The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20204-2002-คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา-จารวี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศุภาพิชญ์ วรบุตร, 2023-01-25 08:08:51

20204-2002-คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา-จารวี

20204-2002-คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา-จารวี

ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ ทักษะสร้างอนาคต ศ ส อ หนังสือเลมนี้เรียบเรียงตามจุดประสงครายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ä´Œ¼‹Ò¹¡ÒõÃǨ»ÃÐàÁÔ¹¤Ø³ÀÒ¾¨Ò¡Êӹѡ§Ò¹¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒáÒÃÍÒªÕÇÈÖ¡ÉÒ »ÃШӻ‚§º»ÃÐÁÒ³ ¾.È. 2562 ¤ÃÑé§·Õè 1 »ÃÐàÀ·ÇԪҾҳԪ¡ÃÃÁ ¡ÅØ‹ÁÇÔªÒÊÁÃö¹ÐÇԪҪվ੾ÒÐ »ÃСÒÈÅӴѺ·Õè 49 สำนักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ 89 ถ.มหรรณพ เสาชิงชา พระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 0-2224-1129, 0-2224-1197 ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ ทักษะสร้างอนาคต ศ ส อ คอมพิวเตอรและการบำรุงรักษา www.ssobooks.com 9 786165 5 386 6 4 หนังสือ 4 สี จำนวน หนา กระดาษ ปอนด ความหนา กระดาษปก แกรม กระดาษเนื้อใน แกรม 198 210 70 20204 - 2002 ศ ส อ ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ ทักษะสร้างอนาคต 20204 - 2002 คอมพิวเตอรและการบำรุงรักษ าราคา 108 บาทจารวี ขาวเจริญ และคณะ คอมพิวเตอร และการบำรุงรักษา จารวี ขาวเจริญ, หนึ่งฤทัย ทัศมาลี และสุกัญญา ไทรทอง 108.-


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา สงวนลิขสิทธิ์ ​ตาม​พระราชบัญญัติ ห้ามคัดลอก ถ่ายเอกสาร พิมพ์หรือวิธี​ใด​วิธี​หนึ่ง ส่วนหนึ่งส่วนใด​ของ​หนังสือ​เล่ม​นี้ ​ก่อน​ได้รับอนุญาต All Rights Reserved. คอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา รหัสวิชา : 20204 - 2002 ผู้แต่ง จารวี ขาวเจริญ , หนึ่งฤทัย ทัศมาลี และสุกัญญา ไทรทอง ส�ำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ 89 ถ.มหรรณพ เสาชิงช้า พระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทร. 0-2224-1129 กด 11-16 และ 0-2224-1197 โทรสาร. 0-2224-1197 พิมพ​ที่ : รัตนโรจน์การพิมพ์ 32/10 ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 ผูพิมพโฆษณา 2562 ศูนยสงเสริมอาชีวะ ศ ส อ ทักษะสรางอนาคต คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา ตรงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และค�ำอธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ของส�ำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ผู้ตรวจ สุปราณี กันแตง คบ. คอมพิวเตอร์ พิสูจน์อักษร ศิยพร กล่ำทวี วทบ. เทคโนโลยีสารสนเทศ และเสาวนีย์ นามเมือง พิมพ์ครั้งที่ 1 : 3,000 เล่ม (พ.ศ. 2562) ISBN : 978-616-553-866-4 ราคา : 108.-


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้ 1. เข้าใจเกี่ยวกับหลักการท�ำงานและการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2. สามารถปรับปรุง (Upgrade) และบ�ำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ 3. สามารถตรวจสอบและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ 4. มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ด้วยความละเอียดรอบคอบ และ ถูกต้อง สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการท�ำงานของคอมพิวเตอร์และการใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วง 2. ปรับปรุง (Upgrade) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 3. บ�ำรุงรักษาอุปกรณ์ และแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์ ค�ำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน การบ�ำรุงรักษาอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ตรวจและก�ำจัดไวรัส แก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ส�ำรอง และป้ องกันความเสียหายของข้อมูล และการกู้คืนข้อมูล ค�ำอธิบายรายวิชา 20204-2002 คอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา 2 - 2 -3 (Computer and Maintenance)


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา ตารางกรอบสมรรถนะ คอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา (Computer and Maintenance) หน่วยที่ 1 หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง หน่วยที่ 2 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และการติดตั้ง โปรแกรม หน่วยที่ 3 การบ�ำรุงรักษาและการดูแลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 4 การตรวจและก�ำจัดไวรัส หน่วยที่ 5 การแก้ไขปัญหาด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์ หน่วยที่ 6 ส�ำรองการป้ องกันความเสียหายของข้อมูล และการกู้คืนข้อมูล สมรรถนะรายวิชา หน่วย แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการท�ำงานของ คอมพิวเตอร์และการใช้งานอุปกรณ์ต่อพ่วง ปรับปรุง (Upgrade) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บ�ำรุงรักษาอุปกรณ์ และแก้ปัญหา คอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา หนังสือคอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา (Computer and Maintenance) รหัสวิชา 20204-2002 เรียบเรียงขึ้นตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 มีจุดประสงคให์ผู้เรียนมีความรู ้ความเข้ าใจถึงหลักการท� ้ำงานและการใชงานอุปกรณ ้ คอมพิวเตอร ์ ์ สามารถปรับปรุง (Upgrade) และบ�ำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ สามารถตรวจสอบและแก้ปัญหา คอมพิวเตอรด์วยโปรแกรมอรรถประโยชน ้ ์ มีเจตคติและกิจนิสัยที่ดีในการปฏิบัติงานคอมพิวเตอร์ ดวยความละเอียดรอบคอบและถูกต ้อง้ โดยจะแบงเนื้อหาออกเป็น ่ 6 หนวย่ ดังนี้หลักการท�ำงาน ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และการติดตั้ง โปรแกรม, การบ�ำรุงรักษาและการดูแลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, การตรวจและก�ำจัดไวรัส, การแกไขปัญหาด ้ วยโปรแกรมอรรถประโยชน ้ ์ และส�ำรองการป้องกันความเสียหายของขอมูล้ และการกู้คืนข้อมูล ในแต่ละหน่วยจะประกอบด้วยสาระน่ารู้ ค�ำถามชวนคิด และเว็บไกด์ ระหวางการเรียนที่นักเรียนควรทราบ ่ กิจกรรมใบงานการเรียนรูท้ายหน้วย่ กิจกรรมบูรณาการ เศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมบูรณาการจิตอาสา เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ ผู้จัดท�ำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดท�ำหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนสูงสุด และผู้เรียนสามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาตนเอง ขอขอบคุณผู้แต่งทุกท่าน หนังสือทุกเล่มที่เป็นส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการจัดท�ำหนังสือ หากผิดพลาด ประการใดผู้จัดท�ำขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดท�ำ จารวีขาวเจริญ ค�ำน�ำ


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา 1. เอกสารประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา (Computerand Maintenance) เล่มนี้ แบ่งหน่วยการเรียนรู้ออกเป็น 6 หน่วยการเรียนรู้ 2. ก่อนที่นักเรียนจะศึกษาเนื้ อหาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ขอให้นักเรียนท�ำความเข้าใจเกี่ยวกับ สาระส�ำคัญของหน่วย และจุดประสงค์ให้เรียบร้อย 3. ให้นักเรียนศึกษาเนื้ อหาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ให้เข้าใจ แล้วท�ำแบบฝึกหัดและใบงาน ท้ายหน่วยการเรียนรู้ แล้วตรวจสอบกับเฉลยแบบทดสอบและเฉลยแบบฝึกหัดที่ครูผู้สอน 4. ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ถ้ายังท�ำไม่ถูกต้องหรือยังไม่เข้าใจให้ย้อนกลับมาศึกษาเนื้ อหาใหม่ หรือถามครูผู้สอน 5. หลังจากศึกษาเนื้ อหาในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จนเข้าใจชัดเจนดีแล้ว ให้นักเรียนท�ำ แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียนเพื่อวัดความก้าวหน้าทางการเรียนของตนเอง 6. หลังจากนั้นให้ศึกษาเนื้ อหาในหน่วยการเรียนรู้ต่อไปจนครบ 6 หน่วยการเรียนรู้เพื่อ ประเมินผลการเรียนรู้ 7. ขอให้นักเรียนประสบความส�ำเร็จในการเรียนทุกคน ค�ำชี้แจงในการใช้เอกสารสื่อ ค�ำชี้แจงการใช้เอกสารประกอบการสอน วิชา คอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา (Computer and Maintenance) รหัสวิชา 20204-2002


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา สารบัญ หน่วยที่ 1 หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง............1 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 1 .....................................................................2 1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) .......................................................................4 2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ................................. 16 3. หน่วยความจ�ำ (Memory) ........................................................................ 16 4. หน่วยแสดงผล (Output Unit) .................................................................. 18 Web Guide ..................................................................................................... 25 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์) ................................................................... 26 ใบงานหน่วยที่ 1 ............................................................................................ 27 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 1 .................................................................................... 28 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 1. .................................................................... 29 กิจกรรมบูรณาการในชีวิตประจ�ำวัน หน่วยที่ 1............................................... 30 กิจกรรมบูรณาการ 3D ................................................................................... 30 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน ....................................................................... 31 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 1.................................................................... 32 หน่วยที่ 2 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และการติดตังโปรแกรม ้............ 34 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 2 .................................................................. 35 1. การเตรียมความพร้อมก่อนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์........................... 37 2. ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์.................................................... 42 3. การทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์................................................................. 49 4. ปัญหาและแนวทางการแก้ไข..................................................................... 50 5. วิธีการติดตั้งโปรแกรม Windows 10......................................................... 51 Web Guide...................................................................................................... 60 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์).................................................................... 61 ใบงานหน่วยที่ 2 ............................................................................................. 62 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 2 .................................................................................... 64 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 2. .................................................................... 65 กิจกรรมบูรณาการจิตอาสา ............................................................................ 66 กิจกรรมบูรณาการ 3D หน่วยที่ 2................................................................... 67 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน ....................................................................... 68 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 2.................................................................... 69


