีพ (Multi-disciplinary Team) ทำงานตาม
มาตรฐานการบริการดิจิทัล (Digital Service Standard) เพื่อใหสำเรจ็ ตามแนวนโยบายการปรับเปลี่ยนไปสู
ดจิ ทิ ลั (Digital Transformation Agenda)
สวนกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรดานดิจิทัลนั้น ออสเตรเลียใชกรอบทักษะสำหรับยุค
สารสนเทศ (Skills Framework for the Information Age: SFIA)[3] ซึ่ง SFIA นั้นประกอบดวย 2 สวน ทั้ง
กรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรฯ ดังแสดงในรูปที่ 2
กรอบทักษะความรูดานดิจิทัล (Skills & Knowledge) และกรอบการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตร
(Qualifications & Certifications) แตออสเตรเลียเลือกใช SFIA เฉพาะในสวนกรอบการประเมินเพ่ือรับรอง
หลักสูตรฯ โดยในสวนของกรอบการประเมนิ เพื่อรบั รองหลักสูตรฯ นั้น SFIA ไดมีการกำหนดกระบวนการและ
เกณฑเรื่องการตรวจประเมิน มีการจัดอบรมและรับรองผูตรวจประเมิน (Certified Assessor) อยางเปนระบบ
เพื่อใหผูตรวจประเมินเขาใจถึงกระบวนการการประเมินและมั่นใจไดวาการตรวจประเมินนั้นไดมาตรฐาน
[3] https://sfia-online.org/en/legacy-sfia/sfia-6
หนาที่ | 4
บทสรปุ ผูบริหาร
โดยมกี ารประเมินรายละเอียดของเนื้อหา โครงสราง ทกั ษะ และผลการเรียนรู ที่กำหนดในหลักสูตรวาสอดคลอง
กับทกั ษะท่ีกำหนดใน SFIA
รปู ที่ 2 องคป ระกอบของ Skill Framework for the Information Age: SFIA
(ทีม่ า: เอกสารเผยแพร https://sfia-online.org/en/tools-and-resources/bodies-of-knowledge)
สำหรบั สหราชอาณาจกั รใช SFIA ท้ังในสวนกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลและกรอบการประเมินเพอ่ื
รับรองหลักสูตร โดยในกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลของ SFIA ระบุถึงทั้งทักษะ (Skills) และความรู
(Knowledge) โดยทักษะอธิบายถึงระดับความรับผิดชอบ (Levels of Responsibilities) ทักษะอาชีพ
(Professional Skills) การปฏิบัติ/พฤติกรรม (Behaviours) และคุณลักษณะ (Attributes) สวนความรู
แบงออกเปน ความรูทางดานเทคนิค (Technical Knowledge) เครื่องมือและกระบวนวิธี (Tools &
Methodologies) และเนอื้ หา (Context) โดยความรู (Knowledge) เปนองคประกอบท่ีสำคญั ของ สมรรถนะ
(Competency) ซงึ่ หมายความวา การท่ีบุคคลจะสามารถทำงานไดในบทบาทหรอื ตำแหนงใดน้ัน จะตองมีความรู
ท่ีเหมาะสมกับบทบาทหรือตำแหนงนั้นดวย โดยในสวนกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลนั้น SFIA มีการกำหนด
ทักษะอาชีพ หรือสมรรถนะดิจิทัลใน 6 หัวเรือ่ งหลัก 17 หัวเรื่องยอย และ 102 ทักษะ โดยสมรรถนะท้ัง 6 หัวเร่ือง
หลักถกู แบง ออกเปน 7 ระดบั ของทักษะและความเช่ยี วชาญ
หนา ที่ | 5
บทสรปุ ผูบรหิ าร
ในประเทศอินเดียไดมีการกำหนดกรอบสมรรถนะรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส (e-Government
Competency Framework: e-GCF)[4] ซง่ึ เปน กรอบมาตรฐานทคี่ รอบคลุมทั้งกรอบทกั ษะความรดู า นดิจิทัล
และกรอบการประเมินเพ่ือรบั รองหลกั สตู รดา นดิจิทลั ดังแสดงในรปู ที่ 3 โดยภาพแสดงกรอบทักษะความรูดาน
ดิจิทัลท่ีประกอบดวย 1) ทักษะวิชาชีพ 2) ความรูเกี่ยวกับกระบวนการ และ 3) ขั้นตอนและทักษะเชิง
พฤติกรรมที่บุคลากรและองคกรภาครัฐพึงมีและพึงปฏิบัติ สวนกลองดานลา งสุดแสดงกรอบการประเมินเพ่ือ
รับรองหลักสูตรดานดิจิทัล โดยการจัดอบรมบุคลากรภาครัฐในประเทศอินเดียนั้น จะดำเนินการภายใต
การจัดการของหนวยงานภาครัฐที่ชื่อวา National e-Governance Division (NeGD)[5] เปนหลัก โดย NeGD จะ
ออกแบบหลกั สตู รเพื่อจัดอบรมเอง หรอื รว มกบั สถาบันอบรมหรือสถาบนั การศึกษา ซ่งึ จะถือวา เปนการรับรองผู
จัดอบรมไปในตัว ดงั แสดงในรูปท่ี 3
รปู ที่ 3 กรอบมาตรฐานสมรรถนะของรัฐบาลอเิ ลก็ ทรอนิกสข องอนิ เดีย (e-GCF)
(ท่ีมา: เอกสารเผยแพร https://negd.gov.in/sites/default/files/e_governance_competency_framework_1.pdf)
ในสวนของประเทศไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.)
