The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เเก้พระพุทธ_20230813_214648_0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wa44eew, 2023-08-13 10:45:51

เเก้พระพุทธ_20230813_214648_0000

เเก้พระพุทธ_20230813_214648_0000

หน้าที่ชาวพุทธ - หน้าที่ชาวพุทธโดยทั่วไป คือ ให้ความสนใจ ศึกษาค้นคว้าหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และน้อมนำ หลักธรรมที่ได้ศึกษาแล้ว มา ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน รวมทั้ง การทำ บุญบำ เพ็ญกุศล เข้าร่วมพิธีกรรมทาง ศาสนาในโอกาสสำ คัญต่างๆ - หน้าที่ชาวพุทธในด้านการอุปถัมภ์พระพุทธ ศาสนา ได้แก่ การอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณร ให้ มีกำ ลังในการปฏิบัติศาสนกิจ ช่วยทำ นุบำ รุงวัด และศาสนสถาน - หน้าที่ชาวพุทธในด้านการปฏิบัติตน ได้แก่ การดำ รงตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมอันดีงาม ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ละเมิดกฎระเบียบ และ กติกาของสังคม - หน้าที่ชาวพุทธด้านการปกป้องคุ้มครอง พระพุทธศาสนา คือ ไม่นิ่งดูดายเมื่อมี วิกฤตการณ์เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา


การเเสดงธรรม ปาฐกถากรรม การเเสดงธรรมนั้น นั้ เรียกเต็มๆว่าการเเสดง พระธรรมเทศนา หรือเรียกย่อๆว่าเทศน์มีทั้ง ทั้ เทศเดี่ยว เเละเทศน์ปุจฉาวิสันนาตั้ง ตั้ เเต่สองรูปขึ้นไปการเเสดง พระธรรมเทศนานี้เป็นรูปเเบบที่ทำ กันมาเเต่โบราณ มีระเบียบโดยเฉพาะ คือ มีการอาราธนาศีล อาราธนาธรรมเเละผู้ฟังนั้ง นั้ อย่างสงบเรียบร้อยตั้ง ตั้ ใจฟัง การประพฤติตนให้เป็นเเบบอย่าง วิธีที่ดีที่สุดหนึ่งในการเผยเเผ่พระพุทธศาสนา คือ การ ประพฤติตนให้เป็นเเบบอย่าง ผู้ที่จะเผยเเผ่พระพุทธ ศาสนาได้นั้น นั้ ก่อนอื่นตัวเองจะต้องเป็นพระพุทธ ศาสนานิกชนที่ดี คือ รู้เเละเข้าใจหลักธรรมถูกต้องเเละ ปฏิบัติตนตามหลักธรรมนั้น นั้ ด้วย


การเป็นลูกที่ดีตามหลักลัทิศเบื้อบื้งหน้าน้ในทิศ 6 ทิศ 6 หมายถึง บุคคลประเภทต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้อข้ง สัมสัพันธ์กัธ์นกัและมีหน้าน้ที่ที่พึงปฏิบัติบัติต่อกันกัดังดันี้ 1. ทิศเบื้อบื้งหน้าน้ ( ปุรัตรัถิมทิศ ) ได้แด้ก่ พ่อ แม่ 2. ทิศเบื้อบื้งขวา ( ทักทัขิณทิศ ) ได้แด้ก่ ครูอาจารย์ 3. ทิศเบื้อบื้งหลังลั ( ปัจฉิมทิศ ) ได้แด้ก่ ภรรยา สามี 4. ทิศเบื้อบื้งซ้าซ้ย ( อุตตรทิศ ) ได้แด้ก่ มิตรสหาย 5. ทิศเบื้อบื้งล่าง ( เหฏฐิมทิศ ) ได้แด้ก่ คนรับรัใช้ ผู้ใผู้ต้บัต้งบัคับคั บัญบัชา 6. ทิศเบื้อบื้งบน ( อุปริมทิศ ) ได้แด้ก่ พระสงฆ์ ทิศเบื้อบื้งหน้าน้ได้แด้ก่พ่อแม่ ที่บุตรธิดา พึงปฏิบัติบัติต่อท่านดังดันี้ 1. ท่านเลี้ยลี้งเรามา เลี้ยลี้งท่านตอบแทน 2. ช่วยทำ งานแบ่งเบาภาระของท่าน 3. ดำ รงวงศ์สศ์กุล ไม่ทำ ให้เห้สียชื่อ 4. ประพฤติตนให้เห้หมะสมกับกัความเป็นทายาท รักรัษามรดก รักรัใคร่พี่น้อน้ง 5 เมื่อท่านล่วงลับลัไปแล้วล้หมั่นมั่ทำ บุญอุทิศไปให้ท่ห้ท่าน


การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธสาสนาจะต้อง คำ นึงถึงความเหมาะสมในหลายๆด้านต้องรู้จุด มุ่งหมายแห่งการกระทำ รู้ว่าทำ สิ่งใดมีประโยชน์ สิ่งใดไม่มีประโยชน์เเละต้องมีหลักเกณฑ์เเล้ วอาจจะเป็นการบ่อนทำ ลยพิธีกรรมนั้น นั้ ๆทาง อ้อมด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ


การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ • การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ คือ การประกาศตนของผู้แผู้สดงว่า เป็นผู้นัผู้บนัถือพระพุทธศาสนา คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสิ่งสูงสุดและเป็นที่พึ่งที่ระลึกของตน • พิธีพุทธมามกะเกิดขึ้นขึ้หลังลัจากที่พระพุทธเจ้าจ้ได้ปด้ระกาศคำ สอน ของพระองค์แค์ก่ประชาชน และมีผู้ที่ผู้ที่ได้รัด้บรัฟังคำ สอนแล้วล้เกิดศรัทรัธา เลื่อมใสปฏิบัติบัติามคำ สอนนั้นนั้จนได้รัด้บรัผลจากการปฏิบัติบัติามสมควร แล้วล้จึงยอมรับรัว่า พระพุทธศาสนาซึ่งประกอบด้วด้ยพระพุทธ พระ ธรรม และพระสงฆ์ เป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งต่อชีวิตตนจึงได้ปด้ระกาศตน เป็นพุทธมามกะซึ่งบางคนก็ออกบวชในพระพุทธศาสนา บางคนก็ เป็นคฤหัสหัถ์ แต่ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด สำ หรับรัผู้ที่ผู้ที่เป็น “พุทธมามกะ ” แล้วล้ก็คือ ผู้ที่ผู้ที่ยึดมั่นมั่ในหลักลัธรรมคำ สอนในพระพุทธศาสนาอย่าง มั่นมั่คงตลอดไป


จุดประสงค์ใค์นการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ คือ ๑) เพื่อให้เห้ด็กและเยาวชนสืบความเป็นชาวพุทธตามวงศ์ ตระกูลต่อไป ๒) เพื่อให้เห้ด็กและเยาวชนได้รำด้รำลึกอยู่เสมอว่าตนเป็น พุทธศาสนิกชน ๓) เพื่อปลูกฝังนิสัยสัเด็กและเยาวชนให้มั่ห้ มั่นมั่คงในพระพุทธ ศาสนา เมื่อมีบุคคลต่างศาสนาเกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต้อต้งการจะประกาศตนเป็นชาวพุทธ ก็ประกอบพิธีแสดงตน เป็นพุทธมามกะ เพื่อประกาศว่านับนัแต่นี้ไนี้ปตนได้ยด้อมรับรั นับนัถือพระพุทธศาสนาแล้วล้ การแสดงตนเป็นพุทธมามกะกระทำ ซ้ำ บ่อย ๆ ก็ได้ได้ม่จำ กัดกั ครั้งรั้เพราะเป็นการแสดงความมั่นมั่คงในการนับนัถือพระพุทธ ศาสนา


