กาพย์เห่เรอื
“สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลงั สนิ ธ์ุ
เพยี งหงส์ทรงพรหมนิ ทร์ ลินลาศเล่ือนเตอื นตาชม”
ทม่ี าและจดุ ประสงคใ์ นการแตง่
เนอื่ งจากกษัตริย์ในสมัยนน้ั ต้องเดนิ ทางจากกรงุ ศรีอยธุ ยาไปนมัสการและสมโภช (งานเล้ยี ง) พระพุทธ
บาทท่จี งั หวัดสระบรุ ี ซ่งึ คาดว่าเจ้าฟ้ากุ้งนา่ จะเดนิ ทางตามเสดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวบรมโกศจากท่าวาสกุ รี ไปข้นึ บกท่ี
ท่าเจ้าสนุกกอ่ นจะเดนิ เท้าตอ่ ไปวดั พระพุทธบาท (การเดินทาง และเวลาในการแตง่ กาพย์เห่เรือน้สี ว่ นน้อี าจมีข้อ
สนั นิษฐานทางประวตั ิศาสตรท์ ี่แตกต่างออกไปหลายแนวคดิ )ซ่งึ การเดินทางบนเรือคร้งั นน้ั ได้เป็นทมี่ าของการ
ประพันธก์ าพยเ์ หเ่ รือเจา้ ฟ้าก้งุ โดยมจี ดุ ประสงคห์ ลัก คอื
๑. เพอื่ กากับจงั หวะของพลพายให้สามารถพายเรือขนาดใหญ่ไดอ้ ย่างพรอ้ มเพรียงกัน
๒. เพอ่ื สรา้ งความสนุกสาราญ ให้กับตนเองและพลพาย
๓. เพื่อประกาศการเสด็จของพระมหากษัตริย์ เพราะนานๆที กษตั ริยจ์ ะเสดจ็ ออกจากพระบรมมหาราชวงั
ดังนั้นการเห่เรือจะทาใหช้ าวบา้ นทราบวา่ กษัตริย์เสด็จมาและสามารถออกมารับเสดจ็ /ชน่ื ชมพระบารมี
ริมฝ่งั แม่น้าได้
ผู้แตง่ กาพยเ์ ห่เรือ
ผูแ้ ตง่ กาพย์เห่เรือในบทเรียนท่ีเราไดเ้ รียนกนั น้ี คอื เจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐส์ ุริยวงศ์ (เจ้าฟา้ กุง้ ) พระ
ราชโอรสพระองคแ์ รกในสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยแต่งข้นึ ช่วงปลายสมยั อยุธยาตอนปลาย และนับวา่
พระองคเ์ ป็นกวเี อกในสมยั อยธุ ยาตอนปลายเลยทเี ดยี ว เพราะมคี วามสามารถท้งั ในเชงิ นิรุกติศาสตร์ (วชิ า
เกย่ี วกบั ภาษา) และฉนั ทศาสตร์(วชิ าเก่ียวกับการประพนั ธ์) ทาให้มผี ลงานของทง้ั เร่ืองของทางโลกและทาง
ธรรม เช่น บทเหเ่ รื่องกากี 3 ตอน บทเหส่ งั วาสและเหค่ รวญอยา่ งละบท กาพยห์ ่อโคลงนริ าศธารโศก กาพย์ห่อ
โคลงประพาสธารทองแดงพระมาลยั คาหลวง เพลงยาวเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ฯลฯ
ลกั ษณะคาประพันธ์
ลกั ษณะคาประพนั ธข์ องกาพย์เห่เรือ เป็นรูปแบบของกาพยเ์ ห่ คือ โคลงส่ีสุภาพ ที่แตง่ ให้มีเนื้อความนา
ตามดว้ ยกาพยย์ านี 11 ทีแ่ ตง่ ให้มเี น้อื ความตามโคลงสส่ี ภุ าพ และอาจขยายความออกไปตามความตอ้ งการของ
กวี และไม่จากดั จานวนบท
➢ ฉนั ทลักษณข์ องโคลงสีส่ ุภาพ
➢ ฉันลักษณข์ องกาพยย์ านี ๑๑
ลานาการเหเ่ รอื
ลานา (บทกลอนทใี่ ชข้ บั ร้อง) สาหรับการเหเ่ รือจะแบง่ เป็น ๓ แบบ ได้แก่
๑. ชา้ ลวะเห่ : มีท่วงทานองชา้ สมชือ่ เพราะใชต้ อนทเ่ี รือเริ่มเคลื่อนท่ี ฝีพายตอ้ งใชแ้ รงมาก ไมส่ ามารถพาย
เรว็ ๆ ได้ และมกั จะใช้ในโอกาสที่เป็นการพายเรือตามน้า
๒. มลู เห่ : เพม่ิ ความดุดันและรวดเรว็ ข้นึ เพราะอย่ใู นระหวา่ งพายเรือกลางลาน้า เลยตอ้ งอาศยั ความ
สนกุ สนานเพ่ือไม่ใหฝ้ ีพายหมดแรงกายแรงใจไปก่อน
๓. สวะเห่ (อา่ นวา่ สะ-วะ-เห)่ : ใช้เมอื่ เรือจะจอดเทยี บท่า ท่วงทานองจะชา้ ลงเหมือนกบั ช้าลวะเห่ เพราะ
ใกล้ถึงฝงั่ เลยตอ้ งลดความเร็วเรือกันสักหน่อย
กาพยเ์ ห่เรอื เจ้าฟ้าก้งุ
