รายงาน
เร่ือง ประวตั ิวดั เจดรบ์หลวง วรวหิ าร จังหวดั เชียงใหม่
เสนอ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอยี่ ม
จัดทาโดย
พระกมล เกตรุ ัตนสมบรู ์ (ขนฺตโิ สภโณ)
ช้ันปี ที่ 3 รหัส 6310540211001
รายงานฉบบั นีเ้ ป็ นส่วนหนง่ึ ของการเรียนวชิ า เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
และค้นคว้า รหสั วชิ า GE4005
คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ าการสอนภาษาองั กฤษ
ก
คานา
รายงานฉบบั น้ีจดั ทาข้ึนเพ่ือประกอบการศึกษาวชิ า เทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การศึกษาและ
คน้ ควา้ รหสั วชิ า GE4005 ของนกั ศึกษาช้นั ปี ท่ี 3 สาขาการสอนภาษาองั กฤษ เรื่องประวตั ิวดั เจดียห์ ลวง
วรวหิ าร จงั หวดั เชียงใหม่ เน้ือหาประกอบดว้ ย ประวตั ิวดั เจดียห์ ลวง ประวตั ิพระธาตเุ จดียห์ ลวง คติ-
ความเชื่อเร่ืองจกั รวาลวิทยาของชาวลวั ะ ท่ีเกี่ยวกบั พระธาตุเจดียห์ ลวง และประวตั ิเสาอินทขิล สาเหตุที่
ผจุ้ ดั ทาเลือกเรื่องน้ีมาเสนอเน่ืองจากเป็นเรื่องที่นกั ศึกษา,คนไทย และชาวต่างชาติใหค้ วามสนใจเป็น
อยา่ งมาก วดั เจดียห์ ลวงเป็นสถานท่ีสาคญั ทางโบราณสถานในพระพุทธศาสนา และเป็นสถานท่ี
ท่องเท่ียวท่ีทุกคนทว่ั โลกอยากรู้จกั
ผจู้ ดั ทาขอขอบคุณ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอ่ียม ผสู้ อนวิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เพ่อื การศึกษาและคน้ ควา้ ระดบั ช้นั ปี ที่ 3 สาขาการสอนภาษาองั กฤษ รวมท้งั เพ่ือนๆทุกคนท่ีให้
คาแนะนาและช่วยเหลือในการจดั การรายงานเป็นอยา่ งดี ผจู้ ดั ทาหวงั เป็ นอยา่ งยงิ่ วา่ รายงานฉบบั น้ีจะ
เป็นประโยชน์แก่ผอู้ า่ นทกุ ๆท่าน
สารบัญ ข
เรื่อง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
วดั เจดียห์ ลวง วรวหิ าร 1
พระธาตุเจดียห์ ลวง 3
เจดียห์ ลวงตามคติความเช่ือเรื่องจกั รวาลวทิ ยาของชาวลวั ะ (ละวา้ ) 4
เสาอินทขิล (เสาหลกั เมือง 6
ภาคผนวก 8-13
บรรณานุกรม 14
ประวตั ิผจู้ ดั ทา 15
1
วัดเจดยี ์หลวงวรวิหาร จังหวดั เชียงใหม่
วดั เจดียห์ ลวงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงในจงั หวดั เชียงใหม่ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ไดแ้ ก่ ราช-
กุฏาคาร วดั โชติการาม สร้างข้นึ ในรัชสมยั พญาแสนเมืองมา พระมหากษตั ริยร์ ัชกาลท่ี 7 แห่งราชวงศม์ งั
