E-book การฉีดยา
อินซูลินใน
ผู้ป่วยเบาหวาน
Insulin injection
teaching material
E-book การฉดี ยาอนิ ซลู ินในผู้ป่วยเบาหวาน
ความหมายของโรคเบาหวาน
ประเภทของโรคเบาหวาน
การวินิจฉัยของโรคเบาหวาน
อาการของโรคเบาหวาน
ภาวะแทรกซอ้ นของโรคเบาหวาน
การรักษาโรคเบาหวาน
ยาลดระดบั นำ้ ตาลในเลือด
การเกบ็ รักษาอินซลู ิน
การฉดี อินซูลิน
การเตรยี มอนิ ซูลิน
ขั้นตอนการฉดี อินซูลนิ
ผลขา้ งเคียงของอนิ ซูลิน และการแก้ไข
คำถามทพ่ี บบ่อย
E-book การฉดี ยาอินซูลนิ ในผ้ปู ่วยเบาหวาน
ความหมายของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ หรือเป็นความบกพร่องท่ี
เกิดขึ้นจากการที่ผลิตอินซูลินที่ตับอ่อนหรือเกิดจากการผลิตอินซูลินได้ไม่มีประสิทธิภาพ
เป็นผลทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำ
มากเกินไปก็ทำให้เกิดการทำลายระบบต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะหลอดเลือดและ
ระบบประสาท
ประเภทของโรคเบาหวาน
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 Diabetes Mellitus) เป็นผลจากการทำลาย
เบตา้ เซลลท์ ่ตี ับอ่อนจากภมู คิ ุ้มกันของร่างกาย สว่ นใหญพ่ บในคนอายนุ ้อยกวา่ 30 ปี รูปรา่ ง
ไม่อ้วน มีอาการปัสสาวะมาก กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก อ่อนเพลีย น้ำหนักลด อาจจะเกิดขึ้น
ไดอ้ ย่างรวดเรว็ และรุนแรง
2. โรคเบาหวานชนดิ ที่ 2 (Type 2 Diabetes Mellitus) เป็นผลจากการมีภาวะดื้อ
ต่ออนิ ซลู นิ ร่วมกบั การบกพรอ่ งในการผลิตอนิ ซลู ินทเี่ หมาะสม เป็นชนิดทีพ่ บบอ่ ยทสี่ ดุ มกั
พบในคนทมี่ ีอายุ 30 ปขี ึ้นไป มลี ักษณะรปู ร่างทว้ ม, อว้ น ในคนไทยพบประมาณร้อยละ95
ของผ้ปู ่วยเบาหวานทง้ั หมดบางรายอาจมอี าการหรอื ไม่มอี าการผดิ ปกตขิ อง
โรคเบาหวาน อาการมักไมร่ ุนแรง และมกี ารดำเนนิ โรคไปอยา่ งช้าๆ
การวินจิ ฉยั ของโรคเบาหวาน
1. การซกั ประวัติ เริ่มแรกจะมีการซักประวตั ิ เช่น ปัสสาวะบ่อย ดื่มนำ้ บ่อย
อ่อนเพลยี น้ำหนกั ลด ภาวะแทรกซอ้ น ประวตั คิ รอบครัว
2. การตรวจรา่ งกาย เชน่ การชง่ั น้ำหนัก วดั ส่วนสงู ตรวจชพี จร ความดันโลหิต
3. การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร
3.1 การตรวจปสั สาวะ พบน้ำตาลในปัสสาวะ
3.2 การตรวจระดับนำ้ ตาลกลูโคสในเลือดหลงั จากงดอาหารเปน็ เวลาอย่างนอ้ ย
8 ชวั่ โมง (Fasting Blood Sugar) (FPG) มีคา่ > 126 มก./ดล.
3.3. การตรวจวัดระดบั hemoglobin A1c (HbA1c) ถ้าคา่ เท่ากบั หรอื
6.5% ใหก้ ารวนิ จิ ฉัยว่าเปน็ โรคเบาหวาน
อาการของโรคเบาหวาน
1. ปัสสาวะบ่อย มีปริมาณปัสสาวะมาก (Polyuria) เนื่องจากไตมีกระบวนการกรอง
น้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงมาก จึงจำเป็นต้องขับน้ำในร่างกายออกมาด้วย ดังนั้นผู้ป่วยที่มี
ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงมากเท่าใดก็จะมีปัสสาวะบ่อยและมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ต้อง
ตื่นมาเขา้ หอ้ งน้ำตอนกลางคืนหลายคร้ัง
2. คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำมาก (Polydipsia) เป็นผลมาจากการที่ร่างกายเสียน้ำ
ไปจากการปัสสาวะบ่อยและปริมาณมากทำให้เกิดภาวะขาดน้ำจึงต้องชดเชยด้วยการดื่มน้ำ
บ่อยๆ
3. น้ำหนักลด ผอมลง (Weight Loss) เนื่องจากในภาวะที่ขาดอินซูลินร่างกายไม่
สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้พลังงานได้ ร่วมกับการขาดน้ำเนื่องจากปัสสาวะบ่อย
ร่างกายจึงจำเป็นต้องนำเอาโปรตีนและไขมันที่เก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อมาใช้แทน จึงทำให้
รูส้ กึ อ่อนเพลียและน้ำหนกั ตวั ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
4. หิวบ่อยและรับประทานจุ (Polyphagi) เกิดจากการที่ร่างกายขาดพลังงานจึงทำ
ใหร้ ู้สึกหิวบอ่ ยและรับประทานอาหารมากขนึ้
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
1. ภาวะแทรกซอ้ นเฉยี บพลัน
1.1 ภาวะทีม่ ีนำ้ ตาลในเลือดสงู (Hyperglycemia) ภาวะกรดคัง่ ใน กระแส
เลือดผู้ป่วยอ่อนเพลียมาก เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามกล้ามเนื้อ กระหายน้ำ
หายใจเรว็ ลกึ ลมหายใจมีกลนิ่ อะซีโตนกลิ่นคลา้ ยผลไม้สุก จนหมดสติได้
1.2 ภาวะหมดสติ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperosmolar non-
ketotic hyperglycemic coma) ผู้ป่วยเกิดอาการขาดน้ำ ผิวหนังเหี่ยวเยื่อบุผิวหนังแห้ง
ตาลกึ และมไี ข้ ปสั สาวะนอ้ ยลงแน่นทอ้ ง ซักเฉพาะทห่ี รือชกั ท่วั ตวั ทำใหห้ มดสติได้
1.3 ภาวะนำ้ ตาลในเลอื ดต่ำ (Hypoglycemia) ปกตินำ้ ตาลในเลือดมคี ่า 70-
110 มลิ ลิกรมั เปอรเ์ ซ็นต์ ถ้าลดตำ่ กว่ารอ้ ยละ 50 จะเกดิ อาการหมดสติได้ ทำใหม้ ีอาการหิว
อ่อนเพลียหมดแรง ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้นแต่ไม่มาก เหงื่อออก ตัวเย็น
มอื สนั่ ปวดศรี ษะสับสน ซมึ
2. ภาวะแทรกซ้อนเรอื้ รงั
2.1 ระบบไตและระบบทางเดินปัสสาวะ ผ้ปู ว่ ยจะมอี ตั ราการกรองลดลงทำให้