กาพย์เห่เรือเจา้ ฟ้ากุง้ แบ่งออกเป็น ๒ ตอน และแบ่งตามช่วงเวลา ดังน้ี
ตอนท่ี ๑ : บทเหช่ มเรือ ชมปลา ชมไม้ ชมนก
ตอนที่ ๒ : บทเห่ครวญ (กรมพระยาดารงราชานภุ าพสนั นิษฐานวา่ เกี่ยวขอ้ งกับเรื่องสว่ นตวั คือ คร่าครวญคดิ ถงึ
พระสนมของพระบดิ า อันเป็นเหตใุ ห้โดนพระราชอาญาจนถึงแก่ชวี ิตในเวลาต่อมา)
๑. ช่วงเช้า : กาพย์เหเ่ รือ ชมเรือ
กลา่ วถงึ เรือ ๑๔ ลา มีโคลงสี่สุภาพ ๑ บท แต่งเป็นเกร่ินเห่ เพ่ือบอกว่าเรือพระมหากษตั ริย์กาลงั จะเสดจ็
ดว้ ยขบวนพระยหุ ยาตราทางชลมารค ต่อมาคือกาพยย์ านี ๑๑ เลา่ ถึงความงามของเรือแตล่ ะลา ไดแ้ ก่
• เรอื พระท่นี ่งั (เรือต้น/เรือกิง่ ) คือ เรือทม่ี พี ระมหากษตั ริย์หรือพระบรมวงศานวุ งศป์ ระทบั อยู่ โดยมี ๔
ลาและเรือสวุ รรณหงส์อยใู่ นกระบวนเรือดว้ ย
ตัวอย่าง : “สุวรรณหงส์ทรงพ่หู ้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธ์ุ
เพยี งหงส์ทรงพรหมมนิ ทร์ ลนิ ลาศเล่อื นเตือนตาชม”
สาหรบั ทอ่ นน้บี รรยายความงดงามว่าเรือหงส์ทอง มพี หู่ ้อยระย้าลงมาตรงจงอยปากของหงส์หน้าเรือ
ลอยเคลื่อนไปบนแมน่ ้าเหมือนกบั หงส์ทเี่ ป็นพาหนะของพระพรหม มองแลว้ ช่างนา่ ดู/น่าชมย่ิงนกั
• เรอื เหลา่ แสนยากร (เรือรูปสัตว์) คอื เรือท่มี หี วั เรือเป็นรูปสตั วต์ ่าง ๆ แมไ้ มไ่ ด้วจิ ิตรงดงามเหมือนเรือตน้
แต่กม็ ีความเป็นเอกลกั ษณ์ เชน่ เรือคชสีห์ เรือเลียงผา เรือมา้ เรือสงิ ห์ เรืออินทรี ฯลฯ
ตัวอย่าง : “เลียงผางา่ เท้าโผน เพยี งโจนไปในวารี
นาวาหน้าอินทรี มีปีกเหมือนเลื่อนลอยโพยม”
ทอ่ นน้กี ล่าวถงึ เรือท่ีคลา้ ยกบั เลยี งผากาลงั กระโจนลงในแม่น้า สว่ นเรืออนิ ทรีคล้ายกับวา่ มีปีกโบยบนิ
บนทอ้ งฟ้า เป็นการเปรียบเทียบวา่ เรือสัตวน์ นั้ งดงามราวกับมีชีวติ จริง ๆ
• เรอื ชัย เรือท่มี เี จา้ พนักงานกระทุง้ ไม้เสา้ (ไม้พายเรือ) กากับจังหวะให้พลพายและเรือแตล่ ะลาเคลอ่ื นที่
ได้พร้อมเพรียงกนั
๒. ช่วงสาย : กาพย์เหเ่ รือ ชมปลา
เร่ิมด้วยโคลงสส่ี ุภาพ ๑ บท ตามดว้ ยกาพย์เห่เรือ ๑๔ บท กลา่ วถึงปลา ๑๕ ชนดิ (มเี ฉพาะปลาน้าจืด) ได้แก่
ปลากระแห ปลากราย ปลาแก้มช้า ปลาคางเบือน ปลาชะแวง ปลาทกุ ปลานวลจนั ทร์ ปลาน้าเงนิ ปลาแปบปลา
ตะเพียนทอง ปลาแมลงภู่ (ปลาชะโด) ปลาสร้อย ปลาเสอื ปลาหวีเกศ และปลาหางไก่
การชมปลาในทน่ี ้จี ะแต่งคล้ายกับนริ าศ เพราะนาความงดงามของปลามาแต่งรวมกบั อารมณค์ วามรู้สึกของ
ตวั เองท่ีมีตอ่ นางอันเป็นทร่ี กั ของกวี
ตัวอย่าง : “นวลจนั ทร์เป็นนวลจริง เจ้างามพริ้งย่ิงนวลปลา
คางเบือนเบอื นหนา้ มา ไม่งามเท่าเจ้าเบือนชาย”
นวลจนั ทร์ในทีน่ ้คี ือช่อื ปลา และคาวา่ นวล อีกความหมายหน่งึ คอื สนี วลเหมือนเปลอื กไข่ ส่วน
ประโยค ‘เจา้ งามพริ้งยิ่งนวลปลา’ หมายถงึ ผิวของเจา้ น้ันนวลงดงามย่ิงกว่าสีนวลของปลา ส่วนปลาคางเบอื นทด่ี ู
หนา้ บ้งึ นั้น เหมอื นตอนทน่ี างอนั เป็นทีร่ ักงอน แต่ถึงยงั ไงนางก็ยงั สวยงามกวา่
๓. ช่วงบา่ ย : กาพย์เหเ่ รอื ชมไม้
เริ่มดว้ ยโคลงสีส่ ภุ าพ ๑ บท กาพย์ยานี ๑๒บท โดยมีการชมไม้ ๑๕ ชนดิ ไดแ้ ก่ แกว้ จวง จิก จาปา แตว้
บุนนาค ประยงค์ พกิ ลุ พดุ จบี พทุ ธชาด ลาดวน สาวหยดุ สุกรม มะลิวลั ย์ นางแย้ม