มรรยาท หมายถึง ระเบียบการปฏิบัติบัติที่สังสัคมกำ หนด ไว้เว้ป็นแนวทางในการแสดงออกทางกายและทาง วาจาในรด้าด้นต่างๆ เช่น กิริยาท่าทาง การแต่งกาย การพูด การแสดงอริยาบทต่างๆเป็นต้นต้สังสัคมแต่ละ แห่งมีประเพณีในการแสดงออกไม่เหมือนกันกัเช่น ฝรั่งรั่ทักทัทายกันกั โดยการจับจัมือ คนไทยแสดงออกโดย การที่ผู้น้ผู้อน้ยไหว้ผู้ว้ผู้ใผู้หญ่ก่อนเป็นต้นต้ มารยาทชาวพุทธ


มารยาทในการต้อ ต้ นรับรัผู้ม ผู้ าเยือน ควรมีการนัดนัหมายล่วงหน้าน้ ไปให้ตห้รง เวลา และควรมีสิ่งของ ไปเยี่ยมเพื่อ แสดงความมีน ้ำ ใจ โดยค ำนึงถึงความ เหมาะสม ไม่ควรใช้เช้วลาในการเยี่ยม เยือนนานเกินไป เมื่อหมดธุระแล้วล้ควร ลากลับลั ไหว้ทัว้กทัทายเจ้าจ้ของบ้าบ้น เมื่อ เจ้าจ้ของบ้าบ้นเชิญไปนั่งนั่ก็ควรนั่งนั่อย่างส ารวมกิริยา และสนทนาอย่างสุภาพ


มารยาทของผู้เป็นเเขก 1. ควรมีสิ่งของไปเยี่ยมเพื่อแสดงอัธอัยาศัยศั ของการเอื้ออื้เฟื้อเผื่อแผ่กันกัซึ่งเป็นธรรมเนียม ปฏิบัติบัติกันกัมาช้าช้นาน โยคำ นึงถึงความเหมาะสม 2. ไม่ว่าจะเป็นบ้าบ้นหรือโรงพยาบาล ผู้ไผู้ปเยี่ยม ต้อต้งให้สัห้ญสัญาณ เช่น เคาะประตู หรือ กดกริ่ง หน้าน้บ้าบ้น 3. แขกที่มาพบต้อต้งทำ ความเคารพเจ้าจ้ของ บ้าบ้นก่อน เว้นว้ไว้แว้ต่แขกนั้นนั้เป็นผู้มีผู้มีอาวุโสสูง


ระเบียบพิธีปฏิบัติบัติต่อพระภิกษุ การยืน ยืนตรง มือทั้งทั้สองห้อห้ยประสานกันกัไว้ข้ว้าข้งหน้าน้หันหั หน้าน้มาทางท่าน เมื่อพระสงฆ์เฆ์ดินผ่านมาถึงเฉพาะ หน้าน้นิยมน้อน้มตัวตัลงยกมือไหว้ ถ้าถ้ท่านพูดด้วด้ย นิยม ประณมมือพูดกับกัท่าน (เฉพาะพระเถระ) ถ้าถ้ท่านมิได้ พูดด้วด้ย เมื่อยกมือไหว้แว้ล้วล้ลดมือทั้งทั้สองลง ห้อห้ย ประสานกันกัไว้ข้ว้าข้งหน้าน้มองดูท่านจนกว่าท่านจะเลย ไป จึงเดินตามหลังลัท่านไป


การให้ที่ ห้ที่นั่งนั่พระภิกษุ การให้ที่ห้ที่นั่งนั่แก่พระสงฆ์ นิยมจัดจัอาสนะสงฆ์ หรือเก้าก้อี้ไอี้ว้ต่ว้ต่างหากจากฆราวาส ให้โห้อกาส แก่พระสงฆ์นั่ฆ์นั่งนั่เก้าก้อี้แอี้ถวหน้าน้หากผู้ชผู้าย จำ เป็นต้อต้งนั่งนั่แถวเดียวกับกัพระสงฆ์ นิยมนั่งนั่ ด้าด้นซ้าซ้ยของพระสงฆ์ ส่วนสตรีเพศ ไม่ควร นั่งนั่แถวเดียวกันกัหรืออาสนะยาวเดียวกันกั เว้นว้แต่กรณีจำ เป็น ต้อต้งมีบุรุษคั่นคั่อยู่