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา หน่วยที่ 3 การบ�ำรุงรักษาและดูแลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์. ............................... 71 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 3 .................................................................. 73 1. การบ�ำรุงรักษาโดยทั ่ว ๆ ไป...................................................................... 75 2. การบ�ำรุงรักษา Hard Disk ....................................................................... 76 3. การบ�ำรุงรักษา Disk Drive........................................................................ 77 4. การบ�ำรุงรักษา Monitor ............................................................................ 77 5. การบ�ำรุงรักษา Keyboard ........................................................................ 78 6. การบ�ำรุงรักษา Mouse.............................................................................. 79 7. การบ�ำรุงรักษา Inkjet & Dotmatrix Printer............................................... 80 8. การบ�ำรุงรักษา Laser Printer.................................................................... 81 9. การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์....................................................................... 81 10. การท�ำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์................................................... 83 11. สาเหตุที่ท�ำให้เครื่องพีซีเกิดความเสียหาย.............................................. 83 Web Guide...................................................................................................... 89 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์) ................................................................... 90 ใบงานหน่วยที่ 3 ............................................................................................ 91 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 3 ..................................................................................... 92 กิจกรรมบูรณาการ 3D หน่วยที่ 3................................................................... 93 กิจกรรมบูรณาการจิตอาสา ............................................................................ 94 กิจกรรมบูรณาการในชีวิตประจ�ำวัน หน่วยที่ 3............................................... 94 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 3 ..................................................................... 95 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน ....................................................................... 96 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 3.................................................................... 97 หน่วยที่ 4 การตรวจและก�ำจัดไวรัส ............................................................................. 99 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 4 ................................................................101 1. ความหมายของไวรัส................................................................................104 2. ประวัติของไวรัส ......................................................................................104 3. ประเภทของไวรัส ....................................................................................106 4. การแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์....................................................110 5. อาการของเครื่องที่ติดไวรัส......................................................................111 6. การตรวจหาไวรัส.....................................................................................112 7. ค�ำแนะน�ำและการป้ องกันไวรัส................................................................114 8. การก�ำจัดไวรัส.........................................................................................115 9. โปรแกรมป้ องกันไวรัส .............................................................................116 Web Guide....................................................................................................125 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์) .................................................................126 ใบงานหน่วยที่ 4 ..........................................................................................127


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 4. ..................................................................128 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 4 ..................................................................................129 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน .....................................................................130 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 4..................................................................131 หน่วยที่ 5 การแก้ไขปัญหาด้วยโปรแกรมอรรถประโยชน์.............................133 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 ................................................................135 1. โปรแกรมอรรถประโยชน์(Utility Program)............................................137 2. โปรแกรม Scan Disk ..............................................................................143 3. โปรแกรมรักษาจอภาพ Screen Saver.....................................................146 4. โปรแกรม Nero Platinum 2019.............................................................147 5. โปรแกรมบีบอัดไฟล์................................................................................152 6. โปรแกรมไฟร์วอลล์FireWall ...................................................................153 7. โปรแกรมการจัดพื้ นที่เก็บข้อมูล (Disk Defragmenter) .........................157 8. โปรแกรม Disk ClenUp...........................................................................159 9. โปรแกรม Schedule Task.......................................................................162 Web Guide....................................................................................................163 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์)..................................................................164 ใบงานหน่วยที่ 5 ...........................................................................................165 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 5 ...................................................................166 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 5 ...................................................................................167 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน .....................................................................168 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5..................................................................169 หน่วยที่ 6 ส�ำรองการป้ องกันความเสียหายของข้อมูล และการกู้คืนข้อมูล......171 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 6 .................................................................172 1. ความหมายของการ Back Up ข้อมูล .......................................................175 2. ประโยชน์ของการ Back Up ข้อมูล...........................................................175 3. การ Back Up ข้อมูล บนระบบปฏิบัติการ Windows 10 .........................177 4. การกู้คืนข้อมูล.........................................................................................180 5. System Restore......................................................................................182 Web Guide....................................................................................................185 สรุปเนื้ อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์)..................................................................186 ใบงานหน่วยที่ 6 ...........................................................................................187 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 6 ...................................................................188 แบบฝึกหัด หน่วยที่ 6 ...................................................................................189 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน .....................................................................190 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 6..................................................................191 บรรณานุกรม .....................................................................................................................193


คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา แผนผังรวม หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยความจ�ำ (Memory) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยที่ 1 หลักการท�ำงานของอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรมตามลักษณะงาน ปัญหาและแนวทางการแก้ไข การทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ การเตรียมความพร้อมก่อนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 2 การประกอบเครื่อง คอมพิวเตอร์และการติดตั้งโปรแกรม หน่วยที่ 6 ส�ำรองและป้ องกันความเสียหาย ของข้อมูล และการกู้คืนข้อมูล System Restore การกู้คืนข้อมูล การ Back Up ข้อมูลบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ประโยชน์ของการ Back Up ข้อมูล ความหมายของการ Back Up ข้อมูล หน่วยที่ 3 การบ�ำรุงรักษาและดูแล อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การบ�ำรุงรักษาโดยทั ่ว ๆ ไป การบ�ำรุงรักษา Hard Disk การบ�ำรุงรักษา Disk Drive การบ�ำรุงรักษา Monitor การบ�ำรุงรักษา Keyboard การบ�ำรุงรักษา Mouse การบ�ำรุงรักษาInkjet & DotmatrixPrinter การบ�ำรุงรักษา Laser Printer การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ การท�ำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์ สาเหตุที่ท�ำให้เครื่องพีซีเกิดความเสียหาย ความหมายของไวรัส หน่วยที่ 3 การบ�ำรุงรักษาและดูแล อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หน่วยที่ 5 การแก้ปัญหาด้วยโปรแกรม อรรถประโยชน์ ประวัติของไวรัส ประเภทของไวรัส การแพร่กระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ อาการของเครื่องที่ติดไวรัส การตรวจหาไวรัส ค�ำแนะน�ำการป้ องกันไวรัส การก�ำจัดไวรัส โปรแกรมป้ องกันไวรัส โปรแกรมอรรถประโยชน์ โปรแกรม Scan Disk โปรแกรมรักษาจอภาพ Screen Saver โปรแกรม Nero Burning Rom โปรแกรมบีบอัดไฟล์ โปรแกรมไฟล์วอลล์FireWall โปรแกรม Disk CleanUp โปรแกรม Schedule Task โปรแกรมการจัดพื้ นที่เก็บข้อมูล Disk Defragmenter คอมพิวเตอร์และการบ�ำรุงรักษา (Computer and Maintenance)


1 หลักการทำ งานของ หน่วยที่ 1 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง สาระส�ำคัญ เมื่อพิจารณาศัพท์ค�ำว่า Computer ถ้าแปลกันตรงตัวตามค�ำภาษาอังกฤษ จะหมายถึง เครื่องค�ำนวณ ดังนั้น ถ้ากล่าวอย่างกว้าง ๆ เครื่องค�ำนวณที่มีส่วนประกอบเป็นเครื่องกลไกหรือ เครื่องไฟฟ้ า ต่างก็จัดเป็นคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสิ้ น ลูกคิดที่เคยใช้กันในร้านค้าไม้บรรทัดค�ำนวณ (sliderule)ซึ่งถือเป็นเครื่องมือประจ�ำตัววิศวกรในยุคยี่สิบปี ก่อน หรือเครื่องคิดเลข ล้วนเป็น คอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด ในปัจจุบันความหมายของคอมพิวเตอร์จะระบุเฉพาะเจาะจง หมายถึง เครื่องค�ำนวณ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถท�ำงานค�ำนวณผลและเปรียบเทียบค่าตามชุดค�ำสั ่งด้วยความเร็วสูง อย่างต่อเนื่องและอัตโนมัติแต่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ ค�ำจ�ำกัดความของคอมพิวเตอร์ไว้ค่อนข้างกะทัดรัดว่า “เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ท�ำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้ส�ำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์” สมรรถนะประจ�ำหน่วย เลือกใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ เรื่องที่จะศึกษา 1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) 2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) 3. หน่วยความจ�ำ (Memory) 4. หน่วยแสดงผล (Output Unit) จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. แยกประเภทของหน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ได้ 2. อธิบายหลักการท�ำงานของหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ได้ 3. จ�ำแนกชนิดหน่วยความจ�ำ (Memory) ได้ 4. อธิบายอุปกรณ์ของหน่วยแสดงผล (Output Unit) ได้


2 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 1 ค�ำสั่ง ให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ทับตัวอักษรค�ำตอบที่ถูกที่สุด 1. ข้อใดไม่ใช่หน่วยรับข้อมูลของคอมพิวเตอร์ ก. เมาส์ ข. แป้ นพิมพ์ ค. จอภาพ ง. ฮาร์ดดิสก์ 2. คีย์บอร์ดของไมโครคอมพิวเตอร์ในยุคแรก ๆ ประมาณปีค.ศ. 1981 มีชื่อเรียกว่าอะไร ก. คีย์บอร์ด PC/AT ข. คีย์บอร์ด PC/XT ค. คีย์บอร์ด AT ง. คีย์บอร์ด PS/2 3. ข้อใดคือเมาส์แบบใช้แสง ก. Ball Mouse ข. Wireless Mouse ค. Mouse ส�ำหรับ Macintosh ง. Mouse Laser 4. “ท�ำด้วยพลาสติก มีรูปร่างเป็ นจานกลมคล้ายจานเสียงธรรมดา แต่ฉาบผิวทังสองข้าง้ ด้วยสารแม่เหล็กเฟอรัสออกไซด์” คือลักษณะของอุปกรณ์ในข้อใด ก. ฮาร์ดดิสก์ ข. ดิสก์ไดรฟ์ ค. แป้ นพิมพ์ ง. สแกนเนอร์ 5. แผ่นความจุของฮาร์ดดิสก์มีหน่วยเป็นอะไร ก. MB ข. KB ค. SB ง. GB 6. แผ่น CD-Rom 1 แผ่น สามารถเก็บข้อมูลได้เท่ากับดิสก์เก็ตความจุ1.44 MB จ�ำนวนกี่แผ่น ก. 300 แผ่น ข. 400 แผ่น ค. 500 แผ่น ง. 600 แผ่น เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 3 7. สแกนเนอร์ชนิดใดที่มีกลไกคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร ก. Sheet - Feed Scanner ข. Flatbed Scanner ค. Hand – Held Scanner ง. Plotter 8. หน่วยใดในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีหน้าที่ในด้านการค�ำนวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ก. หน่วยควบคุม ข. หน่วยรับข้อมูล ค. หน่วยแสดงผล ง. หน่วยค�ำนวณและตรรกะ 9. เครื่องพิมพ์ชนิดใดที่มีราคาแพงที่สุดในเครื่องพิมพ์ประเภทต่าง ๆ ก. พล็อตเตอร์ ข. เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ค. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก ง. เครื่องพิมพ์ดอตแมกทริกซ์ 10. ข้อใดคือหน่วยแสดงผลของคอมพิวเตอร์ ก. คีย์บอร์ด ข. เมาส์ ค. เครื่องพิมพ์ ง. ดิสก์ไดรฟ์