เกิดอาการบวม โดยเฉพาะบริเวณเทา้ ในระยะตน้ อาจบวมแลว้ ยุบ ต่อมาก็จะบวมตลอดเวลา
และทวั่ ตวั มีของเสยี ค่ัง โปรตนี ในเลอื ด ในระยะนีพ้ บวา่ ผู้ป่วยมกั มคี วามดนั โลหิตสงู รว่ ม
ดว้ ยสุดท้ายไตพกิ ารหรอื ไตวายเรอ้ื รัง
2.2 ระบบหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยจะเกิดปัญหาผนังหลอดเลือดแดงแข็ง
(atherosclerosis) ทำให้เกิดการเปลย่ี นแปลงของหลอดเลือดแดงเล็กๆ เปน็ ต้นเหตุสำคัญท่ี
ทำให้เกิดการเสื่อมของจอตาและหน่วยไต ผลของการเปล่ียนแปลงของหลอดเลือดดังกล่าว
ทำใหผ้ ปู้ ่วยเบาหวานมีปญั หาเรอื่ งโรคความดันโลหติ สงู โรคกล้ามเนือ้ หวั ใจขาดเลือดไปเลยี้ ง
และโรคอมั พาตจากโรคหลอดเลอื ดในสมองตีบ
2.3 ตาและสว่ นประกอบของตา เปน็ สาเหตุสำคญั ท่ที ำให้เกดิ ตาบอดในผู้ป่วย
เบาหวานร้อยละ 70 ของผ้ปู ว่ ยทีเ่ ปน็ มานานเกนิ 30 ปี ความรุนแรงขนึ้ อยู่กบั ระยะเวลาการ
เป็นเบาหวาน การควบคุมอาหาร และกรรมพันธุ์ โดยตาและส่วนประกอบของตาจะเกิดผล
กระทบ ดังนี้
2.3.1 Background Diabetic Retinopathy ในระยะแรกจะ
ตรวจพบหลอดเลือดขนาดเล็กโป่งพอง (microaneurysm) ซึ่งมีความบอบบาง จึงแตกง่าย
ทำให้หลอดเลือดออกภายในจอตาการมองเหน็ พร่ามวั
2.3.2 Proliferrative Diabetic Retinopathy มกี ารสรา้ ง
หลอดเดือดใหมท่ จี่ อตา(neovascularization) ซ่งึ เป็นหลอดเลอื ดทบี่ อบบาง ฉกี ขาดงา่ ย
หลอดเลือดเหล่านีจ้ ะเกาะติดกบั จอตาทำให้เกดิ การดึงร้ังเกดิ vitrcous hemorthage หรอื
จอตาหลุดลอก
2.4 ระบบประสาท ระบบประสาทส่วนปลายประกอบด้วย ระบบประสาท
รับความรู้สึก(sensory nerves) และระบบประสาทมอเตอร์ (motor nerves) ระบบ
ประสาทรับความรู้สึก จะส่งสัญญาณประสาทไปท่ีไขสันหลังและสมอง มีหน้าที่รับ
ความรู้สึกร้อน เย็น การสัมผัส การสั่นสะเทือน และความปวด เมื่อผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลใน
เลือดสูง เป็นเวลานานจะมีผลทำให้เกิดความเสื่อมของระบบประสาทส่วนปลาย การ
นำกระแสประสาทช้ากว่าปกติ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีการสูญเสียการรับความรู้สึ กชาตาม
ปลายมือ ปลายเทา้ ปวดตามแขน ขา มีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณขา และเท้าเจบ็ ปวด
เหมือนเข็มแทง อาการมักจะเป็นรุนแรง ในเวลากลางคืน และการลงน้ำหนักของเท้าผ่าน
กระดกู ในขณะท่ีมีอาการชา ทำให้เกดิ แผลขอบแข็งทต่ี รงฝา่ เทา้ ได้
2.5 การติดเชื้อ ผู้ป่วยเบาหวานจะมีความต้านทานโรคต่ำ โดยการติดเชื้อท่ี
พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน ได้แก่ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล
การเกิดเซลล์อักเสบ (cellulitis) การติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อวัณโรค การติดเช้ือ
บรเิ วณชอ่ งคลอด การติดเชื้อทผ่ี ิวหนังบริเวณขาหนบี ใตร้ าวนม ซงึ่ มกั มีเชอื้ รา หากปล่อยไว้
นานโดยไม่รักษาหรือดูแลไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว และ
รนุ แรง มากข้นึ
การรกั ษาโรคเบาหวาน
ได้แก่ การควบคุมอาการ การออกกำลังกาย ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด และ
การรักษาด้วยอนิ ซลู นิ
1. การควบคมุ อาหาร อาหารเบาหวานแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คอื
ประเภทที่ 1 หา้ มรับประทาน เป็นอาหารกลุ่ม simple sugar ซึง่ ดดู ซึมไดง้ ่าย ได้แก่
ขนมหวาน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สังขยา นมข้นหวาน น้ำอัดลม น้ำเขียว น้ำ
แดงน้ำเกลือแร่ น้ำผลไม้ (ยกเว้นน้ำมะเขือเทศ) ชา กาแฟใส่น้ำตาล แนะนำให้ใช้น้ำตาล
แอสปารแ์ ตม (Aspartame) เปน็ สารใหค้ วามหวานแทนน้ำตาลหรอื นมจืดพรอ่ งมันเนยแทน
ประเภทที่ 2 รับประทานได้ไม่จำกัดจำนวน ได้แก่ ผักใบเขียวทุกชนิด เช่น ผักกาด
ผักคะน้าถั่วฝักยาว ถั่วงอก ทำเป็นอาหาร เช่น ต้มจืด ยำ สลัด ผัดผัก เป็นต้น เนื่องจาก
อาหารเหล่าน้ีมพี ลงั งานต่ำ
ประเภทที่ 3 รับประทานได้แต่เลือกชนิด ได้แก่ อาหารพวกแป้ง ซึ่งสามารถ
รบั ประทานได้พอสมควร
2. การออกกำลังกาย สำหรับกิจกรรมทางกายที่จะแนะนำในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่
1 และชนิดที่ 2 ที่มีสุขภาพดีควรเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดิน การวิ่ง
การปั่นจักรยาน ใช้เวลาประมาณ 20-60 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์หากต้องการควบคุม
ระดับน้ำตาลในเลือดให้ออกกำลังกายทุกวัน โดยเลือกใช้อุปกรณ์ โดยเฉพาะรองเท้าอย่าง
เหมาะสม
3. ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด ใช้สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถ
ควบคุมน้ำตาลในเลอื ดดว้ ยการคุมอาหารหรือออกกำลงั กายได้
4. ยาฉดี
ยาลดระดบั นำ้ ตาลในเลอื ด
สามารถแบง่ ออกได้เป็น 2 ชนิด ตามวธิ กี ารบริหารยา คือยาชนิดรบั ประทาน
(Oral Hypoglycemic Agents) การฉีดอนิ ซลู นิ (Insulin preparations)