ไดประกาศกรอบทักษะดานดิจิทัลของขาราชการและบุคลากรภาครัฐฯ ซึ่งประกอบดวยรายละเอียดเกี่ยวกับ
บทบาทหนาท่ี ตามระดบั ของตำแหนงงาน ระดบั ความรู ความสามารถ สมรรถนะและคุณลักษณะดานดิจิทลั ของ
บุคลากรที่แตกตางกัน เพื่อใหองคกรภาครัฐนำไปใชเปนแนวทางในการพัฒนาบุคลากร ประกอบกับ
มกี ารกำหนดใหหนว ยงาน ดำเนนิ การประเมนิ ตนเองในดานความพรอมและวฒุ ภิ าวะขององคกรในการพัฒนาไปสู
รัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Maturity Domain and Area : MDA)[6] เพื่อใหมีความสอดคลองกัน
ดงั แสดงในรปู ที่ 4
[4] https://negd.gov.in/sites/default/files/e_governance_competency_framework_1.pdf
[5] https://negd.gov.in/
[6] https://www.ocsc.go.th/digital_hr/mda
หนาท่ี | 6
บทสรุปผบู ริหาร
รูปที่ 4 ระดบั การพัฒนาทกั ษะดานดิจิทลั ของขาราชการและบุคลากรภาครฐั
จำแนกตามหนา ท่ีและวุฒภิ าวะขององคก ร
ผลการศึกษา สามารถนำมาสรุปดังแสดงในรูปที่ 5 ที่เปนการเปรียบเทียบกรอบการพัฒนาบุคลากร
ภาครัฐทางดานดิจิทัลของไทยกับออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย โดยเปนการเปรียบเทียบใน
2 หมวด ไดแ ก กรอบทักษะความรูดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ และกรอบการประเมินรับรองหลักสูตร
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ โดยที่แตละประเทศมีการกำหนดกรอบทักษะความรูดานดิจิทัลสำหรับ
บคุ ลากรภาครัฐของตนขึ้นมาเปนการเฉพาะของตวั เอง ไมซ ้ำกับประเทศอื่น แตก รอบการประเมินรับรองหลักสูตร
ดานดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐนั้น ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรใช SFIA เหมือนกัน แตอินเดียและ
ประเทศไทยมีการกำหนดกรอบการประเมินรับรองหลักสูตรฯ ในรูปแบบเฉพาะของตนเองขึ้นมา โดยที่กรอบการ
ประเมินรับรองหลักสูตรฯ ของประเทศไทยจัดทำขึ้นโดย โครงการศึกษาและจัดทำกรอบแนวทางการรับรอง
มาตรฐานหลกั สูตรการพัฒนาบุคลากรภาครฐั เพ่ือเตรียมความพรอ มในการปรบั เปลย่ี นไปสูอ งคกรดิจิทัล
รปู ท่ี 5 เปรยี บเทยี บกรอบการพัฒนาบุคลากรภาครัฐทางดิจทิ ัลของไทย ออสเตรเลยี สหราชอาณาจักร และอินเดยี
หนาท่ี | 7
บทสรปุ ผบู รหิ าร
3. การจัดประชุมระดมสมองเพื่อหากรอบมาตรฐานดานทักษะดิจิทัล และกรอบ
แนวทางการประเมนิ เพ่ือรบั รองหลกั สตู รที่เหมาะสมกับประเทศไทย
หลังจากไดศึกษาขอมูลที่เกี่ยวของ ไดมีการจัดประชุม Focus Group เพื่อระดมสมองจากผูมีสวนได
สวนเสีย จำนวน 6 ครั้ง โดยมีผูเขารวมประชุมทั้งสิ้น จำนวนกวา 240 คน โดยนำแนวคิดของการกำหนดใหมี
กรอบมาตรฐานดานทักษะดจิ ิทัลมาใชเ ปนฐานอางอิง และหารือถึงกรอบแนวทางการประเมินการพัฒนาบุคลากร
ดิจิทัลที่เหมาะสมกับประเทศไทย ผลจากการจัดประชุมระดมสมอง ไดขอสรุปวาควรใชกรอบทักษะดานดิจิทัล
ของขา ราชการและบคุ ลากรภาครัฐเพ่ือการปรับเปลี่ยนเปนรฐั บาลดจิ ิทลั และกรอบทักษะอ่ืน ๆ ท่ีสำนักงาน ก.พ.