4 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา 1. หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ท�ำหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือค�ำสั ่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจ�ำ เพื่อ เตรียมประมวลผลข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการน�ำข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันนั้น มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ส�ำหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้ 1.1 แป้ นพิมพ์ (Keyboard) แป้ นพิมพ์ หรือ คีย์บอร์ด เป็ นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทุกเครื่องจ�ำเป็ นต้องมี เป็ นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการน�ำข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยปกติมักจะมีลักษณะเป็ น สี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือใกล้เคียงมีแป้ นต่างๆประมาณร้อยแป้ นอยู่บนคีย์บอร์ด(ขึ้นอยู่กับผังแป้ นพิมพ์) ซึ่งถอดแบบมาจากเครื่องพิมพ์ดีด ออกแบบมาเพื่อใช้ส�ำหรับรับข้อมูลที่เป็ นตัวอักขระ แล้ว ท�ำการเปลี่ยนเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต จากนั้นจึงส่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล หรือใช้ควบคุม ฟังก์ชันการท�ำงานบางอย่างของคอมพิวเตอร์และเพื่อให้การป้ อนข้อมูลที่เป็นอักขระและตัวเลข ท�ำได้ง่ายและสะดวกขึ้ น คีย์บอร์ดจึงแยกแผงที่เป็นแป้ นอักขระกับแป้ นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก คีย์บอร์ดของไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูล IBM ในรุ่นแรกๆ ประมาณปีค.ศ.1981 มีปุ่ มทั้งหมด 83 ปุ่ ม ซึ่งมีชื่อเรียกว่า คีย์บอร์ด PC/XT และในปีค.ศ. 1984 ก็ได้เพิ่มจ�ำนวนปุ่ มขึ้นเป็น 84 ปุ่ ม มีชื่อเรียกว่า คีย์บอร์ด PC/AT ต่อจากนั้นก็ได้พัฒนาขึ้ นมาเรื่อยๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ เรียกว่า คีย์บอร์ด ATและพัฒนามาเป็น รุ่น PS/2 โดยมีแป้ นพิมพ์เพิ่มขึ้ นอีก 17 ปุ่ มรวมแล้ว เป็น 101 ปุ่ ม รูปที่ 1.1 หน่วยรับข้อมูล ที่มา : https://krunueng1.files.wordpress.com/2016/08/2.jpg เมาส์ คีย์บอร์ด อุปกรณ์รับข้อมูลเข้า ส�ำหรับเกม จอสัมผัส เครื่องอ่านพิกัด สแกนเนอร์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด กล้องดิจิทัล เว็บแคม


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 5 รูปที่ 1.2 แป้ นพิมพ์ ที่มา : https://sites.google.com/site/cp5910122113074/keyboard-1 1.2 เมาส์ (Mouse) เมาส์เป็นอุปกรณ์ที่ท�ำหน้าที่ป้ อนข้อมูลอย่างหนึ่ง แต่ที่เห็นการท�ำงานโดยทั ่วไป จะเป็นตัวที่ใช้ควบคุมลูกศรให้เคลื่อนที่ไปยังต�ำแหน่งต่างๆ บนจอภาพ เหมาะส�ำหรับใช้งาน เมื่อต้องเลือก หรือเลื่อนวัตถุต่างๆ บนจอ เมาส์ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้2 แบบ ได้แก่9 Pin, Serial Port และ PS/2 (Personal System Version2) Universal Serial Bus (USB - ยูเอสบี) เป็ นข้อก�ำหนดมาตรฐานของบัส การสื่อสารแบบอนุกรม เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ซึ่งโดยทั ่วไปจะใช้กับคอมพิวเตอร์ แต่สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์อื่น เช่น เมาส์แป้ นพิมพ์แพดเกม จอยสติ๊ ก สแกนเนอร์ กล้องถ่ายรูปดิจิทัล เครื่องพิมพ์ฮาร์ดดิสก์และอุปกรณ์เครือข่าย เป็นต้น ยูเอสบีเป็ นรูปแบบการเชื่อมต่อมาตรฐานส�ำหรับอุปกรณ์มัลติมีเดีย เช่น สแกนเนอร์ หรือกล้องถ่ายรูปดิจิทัล และนิยมน�ำไปทดแทนการเชื่อมต่อแบบเดิม เช่น การเชื่อมต่อแบบขนาน (parallel) ส�ำหรับเครื่องพิมพ์ การเชื่อมต่อแบบอนุกรม (serial) ส�ำหรับโมเด็ม เป็นต้น เมาส์แบ่งได้เป็นสองแบบคือ 1. แบบทางกล 2. แบบใช้แสง รูปที่ 1.3 คอนเน็คเตอร์USB แบบ A ที่มา : http://www.wikiwand.com/th/Universal_Serial_Bus รูปที่ 1.4 ฮับยูเอสบี ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/Universal_Serial_Bus


6 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา Ball Mouse มีชนิดที่เป็น Ball อยู่ในแนวตั้งและแนวนอน เมาส์แบบ Ball การใช้งาน รูปที่ 1.5 Ball Mouse ที่มา : https://m.media-amazon.com/images/I/81IKgHCBQJS._SR500,500_.jpg ต้องเลื่อนเมาส์ไปยังแกนต่างๆ บนหน้าจอเพื่อเลือก หรือยกเลิกโปรแกรมที่ท�ำงานอยู่ ต่อมาได้พัฒนา เมาส์ให้มี wheel เพื่อให้สะดวกในการใช้งานกับ Windows ตั้งแต่เวอร์ชัน 95 เป็นต้นมาซึ่งช่วยในการ เลื่อนหน้าต่าง Window ได้ง่ายขึ้ นโดยไม่ต้องเลื่อน เมาส์เพียงแต่ใช้นิ้ วขยับไปที่ wheel ขึ้ นลงเท่านั้น 1. Mouse แบบทางกล เป็นแบบที่ใช้ลูกกลิ้ งกลม ที่มีน�้ำหนักและแรงเสียดทานพอดีเมื่อเลื่อน Mouse ไปในทิศทางใดจะท�ำให้ลูกกลิ้ งเคลื่อนไปมาในทิศทางนั้น ลูกกลิ้ งจะท�ำให้กลไกซึ่งท�ำหน้าที่ ปรับแกนหมุนในแกน X และแกน Y แล้วส่งผลไปเลื่อนต�ำแหน่งตัวชี้ บนจอภาพ Mouse แบบทางกลนี้ มีโครงสร้างที่ออกแบบได้ง่าย มีรูปร่างพอเหมาะมือ ส่วนลูกกลิ้ งจะต้องออกแบบ ให้กลิ้ งได้ง่ายและไม่ลื่นไถล สามารถควบคุมความเร็วได้อย่างต่อเนื่องสัมพันธ์ระหว่างทางเดิน ของ Mouse และจอภาพ การจับเมาส์ที่ถูกวิธี คือ การวางมือคว�่ำบนตัวเมาส์ โดยให้นิ้วกลางอยู่ที่ ปุ่มด้านขวา นิ้วชี้อยู่ที่ปุ่มด้านซ้าย ใช้นิ้วที่เหลือจับตัวเมาส์ให้ถนัดแล้วจึงเลื่อนเมาส์ไปมา ตามทิศทางที่ต้องการ ซึ่งจะเป็นการเลื่อนตัวชี้บนจอภาพไปในทิศทางที่เลื่อน เด็กควรรู้


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 7 Wireless Mouse เป็ นเมาส์ที่มีการท�ำงานเหมือน เมาส์ทั ่วไปเพียงแต่ไม่มีการใช้สายไฟต่อออกมาจาก ตัวเมาส์ซึ่งเมาส์ชนิดนี้ จะมีตัวรับและตัวส่งสัญญาณ ซึ่งทางด้านตัวรับสัญญาณอาจจะเป็ นหัวต่อ แบบ PS/2 หรือ แบบ USB ที่เรียกว่า Thumb USB receiver ซึ่งใช้ความถี่วิทยุอยู่ที่ 27MHz รูปที่ 1.6 Wireless Mouse ที่มา : https://images-eu.ssl-images-amazon.com/ images/I/61YS5f4G73L._AC_SS350_.jpg Mouse ส�ำหรับ Macintosh เ ป็ น เ ม า ส์ที่ ใ ช้เ ฉ พ า ะ เ ค รื่ อ ง คอมพิวเตอร์Macintosh ซึ่งเป็ นเมาส์ที่ไม่มีwheel และปุ่ มคลิกก็มีเพียงปุ่ มเดียวแต่สามารถใช้งาน ได้ครอบคลุมทุกหน้าที่การท�ำงาน ซึ่งทางบริษัท Apple ออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่อง Macintosh เท่านั้น รูปที่ 1.7 Mouse ส�ำหรับ Macintosh ที่มา : https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS3za-E_-6ZIe8QeagrlBUkAlcI_KyWFHeh79i1NceT8Wbt_-WU รูปที่ 1.8 Mouse Laser ที่มา : https://www.alza.cz/lenovo-laser-wireless-mouse-d506850.htm 2. Mouse แบบใช้แสง เป็ นเมาส์ชนิดใช้แสงซึ่งปั จจุบันบริษัทผู้ผลิต เมาส์ชนิดนี้ ได้เพิ่มให้มีความสวยงามต่าง ๆ กันไป เช่น ใส่แสง ให้กับ wheel หรือไม่ก็ออกแบบให้มีแสงสว่างทั้งตัวเมาส์แต่หน้าที่ การท�ำงานก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจาก Ball Mouse