ราย ไมป่ รากฏปี ท่ีสร้างแน่ชดั สนั นิษฐานวา่ วดั แห่งน้ีน่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928 - 1945 และมีการบูรณะ
มาหลายสมยั สาหรับพระธาตุเจดียม์ ีขนาดความกวา้ งดา้ นละ 60 เมตร เป็นองคพ์ ระเจดียท์ ี่มีความสาคญั
อีกองค์หน่ึงของจงั หวดั เชียงใหม่ ในปัจจุบนั คงเหลือสภาพเพียงคร่ึงองค์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ใหญใ่ นสมยั มหาเทวีจิระประภา รัชกาลที่ 15 แห่งราชวงศม์ งั ราย มีการสนั นิษฐานวา่ เจดียอ์ าจมีความสูง
ถึง 80 เมตร ซ่ึงทาใหเ้ ป็นเจดียท์ ี่สูงที่สุดในภาคเหนือในช่วงเวลาดงั กลา่ ว
วดั เจดียห์ ลวงสร้างอยกู่ ลางใจเมืองเชียงใหม่ ซ่ึงแต่เดิมถือวา่ เป็นศูนยก์ ลางทางการปกครองของ
อาณาจกั รลา้ นนา ต้งั อยเู่ ลขที่ 103 ถนนพระปกเกลา้ ตาบลพระสิงห์ อาเภอเมือง จงั หวดั เชียงใหม่ มีเน้ือ
ที่ภายในวดั ประมาณ 32 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา
ประวตั ิวัดเจดยี ์หลวงวรวิหาร จังหวดั เชียงใหม่
จุลศกั ราช 289 (พ.ศ. 1874) พญาแสนภูโปรดใหส้ ร้างเมืองเชียงแสน และต่อมาอีก 4 ปี ทรงสร้าง
มหาวิหารข้นึ ในกลางเมืองเชียงแสน[2] คือวดั เจดียห์ ลวงองคท์ ่ี 1 ซ่ึงอยใู่ นวดั พระเจา้ ตนหลวง เมืองเชียง
แสน สมยั พระเจา้ แสนเมืองมาซ่ึงเป็นโอรสของพญากือนา ขณะท่ีมีพระชนมมายุ 39 ปี พระองคโ์ ปรด
ใหส้ ร้างพระเจดียห์ ลวงกลางเมืองเชียงใหม่ แต่ยงั ไม่ทนั แลว้ เสร็จดีก็สวรรคต พระราชินีผเู้ ป็นอคั รมเหสี
ของพระองค์ ไดโ้ ปรดใหท้ ายอดพระธาตุเจดียห์ ลวงจนแลว้ เสร็จ
ปี พ.ศ. 2055 พระเมืองแกว้ พร้อมดว้ ยชาวเมืองท้งั หลาย เอาเงินมาทากาแพงลอ้ มพระธาตุเจดีย์
หลวง 3 ช้นั ไดเ้ งิน 254 กิโลกรัม จากน้นั จึงไดเ้ อาเงินมาแลกเป็นทองคาจานวน 30 กิโลกรัม แลว้ แผเ่ ป็น
แผ่นทึบหุ้มองค์พระธาตุเจดีย์หลวง เม่ือรวมกับทองคาท่ีหุ้มองค์พระเจดียห์ ลวงอยู่เดิม ได้น้าหนัก
ทองคาถึง 2,382.517 กิโลกรัม
ประมาณ พ.ศ. 2088 สมยั พระนางจิรประภามหาเทวี ไดเ้ กิดแผ่นดินไหวคร้ังใหญ่ในเชียงใหม่
จึงทาให้ยอดพระเจดียห์ ลวงหักพงั ทลายลงมา หลงั จากน้ันพระเจดียห์ ลวงจึงถูกทิ้งให้ร้างมานานกว่า
2
400 ปี กระทง่ั ปี พ.ศ. 2423 พระเจา้ อินทวิชยานนท์ เจา้ ผูค้ รองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ไดร้ ้ือพระวิหาร
หลงั เก่าและสร้างวหิ ารหลวงข้ึนใหมด่ ว้ ยไมท้ ้งั หลงั
ช่วงปี พ.ศ. 2471-2481 สมยั พลตรีเจา้ แกว้ นวรัฐ เจา้ ผคู้ รองนครเชียงใหม่องคส์ ุดทา้ ย ถือไดว้ า่