ยารกั ษาโรคเบาหวานชนิดรับประทาน
แบง่ ไดเ้ ปน็ 4 กลมุ่ ตามกลไกการออกฤทธิ์ คอื
1. กลุ่มทเี่ พมิ่ การหลงั่ ของอินซลู นิ จากตับอ่อน (insulin secretagogue) แบ่งเป็น
1.1 กลุ่ม ยากลมุ่ ซลั โฟนลิ ยเู รยี (Sulfonylurea) ยาในกลุ่มน้ี ได้แก่ ไกลพิไซด์
(glipizide), ไกลคลาไซด(์ gliclazide) , ไกลควโิ ดน(gliquidone) , ไกลเมพิไรด์
(glimepiride) และ ไกลเบนคลาไมด์(glibenclamide)
1.2 กลุ่ม ยากล่มุ นอ็ นซลั โฟนลิ ยเู รยี (Non-sulfonylurea)
2. กลมุ่ ที่ลดการด้ือตอ่ อนิ ซลู นิ อินซลู นิ เซ็นเซอร์(Insulin sensitizer) แบง่ เป็น
2.1 กลุ่ม ไบกัวไนด์ (Biguanide) ยาในกลุ่มนีม้ เี พียงตัวเดยี วคอื เมตฟอรม์ ิน
(metformin)
2.2 กลุม่ ไธอะโซลดิ ีนไดโอน(Thiazolidinediones) ยากล่มุ น้ี ไดแ้ ก่ โรซกิ ลทิ าโซน
(rosiglitazone), ไพโอกลติ าโซน(pioglitazone)
3. กล่มุ ท่ียบั ยง้ั เอนไซม์ ยาแอลฟา-กลูโคซิเดส (alpha-glucosidase(alpha-glucosidase
inhibitor) ออกฤทธ์โิ ดยยับย้งั เอนไซมท์ ่ใี ช้ยอ่ ยสลายนำ้ ตาลโมเลกลุ ใหญใ่ หเ้ ลก็ ลง ชะลอการ
ดดู ซึมของนำ้ ตาล ยากลมุ่ น้ีจงึ มีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารเป็นสว่ นใหญ่
และยาดดู ซมึ เข้าสรู่ า่ งกายนอ้ ยมากจงึ ไม่มีผลตอ่ การออกฤทธท์ิ ั่วรา่ งกาย ยากลมุ่ น้ี ได้แก่ อะ
คารโ์ บส(acarbose) , โวกลิโบส(voglibose)
4. กลุ่มที่ยับยั้งเอนไชม์ ไดเพปทิดิลเพปทิเดส-โฟร์ อินฮิบิเตอร์ (Dipeptidyl Peptidase-
4in hibitors) ออกฤทธลิ์ ดระดบั นำ้ ตาลโดยเพ่มิ การออกฤทธ์ิของฮอรโ์ มนที่หล่งั จากทางเดิน
อ า ห า ร ท่ี ส ำ ค ั ญ ค ื อ glucagon-likepeptide (GLP-1 ) แ ล ะ glucose-dependent
insulinotropicpeptide (GIP) ฮอร์โมนทั้ง 2 ชนิดนี้หลั่งจากทางเดินอาหารเมื่อมีการ
กระตุ้นจากการรับประทานอาหาร ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ซิตากลิปติน (sitagliptin) และ
วิลดากลปิ ตนิ (vildagliptin)
การฉดี อินซลู นิ (Insulin preparations)
อินซูลิน (Insulin) เป็นยาชนิดฉีดที่ใช้เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย
เบาหวานให้เป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติเท่าที่ทำได้ ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาหลักสำหรับ
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีด้วยการควบคุ ม
อาหารและการใช้ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลอินซูลินต้องใช้โดยการฉีดเท่านั้น ไม่สามารถ
รับประทานไดท้ างปาก
ชนดิ ของอนิ ซูลนิ
สามารถแบ่งอินซลู ินตามระยะเวลาในการออกฤทธ์ิ ได้เป็น 4 ประเภท คือ
1. ฮวิ แมนอินซลู นิ ออกฤทธิส์ น้ั (short acting หรือ regular human insulin, RI)
2. ฮวิ แมนอนิ ซูลนิ ออกฤทธิน์ านปานกลาง (intermediate acting insulin, NPH)
3. อินซลู ินอะนาลอ็ กออกฤทธิเ์ รว็ (rapid acting insulin analog, RAA)
4. อินซูลินอะนาล็อกออกฤทธิ์ยาว (long acting insulin analog, LAA) และ อินซูลิน
อะนาล็อกออกฤทธยิ์ าวพเิ ศษ (ultra-long acting insulin analog, ULAA)
5. อินซลู ินผสมสำเร็จรปู (pre-mixed insulin)
ยาฉดี GLP-1 Analog
เป็นยากลุ่มใ ม่ที่ ังเคราะ ์ข้ึนเลียนแบบ GLP-1 เพื่อทำใ อ้ อกฤทธิไ์ ด้นานขึ้น ยาก
ลุ่มนี้ออกฤทธ์ิโดยการกระตุ้นการ ลั่งอินซูลิน ยับยั้งการ ลั่งกลูคากอน ลดการบีบตั ของ
กระเพาะอา ารทำใ ้อิ่มเร็ ขึ้นและลดค ามอยากอา ารโดยออกฤทธิ์ที่ ูนย์ค ามอยาก
อา ารทีไ่ ฮโปธาลามั
ตารางแสดงยาฉีดอินซูลนิ ทีม่ ีในประเทศไทย (โรงพยาบาล ิรริ าช, 2560)
ชื่อสามัญชื่อการค้า ข้อมูลของยาฉดี อนิ ซูลิน
Onset Peak Duration
ชนดิ ของอนิ ซูลิน เรมิ่ ออกฤทธ์ิ ยาออกฤทธ์ิ ระยะเวลาที่
1.อนิ ซูลนิ อะนาล็อก Insulin lispro (Humalog) สงู สดุ ออกฤทธิ์
ออกฤทธเ์ิ รว็ Insulin aspart (NovoRapid) 5-15 นาที 1-2 ชั่ โมง 3-4 ชั่ โมง
(Rapid-acting
insulinX 10-20 นาที 1-2 ช่ั โมง 3-4 ช่ั โมง
Insulin glulisine (Aprida) 10-20 นาที 1-2 ช่ั โมง 3-4 ช่ั โมง
ชนดิ ของอินซูลิน ชอื่ สามัญช่ือการค้า ขอ้ มูลของยาฉีดอินซูลิน
Onset Peak Duration
2.ฮิวแมนอนิ ซลู นิ ออก Regular insulin, RI เริม่ ออกฤทธ์ิ ยาออกฤทธิ์ ระยะเวลาท่ี
ฤทธิ์สัน้ Actrapid HM
(Short-acting สูงสดุ ออกฤทธ์ิ
insulinX Humulin R 30-45 นาที 2-3 ชั่ โมง 4-8 ชั่ โมง
3.ฮวิ แมนอนิ ซลู นิ ออก Gensulin R 2-4 ชั่ โมง 4-8 ชั่ โมง 10-16 ช่ั โมง
ฤทธิ์ปานกลาง Insugen R
(Intermediate- Insuman rapid
acting insulin) Winsulin R
NPH
Insulatard HM
Humulin N
Gensulin N
Insugen N
Insuman basal
ขอ้ มูลของยาฉดี อนิ ซลู ิน
ชนิดของอนิ ซลู ิน ชอื่ สามัญช่ือการค้า Onset Peak Duration
เริ่มออกฤทธ์ิ ยาออกฤทธิ์ ระยะเวลาท่ี
Winsulin N ออกฤทธิ์
2-4 ช่ั โมง สงู สุด 10-16 ช่ั โมง
4-8 ชั่ โมง
4.อนิ ซูลนิ อะนาลอ็ ก Insulin glargine 2 ชั่ โมง ไมม่ ี 24 ช่ั โมง
ออกฤทธิ์ยาว Lantus
(Long-acting
insulin)
