43 1.3 นำแผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา 16 กิจกรรมที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน เพื่อตรวจพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม 1.4 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยยึดตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 1.5 นำแผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ที่สร้างขึ้น ทดลองใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่3 โรงเรียนบ้านนาจาน 1.6 ปรับปรุงเป็นแผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญทั้ง3 ท่าน 2. การสร้างแบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ ดำเนินการตามลำดับดังนี้ 2.1 ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบทดสอบวัดทักษะ การคิดวิเคราะห์ ดังนี้ 2.1.1 ศึกษาทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย 2.1.2 ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวกับแบบทดสอบของเด็ก 2.1.3 ศึกษาการสร้างแบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 2.2 การสร้างแบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์1 ชุด 2.3 สร้างคู่มือในการดำเนินการทดสอบการคิดวิเคราะห์ โดยให้สอดคล้องกับ แบบทดสอบที่ได้สร้างขึ้นในข้อ2.2 2.4 นำแบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยและคู่มือดำเนินการ ทดสอบที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย และด้านการวัดผลการศึกษาเพื่อหาความ เที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) 1. นายสุวัฒน์ ทรงศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาจาน 2. นางสาวศิริพร ลีพิมพ์ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนคอนสารวิทยาคม 3. อาจารย์ญาณี ช่อสูงเนิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ผลการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ลงความเห็นและให้คะแนน โดยใช้เกณฑ์ ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (IOC) 0.50 ขึ้นไป ผลการ ประเมินพบว่า มีค่า IOC เท่ากับ 0.94 – 1.00 มีค่าความเที่ยงตรงใช้ได้ 2.5 ปรับปรุงแบบทดสอบและคู่มือดำเนินการทดสอบการวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น 2.6 นำแบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห์ ที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้วไป ทดลองใช้กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ของโรงเรียนบ้านนาจาน จำนวน 17 คน เพื่อดูความเหมาะสมในการนำไปใช้จริง
44 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi – Experimental Research) ซึ่งผู้วิจัยได้ ดำเนินการทดลองโดยอาศัยการวิจัยแบบทดลองกลุ่มเดียว วัดผลก่อนและหลังการทดลองตามแผน การวิจัยแบบ One – Group Pretest Design ดังนี้ แบบแผนการทดลอง สอบก่อน (Pretest) ทดลอง สอบหลัง (Posttest) T1 X T2 ความหมายของสัญลักษณ์ T1 แทน การทดลองวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ ก่อนการทดลอง T2 แทน การทดลองวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ หลังการทดลอง X แทน การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา วิธีการดำเนินทดลอง การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ทำการทดลองเป็น เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 30 นาที ทำการทดลองในช่วงเวลา 09.30 - 10.00 น.รวม 24 ครั้ง ซึ่งมีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1. ขอความร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียนในการทำวิจัย 2. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง 3. สร้างความคุ้นเคยกับเด็กกลุ่มตัวอย่าง 1 สัปดาห์ก่อนการทดลองเมื่อเด็ก ปรับตัวได้และมีความพร้อมในการทำกิจกรรมจึงดำเนินการทดลอง 4. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองโดยการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาได้ดำเนินการ ทดลองตามตารางดังนี้
45 ตารางที่ 1 กำหนดการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ จัดกิจกรรม เวลา กิจกรรม ครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 1 ม.ค. 67 วันพุธที่ 3 ม.ค. 67 09.30 - 10.00 น. กิจกรรมขวดน้ำพุ ไอติมหรรษาพาสนุก วันจันทร์ที่ 8 ม.ค. 67 วันพุธที่ 10 ม.ค. 67 กิจกรรมแพบรรทุกไข่มังกร กิจกรรมเครื่องบินพลังลม วันจันทร์ที่15 ม.ค. 67 วันพุธที่ 17 ม.ค. 67 วันจันทร์ที่22 ม.ค. 67 วันพุธที่ 24 ม.ค. 67 กิจกรรมเครื่องชั่งน้ำหนัก กิจกรรมกล่องกีตาร์ กิจกรรมกังหันหมุนติ้ว กิจกรรมนกน้อยสร้างรัง ครั้งที่ 2 วันจันทร์ที่29 ม.ค. 67 วันพุธที่ 31 ม.ค. 67 วันจันทร์ที่5 ก.พ. 67 วันพุธที่ 7 ก.พ. 67 วันจันทร์ที่12 ก.พ. 67 วันพุธที่ 14 ก.พ. 67 วันจันทร์ที่ 19 ก.พ. 67 วันพุธที่ 21 ก.พ. 67 09.30 - 10.00 น. กิจกรรมอุโมงกับดัก กิจกรรมลิงโหนต้นไม้ กิจกรรมน้ำเดินได้ กิจกรรมถุงน้ำมหัศจรรย์ กิจกรรมฝนหลากสี กิจกรรมรถมหาสนุก กิจกรรมไข่ไดโนเสาร์ กิจกรรมเต่าลอยน้ำ 5. เมื่อดำเนินการทดลองครบ 8 สัปดาห์ ผู้วิจัยทำการทำแบบทดสอบ (ครั้งที่2)โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการคิดวิเคราะห์ฉบับเดียวกันกับแบบสังเกตพฤติกรรมที่ใช้ (ครั้ง ที่1) 6. นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบไปทำการรวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ ทางสถิติการเก็บรวบรวมข้อมูล
46 4.การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การวิเคราะห์ข้อมูล 1.1 วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของข้อมูล 1.2 การแปลความหมายของข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.00 - 1.50 หมายถึงอยู่ในระดับพอใช้ ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.51 - 2.50 หมายถึงอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.51 – 3.00 หมายถึงอยู่ในระดับดีมาก 2. สถิติที่ใช่ในการวิเคราะห์ข้อมูล 2.1 สถิติพื้นฐาน 2.1.1 คำนวณค่าเฉลี่ยของคะแนน (Mean) โดยใช้สูตร ดังนี้ ̅ = ∑x n เมื่อ ̅แทน คะแนนเฉลี่ย ∑x แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่ม 2.1.2 คำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตรดังนี้ S = √ n∑χ 2 − (∑χ) 2 n(n− 1) เมื่อ แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง ∑̅ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ∑̅ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง 3. สถิติที่ใช่ในการหาคุณภาพของแบบสังเกตพฤติกรรมวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 3.1 คำนวณค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสังเกตพฤติกรรมวัดทักษะการคิด วิเคราะห์ซึ่งใช้ค่าดัชนีความสอดคล้องของข้อสอบกับจุดประสงค์ (Content Validity) โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญเชิด ภิโญอนันตพงษ์, 2545 : 179)