ตัวอย่าง : “ชมดวงพวงนางแยม้ บานแสลม้ แย้มเกสร
คิดความยามบงั อร แย้มโอษฐ์ยิม้ พริ้มพรายงาม”
บทน้เี ป็นการเปรียบเทียบรอยย้มิ ของนางอันเป็นทีร่ ักกบั พวงดอกนางแยม้ ว่า เมือ่ เหน็ ดอกนางแย้มบาน
สะพรั่งงดงาม ก็นึกถงึ ยามที่ได้เหน็ รอยยมิ้ ของนาง
๓. ช่วงเยน็ : กาพย์เห่เรอื ชมนก
เริ่มดว้ ยโคลงสสี่ ภุ าพ ๑ บท และกาพยย์ านี ๑๒ บท สาเหตทุ ีเ่ ลือกชมนกในช่วงเย็นเพราะเป็นช่วงท่ีนก
บนิ กลบั รงั พอดี โดยชมนก ๑๐ ชนดิ ไดแ้ ก่ นกไก่ฟา้ นกแขกเตา้ นกดเุ หว่า นกนางนวล นกโนรี นก
สร้อยทอง/ขนุ ทอง นกสัตวา นกสาลกิ า นกแก้ว นกยงู
ตวั อย่าง : “นางนวลนวลน่ารัก ไม่นวลพักตร์เหมือนทรามสงวน
แกว้ พ่ีนีส้ ดุ นวล ด่งั นางฟา้ หนา้ ใยยอง”
ท่อนน้นี าชื่อนกนางนวลกบั คาว่า นวล ทแี่ ปลว่านางอนั เป็นที่รักมาไว้ในวรรคเดียวกนั เพือ่ เลน่ คา ส่วน
การใช้คาวา่ ดง่ั เป็นการอุปมาว่า นางเป็นคนทผี่ วิ นวลและสวยเหมือนนางฟ้าเลยทีเดยี ว
๕. ช่วงดึก : กาพยเ์ ห่เรือ เห่ครวญ
ประกอบด้วยโครงส่ีสุภาพ ๒ บท (เริ่มต้นและปิดท้ายอยา่ งละบท) และกาพยย์ านีอีก ๘ บท กล่าวถงึ
ความรกั ความคดิ ถึงทมี่ ตี อ่ นางสนม
ตัวอย่าง : “งามทรงวงดง่ั วาด งามมารยาทนาดกรกราย
งามพริม้ ยิ้มแย้มพราย งามคาหวานลานใจถวิล”
บทน้กี ลา่ วถงึ ความงามของนางสนม ทง่ี ามดง่ั ภาพวาด อีกทัง้ มารยาทบุคลิกการเดนิ รอยยม้ิ และคาพดู
ตา่ ง ๆ กย็ งั งดงามดว้ ยเชน่ กนั
เนื้อเรื่อง
เห่ชมกระบวนเรอื
โคลง “ปางเสด็จประเวศด้าว ชลาลัย
ทรงรัตนพิมานชัย กง่ิ แกว้
พรั่งพร้อมพวกพลไกร แหนแห่
เรือกระบวนตน้ แพร้ว เพริศพริ้งพายทอง”
ถอดความ : เมื่อพระเจา้ อยหู่ ัวบรมโกศเสด็จทางชลมารค ทรงประทับเรือก่ิงซ่งึ พรัง่ พร้อมดว้ ยกาลังพล
ทหารหอ้ มลอ้ มเป็นขบวน ภาพของเรือต้นงดงามแวววาวระยิบระยบั จากแสงสะทอ้ นทมี่ าจากพายสีทอง
กาพย์ “พระเสดจ็ โดยแดนชล ทรงเรือตน้ งามเฉิดฉาย
กง่ิ แกว้ แพร้วพรรณราย พายอ่อนหยับจับงามงอน
นาวาแนน่ เป็นขนัด ลว้ นรปู สตั วแ์ สนยากร
เรือริว้ ทวิ ธงสลอน สาครล่นั คร่ันครื้นฟอง”
ถอดความ : พระเจา้ อยหู่ ัวบรมโกศเสดจ็ พระราชดาเนินโดยทางชลมารคได้ประทบั บนเรือต้นในการเดนิ ทางภาพ
ของเรือกง่ิ นน้ั ดูแพรวพราว ภาพการพายเรือนน้ั กด็ อู อ่ นไหว งดงามอยา่ งพรอ้ มเพรียงกัน ขบวนเรือแน่นเป็นแถว
เป็นแนว ประกอบดว้ ยเรือทีห่ วั เรือเป็นรปู สตั ว์หลาย ๆ ชนดิ มองเหน็ ธงเด่นสะพรั่งมาแต่ไกลการเดนิ ทางด้วย
ขบวนเรือทาให้เกดิ เป็นคลนื่ น้าระลอก
“เรือครุฑยดุ นาคหิ้ว ลวิ่ ลอยมาพาผนั ผยอง
พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา
สรมุขมุขส่ีดา้ น เพียงพมิ านผา่ นเมฆา
มา่ นกรองทองรจนา หลังคาแดงแยง่ มงั กร
สมรรถชยั ไกรกาบแกว้ แสงแวววับจับสาคร
เรียบเรียงเคยี งคู่จร ดงั่ ร่อนฟา้ มาแดนดิน”
ถอดความ : เรือครฑุ ซ่งึ บนเรือน้ันมพี ลทหารกาลังพายเรืออยา่ งเป็นจังหวะพร้อมกบั เปล่งเสียงโห่รอ้ งเรือไกรสร
มขุ ลอยมาเปรียบความสวยงามดัง่ พิมานบนสวรรคท์ ่ีกาลังเคลอื่ นทผี่ า่ นหมูเ่ มฆ เรือไกรสรมุข ตกแต่งไปด้วย
มา่ นสที อง หลงั คาสแี ดงมลี วดลายมงั กรประดับอยู่ เรือศรีสมรรถชัย กาลงั แล่นมาเทียบเคยี งกับเรือไกรสรมขุ