ประกาศเปนแนวทางในการเทียบเน้ือหาและองคความรูของหลักสูตร เพอื่ แสดงใหเห็นวาหลักสตู รที่ย่ืนขอรับรอง
นั้น มีเนื้อหาทส่ี อดคลองกับกรอบทก่ี ำหนดเพียงใด อยา งไรกด็ ี เพอื่ ใหมีความยืดหยนุ ในการจัดอบรมดานดิจิทลั ท่ี
มกี ารเปลี่ยนแปลงอยา งรวดเร็ว จึงไมควรจำกัดวาตองเสนอหลักสูตรที่เปน ไปตามกรอบทักษะท่ีสำนักงาน ก.พ.
ประกาศเทานั้น ผูยื่นขอรับรองหลักสูตร สามารถเสนอหลักสูตรที่มีเนื้อหาขั้นพื้นฐานตามที่สำนักงาน ก.พ.
ประกาศ เปนการเฉพาะเรื่อง เปนบางสวน หรือนอกเหนือจากที่ประกาศไวแลวได ขึ้นอยูกับความตองการของ
หนวยงานและผูเรียน โดยมีแนวคิดวาผูจัดอบรมควรวิเคราะหความตองการ (Needs Analysis) ของผูเขารับการ
อบรมและวฒุ ิภาวะขององคกร (Organization Maturity) ท่เี ปน กลมุ เปา หมาย เพือ่ นำมากำหนดวัตถุประสงคและ
ออกแบบหลักสูตรทม่ี ุงเนนผลลัพธการเรยี นรทู ่ีสามารถนำไปใชพัฒนาหนวยงานภาครฐั ได นอกจากนี้ในหลักสูตร
ที่เปนหัวเรื่องเดียวกัน ผูจัดอบรมสามารถเสนอหลักสูตรที่มีเนื้อหาสำหรับงานเฉพาะดาน (Specialized) เชน
ดานสาธารณสุข หรือการเกษตร และยังสามารถเสนอหลักสูตรแบบกาวหนา (Advanced) สำหรับองคความรูใหม
ท่ียังไมไดมีการประกาศโดยสำนกั งาน ก.พ. ไดเชนกนั
ในสว นของการพิจารณารับรองหลักสตู รนัน้ ไดน ำมาตรฐาน ISO 29993:2017[7] ซง่ึ เปน มาตรฐานสำหรบั ใช
ในการประเมินคุณภาพของการใหบริการการเรียนรูนอกระบบ (Non-formal learning service) มาเปนแนวทาง
ซึ่งใน ISO 29993:2017 ซึ่งไดกำหนดใหมีการประเมิน 2 สวน คือ 1) การพิจารณารายละเอียดของหลักสูตร อาทิ
ความทันสมยั ของเนื้อหา ความสอดคลองกับความตองการของผูมสี วนไดสวนเสีย คุณสมบัติผูเรียน วิธีการคัดเลือก
ผูเรียน คุณสมบัติผูสอน ฯลฯ และ 2) การประเมินคุณภาพของกระบวนการจัดการการอบรม ซึ่งกำหนดใหประเมนิ
ผลลัพธการเรียนรู และกระบวนการในการทบทวนและปรับปรุงการจัดการการอบรม โดยหัวขอที่กำหนดใหนำมาใช
ในการประเมินคุณภาพนั้น มีจำนวนไมมากเทา กับการประเมินการจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพือ่ ใหมีความ
เหมาะสมในการนำมาประยุกตใชก ับการประเมินหลกั สตู รอบรม อกี ทั้ง หัวขอที่ ISO 29993:2017 กำหนดนัน้ มคี วาม
สอดคลองกับเปาหมายของ สดช. ที่ไมเพียงตองการใหเนือ้ หาหลักสตู รมีความทันสมัย สอดคลอ งกับความตองการ
ในการพัฒนาบุคลการภาครัฐ แตยังมุงเนนที่คุณภาพในการจัดการอบรมดวย อยางไรก็ดี ISO 29993: 2017 น้ัน
[7] https://www.iso.org/standard/70357.html
หนา ท่ี | 8
บทสรุปผบู รหิ าร
ไมไดกำหนดกระบวนการในการประเมินรับรองหลักสูตร ที่ปรกึ ษาฯ จึงไดนำกระบวนการประเมินของ ASEAN