เป็นทศวรรษแห่งการบรู ณะคร้ังสาคญั ของวดั พระเจดียห์ ลวง ไดม้ ีการร้ือถอนสิ่งปรักหกั พงั แผว้ ถางป่ า
ท่ีข้ึนปกคลุมโบราณสถานต่าง ๆ ออก แลว้ สร้างเสริมเสนาสนะข้ึนใหม่ให้เป็นวดั สมบูรณ์แบบในเวลา
ตอ่ มา
พระเจดียห์ ลวง ไดร้ ับการบูรณปฏิสังขรณ์ข้ึนใหม่โดยกรมศิลปากร เม่ือวนั ท่ี 4 มิถุนายน 2533
ใชง้ บประมาณในการบรู ณะถึง 35 ลา้ นบาท แลว้ เสร็จเม่ือวนั ท่ี 30 ธนั วาคม พ.ศ. 2535
แต่เดิมวดั เจดียห์ ลวง ช่ือ “โชติการามวิหาร” แปลว่า พระอารามท่ีมีแต่ความรุ่งเรืองสวา่ งไสว
เน่ืองจากเป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุ และพระธาตุขององคส์ มเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา้ มีเรื่องเล่า
ต่อกนั มาวา่ ในกาลคร้ังหน่ึงเม่ือพระเจา้ อโศกมหาราชส่งสมณะทูต 8 รูป ภายใตก้ ารนาพระโสณะ และ
พระอุตตะระ เขา้ มาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเขตสุวรรณภูมิ รวมท้งั ภูมิภาคน้ีดว้ ย ไดน้ าเอาพระบรม
ธาตุมาบรรจุไวใ้ นองคเ์ จดียอ์ งคเ์ ลก็ สูง 3 ศอก ที่สร้างข้ึน ณ บริเวณอนั เป็นท่ีต้งั ของพระธาตุเจดียห์ ลวง
ในปัจจุบนั ในเวลาน้ันมีชายผูห้ น่ึงอายุ 120 ปี มีใจเลื่อมใส ไดแ้ กเ้ อาผา้ ห่มชุบน้ามนั จุดบูชา และได้
ทานายว่า ต่อไปในภายภาคหน้าตรงน้ีจะเป็ นอารามใหญ่ชื่อโชติการาม พวกลวั ะท้งั หลายเอาขา้ วของ
บชู าพระธาตุพระพุทธเจา้ จึงก่อเจดียห์ ลงั หน่ึงสูง 3 ศอกไวเ้ ป็นท่ีสักการบูชา
นอกจากน้ียงั มีความหมายอีกนยั หน่ึงของคาว่า “โชติการาม” คอื เวลาที่มีการจุดประทีปโคมไฟ
ไปประดบั บูชาองคพ์ ระธาตุเจดียห์ ลวง จะปรากฏแสงสีสวา่ งไสว มองเห็นองคพ์ ระเจดียค์ ลา้ ยเชิงเทียน
ที่มีเปลวไฟลกุ โชติช่วงสวา่ งไสว ดูแลว้ มีความงดงามยง่ิ นกั สามารถมองเห็นไดแ้ ตไ่ กล
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนช่ือมาเป็ น “วดั เจดียห์ ลวง” เน่ืองจากในภาษาเหนือหรือคาเมือง หลวง
แปลวา่ “ใหญ่” หมายถึง พระธาตเุ จดียท์ ่ีมีขนาดใหญ่
3
พระธาตเุ จดีย์หลวง
พระธาตุเจดียห์ ลวงน้ันถือว่าเป็ นพระธาตุที่มีความสูงท่ีสุดในภาคเหนือ หรือลา้ นนา คือ สูง
ประมาณ 80 เมตร เมตร ฐานเป็นรูปส่ีเหลี่ยมจตั ุรัส กวา้ งประมาณดา้ นละ 60 เมตร ถูกสร้างข้ึนในช่วง
ตน้ พุทธศตวรรษท่ี 20 ถือวา่ เป็นเจดียท์ ี่มีความสาคญั ท่ีสุดของเมืองเชียงใหม่