ประกอบไปดว้ ยกาบแก้วขนาดใหญ่ เกิดแสงแวววบั สะทอ้ นกับแมน่ ้ามคี วามงดงามมากเหมือนดง่ั วา่ กาลังร่อน
ลงจากสวรรคฟ์ ากฟา้ ลงสพู่ ้นื ดิน
“สวุ รรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลงั สินธ์ุ
เพียงหงส์ทรงพรมมินทร์ ลนิ ลาศเลือ่ นเตือนตาชม
เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงย่งิ อย่างลม
เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเย่ินเดนิ คู่กัน
คชสหี ์ทผี าดเผ่น ดูดงั เป็นเหน็ ขบขัน
ราชสีห์ที่ยนื ยัน ค่ันสองคู่ดูย่ิงยง
เรือมา้ หน้าม่งุ น้า แล่นเฉื่อยฉ่าลาระหง
เพยี งม้าอาชาทรง องค์พระพายผายผนั ผยอง”
ถอดความ : เรือสุวรรรณหงส์ มีพู่หอ้ ยอยา่ งสวยงามล่องลอยอยูบ่ นสายน้าเปรียบดง่ั หงสท์ เี่ ป็นพาหนะของพระ
พรหม เตอื นตาใหช้ ม เรือชยั แล่นดว้ ยความรวดเร็วเหมอื นดงั่ ลม มีเสยี งเสา้ ท่ีคอยให้จงั หวะท้ายเรือให้แล่นเคียง
คู่กนั ไปกบั เรือพระที่นงั่ ลาอ่นื ๆ เรือคชสีห์ ทก่ี าลงั แลน่ ไปน้ัน ดแู ล้วชวนขบขัน เรือราชสีห์ ที่แล่นมาเคียงกนั น้นั
ดูม่ันคงแขง็ แรง เรือม้า กาลงั มุ่งหนา้ ไปขา้ งหนา้ ซ่งึ เรือม้ามลี ักษณะท่สี งู โปร่งเหมือนกับม้าทรงอนั เป็นพาหนะ
ของพระพาย
เรือสิงห์วง่ิ เผ่นโผน โจนตามคลืน่ ฝืนฝ่าฟอง
ดยู ง่ิ สิงห์ลาพอง เป็นแถวท่องล่องตามกัน
ดูเขม้นเหน็ ขบขัน
นาคาหนา้ ดังเป็น ทนั แขง่ หนา้ วาสุกรี
มงั กรถอนพายพนั เพียงโจนไปในวารี
มีปีกเหมอื นเล่ือนลอยโพยม
เลียงผางา่ เท้าโผน กอ้ งกาหลพลแห่โหม
นาวาหนา้ อินทรี โสมนสั ชืน่ ร่ืนเริงพล
จากนคเรศโดยสาชล
ดนตรีมอี่ ึงอล ยลมจั ฉาสารพันมี
โห่ฮึกครึกครืน้ โครม
กรีธาหมู่นาเวศ
เหิมห่ืนชน่ื กระมล
ถอดความ : เรือสิงห์ ดเู หมือนกบั ว่ากาลังจะกระโจนลงสู่แมน่ ้าและมีความลาพองใจนน้ั ก็แลน่ เป็นแถวตามๆกนั
มา เรือนาค นัน้ มองดูเหมอื นกับมชี วี ิตแลว้ ชวนขบขันกาลงั จะถูก เรือมงั กร แลน่ ตามมาทัน เรือเลยี งผา นัน้ ทาท่า
เหมอื นกับกาลังจะกระโจนลงแมน่ ้า ส่วน เรืออนิ ทรี ก็มปี ีกที่เหมือนกับกาลงั จะลอยไปในอากาศ เสยี งดนตรีนนั้
ดงั ล่ันมเี สียงกอ้ งมาจากแตรงอน เสียงพลทหารโห่ร้องอยา่ งครึกครื้นทาใหเ้ กิดความร่ืนเริงในหมูพ่ ลทหาร การ
เคล่อื นขบวนออกจากนนั้ ดเู ขม้ แข็งเป็นภาพทีท่ าใหช้ น่ื อกช่นื ใจมองดูเหมอื น
ฝงู ปลาทม่ี มี ากมายในสายน้า
เหช่ มปลา คลึงกัน
โคลง แจ่มหน้า
พศิ พรรณปลาว่ายเคลา้ พศิ วาส
ถวิลสดุ าดวงจันทร์ ชวดเคล้าคลึงชม
มตั สยาย่อมพวั พนั
ควรฤพรากนอ้ งช้า คิดถงึ เจ้าเศร้าอารมณ์
กาพย์ สมสาใจไม่พามา
พศิ พรรณปลาว่ายเคล้า เจ้างามพริ้งยิ่งนวลปลา
มตั สยายังร้ชู ม ไม่งามเท่าเจ้าเบอื นชาย
นวลจนั ทร์เป็นนวลจริง
คางเบอื นเบือนหน้ามา
ถอดความ : พันธ์ปุ ลาชนิดต่างๆว่ายวนเวียนอย่ใู นสายน้าทาให้มจี ติ ใจเศร้าหมอง ปลาทั้งหลายยงั รู้วา่ ไม่มใี จท่จี ะ
วา่ ยน้าอยู่ในสายน้า พระจนั ทร์สอ่ งแสงสว่างมคี วามงามราวกบั เนอ้ื ตวั ของปลาซ่งึ มคี วามงามราวกับ
เนื้อตัวของปลา ซ่งึ มคี างไม่โคง้ มนเหมอื นกับใบหน้ารูปร่างหน้าตาของผู้ชาย
เพยี นทองงามด่งั ทอง ไมเ่ หมือนนอ้ งห่มตาดพราย
กระแหแหห่างชาย ดงั่ สายสวาทคลาดจากสม
อันแก้มน้องช้าเพราะชม
แก้มชา้ ชา้ ใครตอ้ ง เหมอื นทุกข์พที่ ่ีจากนาง