University Network-Quality Assurance (AUN-QA)[8] มาปรับใชตามขอเสนอแนะที่ไดรับจากการจัดประชุม
Focus group
AUN-QA เปนกระบวนการประเมินคณุ ภาพในระดับสากลท่ีใชเ ปนเกณฑก ารประเมนิ สำหรับหลักสูตร
ระดับอดุ มศึกษากับมหาวทิ ยาลยั ในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต เพื่อใหส ามารถเทยี บเคียงหลักสูตรระหวาง
มหาวิทยาลัยในภูมภิ าคไดทงั้ หมด ตวั เกณฑข อง AUN-QA จงึ มลี กั ษณะที่เหมาะสมกบั หลักสูตรระยะยาวและมี
ความเขม ขน สูง และ AUN-QA จะมีการประเมินคณุ ภาพแบงออกเปน 7 ระดบั ต้ังแต ไมมกี ารปฏิบัติตามเกณฑ
จนถึงการปฏิบัติตามเกณฑในระดับชั้นนำของโลก (World-class practice) ซึ่งไมเหมาะสมกับบริบทของการ
ประเมินหลักสูตรฝกอบรม จึงเห็นวาควรปรับแกใหขอกำหนดในเกณฑรับรองหลักสูตรของ สดช. มีความ
สอดคลองกับ ISO 29993:2017 ซึ่งเปนขอกำหนดของการศึกษานอกระบบ ซึ่งมีความเหมาะสมกับการจัดการ
อบรมมากกวา และในชวงเริม่ ตนการรับรองหลกั สตู ร มขี อเสนอแนะวา ควรปรับใหการพิจารณารับรองงา ยขน้ึ
เพื่อจูงใจใหมกี ารเขา สูกระบวนการประเมนิ คุณภาพหลกั สูตรและการจัดอบรม จึงไดปรับลดจำนวนระดับของ
เกณฑลง
จากนั้น ทางที่ปรึกษาฯ ไดสรุปผลที่ไดจากการประชุมระดมสมอง รวมถึงรางขั้นตอนการยื่นขอรับการ
ประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการอบรม พรอมเอกสารแบบฟอรมที่เกี่ยวของ เสนอตอ คณะกรรมการ
ผูทรงคณุ วุฒิ ของ สดช. เพือ่ พจิ ารณาใหค วามเห็น และสามารถสรุปเปนขั้นตอนการย่นื ขอรับการประเมินเพ่ือรับรอง
หลกั สูตรและการจดั การการอบรม ดังแสดงในหัวขอ ถัดไป
[8] http://www.aun-qa.org/
หนาท่ี | 9
บทสรุปผูบริหาร
4. ขน้ั ตอนการยน่ื ขอรบั การประเมนิ เพ่อื รบั รองหลักสูตรและการจดั การการอบรม
4.1 ขัน้ ตอนการยน่ื ขอรบั การประเมนิ เพ่ือรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม
จากขอมูลความคิดเห็นที่ไดรับจากการจัดประชุมระดมสมองและการประชุมรวมกับคณะกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิ สดช. กำหนดใหขั้นตอนการยื่นขอรับการประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรมโดยสรุป
สำหรบั สถาบนั อบรม แบง เปน 5 ขั้นตอน ดังแสดงในรปู ที่ 6 และรูปที่ 7 - 11
รูปท่ี 6 ข้ันตอนการย่นื ขอรบั การประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรและการจัดการการอบรม
1) ยื่นคำขอรับการประเมินฯ : สถาบันอบรมยื่นคำขอรับการประเมิน โดยมีแบบฟอรม หลักฐาน
ประกอบตามท่ี สดช. กำหนด พรอ มชำระคาธรรมเนียม (ถา ม)ี