2 ช่ั โมง ไม่มี 18-24 ช่ั โมง
Basalin 6 ชั่ โมง ไมม่ ี 24-36 ชั่ โมง
Glaritus
5.อนิ ซลู นิ อะนาลอ็ ก Insulin detemir 10-20 นาที 1 และ 8 ช่ั โมง 12-20 ช่ั โมง
ผสมสำเรจ็ รูป Levemir
Tresiba
Insulin glargine U300 (Toujeo)
Biphasic insulin analogue
Premixed 30% insulin aspart + 70%
insulin aspart protamine suspension
(NovoMix 30)
Premixed 25% insulin lispro + 75% 10-20 นาที 1 และ 8 ชั่ โมง 12-20 ช่ั โมง
insulin lispro protamnine suspension 10-20 นาที 1 และ 8 ชั่ โมง 12-20 ชั่ โมง
(Humalog Mix 25)
Premixed 50% insulin lispro + 50%
insulin lispro protamnine suspension
(Humalog Mix 50)
Premixed 30% RI + 70% NPH 30-60 นาที 2 และ 8ช่ั โมง 12-20ช่ั โมง
Mixtard HM 30
Humulin70/30 30-60 นาที 2 และ 8ชั่ โมง 12-20ชั่ โมง
Gensulin M30
Insugen 30/70
winsulin 30/70
Premixed 50% RI + 50% NPH
Gensulin M50
ตารางแสดงยาฉดี GLP-1 analog ชนิดตา่ งๆทม่ี ใี นประเทศไทย (โรงพยาบาล ิริราช, 2560)
ชนิดยาและชอ่ื ยา ระยะเวลาครึ่งชวี ิต ขนาดยาท่ใี ชใ้ นการรักษา ความถก่ี ารฉีดยา
(half-life) (Therapeutic dose)
GLP-1 analog ชนดิ ออกฤทธิน์ าน 13 ชั่ โมง 1.2-1.8 มก. นั ละครั้ง
Liraglutide (Victoza)
Dulaglutide (Trulicity) 4.5-4.7 นั 1.5 มก ัปดา ์ละครงั้
ชนดิ ยาและชอ่ื ยา ระยะเวลาครึง่ ชีวิต ขนาดยาท่ีใชใ้ นการรกั ษา ความถ่ีการฉดี ยา
Semaglutide (Ozempic)
(half-life) (Therapeutic dose)
7 นั 0.5-1.0 มก. ัปดา ล์ ะครั้ง
GLP-1 analog ชนดิ ออกฤทธิ์ส้นั 3 ชั่ โมง 10-20 µg ันละครงั้
Lixisenatide (ไมม่ ยี าเดี่ย มีเฉพาะทีผ่ ม ำเร็จกบั
insulin glargine U100) นั ละครั้ง
Fixed Ratio Combination อินซูลนิ และ GLP-1 ปรบั ตามขนาดอนิ ซลู ินที่ นั ละครั้ง
analog ตอ้ งการและได้ขนาดของ ันละคร้งั
Insulin glargine 100 U/mL + Lixisenatide 50 GLP-1 analog ในขนาดที่
µg/mL (Soliqua 100/50)
ใชร้ ัก า
Insulin glargine 100 U/mL + Lixisenatide 33
µg/mL (Soliqua 100/33)
Insulin degludec 100 U/mL + Liraglutide
3.6mg/mL (Xultophy)
บ
การเก็บรักษาอินซลู นิ
1. อินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้ ให้เก็บไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส บริเวณชั้น
วางของในตู้เย็นห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็ง กล่องเก็บของใต้ช่องแช่แข็ง ช่องเก็บผัก และ
ประตูตเู้ ยน็ มีอายกุ ารใชง้ านตามวนั ท่ีระบุบนฉลาก
2. อินซูลินทีเ่ ปิดใช้แล้ว ใหเ้ กบ็ ทีอ่ ณุ หภูมไิ มเ่ กิน 25 - 30 องศาเซลเซียส สว่ นมากจะ
หมดอายุในเวลา 28 วันนับจากวันแรกทีเ่ ปิดใช้ ห้ามเก็บยาในรถที่จอดทิ้งไว้กลางแจ้ง หรือ
ในบา้ นท่ีมแี สงอาทติ ยส์ ่องและอากาศ อนิ ซลู ินทยี่ ัง
3. ให้คำแนะนำในการใช้เข็มและอุปกรณ์อย่างถูกต้อง ซึ่งอุปกรณ์ในการฉีดยาเป็น
อุปกรณ์ส่วนบคุ คลหา้ มใชร้ ่วมกนั กบั ผู้อ่นื
4. ควรใช้กระบอกฉีดยา/หัวเข็มฉีดยาเพียงครั้งเดียว เนื่องจากเข็มที่ใช้ไปแล้วจะลด
ความคม ทำให้การฉีดยาครั้งต่อไปอาจมีอาการปวด เพิ่มโอกาสเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนัง
รวมถึงอาจทำให้ปริมาณอินซูลินที่ได้รับไม่สม่ำเสมอ แต่ในกรณีที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ
สามารถใชซ้ ำ้ ไดไ้ ม่เกิน 5 ครง้ั
การฉดี อนิ ซลู นิ
อปุ กรณ์ในการฉดี ยาอินซลู ิน (Insulin injection device)
1. ปากกาอนิ ซูลิน การเลือกใชป้ ากกาอนิ ซลู ินขนึ้ อยกู่ ับชนดิ อินซูลินที่ตอ้ งการ
ใช้กบั ผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย ปากกาอนิ ซูลนิ เปน็ อุปกรณส์ ว่ นบุคคล ห้ามนำไปใชก้ บั ผู้อ่ืนโดย
เดด็ ขาดและไมค่ วรใชป้ ากกาท่ีชำรุด
1.1 ชนดิ ของปากกาอนิ ซูลนิ
1.1.1 ปากกาอินซลู ินแบบบรรจสุ ำเรจ็ ได้แก่ ปากกาทไ่ี ดบ้ รรจุ
ชนิดของอินซูลนิ ไวเ้ รียบรอ้ ยไมส่ ามารถแยกหลอดยาออกมาได้ และเมื่ออนิ ซลู นิ หมดไม่
สามารถนำปากกานน้ั มาซำ้ อกี
1.1.2 ปากกาอินซลู ินแบบต้องประกอบ โดยใสห่ ลอดอินซลู นิ
ตามอนิ ซลู ินทตี่ อ้ งการ เมอื่ ใช้อนิ ซูลนิ หมดหลอดสามารถเปลย่ี นอินซูลนิ หลอดใหม่
2. เขม็ ฉดี ยา กระบอกฉีดยาอินซลู ิน ใช้ในการฉดี ยาอนิ ซลู นิ มขี นาด 1
มิลลลิ ติ ร มาตรามหี นว่ ยเป็น ยนู ิต คอื 40, 80 และ 100 ยนู ิต
3. หัวเข็มสำหรับปากกาอินซูลินการเลือกหัวเข็มในการฉีดอินซูลินต้อง
พิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ขนาดของหัวเข็มขนาด 30,31,32 G โดยตัวเลขที่
สูงข้นึ มคี วามหมายวา่ เขม็ มเี สน้ ผ่าศนู ย์กลางเล็กลง
4. สำลีปราศจากเชือ้
5. 70% แอลกอฮอล์
6. ถาดฉดี ยา
การเตรยี มอนิ ซลู ิน
1. สังเกตวันหมดอายขุ า้ งหลอดและลักษณะอินซูลนิ วา่ มีการเสือ่ มสภาพหรือไม่ก่อนใช้
เช่น มตี ะกอนหรอื สเี ปลยี่ นไป
2. ลา้ งมอื ฟอกสบู่ เช็ดมือให้สะอาดดว้ ยผ้าทสี่ ะอาดหรือกระดาษเช็ดมอื