พระธาตุเจดียห์ ลวงน้นั ถูกสร้างข้ึนในในรัชสมยั พญาแสนเมืองมา (พ.ศ. 1928 - 1945) กษตั ริย์
องคท์ ่ี 7 แห่งราชวงศม์ งั ราย ซ่ึงเป็นกษตั ริยท์ ่ีปกครองเมืองเชียงใหม่ในขณะน้นั สร้างข้ึนเพ่ืออุทิศส่วน
บุญส่วนกุศลให้พญากือนา พระราชบิดา ซ่ึงมีตานานเล่ามาว่า พญากือนาซ่ึงไดส้ วรรคตไปแลว้ ได้
ปรากฏตวั แก่พ่อคา้ ชาวเชียงใหมท่ ี่เดินทางไปคา้ ขายท่ีพม่า ใหม้ าบอกวา่ แก่พญาแสนเมืองมาผเู้ ป็นโอรส
วา่ ใหส้ ร้างเจดียไ์ วท้ ่ามกลางเวียง ใหส้ ูงใหญพ่ อให้คนท่ีอยูไ่ กล 2,000 วา สามารถมองเห็นได้ แลว้ อุทิศ
บญุ กุศลเหลา่ น้ีใหแ้ ก่พญากือนา เพื่อใหพ้ ญากือนาน้นั สามารถไปเกิดในเทวโลกได้ แตพ่ ญาแสนเมืองมา
เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระนางเจา้ ติโลกจุฑาราชเทวีผูเ้ ป็ นมเหสีไดส้ ืบทอด เจตนารมณ์สร้างต่อ จน
เสร็จในรัชสมยั พญาสามฝั่งแกน ใชเ้ วลาสร้าง 5 ปี
ต่อมาไดม้ ีการปฏิสังขรณ์ในสมยั พญาติโลกราช (พ.ศ. 1984 - 2030) พระองคโ์ ปรดใหห้ มื่นดา้ ม
พร้าคต นายช่างใหญ่ทาการปฏิสงั ขรณ์ โดยมีพระมหาสวามีสทั ธมั กิติ เจา้ อาวาสองคท์ ่ี 7 ของวดั โชติกา
ราม (วดั เจดียห์ ลวง) เป็นกาลงั สาคญั ในการควบคมุ ดูแล และประสานงาน การปฏิรูปและก่อสร้างคร้ังน้ี
ไดส้ ร้างขยายเจดียใ์ หใ้ หญ่กวา่ เดิม ใชเ้ วลาในการก่อสร้าง 3 ปี จึงแลว้ เสร็จ
ในสมยั มหาเทวีจิรประภา รัชกาลท่ี 15 แห่งราชวงศ์มงั ราย เกิดพายุฝนตกหนกั แผ่นดินไหว
พระมหาเจดียห์ ลวงไดพ้ งั ทลายลงมาเหลือเพยี งคร่ึงองค์ จากน้นั ก็ถกู ปล่อยทิ้งร้างไปนานกวา่ 4 ศตวรรษ
พระมหาเจดียห์ ลวงที่เห็นปัจจุบนั กรมศิลปกรเพงิ่ จะบูรณปฏิสงั ขรณ์เสร็จไปเม่ือ พ.ศ. 2535
4
เจดีย์หลวงตามคตคิ วามเชื่อเร่ืองจักรวาลวิทยาของชาวลวั ะ (ละว้า)
คติความเชื่อเรื่องจกั รวาลวทิ ยา ในยคุ แรกใชอ้ ินทขีลเป็นสัญลกั ษณ์สะทอ้ นความเช่ือด้งั เดิมของ
ชาวลัวะ (ละว้า) ซ่ึงได้ผสมผสานกับความเช่ือของพราหมณ์ ในระยะต่อมาเม่ือพระพุทธศาสนา
เจริญรุ่งเรืองข้ึนมาก ไดใ้ ชพ้ ระธาตุเจดียห์ ลวงเป็นสญั ลกั ษณ์ของศูนยก์ ลางจกั รวาล คติน้ีเห็นไดช้ ดั จาก
การสร้างเจดียห์ ลวงให้สูงใหญ่ ต้งั อยู่กลางใจกลางเมือง เช่นเดียวกบั เขาพระสุเมรุ ซ่ึงเป็ นศูนยก์ ลาง
จกั รวาล
ปัจจุบนั บริเวณวดั เจดียห์ ลวงกลางเมืองเชียงใหม่ มีส่ิงสักการะหลากหลายไดแ้ ก่ เจดียห์ ลวง
อินทขลี ตน้ ยาง กมุ ภณั ฑ์ พระฤๅษี ซ่ึงสะทอ้ นพฒั นาการคติจกั รวาลไดป้ รับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ท่ี