47 = ∑ เมื่อ แทน ค่าดัชนีสอดคล้องระหว่างแบบสังเกตแต่ละข้อกับจุดประสงค์ ∑ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แทน ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 4. สถิติที่ได้ทดสอบสมมุติฐาน 4.1 ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติในการเปรียบเทียบ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาก่อน และหลัง การจัดกิจกรรมด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ ( t-test for Dependent sample)
48 บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล ผลของการจัดกิจกรรมเกมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอ การแปลความหมาย และการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง ̅ แทน ค่าเฉลี่ย S. D. แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน T แทน ค่าสถิติพื้นฐาน t-distribution ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามลำดับ ดังนี้ 1.วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยโดยนำ ข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) 2. นำคะแนนที่ได้จากแบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยมา เปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง 1.ค่าสถิติพื้นฐานการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยได้นำคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และหลังการจัดกิจกรรมสะ เต็มศึกษามาหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนปรากฏในตาราง ที่ 2 ตารางที่ 2 ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และ หลังการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา ระยะการจัดกิจกรรม N x̅ S.D. ก่อนการจัดกิจกรรม 17 8.53 1.33 หลังการจัดกิจกรรม 17 15.82 1.91
49 จากตารางที่ 2 พบว่า คะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และ หลังการ จัดกิจกรรมสะเต็มศึกษามีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.53 และหลังได้รับการจักกิจกรรมสะเต็มศึกษามีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 15.82 ตามลำดับ 2.เปรียบเทียบคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และ หลังการจัด กิจกรรมสะเต็มศึกษา ผู้วิจัยได้นำคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และ หลังการจัดกิจกรรม สะเต็มศึกษามาหาค่าสถิติพื้นฐานและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานมาเปรียบเทียบกันโดยใช้สถิติ t-test for Dependent sample ดังแสดงใน ตารางที่ 3 ตารางที่ 3 เปรียบเทียบคะแนนทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยก่อน และ หลังการจัด กิจกรรมสะเต็มศึกษา ระยะการจัดกิจกรรม N x̅ S.D. t ก่อนการจัดกิจกรรม 17 8.53 1.33 หลังการจัดกิจกรรม 17 15.82 1.91 จากตารางที่ 3 พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจักกิจกรรมสะเต็มศึกษาหลังการจัดกิจกรรม สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ระดับ .05 20.78*
50 บทที่5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มุ่งหมายเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็ก ปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา โดยสามารถสรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ดังนี้ สรุปผล 1. จุดมุ่งหมายการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้การ จัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา 2. สมมุติฐานในการวิจัย เด็กปฐมวัยได้รับการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาแล้วมีทักษะการคิดวิเคราะห์เพิ่มขึ้น 3. ขอบเขตของการวิจัย 1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นเด็กนักเรียนชาย-หญิง อายุ 5-6 ปีที่กำลัง ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านนาจาน ตำบลโพนสูง อำเภอ บ้านดุง จังหวัดอุดรธานีจำนวน 2 ห้องเรียน 34 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปีที่ กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านนาจาน ตำบลโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีจำนวน 17 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 16 แผน และแบบประเมินพฤติกรรมทักษะการคิด วิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย จำนวน 2 ฉบับ วิธีการดำเนินการทดลอง การวิจัยในครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ทำการทดลอง เป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 30 นาที ทำการทดลองในช่วงเวลา 09.00 - 09.30 น. รวม 16 ครั้ง ซึ่งมีลำดับขั้นตอนดังนี้
51 1. ขอความร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียนในการทำวิจัย 2. กำหนดกลุ่มตัวอย่าง 3. สร้างความคุ้นเคยกับเด็กกลุ่มตัวอย่าง 1 สัปดาห์ก่อนการทดลองเมื่อเด็กเริ่ม ปรับตัวได้และมีความพร้อมในการทำกิจกรรมจึงดำเนินการทดลอง 4. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองโดยการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา โดยเป็นเกมที่ได้ผ่าน การตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าเนื้อหามีความเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย 5. นำข้อมูลที่ใช้ได้จากการทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยไป วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติเพื่อทดสอบสมมุติฐานและสรุปผลการทดลอง การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลได้ดำเนินกาดังนี้ 1. หาค่าสถิติพื้นฐานของคะแนนจากแบบสังเกตพฤติกรรมคำนวณหาค่าเฉลี่ย ของคะแนน (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2. สถิติที่ใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถในการใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจักกิจกรรมสะเต็มศึกษาหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัด กิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ระดับ .05 อภิปรายผล จากการวิจัยเรื่องสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยสามารถ สามารถอภิปรายได้ดังนี้ หลักการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา พบว่า การที่เด็กมีพัฒนาการทางพฤติกรรมด้านการคิด วิเคราะห์สูงขึ้น