2) ตรวจสอบเอกสาร : สดช. ดำเนินการตรวจสอบความครบถว นของเอกสารและหลกั ฐานประกอบ
ที่สถาบันอบรมยื่นคำขอ พรอมแจงคาใชจายในการตรวจประเมิน (ถามี) โดยใชเวลาในการ
ตรวจสอบเอกสารประมาณ 1 สัปดาห
3) ตรวจประเมินฯ : ผูประเมินของ สดช. ทำการตรวจประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและ
การจัดการการอบรม ตามแนวปฏิบัติ หลักเกณฑที่ สดช. กำหนด โดย สดช. จะทำการคัดเลือก
ผูเ ชีย่ วชาญท่ีมีความรูความชำนาญตรงกับหลักสตู รดังกลาว จำนวน 1-5 คน ขึ้นกับความซับซอนของ
หลักสูตร เพื่อทำหนาที่เปน ผูประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการอบรม โดยใชเวลาในการ
ตรวจประเมินฯ ประมาณ 3 สัปดาห
4) ประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน : ผลประเมินของผูเชี่ยวชาญ จะถูกสงใหคณะกรรมการ
ผูทรงคุณวุฒิ เพื่อทำการประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน โดยใชเวลาในการจัดประชุมเพื่อสรุปผล
การตดั สิน ประมาณ 3 สปั ดาห
5) แจงผลการตัดสิน : สดช. แจงผลการตัดสิน ใหสถาบันอบรมทราบ โดยใชเวลาในการจัดทำ
หนงั สอื แจง ผลการตัดสนิ ประมาณ 2 สปั ดาห
หนา ท่ี | 10
บทสรปุ ผบู ริหาร
โดยข้ันตอนทั้ง 5 ขั้นตอนดังกลาว เปนขั้นตอนการยื่นเอกสารและการดำเนินการซึ่งสถาบันอบรม
ผูยื่นขอรับการประเมินควรทราบ ทั้งนี้ทาง สดช. ควรพิจารณาเพิ่มเติมในสวนของคาธรรมเนียมและ
ดำเนินการตาง ๆ ทีเ่ หมาะสมตามท่ีที่ปรึกษาฯ เสนอ เพื่อใหข้ันตอนเหลานี้สามารถนำไปปฏบิ ัตไิ ดจ รงิ ตามท่ี
ออกแบบไว
รูปท่ี 7 ขั้นตอนการย่ืนคำขอรับการประเมินเพ่ือรบั รองหลักสูตรฯ (ขนั้ ตอนที่ 1)
จากรูปที่ 7 ขั้นตอนท่ี 1 สถาบนั อบรมที่มีคุณสมบัติตามที่ สดช. กำหนด ที่ตองการยื่นขอรบั การ
ประเมินเพื่อรับรองหลกั สูตรฯ จัดทำเอกสารแบบยื่นขอรับการประเมนิ เพื่อรับรองหลักสูตรตามที่ สดช.
กำหนด พรอมเอกสารแนบ และชำระคาธรรมเนยี มการขอรบั รองหลกั สตู ร (ถาม)ี
หนว ยงานท่ปี ระสงคจะยน่ื ขอรับรองหลักสูตรจะตองย่ืนคําขอรับการประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและ
การจัดการการอบรม โดยศกึ ษา หลักเกณฑ วิธีการ และเงือ่ นไขการรับรองหลักสตู รและการจัดการการอบรม
เพ่อื พฒั นาทักษะดานดจิ ิทลั ของขาราชการและบุคลากรภาครฐั และดำเนินการยนื่ เอกสารคำขอรับการประเมิน
เพอ่ื รับรองหลกั สูตรฯ ตามกระบวนการ
หนาท่ี | 11
บทสรุปผบู ริหาร
รูปที่ 8 ขน้ั ตอนการตรวจสอบเอกสาร (ข้ันตอนท่ี 2)
จากรูปที่ 8 ขั้นตอนที่ 2 เมื่อ สดช. ไดรับเอกสารคำขอฯ จากผูยื่นคำขอแลว สดช. จะดำเนินการ
ตรวจสอบความครบถวนของเอกสารและหลักฐานประกอบ หากเอกสารถูกตองครบถวน สดช.