3. การเตรียมสำลี ในกรณีเปลี่ยนหัวเข็มหรือหลอดอินซูลินใหม่ ใช้สำลี 3 ก้อน (ชุบ
แอลกอฮอล์ 2 ก้อน และสำลแี ห้ง 1 ก้อน)
ก้อนที่ 1 ชบุ แอลกอฮอลส์ ำหรบั เชด็ จกุ ยางหลอดอนิ ซูลิน
ก้อนที่ 2 ชบุ แอลกอฮอลส์ ำหรับทำความสะอาดผวิ หนงั
ก้อนที่ 3 สำลแี หง้ ใช้สำหรบั หลังฉดี อนิ ซลู ิน
4. การเตรียมหัวเข็ม เช็ดจุกยางหลอดอินซูลินด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ และรอให้
แอลกอฮอล์แห้งทุกครั้งก่อนสวมหัวเข็มใหม่ ใส่หัวเข็มในแนวตั้งตรงเพื่อป้องกันอินซูลิน
ร่ัวซึมหรอื เข็มหักพับงอ
5. การเตรียมอนิ ซูลินใหเ้ ขา้ เปน็ เนอื้ เดยี วกนั กอ่ นฉดี ตรวจดูลักษณะยาถา้ เป็นชนิดนำ้ ใส
ต้องไมห่ นืดไมม่ ีสีถ้า
เป็นอินซูลินชนิดขุ่นก่อนใช้ทุกครั้งให้คลึงปากกาบนฝ่ามือไปมาในแนวนอน 10 ครั้ง
และในแนวดิ่ง 10 ครั้งเพ่ือใหอ้ ินชลู ินกระจายตัวสมำ่ เสมอทั่วทัง้ หลอดโดยหา้ มเขย่าปากกา
เนอื่ งจากอาจทำให้เกิดฟองหรืออาจทำใหไ้ ด้
ปริมาณยาไม่ครบตามจำนวนและให้ผู้ป่วยสังเกตหลอดอินซูลินหากมีลักษณะที่เปลี่ยนไป
จากเดมิ เชน่ เปล่ียนสี มกี อ้ น สขี าว หรอื ตะกอนหรอื หากเปน็ ยาชนิดนำ้ ใสมีสีขุ่นขึ้นให้นำยา
ท้ิงไปไม่นำมาใช้
ภาพแสดงทา่ ทางการคลงึ ปากกาอินซลู ินบนฝา่ มอื ไปมาในแนวนอน 10 ครงั้ และใน
แนวด่งิ 10 ครั้ง
6. การไล่ฟองอากาศต้องไล่ฟองอากาศทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนหัวเข็มหรือหลอดอินซูลิน
ใหม่หรอื ทดสอบวา่ ปลาย
เข็มอดุ ตันหรือไม่ เพ่อื ปอ้ งกันการมีอากาศเขา้ ไปกลา้ มเนอ้ื ผู้ปว่ ย
7. การตั้งขนาดยาสำหรบั ฉีดอนิ ซลู ิน ต้องตงั้ ขนาดยาอนิ ซลู ินตามแพทยส์ ง่ั โดย
7.1 หมนุ ปรับขนาดอนิ ซูลิน 1 ยูนติ
7.2 จับปากกาในแนวด่งิ ใหป้ ลายเขม็ อย่ดู ้านบน
7.3 ใช้นิ้วเคาะด้านข้างของปากกาให้ฟองอากาศลอยขึ้น กดปุ่มฉีด จนกว่าจะมี
หยดยาจากปลายเขม็
8. ตั้งปริมาณอินซูลินตามแผนการรักษาของแพทย์ ห้ามปรับขนาดยาอินซูลินด้วย
ตนเองเด็ดขาด ยกเว้นได้รับคำแนะนำจากแพทยว์ า่ ผูป้ ่วยสามารถปรับขนาดอินซูลินได้ตาม
ระดบั นำ้ ตาลท่ตี รวจได้จากปลายน้ิว
ขน้ั ตอนการฉดี อนิ ซลู นิ
1. ตำแหนง่ การฉีดอินซลู นิ บริเวณทีใ่ ชฉ้ ีดยาเขา้ ชนั้ ใตผ้ ิวหนงั (Hypodermic/
Subcutaneous Injection) เชน่
- บรเิ วณต้นแขน จุดก่ึงกลางของกลา้ มเนอื้ (deltoid)
- บรเิ วณหน้าท้องรอบๆ สะดอื (umbilicus)
- บรเิ วณต้นขาดา้ นข้าง (Vastus lateralis)
- บริเวณตน้ ขาดา้ นหน้า (Rectus femoris)
2. บรเิ วณทเี่ หมาะสมในการฉดี ยาเขา้ ชนั้ ใต้ผวิ หนงั มากทส่ี ดุ คอื
2.1 บริเวณหน้าท้อง ให้ฉีดที่หน้าท้องห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว
เพอื่ ปอ้ งกนั การฉีดเข้าถึงชน้ั กลา้ มเนือ้ โดยเปน็ บรเิ วณทีด่ ูดซึมได้ดที ส่ี ุด
โดยดึงผิวหนังขึ้นก่อนฉีดทุกครัง้ โดยผู้ป่วยที่อว้ นจะมีไขมันปกคลุมชั้น
ใต้ผิวหนัง ดังนั้นการฉีดจึงต้องจับยกเนื้อเยื่อขึ้น และความยาวเข็มต้องยาวเท่ากับครึ่งหน่งึ
ของความหนาของช้ันไขมนั ใตผ้ ิวหนัง ฉดี ทำมมุ 90 องศากับผิวหนงั
ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวปกติหรือการฉีดต้องตรึงผิวหรือ จับยกเนื้อเยื่อขึ้น
ฉีดทำมุม 90 องศา กับผิวหนัง ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนังจะ
น้อย ตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดมากที่สุดคือที่หน้าท้อง เพื่อให้ถึงบริเวณใต้ผิวหนัง
(Subcutaneous fatty tissue)
2.2 บริเวณต้นแขน ฉีดยาที่กล้ามเนื้อ deltoid บริเวณต้นแขน โดย
กำหนดให้วางนิ้วชี้ตรงตำแหน่ง Acromion process วัดลงมา 2 นิ้ว คือ ทั้งนี้ให้ตำแหน่งท่ี
ฉีดยาอยู่กงึ่ กลางของกลา้ มเนอ้ื deltoid
แขนฉดี ทำมมุ 45 องศา กบั ผิวหนัง
2.3 ต้นขา โดยดึงผิวหนังขึ้นก่อนฉีดทุกครั้ง ปักเข็มอยู่ที่ 90 องศา ทำ
มมุ กับผวิ หนงั บริเวณทฉ่ี ีด เพื่อใหถ้ งึ บริเวณใต้ผิวหนงั (Subcutaneous fatty tissue)
โดยบริเวณต้นแขนและต้นขา ทำให้ยาที่ฉีดออกฤทธิ์เร็วเกินไป
เนอื่ งจากผปู้ ว่ ยท่ีทำกจิ กรรมต่างๆ เชน่ เดนิ ใช้แขนหรอื มอื ทำงานมากๆ
ตำแหนง่ ทคี่ วรหลกี เลยี่ งในการฉีดยา คอื
- บริเวณท่มี กี อ้ นไขมันใตผ้ ิวหนงั ซ่ึงอาจคลำไดเ้ ป็นไตแข็งใตผ้ วิ หนงั
- ผวิ หนงั ท่ีมกี ารอักเสบ รอยผา่ ตดั ผังผืด รากขน ไฝ
3. ทำความสะอาดผวิ หนังด้วยสำลชี บุ แอลกอฮอล์ รอให้แอลกอฮอล์แหง้ กอ่ น
ฉีดยา การเช็ดแอลกอฮอลท์ ำได้ 2 วิธี
วธิ ีที่ 1 เชด็ วนเป็นก้นหอยบริเวณทจ่ี ะฉดี 1 นว้ิ
วธิ ีท่ี 2 เชด็ ลงในแนวด่ิง 3 ครัง้ และไม่เชด็ ยอ้ นไปมา
3.1 หมุนปากกาบนหน้าจอแสดงจำนวนยูนิตที่จะใช้ฉีดอินซูลิน ปรับขนาดอินซูลิน
ตามแผนการรักษาของแพทย์ โดยปรบั ยาและหมนุ ตัวเลขที่ด้ามปลายกระบอก (กรณีท่ีหมุน
เกินสามารถหมุนกลบั ได้)
3.2 ใชม้ อื ข้างที่ถนดั กำปากกาด้วยนิว้ ทง้ั 4 นวิ้ โดยให้หวั แม่มอื อยู่ตำแหนง่ ปุ่มกด
3.3 ทำความสะอาดผวิ หนงั ตำแหนง่ ทจ่ี ะฉีดอินซูลินด้วยสำลชี ุบแอลกอฮอล์ รอให้
แอลกอฮอล์แห้ง