และแตกต่างจากก่อนการทดลองที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะกิจกรรมสะเต็มศึกษาเป็น การเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษา เช่น การจัดกลุ่ม การแยกประเภท การบอกความสัมพันธ์ และการเชื่อมโยงเหตุการณ์ ซึ่งจะสอดคล้องกับ ศานิกานต์เสนีวงศ์(2556, 30) สะเต็มศึกษา เป็นแนวการจัดการศึกษาที่เน้นการบูรณาการ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์โดยเน้นการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา ในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนา กระบวนการผลิตใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตและอาชีพ เช่นเดียวกับ ภาณุพงศ์โคนชัยภูมิ (2559: บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สะเต็ม ศึกษา เรื่อง การสังเคราะห์105 ด้วยแสง เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถด้าน การคิดเชิงระบบผลการวิจัย พบว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง การสังเคราะห์ด้วยแสงของนักเรียนที่ สอนโดยวิธีการสะเต็มศึกษ า ก่อนเรียนและหลังเรียนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
52 ดังนั้น การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาสามารถช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็ก ปฐมวัย ได้เป็นอย่างดี ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า 1. ควรมีการสร้างข้อตกลงที่เด็กสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้แบบเต็มใจและยัง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีความสุข 2. ควรสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง พร้อมทั้งกระตุ้นและเปิดโอกาสให้ เด็กได้มีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้อย่างเต็มศักยภาพ 3. ควรมีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กปฐมวัยในการทำกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อนำไป ประกอบกับการประเมินผลในด้านต่าง ๆ ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในครั้งต่อไป 1. ควรศึกษาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สะเต็มการศึกษาของเด็กปฐมวัย เพื่อ พัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ ของเด็ก เช่น ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น 2. ควรมีการศึกษาการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา ที่มีผลต่อความสามารถด้านอื่น ๆของเด็ก ปฐมวัย 3. ควรมีการศึกษาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมพฤติกรรม ด้านการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย หรือกลุ่มตัวอย่างอื่น ๆ
53 บรรณานุกรม
54 บรรณานุกรม เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์. (2546). การคิดเชิงวิเคราะห์. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพมหานคร : ซัคเซสมีเดีย. กุลยา ตันติผลาชีวะ.(2547).การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย.กรุงเทพฯ: เอดิสันเพรสโปรดักส์. กุลยา ตันติผลาชีวะ.(2547).การจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย.กรุงเทพฯ: เอดิสันเพรสโปรดักส์. กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2559, ตุลาคม-ธันวาคม). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาสำหรับ นักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(4), 334-348. ขวัญนุช บุญยู่ฮง. (2546). การส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพมหานคร : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ. คิม จงสถิตวัฒนา. (2559). การจัดการเรียนรู้ STEM ในระดับปฐมวัย, กรุงเทพฯนานมีบุ๊คอินโนเวชั่น จินดาพร แก้วลายทอง. (2551). ผลการจัดกิจกรรมตามแนวคิด High/Scope ที่มีต่อ ความสามารถ ในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. สงขลา จารีพร ผลมูล.(2558).การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบ STEM สําหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปี ที่ 3 กรณีศึกษาชุมชนวังตะกอ จังหวัดชุมพร.(ปริญญานิพนธ์,กศ. วิทยาการการศึกษาและการจัดการเรียนรู้) มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ,กรุงเทพฯ. จำรัส อินทลาภาพร และคณะ. (2558). การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนว สะเต็มศึกษา สำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา. วารสารวิชาการสาขา มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 8(1), 62-74. ฉัตรมงคล สวนกัน. (2555). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยโดย การจัด ประสบการณ์ด้วยสะเต็มศึกษา. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. ชมนาค เชื้อสุวรรณทวี. (2542). การสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒประสานมิตร. ชลาธิป สมาหิโต. (2557ก). ผลการจัดประสบการณ์แบบโครงการโดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษา ผสานการใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครามที่มีต่อความเข้าใจมโนทัศน์ ทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศนมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. 31(1), 93-100. ชลาธิป สมหิโต. (2560). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาในระดับ การศึกษาปฐมวัย.วารสารศาสตร์ปริทัศน์, 302, 102-111
55 ทิศนา แขมมณี. (2554, 24 เมษายน). ทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ และการคิด อย่างมีวิจารณญาณ:การบูรณาการในการจัดการเรียนรู้. เอกสารประกอบการ บรรยายผลงานทางวิชาการในที่ประชุมส านักธรรมศาสตร์และการเมือง. ธมลวรรณ เศรษฐหิรัญกุล. (2562) การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเรื่องวัฒนธรรม ท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย.วารสาร ศึกษาศาสตร์ มสธ, 12(1), 98-109 นิตยา ประพฤติกิจ. (2537). คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยาลัยครูเพชรบุรี. อ้างถึง Croftand นภเนตร ธรรมบวร. (2544). การพัฒนากระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อ้างถึง Van da Walle, 1994. นภเนตร ธรรมบวร. (2546).หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. นัสรินทร์ บือซา. (2558). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education)ที่มี ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยา ความสามารถในการแก้ปัญหาและความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญา ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์) เบญจกาญจน์ ใส่ละม้ายและชลาธิป สมาหิโต.