แวดลอ้ มของเมือง
คติเจดียห์ ลวงในฐานะศูนยก์ ลางจกั รวาล ปรากฏในคมั ภีร์มหาทกั ษาเมือง กล่าวถึง การสร้างวดั
สาคญั ในเมืองเชียงใหม่ 9 แห่ง โดยกาหนดใหส้ อดคลอ้ งกบั ชยั ภูมิ และความเชื่อเร่ืองทิศท้งั 4 และทิศ
เฉียงอีก 4 เป็น 8 เม่ือทิศท้งั 8 มาบรรจบกนั เกิดจุดศนู ยก์ ลางรวมกนั เป็น 9 ถือเป็นเลขมงคล ตาแหน่งจุด
ศูนยก์ ลางเมือง เป็นสะดือเมือง กาหนดให้เป็ นเกตุเมืองตรงกบั วดั เจดียห์ ลวง วัดท้งั 8 แห่งที่สร้างตาม
ทกั ษาเมือง คอื
ตวั ที่ 1 เมฆบงั วนั ตวั ที่ 2 ข่มพลแสน
ตวั ท่ี 3 ดาบแสนดา้ ม ตวั ที่ 4 หอกแสนลา
ตวั ที่ 5 ก๋องแสนแหลง้ ตวั ที่ 6 หนา้ ไมแ้ สนเปี ยง
ตวั ท่ี 7 แสนเข่อื นกา๊ น ตวั ที่ 8 ไฟแสนเต๋า
5
การสร้างรูปป้ันช้างน้ัน เป็ นการส่งเสริมกาลงั เมืองในทางด้านไสยศาสตร์เพ่ือให้เมืองมีความ
แข็งแรงย่ิงข้ึน นอกจากน้ียงั มีพิธีการสักการบูชาพญาชา้ งท้งั 8 เชือก เพราะเช่ือว่า จะทาให้เกิดสวสั ดิ-
มงคล นาความสงบสุขมาสู่บา้ นเมือง ศตั รูไม่กลา้ มารุกรานย่ายีเมืองได้ เพราะชื่อพญาช้างที่ต้งั ข้ึนน้นั
เป็นพลงั อานาจก่อเกิดเดชานุภาพ อิทธิฤทธ์ิ ข่มขู่บดบงั ขวางก้นั กาจดั ปราบปรามอริราชศตั รูที่จะมา
รุกราน ใหแ้ พภ้ ยั แตกพ่ายหนีไปเอง ซ่ึงแตล่ ะช่ือมีความหมายดงั น้ี
1. เมื่อศตั รูยกพลเสนามารุกราน ล่วงล้าเขา้ มาในเขตพระราชอาณาจกั ร จะเกิดอาเพศ ทอ้ งฟ้ามืด
มิดดว้ ยเมฆหมอกปกคลุม ธรรมชาติวิปริตแปรปรวน น่ากลวั ยง่ิ นกั ทาใหผ้ รู้ ุกรานหวาดผวาภยั
พบิ ตั ิ ตกใจกลวั แตกพา่ ยหนีไป จึงไดช้ ่ือวา่ “เมฆบงั วัน”
2. เม่ือผรู้ ุกรานยกทพั เขา้ มาใกล้ แมจ้ ะมีพลโยธาทหารกลา้ เรือนแสน กจ็ ะเกิดอาการมึนเมาลืมหลง
ไมอ่ าจครองสติยบั ย้งั อยไู่ ด้ ตอ้ งระส่าระส่าย แตกพา่ ยหนีไป จึงไดช้ ่ือวา่ “ข่มพลแสน”
3. เม่ือขา้ ศึกศตั รูผรู้ ุกรานเขา้ มา แมจ้ ะมีกาลงั พลมากมาย มีศาตรา มีด พร้า ดา้ มคมเป็นแสน ๆ เล่ม
ก็ไม่อาจเขา้ ใกลท้ าร้ายได้ มีแต่จะเกิดหวาดหวน่ั ขาดกลวั แตกหนีไป จึงได้ช่ือว่า “ดาบแสน
ด้าม”
4. เมื่อขา้ ศึกศตั รูผูร้ ุกรานเขา้ มารานรบ แมจ้ ะมีกาลงั พลกลา้ หาญมากมาย มีศาสตราอนั คมยาว
หอกแหลนหลาวเป็นแสน ก็ไม่อาจเขา้ มาราวีได้ จึงตอ้ งแตกพ่ายหนีไป จึงไดช้ ื่อว่า “หอกแสน
ลา”
5. เมื่อขา้ ศึกศตั รูผูร้ ุกรานเขา้ มา แมจ้ ะมีกาลงั พลจานวนมาก มีอาวุธปื นเป็ นแสนกระบอก ก็ไม่
สามารถทาอนั ตรายได้ ตอ้ งแตกพ่ายหนีไป จึงไดช้ ื่อวา่ “ปื นแสนแหล้ง”