3.4 ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับผิวหนังยกขึ้นในคนผอม หรือดึงผิวให้ตึงในอ้วน
และหลีกเสี่ยงการดึงและบีบผิวหนังจนแน่นเพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของยาเมื่อถอน
เขม็ ออก
3.5 แทงเข็มตั้งฉาก 90 องศา กับผิวหนังจนเข็มมิด ดึงก้านลูกสูบเพื่อตรวจสอบดูว่า
แทงเขม็ เขา้ ไปในหลอดเลือดหรือไม่ ถา้ มเี ลอื ดออกให้ถอดเขม็ ออก เปลยี่ นตำแหน่งท่ฉี ดี ใหม่
ถ้าไม่มีเลือดออกให้ค่อยๆเดินยาจนหมด ดันยาอย่างช้าๆ และลงน้ำหนักมือเท่าๆ กันอย่าง
สม่ำเสมอจนสุดถึงเลข 0 แล้วค้างไว้นับ 1-10 ช้าๆ ก่อนดึงเข็มออก เพื่อให้ได้รับอินซูลิน
ครบตามจำนวนทฉ่ี ดี
3.6 หลังเดนิ ยาหมดแลว้ ดงึ เขม็ ออกในแนวเดยี วกันและควรสงั เกตวา่ มอี นิ ซูลินหยด
ตามออกมาหรอื ไม่ ถา้ มคี วรถอนเขม็ ออกให้ชา้ กว่าเดิม
3.7 ใช้สำลีแห้งกดบริเวณที่ฉดี อนิ ซลู นิ ไวส้ ักครู่ ห้ามนวดหรอื คลึงบริเวณท่ฉี ดี อินซลู ิน
เพราะจะทำให้อินซลู ินดูดซึมเร็วขึน้
3.8 สวมปลอกเข็มกลับอยา่ งระมัดระวงั เพื่อไมใ่ หเ้ ข็มทิม่ มอื
3.9 ปดิ ปลอกปากกา เกบ็ ไว้ในที่ท่สี ะอาด เพ่ือปอ้ งกนั การติดเชื้อ
3.10 ท้ิงหวั เข็มในกลอ่ งทง้ิ เข็มหรือภาชนะทมี่ ฝี าปิดมิดชิด
3.11 ล้างมือใหส้ ะอาด
4. การฉีดและเตรยี มอนิ ซลู ินดว้ ยเขม็ อินซูลนิ
4.1 ล้างมอื ให้สะอาด
4.2 ในกรณที ใี่ ชอ้ นิ ซลู ินชนดิ ขุ่น ควรกลง้ิ ขวดยาเบาๆระหวา่ งผา่ มอื ท้ังสอง เพอื่ ให้ตวั
ยาผสมเปน็ เนอ้ื เดียวกันหมด ห้ามเขยา่ ขวดเด็ดขาด
4.3 ทำความสะอาดจุกยางของขวดอินซูลิน โดยใช้สำลชี บุ แอลกอฮอล์
4.4 ให้อากาศเข้าไปในกระบอกฉีดยา โดยดึงก้านไปสุดที่ขีดบอกปริมาณการฉีดที่
ต้องการ
4.5 จับขวดอินซูลินให้อยู่ลักษณะตง้ั ตรงแล้วแทงเข็มทะลจุ ุกยางเขา้ ไป กดก้านฉีดลง
เพื่อให้อากาศอัดเข้าไปในขวด จะช่วยให้ตัวยาเข้าไปในกระบอกฉีดได้ง่าย ในกรณีท่ี
ฟองอากาศอย่ใู นกระบอกฉีดยา ใหเ้ คาะท่ีกระบอกฉีดยาจนอากาศออกไปหมด
4.6 ควำ่ ขวดอินซลู นิ ในขณะที่เข็มฉดี ยายงั คาอยทู่ ี่จกุ ยาง แล้วคอ่ ยๆดงึ ก้านลง เพอ่ื ให้
ไดต้ วั ยาตามปริมาณทีแ่ พทยแ์ นะนำ หากพบวา่ ไม่มฟี องอากาศในกระบอกฉีด ให้ดันก้านฉีด
กลบั เข้าไปคืนและ ไปหยุดทข่ี ดี บอกปรมิ าตรพอดี
4.7 ในกรณีทีฟ่ องอากาศอยู่ในกระบอกฉีดยา ใหเ้ คาะทก่ี ระบอกฉีดยาจนอากาศออก
ใหห้ มด
4.8 ดงึ เข็มออกจากจกุ ยางวางกระบอกลงในแนวราบ ระวงั อยา่ ใหป้ ลายเข็มสมั ผสั กับ
สิ่งปนเปอ้ื นเดด็ ขาด
ผลข้างเคียงของอนิ ซลู นิ และการแกไ้ ข
1. ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) เป็นผลจากการให้อินซูลินมากเกินไป
รับประทานอาหารน้อยเกินไป ผิดเวลา หรือช่วงระหว่างมื้อนานเกินไป ออกกำลังกายหรือ
ทำงานมากกว่าปกติ อาการที่เกิดมีได้หลายอย่าง เช่นปวดหัว เหงื่อออก ตัวเย็น ใจส่ัน
กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ชาในปากหรือริมฝีปาก เดินเซ หงุดหงิด มองภาพไม่ชัด ถ้ามี
อาการเหล่านี้ให้รับประทานของที่มีน้ำตาลผสม (ห้ามใช้น้ำตาลเทียม)เช่น รับประทานน้ำ
ผลไม้ น้ำหวาน หรอื เครื่องดืม่ ทม่ี ีรสหวาน 1 แกว้ (150 ซีซี) นม 4 แก้ว ขนมปงั ขาว 1 แผน่
ข้าวต้มหรือโจ๊ก ผลไม้ที่ให้ความหวาน หรือให้พลังงาน เช่น กล้วย ส้ม สับปะรด และพบ
แพทยท์ นั ที
ในระยะยาว ผู้ป่วยที่ได้รับอินซูลินอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลโดยตรงจากฤทธ์ิ
สร้างเสริม(anabolic effect) ของอินซูลิน เมื่อร่างกายสามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็น
พลังงานหลักได้ดีขึ้น ทำให้มีการเก็บสะสมแหล่งพลังงานอื่น ๆ ได้แก่ ไขมันและโปรตีน
ภาวะนำ้ หนักตัวเพ่ิม
2. ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) เป็นผลจากการได้รับอินซูลินไม่
เพียงพอ หรือรับประทานมากเกินไปจะปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ หิว ปวดหัว อ่อนเพลีย
คลื่นไส้ มึนงง ถา้ เป็นลมให้นำสง่ โรงพยาบาลทนั ที
3. การเฝ้าระวังและป้องกันการเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง
ของชั้นไขมันมีลักษณะ แข็งคล้ายพังผืด เกิดจากการฉีดอินซูลินซ้ำในบริเวณเดิมเป็น
เวลานาน
อินซูลินอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป เบื้องต้นจะแสดงอาการดังน้ี
เชน่ ใจสั่น เหง่อื ออก รูส้ ึกหิว ตัวเยน็ กระวนกระวาย ซง่ึ แก้ไขได้โดย
1. รับประทานนำ้ ผลไม้ น้ำหวาน หรอื เครือ่ งดมื่ ที่มรี สหวาน 1 แกว้ (150 ซีซี)
2. นม 4 แกว้
3. ขนมปังขาว 1 แผน่
4. ข้าวต้มหรือโจ๊ก
5. ผลไม้ทใี่ ห้ความหวาน หรือใหพ้ ลังงาน เชน่ กลว้ ย สม้ สับปะรด
ในระยะยาว ผู้ป่วยที่ได้รับอินซูลินอาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลโดยตรงจากฤทธิ์
สร้างเสริม(anabolic effect) ของอินซูลิน เมื่อร่างกายสามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็น
พลังงานหลักได้ดีขึ้น ทำให้มีการเก็บสะสมแหล่งพลังงานอื่น ๆ ได้แก่ ไขมันและโปรตีน
ภาวะนำ้ หนักตัวเพ่ิม
คำถามท่ีพบบ่อย
ถาม : จะรูไ้ ดอ้ ยา่ งไรว่าเป็นเบาหวาน ?