(2558) การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็ก ปฐมวัยโดยผ่านการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเรื่องอาชีพในท้องถิ่น บุญชม ศรีสะอาด. (2559). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: วีริยาสาส์น. ปรียวาท น้อยคล้าย. (2553). ทักษะในการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ เล่นเกมประกอบภาพ. ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิตสาขาการศึกษาปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร : บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ. ประพันธ์ศิริสุเสารัจ. (2551). การพัฒนาการคิด. กรุงเทพฯ : 9119 เทคนิคพริ้นติง. พัชรีนันท์ดี. (2553). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทาง คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนบ้านแดงใหญ่ (ราษฎร์คุรุวิทยาคาร) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยใช้เกมการศึกษา.บัณฑิตวิทยาลัย :มหาวิทยาลัยราช ภัฏเลย.มหาบัณฑิต (การศึกษาปฐมวัย) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ, กรุงเทพฯ. พรทิพย์ ศิริภัทรชัย. (2556, เมษายน-มิถุนายน). STEM Education กับการพัฒนาทักษะใน ศตวรรษ.วารสารนักบริหาร, 33(2), 1.
56 ภัสสร ติดมา. (2558). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรื่องระบบร่างกายมนุษย์ ด้วยกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรมตามแนวทางสะเต็มศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2.( วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก. ภาวินี จิตต์โสภา. (2564). ผลการเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของเด็กอนุบาลโดยใช้การ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วิทยานิพนธ์ ปริญญา มหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยบูรพา มนตรี จุฬาวัฒนทล. (2556, พฤศจิกายน-ธันวาคม).สะเต็มศึกษาประเทศไทยและทูตสะเต็ม. สถาบัน ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), 42(185), 14-18. เยี่ยมลักษณ์ อุดาการ. (2541). คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. เชียงใหม่ : สถาบันราชภัฎเชียงใหม่. เยาวพา เดชะคุปต์.(2542).กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แม็ค จํากัด. รุติราวรรณ ใหม่ตัน. (2550). รายงานการใช้นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานทาง คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย. (Online). http://oservice.skru.ac.th,15 เมษายน 2561. จังหวัดสงขลา.วารสารวิทยบริการ, พรพรรณ ไวทยางกรู. (2554) รุ่งรวี กนกวบิลยศรี. (2529). การเปรียบเทียบความสามารถในการจําแนกด้วยการมองเห็นของ เด็กปฐมวัยที่ได้รับการฝึกทักษะโดยใช้เกมและแบบฝึก. ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ถ๋ายเอกสาร วิจารณ์ พานิช. (2556). วิธีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: วรัลดา หนูรุ่น. (2557). การวิจัยและพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนหงส์ประภาสประสิทธิ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต2. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา วณิชชา สิทธิพล. (2556). การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยด้วยการจัด กิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรี นครินทรวิโรฒ. วรรณทิพา รอดแรงค้า. (2544). การสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นกระบวนการ (พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ. วรรณทิพา รอดแรงค้า และพิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2551). กิจกรรมทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ. วัฒนา มัคสมัน. (2544). ตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามรูปแบบการสอนโครงการ
57 สำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2542). การวิเคราะห์งานวิจัยทางการศึกษาปฐมวัย. สกลนคร:คณะครุศาสตร์ สถาบันราชภัฏสกลนคร. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น ศศิธร รณะบุตร.(2551).ผลการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดรูปแบบสวนพฤษศาสตร์โรงเรียนที่มี ต่อทักษะกระบวนการ ่ ทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญา นิพนธ์ ศิริเพ็ญ กิจกระจ่าง และสุภัทรา คงเรือง. (2563). ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ กระบวนการออกแบบทางวิศวกรรมที่มีต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย. วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์, 21(2), 155- 167. ศุภิสรา ฉิมนอก. (2562). การศึกษาผลการเรียนรู้และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3จากการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา. วารสารราชพฤกษ์, 18(1), 93- 102.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). กรอบการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย . กรุงเทพมหานคร: โกโกพ ริ้นท์ (ไทยแลนด์) ศศิธร รณะบุตร.(2551).ผลการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดรูปแบบสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนที่มี ต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย. (วิทยานิพนธ์ปริญญานิพนธ์ มหาบัณฑิต (การศึกษาปฐมวัย) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ, กรุงเทพฯ ศานิกานต์ เสนีวงศ์. (2556). การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาด้วยกบโอริงามิ. สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.), 42(185), 30-31. ศุภิสรา ฉิมนอก. (2562). การศึกษาผลการเรียนรู้และการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จากการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา วารสารราชพฤกษ์. 18(1), 93102 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตาม แนวสะเต็มศึกษาในระดับการศึกษาปฐมวัย.วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 30(2), 102– 111.. (2557). ความรู้เบื้องต้นสะเต็ม. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. สมนึก ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์. สุวิทย์ มูลคำ. (2547). กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ์ สุดารัตน์ เปรมชื่น. (2551). ผลของการจัดกิจกรรมการประกอบอาหารตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ที่มีต่อทักษะทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานด้านการจําแนกของเด็กปฐมวัย.