การเดินสวนทางพระภิกษุ การเดินสวนทางกับกัพระสงฆ์คฆ์วรหลีกทางด้าด้น ขวามือของเรา หรือด้าด้นซ้าซ้ยของพระสงฆ์ เมื่อ ท่านเดินมาถึงตรงหน้าน้ควรน้อน้มตัวตัลงไหว้แว้ละ รอจนกว่าท่านจะเดินผ่านเลยไป จึงเดินต่อไป ตามปกติ


การสนทนากับกัพระภิกษุ การสนทนากับกัพระภิกษุควรสนทนาด้วด้ย ถ้อถ้ยคำ ที่สุภาพ เหมาะสม เช่น ใช้คช้าแทน ตนเองว่า กระผม ดิฉันฉั ใช้คช้าแทนพระภิกษุ ว่า ท่าน หลวงพ่อ หลวงพี่ ตามวัยวัวุฒิของท่าน และควรประนมมือ ขณะสนทนา


การรับรัของจากพระสงฆ์ ชายและหญิงปฏิบัติบัติ ดังดันี้คืนี้คือ ก่อนรับรัของให้เห้ข้าข้ไปใกล้ใล้นระยะ พอ สมควร แล้วล้แสดงความเคารพจะกราบหรือ ไหว้สุว้สุดแต่กาละ ของเบา ชายยื่นมือขวารับรัของ หนักนัยื่นสองมือรับรัแล้วล้ถอยกลับลัส่วนหญิง พระจะวางของไว้ตว้รงหน้าน้ของเบาให้เห้อื้ออื้ม มือขวาไปหยิบด้วด้ย อาการนอบน้อน้ม สํารวม ของหนักนัให้ยห้กทั้งทั้สองมือแล้วล้ถอยกลับลั การรับรัสิ่งของกับกัพระภิกษุ


1. แต่งกายสุภาพเรียบร้อร้ย 2. แต่งกายด้วด้ยเสื้อสื้ผ้าผ้โทนอ่อนเรียบๆ 3. แต่งกายให้มิห้มิดชิด 4. แต่งเสื้อสื้ผ้าผ้ที่ไม่ดูหรูหราจนเกินไป 5. หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำ หอม 6. สำ หรับรัผู้หผู้ญิงควรหลีกเลี่ยงการใช้เช้ครื่อง สำ อางหรือแต่งหน้าน้จัดจัจนเกินงาม 7. สำ หรับรัผู้หผู้ญิง ควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อสื้ผ้าผ้ที่ เปิดเผยร่างกาย การเเต่งกายในพิธีต่างๆ การเเต่งกายไปวัดวั


การแต่งกายไปงานมงคล งานแต่งงาน งานเลี้ยลี้งต้อต้นรับรังานเต้นต้รำ งานวันวัเกิด ซึ่งเป็นงานรื่นเริง งานมงคล ควรสวมเสื้อสื้ผ้าผ้ที่หรูหราเล็กน้อน้ย รองเท้าท้ หุ้มหุ้ส้นส้หรือสวมสูท (สำ หรับรัท่านผู้ชผู้าย)


การแต่งกายไปงานอมงคล การไปงานศพเป็นพิธีไว้อว้าลัยลัที่เต็มไปด้วด้ย ความโศกเศร้าร้เสียใจ ซึ่งในอดีตนั้นนั้จะมีการ แต่งตัวตัตาม ช่วงอายุของผู้สผู้วมใส่ ดังดันี้ สีขาว ใส่ไว้อว้าลัยลังานศพ สำ หรับรัผู้เผู้ยาว์หว์รือเด็ก เช่น ลูกหลานญาติสนิท สีดำ ใส่ไว้อว้าลัยลัสำ หรับรั ผู้ใผู้หญ่หรือผู้ที่ผู้ที่มีอายุมากกว่าผู้ตผู้าย


Click to View FlipBook Version