The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nuchjaree, 2024-03-03 01:45:03

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรรณคดี

ความรู้เกี่ยวกับวิชาภาษาไทย

Keywords: วรรณคดี

นุ ช จ รี ร า ษี ท อ ง ความรู้ทั่วไปเกี่ยกี่วกับ วรรณคดี พระสุนทรโวหาร (ภู่)


คำ นำ หนังสือเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเสริมริสร้าง ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวรรณคดีและ ทำ ให้คนไทยซาบซึ้งถึงคุณค่าและความงดงาม ของวรรณคดีไทยมากยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างช่อง ทางในการศึกษาวรรณคดีให้มีความหลากหลาย มากยิ่งขึ้น ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่ม นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจจะศึกษาวรรณคดี นางสาวนุชจรี ราษีทอง ก


สารบัญ หน้า ๑ หน้า ๒ หน้า ๔ หน้า ๗ หน้า ๑๐ หน้า ๗ หน้า ๑๖ ความหมายของวรรณคดี กำ เนิดวรรณคดี ประเภทของวรรณคดี ศิลปะในการประพันธ์ โวหารทางภาษาไทย คุณค่าของวรรณคดี และความสำ คัญวรรณคดี แนวทางในการอ่านวรรณคดี ข


วรรณคดี ความหมาย วรรณคดี หมายถึง วรรณกรรมหรือรืงานเขียนที่ยกย่องกันว่าดี มีสาระ และมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ การใช้คำ ว่าวรรณคดีเพื่อ ประเมินค่าของวรรณกรรมเกิดขึ้นในพระราชกฤษฎีกาตั้ง วรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ ๖ เป็นวรรณกรรมที่ถูกยกย่องว่าเขียนดี มีคุณค่า สามารถ ทำ ให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจ มีความคิดเป็นแบบแผน ใช้ภาษาที่ไพเราะ เหมาะแก่การให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะ สามารถ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น รู้ว่าอะไรควรหรือรืไม่ควร ๑


กำ เนิด 1. เกิดจากการนับถือวีรวีชน เช่น เรื่อรื่งรามายณะ มหาภารตะ ลิลิตยวนพ่าย ลิลิตตะเลงพ่าย เป็นต้น 2. เกิดจากความเชื่อทางศาสนา ศาสนาเป็นที่พึ่งทาง ใจ ศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวิและเป็นสิ่งบันดาลใจ ให้เกิดวรรณคดีได้ เช่น เรื่อรื่งมหาชาติคำ หลวง ไตรภูมิ วรรณคดี พระร่วง ปฐมสมโพธิกถา และอื่น ๆ 3. เกิดจากอารมณ์ อารมณ์ที่เกิดเอง ไม่คล้อยตามผู้ อื่น เช่น อารมณ์รัก โกรธ โศก เป็นมูลเหตุให้เกิด วรรณคดีไทย เช่น เรื่อรื่งมัทนะพาธา กามนิต อติรูป และอื่น ๆ ๒


ประเภทของวรรณคดี ต่อไปเราจะมาดูกันว่าการจำ แนกประเภทของวรรณคดีต่างละชนิดนั้นมี ลักษณะอย่างไร คือการพิจารณาลักษณะของการเขียนหรือรืการประพันธ์แบ่งออกเป็น ๒ ๑.จำ แนกตามลักษณะของการเขียน ประเภท ๑.๑.ร้อยแก้ว(Prose) คือการเขียนหรือรืงานเขียนที่มีลักษณะเป็นความ เรียรีงธรรมดา ไม่มีการบังคับรูปแบบฉันทลักษณ์ การเขียนในลักษณะนี้ ยังแบ่งออกไปเป็นจำ พวก นิยาย นิทาน บทความ ตำ นาน ฯลฯ ๑.๒.ร้อยกรอง(Poetry) คือการเขียนหรือรืงานเขียนที่บังคับรูปแบบ ฉันทลักษณ์ในต่างๆ บางทีเรียรีกงานเขียนประเภทนี้ว่า กวีนิวีนิพนธ์หรือรืคำ ประพันธ์ เป็นการเขียนที่มีลักษณะคล้องจองบังคับ จำ กัดจำ นวนคำ กำ หนดคณะ เสียงสูง-ตำ หรือรืเสียงหนัก-เบา มีรูปแบบ(Pattern) ๓