จะสงเอกสารใหผูเชีย่ วชาญที่ผานการอบรมเกณฑการประเมิน จำนวน 1-5 คน ขึ้นกับความซับซอ นของ
หลักสูตร ทำการประเมินฯ พรอมแจงคาใชจายในการตรวจประเมนิ ฯ (ถามี) ใหส ถาบันอบรมทราบเพื่อ
ดำเนนิ การชำระคาประเมินฯ (ถาม)ี
หากตรวจสอบแลวเอกสารไมถูกตอง/ไมครบถวน สดช. จะสงเอกสารกลับคืนแกผูยื่นคำขอ
เพ่ือดำเนนิ การจัดทำเอกสารเพม่ิ เติม และสงเอกสารใหมเ พม่ิ เตมิ
หนาท่ี | 12
บทสรุปผบู รหิ าร
รปู ท่ี 9 ขั้นตอนการตรวจประเมนิ หลักสูตร (ขัน้ ตอนท่ี 3)
จากรูปที่ 9 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อ สดช. ทำการสงเอกสารใหผูประเมินแลว ผูประเมินจะทำการ
ตรวจสอบ ประเมินความถูกตองของเนื้อหา ความสอดคลองของเอกสาร วาหลักสูตรที่ยื่นขอรับรอง
มมี าตรฐานเปนไปตามหลกั เกณฑหรอื ไม โดยอาจจัดใหม กี ารตรวจเย่ยี มสถาบนั อบรมจรงิ เพื่อการประเมิน
คุณภาพของสภาพแวดลอ มในการอบรม
หนา ที่ | 13
บทสรุปผบู รหิ าร
รปู ท่ี 10 ขัน้ ตอนการประชมุ สรุปผลเพื่อการตดั สนิ (ขัน้ ตอนท่ี 4)
จากรูปที่ 10 ขั้นตอนที่ 4 เมื่อ สดช. ไดรับสรุปผลการตรวจประเมินฯ ในเบื้องตนจากผูประเมินแลว
สดช. จะจดั ประชมุ คณะกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ เพอ่ื ทำการประชุมสรุปผลเพ่ือการตดั สิน
หนาที่ | 14
บทสรปุ ผูบริหาร
รปู ท่ี 11 ขั้นตอนการแจงผลการตัดสนิ (ข้นั ตอนท่ี 5)
จากรูปที่ 11 ขั้นตอนที่ 5 หลังจากท่ีคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ไดประชุมสรุปผลการตัดสินเสร็จสิ้น
ผลการพิจารณาแบงไดเปน 4 รูปแบบ ไดแก รับรอง รับรองแบบมีเง่ือนไข ปรับปรุงเลก็ นอย และปรับปรุง โดย
สดช. จะแจงผลการตัดสินใหสถาบันอบรมทราบ สถาบันอบรมสามารถดำเนินการจัดอบรมตามหลักสูตรที่ผาน
การรับรองได
กรณีที่ผานการประเมิน หลักสูตรจะไดรับการรับรองเปนระยะเวลา 3 ป นับจากวันที่ไดรับ
การรับรอง กอนสิ้นสุดระยะเวลาดังกลาว สถาบันอบรมตองยื่นขอปรับปรุงหลักสูตรอีกครั้ง เพื่อใหเกิด
การปรับปรงุ หลักสูตรใหเปนปจจุบันอยเู สมอ เมื่อหลักสูตรไดร ับการรับรองแลว สถาบนั อบรมตองจัดสงรายงาน
ผลการจัดอบรมรายคร้ัง และรายงานผลการจดั อบรมรายป เพอื่ ประโยชนในการตดิ ตาม กำกบั คุณภาพการจัด
อบรมตอไป ในกระบวนการรับรองหลักสูตรนี้ สดช. จะรวบรวมขอมูลและผลปอนกลับเกี่ยวกับการรับรอง
หลักสูตรและการจดั การการอบรม เพ่ือปรับปรุงกระบวนการรับรองใหม คี วามเหมาะสมยงิ่ ขึน้ ตอ ไป
หนา ที่ | 15
บทสรุปผูบ รหิ าร
4.2 กระบวนการยนื่ ขอรับการประเมนิ เพ่อื รับรองหลกั สูตรและการจดั การการอบรม
ในสว นของ สดช. ท่ปี รกึ ษาไดออกแบบรายละเอียดกระบวนการยื่นขอรับการประเมิน รวมถึงแบบฟอรม
เอกสารไวแลวอยางละเอียด ตั้งแตการตรวจรับเอกสาร การประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณารับรองและ
ประกาศผล รวมถึงการทบทวนกระบวนการประเมินและรับรองใหมอีกดว ย ดงั แสดงในรูปท่ี 12 และมีรายละเอียด
ดังน้ี