ปลาทุกทกุ ข์อกกรม ขาวพรายช่วงสสี าอาง
งามเรืองเร่ือเนอ้ื สองสี
นา้ เงินคือเงินยวง เคลา้ กันอยู่ดูงามดี
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง เหน็ ปลาเคลา้ เศร้าใจจร
ปลากรายว่ายเคยี งคู่
แต่นางห่างเหินพี่
ถอดความ : เปรียบดังทองไม่เหมอื นกับนอ้ งทห่ี ม่ ผา้ สไบ ปลากระแหซ่งึ มีรูปรา่ งคล้าย ปลาตะเพียนทอง
ด่งั ปลาทวี่ ่ายจากกันไปอยา่ งเหมาะสม ปลาแก้มช้า นั้นแก้มช้าเหมอื นมีคนมาจบั ต้องเพราะอยากเชยชม
ปลาทกุ เหมือนปลาอันอมทุกข์ไว้มาก เหมอื นกับการจากลาไปจากคนรกั ปลานา้ เงนิ เปรียบเสมือนมีเกล็ดสขี าว
ผอ่ งเป็นมนั วาวของปลา ไม่เทา่ ผิวกายของหญงิ สาวทด่ี ผู ุดผอ่ งเรือนงามยิง่ นกั ปลากราย วา่ ยเวียนไปเคียงคู่กนั แต่
นางกลับตีจากพ่ไี ป เห็นปลาแล้วรู้สึกเศร้าใจ
หางไก่ว่ายแหวกวา่ ย หางไกค่ ล้ายไมม่ หี งอน
คดิ อนงค์องค์เอวอร ผมประบา่ อ่าเอ่ยี มไร
วา่ ยเวยี นวนปนกนั ไป
ปลาสร้อยลอยลอ่ งชล ไมเ่ หน็ เจ้าเศร้าบ่วาย
เหมอื นสร้อยทรงทรามวยั เน้ือน้องฤๅอ่อนทั้งกาย
ไมว่ ายนึกตรึกตรึงทรวง
เน้ืออ่อนอ่อนแต่ชื่อ เลือ่ มแหลมกว่าปลาทง้ั ปวง
ใครตอ้ งข้องจิตชาย ดูแหลมลา้ ขาเพราคม
ปลาเสอื เหลือท่ีตา
เหมอื นตาสดุ าดวง
ถอดความ : ปลาหางไก่ซ่งึ เป็นปลาทะเลชนิดหน่ึง แหวกวา่ ยอยใู่ นน้า ปลาชนิดน้ีไมม่ หี งอน คิดเพลงยาว
รูปเอวอร มีผมประบา่ เอย่ี มอร ปลาสร้อย ล่องลอยว่ายวนอยใู่ นแมน่ ้าเหมอื นปลาสร้อยในวัยในเดก็ ไมเ่ ห็นมี
ความโศกเศรา้ ในจิตใจ ปลาเนอ้ื อ่อน นนั้ ออ่ นแตช่ ื่อ เนื้อนอ้ งหรือจะอ่อนไปทัง้ กาย ใครจบั ตอ้ งก็ไมน่ กึ อายและ
ชา้ ใจปลาเสอื ตาแหลมกวา่ ปลาทงั้ หลายเปรียบเสมอื นดวง ตา ซ่งึ ดูแหลมคม
แมลงภู่คู่เคียงวา่ ย เห็นคล้ายคล้ายน่าเชยชม
คดิ ความยามเมื่อสม สนทิ เคล้าเจ้าเอวบาง
คดิ สดุ าอ่าองค์นาง
หวเี กศเพศช่ือปลา เส้นเกศสลวยรวยกลิ่นหอม
หวีเกลา้ เจ้าสระสาง ชะวาดแอบแปบปนปลอม
จอมสวาทนาฏบงั อร
ชะแวงแฝงฝง่ั แนบ วา่ ยแหวกมาในสาคร
เหมือนพ่ีแอบแนบถนอม มาด้วยพ่ีจะดใี จ
พิศดหู ม่มู ัจฉา
คะนงึ นชุ สุดสายสมร
ถอดความ : มี ปลาแมลงภู่ เวยี นวา่ ยน่าช่นื ชม คิดถึงความตา่ งๆในยามเหมาะสม ปลาหวีเกศ นึกถึงเจา้ ท่ีมหี นา้ ท่ี
สระสางเส้นผม ต่างสละสลวยมีกลน่ิ หอม ปลาชะแวง วา่ ยวนไปตามแนวฝ่งั น้าและมักจะมี ปลาชะวาด ว่ายปน
อยู่ดว้ ยเหมอื นกบั พม่ี าดูแล นอ้ งอย่างทะนถุ นอม พันธป์ุ ลาต่างๆแหวกวา่ ยมาในแหลง่ น้า เปรียบดังหญงิ งามท่ีมา
หาพ่ีจะรสู้ กึ ดีใจ
เหช่ มไม้
โคลง
เรือชายชมม่ิงไม้ มพี รรณ
ริมท่าสาครคนั ธ์ กลิน่ เกล้ยี ง
เพล็ดดอกออกแกมกัน ชูช่อ
หอมห่ืนรื่นรสเพ้ียง กลิน่ เนื้อนวลนาง
กาพย์
เรือชายชมมิง่ ไม้ ริมท่าไสวหลากหลายพรรณ
เพลด็ ดอกออกแกมกัน ส่งกลิ่นเกลย้ี งเพยี งกล่นิ สมร
ถอดความ : เรือแล่นคลอ้ ยไปจนพบพรรณไมต้ ่างๆ อยู่ริมทา่ น้า มีกล่นิ หอมสดชื่น ผลดิ อกออกชอ่ ผสมกัน กล่ิน
หอมน่าชน่ื เชยเหมือนกลนิ่ เน้อื ของน้อง กระบวนเรือเคลอ่ื นมาพบตน้ ไมก้ ลากหลายชนดิ ข้นึ ริมน้า
ผลดิ อกออกช่อผสมกนั มกี ลนิ่ หอมสดชืน่ เหมอื นกลิ่นกายนอ้ ง
ชมดวงพวงนางแยม้ บานแสล้มแย้มเกสร
คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ย้ิมพริ้มพรายงาม