8 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา รูปที่ 1.9 ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์(HDD) ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Hard_disk_drive เป็ นอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลที่ใช้เก็บรักษาแม่เหล็กในการจัดเก็บ มีลักษณะ เป็ นจานโลหะที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อท�ำงาน การติดตั้งเข้ากับ คอมพิวเตอร์สามารถท�ำได้โดยการต่อเข้ากับแผงวงจรหลัก (motherboard) ฮาร์ดไดรฟ์หรือ ฮาร์ดดิสก์มีการจัดเก็บแบบไม่ลบเลือนรักษาข้อมูลที่เก็บไว้แม้ในขณะที่ปิ ด จานแม่เหล็กส่วนใหญ่ท�ำด้วยพลาสติก มีรูปร่างเป็ นจานกลมคล้ายจานเสียง ธรรมดา แต่ฉาบผิวทั้งสองข้างด้วยสารแม่เหล็กเฟอรัสออกไซด์ การบันทึกท�ำบนผิวของ สารแม่เหล็กแทนที่จะเซาะเป็นร่องเล็ก ๆ การอ่านและการบันทึกข้อมูลกระท�ำโดยใช้หัวอ่าน ที่ติดตั้งไว้บนแผงที่สามารถเลื่อนเข้าออกได้ ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้บนรอยทางวงกลมบนผิวจานซึ่งมีจ�ำนวนต่างๆ เช่น 100-500 รอยทาง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของจานมีตั้งแต่ 1-3 ฟุต สามารถบันทึกตัวอักษรได้หลาย ล้านตัวอักษร การบันทึกใช้บันทึกทีละบิตโดยใช้แปดบิตต่อหนึ่งไบต์จานแม่เหล็กหมุนเร็ว ประมาณ 1,500-1,800 รอบต่อนาทีสามารถค้นหาข้อมูลด้วยเวลาเฉลี่ยประมาณ 50 มิลลิวินาทีสามารถย้ายข้อมูลด้วยอัตราเร็วสูงถึง 320,000 ไบต์ต่อวินาทีขอให้สังเกตว่า เวลาเฉลี่ยเหล่านี้ เป็นเวลาที่ช้ากว่าเครื่องรุ่นใหม่ๆ มาก ทราบหรือไม่เมาส์ แบบใช้แสง มีหลักการท�ำงานอย่างไร ค�ำถาม ค�ำตอบ เกิดจากการใช้แสงเลเซอร์หรืออินฟราเรด จากหลอดไฟ สองหลอด ส่องบนแผ่นรองพิเศษ เมื่อล�ำแสงสะท้อนกลับ ขึ้นไปเครื่องรับจะตรวจสอบว่า เมาส์เคลื่อนไปยังทิศทางใด 1.3 เครื่องจานแม่เหล็ก (Disk Drive)


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 9 Hard Disk คือ อุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลได้มาก สามารถเก็บได้อย่างถาวรโดย ไม่จ�ำเป็นต้องมีไฟฟ้ามาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เมื่อปิดเครื่องข้อมูลก็จะไม่สูญหาย เด็กควรรู้ รูปที่ 1.10 แสดง Hard drive ที่มา : https://image.makewebeasy.net/makeweb/0/5Re2KiBcb/DefaultData/cc2.png Hard drive เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ Operating System (OS) หรือ Windows เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ซึ่งมีมาตรฐานหลายแบบด้วยกัน Harddisk เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ Operating System (OS) หรือ Windows รวมถึง โปรแกรมใช้งานต่าง ๆ และข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้หน่วยความจุของ Hard disk คิดเป็น Gigabyte หรือ GB ปัจจุบันตามท้องตลาดมีHard disk อยู่สองรูปแบบ คือ รุ่นใหม่เรียกว่า Serial ATA หรือ SATA (บางคนอ่าน ซา-ต้า) และอีกแบบที่มีขายอยู่ก่อนหน้านี้ คือแบบ IDE ทั้งสองแบบ ใช้สายสัญญาณและสายไฟในการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานต้องตรวจสอบว่า เมนบอร์ดรองรับการท�ำงานกับฮาร์ดดิสก์แบบใดด้วย เรามาดูกันว่าฮาร์ดดิสก์แต่ละแบบ มีหน้าตาและรูปแบบการเชื่อมต่อกันอย่างไรบ้าง 1.4 Hard Drive ถ้าต้องการเก็บข้อมูลจ�ำนวนมาก เขาจะใช้จานแม่เหล็กที่มีจ�ำนวน 2 หรือ 6 หรือ 12 จานมาติดตั้งซ้อนกันตามแนวดิ่ง รวมกันเป็นหนึ่งหน่วยเรียกว่า ดิสก์แพ็ก (Disk Pack) ซึ่งสามารถยกดิสก์แพ็กเข้าออกจากเครื่องได้การท�ำเช่นนี้ ท�ำให้จานแม่เหล็กสามารถ ท�ำหน้าที่คล้ายแถบแม่เหล็ก


10 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา รูปที่ 1.11 แสดง Hard disk แบบ IDE ที่มา : https://admin.in.th/wp-content/uploads/2017/11/G01-0085-2.jpg - IDE (Integrated Drive Electronics) แบบแรก คือ IDE เป็ นแบบที่มีใช้กันมานานมาก จนกระทั ่งปัจจุบันก็ยัง หาซื้ อมาใช้งานได้อยู่ มีความจุตั้งแต่ 40-500GB ส่วนประกอบที่จ�ำเป็ นมีสี่ส่วนด้วยกันคือ IDE Port ที่ตัวเมนบอร์ด, สายสัญญาณ 80 pin IDE, Power connectorและตัว hard disk IDE นั ่นเอง - Serial ATA (Advanced Technology Attachment) เปิ ดตัวครั้งแรกในวันที่ 26 มิถุนายน 2545 งาน PC Expo ใน New York ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีการน�ำเสนอ Parallel ATA (IDE) มากว่า 20 ปีรวมถึง เทคโนโลยีอื่นๆ ที่ท�ำให้การอ่านข้อมูลได้เร็วขึ้น และพัฒนาให้เกิดเทคโนโลยีSerialATAขึ้นมา แทนที่ฮาร์ดดิสก์แบบ IDEซึ่ง SerialATA มีความเร็วในเข้าถึงข้อมูลถึง 150 Mbytes ต่อวินาที และให้ผลตอบสนองในการท�ำงานได้เร็วมากในส่วนของ มีจ�ำนวน pin น้อยกว่า Parallel ATA การเชื่อมก็จะคล้ายคลึงกับแบบ IDE จะต่างกันก็ตรงหน้าตาของ Connector ของสายไฟและ สายสัญญาณเท่านั้น รูปที่ 1.12 แสดง Hard disk แบบ Serial ATA ที่มา : https://bearcoms.com/pc-hardware/storage/ssd/


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 11 รูปที่ 1.13 แสดงความแตกต่างของ Hard disk แบบ IDE และ Serial ATA ที่มา : http://smileandsbyecomputer.blogspot.com/2014/10/harddisk-ide-sata.html Hard Disk แบบ IDE และ SATA มีความแตกต่างกัน อย่างไร ค�ำถาม ค�ำตอบ เมื่อมองดูความแตกต่างทางด้านกายภาพแล้วเราจะ เห็นได้ว่า Hard Disk แบบ IDE และ SATA จะมีการเชื่อมต่อ ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเรื่องของ Connector ที่ตัวของ Hard Disk เองหรือไม่ว่าจะเป็นที่ตัวเมนบอร์ด รวมไปถึง สายสัญญาณและสายไฟที่ใช้ในการเชื่อมต่อด้วย ฉะนั้นหาก ต้องการซื้อ Hard Disk มาใช้งานก็ต้องส�ำรวจก่อนด้วยว่า เมนบอร์ดรองรับการเชื่อมต่อกับ Hard Disk แบบใดด้วย 1.5 CD-Rom ซีดีรอม (CD ROM ย่อมาจาก Compactdisc Read Only Memory)เป็นสื่อบันทึก ข้อมูลชนิดหน่วยเก็บข้อมูลส�ำรอง (Secondary Storage Media) ลักษณะเป็นแผ่นจานกลม คล้ายแผ่นเสียงหรือแผ่นคอมแพ็กดิสก์ส�ำหรับฟังเพลง ข้อดีคือ เก็บข้อมูลได้ปริมาณมากกว่า รูปที่ 1.14 CD-Rom ที่มา : https://www.comsiam.com/wp-content/uploads/2018/11/cd-rom.jpg ดิสก์เก็ต ซีดีรอม 1 แผ่นสามารถเก็บข้อมูล เทียบเท่ากับดิสก์เก็ตความจุ 1.44 MB จ�ำนวน 600 แผ่น หรือเท่ากับฮาร์ดดิสก์ ขนาดความจุ 600 MB ในขณะที่ราคาของ ซีดีรอมถูกกว่าฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุเท่ากัน จากข้อดีดังกล่าวจึงมีผู้ผลิตซอฟต์แวร์ประเภท เกมและโปรแกรมบรรจุในซีดีรอมมากขึ้ น


12 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา รูปที่ 1.15 CD-Rom ที่มา : https://www.lg.com/pa/images/dispositivos-opticos/gh22ns40/gallery/large01.jpg แผ่นซีดีรอมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 12 เซนติเมตร (4 ¾ ) มีความหนามากกว่า 1 มิลลิเมตรเล็กน้อย และมีน�้ำหนักประมาณ ½ ออนซ์ วัสดุที่ใช้ท�ำแผ่นซีดีรอมท�ำจาก แผ่นโพลีคาร์บอเนต (polycarbonate) ใส่ประกบกับแผ่นอะลูมิเนียมบางๆ และผนึกด้วย แล็กเกอร์รอบนอก แผ่นซีดีรอมหนึ่งแผ่นสามารถเก็บข้อมูลทั้งประเภทตัวหนังสือ ภาพถ่าย กราฟิก เสียง และภาพเคลื่อนไหว ได้เป็นจ�ำนวนมากถึง 700 เมกะไบต์ หรือเก็บเสียงที่มี คุณภาพดีได้ถึง 80 นาที ข้อมูลบนแผ่นซีดีรอมจะถูกเก็บในลักษณะที่เรียกว่า “หลุม” ที่มี ขนาดเล็กมาก เรียงแถวเดี่ยวในลักษณะบันไดเวียน (single spiral track) แต่ละหลุมมี ขนาดกว้าง ½ ไมครอน (micron) บนซีดีรอมแผ่นหนึ่งจะมีหลุมดังกล่าวนี้อยู่ประมาณ 2.8 พันล้านหลุม ร่องแบบบันไดเวียนจะช่วยท�ำให้เกิดการหมุนมากกว่า 2 หมื่นรอบเป็น ระยะทางกว่า 3 ไมล์ เด็กควรรู้ ประเภทของซีดีรอม เมื่อดูจากสภาพภายนอกจะเห็นว่าซีดีรอมแต่ละแผ่นมีลักษณะเหมือนกัน ทุกประการแต่แท้ที่จริงนั้นซีดีรอมแบ่งออกได้หลายประเภท การแยกประเภทของซีดีรอมนั้น แยกตามข้อก�ำหนดของหนังสือที่ระบุเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตสื่อเก็บข้อมูลซีดีรอม เช่น Yellow CD หมายถึง ซีดีรอมที่ถูกผลิตตามข้อหนังสือหน้าปกสีเหลือง เป็นต้น ปั จจุบันแบ่งประเภทของซีดีรอมออกได้หลายประเภท ตามสีของหน้าปก หนังสือที่ก�ำหนดลักษณะของซีดีรอม ดังต่อไปนี้ - Yellow CD หรือ DATA Storage CD - Red CD / Audio CD - CD-ROM XA หรือ Multi-session CD หรือ ISO 9660 - Mixed Mode CD