ประเภทของวรรณคดี คือประโยชน์ที่จะได้รับจากวรรณคดีนั้นๆว่าว่จะได้รับในแง่ใด ประสงค์ที่จะให้คุณค่าทางอารมณ์ หรือรืคุณค่าอื่นๆ ที่นอก ๒.จำ แนกตามลักษณะความมุ่งหมายสำ คัญ เหนือจากความเพลิดเพลิน ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๒.๑.วรรณคดีบริสุริสุทธิ์ (Pure Literature) มุ่งจะให้เกิด สุนทรียรีภาพทางอารมณ์ให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน ๒.๒.วรรณคดีประยุกต์ (Applied Literature) มุ่งใน การนำ ไปเป็นประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง มิได้ให้ความรู้สึก ทางอารมณ์ ๔


คือการพิจารณาตามเนื้อหา แบ่งออกเป็น ๗ ประเภท ๓.๑.วรรณคดีนิราศ เป็นการเขียนในทำ นองบันทึกการ เดินทาง การครำ ตรวญ ๓.๒.วรรณคดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นวรรรคดีเชิง ประวัติวั ติศาสตร์ การบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินในทำ นอง สรรเสริญริพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ริย์ ๓.๓.วรรณคดีศาสนา เกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งโดยทาง ตรงและโดยทางอ้อม ๓.๔.วรรณคดีที่เกียวข้องกับพิธีการธรรมเนียมประเพณี ๓.๕.วรรณคดีสุภาษิต เกี่ยวกับคำ สอน ข้อเตือนใจ ๓.๖.วรรณคดีการละคร นำ ไปใช้แสดงละครหรือรืการ แสดงทางนาฏศิลป์ในลักษณะอื่น ๓.๗.วรรณคดีนิยาย เป็นการประพันธ์ประเภทกลอน จะ เรียรีกว่าว่กลอนประโลมโลกย์ วรรณคดีนิยายนี้มีทั้งไม่ เขียนเป็นกลอน ประเภทของวรรณคดี ๓.จำ แนกตามลักษณะของเนื้อหา ๕


กาพย์ แบ่งแยกเป็น กาพย์ยานี กาพย์ฉบัง กาพย์ สุรางคนางค์ กาพย์ขับไม้ กลอน แบ่งแยกเป็น กลอนแปดกับกลอนหก ซึ่งจัด เป็นกลอนสุภาพ พร้อมด้วยยังมีแบบอื่น ๆ ได้อีก คือ ดอกสร้อย สักวา เพลงยาว เสภา นิราศ กลอน บทละคร กลอนเพลงพื้นเมืองกับกลอนกลบทต่าง ๆ โคลง แยกย่อยเป็น โคลงสอง โคลงสาม โคลงสี่ ซึ่งอาจจะแต่งเป็นโคลงสุภาพหรือรืโคลงดั้นก็ได้ นอกจากเป็นโคลงธรรมดาแล้ว ยังแต่งเป็นโคลง กระทู้พร้อมกับโคลงกลอักษรได้อีกหลายประเภท ฉันท์ จำ แนกเป็นหลายแบบเช่นว่าว่วิชวิชุมมาลาฉันท์ มาณวกฉันท์ อินทรวิเวิชียรฉันท์ ภุชงค์ประยาตฉันท์ อีทิสังฉันท์ วสันตดิลกฉันท์ สาลินีฉันท์ ฯลฯ ล้วน แต่มี ชื่อไพเราะ ๆ ทั้งปวง ร่าย แบ่งเป็นร่ายสั้นกับร่ายยาว ร่ายสั้นนั้นมีทั้งร่าย สุภาพพร้อมกับร่ายดั้น ประเภทคำ ประพันธ์ ๖


คุณค่าด้านสังคม และคุณค่าจากการนำ ไปปรับใช้ชีวิตวิประจำ วันวั ภาพ : shutterstock.com ความเป็นอารยะของชนชาติหนึ่ง สามารถวัดวั ได้จากการมี วรรณคดีเป็นของตัวเอง เพราะแสดงถึงวัฒวันธรรมในด้านการ ภาษา ที่ต้องผ่านการพัฒนาอย่างยาวนาน และภูมิปัญญาทาง สังคม ผ่านเนื้อหาที่แสดงถึงความเจริญริทางจิตใจ คุณค่าของวรรณคดี ๗


1. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ คือ ความสละสลวยของ ภาษากวี ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ของผู้อ่าน หรือรืกล่าว ได้ว่าว่ทำ ให้ผู้อ่านเกิดความสะเทือนอารมณ์ เพราะ ตัวอักษรได้เกาะกินใจผู้อ่าน จนเกิดจินตนาการ ตามบทประพันธ์ และมีความรู้สึกร่วมในที่สุด กลวิธีวิธีทางภาษาที่กวีใวีช้บ่อยๆ ได้แก่ - การเล่นเสียง โดยนำ คำ พ้องเสียง หรือรืพ้องรูป มาเรียรีงต่อกัน - การเล่นคำ ซ้ำ คือ การซ้ำ คำ เดิม เพื่อเน้นความ หมายของคำ ให้ชัดเจน และหนักแน่น - การใช้ภาพพจน์ คือ การใช้คำ ที่ไม่ตรงไปตรงมา แต่เป็นการอุปมาเพื่อเปรียรีบเทียบให้เห็นภาพ คุณค่าของวรรณคดี ๘


2. คุณค่าทางเนื้อหา คือ สาระที่ผู้อ่านได้รับ จะเป็น ความรู้ หรือรืข้อคิดก็ได้ 3. คุณค่าด้านสังคม เพราะวรรณวรรณกรรมต่างๆ เป็น เครื่อรื่งสะท้อนความเป็นไปทางสังคม วรรณกรรมที่ดี จึงต้องช่วยจรรโลงสังคมได้ โดยสร้างความเข้าใจอันดี ระหว่าว่งผู้คนในสังคมเดียวกัน เพื่อให้เกิดความสงบสุข 4. การนำ ไปปรับใช้ชีวิตวิประจำ วันวัคือ ผู้อ่านสามารถนำ ความรู้ แนวคิด หรือรืบทสอนต่างๆ จากวรรณกรรม ไป ปรับใช้ในการดำ เนินชีวิตวิได้จริงริ ที่มา : อลงกรณ์ พลอยแก้ว คุณค่าของวรรณคดี ๙


โวหาร โวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ 1. บรรยายโวหาร คือ การอธิบาย 2. พรรณนาโวหาร คือ ทำ ให้เห็นภาพ 3. เทศนาโวหาร คือ การสั่งสอน 4. สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่าง 5. อุปมาโวหาร คือ การเปรียรีบเทียบ โวหารทางภาษาไทย ๑๐


บรรยายโวหาร เป็นโวหารหลัก ใช้ในการเล่าเรื่อรื่ง หรือรือธิบายเรื่อรื่งราวต่าง ๆ ตามลำ ดับเหตุการณ์เขียนตรงไปตรงมา รวบรัด ได้แก่ การเขียนอธิบายประเภทต่าง ๆ เช่น เขียนรายงาน วิทวิยานิพนธ์ ตำ รา บทความ การเขียนเพื่อเล่าเรื่อรื่ง เช่น บันทึก จดหมายเหตุ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น ประเภทบทความเชิงวิจวิารณ์ ข่าว เป็นต้น ตัวอย่างบรรยายโวหาร พ่อเดินเข้าหากอไผ่ป่า เลือกตัดลำ เท่าขามาสองปล้อง ทำ เป็นกระบอก คัดเห็ดดอกใหญ่ไปล้างในลำ ห้วย จนสะอาด บรรจุลงในกระบอกไม้ไผ่จนแน่น ไม่ต้องใส่น้ำ เติมเกลือ และเติมน้ำ พริกริลงไปพอเหมาะ ก่อไฟเผากระบอกไม้ไผ่นั้น ไม่นานนักเห็ดก็ขับน้ำ ออกมาเดือดปุด ๆ โวหารทางภาษาไทย ๑๑


พรรณนาโวหาร เป็นโวหารหลัก มุ่งให้ความแจ่มแจ้ง ละเอียดลออ เพื่อ ให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความ นั้นการเขียนพรรณนา โวหารจึงยาวกว่าว่บรรยายโวหาร มาก มุ่งให้ภาพ และอารมณ์ จึงมักใช้การเล่นคำ เล่น เสียง ใช้ภาพพจน์ เต็มด้วยสำ นวนโวหารที่ไพเราะ อ่าน ได้รสชาติ ตัวอย่างพรรณนาโวหาร วันวัเพ็ญ พระจันทร์สีนวลจ้าส่องแสงอยู่วงรัศมีสีขาว น้ำ ขึ้นเต็มฝั่ง นิ่งไม่กระดุกกระดิก แต่เป็นเงาแวววาว เหมือนถาดเงินใบใหญ่ที่ขัดมัน ทางฝั่งขวาของแม่น้ำ เจ้าพระยา ตอนหนึ่งมีต้นลำ พูต้นใหญ่ โวหารทางภาษาไทย ๑๒