คลี่กลีบเหลืองเรืองอร่าม
จาปาหนาแนน่ เนอื่ ง ผิวเหลอื งกว่าจาปาทอง
คิดคะนึงถงึ นงราม ระย้ายอ้ ยห้อยพวงกรอง
เจ้าแขวนไว้ให้เรียมชม
ประยงค์ทรงพวงห้อย พิกุลแกมแซมสกุ รม
เหมือนอุบะนวลละออง เหมือนกลนิ่ นอ้ งตอ้ งตดิ ใจ
พุดจีบกลีบแสลม้
หอมชวยรวยตามลม
ถอดความ : พี่ชม ดอกนางแย้ม เป็นพวง แยม้ กลบี ชดช้อยเหน็ เกสร ทาให้นึกถึงนอ้ งยามแย้มปากย้มิ
อยา่ งงดงาม ดอกจาปา ดกแนน่ ต้น ตา่ งคลี่กลบี สีเหลอื งกระจา่ งสวย คิดถึงผวิ น้องท่ีเป็นสีเหลืองสวยกวา่ สีของ
ดอกจาปา ดอกประยงค์ เป็นพวงหอ้ ยระย้า เปรียบเหมอื นอบุ ะท่ีนอ้ งรอ้ ยแขวนประดับให้พ่ดี ู ดอกพุดจีบ
มีกลบี ทัง้ ดอกพกิ ุล ข้ึนแซมดอกสุกรมนน้ั ตา่ งโชยกล่ินหอมระรวยมาตามลม หอมเหมือนกลิน่ น้องทตี่ ิดใจ
สาวหยุดพทุ ธชาด บานเกลอ่ื นกลาดดาษดาไป
นึกนอ้ งกรองมาไลย วางให้พีข่ า้ งทีน่ อน
กล่นิ หอมหวานซ่านขจร
พิกลุ บุนนาคบาน เหน็ จะวอนอ้อนพ่ชี าย
แม้นนชุ สดุ สายสมร บานบษุ บงส่งกล่นิ อาย
คลา้ ยกลิ่นผ้าเจ้าตราตรู
เตง็ แตว้ แกว้ กาหลง ดอกเป็นพวงร่วงเรณู
หอมอย่ไู มร่ ้หู าย ชชู น่ื จติ ต์คดิ วนิดา
มะลวิ ลั ย์พันจกิ จวง
หอมมาน่าเอ็นดู
ถอดความ : ดอกสายหยดุ ดอกพุทธชาติ บานเกล่อื นกลาดเต็มไปหมด นกึ ถงึ นอ้ งซ่งึ เคยร้อยมาลยั วางไว้
ขา้ งทนี่ อนใหพ้ ี่ ดอกพกิ ลุ ดอกบุนนาค ก็บานส่งกลน่ิ หอมหวานกระจายไปทัว่ หากน้องมาเหน็ ก็คง
ออ้ นวอนให้พีเ่ ก็บให้ ตน้ เตง็ ต้นแต้ว ตน้ แก้ว และตน้ กาหลง ตา่ งก็มดี อกบานหอม อบอวนไม่รหู้ าย
เหมอื นกลิน่ ผา้ ของน้อง มะลวิ ลั ยเ์ ลอ้ื ยพนั ตน้ จกิ ต้นจวง มดี อกเป็นพวง กลน่ิ หอมอ่อนๆชน่ื ใจทาให้นึก
ถงึ น้อง
ลาดวนหวนหอมตระหลบ กลน่ิ อายอบสบนาสา
นกึ ถวลิ กลิ่นบุหงา ราไปเจ้าเศร้าถงึ นาง
คิดพเ่ี ชยเคยกลนิ่ ปราง
รวยรินกลิ่นราเพย ห่อนแหห่างวา่ งเว้นวัน
นั่งแนบแอบเอวบาง ศรีเสาวภาคยห์ ลากหลายพรรณ
จะอ้อนพี่ชช้ี มเชย
ชมดวงพวงมาลี
วนดิ ามาด้วยกนั
ถอดความ : ดอกลาดวน ก็หอมตระหลบติดจมูก คดิ ถึงกลิ่นบุหงาราไปทนี่ อ้ งทา แลว้ เศร้าใจนัก
กลิน่ ดอกราเพย หอมรวยรินมากับสายลม ทาใหคดิ ถึงกลน่ิ แกม้ นอ้ ง ยามนง่ั แนบชดิ ไมเ่ คยเวน้ ว่าง
ห่างไกลกัน พีช่ มดอกไม้หลากหลายชนดิ แลว้ คิดวา่ หากนอ้ งมาด้วยคงอ้อนวอนใหพ้ ีช่ ่วยช้ชี มดอกไม้
ดว้ ยกัน
เหช่ มนก รอนรอนสุริยโอ้ อัษฎงค์
โคลง เรื่อยเร่ือยลับเมรุลง ค่าแล้ว
นชุ พี่ เพยี งแม่
กาพย์ รอนรอนจิตต์จานง คลบั คลา้ ยเรียมเหลยี ว
เร่ือยเรื่อยเรียมคอยแก้ว
ทิพากรจะตกต่า
เร่ือยเรื่อยมารอนรอน คานงึ หนา้ เจา้ ตาตรู
สนธยาจะใกลค้ ่า
ถอดความ : แดดรอนๆ ตอนตะวันตกดนิ ดวงอาทติ ย์กาลงั เลือ่ ยลับไปใกลค้ า่ แลว้ พระอาทติ ย์กาลงั จะ
ตกดิน เวลาจะใกลค้ า่ พ่กี ค็ ดิ ถงึ แต่หนา้ น้อง
เร่ือยเรื่อยมาเรียงเรียง นกบินเฉียงไปท้งั หมู่
ตัวเดียวมาพลัดคู่ เหมอื นพีอ่ ยู่ผู้เดียวดาย
คดิ บงั อรร่อนรากราย
เห็นฝูงยงู ราฟ้อน เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
สร้อยทองยอ่ งเยอื้ งกราย ชมกันอยสู่ ่สู มสมร
ห่อนเหน็ เจ้าเศร้าใจครวญ
สาลิกามาตามคู่ ไมน่ วลพกั ตร์เหมอื นทรามสงวน
แต่พนี่ ้ีอาวรณ์ ดง่ั นางฟ้าหนา้ ใยยอง