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 13 - Yellow CD หรือ DATA Storage CD เป็นที่รู้จักกันในชื่อของซีดีรอมประเภทที่ใช้ส�ำหรับเก็บข้อมูล (Data CD) มักพิมพ์ค�ำว่า Data Storage บนแผ่น แผ่นซีดีรอมประเภทนี้ถูกน�ำมาเก็บข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ อ่านได้ ข้อมูลจะถูกบันทึกเป็นแนวเกลียว (Spiral) จากวงรอบ (Track) ส่วนในของแผ่นไปยัง วงรอบส่วนนอก ข้อมูลจะถูกเขียนครั้งละหนึ่งบิตตามล�ำดับโครงสร้างของการบันทึกข้อมูล ทางตรรกะ (Logical Format) ข้อมูลจะถูกบันทึกในลักษณะของแผนภูมิต้นไม้ (Tree) และ ไดเร็กทอรี่ (Directory) และไฟล์ซึ่งคอมพิวเตอร์เข้าใจ - Red CD / AudiO CD รู้จักกันแพร่หลายในชื่อของ Audio CD หรือคอมแพ็กดิสก์ คือแผ่นซีดีรอม รูปที่ 1.16 แสดง CD - Rom แบบ Red CD ที่มา : http://4.bp.blogspot.com/_rlLSvXG66uE/ TOvhGPnKvaI/AAAAAAAAABk/l3AyrSpAT7E/s1600/ spd_20100120211137_b.jpg - CD-ROM XA หรือ Multi-session CD Multi-session CD คือ ซีดีรอมที่ถูกผลิตตามมาตรฐาน ISO 9660 ข้อมูล ในซีดีรอมจะมีมากกว่า 1 session หนึ่ง session คือการบันทึกข้อมูลต่อเนื่องกันหนึ่งส่วน เมื่อปิด Session ดังกล่าว และเปิด Session ใหม่ ข้อมูลก็จะถูกบันทึกโดยไม่ต่อเนื่องกับ session เดิม ท�ำให้ใช้ประโยชน์จากซีดีรอมแบบ Multi-session ในการ Update ข้อมูลหรือ บันทึกข้อมูลเพิ่มเติม - Mixed Mode Classic Mixed Mode หรือ Mixed Mode ยุคเบื้องต้นนั้นคือแผ่นซีดีรอม ที่มีข้อมูลใน Track แรก ตามด้วย Audio ใน Track ต่อไปอีกหนึ่ง Track หรือหลายๆ Track โดยบรรจุใน session เดียว Mixed-Mode CD ใช้งานได้ดีกับคอมพิวเตอร์ ที่มีไว้ส�ำหรับฟังเพลง ซึ่งประกอบด้วย Track ของ Digital Audio ที่ถูกบันทึกลงไปใน Compact Disc - Digital Audio (CD-DA) รูปแบบการเก็บข้อมูลเพลง เป็นรูปแบบสากล คือน�ำไปใช้ได้ทั่วโลกและใช้ได้กับ หลายๆ สื่อ CD-DA แผ่นหนึ่งมี Track ได้ 99 Track


14 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา 1.6 Card Reader รูปที่ 1.17 แสดง Card Reader ที่มา : http://www.liberaldictionary.com/card-reader/ Card Reader คือ อุปกรณ์ส�ำหรับเชื่อมต่อระหว่างหน่วยความจ�ำภายนอกแบบ แฟลชการ์ดหรือมีเดียการ์ด กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยอาศัยพอร์ต USB ในการท�ำงานโดย จะรองรับคุณสมบัติของหน่วยความจ�ำตามผู้ผลิต เช่น MMC card, RS-MMC, MEMORY STICK, SD card, SDHC ซึ่งมีทั้งที่สามารถรองรับหน่วยความจ�ำได้เพียงชนิดเดียวจนถึงสามารถ รองรับได้ทั้งหมด เช่น 2 in 1, 6 in 1 หรือมากกว่า 6 in 1 ขึ้ นไป หมายถึง สามารถอ่านการ์ด ได้6 ชนิดขึ้ นไป วิธีการใช้งานก็เอาการ์ดหน่วยความจ�ำภายนอก เช่น MMC หรือ SD Card เสียบเข้าไปในเครื่องอ่านการ์ด (Card Reader)เครื่องจะอ่านข้อมูลแล้วส่งต่อไปให้คอมพิวเตอร์ ประมวลผล หากผู้ใช้ต้องการบันทึกข้อมูลลงไปในการ์ดก็สามารถท�ำได้เช่นกัน 1.7 Scanner รูปที่ 1.18 Scanner ที่มา : https://www.lifewire.com/epson-v19-scanner-review-2768978 สแกนเนอร์ คือ อุปกรณ์จับภาพและเปลี่ยนแปลงภาพ จากรูปแบบของ อนาล็อกเป็ นดิจิทัล ซึ่งคอมพิวเตอร์สามารถแสดง เรียบเรียง เก็บรักษาและผลิตออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเป็นรูปถ่าย ข้อความ ภาพวาด หรือแม้แต่วัตถุสามมิติ


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 15 ทราบหรือไม่ Scanner มีหลักการท�ำงานอย่างไร ค�ำถาม ค�ำตอบ หลักการท�ำงานของเครื่องสแกนเนอร์ คือการแปลง สัญญาณภาพให้เป็นสัญญาณทางไฟฟ้า โดยการสแกน ภาพหรือตัวอักษรที่อยู่ในเอกสาร เสร็จแล้วบันทึกเป็นข้อมูล ทางดิจิทัลลงในสื่อบันทึกของเครื่องคอมพิวเตอร์ สแกนเนอร์ แบ่งป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ 1. สแกนเนอร์ดึงกระดาษ (Sheet - Fed Scanner) รูปที่ 1.19 แสดง scanner ดึงกระดาษ ที่มา:http://www.bgcl.co.th/scanner/canon_dr-f120.php สแกนเนอร์แบบนี้ จะรับกระดาษ แล้วค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผ่นนั้นให้ผ่าน หัวสแกน ซึ่งอยู่กับที่ข้อจ�ำกัดของสแกนเนอร์ แบบเลื่อนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพที่เป็ น แผ่นกระดาษได้เท่านั้น ไม่สามารถอ่านภาพ จากสมุดหรือหนังสือได้ 2. สแกนเนอร์แท่นเรียบ (Flatbed Scanner) รูปที่ 1.20 แสดง Scanner แท่นเรียบ ที่มา : http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/229/scanner.jpg สแกนเนอร์แบบนี้ จะมีกลไกคล้าย ๆ กับเครื่องถ่ายเอกสารเราแค่วางหนังสือ หรือภาพไว้บนแผ่นกระจกใส และเมื่อท�ำการสแกน หัวสแกนก็จะเคลื่อนที่จากปลายด้านหนึ่ง ข้อจ�ำกัดของสแกนเนอร์แบบแท่นนอน คือ แม้ว่า อ่านภาพจากหนังสือได้แต่กลไกภายในต้องใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจกหลายแผ่น ท�ำให้ภาพ มีคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับแบบแรก


16 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา 3. สแกนเนอร์มือถือ (Hand - Held Scanner) รูปที่ 1.21 แสดง Scanner มือถือ ที่มา :https://webboard.sanook.com/forum/?topic=3401704 สแกนเนอร์แบบนี้ ผู้ใช้ต้องเลื่อนหัวสแกนเนอร์ไปบนหนังสือหรือรูปภาพ สแกนเนอร์แบบมือถือได้รวมเอาข้อดีของสแกนเนอร์ทั้งสองแบบเข้าไว้ด้วยกันและมีราคาถูก เพราะกลไกที่ใช้ไม่สลับซับซ้อน แต่ก็มีข้อจ�ำกัด ตรงที่ว่าภาพที่ได้จะมีคุณภาพแค่ไหน ขึ้ นอยู่กับ ความสม� ่ำเสมอ ในการเลื่อนหัวสแกนเนอร์ของ ผู้ใช้งานนอกจากนี้ หัวสแกนเนอร์แบบนี้ ยังมีหัวสแกน ที่มีขนาดสั้น ท�ำให้อ่านภาพบนหน้าหนังสือ ขนาดใหญ่ได้ไม่ครบ1หน้าท�ำให้ต้องอ่านหลายครั้ง กว่าจะครบหนึ่งหน้าซึ่งปัจจุบันมีซอฟต์แวร์หลายตัว ที่ใช้กับสแกนเนอร์แบบมือถือ ซึ่งสามารถต่อภาพ ที่เกิดจากการสแกนหลายครั้งเข้าต่อกัน 2. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ท�ำหน้าที่ในการค�ำนวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย คือ - หน่วยควบคุม ท�ำหน้าที่ในการดูแล ควบคุมล�ำดับขั้นตอนของการประมวลผล และ การท�ำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง และช่วยประสานงานระหว่าง หน่วยประมวลผลกลางกับอุปกรณ์น�ำเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจ�ำ ส�ำรอง - หน่วยค�ำนวณและตรรกะ ทาหน้าที่ในการค� ํำนวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ที่ ส่งมาจากหน่วยควบคุมและหน่วยความจ�ำ 3. หน่วยความจ�ำ (Memory) ท�ำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือค�ำสั ่งต่าง ๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้เพื่อ ประมวลผลและยังเก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็น หน่วยความจ�ำ เป็ นหน่วยความจ�ำที่มีอยู่ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ท�ำหน้าที่ ในการเก็บค�ำสั ่งหรือข้อมูล แบ่งออกเป็น