ตอบ : อาการสำคัญที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ ปัสสาวะบ่อย คอแห้ง กระหายน้ำ น้ำหนัก
ลด อ่อนเพลีย หิวบ่อย รับประทานจุ แต่ก็ยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ตรวจพบโรคเบาหวานโดยบังเอิญ
โดยพบจากการตรวจรา่ งกายประจำปี ถา้ ระดับนำ้ ตาลในเลอื ด (FPG) สงู กวา่ 126 มก./ดล.ใหท้ ำซ้ำอีก
ครั้ง หากยังสูงกว่า126 มก./ดล.ถือว่าเป็นเบาหวาน ในกรณีที่ตรวจวัดได้ 100-125 ให้จัดว่าเป็นผู้ที่มี
ระดับน้ำตาลผดิ ปกติ แต่ยังไม่เป็นโรคเบาหวาน และควรจะตรวจซ้ำทกุ 1-3 ปี
ถาม : คนเปน็ เบาหวาน น้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับใด
ตอบ : มากกวา่ 126 มก./ดล. (มิลลิกรัมต่อเดซลิ ิตร)
- กรณีที่มีอาการโรคเบาหวาน และระดับน้ำตาลในเลือด (อดอาหารหรือไม่ก็ได้) ตั้งแต่ 200
มก./ดล. ขนึ้ ไป ให้การวินจิ ฉัยว่าเปน็ เบาหวาน
- กรณีที่ไมม่ ีอาการ แต่ระดบั น้ำตาลในเลือด ก่อนรับประทานอาหารเช้า ตั้งแต่ 126 มก./ดล.
ขน้ึ ไปอย่างนอ้ ย 2 ครง้ั จะให้การวินจิ ฉยั เบาหวาน
- กรณสี งสยั วา่ เปน็ เบาหวาน(มีอาการของเบาหวาน) แตร่ ะดบั นำ้ ตาลในเลือด กอ่ นรับประทาน
อาหารเช้าไม่ถึง 126 มก./ดล. ให้ตรวจโดยดื่มสารละลายน้ำตาลกลูโคส 75 กรัม โดยเจาะเลือดก่อน
ด่ืม และ 2 ชว่ั โมงหลังดืม่
ถาม : ถ้าลมื ฉีดอนิ ซูลนิ ตอนเชา้ จนบ่าย ควรทำอย่างไร ?
ตอบ : ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยาใหม่สำหรับวันนั้นไม่ควรฉีดเหมือนเดิมปกติในช่วงบ่าย
เนื่องจากระดับอินซูลินที่ออกฤทธิ์สูงสุดจะไปตรงกับช่วงกลางคืน อาจส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลใน
เลือดต่ำไดง้ า่ ยเน่ืองจากเปน็ ช่วงที่ไมไ่ ด้รบั ประทานอาหาร
ถาม : คนที่ใช้ยาฉดี อินซูลินแสดงว่าถงึ ขนั้ สดุ ทา้ ยแล้วใช่หรือไม่ ?
ตอบ : คนที่ฉีดอินซูลินไม่ได้แสดงว่าถึงขั้นสุดท้าย แต่เป็นทางเลือกชนิดหนึ่งที่แพทย์จะใช้กับ
ผปู้ ว่ ยเพอ่ื ให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดขี นึ้ ซงึ่ จะช่วยลดโอกาสท่จี ะเกดิ โรคแทรกซอ้ นต่างๆได้
ถาม : เวลามีน้ำตาลในเลือดสูง ถา้ ออกกำลงั กายเพ่มิ ขนึ้ จะชว่ ยลดน้ำตาลในเลอื ดได้หรอื ไม่ ?
ตอบ : การออกกำลังกายสามารถช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ เหมาะสำหรับผู้ท่ีคุมระดับของ
โรคเบาหวานได้ดีเท่านั้น แต่หากผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า 250 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ไม่ควรออก
กำลังกาย เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายกำลงั ขาดอินซูลิน การออกกำลังกายจะยิ่งไปชว่ ยใช้ทำให้ระดับ
อินซลู ินลดต่ำลงไปอกี ส่งผลให้นำ้ ตาลในเลือดจะยง่ิ สูงข้ึนไปอีก
ถาม : ควรออกกำลังกายก่อนหรือหลังอาหาร ?
ตอบ : ควรออกกำลังกายหลังทานอาหารไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปเนื่องจากเป็นช่วงเวลาท่ี
อาหารกำลังถูกย่อยสลาย ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงขึ้น การออกกำลังกายจะไปช่วยลดระดับ
นำ้ ตาลในเลือดได้ สำหรับผู้ทอ่ี อกกำลังกายตอนเชา้ กอ่ นอาหารในคนทค่ี ุมเบาหวานไดด้ ี ควรทานอะไร
รองทอ้ งไวส้ กั หน่อย เพราะการออกกำลังกายจะไปลดระดับน้ำตาลในเลือดลงจนอาจเกดิ ภาวะน้ำตาล
ในเลอื ดต่ำได้
ถาม : คนที่ชอบรบั ประทานของหวานทำใหม้ ีโอกาสเปน็ เบาหวานมากกว่าคนปกตใิ ชห่ รือไม่ ?
ตอบ : ไม่ใช่เสมอไป ของหวานไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานโดยตรง แต่คนที่เป็นโรคเบาหวาน
มักจะเกิดจากสาเหตุการทานของหวานมากๆ แล้วไม่ได้ออกกำลังกาย ทำให้เกิดความอ้วนซึ่งเป็น
สาเหตหุ ลกั ของโรคเบาหวานน่นั เอง
ถาม : ทำไมต้องฉีดอินซลู ินทีห่ นา้ ทอ้ ง
ตอบ : ตำแหนง่ ที่ดดู ซึมไดด้ ที ่ีสุดคอื บรเิ วณหนา้ ทอ้ งเน่ืองจากมีเลือดไปหลอ่ เลี้ยงมากและมีอุณหภูมิสูง
กว่าบริเวณอื่น ดังนั้นจึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมในการฉีดอินซลู นิ ที่ออกฤทธิ์ส้ันและต้องการการดูดซึม
ท่ีรวดเรว็
ถาม : การฉีดอนิ ซูลินนอกเหนอื จากหนา้ ทอ้ งแลว้ สามารถฉีดทีอ่ ืน่ ได้หรอื ไม่
ตอบ : สามารถฉีดบรเิ วณอืน่ ได้ คือ
- บรเิ วณต้นแขน จดุ กง่ึ กลางของกล้ามเนอื้ (deltoid)
- บรเิ วณหนา้ ท้องรอบๆ สะดอื (umbilicus)
- บริเวณตน้ ขาดา้ นขา้ ง (Vastus lateralis)
- บรเิ วณต้นขาด้านหนา้ (Rectus femoris)
ถาม : การเปลีย่ นตำแหนง่ การฉีดอินซลู ินตอ้ งเปลยี่ นอย่างไร
ตอบ : การเปลี่ยนตำแหน่งสามารถทำได้โดยเปลี่ยนจากข้างซ้ายไปข้างขวาหรือเปลี่ยนตำแหน่งที่ฉีด
เชน่ จากตน้ ขาไปหน้าทอ้ งโดยยดึ หลกั ดงั น้ี
• ควรเปลยี่ นบริเวณเดยี วกนั คอื เปล่ยี นจากขาซา้ ยไปขาขวา
• ควรเลือกฉีดอินซูลินที่บริเวณเดียวกันอยา่ งน้อย 1 สัปดาห์ แล้วจึงย้ายไปฉีดบริเวณ
อืน่ เช่น ยา้ ยจากแขนไปฉดี ทีท่ อ้ ง ไมค่ วรกระทำ เพราะมผี ลตอ่ การควบคมุ ระดบั น้ำตาล
• การฉีดบางครั้งอาจมีเลือดออกเล็กน้อย ไม่ควรถูหรือคลึง ให้ใช้นิ้วหรือสำลีชุบ
แอลกอฮอล์กดลงบนจุดที่ฉีดก็พอ เพราะทำให้ยาดูดซึมเร็วเกินไป จนอาจเกิดน้ำตาลในเลือด
ต่ำได้
ถาม : ทำไมตอ้ งเปลี่ยนตำแหน่งฉีดอินซลู ิน
ตอบ : • ควรฉีดที่บรเิ วณเดิม เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ แต่ละครั้งไม่ควรฉีดที่จุดๆเดิม เมื่อฉดี
ครบ 1-2 สัปดาห์แล้วจึงค่อยเปลี่ยนตำแหน่ง เนื่องจาก อาจทำให้บริเวณที่ฉีดเกิดเป็นก้อนไตแข็ง
(lipohypertrophy)
• การย้ายตำแหน่งทฉี่ ดี จะชว่ ยลดภาวะ lipohypertrophy ซ่ึงจะลดการดดู ซึมของอินซูลิน