6. เม่ือผูร้ ุกรานบุกรุกเขา้ มา แมจ้ ะมีกาลงั พลมากมาย มีหน้าไมค้ นั ธนูเป็ นแสน ๆ ไม่สามารถทา
อนั ตรายได้ ตอ้ งแตกพ่ายหนีไป จึงไดช้ ื่อวา่ “หน้าไม้แสนเกยี๋ ง”
7. เม่ือขา้ ศึกอาจหาญล้าแดนเขา้ มา แมด้ ว้ ยกาลงั พลหัตถีนึก กองทพั ชา้ งมีเป็นแสนเชือก ก็ไม่อาจ
หักหาญเขา้ มาได้ มีแต่จะอลม่านแตกต่ืนแกหนีไปสิ้น จึงไดช้ ื่อว่า “แสนเขื่อนก้ัน” (บางแห่ง
เป็น แสนเข่อื นก๊าน)
6
8. เมื่อขา้ ศึกเขา้ มาหมายย่ายี กจ็ ะเกิดอาการร้อนเร่าเหมือนเพลิงเผาผลาญรอบดา้ น เลยแตกพา่ ยหนี
ไปดว้ ยความทกุ ขท์ รมาน จึงไดช้ ื่อวา่ “ไฟแสนเต๋า”
เสาอนิ ทขิล (เสาหลักเมือง) วดั เจดีย์หลวง เชียงใหม่
ประวัติ เสาอนิ ทขลิ (เสาหลกั เมือง)
เสาอินทขิล หรือ เสาหลกั เมือง ของเมือง เชียงใหม่ น้ี เป็ นหลกั เมืองเม่ือคร้ังท่ี พ่อขุนเม็งราย
มหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ข้ึนมา เมื่อราวๆ ปี พ.ศ.1839 ค่ะ ซ่ึงปัจจุบนั น้ี ก็ต้งั อย่ทู ่ีบริเวณตรงหนา้ วดั
เจดียห์ ลวงนนั่ เอง โดยเสาอินทขิลน้ี จะประดิษฐานอยใู่ นวิหารจตุรมุขทรงไทยหลงั เลก็ ตวั หลกั อินทขิล
น้นั ก็จะสร้างดว้ ยไมซ้ ุงตน้ ใหญ่ ฝังอยูใ่ ตด้ ิน ในทุกๆ ปี เดือนพฤษภาคม จะมีการจดั งานที่เรียกว่า เขา้
อินทขิล เพอื่ เป็นการฉลองหลกั เมืองอีกดว้ ย
เมื่อก่อนน้นั เสาอินทขิล จะประดิษฐานอยภู่ ายในวิหารของ วดั อินทขีลสะดือเมือง หรือ วดั สะดือเมือง
แตต่ ่อมาประมาณปี พ.ศ. 2343 พระเจา้ กาวลิ ะ ที่เป็นเจา้ ผคู้ รองนครเชียงใหม่ในสมยั น้นั กไ็ ดร้ ่วมมือกบั
กองทพั ของพระเจา้ ตากสินมหาราช ขบั ไล่พม่าออกจากดินแดนลา้ นนาไดส้ าเร็จ หลงั จากน้นั ก็ไดม้ ีการ
ฟ้ื นฟูเมืองเชียงใหม่ข้นึ มา และยา้ ยเสาอินทขลิ มาประดิษฐานอยู่ วดั เจดียห์ ลวง
ซ่ึงการสร้าง เสาอินทขิล น้นั จะสร้างข้นึ มาจากพ้ืนฐานความเช่ือท่ีวา่ การสร้างเมืองในสมยั ก่อน จะตอ้ ง
มี เสาหลกั เมือง เป็นศูนยร์ วมแห่งความเช่ือ ความศรัทธา และจะตอ้ งต้งั อยศู่ ูนยก์ ลางของเมือง ที่เรียกวา่
สะดือเมือง แน่นอนวา่ ก็เพอื่ ไวเ้ ป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง รวมถึงวา่ กนั วา่ เสาหลกั เมืองน้ี เป็นเสา
แห่งความมน่ั คงตามดวงชะตา ที่จะกาหนดความเจริญและความเส่ือมของเมืองนนั่ เอง
7
สรุปประวตั ิพระเจดยี ์หลวง
พระเจดียห์ ลวงสร้างข้ึนในรัชสมยั ของพญาแสนเมืองมา เพ่ืออุทิศส่วนกุศลให้พญากือนา พระ