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 17 - ROM หน่วยความจ�ำแบบถาวร รูปที่ 1.22 แสดงหน่วยความจ�ำ Rom ที่มา:https://sites.google.com/site/khxmphiwtexrbeuxngtn62/_/rsrc/ 1465994801995/hnwy-khwam-ca-memory/rom.jpg?height=240&width=320 ที่จะน�ำมาต่อกับไมโครโพรเซสเซอร์ได้โดยตรง ซึ่งโปรแกรมหรือข้อมูลนั้นจะไม่สูญหายไป แม้ว่า จะไม่มีการจ่ายไฟเลี้ ยงให้แก่ระบบ ข้อมูลที่เก็บอยู่ ใน ROM จะสามารถอ่านออกมาได้แต่ไม่สามารถ เขียนข้อมูลเข้าไปได้เว้นแต่จะใช้วิธีการพิเศษ ซึ่งขึ้ นกับชนิดของ ROM - RAM หน่วยความจาแบบชั ่วคราว ํ หน่วยความจ�ำระยะยาวออกมา คอมพิวเตอร์ ท�ำงานในลักษณะเดียวกัน ถ้า RAM ถูกใช้ จนเต็มแล้ว ไมโครโพรเซสเซอร์ต้องไปที่ ฮาร์ดดิสก์เพื่อเรียกข้อมูลออกมาและ เขียนทับ (Overlay) ด้วยข้อมูลใหม่เป็นการ ท�ำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท�ำงานช้าลง แตกต่างจากฮาร์ดดิสก์ที่มีข้อมูลอย่าง สมบูรณ์RAM จะไม่ท�ำงานมากกว่าขนาด หน่วยความจ�ำ ซึ่งจะท�ำให้การท�ำงานช้าลง RAM (Random Access Memory)เป็นสถานที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งระบบ ปฏิบัติการโปรแกรมประยุกต์และข้อมูลที่ค�ำสั ่งใช้งานเก็บไว้เพื่อท�ำให้ไมโครโพรเซสเซอร์ น�ำไปประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว RAM เป็ นที่เก็บที่สามารถผ่านและเขียนได้รวดเร็วกว่า ที่เก็บชนิดอื่นของเครื่องคอมพิวเตอร์, ฮาร์ดดิสก์, ฟล็อปปี้ ดิสก์และซีดี- รอม อย่างไรก็ตาม การเก็บข้อมูลไว้ใน RAM ท�ำได้เมื่อมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์RAM สามารถเปรียบเทียบได้กับ ความจ�ำระยะสั้นของคน และฮาร์ดดิสก์เหมือนกับหน่วยความจ�ำระยะยาว หน่วยความจ�ำระยะสั้น จะสนใจกับงานบนมือ แต่สามารถเก็บข้อเท็จจริงหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ถ้าหน่วยความจ�ำ ระยะสั้นถูกใช้จนเต็มแล้ว บางครั้งสมองสามารถ refresh โดยการดึงข้อเท็จจริง (fact) ใน รูปที่ 1.23 แสดงหน่วยความจ�ำ Ram ที่มา : https://www.clockemup.com/gskill-dd4-4800-z390/ รอม คือ หน่วยความจ�ำชนิดหนึ่ง ที่มีโปรแกรมหรือข้อมูลอยู่แล้ว และพร้อม


18 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา - หน่วยความจ�ำส�ำรอง มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือโปรแกรมเหมือนกับหน่วยความจ�ำหลัก แต่ต่างจาก หน่วยความจ�ำหลัก คือ หน่วยความจ�ำรอง สามารถจัดเก็บข้อมูล และโปรแกรมไว้ใช้ใน 4. หน่วยแสดงผล (Output Unit) ท�ำหน้าที่ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการค�ำนวณและประมวลผล ส�ำหรับอุปกรณ์ ที่ท�ำหน้าที่ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้ 4.1 จอภาพ (Monitor) ใช้แสดงข้อมูลหรือผลลัพธ์ให้ผู้ใช้เห็นได้ทันทีมีรูปร่างคล้ายจอภาพของโทรทัศน์ บนจอภาพประกอบด้วยจุดจ�ำนวนมาก เรียกจุดเหล่านั้นว่า พิกเซล (Pixel) ถ้ามีพิกเซล รูปที่ 1.25 แสดงจอภาพแบบซีอาร์ที ที่มา : http://kor ภายหลังได้แม้จะปิ ดเครื่องคอมพิวเตอร์ข้อมูลและ โปรแกรมที่เก็บไว้ไม่สูญหายหรือถูกลบทิ้ ง นอกจากนี้ หน่วยความจ�ำรอง สามารถเพิ่มขนาดความจุได้เนื่องจาก หน่วยความจ�ำหลักจะมีขนาดความจุจ�ำกัดหน่วยความจ�ำรอง สามารถเพิ่มขนาดความจุได้หน่วยประมวลผลจะเรียก ใช้ข้อมูลที่เก็บไว้ในหน่ วยความจ�ำรองได้จะช้ากว่า หน่วยความจ�ำหลัก รูปที่ 1.24 แสดงหน่วยความจ�ำส�ำรอง ที่มา:http://koreaseriee.blogspot.com/2017/07/blog-post.html จ�ำนวนมากก็จะท�ำให้ผู้ใช้มองเห็นภาพบนจอ ได้ชัดเจนมากขึ้น จอภาพที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งได้ เป็นสองประเภท คือ 4.1.1. จอภาพแบบซีอาร์ที


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 19 การแสดงผลบนจอภาพ เป็ นเรื่องที่จ�ำเป็ นส�ำหรับการใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ วิวัฒนาการของการแสดงผลได้พัฒนาก้าวหน้าขึ้ น มาตรฐานการแสดงผลที่ใช้กับไมโคร คอมพิวเตอร์มีพื้ นฐานมาจากการพัฒนาของบริษัทไอบีเอ็ม ในยุคต้นความต้องการของการ แสดงผลส่วนใหญ่ยังเป็ นแบบตัวอักษรโดยมีภาวะการท�ำงาน (Mode) แยกจากการแสดง กราฟิก แต่ในปัจจุบันซอฟต์แวร์จ�ำนวนมากสามารถแสดงผลในภาวะกราฟิก เช่น ระบบปฏิบัติงาน วินโดวส์ต้องใช้ภาวะการแสดงผลในรูปกราฟิกล้วน ๆ ผู้ใช้สามารถก�ำหนดขนาดช่องหน้าต่าง หรือการแสดงผลได้ตามที่ต้องการ จอภาพจึงเป็นส่วนส�ำคัญมากส่วนหนึ่งส�ำหรับผู้ใช้งานใน ยุคปัจจุบัน ในยุคแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2524 บริษัทไอบีเอ็ม ได้พัฒนาระบบการแสดงผลที่ใช้กับ จอภาพสีเดียวที่เรียกว่าโมโนโครม หรือ เอ็มดีเอ (Monochrome DisplayAdapter: MDA)และ แสดงผลได้เฉพาะภาวะตัวอักษรแต่เพียงอย่างเดียวแต่ให้ความละเอียดสูง หากต้องการแสดงผล ในภาวะกราฟิ กก็ต้องเลือกภาวะการแสดงผลอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่า ซีจีเอ (Color Graphic Adapter : CGA) ที่สามารถแสดงสีและกราฟิ กได้แต่ความละเอียดน้อย เมื่อมีผู้ผลิตไมโครคอมพิวเตอร์ยี่ห้อต่าง ๆ ที่มีระบบการท�ำงานแบบเดียวกับ คอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็ม (IBM compatible)ไอบีเอ็มจึงต้องก�ำหนดมาตรฐานการแสดงผลไว้ ต่อมาบริษัทเฮอร์คิวลีส ซึ่งเห็นปัญหาของระบบการแสดงผลทั้งสองนี้ จึงออกแบบแผงวงจร แสดงผล เรียกกันติดปากว่าแผงวงจรเฮอร์คิวลิส (Herculis Card) หรือ เอชจีเอ (Herculis Graphic Adapter : HGA) บางครั้งเรียกว่าโมโนโครกราฟิ กอแดปเตอร์หรือเอ็มจีเอ (Monochrome Graphic Adapter : MGA) การแสดงผลแบบนี้ เป็ นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันต่อเนื่องและ ผลิตขึ้ นมาใช้กันมากมาย ต่อมาบริษัทไอบีเอ็มเห็นว่าความต้องการทางด้านกราฟิ กสูงขึ้ น การแสดงสี ควรจะมีรายละเอียดและจ�ำนวนสีมากขึ้ น จึงได้พัฒนามาตรฐานการแสดงผลบนจอภาพขึ้ นอีก โดยปรับปรุงจากเดิมเรียกว่า อีจีเอ (Enhance Graphic Adapter: EAG) การเพิ่มเติมจ�ำนวนสี ยังไม่พอเพียงกับซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้กับระบบปฏิบัติการวินโดวส์และโอเอสทู ไอบีเอ็มจึงสร้างมาตรฐานการแสดงผลที่มีความละเอียดและสีเพิ่มยิ่งขึ้ นเรียกว่า เอ็กซ์วีจีเอ (eXtra Video Graphic Array: XVGA) การเลือกซื้ อจอภาพจะต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของจอภาพกับตัวปรับต่อ ซึ่งเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่บนแผงวงจรหลัก (main board) และต่อสัญญาณมายัง จอภาพ แผงวงจรนี้ จะเป็นตัวแสดงผลตามมาตรฐานที่ต้องการ มีภาวะการแสดงผลหลายแบบ เช่น