ถาม : ผลแทรกซอ้ นจากการฉีดอินซูลนิ
ตอบ : คือ ภาวะน้ำตาลต่ำ hypoglycemia บางท่านเรียก อินซูลินช็อก ซึ่งอาจจะเกิดจาก ได้รับ
อินซูลินมากไป หรือรับประทานอาหารนอ้ ยไป หรือออกกำลงั กายมากเกินไป ท่านผู้อ่านที่ฉีดอนิ ซูลิน
ควรจะต้องรู้อาการและการรักษาเบื้องต้นและจะต้องพกอาหารว่าง เช่น ขนมปัง หรือน้ำผลไม้ หรือ
ลกู อมติดตวั ไว้
ถาม : ผลข้างเคยี งของการฉดี อินซูลิน
ตอบ : อาจจะเกดิ ผ่ืนคนั จากการแพอ้ นิ ซลู นิ ผวิ หนงั บริเวณที่ฉีดยาอาจจะเกิดรอยบุ๋มหรือรอยนูนขึน้
อาจจะเกิดอาการใจสั่นเน่ืองจากน้ำตาลในเลอื ดตำ่
ถาม : ถา้ ใชอ้ นิ ซูลนิ น้ำขนุ่ และน้ำใสในเวลาเดยี วกนั ต้องทำอยา่ งไร
ตอบ : ให้ดูดยาชนิดน้ำใสก่อนเสมอ เพราะหากดูดน้ำขุ่นกอ่ นน้ำใส ยาที่เป็นน้ำขุน่ อาจเขา้ ไปผสม ทำ
ให้อินซูลินนำ้ ใสมีลักษณะเปลี่ยนไป เมื่อดดู ยาสองชนดิ ผสมในเข็มเดียวกันควรฉดี ทันทีหรือภายใน 15
นาที เพราะหากทง้ิ ไว้นานจะทำให้การออกฤทธิ์ของยาเปลีย่ นไป
ถาม : การใชก้ ระบอกฉีดยา/หัวเข็มใชซ้ ำ้ ไดห้ รอื ไม่ ?
ตอบ : ไม่ได้ เพราะ เข็มที่ใช้ไปแล้วจะลดความคม ทำให้การฉีดยาครั้งต่อไปอาจมีอาการปวด เพ่ิม
โอกาสเกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนัง รวมถึงอาจทำให้ปริมาณอินซูลินที่ได้รับไม่สม่ำเสมอ ควรใช้กระบอก
ฉีดยา/หัวเข็ม ฉีดยาเพียงครั้งเดียว แต่ในกรณีที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ สามารถใช้ซ้ำได้ไม่เกิน 5 คร้ัง
แต่ต้องม่ันใจว่าไม่มกี ารปนเป้อื นหรอื อุดตัน
บรรณานกุ รม
ณกันต์วลัย วิศิฎศรี. (2558). โรคเบาหวาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน พ.ศ.2564, จาก
https://www.tmc.rmutt.ac.th/?wpfb_dl=638.
ธนพร รัตนสุวรรณ. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมาร.ี (ม.ป.ป.). เรอ่ื งเข้าใจเบาหวาน. [ออนไลน]์ . สืบค้นเม่ือ 26 มถิ ุนายน พ.ศ. 2 5 6 4 ,
จาก https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/understand-diabetes
นิพาวรรณ ไวศยะนันท์ และเบญจมาศ สุขสถิต. (2560). การบริหารอินซูลินด้วยตัวเองในผู้ที่เป็นเบาหวาน
ชนิดที่ 1. วารสารพยาบาลทหารบก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2564, จาก
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/download/90067/70800/
ปราณี ทไู้ พเราะ และคณะ (2555). การพยาบาลอายุรศาสตร์ 1. พิมพค์ รัง้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : เอน็ พีเพรส.
โรงพยาบาลศิริราช คณะกรรมการควบคุมและดูแลเรื่องยา. (2560). คู่มือปฏิบัติงานสำหรับยา High Alert
Drugs. (พิมพ์ครั้งที่ 4, หน้า 69-77). กรุงเทพฯ: คณะกรรมการเภสัชกรรมและกา รบำบัด
โรงพยาบาลศิรริ าช
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์. (2561). ชนิดและการฉีดอินซูลิน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน
พ.ศ.2564, จาก https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/902/Insulin
วาสินี วงศ์มติกุล. (2564). คู่มือปฏิบัติงานสำหรับเภสัชกรในการแนะนำการใช้ยาฉีดอินซูลิน (ชนิดปากกา)
ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน. จาก https://www.nmu.ac.th/th/
wp-content/uploads/2021/04/คมู่ อื การปฏบิ ตั ิงาน-1.pdf
วีระศักดิ์ ศรินนภากร. ประวัติและการพัฒนายาอินซูลิน. ใน: วีระศักดิ์ ศรินนภากร ชัยชาญ ดีโร จนวงศ์ ทองค้า
สนุ ทรเทพวรากุล (บรรณาธิการ). ตำราอินซลู ิน. พมิ พค์ รัง้ ที่ 1. กรุงเทพฯ: กรงุ เทพฯ เวชสาร
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
(ม.ป.ป.). แนวทางเวชปฏิบัติ เรื่อง การให้ยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ใหญ่ (ปรับปรุง).
[ออนไลน์]. สืบคน้ เมือ่ 27 มิถนุ ายน พ.ศ.2564, จาก https://www.dmthai.org/index.php/
about-association/profile
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
(2557). แนวทางเวชปฏบิ ตั สิ ำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ. 2557. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรงุ เทพฯ : อรุณการพ ิ ม พ์ .
สืบค้นเมื่อ 26 มถิ ุนายน พ.ศ.2564
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
(2559). คำแนะนำการฉีดยาเบาหวานสำหรบั บุคาลากรทางการแพทย.์ พิมพ์ครง้ั ที่ 2. กรุงเทพฯ:
คอนเซ็พท์ เมดิคสั . สบื คน้ เมือ่ 27 มถิ ุนายน พ.ศ.2564
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
(2560). แนวทางเวชปฏิบตั สิ ำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ.2560. พมิ พ์คร้งั ที่ 3. ปทมุ ธานี : ร่มเยน็ มีเดีย.
สบื คน้ เม่ือ 27 มถิ นุ ายน พ.ศ.2564
สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ. (2560). สถานการณ์โรคเบาหวาน ปี พ.ศ. 2560. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ
28 กรกฎาคม พ.ศ.2564, จาก https://www.hfocus.org/content/2019/11/18054?fbclid=
IwAR18rcn WeEN943Jil9JYvdI1EvJRQUDfzbsZmNyUGqJPhu1KXgcqy-KknEI
สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ. (2563). โรคเบาหวาน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน พ.ศ.2564, จาก
https://www.idf.org/aboutdiabetes/what-is-diabetes.html
อัจฉรา สุวรรณนาคินทร์. (2559). คู่มือการพยาบาลการดูแลเท้า เพื่อป้องกันการเกิดแผลในผู้เป็นเบาหวาน.
[ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2564, จาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/
healthdetail. asp?aid=331