นางนวลนวลน่ารัก
แกว้ พี่นี้สุดนวล
ถอดความ : นกบินสงู เฉียงไปทงั้ ฝูงแตม่ ีอยูต่ วั หน่งึ ตอ้ งพลัดจากค่เู หมือนกับพ่ีท่ตี อ้ งอยูค่ นเดียว เห็น
นกยงู แพนขนอยู่กน็ ึกถึงน้องตอนทา่ เคล่อื นไหวที่มลี ีลาเหมือนกบั ไมเ้ ถาชนิดหน่งึ ทีก่ าลงั เยือ้ งกราย นกสาลิกา
มาตามค่ชู มกันเหมือนกับนางงามแต่พีน่ ้กี ็คิดกงั วลถึงนอ้ งแลว้ เศร้าใจ นกนางนวล งามผดุ ผ่องแต่หน้านั้นงามผุด
ผอ่ งเหมือนกับหน้าน้องที่งามผดุ ผ่อง เหมือนกบั นางฟา้ ท่หี นา้ ผุดผ่องเป็นยองใย
นกแกว้ แจ้วแจ่มเสียง จับไม้เรียงเคยี งคู่สอง
เหมือนพี่นปี้ ระคอง รับขวัญน้องตอ้ งมือเบา
เดินท่องเท่ียวเลย้ี วเหลี่ยมเขา
ไกฟ่ า้ มาตวั เดียว เปล่าใจเปล่ยี วเหลียวหานาง
เหมือนพรากจากนงเยาว์ เรียงจับไมไ้ ซ้ปีกหาง
เคยแนบขา้ งร้างแรมนาน
แขกเต้าเคล้าค่เู คยี ง สนั่นก้องซ้องเสียงหวาน
เรียมคนงึ ถงึ เอวบาง ปานเสยี งนอ้ งร้องสง่ั ชาย
ดุเหวา่ เจ่าจบั ร้อง
ไพเราะเพราะกังวาล
ถอดความ : นกแกว้ เสยี งแจ่มแจว้ อยบู่ นตน้ ไม้เคียงคกู่ ันเหมอื นกับพน่ี ้นั ประคองและรับขวญั นอ้ งต้อง
มอื เบา ไก่ฟา้ มาตวั เดยี วเดินเทย่ี วอยตู่ ามเขา เหมือนพ่พี รากจากนอ้ งทเ่ี ป็นทร่ี กั พี่น้นั ก็ร้สู กึ เปลา่ เปลยี่ วใจ
คิดถงึ น้อง
นกแขกเต้า อย่กู นั เป็นคอู่ ยู่บนตน้ ไมไ้ ซ้ปีกไซ้หางใหก้ นั พน่ี ั้นก็คดิ ถงึ ตอนท่พี น่ี ั้นไดก้ อดนอ้ งแบบแนบ
ชดิ เป็นเวลานาน นกดเุ หว่า ก็ร้องกนั เสยี งหวานสนนั่ กอ้ งไพเราะกงั วานปานเสยี งนอ้ งทพ่ี ดู กบั พ่ี
โนรีสีปานชาด เหมอื นช่างฉลาดวาดแตม้ กาย
ไม่เท่าเจ้าโฉมฉาย ห่มตาดพรายกรายกรมา
คอยหาคู่อย่เู อกา
สตั วานา่ เอน็ ดู ครวญหาเจ้าเศร้าเสยี ใจ
เหมือนพ่ที ีจ่ ากมา บ้างชมกันขันเพรียกไพร
ล้วนหลายหลากมากภาษา
ปักษีมีหลายพรรณ
ย่ิงฟงั วังเวงใจ
ถอดความ : นกโนรี สปี านชาดน้ันมลี วดลายทสี่ วยงาม แตก่ ็สวยไมเ่ ท่านอ้ งทหี่ ม่ ตาดทสี่ วยงามมาหาพี่
นกสตั วา น่าเอน็ ดูคอยหาคอู่ ยทู่ ุกเวลาเหมือนพ่ีน้นั ท่ตี ้องจากน้องมา พกี่ ค็ ดิ ถงึ นอ้ งจงึ เศรา้ เสยี ใจ นกนน้ั มี
หลายพรรณ ต่างก็ชมกนั ขนั เสียงในป่า พ่ิยิ่งฟังก็รู้สกึ วงั เวงใจดว้ ยความหลายหลากมากภาษาท่ีทาใหพ้ ่ี
นั้นเศรา้ ใจ
เหค่ รวญ เสียงสรวลระรี่นี้ เสยี งใด
โคลง เสียงนชุ พีฤ่ าใคร ใคร่รู้
นชุ พี่ มาแม่
กาพย์ เสียงสรวลเสยี งทรามวัย อื่นนัน้ ฤามี
เสียงบงั อรสมรผู้
เสยี งสรวลระรี่น้ี เสียงแกว้ พห่ี รือเสียงใครเสียง
สรวลเสยี งทรามวยั สุดสายใจพ่ีตามมา
ถอดความ : เสียงหัวเราะน้เี ป็นของใคร เสียงน้องของพี่หรือใคร พ่ีไม่รู้ เสยี งหัวเราะของนอ้ งเหมือนตาม
พี่มา เสียงของนางอันเป็นที่รักน้นั เพราะจนหาคนอืน่ เทยี บไมไ่ ด้ เสยี งหวั เราะน้เี สยี งแกว้ ใจ
พห่ี รือเสยี งใคร เสยี งหัวเราะเสยี งของนางผู้เป็นยอดรักเหมือนพ่ตี ามมา
ลมชวยรวยกลนิ่ นอ้ ง หอมเรื่อยต้องคลองนาสา
เคลอื บเคลน้ เห็นคลา้ ยมา เหลียวหาเจ้าเปลา่ วงั เวง
ทกุ คืนค่ายา่ อกเอง
ยามสองฆ้องยามยา่ เหมือนเรียมคร่ารา่ ครวญนาน
เสียงปี่ มีครวญเครง จนไก่แกว้ แว่วขันขาน
ฝนั เหน็ นอ้ งตอ้ งติดตา
ลว่ งสามยามไปแลว้ แสนกาสรดอดโอชา
มอ่ ยหลับกลับบันดาล อ่มิ โศกาหนา้ นองชล