อุปมาโวหาร เป็นโวหารประกอบเป็นโวหารเปรียรีบเทียบ โดยยก ตัวอย่างสิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียรีบ เพื่อให้เกิดความ ชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น อุปมาโวหารมักจะปรากฏพร้อม กับพรรณนาโวหารเสมอ ตัวอย่างอุปมาโวหาร “…ซึ่งเราจะเข้าอยู่ด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัย เลย ตัวเราก็มิได้รักชีวิตวิอันความตายอุปมาเหมือน นอนหลับ ท่านเร่งกลับไปบอกแก่โจโฉให้ตระ เตรียรีมทหารไว้ใว้ห้พร้อม เราจะยกลงไปรบ…” โวหารทางภาษาไทย ๑๓


สาธกโวหาร เป็นโวหารประกอบ เป็นโวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดย การยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้งหรือรืสนับสนุน ความคิดเห็นที่เสนอให้ หนักแน่น น่าเชื่อถือ ตัวอย่างสาธกโวหาร โยคีเทศนาทหารทัพลังกาและเมืองผลึกในเรื่อรื่งพระอภัย มณี คือรูปรสกลิ่นเสียงไม่เที่ยงแท้ ย่อมเฒ่าแก่ เกิดโรค โศกสงสาร ความตายหนึ่งพึงเห็นเป็นประธาน หวังวั นิพพานพ้นทุกข์สุขสบาย ซึ่งบ้านเมืองเคืองเข็ญถึงเช่น นี้ เพราะโลกีย์ตัณหาพาฉิบหาย จะตกอบายภูมิขุมนรก โวหารทางภาษาไทย ๑๔


เทศนาโวหาร เป็นโวหารหลัก ที่ผู้เขียนมุ่งจะสั่งสอนคุณธรรมหรือรื จรรโลงใจผู้อ่านหรือรืปลุกใจ จูงใจให้ผู้อ่านคล้อยตาม ตัวอย่างเทศนาโวหาร ทำ อะไรก็อย่าทำ ด้วยความอยากมีอยากเป็น อยากได้นั่น อยากได้นี่ แต่เราทำ ไปตามหน้าที่ของเรา เรามีหน้าที่อะไรก็ทำ หน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ ให้เรียรีบร้อย ไม่ต้องมีความ อยากจะได้ อยากจะเป็นก็ทำ ได้ทำ เพราะสำ นึกในหน้าที่ มันเป็นเหตุให้กระตุ้นเตือนให้กระทำ เพราะความสำ นึกว่าว่ เราเกิดเพื่อหน้าที่ หรือรืคำ พูดที่เคยพูดบ่อยๆ ว่าว่ “งานคือ ชีวิตวิชีวิตวิคืองานบันดาลสุข ทำ งานให้สนุก เป็นสุขขณะ ทำ งาน” โวหารทางภาษาไทย ๑๕


จุดมุ่งหมายในการอ่านวรรณคดี 1.การอ่านวรรณคดีคือการพยายามทำ ความ เข้าใจบทประพันธ์ให้ทะลุปรุโปร่ง และพยายามใช้ จินตภาพสร้างสภาพอารมณ์ของกวีขึ้วีขึ้นในจิตใจของเรา เพื่อจะได้เข้าถึงสารที่กวีต้วีต้องการสื่อ 2.การประพันธ์วรรณคดีเป็นการสื่อสารอย่าง หนึ่ง กวีสวีามารถระบายความรู้สึกของตนโดยใช้ภาษา เป็นสื่อ กล่อมเกลาโน้มน้าวผู้อ่านให้มีความคิดและ อารมณ์คล้อยตามกวี 3.ผู้อ่านจะรับสารของกวีไวีด้ก็โดยเอาใจกวีมวีา ใส่ใจตน เพื่อให้มีคลื่นในการสื่อสารตรงกัน ดังนั้นถ้า เราอ่านหนังสือของกวีควีนใด เราต้องอ่านด้วยจิตใจที่ สอดประสานกับกาลสมัยที่แต่งหนังสือนั้น ต้องอ่าน ด้วยสติปัญญาหรือรืใช้วิจวิารณญาณ คืออ่านแล้วนำ ไป คิดต่อ กลั่นกรองแล้วสกัดเอาคุณค่าที่แท้จริงริออกมา ทั้งคุณค่าทางด้านอารมณ์ และคุณค่าทางความคิด แนวทางในการอ่านวรรณคดี ๑๖


ข้อ ข้ มูลผู้จัผู้ ด จั ทำ นางสาวนุชนุจรี ราษีทอง สาขาวิชวิาภาษาไทย มหาวิทวิยาลัยราชภัฏสุริสุนริทร์


Click to View FlipBook Version