รปู ที่ 12 กระบวนการย่ืนขอรับการประเมนิ เพ่ือรบั รองหลักสตู รและการจัดการการอบรม
หนา ที่ | 16
บทสรุปผูบ รหิ าร
กระบวนการยื่นขอรับการประเมนิ ฯ มีขนั้ ตอนดังน้ี
1. สถาบันอบรมทม่ี ีคุณสมบัติตามท่ีคณะกรรมการสงเสรมิ และพัฒนาดจิ ทิ ัลเพ่ือเศรษฐกจิ และสังคมกำหนด
ที่ตอ งการยนื่ ขอรับรองหลักสตู รเพ่ือพฒั นาทักษะดานดจิ ิทัลสำหรบั ขาราชการและบุคลากรภาครัฐ จัดทำ
เอกสารตามรูปแบบที่กำหนด ไดแก แบบยื่นขอรับรองหลักสูตร แบบคุณลักษณะของหลักสูตร และ
เอกสารแสดงความเปน นิติบุคคล
2. สถาบันอบรมจดั เตรียม “ขอมลู การทดลองสอน” หรือ “ขอมลู การจัดการอบรม”
3. สถาบันอบรมทำการประเมินตนเอง โดยใชเอกสาร แบบประเมินคุณลักษะของหลักสูตรและการจัดอบรม แบบ
ประเมินการบริหารจัดการการอบรม แบบรายชื่อผูเขารับการอบรม และแบบรายงานผลการจัดอบรม
(รายครัง้ )
4. สถาบันอบรม ยื่นเอกสารตามแบบฟอรมตามที่ไดระบุไวใน ขอ 1 ขอ 3 และเอกสารประกอบตามท่ีอางอิง
ในแบบฟอรม เพอื่ ขอรบั การตรวจประเมนิ
5. สดช. ตรวจสอบความถูกตอง ครบถวนของเอกสาร เมอื่ ถูกตอ ง ครบถว น จะสงใหผ เู ช่ียวชาญมาทำหนาที่
เปนผูประเมินทำการตรวจประเมินหลักสูตรและการจัดการการอบรม โดย สดช. อาจจัดใหมีการตรวจ
เย่ียมสถานทีอ่ บรมจริง (Site Visit) เพ่อื การประเมินคุณภาพของสภาพแวดลอ มการอบรม
6. ผลจากผูประเมินจะถูกสงใหคณะกรรมการผูทรงคณุ วุฒิพิจารณาสรุปผลอีกคร้ัง โดยแบงออกไดเปน 4
รูปแบบ ไดแ ก
6.1 รับรอง หมายถงึ หลักสตู รไดรบั การรับรองอยางสมบรู ณห รือเปน การรับรองทั้งหลักสูตรและการจัด
การศกึ ษา ไมจำเปนตองมีการแกไข สามารถดำเนินการจัดอบรมไดทันที โดยจะไดรับการรับรอง
หลกั สตู รและการจัดการการอบรม เปนระยะเวลา 3 ป และสถาบนั อบรมตอ งสงผลการอบรมใหกับ
สดช. ภายใน 30 วนั หลังจากสิน้ สุดการอบรมทกุ รอบ
6.2 รับรองแบบมีเงื่อนไข หมายถึง หลักสูตรไดรับการรับรองอยางมีเงื่อนไขหรือเปนการรับรอง
หลักสตู รเพียงอยางเดียว โดยสถาบันอบรมตองทำการปรับปรุงเนื้อหาบางสวนตามความเห็นของ
คณะกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ และสามารถจัดการอบรมไดตามที่ระบุไวในเอกสารหลักสูตร และตอง
สงผลการอบรม ให สดช. พจิ ารณาอกี คร้ัง ภายใน 30 วันหลังจากส้ินสดุ การอบรม
6.3 ปรับปรุงเล็กนอ ย หมายถึง หลักสูตรตองปรับปรุงเล็กนอยกอนเพื่อรับการรับรอง สถาบันอบรม
ตองปรบั แกเอกสารหลักสูตรใหม และสงเอกสารใหสอดคลองกับความเหน็ ของคณะกรรมการและ
ยนื่ เอกสารใหมเพื่อให สดช. รบั รองอกี ครั้ง
6.4 ปรบั ปรุง หมายถึง หลกั สูตรยงั ไมส อดคลองกบั เกณฑท ี่ สดช. กำหนด ตอ งปรบั ปรุงเนื้อหาหลักสูตร
ใหม ใหสอดคลองกับความเห็นของคณะกรรมการผทู รงคุณวุฒิ และดำเนินการย่ืนขอการรับรองอีก
ครั้ง โดยตอ งผานการประเมินของผเู ชี่ยวชาญอีกคร้งั
หนา ที่ | 17
บทสรปุ ผบู รหิ าร
7. สถาบนั อบรมท่ไี ดร บั การรับรอง ตอ งควบคมุ คณุ ภาพการจดั การการอบรมใหเ ปนไปตามเกณฑท ี่ สดช.