ราชบิดา แต่สร้างไม่เสร็จ ไดเ้ สด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระนางเจา้ ติโลกจุฑาราชเทวี พระมเหสีของ
พญาเมืองมา ก่อสร้างต่อจนแลว้ เสร็จในรัชสมยั พญาสามฝ่ังแกน เรียกกนั ว่า “กู่หลวง” พญาติโลกราช
โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคตเป็ นนายช่างใหญ่ดาเนินการปฏิสังขรณ์รพระเจดียห์ ลวง ต้ังแต่ประมาณ
พ.ศ. 2021 ในรัชสมยั พระเจา้ ยอดเชียงรายไดป้ ิ ดทองภายในซุม้ จรนมั ของพระเจดีย์ หลวงท้งั 4 ดา้ น
ในรัชสมยั พระเจา้ เมืองแกว้ เมื่อ พ.ศ. 2046 ไดโ้ ปรดใหส้ ร้างหอพระแกว้ และอญั เชิญพระแกว้
มรกตลงมาประดิษฐาน สร้างมหาวหิ าร ส่วนการบูรณะพระเจดียห์ ลวงไดด้ าเนินการเพยี งเลก็ นอ้ ย
ในท่ีสุดเกิดแผน่ ดินไหวคร้ังใหญ่ ในปี พ.ศ. 2088 ในรัชสมยั พระนางเจา้ มหาเทวจี ิรประภา ยอด
พระเจดียห์ ลวงกพ็ งั ทลายลงมา เหลือใหเ้ ห็นดงั สภาพปัจจุบนั (ก่อนการบรู ณะของกรมศิลปกร)
8
ภาคผนวก
วดั เจดียห์ ลวง วรวิหาร จงั หวดั เชียงใหม่
ภาพจาก: CM103 เชียงใหม1่ 08
พระธาตเุ จดียห์ ลวง วรวหิ าร จงั หวดั เชียงใหม่
ภาพจาก: True Travel
9
พญานาคหนา้ ดา้ นหนา้ พระวิหารเจดียห์ ลวง วรวหิ าร จงั หวดั เชียงใหม่
วหิ ารจตรุ มขุ ศิลปะแบบลา้ นนาประยกุ ต์ (วิหารอนิ ทขิล)
ภาพจาก: https://thailandtourismdirectory.go.th
10
เสาอินทขิล (เสาหลกั เมือง)
ภาพจาก: Piriya Gutsch / Shutterstock.com
ภาพวาดฝาผนงั อนั งดงามภายในวหิ ารอินทขลิ (ศาลหลกั เมือง)
ภาพจาก: http://www.oknation.net (ไมเ้ รียวใจดี)
11
พระวหิ ารวดั เจดียห์ ลวง วรวิหาร จงั หวดั เชียงใหม่
ภาพจาก: CM103 เชียงใหม1่ 08
พระอฏั ฐารส พระประธานภายในวหิ ารวดั เจดียห์ ลวง จงั หวดั เชียงใหม่
ภาพจาก: Ok Nation (http://www.oknation.net)
12
วหิ ารหลวงป่ มู นั่ ภรู ิทตฺโต
ภาพจาก: raktiaw.com
หลวงป่ มู นั่ ภูริทตฺโต (องคซ์ า้ ย) หลวงตามหาบวั ญาณสมฺโน (องคข์ วา)
ภาพจาก: Top Chiang Mai (www.topchiangmai.com)
13
พระนอน หรือพระพทุ ธไสยาส พระพุทธรูปเก่าแก่คูก่ บั พระเจดีย์
ภาพจาก: raktiaw.com
รูปป้ันชา้ ง รอบเจดียห์ ลวง
ภาพจาก www.vacationistmag.com
14
บรรณานุกรม
คืนชีพ เจดียห์ ลวง จดั แสดงฉายแสง พระธาตุเจดียห์ ลวง. คมชดั ลึก (ออนไลน์.) 31 July 2022.
เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://th.wikipedia.org (สืบคน้ เมื่อ 21 กนั ยายน 2565)
15
16
17