20 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา ก. แผงวงจรโมโนโครมหรือแผงวงจรเอ็มดีเอ เป็ นแผงวงจรที่ไม่ค่อยนิยมใช้แล้ว แสดงผลได้เฉพาะตัวอักษรจ�ำนวน 25 บรรทัด บรรทัดละ 80 ตัวอักษร ขนาดความละเอียด ของตัวอักษรเป็น 9×14 ชุด ข. แผงวงจรเฮอร์คิวลิสหรือแผงวงจรเอชจีเอ แสดงผลเป็ นตัวอักษรขนาด 25 บรรทัด บรรทัดละ 80 ตัวอักษรเหมือนแผงวงจรเอ็มดีเอ แต่สามารถแสดงกราฟิกแบบสีเดียว ด้วยความละเอียด 720×348 จุด ค. แผงวงจรอีจีเอ เป็ นแผงวงจรที่แสดงด้วยความละเอียดของตัวอักษรขนาด 9×14 จุด แสดงสีได้16 สีความละเอียดของการแสดงกราฟิ ก 640×350 จุด ง.แผงวงจรวีจีเอ เป็นแผงวงจรที่แสดงด้วยความละเอียดของตัวอักษร 9×16 จุด แสดงสีได้16 สีแสดงกราฟิ กด้วยความละเอียด 640×480 จุด และแสดงสีได้สูงถึง 256 สี จ. แผงวงจรเอ็กซ์วีจีเอ เป็นแผงวงจรที่ปรับปรุงจากแผงวงจรวีจีเอ แสดงกราฟิ ก ด้วยความละเอียดสูงขึ้ นเป็น 1,024×768 จุด และแสดงสีได้มากกว่า 256 สี เมื่อได้ทราบว่าตัวปรับต่อมีกี่แบบแล้ว คราวนี้ มาดูมาตรฐานตัวเชื่อมต่อ (connector) ของตัวปรับต่อกับจอภาพบ้าง ตัวเชื่อมต่อมาตรฐานที่ใช้มีแบบ 9 ขา ตัวเชื่อมต่อส�ำหรับแผงวงจร แบบวีจีเอและเอสวีจีเอ เป็นแบบ 15 ขา การที่หัวต่อไม่เหมือนกันจึงท�ำให้ใช้จอภาพร่วมกัน ไม่ได้ นอกจากตัวเชื่อมต่อและตัวปรับต่อแล้ว คุณภาพของจอภาพก็จะต้องได้รับการ พิจารณาอย่างมาก สัญญาณที่ส่งมายังจอภาพมีรูปแบบไม่เหมือนกัน สัญญาณของแผงวงจร แบบวีจีเอเป็ นแบบอนาล็อก สัญญาณของแผงวงจรแบบ เอ็มดีเอ ซีจีเอ เอชจีเอ อีจีเอ เป็ น แบบดิจิทัล ข้อพิจารณาที่จะตรวจสอบด้วยตาเปล่าได้คือ การแสดงผลจะต้องเป็ นจุดเล็ก ละเอียดคมชัด ไม่เป็ นภาพพร่าหรือเสมือนปรับโฟกัสไม่ชัดเจน ภาพที่ได้จะต้องมีลักษณะ ของการกราดตามแนวตั้งคงที่ สังเกตได้จากขนาดตัวหนังสือแถวบนกับแถวกลางหรือแถวล่าง ต้องมีขนาดเท่ากันและคมชัดเหมือนกัน ภาพที่ปรากฏจะต้องไม่กะพริบถึงแม้จะปรับ ความเข้มของแสงเต็มที่ ภาพไม่สั ่นไหวหรือพลิ้ ว การแสดงของสีต้องไม่เพี้ ยนจากสีที่ควรจะเป็น พิจารณารายละเอียดทางเทคนิคของจอภาพ เช่น ขนาดของจอภาพซึ่งจะวัดตาม แนวเส้นทแยงมุมของจอว่าเป็นขนาดกี่นิ้ ว โดยทั ่วไปจะมีขนาด 14 นิ้ ว จอภาพที่แสดงผลงาน กราฟิ กบางแบบอาจต้องใช้ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ ว ความละเอียดของจุดซึ่งสามารถสังเกตได้ จากสัญญาณแถบความถี่ของจอภาพ จอภาพแบบวีจีเอควรมีสัญญาณแถบความถี่สูงกว่า 25 เมกะเฮิรตซ์สัญญาณแถบความถี่ยิ่งสูงยิ่งดีจอภาพแบบเอ็กซ์วีจีเอแสดงผลแบบมัลติซิงค์ (Multisync) ใช้สัญญาณแถบความถี่สูงกว่า 60 เมกะเฮิรตซ์ขนาดของจุดยิ่งเล็กยิ่งมีความคมชัด


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 21 เช่น ขนาดจุด .28 มิลลิเมตร ภาพที่ได้จะคมชัดกว่าขนาดจุด .33 มิลลิเมตร ค่าของสัญญาณ แถบความถี่จึงเป็นข้อที่จะต้องพิจารณาด้วย 4.1.1 จอภาพแบบแอลซีดี เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มพัฒนาเมื่อประมาณสิบกว่าปีนี้ เองเริ่มจากการพัฒนา มาใช้กับนาฬิ กาและเครื่องคิดเลข เป็ นจอแสดงผลตัวเลขขนาดเล็ก ใช้หลักการปรับเปลี่ยน โมเลกุลของผลึกเหลว เพื่อปิ ดกั้นแสงเมื่อมีสนามไฟฟ้ าเหนี่ยวน�ำ แอลซีดีจึงใช้ก�ำลังไฟฟ้ าต� ่ำ เหมาะกับภาคแสดงผลที่ใช้กับแบตเตอรี่หรือถ่านไฟฉายก้อนเล็กๆ แอลซีดีในยุคแรกตอบสนอง ต่อสัญญาณไฟฟ้ าช้า จึงเหมาะกับงานแสดงผลตัวเลขยังไม่เหมาะที่จะน�ำมาท�ำเป็นจอภาพ เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้ น ผู้ผลิตแอลซีดีสามารถผลิตแผงแสดงผลที่มี ขนาดใหญ่ขึ้ นจนสามารถเป็นจอแสดงผลของคอมพิวเตอร์ประเภทแล็ปท็อป โน้ตบุ๊ก และยัง สามารถท�ำให้แสดงผลเป็ นสีจอภาพแอลซีดียังเป็ นจอภาพที่มีขนาดเล็กแต่มีแนวโน้มที่จะ พัฒนาให้มีขนาดใหญ่ขึ้ น จอภาพแอลซีดีที่แสดงผลเป็ นสีต้องใช้เทคโนโลยีสูง มีการสร้าง ทรานซิสเตอร์เป็ นล้านตัวเพื่อให้ควบคุมจุดสีบนแผ่นฟิ ล์มบาง ๆ ให้จุดสีเป็ นตารางสี่เหลี่ยม เล็ก ๆ การแสดงผลจึงเป็นการแสดงจุดสีเล็ก ๆ ที่ผสมกันเป็นสีต่าง ๆ ได้มากมาย การวางตัว ของจุดสีด�ำเล็ก ๆ เรียกว่า แมทริกซ์(Matrix) จอภาพแอลซีดีจึงเป็นจอแสดงผลแบบตาราง สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่มีจุดสีจ�ำนวนมาก จอภาพแอลซีดีเริ่มพัฒนามาจากเทคโนโลยีแบบพาสซีฟแมทริกซ์ที่ใช้ เพียงแรงดันไฟฟ้ าควบคุมการปิ ดเปิ ดแสงให้สะท้อนจุดสีมาเป็ นแบบแอ็กตีฟแมทริกซ์ รูปที่ 1.26 แสดงจอภาพแบบต่าง ๆ ที่มา : http://www.technointrend.com/buying-guide-monitor


22 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา ในการเลือกซื้อพรินเตอร์ควรค�ำนึงถึงประโยชน์สูงสุด ให้เกิดความคุ้มค่า กับเงิน สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือการใช้งานเป็นหลักว่าผู้ใช้ต้องการพรินเตอร์ไปใช้งาน ประเภทใดเป็นส่วนใหญ่ เด็กควรรู้ ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ตัวเล็กๆ เท่าจ�ำนวนจุดสีควบคุมการปิดเปิดจุดสีเพื่อให้แสงสะท้อนออกมา ตามจุดที่ต้องการ ข้อเด่นของแอ็กตีฟแมทริกซ์คือมีมุมมองที่กว้างกว่าเดิมมาก การมองด้านข้าง ก็ยังเห็นภาพอย่างชัดเจน จอภาพแอลซีดีแบบแอ็กตีฟแมทริกซ์มีแนวโน้มที่เข้ามาแข่งขันกับ จอภาพแบบซีอาร์ทีได้จอภาพแบบแอลซีดีซึ่งมีลักษณะแบนราบจะมีขนาดเล็กและบาง เมื่อเปรียบเทียบกับจอภาพแบบซีแอลทีหากจอภาพแบบแอ็กตีฟแมทริกซ์สามารถพัฒนาให้ มีขนาดใหญ่กว่า 15 นิ้ วได้การน�ำมาใช้แทนจอภาพซีอาร์ทีก็จะมีหนทางมากขึ้ น ความส�ำเร็จของจอภาพแอลซีดีที่จะเข้ามาแข่งขันกับจอภาพแบบซีอาร์ที อยู่ในเงื่อนไขสองประการ คือ จอภาพแอลดีซีมีราคาแพงกว่าจอภาพซีอาร์ทีและมีขนาดจ�ำกัด ในอนาคตแนวโน้มด้านราคาของจอภาพแอลซีดีจะลดลงได้อีกมาก และเทคโนโลยีส�ำหรับ อนาคตมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะท�ำให้จอภาพแอลซีดีขนาดใหญ่ 4.1.2 จอภาพชนิด LED (Light Emitting Diod) เป็นจอภาพรุ่นใหม่กว่า LCD ใช้หลักการในการแสดงภาพ คือ เป็นหลอดไฟ ขนาดเล็ก โดยมีLiquid Crystal เป็ นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สีทั้งสีแดง สีน�้ำเงิน และสีเขียว คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่าง ๆ หลักการ ท�ำงานของจอ LCD และ LED นั้นเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนตัวก�ำเนิดแสงจากหลอด CCFL เป็นหลอด LED เท่านั้นเอง 4.2 Printer เครื่องพิมพ์ เป็ นอุปกรณ์ต่อพ่วงที่จะผลิตข้อความและกราฟิ กของเอกสารที่เก็บไว้ใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ออกมาในสื่อทางกายภาพ เช่น กระดาษหรือแผ่นใส เครื่องพิมพ์ส่วนมาก เป็ นอุปกรณ์ต่อพ่วงทั ่วไปและเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิลเครื่องพิมพ์หรือในเครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ จะเป็นสายยูเอสบีเครื่องพิมพ์บางชนิดที่เรียกกันว่าเครื่องพิมพ์เครือข่าย (Network Printer) อินเทอร์เฟซที่ใช้มักจะเป็นแลนไร้สายและอีเทอร์เน็ต เครื่องพิมพ์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 23 4.2.1 เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot-matrix printer) เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ การท�ำงานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ คือจะใช้การสร้างจุดลงบนกระดาษ ซึ่งหัวพิมพ์จะมีลักษณะ เป็นหัวเข็ม เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ หัวเข็มที่อยู่ในต�ำแหน่งตามรูปประกอบ รูปที่ 1.27 แสดงเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ ที่มา : http://6031050005hw60.blogspot.com/2017/08/5.html นั้น ๆ จะยื่นออกมามากกว่าหัวอื่น ๆ และกระแทก กับผ้าหมึกลงกระดาษที่ใช้พิมพ์จะท�ำให้เกิดจุด มากมาย ประกอบกันเป็นรูปเกิดขึ้นมา เครื่องพิมพ์ ประเภทนี้ เป็ นที่นิยมกันอย่างมากเพราะมีราคาถูก และคุณภาพเหมาะสมกับราคา แต่ข้อเสียคือเวลา สั ่งพิมพ์จะเกิดเสียงดังพอสมควร เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมใช้กันมี2 แบบ 1. เครื่องพิมพ์แบบ 9 เข็ม 2. เครื่องพิมพ์แบบ 24 เข็ม 4.2.2 เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (Inkjet printers) เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็ นเครื่องพิมพ์ที่ท�ำงานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็ น รูปที่ 1.28 แสดงเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก ที่มา : http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/111/I-R800.jpg หยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรง หรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะท�ำการพ่นหมึกออก ตามแต่ละจุดในต�ำแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่าง แม่นย�ำตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์ แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอต แมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมากๆ เครื่องพิมพ์ แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและ คมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์


24 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา 4.2.3 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Laser printer) รูปที่ 1.29 แสดงเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ที่มา : https://eyetaro.files.wordpress.com/2014/02/b4570081_0.jpg เครื่องพิมพ์เลเซอร์ เป็ นเครื่องพิมพ์ที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่อง ถ่ายเอกสาร คือยิงเลเซอร์ไปสร้างภาพบนกระดาษในการสร้างรูปภาพ หรือตัวอักษรซึ่งผลลัพธ์ ที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงมาก และราคาเครื่องพิมพ์ก็มีราคาสูงมากด้วยเช่นกัน ซึ่งเครื่องพิมพ์ เลเซอร์จะท�ำงานได้เร็วกว่าเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก และคุณภาพของผลลัพธ์ทั้งด้าน ความคมชัดและรายละเอียดท�ำออกมาได้ดีกว่าแบบพ่นชนิดหมึกมาก 4.2.4 เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter) รูปที่ 1.30 แสดงพล็อตเตอร์ ที่มา : http://maneeroh.blogspot.com/2013/06/3.html เครื่องพิมพ์พล็อตเตอร์ (Plotter) เป็นเครื่องพิมพ์แบบที่ใช้ปากกาใน การเขียนข้อมูลลงบนกระดาษ ซึ่งเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ เหมาะกับงานเขียนแบบของวิศวกร และสถาปนิก และเครื่องพิมพ์ประเภทนี้ มีราคาแพงที่สุดในเครื่องพิมพ์ประเภทต่างๆ


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 25 1. หนังสือในหอสมุดแห่งชาติและห้องสมุดทั ่วไป 2. ธนชีพ พีระธรณิศร์และไชยเจริญ ยั ่งยืน. คอมพิวเตอร์เบื้ องต้น (20002001) หมวดวิชาชีพพื้ นฐาน ปวช. กรมอาชีวศึกษา. กรุงเทพฯ : ประสานมิตร, 2542. 3. ครรชิต มาลัยวงศ์และโกสันต์เทพสิทธิทรากรณ์. ความรู้พื้ นฐานทางคอมพิวเตอร์. กรุงเทพฯ : ชวนพิมพ์, 2542. 4. ลอง, ลารี่. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : เพียร์สัน เอ็ดดูเคชั ่น อินโดไชน่า, 2543. 5. http://www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/tech04/24/n2.html. 6. http://computer.kapook.com/equpiment.php 7. http://www.cm-club.com/forum/forumdisplay.php/28-PC-%E0%B9%81%E0 %B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8 %81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8% AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80% E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C Web Guide


26 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา สรุปเนื้อหาส�ำคัญ (ผังมโนทัศน์) หลักการท�ำงานของอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หน่วยแสดงผล (Output Unit) หน่วยความจ�ำ (Memory)


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 27 กิจกรรม แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม ส�ำรวจหลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดย ถ่ายรูปประกอบ พร้อมทั้งสรุปการน�ำเสนอหน้าชั้นเรียน กลุ่มที่ 1 ส�ำรวจการท�ำงานของหน่วยรับข้อมูล กลุ่มที่ 2 ส�ำรวจการท�ำงานของหน่วยประมวลผลกลาง กลุ่มที่ 3 ส�ำรวจการท�ำงานของหน่วยความจ�ำ กลุ่มที่ 4 ส�ำรวจการท�ำงานของหน่วยแสดงผล 1. อุปกรณ์ที่ใช้งานได้ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 2. อุปกรณ์ที่ช�ำรุด ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ใบงานหน่วยที่ 1 ส�ำรวจการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ติดรูป


28 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา แบบฝึกหัด หน่วยที่ 1 เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ค�ำสั่ง จงตอบค�ำถามต่อไปนี้ 1. หน่วยรับข้อมูล ท�ำหน้าที่อะไร ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 2. หน่วยรับข้อมูล ได้แก่อุปกรณ์อะไรบ้าง ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 3. หน่วยประมวลผลกลาง ท�ำหน้าที่อะไร ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 4. หน่วยค�ำนวณและตรรกะ ท�ำหน้าที่อะไร ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 5. หน่วยแสดงผล ท�ำหน้าที่อะไร ........................................................................................................................................... ........................................................................................................................................... 6. หน่วยแสดงผล ได้แก่อุปกรณ์อะไรบ้าง ........................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 29 กิจกรรมน�ำสู่อาเซียน หน่วยที่ 1 เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ค�ำสั่ง น�ำค�ำที่ก�ำหนดให้ต่อไปนี้ เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง Mouse Printer Keyboard Rom Dot-matrix printer Scanner Hard Disk Monitor Flash Drive RAM …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… …………………………………………… ……………………………………………


30 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา ค�ำสั่ง ให้นักเรียนปฏิบัติตามค�ำสั ่งดังนี้ 1. ส�ำรวจคอมพิวเตอร์ของนักเรียนเกี่ยวกับหลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 2. เมื่อพบว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้ นใดช�ำรุดหรือเสียหาย ให้เขียนรายละเอียดมา เป็นข้อ ๆ กิจกรรมบูรณาการในชีวิตประจ�ำวัน หน่วยที่ 1 เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ค�ำสั่ง ให้นักเรียนเขียนหลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้สมบูรณ์ กิจกรรมบูรณาการ 3D หน่วยที่ 1 เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หน่วยรับข้อมูล ได้แก่ 1. ....................................... 2. ....................................... 3. ....................................... 4. ....................................... 5. ....................................... 1. ....................................... 2. ....................................... 3. ....................................... 4. ....................................... 5. ....................................... 1. ....................................... 2. ....................................... 3. ....................................... 4. ....................................... 5. ....................................... หน่วยความจ�ำ ได้แก่ หน่วยแสดงผล ได้แก่


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 31 แบบประเมินผู้เรียนในชั้นเรียน หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ชื่อ........................................................................................................................... ชั้น.............................................ห้อง...................................................................... ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเห็น 3 2 1 1. ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ถูกต้อง แสดงความเห็นได้ตรงประเด็น 2. ผู้เรียนทราบความรู้เกี่ยวกับหลักการท�ำงานของอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงได้ถูกต้อง เหมาะสม 3. ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ - แสดงกิริยาท่าทางสุภาพ, ให้ความร่วมมือกับผู้อื่น 4. ความมีวินัย - ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อตกลงต่าง ๆ ของวิทยาลัย 5. ความรับผิดชอบ - มีการเตรียมความพร้อมในการเรียนและปฏิบัติงาน, ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจ, มีความเพียรพยายาม 6. ความเชื่อมั่นในตนเอง - กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล 7. ความรักสามัคคี - ร่วมมือในการท�ำงาน 8. ความกตัญญูกตเวที - มีสัมมาคารวะครู-อาจารย์อย่างสม�่ำเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 9. พึ่งตนเอง - ปฏิบัติงานด้วยตนเอง 10. มีความอดทนอดกลั้น - ควบคุมอารมณ์/ความรู้สึกอย่างมีสติและเหตุผล รวม เกณฑ์การให้คะแนน 3 คะแนน = ครบถ้วนถูกต้องตรงตามจุดประสงค์ 2 คะแนน = ไม่ครบถ้วนแต่ตรงตามจุดประสงค์ 1 คะแนน = ไม่ถูกต้องไม่ตรงตามจุดประสงค์


32 คอมพิวเตอร์และการบำรุงรักษา แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 1 ค�ำสั่ง ให้เขียนเครื่องหมายกากบาท ทับตัวอักษรค�ำตอบที่ถูกที่สุด 1. เมาส์จัดเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หน่วยใด ก. หน่วยรับข้อมูล ข. หน่วยประมวลผลกลาง ค. หน่วยความจ�ำ ง. หน่วยแสดงผล 2. อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ OS คืออะไร ก. ดิสก์ไดรฟ์ ข. เมาส์ ค. สแกนเนอร์ ง. ฮาร์ดดิสก์ 3. CD-ROM 1 แผ่น เท่ากับฮาร์ดดิสก์ความจุเท่าใด ก. 400 MB ข. 500 MB ค. 600 MB ง. 700 MB 4. ข้อใดคือคุณสมบัติของสแกนเนอร์แบบดึงกระดาษ ก. การท�ำงานคล้ายเครื่องถ่ายเอกสาร ข. อ่านภาพได้จากแผ่นกระดาษเท่านั้น ค. กลไกลต้องอาศัยการสะท้อนของกระจกหลายแผ่น ง. อ่านภาพได้จากหนังสือเท่านั้น 5. หน่วยใดที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหรือค�ำสั ่งต่าง ๆ จากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ ก. หน่วยรับข้อมูล ข. หน่วยประมวลผลกลาง ค. หน่วยความจ�ำ ง. หน่วยแสดงผล 6. อุปกรณ์ใดเปรียบได้กับความจ�ำระยะสั้นของคน ก. RAM ข. ROM ค. Air Card ง. Flash Drive เรื่อง หลักการท�ำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง


หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง 33 7. ข้อใดคือหน่วยความจ�ำส�ำรอง ก. RAM ข. ROM ค. Air Card ง. Flash Drive 8. ข้อใดคือลักษณะของเครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ ก. ราคาถูก ข. รูปที่ได้ชัดเจนและคมชัด ค. ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร ง. ท�ำงานได้รวดเร็ว 9. “ใช้เทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร ภาพที่ได้มีคุณภาพสูง ราคาสูง พิมพ์ได้ รวดเร็ว” ลักษณะของเครื่องพิมพ์แบบใด ก. เครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ ข. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก ค. เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ง. พล็อตเตอร์ 10. เครื่องพิมพ์ชนิดใดที่เหมาะกับงานเขียนแบบของวิศวกร สถาปนิก ก. เครื่องพิมพ์แบบดอตแมทริกซ์ ข. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก ค. เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ง. พล็อตเตอร์


Click to View FlipBook Version