ระบุ และสอดคลองกับหลักสูตรที่ไดรับการรับรองแลว โดยตองทำรายงานผลการจัดการการอบรม
และติดตามผลลัพธการอบรมของผูเขารับการอบรม โดยสถาบันอบรมตองสงรายงานการจัดอบรม
รายคร้ัง ภายใน 30 วนั หลังจากการจัดการอบรมเสร็จสิน้ ทกุ รอบ และสรุปรายงานผลการจัดอบรมรายป
ตอ สดช.
8. หลกั สูตรที่ไดรับการรับรองจะมอี ายุ 3 ป นบั จากวนั ที่มีการประกาศรับการรับรอง หลังจากครบอายุการ
รบั รอง สถาบันอบรมตองดำเนินการปรับปรุงหลกั สูตรใหมีความทนั สมัยและยนื่ ขอการรับรองอีกครัง้
9. สดช. อาจทบทวนปรับปรุงเกณฑและกระบวนการในการประเมินเพ่ือรับรองหลักสูตรและการจัดอบรม
ทุกป
เพื่อใหการดำเนินการตามกระบวนการดังกลาวสามารถบรรลุเปาหมายไดอยางมีประสิทธิภาพ
ที่ปรึกษา มจธ. ไดเสนอรูปแบบการดำเนินการภารกิจ การประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการ
อบรม เปน 3 ทางเลือก ดงั แสดงในรปู ท่ี 13 และมีรายละเอยี ดดังน้ี
รูปที่ 13 รูปแบบการดำเนินการภารกิจ การประเมนิ เพ่ือรับรองหลกั สูตรและการจดั การการอบรม
1) แตงตั้งหนวยงานรับรอง (Certification Body) ที่ไดมาตรฐานดานการประเมินคุณภาพ มาเปน
ผูดำเนินการรับประเมินหลักสตู รแทน โดย สดช. ทำหนาที่เปนผูกำหนดเกณฑในการรบั รองหลกั สูตร
และกำกับดูแล รวมถึงเปนผูรับรองหลักสูตรโดยพิจารณาจากผลการประเมินของหนวยงานรับรอง
ซึ่งเปน แนวทางท่ีใชในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลยี
หนา ที่ | 18
บทสรปุ ผบู รหิ าร
2) สดช. ทำหนาที่เปนผูประสานงาน ระหวางสถาบันอบรมที่ยื่นขอรับรองหลักสูตร และจัดใหมี
ผูเช่ียวชาญที่ทำหนาที่เปนผูประเมินหลักสูตร และ สดช. นำผลการประเมินมาพิจารณารับรอง
หลักสูตร ซึ่งในกรณีนี้อาจตองมีการปรับเพิ่มจำนวนบุคลากรใหเหมาะสมกับปริมาณหลักสูตร
ทีต่ องดำเนนิ การพจิ ารณารับรอง
3) จัดตั้งหนวยงานเพื่อรับผดิ ชอบการรบั รองหลกั สูตรโดยตรง พรอ มจดั หาบคุ ลากรท่เี หมาะสม เพ่ือ
ดำเนินการตามภาระหนาที่ในกระบวนการทั้งหมด ทั้งการประสานงาน การประเมิน และการ
พิจารณารบั รองหลกั สูตรและการจดั การฝกอบรม
ท้ังนี้ เนือ่ งจากเปนระยะเรมิ่ ตน ของการดำเนินการตามกระบวนการรบั รองหลกั สตู ร ซึ่งยังไมสามารถ
ประเมินไดอยางชัดเจนวาจะมีจำนวนผูยื่นขอรับรองหลักสูตรมากนอยเพียงใด รวมถึงอาจมีขั้นตอนตาม
กฎหมายที่ตองดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อใหมีความชัดเจนในอำนาจหนาที่ สดช. จึงควรใชรูปแบบที่ 2 คือ
ทำหนาท่ปี ระสานงานตรวจประเมนิ และรบั รองหลักสตู ร แตงต้งั ใหผ ูเช่ยี วชาญเปน ผปู ระเมิน และอาจใหหนาท่ี
รับผิดชอบในงานสวนนี้ขึ้นอยูกับกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ หรือกองโครงสรางพื้นฐานเทคโนโลยี
ดจิ ิทัลได เนือ่ งจากมอี ำนาจหนาท่ที เ่ี กี่ยวของกับการสง เสรมิ การพฒั นาบุคลากรดา นเทคโนโลยดี จิ ิทัลอยแู ลว
หนาที่ | 19