58 วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาปฐมวัยศึกษา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สุมาลี หมวดไธสง. (2554).ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สุวัฒน์ นิยมค้า. (2541). ทฤษฎีและทางปฏิบัติในการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ เล่ม 1. กรุงเทพฯ: เจเนอรัล บุคเซนเตอร์. สมาคมอนุบาลแห่งประเทศไทย.(2558). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาใน ระดับการศึกษาปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หทัยวัลย์ บุญประสงค์. (2551). ผลของการจัดกิจกรรมประกอบอาหารประเภทขนมไทยที่มีต่อการ ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. อัญชลี ไสยวรรณ. (ม.ป.ป.). การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็ม (STEM) ระดับการศึกษาปฐมวัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระ เอราวรรณ ศรีจักร. (2550). การพัฒนาทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยใช้ กิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดแบบฝึกทักษะ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
59 ภาคผนวก
60 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ
61 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือจำนวน 3 ท่าน มีดังนี้ 1. นายสุวัฒน์ ทรงศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาจาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุดรธานี เขต 3 2. นางสาวศิริพร ลีพิมพ์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนคอนสารวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ชัยภูมิเขต 30 3, อาจารย์ญาณี ช่อสูงเนิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
62 ภาคผนวก ข - แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ - แบบประเมินความสอดคล้อง (IOC) สำหรับผู้เชี่ยวชาญ
63 แบบประเมินความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย เรื่อง……………….. ชื่อ................................................................................................................................ ชั้น.............................เลขที่………………. คำชี้แจง แบบประเมินความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย ตามเกณฑ์การให้คะแนน ทั้งหมด 3 ระดับคือ 3 หมายถึง เด็กสามารถทำกิจกรรมได้ด้วยตนเอง 2 หมายถึง เด็กสามารถทำกิจกรรมได้เมื่อมีผู้อื่นแนะนำ 1 หมายถึง เด็กไม่สามารถทำได้ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (3) พอใช้(2) ปรับปรุง (1) 1. ชื่อเรื่อง 2. การจำแนกแยกแยะข้อมูล 3. การเปรียบเทียบเพื่อจัดระบบข้อมูล 4. การหาความสัมพันธ์ของข้อมูล 5. วิธีการแก้ปัญหา รวม
64 ผลการวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญ ตารางแสดงค่าดัชนีความสอดคล่องของแบบประเมินความสอดคล้อง IOC แบบประเมินทักษะ การคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย ข้อที่ คะแนนผู้เชี่ยวชาญ ค่า IOC คนที่ ผลการประเมิน 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. สามารถจัดกลุ่มสิ่งที่มีลักษณะ เหมือนกัน 1.1 เด็กสามารถจัดกลุ่มสิ่งที่มี ลักษณะเหมือนกันได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 1.2 เด็กสามารถจัดกลุ่ม ยานพาหนะที่มีความเหมือนกันได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 1.3 เด็กสามารถจัดสัตว์และผลไม้ ที่มีประเภทเหมือนกันได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 1.4 เด็กสามารถจัดกลุ่มของใช้ ภายในบ้านได้ +1 0 +1 0.67 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 2. สามารถบอกความสัมพันธ์ และ ความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ได้ 2.1 เด็กสามารถเรียงลำดับก่อนหลัง ได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 2.2 เด็กสามารถบอกตำแหน่งของ สิ่งต่างๆได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 2.3 เด็กสามารถบอกรูปร่างของสิ่ง ต่างๆได้ +1 +1 +1 1 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ 2.4 เด็กสามารถต่อส่วนต่างๆ เข้า ด้วยกันได้ +1 +1 +1 0.67 มีค่าความเที่ยงตรง ใช้ได้ เกณฑ์การประเมินผล 1. ข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50-1.00 มีค่าความเที่ยง ตรงใช้ได้ 2. ข้อคำถามที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ต้องปรับปรุง ยังใช้ไม่ได้ หมายเหตุ ค่า IOC ที่ได้รับต้องมีค่าตั้งแต่ 0.05 ขึ้นไป