เพรางายวานเสพรส จึงจาแคลว้ แกว้ โกมล
อมิ่ ทกุ ข์อ่มิ ชลนา ทุกขถ์ งึ เจ้าเศร้าเสียดาย
เวรามาทันแลว้
ให้แค้นแสนสุดทน
ถอดความ : ลมแผว่ ๆ ช่วยพดั กลนิ่ หอมของน้องเร่ือยมาจนถงึ จมูก เหลือบมองเห็นเหมือนเจา้ มาพอ
มองหากลับไม่เห็น ตีสองเสียงฆ้องดังบอกเวลา ทุกคืนพีอ่ ยูต่ ัวคนเดียว มเี สยี งปี่บรรเลงเหมือนเสยี งของ
น้องหญงิ ทพ่ี ีค่ ิดถึง ยามตสี ามใกลเ้ ช้าจนไกข่ ัน เมื่อหลบั ไปพี่กลบั ฝนั เห็นน้องตดิ ตาอยใู่ นฝันของพี่ เวลา
เชา้ จนถึงเยน็ พนี่ ้ีไม่วายเศร้าหมอง อดกินของรสอร่อย เพราะอ่ิมไปดว้ ยความทุกขอ์ ิ่มไปด้วยน้าตา อ่ิม
ความเศร้าโศกน้าตานองหน้า เวรกรรมตามมาทันแลว้ พี่จึงต้องจากเจา้ ทพ่ี รี่ กั คิดแล้วกแ็ คน้ ใจนัก ท่ีตอ้ ง
จากน้องมาเป็นทกุ ข์เศร้าเสียดายยิ่งนัก
งามทรงวงดงั่ วาด งามมารยาทนาดกรกราย
งามพริ้มยิม้ แย้มพราย งามคาหวานลานใจถวลิ
กล้ากลนื เข็ญเป็นอาจณิ
แต่เช้าเท่าถงึ เย็น ไม่เหมือนพที่ ตี่ รอมใจ
ชายใดในแผ่นดนิ
โคลง ถงึ เย็น
หมน่ ไหม้
เรียมทนทุกขแ์ ต่เช้า ทุกข์เท่า เรียมเลย
มาส่สู ขุ คนื เขญ็ ทกุ ขป์ ิ้มปานปี
ชายใดจากสมรเป็น
จากคู่วนั เดียวได้
ถอดความ : นางเปรียบเป็นดงั่ ภาพวาด งามทง้ั มารยาท รอยยม้ิ รวมทั้งคาพดู ของน้อง ไม่มีชายใดที่จะมา
ตรอมใจเหมือนพีท่ ่เี ฝ้าแต่คิดถงึ นอ้ ง พเ่ี ฝา้ แต่ทนทกุ ขต์ ้ังแตเ่ ชา้ ถึงเยน็ ทกุ วนั คนื เหมอื นตกนรกทงั้ เป็น
ผู้ชายคนไหนถา้ ไดจ้ ากหญิงอันเป็นท่ีรกั กต็ ้องทกุ ขเ์ หมอื นพ่ี จากกนั แคว่ นั เดยี วแตท่ กุ ข์เหมือนจากกนั
นบั ปี
คุณค่าท่ไี ด้รับ
คุณค่าทางด้านวรรณศลิ ป์
๑. รูปแบบสอดคลอ้ งกับเนอื้ หา
๒. ดเี ด่นทางด้านการพรรณนาใหเ้ ห็นภาพและให้อารมณค์ วามรู้สกึ ดี
๓. ศลิ ปะการแตง่ ดี มกี ลวิธพี รรณนาโดยใช้การอุปมา การเลน่ คา การใชค้ าท่ีแนะให้เหน็ ภาพ คาที่นา
ใหน้ ึกถึงเสยี ง คาท่ีแสดงอารมณต์ ่างๆ ไดด้ ี
คณุ คา่ ทางด้านสงั คม
๑. สะทอ้ นภาพชีวติ ของคนไทยในปลายกรงุ ศรีอยุธยาท่ใี ช้การสญั จรทางน้าเป็นสาคัญเน่อื งจาก
ประเทศไทยมแี มน่ ้าลาคลองมาก
๒. ให้ความร้เู กีย่ วกบั ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค และประเพณกี ารเหเ่ รือ
๓. สะทอ้ นให้เหน็ ขนบธรรมเนยี มประเพณี คา่ นิยม และความเชอื่ ของคนไทย เชน่ คา่ นยิ มเกี่ยวกับ
ความงามของสตรีวา่ จะตอ้ งงามพร้อมทงั้ รปู ทรง มารยาท ยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดจาไพเราะ ความ
เชือ่ เรื่องเวรกรรมตามหลกั พระพุทธศาสนา เป็นต้น
สมาชิกกล่มุ 1 ม.6/3
นายศุภกร ผวิ ศิริ เลขท่ี 1 (นาเสนอ)
(E book)
นางสาวแพรพชิ ญา ศริ ติ นั เลขที่ 5 (นาเสนอ)
นายอภสิ ิทธ์ิ บุญจันทร์ศรี เลขที่ 27 (PPT)
นางสาวเฌอมกิ า ถมครบรุ ี เลขที่ 28 (PPT)
(E book)
นางสาวภวนั รัตน์ พิชญะวศี ิลป์ เลขท่ี 30 (PPT)
(แบบทดสอบ)
นางสาวอรชพร แกน่ เรณู เลขท่ี 31 (นาเสนอ)
(แบบทดสอบ)
นางสาวอัญชุลี ปรียานนท์ เลขที่ 32 (แบบทดสอบ)
(แบบทดสอบ)
นางสาวนันท์นภัส สุขเกษม เลขที่ 34
นายกันตทตั ทับทมิ ดี เลขท่ี 37
นางสาวณชั ชานนั ท์ รื่นภาคลาภ เลขท่ี 38
นางสาวลกั ษกิ า นาควะรี เลขท่ี 39
นางสาวพรปวีณ์ โรยพิทักษเ์ ลิศ เลขที่ 47