65 ภาคผนวก ค - แผนการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย
66 แผนการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ขวดน้ำมหัศจรรย์ วัน จันทร์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เวลา -30 นาที จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กสังเกตและบอกรูปทรงขนาด สูง-เตี้ย สี ของสิ่งของได้ 2. เพื่อให้เด็กวาแผนออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานได้ 3. เพื่อให้เด็กทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยมีเป้าหมายเดียวกันได้ สถานการณ์ ระบุสถานการณ์ ครูและเด็กร่วมกันสนทนาถึงสถานการณ์ ปัญหาขวดพลาสติกในหมู่บ้านของเรามีมากขึ้นทุกวัน ครู และเด็กร่วม กันคิดแก้ปัญหาในการนำสิ่งที่ทิ้งไปมาทำให้เกิดประโยชน์ กลับมาใช้ใหม่ในรูปแบบต่างๆ น่าขวดพลาสติก มาประดิษฐ์อะไรได้บ้าง สาระการเรียนรู้ S: วิทยาศาสตร์ 1.วางแผน 2.ทดลอง 3.การตั้งคำถาม T: เทคโนโลยี 1.ค้นความข้อมูล E: วิศวกรรมศาสตร์ 1.ออกแบบ 2.ประดิษฐ์ขวดน้ำตามแบบ M: คณิศาสตร์ 1.รูปทรงรูปร่าง 2.ขนาด
67 กิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นนำ ครูนำขวดน้ำมาให้เด็กดูและร่วมกันสนทนา เรื่องรูปทรง ขนาด สูง-เตี้ย สี เกี่ยวกับขวดน้ำพลาสติก ด้วยวิธีการ ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ โดยใช้คำถามกระตุ้น ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 1. เด็กสังเกต สำรวจอุปกรณ์ที่ครูเตรียมมา ขวดน้ำพลาสติก กรรไกร 2. กำหนดสถานการณ์ให้เด็กช่วยกันคิด "จากอุปกรณ์ที่มีอยู่จะสร้างได้อย่างไร" ให้เด็กนำเสนอความ คิดเห็น 3. ครูและเด็กสนทนาถึงเรื่อง ขวดน้ำพลาสติก แล้วนำภาพที่ทำจากขวดพลาสติกแบบต่างๆ ให้เด็กดู เพื่อเป็นตัว เลือกในการตัดสินใจในการวางแผน ออกแบบ 4. แบ่งเด็กเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แต่ละกลุ่มออกแบบจะทำอย่างไร โดยวาดภาพในกระดาษ และให้ เด็กแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตามแบบและขั้นตอน 5. ให้เด็กแต่ละกลุ่มนำเสนอชั้นตอนการทำงาน ผลที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไข ตลอดจนนำผลงานไปจัดแสดง ในที่ที่จัดเตรียมไว้ 6. เมื่อเด็กทำงานเสร็จให้เด็กเก็บอุปกรณ์เข้าที่ ชั้นสรุป เยี่ยมชมชิ้นงานที่จัดแสดงแล้วร่วมสนทนา รูปทรง ขนาด สูง-ต่ำ สี แสดงความคิดเห็น สิ่งที่ปฏิบัติ โดยครูใช้ คำถามกระตุ้น เช่น หลังจากทดลอง เด็กคิดว่าเพราะอะไรชิ้นงานของแต่ละกลุ่มที่ประดิษฐ์ ขึ้นแตกต่างกันอย่างไร และ ประโยชน์ของชิ้นงาน วัสดุอุปกรณ์ 1.ขวดน้ำพลาสติก 2.ฝาขวดน้ำ 3.กรรไกร 4.กาว 5.ยางวง 6.ไม้เสียบลูกชิ้น 7.เชือก 8.กระดาษ A4 9. ดินสอ/ยางลบ การวัดและการประเมินพัฒนาการ 1.สังเกตการร่วมกิจกรรม 2. สังเกตการตอบคำถาม 3. สังเกตการจำแนกรูปทรง ขนาด สูง-เตี้ย สี 4. สังเกตการออกแบบและผลงานที่ผลิต
68 แผนการจัดประสบการณ์ระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 สาระการเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัว ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง ไอติมหรรษาพาสนุก วัน พุธ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เวลา -30 นาที จุดประสงค์ 1.สังเกตและบอกทสี ขนาด ของสิ่งของต่างๆ 2.การออกแบบไอติม 3. นำเสนอผลงาน ตามที่ออกแบบไว้ 4.ทำงานร่วมกันอย่าสนุกสนานโดยมีเป้าหมายเดียวกัน สถานการณ์ของกิจกรรมที่เชื่อมโยง กับชีวิตจริง สถานการณ์ ระบุสถานการณ์ ในปัจจุบันที่มีอากาศร้อนมากอุณหภูมิสูงขึ้นทุกวัน ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้รู้สึกไม่สดชื่นเหนื่อยง่ายอ่อน เหงื่อออกท่าให้รู้สึกกระหายน้ำมาก จึงหาวิธีการเพื่อคลายความร้อนให้กับร่างกายเพื่อให้ร่างกายเย็น และความสดชื่นให้กับตนเอง และเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของเรายังมีความชื่นชอบในการทานไอติ มกันมาก สังเกต จากการถามเด็กในห้องของเราว่าเด็กๆอยากทานอะไรในอากาศร้อนแบบนี้ คำตอบ ที เด็กๆส่วนมากจะอยากทานไอติม จากนั้นคุณครู : ถามเด็กๆว่าเราจะทำไอติมกันดีไหม แล้วเรามาช่วยกันคิดอีกสิค่ะว่าเราจะทำไอติมอ จะทำจากอะไรดีคะ เพื่อจะนำมารับประทานเพื่อคลายความร้อน S: วิทยาศาสตร์ 1.วางแผน 2.ทดลอง 3.การตั้งคำถาม T: เทคโนโลยี 1.ค้นความข้อมูล E: วิศวกรรมศาสตร์ 1.ออกแบบ 2.ประดิษฐ์ไอติมตามแบบ M: คณิศาสตร์ 1.รูปทรงรูปร่าง 2.ขนาด
69 กิจกรรมการเรียนรู้ ชั้นนำ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีอากาศร้อนเด็กส่วนมากอยากทานกินไอติมเด็กๆและครูร่วมกัน ร้อง เพลง ไอติม พร้อมท่าท่าทางประกอบ เพลงไอติม ไอติม ไอติม ไอติม เรามากินไอติมกันเถอะ เด็กๆอย่ากินเลอะเทอะ กินไอติมกันเถอะชิ้นใจชื่นใจ ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ครู ถามเด็กๆว่าเราจะทำไอติมกันไหม เด็ก : อยากทําไอติมค่ะ ครับ เด็ก : น้ำส้ม น้ำสตอร์เบอรี่ องุ่น ปีโป้ ผลไม้ คือ สตอร์เบอรี่ องุ่น แอปเปิ้ล แตงโม สับปะรด ครู : เด็กคิดว่าเราจะน่าอะไรมาทำไอติมได้บ้าง ครู : แล้วเราจะทําไอติมอย่างไร เด็ก: ที่ห้องเรียนของเรามีตู้เย็นนะคะ เรามาทำไอติมแล้วน่าไปแช่ตู้เย็นดีไหมค่ะ เด็ก : นำไปแช่ตู้เย็น เด็ก : ดีค่ะ ดีครับ 1.ครูเตรียมอุปกรณ์ นักเรียนสังเกต สํารวจอุปกรณ์ที่ครูเตรียม เช่น แม่พิมพ์ไอติม น้ำส้ม น้ำสตอร์เบอ รี่ น้ำองุ่นน ปีโป้ ผลไม้ต่างๆ คือ สตอร์เบอรี่ องุ่น แอปเปิ้ล แตงโม สับปะรด 2. ให้นักเรียนสังเกต สี ขนาดของผลไม้ต่างๆ และสํารวจจากอุปกรณ์ที่ครูเตรียม 3.กำหนดสถานการณ์ให้เด็กช่วยคิด จากอุปกรณ์ที่มีอยู่" ว่าจะทำไอติม โดยเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดง ความคิด เห็นจากประสบการณ์ของเด็กๆและจากการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตที่ครูเปิดให้เด็ก ดู 4.ครูน่าเด็กอภิปรายกิจกรรมการจัดประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการทำไอติมจากอุปกรณ์ต่างๆที่ครูเตรียม ไว้และ ออกแบบไอติมของตนเองลงในกระดาษ 5.ครูสาธิตวิธีการทําไอติมให้เด็กดูและให้เด็กทตลองท่าด้วยตนเอง โดยครูแจกพิมพ์ไอติมคนละ1อัน 6.เด็กทดลองท่าไอติมตามที่ตนออกแบบด้วยตนเอง และให้เด็กน่าสิ่งที่ครูเตรียมไว้ใส่ในพิมพ์ไอติม ตามที่ตนเอง ออกแบบไว้ และน่าไปใส่ในช่องแช่แข็งในตู้เย็น ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง 7.ระหว่างรอการแข็งตัวของไอติมเด็กๆก็จะมาช่วยกันเก็บอุปกรณ์และทำความสะอาด 8. เมื่อไอติ มของเด็กแข็งได้ที่แล้ว ครูเปิดโอกาสเด็กๆน่าเสนอขั้นตอนการทดลอง ผลที่เกิด และแนวทางการ แก้ไขปัญหา ตลอดจนผลการทำไอติมของตนให้เพื่อนๆและคุณครูฟัง 9. เด็กๆร่วมกับทานไอติมที่ตนทำขึ้นด้วยตนเอง
70 ชั้นสรุป นำผลงานการทำไอติมของเด็กๆที่จัดท่าขึ้นแล้วร่วมสนทนา แสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยใช้ ค่าถาม กระตุ้นหลังการทดลอง เช่น จากการทดลองทำไอติมมีผลที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เด็กๆมีวิธี อย่างไรในการแก้ไขปัญหาใน การทำไอติมของตนเองที่ตนเป็นผู้ท่าขึ้นเอง วัสดุอุปกรณ์ 1. แม่พิมพ์ไอติม 2. น้ำผลไม้ คือ น้ำส้ม นํ้าสตอร์เบอรี่ น้ำองุ่น 3. ปีโป้ 4.ผลไม้ต่างๆ คือ สตอร์เบอรี่ องุ่น แอปเปิ้ล แตงโม สัปรด การประเมินผล การวัดและการประเมินพัฒนาการ 1.สังเกตการท่ากิจกรรมของเด็กด้วยความสนุกสนาน 2. สังเกตการบอกลักษณะรูปร่างของสิ่งของต่างๆ 3. สังเกตการตอบคำถามของเด็ก
71 ภาคผนวก ง - ครูมือการใช้แบบทอดสอบความสามารถการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย -ตัวอย่างแบบทดสอบความสามารถการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย
72 คู่มือดำเนินการใช้แบบทดสอบ 1. คำชี้แจง 1. แบบทดสอบนี้เป็นแบบทดสอบการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัยระดับ 2. แบบทดสอบนี้มีทั้งหมด 2 ชุด เป็นแบบทดสอบประเภทคำถามที่เป็นรูปภาพที่ชั้นปฐมวัย ปีที่ 3เหมือนจริงและรูปทรงเรขาคณิต 3. การดำเนินการทดสอบ ผู้ทดสอบอธิบายวิธีการทำทีละข้อจนหมดชุดข้อสอบ ซึ่ง การ ทดสอบจะทดสอบก่อนเรียน 1 สัปดาห์ โดยเรียงลำดับจากชุดที่ 1-2 วันละ 1 ชุด รวมระยะเวลา ใน การ ทดสอบ 2 วัน / 1 สัปดาห์และนำแบบทดสอบมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์ 2. คำแนะนำในการใช้แบบทดสอบ 1. ลักษณะทั่วไปของแบบทดสอบมีจำนวน 2 ชุด ดังนี้ 2. การหาความสัมพันธ์ 2.2 ข้อที่ตอบผิด หรือไม่ได้กากบาทหรือกากบาทเกินกว่า 1ข้อ ให้ 0 คะแนน 3.การเตรียมก่อนการทดสอบ 3.1 สถานที่ทดสอบควรเป็นห้องเรียนที่มีสภาพแวดล้อมทั้งภายในห้องเรียนและภายนอก ห้องเรียนเอื้ออำนวยต่อผู้รับการทดสอบ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ มีขนาดพอเหมาะกับผู้รับการทดสอบ จัดให้ เหมาะสม มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มีเสียงดังรบกวน 3.2 ผู้ดำเนินการทดสอบต้องศึกษาคู่มือดำเนินการทดสอบให้เข้าใจ 1. การจัดหมวดหมู่ 2. การตรวจให้คะแนน 2.1 ข้อที่ตอบถูก ให้ 1 คะแนน กระบวนการในการทดสอบทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้เกิดความชำนาญในการใช้ แบบทดสอบและก่อนการทดสอบผู้ดำเนินการทดสอบต้องเขียน ชื่อ- นามสกุล ของผู้เข้ารับการ ทดสอบให้เรียบร้อย 3.3 อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบผู้ดำเนินการสอบควรจัดเตรียม ดังนี้ 3.3.1 คู่มือดำเนินการทดสอบ 3.3.2 แบบทดสอบ 3.3.3 สีเทียนหรือดินสอดำสำหรับการทดสอบ
73 3.3.4 นาฬิกาสำหรับจับเวลา 3.4 ข้อปฏิบัติก่อนสอบ 3.4.1 ก่อนการดำเนินการทดสอบให้ผู้รับการทดสอบไปทำธุระส่วนตัว เช่น 3.4.2 ผู้ดำเนินการทดสอบควรสร้างความคุ้นเคยกับผู้รับการทดสอบโดยการ ทักทายพูดคุย เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี เมื่อเห็นว่าผู้รับการทดสอบพร้อมจึงเริ่มทำการทดสอบดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำให้ เรียบร้อย 4. ข้อปฏิบัติในการทดสอบ 4.1 ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำสั่งให้ผู้รับการทดสอบฟังช้า ๆ และชัดเจนข้อละ 2 ครั้ง 4.2 ให้ผู้เข้ารับการทดสอบใช้เวลาทำแบบทดสอบกำหนดข้อละ 1 นาที
74 ใบงานชุดที่ 1 แบบทดสอบความสามารถการคิดวิเคราะห์ การจัดหมวดหมู่ ชื่อ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชั้น……………………………………เลขที่………………………….. คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (ข้อละ 2 คะแนน)
75 คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกัน (ข้อละ 2 คะแนน)
76 ใบงานชุดที่ 2 แบบทดสอบความสามารถการคิดวิเคราะห์ การหาความสัมพันธ์ ชื่อ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ชั้น……………………………………เลขที่………………………….. คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่มีความสัมพันธ์กับภาพด้านหน้า (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่มีความสัมพันธ์กับภาพด้านหน้า (ข้อละ 2 คะแนน)
77 คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่มีความสัมพันธ์กับภาพด้านหน้า (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่มีความสัมพันธ์กับภาพด้านหน้า (ข้อละ 2 คะแนน) คำชี้แจง: ให้ เด็กๆกากบาท (x) ทับภาพที่มีความสัมพันธ์กับภาพด้านหน้า (ข้อละ 2 คะแนน)
78 ภาคผนวก จ - ภาพการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กปฐมวัย
79 ภาพการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเรื่อง ขวดน้ำพุ
80 ภาพการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเรื่อง แพบรรทุกไข่มังกร
81 ภาพการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเรื่อง เครื่องชั่งน้ำหนัก
82 ภาพการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเรื่อง น้ำเดินได้
83 ประวัติย่อผู้วิจัย
84 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ นางสาวเครือฟ้า ลีพิมพ์ วันเกิด 13 มีนาคม 2545 สถานที่เกิด โรงพยาบาลคอนสาร สถานที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่ 149 หมู่ที่ 10 ตำบล ทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ36180 โทรศัพท์ 0987316389 ประวัติการศึกษา พ.ศ.2551 ชั้นประถมศึกษาปีที่6 จากโรงเรียนบ้านห้วยสนามทราย พ.ศ.2557 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนคอนสารวิทยาคม พ.ศ.2560 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนคอนสารวิทยาคม พ.ศ.2566 ครุศาสตร์บัณฑิต (สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี