The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จากประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันสําคัญของชาติไทย ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กําหนดว่า วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสําคัญของชาติไทยดังนี้

- เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
- เป็นวันชาติ
- เป็นวันพ่อแห่งชาติ

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาจึงเห็นควรให้มีการบำเพ็ญกุศล จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตรวจรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าบริการ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งได้จัดพิมพ์นิตยสาร MDC Health เพื่อนำเสนอบทความในด้านต่าง ๆ เผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ที่สนใจ โดยได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาลงพิมพ์บนปก และในบทความประวัติคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ซึ่งทางคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อนึ่งการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อมให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยในทุกด้านตลอดมาเป็นเวลาถึง ๗๐ ปี ซึ่งปกติเคยเปล่งสัจวาจาถวายพระพรชัยมงคลตราบจนปีที่ผ่านมาอันเป็นปีแห่งความอาดูรของปวงประชาชนชาวไทย มาบัดนี้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ก็ยังทรงสถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์กาล

ศาสตราจารย์เกียรติยศ นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ
รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

MDC Health คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ฉบับที่ 6 เดือนธันวาคม 2560

จากประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันสําคัญของชาติไทย ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กําหนดว่า วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสําคัญของชาติไทยดังนี้

- เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
- เป็นวันชาติ
- เป็นวันพ่อแห่งชาติ

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาจึงเห็นควรให้มีการบำเพ็ญกุศล จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติตรวจรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าบริการ และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งได้จัดพิมพ์นิตยสาร MDC Health เพื่อนำเสนอบทความในด้านต่าง ๆ เผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ที่สนใจ โดยได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาลงพิมพ์บนปก และในบทความประวัติคุณทองแดง สุนัขทรงเลี้ยง ซึ่งทางคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนาได้รับพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

อนึ่งการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปี เพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อมให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศไทยในทุกด้านตลอดมาเป็นเวลาถึง ๗๐ ปี ซึ่งปกติเคยเปล่งสัจวาจาถวายพระพรชัยมงคลตราบจนปีที่ผ่านมาอันเป็นปีแห่งความอาดูรของปวงประชาชนชาวไทย มาบัดนี้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ก็ยังทรงสถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์กาล

ศาสตราจารย์เกียรติยศ นายแพทย์สงคราม ทรัพย์เจริญ
รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา

Keywords: วัณโรค,โรคหัวใจ,ตรวจสุขภาพ

สรปุ เนอื้ งอกตบั เปน็ ภาวะหรอื โรคทพ่ี บบอ่ ย มที ง้ั ชนดิ ธรรมดาทพี่ บโดยบงั เอญิ
โดยไม่มีอาการและไม่ต้องการการรักษา และชนิดเน้ือมะเร็ง ท่ีอาจมีหรือไม่มี
อาการก็ได้ แตถ่ า้ มอี าการมกั จะมผี ลการรกั ษาไมค่ อ่ ยดี เพราะฉะนนั้ การตรวจคดั
กรอง ทราบปจั จยั เสย่ี ง หรอื ทราบอาการเบอ้ื งตน้ เพอ่ื การตรวจวนิ จิ ฉยั จะชว่ ยลด
หรอื ชะลอความรนุ แรงของโรคได้ และเพอ่ื การรกั ษาท่ีไดผ้ ลดที ี่สดุ

พญ.ลกั ษณา โชครงุ่ วรานนท์

ตารางออกตรวจ
วันจันทร ์ 17.00 - 20.00 น.
วันศกุ ร ์ 09.00 - 17.00 น.
กรณุ านดั หมายลว่ งหน้า เพอ่ื ความสะดวกในการเขา้ รบั บริการ
โทรศพั ท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

บรรณานุกรม
1. Marrero,J., Ahn,J., and Reddy, K.(2014). Am J Gastroenterol .http://www.grupuge.com.pt/uploads/
ACG_Guideline_Focal_Liver_Lesions_September_2014.pdf
2. https://en.wikipedia.org/wiki/Liver_tumor [2017,July8]
3. มูลนิธหิ มอชาวบา้ น. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มท่ี 334 คอลมั น์: สารานกุ รมทนั โรค. “มะเร็งตบั ”.(นพ.สุรเกียรติ
อาชานานุภาพ). [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: www.doctor.or.th. [17 ส.ค. 2016].
4. http://haamor.com (2017,Oct)
5. https://www.uptodate.com/contents/solid-liver-lesions-differential-diagnosis-and-evaluation

49

โรคโพรงกระดกู สนั หลงั ตีบแคบบรเิ วณเอว
(Lumbar Spinal Canal Stenosis)

ร้อยเอก นายแพทย์ ร่งุ รัฐ จติ ตการ
แพทยค์ ลนิ ิกศลั ยกรรมกระดกู และขอ้

D50ecember 2017 อาการปวดหลัง เป็นปัญหาท่ีคนเราเกือบทุกคน
จะมีโอกาสได้ประสบในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึงของชีวิต
เป็นปัญหาที่ทำ�ให้ผู้ป่วยไปพบแพทย์ท่ีคลินิก หรือโรง
พยาบาลเป็นอันดับต้น ๆ อาการปวดหลังเกิดขึ้นได้จาก
สาเหตุหลายอย่าง ตั้งแต่ความผิดปกติของกระดูกสัน
หลัง โครงสร้างหรืออวัยวะรอบ ๆ กระดูกสันหลัง เช่น
กลา้ มเนื้อ ระบบประสาท หลอดเลอื ด อวัยวะภายในตง้ั แต่
ไต ตับ ตลอดจนความผิดปกติของจิตใจ ความผิดปกติที่
เกิดกับอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ มีสาเหตุต้ังแต่ความผิดปกติ
ทางกายภาพของอวัยวะ เช่น กระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ
การทำ�งานหรอื การใช้งานทผ่ี ดิ ปกติ การบาดเจ็บ การเส่ือม
สภาพ การอักเสบ การติดเชื้อ เนื้องอกและมะเร็ง รวม
ไปถึงการเปล่ียนแปลงตามโรคหรือสภาวะของร่างกาย
สาเหตุท่ีพบบ่อยท่ีสุดจะเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
และเส้นเอน็ และการเสอื่ มของหลงั ตามอายุ

โรคโพรงกระดกู สันหลังตีบแคบบริเวณเอว (Lumbar spinal canal stenosis) เปน็ โรคทพี่ บไดบ้ อ่ ยมากในผู้ปว่ ยอายุ
มากกวา่ 50 ปี ทม่ี าพบแพทยด์ ว้ ยอาการปวดหลงั และปวดขาขา้ งใดขา้ งหนงึ่ หรอื ทง้ั สองขา้ ง พบในเพศหญงิ มากกวา่ เพศชาย
ซึง่ จากการศึกษาในปจั จบุ ันนี้ สาเหตขุ องโรคมี 2 สาเหตหุ ลกั ๆ (รูปท่ี 1)
1. โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบตั้งแต่กำ�เนิด (congenital/developmental spinal canal stenosis) ผู้ป่วยมีขนาด
เส้นผา่ นศนู ย์กลางของโพรงกระดกู สันหลังตบี แคบอยู่แล้ว (น้อยกว่า 10 มม.) ได้แก่ โรคเตี้ยแคระ (achondroplasia,
Dwarfism) โรคกระดูกพรุน (osteopetrosis) เปน็ ต้น
2. โพรงกระดกู สันหลงั ตบี แคบภายหลงั (acquired spinal canal stenosis) ผู้ป่วยมขี นาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางของ
โพรงกระดกู สนั หลงั ปกติ แตเ่ รมิ่ ตบี แคบลงเมอ่ื มอี ายทุ เี่ พม่ิ มากขนึ้ สาเหตหุ ลกั ทพ่ี บบอ่ ยทสี่ ดุ ของ acquired stenosis คอื
โพรงกระดกู สันหลังตบี แคบจากข้อต่อกระดกู สันหลงั เส่อื ม (degenerative lumbar spinal canal stenosis)

รูปท่ี 1 สาเหตุของโรคโพรงกระดกู สันหลงั ตบี แคบ
(ปรบั แตง่ จาก Mooney V. Differential diagnosis of low back pain disorders: Principles of classification. In: Frymoyer JW, et al, editors. The Adult

Spine Principles and Practice. Vol. 2. New York: Raven press; 1991. p 1562)

51

ผู้ป่วยมักมีอาการปวดหนัก ๆ บริเวณเอว บั้นท้าย รปู ท่ี 2 “shopping cart”
สะโพก ร้าวลงต้นขา อาการปวดหนักบริเวณน่องและขา
จะเป็นมากในขณะที่ผู้ป่วยยืนหรือเดินนาน ๆ และแอ่นตัว
ไปทางด้านหลัง อาการปวดจะดีข้ึนหากนั่งพักและก้มตัว
ไปทางด้านหน้า (pseudoclaudication หรือ intermittent
neurogenic claudication) จึงจะทำ�ให้มีอาการดีขึ้น
จนสามารถยนื หรอื เดนิ ตอ่ ไปไดห้ รอื “shopping cart” (รปู ท่ี 2)
บางคนอาจมีอาการชา และอ่อนแรงท่ีขา อาการท่ีรุนแรง
ทสี่ ุดของโพรงกระดูกสันหลงั ตีบแคบบริเวณเอว คอื อาการ
กล้ันอจุ จาระและปสั สาวะลำ�บาก ทเี่ รียกวา่ Cauda equina
syndrome ; CES

โดยทว่ั ไป การตรวจรา่ งกายของกระดกู สนั หลงั และระบบประสาท มกั จะพบวา่ ปกติ อาการปวดหนกั ลงขา จะเปน็ มาก
หากใหผ้ ปู้ ว่ ยเดนิ สกั พกั หนง่ึ ผปู้ ว่ ยทมี่ อี าการรนุ แรงอาจตรวจพบการออ่ นแรงของกลา้ มเนอ้ื ไมร่ บั รคู้ วามรสู้ กึ (hyporeflexia)
หากมอี าการชาบรเิ วณรอบทวารหนกั และกลา้ มเนอ้ื รทู วารหนกั ออ่ นแรง จะเปน็ อาการของ Cauda equina syndrome ; CES

การตรวจทางภาพรังสี ในปัจจุบันยังคงแนะนำ�ให้ส่งเอกซเรย์กระดูกสันหลังส่วนเอวในท่ายืน ท้ังด้านหน้า-หลัง
ดา้ นขา้ ง และ/หรือ ดา้ นเอยี ง (Plain X-rays of LA spine - AP, lateral, oblique view) อาจพบความผดิ ปกติ เชน่
การแอ่นตัวของกระดูกสันหลังส่วนเอวที่ลดลง (loss of lumbar lordotic curve) การตีบแคบของช่องหมอนรอง
กระดูกสันหลัง (narrowing of intervertebral disc space) เปน็ ต้น อาจมกี ารส่งตรวจ lateral flexion-extension view
เพ่ิมเติมในผู้ป่วยบางราย เพื่อช่วยประเมินภาวะความไม่ม่ันคงของกระดูกสันหลัง (segmental spinal instability)
ซึ่งเกิดจากการเส่ือมสภาพของข้อต่อกระดูกสันหลังนั่นเอง ส่วนเอกซเรย์คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เป็น imaging of
choice ในการวนิ จิ ฉัยโรคโพรงกระดกู สันหลงั ตบี แคบ

5D2ecember 2017

การรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลงั ตบี แคบ มีอยู่ 2 หลกั คอื การรกั ษาแบบไม่ผา่ ตดั และการรกั ษาแบบผา่ ตดั ซงึ่ ส่วน
ใหญแ่ ล้ว ประมาณ 80 % ของผ้ปู ว่ ยโรคโพรงกระดูกสนั หลงั สว่ นเอวตีบแคบ รักษาได้ผลดโี ดยวิธกี ารรักษาแบบไม่ผา่ ตัด
ซึ่งหลัก ๆ จะประกอบไปด้วย การสังเกตอาการ นอนพัก (ไม่ควรเกิน 2 วัน) ปรับพฤติกรรม ให้ยากลุ่ม NSAIDs
เพื่อบรรเทาอาการปวด 1-2 สัปดาห์ และใช้ยากลุ่ม Gabapentin หรือ Pregabalin ร่วมดว้ ย สำ�หรับอาการปวดที่เกดิ จาก
เส้นประสาท ซึ่งในปจั จุบนั น้ีถอื วา่ การใช้ Pregabalin ร่วมกบั NSIADs ได้ผลดกี ว่าการรักษาโดยใช้ NSIADs อยา่ งเดยี ว
ทำ�กายภาพบำ�บดั (core stabilization exercise program along with good aerobic fitness) นอกจากน้ันกม็ กี ารฉดี ยา
เข้าที่โพรงกระดูกสันหลัง (Epidural Steroid Injection-ESI) เป็นวิธีการท่ีไมต่ อ้ งผ่าตัด เพื่อบรรเทาอาการ เพอ่ื หาสาเหตุ
ของอาการปวดหลัง โดยกำ�หนดระดับของข้อกระดูกสันหลัง จากอาการปวดด้วยการตรวจร่างกายเอกซเรย์เอ็มอาร์ไอ
เพื่อค้นหาจุดท่ีทำ�ให้เกิดอาการปวด เป็นการฉีดยาผสมระหว่างคอร์ติโคสเตียรอยด์ และยาชาฉีดเข้าไปในโพรงกระดูก
สนั หลงั หรอื ใกลก้ บั บรเิ วณทมี่ อี าการปวด โดยการใชเ้ ครอ่ื งเอกซเรยช์ นดิ เคลอ่ื นที่ได้ เพอ่ื ตรวจสอบตำ�แหนง่ ทถ่ี กู ตอ้ งของ
เขม็ และยืนยนั ตำ�แหนง่ โดยการฉีดสีสารทึบแสงเอกซเรย์ ซงึ่ จะให้ประสิทธผิ ลดีที่สดุ เม่อื ทำ�ร่วมกับกายภาพบำ�บดั และ/
หรือโปรแกรมการออกกำ�ลังกายทบี่ ้าน เพือ่ สรา้ งความแข็งแรงใหแ้ ก่กลา้ มเนอ้ื หลงั สำ�หรับผูป้ ว่ ยทอี่ าการปวดบรรเทาลง
มากแล้ว การรักษาเพิ่มเตมิ หรือการผา่ ตดั อาจไมจ่ ำ�เป็นก็ได้

ใครคอื ผทู้ ่ีควรเข้ารบั การฉดี ยาเขา้ ท่ีโพรงกระดกู สันหลงั (Epidural Steroid Injection-ESI)
1. ผู้ปว่ ยที่แพทย์แนะนำ�ใหเ้ ข้ารับการฉดี ยาเข้าที่โพรงกระดกู สันหลงั
2. ผทู้ ม่ี ีอาการปวดจนกระทั่งไม่สามารถใช้ชวี ติ ประจำ�วนั ตามปกติได้
3. ผ้ทู มี่ อี าการปวดรบกวนการนอนหลับ
4. ผู้ปว่ ยที่ไมป่ ระสบผลสำ�เรจ็ จากการรักษาแบบอื่น ๆ เช่น ยารับประทานและเวชศาสตร์ฟืน้ ฟู
5. ผทู้ ่ีมคี วามเสี่ยงสงู จากการผา่ ตัด

53

การฉดี ยาเข้าที่โพรงกระดกู สันหลัง (Epidural Steroid Injection-ESI)

การรกั ษาแบบผา่ ตดั นน้ั มขี อ้ บง่ ชี้ในการผา่ ตดั คอื ระยะทางทเี่ ดนิ ไดห้ รอื เวลาทยี่ นื สน้ั ลง (จนผปู้ ว่ ยไมส่ ามารถทนได)้
กลา้ มเนอื้ ขาไมม่ แี รง บางรายอาจสญู เสยี ประสาทสมั ผสั ทขี่ าและเทา้ เมอ่ื ขาเหยยี ดตรงแลว้ จะยกขาไดล้ ำ�บาก มอี าการปวด
หลงั อยา่ งมากและเรอื้ รงั ล้มเหลวจากการรักษาแบบไม่ผ่าตดั (3-6 เดอื น) ผปู้ ่วยมีคณุ ภาพชวี ิตทแี่ ยล่ ง (Impair quality
of life;Instability) โดยหลกั แลว้ การผ่าตัดส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย
• การใส่ Interspinous devices
• การผา่ ตัดเพ่ือขยายโพรงไขสันหลงั ทั้งแบบ Lumbar microdiscectomy การผ่าตดั โรคหมอนรองกระดกู สนั หลงั
สว่ นเอว เคลื่อนกดทบั รากประสาทโดยใช้ tubular retractor Endoscopic decompression ส่องกลอ้ ง และเปิดแผล
• การผา่ ตัดเพอื่ ขยายโพรงไขสนั หลงั และเช่อื มกระดูกสันหลงั เข้าดว้ ยกนั โดยไมใ่ สอ่ ุปกรณ์โลหะเพื่อยึดข้อ
• การผา่ ตดั เพ่ือขยายโพรงไขสนั หลัง และเชอ่ื มกระดูกสนั หลงั เข้าดว้ ยกนั โดยใส่อปุ กรณ์โลหะเพือ่ ยดึ ขอ้ รว่ มดว้ ย
• การผ่าตัดเพื่อขยายโพรงไขสันหลัง และเช่ือมกระดูกสันหลัง เข้าด้วยกันโดยใส่อุปกรณ์โลหะเพ่ือยึดข้อร่วมกับ
หมอนรองกระดกู เทยี ม เพอ่ื ยดึ ขอ้ กระดกู สนั หลงั ทำ�ใหก้ ระดกู เกดิ การประสานเชอ่ื มกนั (Lumbar interbody fusion) ดว้ ย
เช่น TLIF, PLIF, OLIF, XLIF, DLIF, ALIF

การผ่าตดั โรคโพรงประสาทตีบแคบผา่ นกลอ้ งเอ็นโดสโคป (Endoscopic decompression)

D54ecember 2017

การผา่ ตัดยึดตรงึ กระดูกสันหลังเข้าดว้ ยกัน ร่วมกับ โพรงประสาทตบี แคบ
และหมอนรองกระดกู เทียมมายึดขอ้ กระดกู สนั หลังทำ�ใหก้ ระดกู เกิดการประสานเช่อื มกนั

ร.อ.นพ. รงุ่ รฐั จิตตการ 55

ตารางออกตรวจ
วนั พธุ 17.00 - 20.00 น.

วนั อาทิตย์ 09.00 - 17.00 น.
กรณุ านดั หมายล่วงหน้า เพ่อื ความสะดวกในการเข้ารบั บริการ
โทรศัพท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

การฟืน้ ฟูภาวะปวดจากกระดูก ข้อและกล้ามเน้อื ที่พบบ่อย
(Rehabilitation in Common Musculoskeletal Pain)

ศาสตราจารย์ แพทยห์ ญิง อารรี ตั น์ สพุ ทุ ธธิ าดา
แพทย์คลินิกเวชกรรมฟืน้ ฟู

ร่างกายของมนุษย์เรามีการใช้งาน

กันอยู่ตลอดเวลา ทำ�ให้เกิดการหด
เกร็งเสื่อมสภาพ อกั เสบของกลา้ มเนอ้ื
เสน้ เอน็ ขอ้ ตอ่ และกระดกู จนเกดิ “อาการ
ปวด” ตามมาได้ อาการปวดหลงั ปวดคอ
ปวดไหล่ ปวดเข่า ปวดตามกระดูกและ
กลา้ มเนอ้ื เปน็ อาการทพ่ี บบอ่ ย พบไดก้ บั
ทกุ อาชพี ทกุ เพศ ทกุ วยั พอ ๆ กบั โรคหวดั
ประสบการณ์ของการปวดแต่ละคนจะ
แตกตา่ งกนั บางคนกแ็ คเ่ มอ่ื ย ๆ บางคน
ปวดเปน็ ๆ หาย ๆ บางคนปวดรนุ แรงจน
ลุกเดินไม่ได้หรือประกอบกิจวัตรประจำ�
วนั ไมไ่ ดเ้ ลย

5D6ecember 2017

อากา••••••••••••••รตเหปชปปเปปปมนเปดา่ วจาเีินงวววววววล่ังียบ็สปดดดดดดดคังนนๆฝียลนไเเเขหแกุ าศมมมหา่งาอ้ทเขนลิ้วเใรีขืื่อ่ออ่ืลยมศง็พ่ีทงันษา่ยยยๆ่นือรอ้าบเไไขะตตา้วิ้ขตหมกแๆบยนวม้นน้่าไอลไ่ลไับ่อด้วิดทือคแนปต่เว้ยงหแ้้ี่เวขอเขสิดนหออรกลชนๆาะควือง่ัรค่้าาไโือแ้าเปอทบงมพเองนลอมแ่มล่เีาก้ียเรวิ้้วหงื่อขีแาหเม่ิวเลคยรปยง็รยทตเุกอืรแงน็ดียา้วัเๆง้ัไเขอบินดไมหคมนห้ียาไข่ยลฯมไ่งวร้นึยีื่นดลคอืค่อดไ้ฯรตออเสเขง้ั งึกไข้ มา่ า่ ๆอ่ได่อห้นลังปว ด เข่า

สำ�หรบั ในทน่ี จ้ี ะกลา่ วถงึ แนวทางการรกั ษาอาการปวดเฉพาะทพ่ี บบอ่ ยทค่ี ลนิ กิ เวชกรรมฟน้ื ฟู

การรกั ษาทางเวชศาสตร์ฟืน้ ฟูในภาวะปวดคอและปวดหลัง

1. การรกั ษาด้วยยา ได้แก่ ยาตา้ นการอักเสบและยาคลายกลา้ มเน้อื การใหย้ านจ้ี ะใหเ้ พยี งระยะสั้นเท่าน้ัน เนื่องจาก
พึงระวังฤทธิข์ า้ งเคียงของยา
2. การคลายกล้ามเน้ือเฉพาะจุดด้วยปลายเข็ม ในกรณีท่ีมีกล้ามเนื้อเฉพาะมัดเกร็งจนเป็นจุดกดเจ็บหรือเป็นก้อน
หรอื เป็นลำ�ซึ่งจะปวดลกึ ๆ รา้ ว ๆ เม่ือย ๆ ทเี่ รยี กวา่ กลมุ่ อาการปวดแบบมัยโอแฟสเชยี ล (myofascial pain syndrome)
สามารถทำ�ได้บ่อยจนกระทั่งใยกล้ามเน้ือท่ีหดตัวแข็งเป็นจุดกดเจ็บหรือก้อนกล้ามเน้ือน้ันคลายตัวออกหมดและสามารถ
รกั ษาดว้ ยคลน่ื กระแทก หรอื ชอ็ คเวฟ (Extracorporeal Shockwave Therapy) และเครอื่ งเลเซอรค์ วามถสี่ งู (High Power
Laser Therapy) ได้
3. การใชเ้ ครอ่ื งมอื กายภาพบำ�บดั ได้แก่ แผน่ เย็น แผ่นรอ้ น ความรอ้ นลกึ ชนิดอัลตรา้ ซาวด์ (Ultrasound Therapy)
หรือคลนื่ ช๊อตเวฟ (Shortwave Therapy) ไฟฟา้ กระตุ้น (Electrical Current Therapy) ชนดิ ตน้ื คือ เครอื่ งเทนส์ (TENS :
Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation) ชนิดลกึ คือ เคร่อื งไอเอฟ (IF : Interferential Current Stimulation) เพื่อ
ชว่ ยลดปวดและลดอักเสบ คลายการเกรง็ ของกลา้ มเน้ือ ทำ�ใหข้ อ้ ตอ่ ยดื หย่นุ ไดด้ ีขึน้ การดงึ คอและดึงหลงั เพอ่ื ช่วยแยก
เอาหนิ ปนู ที่กดรากประสาทหรือเนื้อเย่อื รอบ ๆ ออกจากกนั ใช้ในกรณกี ระดกู คอหรือกระดกู หลังเส่อื ม

4. ปลอกพยุงคอและเส้ือพยุงกระดูกสันหลัง ใช้ในกรณีท่ีมีการบาดเจ็บที่บริเวณเน้ือเย่ือรอบกระดูกคอหรือกระดูก
สันหลงั ควรใช้ระยะส้ัน ๆ เน่อื งจากระวังการเกิดข้อยึดติดและกลา้ มเนือ้ อ่อนแรงหลงั จากใช้ไปนาน ๆ

57

5. การสอนทว่ งทา่ ในชวี ติ ประจำ�วนั ทถี่ กู ตอ้ ง เลยี่ งการกม้ คอหรอื เงยคอนาน ๆ หมอนทใี่ ช้ในการนอนควรถกู สขุ ลกั ษณะ
คอื มสี ่วนทร่ี องรับสว่ นโค้งของกระดูกคอ และไม่สูงหรอื ไม่ตำ่ �จนเกินไป เลี่ยงการยกของหนัก การกม้ ๆ เงย ๆ หลงั
6. การบริหารคอเพื่อการบำ�บัดรกั ษา มีดงั นี้
6.1 หมนุ คอช้า ๆ เมือ่ มอี าการปวดคอกลา้ มเนือ้ คอ มกั จะเกดิ อาการเกรง็ จนคอแข็งเคลอื่ นไหวไมไ่ ดอ้ ยรู่ ะยะ
หนึ่ง ในช่วงแรก จะยังไม่แนะนำ�ให้บริหารคอ เม่ือรักษาไปแล้วระยะหนึ่งอาการเกร็งลดลง ควรแนะนำ�ให้คนไข้เริ่ม
บริหารคอ โดย mobilization exercise คือการเคลอื่ นไหวข้อ ได้แก่ การก้มคอ เงยคอ เอยี งคอ และหนั คอชา้ ๆ ท่าละ
5-10 คร้งั ดังแสดงในรปู ท่ี 1

รูปที่ 1 การบรหิ ารโดยการหมุนคอช้า ๆ

กรณีทีม่ กี ารหดรงั้ ของเนอ้ื เย่อื รอบ ๆ คอแล้ว ต้องมกี ารทำ�การยดื กลา้ มเน้อื รว่ มดว้ ย โดยเอามือข้างหนงึ่ ยึดเก้าอ้ีไว้
มอื อีกข้างหนึ่งออ้ มขา้ มศรี ษะมาดึงใหก้ ้มเต็มที่ เงยเต็มที่ เอยี งคอเต็มที่และหันคอคา้ งไว้ทกุ ท่านบั 1-10 ทา่ ละ 20 ครัง้
การยืดน้ีใช้มากในภาวะที่มีจุดกดเจ็บของกล้ามเน้ือในกลุ่มอาการปวดแบบมัยโอแฟสเชียล เพื่อทำ�การยึดกล้ามเน้ือมัดท่ี
มพี ยาธิสภาพใหค้ ลายตวั มากที่สุด
6.2 เพมิ่ ความแขง็ แรงของกลา้ มเนอ้ื รอบคอ ชว่ ยพยงุ กระดกู คอไว้ไม่
ใหร้ บั บาดเจ็บตอ่ ไปในอนาคตได้งา่ ย จึงเป็นการป้องกนั การปวดคอหลงั
การรักษาได้ด้วย โดยการใชม้ ือตา้ นให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ก้มคอ
เงยคอ เอยี งคอ หมนุ คอ คา้ งไวน้ บั 1-10 ทา่ ละ 20 ครง้ั ดงั แสดงในรปู ท่ี 2

รปู ท่ี 3 ยึดกลา้ มเนอ้ื หลัง รูปท่ี 2 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเน้ือรอบคอ

7. การบริหารสำ�หรบั ผปู้ ่วยปวดหลงั มที า่ พนื้ ฐาน ดงั น้ี
7.1 การยืดกล้ามเน้ือหลงั โดยนอนหงายเอามอื
สอดใต้เขา่ 2 ขา้ ง คอ่ ย ๆ ดงึ เข่าท้ัง 2 ข้างขึน้ มาชดิ หนา้ อก
คา้ งไว้ นบั 1-10 แลว้ พกั ทำ�วันละ 20 ครง้ั ดงั แสดงในรปู
ที่ 3 ในผปู้ ว่ ยทอ่ี ว้ น หนา้ ทอ้ งหนา หรอื หลงั มกี ลา้ มเนอ้ื เกรง็
มาก ๆ ในระยะแรกอาจยังทำ�ท่าน้ีไมไ่ ด้ ใหด้ งึ เขา่ เข้ามาชิด
หน้าอกทลี ะขา้ งก่อน

D58ecember 2017

7.2 การเพิม่ ความแขง็ แรงของกลา้ มเนื้อหนา้ ทอ้ ง กล้ามเนอ้ื สะโพก และกล้ามเน้ือหลัง มที ่าพ้นื ฐาน 2 ทา่ ดังนี้
7.2.1 Pelvic Tilting Exercises โดยนอนหงาย งอสะโพกและชนั เขา่ 2 ขา้ งขน้ึ ดงั แสดงในรปู ท่ี 4.1 ตอ่ มากด

กระดูกสนั หลงั ในตดิ พื้น ดังแสดงในรปู ที่ 4.2 และขมิบก้น ยกกน้ ลอยข้ึนโดยหลงั ยังแนบติดพนื้ ดงั แสดงในรูปที่ 4.3
เกรง็ ค้างไว้ นบั 1-10 แล้วพกั ทำ�วนั ละ 20 คร้ัง การบริหารทา่ น้ถี า้ ทำ�ถกู ต้องจะรสู้ กึ เกรง็ 3 จดุ คอื หน้าท้อง สะโพกและ
ต้นขาดา้ นหลัง เปน็ การเพิม่ ความแข็งแรงของกลา้ มเนื้อหน้า สะโพก และต้นขา

รูปท่ี 4.1 ขั้นแรก นอนหงายงอสะโพก ชันเขา่ 2 ข้าง
รปู ท่ี 4.2 ขนั้ สอง กดหลงั ใหต้ ดิ พ้ืน
รูปที่ 4.3 ขั้นสดุ ทา้ ย ขมบิ กน้ ยกก้นลอยข้ึนโดยหลงั ยังติดพ้ืน
รปู ที่ 4 Pelvic tilting exercises

7.2.2 Straight leg raising exercise ออกกำ�ลงั กล้ามเนอ้ื หนา้ ท้องสว่ นล่าง โดยนอนหงาย งอสะโพกและ
เขา่ เท้า 2 ขา้ งวางราบกบั พนื้ เหยียดขาขา้ งหน้าตรงพรอ้ มกับกระดกปลายเทา้ ขนึ้ ดังแสดงในรูปที่ 5 ระวังไมค่ วรยกขา
2 ขา้ งขน้ึ พรอ้ มกัน เพราะจะทำ�ให้หลงั แอ่น ปวดหลังได้

รปู ท่ี 5 Straight leg raising exercise

การรกั ษาทางเวชศาสตร์ฟ้ืนฟูในภาวะปวดไหล่

ควรเร่ิมรักษาให้เร็วท่ีสุดก่อนท่ีไหล่จะติดแข็ง เข้าสู่ระยะของไหล่ติด (frozen shoulder) ซ่ึงเป็นระยะที่ใช้เวลาการ
รักษานานมาก
1. การรกั ษาด้วยยา ไดแ้ ก่ ยาต้านการอักเสบและยาคลายกล้ามเนอื้ การให้ยาน้จี ะใหเ้ พียงระยะสัน้ เทา่ น้นั เน่อื งจาก
พึงระวังฤทธ์ขิ ้างเคียงของยา

59

2. การคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุดด้วยปลายเข็ม
ในกรณีท่ีมีกล้ามเนื้อเฉพาะมัดเกร็งจนเป็นจุดกดเจ็บ หรือ
เป็นก้อน หรอื เป็นลำ�ซึง่ จะปวดลกึ ๆ รา้ ว ๆ เมื่อย ๆ ท่ีเรียก
วา่ กลมุ่ อาการปวดแบบมัยโอแฟสเชยี ล (myofascial pain
syndrome) สามารถทำ�ไดบ้ ่อย จนกระทั่งใยกล้ามเน้อื ท่หี ด
ตัวแข็งเป็นจุดกดเจ็บ หรือก้อนกล้ามเน้ือนั้นคลายตัวออก
หมด และสามารถรักษาด้วยคล่ืนกระแทก หรือช็อคเวฟ
(Extracorporeal Shockwave Therapy) และเครอ่ื งเลเซอร์
ความถส่ี งู (High Power Laser Therapy) ได้

3. การใชเ้ ครอื่ งมอื กายภาพบำ�บดั ไดแ้ ก่ แผน่ เยน็ แผน่
รอ้ น ความรอ้ นลกึ ชนดิ อลั ตรา้ ซาวด์ (Ultrasound Therapy)
หรือ คลน่ื ช๊อตเวฟ (Shortwave Therapy) ไฟฟา้ กระต้นุ
(Electrical Current Therapy) ชนิดตื้นคือเคร่ืองเทนส์
(TENS : Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation)
ชนิดลึก คือ เครื่องไอเอฟ (IF : Interferential Current
Stimulation) เพ่ือช่วยลดปวดและลดอักเสบ คลายการ
เกรง็ ของกลา้ มเนอื้ ทำ�ให้ขอ้ ต่อยืดหย่นุ ไดด้ ีข้ึน
4. ดดั ไหลแ่ ละดึงยดื
5. อาจทำ�การสกัดกั้นเส้นประสาทด้วยยาชา โดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์นำ�ทาง (nerve block with ultrasound
guidance) และทำ�การเคล่ือนไหวขอ้ และดงึ ยดื (range of motion with stretching) กรณที ่ีไหล่ยึดติดมากซึ่งต้องทำ�โดย
แพทยผ์ ้ชู ำ�นาญ
6. ทว่ งท่าทถ่ี กู ต้องในชีวติ ประจำ�วัน โดยเลีย่ งการห้วิ ของหนัก การอมุ้ เดก็ การแบกของบนบ่า การเออื้ มมือหยบิ
ของ ฯลฯ ซึ่งท่าเหล่านท้ี ำ�ใหเ้ กดิ แรงกระชากและอักเสบที่เสน้ เอ็นรอบหัวไหลไ่ ด้
7. การออกกำ�ลังกายหัวไหล่ ท่ีคลินิกฯ จะให้ผู้ป่วยดึงรอก (pulley) และหมุนวงล้อ (wheel) เพ่ือดึงยืดเอ็นและ
เน้อื เยอื่ รอบหัวไหล่ และสอนโปรแกรมการออกกำ�ลงั เพอ่ื เพ่มิ พิสยั การเคล่ือนไหวของข้อไหล่ ดังนี้
ทา่ ท่ี 1 Pendulum หรอื Codman’s exercise ใช้ในระยะที่เพ่งิ หายจากขอ้ ไหล่อกั เสบใหม่ ๆ โดยการให้คนไขย้ นื
ข้างโต๊ะ ห้อยแขนข้างท่ีปวดไหล่ ให้นำ้ �หนักของแขนเป็นตัวถ่วงให้กระดูกต้นแขนแยกออกจากหัวไหล่ หมุนลำ�ตัวเป็น
วงกลม โมเมนตมั ของการหมนุ จะทำ�ให้แขนหมนุ ด้วย จงึ เปน็ การเคลอ่ื นไหวของข้อไหลไปในตัวด้วย ระยะแรกไมค่ วรถือ
ตุ้มนำ้ �หนกั เม่ืออาการปวดดขี ้ึนมาก แลว้ จึงถือตมุ้ น้ำ�หนกั เพอื่ เพ่มิ แรงดงึ เอน็ ห้มุ ขอ้ รอบหวั ไหล่ ทำ�ให้เคลอ่ื นไหวข้อไหล่
ได้มากข้นึ เม่อื อาการปวดดขี ้ึน ใหแ้ กว่งแขนเป็นวงกลมอยา่ งช้า ๆ โดยขยายวงกว้างข้ึนเรื่อย ๆ ดงั รูปท่ี 6

รปู ท่ี 6 Pendulum หรือ Codman's exercise

D60ecember 2017

ท่าที่ 2 ไต่ผนงั จะเปน็ การเพมิ่ การงอ (flexion) และกางออกด้านขา้ ง (abduction) ของหวั ไหล่
ท่าท่ี 2.1 เพมิ่ การงอ (flexion) ยืนกางขาเล็กนอ้ ยหนั หน้าเข้าหากำ�แพง โดยใหป้ ลายเทา้ หา่ งจากกำ�แพงประมาณ
1 ฟุต ยกแขนขา้ งท่มี ีปัญหาปวดไหล่ขึน้ ทางด้านหนา้ ไต่กำ�แพงขน้ึ ไปจนสดุ จากนัน้ ค่อย ๆ ขยบั ตัวใกล้กำ�แพงมากข้ึน
เพอื่ ยกแขนไดส้ ูงขึ้น ขยบั ตัวจนกระท่งั ปลายเท้าชดิ กำ�แพงค้างไวน้ ับ 1 ถงึ 10 ทำ�เชน่ นีว้ นั ละ 20 ครง้ั ดงั รูปท่ี 7.1
ทา่ ที่ 2.2 เพิม่ การกางออกด้านข้าง (abduction) ยนื กางขาเล็กน้อย หันลำ�ตวั ขา้ งทม่ี ปี ญั หาปวดไหลเ่ ข้าหากำ�แพง
ยืนหา่ งจากกำ�แพงประมาณ 1 ฟุต กางแขนขน้ึ ไต่กำ�แพงไปจนสดุ จากน้ันค่อย ๆ ขยับตัวเขา้ ใกลก้ ำ�แพงมากขึ้นจนกระทั่ง
ปลายเทา้ ชิดกำ�แพง ค้างไวน้ ับ 1 ถงึ 10 ทำ�เช่นนวี้ นั ละ 20 คร้งั ดงั รปู ท่ี 7.2

รูปที่ 7.1 เพิม่ การงอ (flexion) ของไหล่ รปู ท่ี 7.2 เพิ่มการกางออกด้านขา้ ง (abduction) ของไหล่

ทา่ ท่ี 3 ดงึ ผา้ ขนหนจู ะเปน็ การเพมิ่ การหมนุ เขา้ ดา้ นใน (internal rotation) ของหวั ไหลย่ นื กางขาเลก็ นอ้ ยมอื ทงั้ 2 ขา้ ง
จบั ผา้ ขนหนทู างดา้ นหลงั ดงั รปู โดยมอื ขา้ งที่มีปัญหาปวดไหลอ่ ยูข่ า้ งล่าง อกี ขา้ งจบั ผา้ ด้านบนไว้ ใช้มอื บนดงึ ผ้าขนึ้ มอื
ล่างจะถูกดึงตามมา จนกระท่งั เรมิ่ ตึงไหลใ่ หค้ า้ งไว้ นบั 1-10 ทำ�เช่นนวี้ ันละ 20 ครงั้ ดังรปู ท่ี 8

รูปท่ี 8 เพม่ิ การหมนุ เข้าดา้ นใน (internal rotation) ของหัวไหล่

ท่าท่ี 4 จับโต๊ะย่อเข่า เพ่ิมการเหยียดไปด้านหลัง (extension) ของหัวไหล่ยืนหันหลังติดกับโต๊ะ สองมือจับขอบ
โต๊ะไว้ให้ม่ัน พยายามย่อเข่าทั้ง 2 ข้างลงอย่างช้า ๆ เพ่ือให้เกิดการเคล่ือนไหวของข้อไหล่ในท่าเหยียดไปด้านหลัง
คา้ งไว้นับ 1-10 ทำ�เช่นนี้วนั ละ 20 คร้ัง ดงั รปู ที่ 9
***หา้ มทำ�ท่านี้ในผู้ปว่ ยทมี่ อี าการปวดขอ้ เข่าร่วมด้วย

รปู ท่ี 9 เพมิ่ การเหยยี ดไปด้านหลงั (extension) ของหวั ไหล่

61

การรักษาทางเวชศาสตร์ฟน้ื ฟใู นภาวะปวดเข่า

1. การรกั ษาดว้ ยยา ไดแ้ ก่ ยาตา้ นการอกั เสบและยาคลายกลา้ มเนอ้ื การใหย้ านจ้ี ะใหเ้ พยี งระยะสนั้ เทา่ นนั้ เนอื่ งจาก
พึงระวงั ฤทธข์ิ ้างเคียงของยา
2. การคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุดด้วยปลายเข็ม ในกรณีที่มีกล้ามเนื้อเฉพาะมัดเกร็งจนเป็นจุดกดเจ็บหรือเป็นก้อน
หรือเป็นลำ�ซ่ึงจะปวดลึก ๆ รา้ ว ๆ เม่ือย ๆ ทีเ่ รยี กว่ากลุ่มอาการปวดแบบมยั โอแฟสเชียล (myofascial pain syndrome)
สามารถทำ�ไดบ้ อ่ ยจนกระทงั่ ใยกลา้ มเนอื้ ทห่ี ดตวั แขง็ เปน็ จดุ กดเจบ็ หรอื กอ้ นกลา้ มเนอื้ นน้ั คลายตวั ออกหมด และสามารถ
รกั ษาดว้ ยคลน่ื กระแทก หรอื ชอ็ คเวฟ (Extracorporeal Shockwave Therapy) และเครอ่ื งเลเซอรค์ วามถส่ี งู (High Power
Laser Therapy) ได้
3. การใชเ้ คร่อื งมือกายภาพบำ�บดั ได้แก่ แผ่นเย็น แผ่นร้อน ความร้อนลึกชนิดอลั ตร้าซาวด์ (Ultrasound Therapy)
หรอื คล่นื ช๊อตเวฟ (Shortwave Therapy) ไฟฟา้ กระตุ้น (Electrical Current Therapy) ชนิดตืน้ คอื เครอ่ื งเทนส์ (TENS :
Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation) ชนิดลกึ คือเคร่อื งไอเอฟ (IF:Interferential Current Stimulation) เพ่ือ
ช่วยลดปวดและลดอกั เสบ คลายการเกร็งของกล้ามเน้ือ ทำ�ให้ขอ้ ต่อยดื หย่นุ ไดด้ ขี ึน้
4. ลดนำ้ �หนักในรายท่ีอว้ น
5. ท่วงท่าที่ถกู ต้องในชีวิตประจำ�วนั โดยเล่ยี งการยืนนาน ๆ น่งั คกุ เข่า นงั่ ยอง ๆ น่งั พบั เพียบ น่งั ขัดสมาธิ เนอ่ื งจาก
เพิ่มแรงดนั ในข้อเขา่
6. การออกกำ�ลังกลา้ มเนอ้ื รอบเขา่
7. อาจใส่อปุ กรณพ์ ยงุ ขอ้ เขา่ (knee support) หรือ เสริมรองเทา้
8. อาจใช้ไมเ้ ท้าชว่ ยลดน้ำ�หนกั ที่ตกผ่านข้อเข่า

ทา่ ออกก�ำ ลงั กลา้ มเนื้อเข่า

กล้ามเน้ือที่สำ�คัญท่ีสุดสำ�หรับข้อเข่าคือ กล้ามเน้ือหน้าโคนขาเหนือเข่า (Quadriceps Femoris) ซึ่งประกอบด้วย
กล้ามเนื้อ Vastus medialis , Vastus intermedius และ Vastus lateralis แต่มัดท่ีเป็นหัวใจท่ีสำ�คัญท่ีสุดคือ Vastus
medialis ซงึ่ จะทำ�งานต่อเมื่อหัวเข่าเหยยี ดเกือบสดุ คอื จาก 30°- 0° เทา่ นั้น ฉะนั้นการออกกำ�ลังข้อเข่าจึงจำ�เป็นอยา่ ง
ย่งิ ทผี่ ู้นน้ั จะตอ้ งเหยียดข้อเขา่ จนสดุ (full extension)

ทา่ ท่ี 1 นอนเกรง็ กลา้ มเนอ้ื ตน้ ขาโดยใชห้ มอนหนนุ (Quadricep รปู ท่ี 10 นอน เกร็งเขา่
strengthening exercise ) นอนหงายใช้หมอนใบเล็ก ๆ หนนุ ใต้
เข่าทัง้ 2 ข้าง เหยยี ดเข่าข้างทป่ี วดตรง เกรง็ คา้ งไว้ 1-10 แล้วพัก
ทำ�เช่นน้ีซ้ำ� 10-15 ครง้ั ท่าน้เี หมาะกับผูป้ ว่ ยขอ้ เข่าอกั เสบ ขอ้ เขา่
ปวดมากในระยะแรก ดงั รูปที่ 10

รูปท่ี 11 น่งั เกรง็ เข่า ท่าท่ี 2 น่ังเกา้ อีห้ รอื โตะ๊ เอียงตวั ไปข้างหลังเลก็ น้อย
รปู ท่ี 12 Progressive resistive exercise (PRE) มือยันพ้ืนหรือเลือกเก้าอี้ที่มีพนัก เอียงตัวพิงพนักไปเลย
เหยียดเขา่ ตรงเกร็งไว้นับ 1-10 แลว้ พัก ทำ�เชน่ น้ซี ้ำ� 10-15
D62ecember 2017 คร้ัง เหมาะสำ�หรับเพ่ิมความแข็งแรงในผู้ป่วยที่ออกกำ�ลัง
ท่าท่ี 1 แลว้ ไม่ปวด ดังรปู ท่ี 11
ท่าที่ 3 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขา โดย
ใช้การถ่วงนำ้ �หนักเพ่ิมข้ึนเรื่อย ๆ (Progressive resistive
exercise (PRE )นงั่ เกา้ อเ้ี ชน่ เดยี วกบั ทา่ ท่ี 2 ถว่ งขอ้ เทา้ ดว้ ย
ถงุ ทราย (อาจใชท้ รายใส่ในถุงพลาสตกิ ) หนกั 0.5 กโิ ลกรมั
เหยยี ดเขา่ ตรง เกรง็ คา้ งไว้ นับ 1-10 แลว้ พัก วางเทา้ ลง
บนพ้นื ค่อย ๆ เพมิ่ ความหนักของถุงทรายไปเรอื่ ย ๆ จน
ได้ประมาณ 5-7 กโิ ลกรัม ทำ�เชน่ นซี้ ้ำ� 10-15 ครัง้ ดงั รูป
ที่ 12

สำ�หรบั PRE Quadriceps น้ีในระยะแรกควรใช้ quadriceps board ดงั รปู ท่ี 13 ซงึ่ สามารถควบคมุ ใหข้ อ้ เขา่ เคลอื่ นไหว
ในช่วง 0-15 องศา และ 0-30 องศา ได้

รปู ท่ี 13 Quadriceps board

ทา่ ท่ี 4 นง่ั -เหยยี ดกล้ามเน้อื หลังเขา่ (Hamstings stretching exercise)
เนื่องจากผู้ป่วยที่ปวดเข่า จะชอบงอข้อเข่า ทำ�ให้เกิด กล้ามเนื้อหลังเข่า หดยึด (hamstings tightness) จึงต้อง
ออกกำ�ลงั ยืดเหยียดกลา้ มเนือ้ หลังเข่า (hamstrings) ดว้ ยดงั รปู ท่ี 14
ทา่ ยดื กลา้ มเนอ้ื hamstings โดยนง่ั เหยยี ดขาขา้ งทต่ี อ้ งการยดื ใหเ้ ขา่ เหยยี ดตรง ขาอกี ขา้ งตง้ั ชนั เขา่ ขน้ึ กอดเขา่ ขา้ งน้ีไว้
พร้อมกบั เออื้ มมือมาแตะปลายเขา่ ขา้ งทเ่ี ขา่ เหยียดตรง หา้ ม งอเข่าเดด็ ขาด จะร้สู กึ วา่ ตงึ ทห่ี ลังเข่า ดงั รูปที่ 14
หมายเหตุ : การทำ�ทา่ นตี้ อ้ งชนั เขา่ อกี ขา้ งเพอื่ ใหห้ ลงั งอ เปน็ การปอ้ งกนั การบาดเจบ็ ทห่ี ลงั ขณะยดื hamstings หา้ มเหยยี ด
เขา่ อีกขา้ ง ดงั รูปท่ี 15

รูปที่ 14 ยดึ กลา้ มเนอื้ hamstings รปู ท่ี 15 ยดื กลา้ มเน้ือ hamstings ท่ผี ดิ

สรุป

โรคปวดเม่อื รกั ษาจนหายแลว้ สามารถปวดข้นึ มาใหมไ่ ด้อกี เช่นเดียวกบั โรคหวัด นนั่ คอื เม่ือผูป้ ว่ ยไปทำ�ท่วงท่าที่
ไมถ่ กู สขุ ลกั ษณะขณะท�ำ งานหรอื ท�ำ กจิ วตั รประจ�ำ วนั กเ็ ปรยี บเสมอื นไดร้ บั เชอ้ื หวดั โดยถา้ ขณะนน้ั กลา้ มเนอื้ ทคี่ วบคมุ
การเคลอื่ นไหวของขอ้ ต่อบริเวณท่ปี วดออ่ นแอโดยขาดการออกกำ�ลงั กายบรหิ ารกลา้ มเน้อื ซึ่งเปรยี บเสมือนภมู คิ ุม้ กนั
ของร่างกายท่อี อ่ นแอลง กม็ ีโอกาสปวดขนึ้ มาใหม่ เหมอื นกับการเป็นหวดั ข้นึ ใหมอ่ ีกคร้งั น่ันเอง ฉะนั้นควรแนะนำ�ผู้
ป่วยให้หม่ันออกกำ�ลังกาย และบริหารเพ่ิมความแข็งแรงของกล้ามเน้ือ ความยืดหยุ่นของข้อต่อ และสอนท่วงท่าท่ี
ถกู ตอ้ งในชีวิตประจ�ำ วนั เพ่อื ปอ้ งกันโรคปวดกนั นะคะ

ด้วยความปรารถนาดีคะ่

ศ.พญ. อารรี ตั น ์ สุพุทธิธาดา

ตารางออกตรวจ
วันอังคาร 16.00 - 19.00 น.

วันพธุ 16.00 - 19.00 น.

วันเสาร์ 07.30 - 12.00 น.
กรณุ านดั หมายลว่ งหน้า เพ่อื ความสะดวกในการเข้ารับบริการ
โทรศพั ท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

63

โรคนอนไมห่ ลบั

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทยห์ ญิง รวิวรรณ นิวาตพนั ธ์ุ
แพทย์หัวหนา้ คลินิกจิตเวช

คนเราตอ้ งการนอนวันละเทา่ ใด

ความต้องการการนอนไม่เท่ากันในแต่ละ
คนขึน้ กับอายุ
• ทารกตอ้ งการนอนวนั ละ 16 ชว่ั โมง
• วยั ร่นุ ต้องการนอนวันละ 9 ช่วั โมง
• ผู้ใหญต่ ้องการนอนวนั ละ 7 – 8 ชัว่ โมง
• แต่บางคนก็อาจจะต้องการนอนน้อย
เหลือเพียงวันละ 5 ชั่วโมง หากนอนไม่พอ
ร่างกายตอ้ งการการนอนเพิ่มในวนั ร่งุ ข้ึน

H3C O

HN CH 3

HND64ecember 2017

• จงั หวะในรอบวนั เปน็ ผลจากการทำ�งานของนาฬกิ าชวี ภาพของรา่ งกาย
คือ ซปุ ปราไคแอสเมทคิ นวิ เคลียส (Suprachiasmatic Nuclei , SCN) ซ่งึ
อยบู่ รเิ วณตอ่ มใตส้ มองสว่ นหนา้ (Anterior Hypothalamus) รบั รสู้ งิ่ แวดลอ้ ม
ผา่ นทางประสาทตา ทำ�ให้รบั รู้ถงึ เวลาภายนอก ความมืด ความสว่าง และ
เหตกุ ารณ์ในสังคมตา่ ง ๆ
• ท้ังคนและสัตว์ส่วนใหญ่จะมีวงจรการหลับตื่นใน 1 วัน เรียกว่า Circadian Rhythm ซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดเวลา
ถึงแม้ว่าจะให้อยู่ในที่มืดตลอดเวลา หรืออยู่ในที่สว่างตลอดเวลาก็ตาม วงจรนี้เกิดข้ึนจากการควบคุมภายในร่างกาย
แตส่ ามารถปรบั แต่งวงจรนี้ ให้สมั พันธก์ บั การเปล่ียนแปลงของสง่ิ แวดล้อมได้ จากการศกึ ษาพบว่า Circadian Rhythm น้ี
ถูกควบคุมโดยบริเวณของสมอง ทีท่ ำ�หนา้ ทเ่ี สมอื นหน่งึ เป็นนาฬิกาในรา่ งกาย (Biological Clock)
• การทำ�งานของ SCN จะสมั พนั ธก์ บั การหลง่ั สารเมลา
โทนนิ (Melatonin) จากตอ่ มไพเนยี ล (Pineal Gland) ซงึ่ จะมี
การหลง่ั มากในเวลากลางคนื หรอื เมอื่ อยใู่ นความมดื โดยพบ
วา่ ระดับเมลาโทนนิ สงู ขึน้ 10 ถงึ 30 เท่า ในชว่ งกอ่ นหลับ
1-2 ชั่วโมง ทำ�ให้เชื่อว่าเมลาโทนินเป็นสารกระตุ้นให้เกิด
การหลบั การรบั รถู้ งึ ความมดื สวา่ ง และเวลาภายนอกทำ�ให้
จังหวะในรอบวนั เปน็ ส่วนหน่ึงทีม่ ีผลตอ่ วงจรการหลับ-ตื่น

H3C O

HN HN CH3

65

5 REM : 1 FALLING
SDTRAEGAME ING ASLEEP

ONE ประเภทการนอนหลบั
CSYLECELPE แบ่งตามการเคล่ือนไหวของลกู ตา
4 DEEP,SLOW 2 LIGHT
WAVE SLEEP SLEEP 1. การนอนหลบั แบบทมี่ กี ารเคลอื่ นไหวของลกู ตาชา้ (NREM)
เปน็ ชว่ งทเ่ี ซลลป์ ระสาทมกี ารทำ�งานพรอ้ มเพรยี งกนั (Synchronzed)
3 DEEP,SLOW ภายใตเ้ ปลอื กตาทป่ี ดิ อยลู่ กู ตามกี ารเคลอ่ื นไหวชา้ ลง ความตงึ ตวั
WAVE SLEEP ของกลา้ มเนอ้ื (Muscle Tone) เรม่ิ ลดลง คลน่ื ไฟฟา้ สมองเปลยี่ น
จากคลืน่ ท่ีมีความแรงตำ่ � ความถ่ีสูง (Slow Votage and Fast
or Hight Frequency) เป็นคล่ืนท่ีมีความแรงสูงและความถี่ตำ่ �
(Hight Voltage and Slow Wave) การนอนหลบั ชว่ งนี้อาจมชี ื่อ
เรียกตา่ ง ๆ กนั แบง่ เป็น 4 ระยะ คอื

• ระยะที่ 1
เป็นระยะงว่ งซมึ กลา้ มเนื้อหยอ่ นตวั หนังตาเริม่ ปิด กลา้ มเนอื้ เสียความตึง ตวั คออ่อนพบั ได้งา่ ย คล่ืนไฟฟา้ สมองยัง
มลี ักษณะคลา้ ยขณะตน่ื คอื ทำ�งานแบบไม่พรอ้ มเพรยี งกัน (Desynchronized) มคี วามแรงต่ำ�และความถสี่ ูง การทำ�งาน
ของระบบประสาทอตั โนมตั ิช้าลง เชน่ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหติ การหายใจ การขบั เหงื่อ ถ้าถูกปลกุ หรอื กระตนุ้
ระยะนจี้ ะตื่นได้งา่ ย
• ระยะท่ี 2
เริ่มหลับลึกลง การเคล่ือนไหวของร่างกายลดลง ระดับการรับรู้ต่อการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมภายนอกลดลง
จงั หวะการหายใจเร่ิมสม่ำ�เสมอ ลูกตาเคลื่อนไหวข้ึนลงช้า ๆ แต่ยงั ปลุกตนื่ ไดง้ า่ ย
• ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 (Slow Wave Sleep)
เป็นระยะที่หลับลึก เป็นช่วงเวลาที่ร่างกายมีการสังเคราะห์โปรตีน และสงวนพลังงาน อัตราการเผาผลาญลดลง
การหายใจลดลง ชีพจรเต้นเป็นจังหวะสมำ่ �เสมอ อัตราช้ากว่าขณะพักธรรมดาในเวลาต่ืน การนอนหลับในระยะที่ 2
ระยะท่ี 4 ใชเ้ วลาประมาณร้อยละ 20 ของเวลาการนอนหลบั
2. การนอนหลับระยะทมี่ ีการกลอกตาอยา่ งรวดเรว็ (REM)
เกดิ ขน้ึ ในระยะหนง่ึ ในสามของวงจรการนอนหลบั เปน็ ผลจากการกระตนุ้ ของระบบประสาทสว่ นกลาง เพมิ่ การทำ�งาน
ของระบบซมิ พาเทตกิ (Sympathetic Nervous System) อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ ชพี จรและการหายใจเพมิ่ ขนึ้ ความตงึ ตวั
ของกลา้ มเนอ้ื ลดลง กล้ามเน้อื มกี ารคลายตวั เตม็ ท่ี แขนขามีอาการอ่อนแรง เปน็ การยบั ย้งั การทำ�งานของกลา้ มเนอื้ ตา
ลกั ษณะการเคลอื่ นไหวของลกู ตา จะเคลอ่ื นจากขา้ งหนงึ่ ไปยงั อกี ขา้ งหนง่ึ ปลกุ ใหต้ น่ื ไดย้ ากกวา่ ระยะอนื่ มกั จะมคี วามฝนั
ในระยะน้ี และจะฝันเปน็ เรือ่ งราวชดั เจน เมื่อตืน่ นอนจะสามารถจดจำ�ความฝนั ไดถ้ งึ ร้อยละ 86 การฝันอาจมีรว่ มกับการ
แสดงออกทางใบหนา้ เช่น ยิม้ หวั เราะ ร้องไห้ ซงึ่ มีประโยชน์ในการส่งเสรมิ ความคิด ความจำ� การรบั รู้ หรอื ระบายความ
เก็บกดทอี่ ยู่ภายในจิตใจ ระยะนเี้ กิดข้นึ หลังจากเริ่มนอนหลับประมาณ 90-100 นาที ใช้เวลาประมาณร้อยละ 15-30 ของ
เวลาการนอนหรือหลบั ทง้ั หมด
• ในชว่ งแรกการนอนหลับในระยะนจ้ี ะสั้น อาจน้อยกว่า 5 นาที ในวงจรตอ่ ๆ มา จะเกดิ ขน้ึ ทกุ 50-60 นาที ในแต่ละ
รอบจะเพิม่ ขนึ้ เฉลีย่ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
• เมอื่ เริ่มนอน ก็จะเริ่มวงจรดว้ ยการนอนชว่ งไม่มีการกลอกตาอยา่ งรวดเร็ว ระยะท่ี 1 2 3 และ 4 หลงั จากนนั้ ก็
คอ่ ย ๆ ยอ้ นกลับมาจากระยะที่ 4 เปน็ ระยะท่ี 3 และ 2 แลว้ เข้าสรู่ ะยะที่มกี ารกลอกตาอยา่ งรวดเรว็ แทนท่ีจะเข้าสู่ระยะ
ที่ 1 สลบั ไปเปน็ รอบ ๆ จนกระทง่ั ต่ืนนอนตอนเช้า ซงึ่ หนง่ึ วงจรใช้เวลาประมาณ 90-110 นาที จำ�นวนวงจรข้ึนอย่กู บั ระยะ
เวลาทนี่ อน ในการนอน 7-8 ชว่ั โมง จะมีวงจรเกดิ ขึ้นประมาณ 4-5 วงจร
• วยั สูงอายุ ประสทิ ธภิ าพของการนอนหลับมแี นวโนม้ ลดลง ระยะต่าง ๆ ของการนอนหลบั เปล่ยี นแปลงไป โดยการ
นอนหลบั ระยะท่ี 1 จะเพม่ิ ขนึ้ เป็นร้อยละ 15 ของการนอนหลับทั้งหมด แตร่ ะยะที่ 3 และระยะท่ี 4 ลดลงจนเกอื บไม่มี

D66ecember 2017

จะประเมินวา่ เป็นโรคนอนไมห่ ลับต่อเม่อื มีอาการดังต่อไปนี้

1. นอนหลบั ยากเม่ือเรม่ิ ตน้ เขา้ นอน
2. ตน่ื นอนกลางดึกแล้วหลบั ต่อยาก
3. ต่ืนเรว็ กว่าปกตทิ เ่ี คยต่ืนประจำ�
4. ต่ืนนอนด้วยความร้สู กึ ไม่สดช่นื หรอื ไม่เตม็ อ่ิม
สรุปว่าการนอนไม่หลับต้องพบแพทย์ เมื่อส่งผลกระทบต่อ
ดา้ นร่างกาย อารมณ์ สังคม และอาชพี
ดา้ นร่างกาย คอื ออ่ นเพลยี
ดา้ นอารมณ์ คือ หงุดหงิด ไม่มสี มาธิ วติ กกงั วล
ดา้ นสังคม คอื ไมอ่ ยากเขา้ สังคม แยกตวั

วินจิ ฉัยโรคนอนไม่หลับ

ประวตั จิ ากผู้นอนไม่หลบั หรือคนู่ อน หรือผูด้ แู ล
1. หลับยาก
2. หลบั ไมส่ นทิ
3. ต่ืนเรว็ กวา่ ปกติ
4. ไม่ยอมเขา้ นอนในเวลาปกติ
• นอนหลับยาก หลับไม่ติดต่อกันท้ังคืน คุณภาพการนอนไม่ดี นอนไม่หลับ มีอาการ 3 คร้ัง ต่อสัปดาห์
ใน 1 เดอื น หมกมนุ่ เก่ียวกับปัญหาการนอน และกังวลกบั ผลเสยี จากการนอนไมห่ ลับ
• ผลของการนอนไมห่ ลบั เป็นผลเสยี ต่อการทำ�กจิ วัตรประจำ�วัน

สาเหตขุ องการนอนไม่หลบั

• Predisposing factor ผทู้ ี่มีบุคลกิ ภาพกังวลหรือ
perfectionist (บคุ ลกิ ภาพสมบูรณแ์ บบ)
• Precipitating factor ผทู้ ม่ี ปี ญั หาความเครยี ด เชน่
ปัญหาที่ทำ�งาน สัมพันธภาพระหว่างบุคคล ทำ�ให้ผู้ป่วย
นอนไมห่ ลบั แตจ่ ะเปน็ แคช่ ว่ั คราว และจะหายเมอื่ ปญั หา
หมดไป
• สง่ิ ทที่ ำ�ใหน้ อนไมห่ ลบั คงอยเู่ รยี กวา่ perpetuating
factor ชอบนอนอยู่บนเตียงแม้ว่าต่ืนแล้ว หรือมีโอกาส
ก็มานอนบนเตียง เพ่ือนอนชดเชยกับท่ีนอนไม่พอ เพื่อ
ลดความเครียดจากการรู้สึกว่านอนไม่พอ (ความรู้สึก
คนไข)้ ทำ�ใหพ้ ฤตกิ รรมการนอนเปลยี่ น ในผทู้ น่ี อนไมห่ ลบั
เป็นความเชื่อท่ีผิดเกี่ยวกับเรื่องการนอน ทำ�ให้เป็นโรค
นอนไม่หลับเรือ้ รงั

67

ผลของการนอนไม่หลบั

1. อ่อนเพลยี ล้า
2. สมาธิ การต้งั ใจ หรือความจำ�ไม่ดี
3. เปน็ ผลเสียตอ่ สังคม ครอบครวั อาชีพหรอื การเรยี น
4. อารมณห์ งุดหงดิ แปรปรวน
5. กลางวนั งว่ งนอน
6. ปัญหาพฤตกิ รรม (ทำ�กจิ กรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หนุ หันพลนั แลน่ และก้าวร้าว)
7. ลดแรงจงู ใจ พลงั และรเิ ริ่มทำ�ส่ิงตา่ ง ๆ
8. มีโอกาสทำ�งานผิดพลาด และเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
9. หมกมนุ่ และไม่พอใจกับการนอน
• ปญั หาวงจรอุบาทว์ ของการนอนไมห่ ลบั และตามมาดว้ ย homeostatic (ภาวะสมดุล) ของร่างกายเสีย

นอนไมห่ ลบั

ภาวะตน่ื ตวั

พฤตกิ รรมและเง่ือนไข

circadian โรคทางจิตเวช

อายุ โรคนอนไม่หลับ โรคอายุรกรรม ยาต่าง ๆ
โรคระบบประสาท สารเสพติด

• Cognitive model ความเครียดจากการนอนไม่หลับ ทำ�ให้เกิดความกังวลและยำ้ �คิดยำ้ �ทำ�เกี่ยวกับนอน
เสรมิ ให้อาการนอนไมห่ ลับคงอยู่ เกิดความคดิ ความรูส้ กึ และอารมณ์กบั เรือ่ งนอนไมห่ ลับ
• สารเสพตดิ เชน่ แอลกอฮอล์ บางคนจะดมื่ แอลกอฮอล์ เพ่ือช่วยให้หลบั แต่ผลของแอลกอฮอล์ ทำ�ให้ปญั หานอน
ไม่หลับมากข้นึ และยาทร่ี บกวนการนอน

ต้องซกั ประวตั ิ • วนิ จิ ฉยั แยกโรคจากโรคไมห่ ลบั อน่ื เชน่ restless leg
1. ประวัติการเจ็บป่วยของร่างกาย และอาจต้องตรวจ disorder syndrome
เรือ่ งความจำ� • Hyperarousal model ผทู้ น่ี อนไมห่ ลบั สนใจเรอื่ งการ
2. ประวัติอดีต และประวัติปัจจุบันเกี่ยวกับโรคทางกาย นอน ท้งั ความคดิ (cognition) อารมณ์ และสรรี ะรา่ งกาย
รวมทัง้ อาการปวดตา่ ง ๆ physiological domain เปน็ ทงั้ predisposing และ per-
3. การใช้สารต่าง ๆ (ยา แอลกอฮอล์ กาแฟ สูบบุหร่ี petrating factor ซ่ึงถา้ ทำ�คลืน่ สมอง (EEG) จะเหน็ ถึงการ
ยาเสพตดิ ต่าง ๆ) เปลี่ยนแปลงทำ�ให้สมองตนื่ ตวั
4. การตรวจรา่ งกาย • Circadian factor มีความสำ�คัญเฉพาะกบั ผ้ทู ีท่ ำ�งาน
5. การตรวจเลอื ด ไทรอยด์ โรคตบั ไต ซดี ธาตเุ หลก็ และ เป็นกะ หรอื ในคนตาบอด
วิตามนิ บี 12 • Mesyn clorronization ของคลื่น sleep-wake ของ
• ประวัติทางจิต circadian phase เป็นตัวชี้กำ�หนดการเริ่มนอนระยะเวลา
• ประวัติบุคลกิ ภาพ และประวัติครอบครัว นอนและเวลาตน่ื
• การทำ�งาน • อธิบายในคนหนุ่มสาวที่ชอบนอนดึกมาก
• สมั พันธภาพระหวา่ งบคุ คล (circadian phase delay) ในผู้สูงอายุ ท่ีต่ืนเร็วกว่าปกติ
• ประวัติการนอน และส่ิงที่เปลี่ยนแปลงและปัญหา (a phase advance)
เร็ว ๆ น้ี • การทำ� sleep lab เฉพาะสงสยั กบั เปน็ โรคอน่ื ๆ เชน่
68 periodic limb movement , sleep apnea หรอื narcolepsy
December 2017

ยาท่ีอาจเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ
ผลขา้ งเคียงน้ีไมไ่ ด้เกดิ กบั ทกุ คน

• Alcohol
• CNS stimulants
• Beta-blocker
• Bronchodilator
• Calcium channel blocker, corticosteroid
• Decongestant
• Thyroid hormone
• Nicotine
Pharmacological treatment
• Benzodiazepine
• Non-benzodiazepine
• Antidepressant-Trazodone
• Other medication : Antihistamine Melatonine
• ยาในกล่มุ benzodiapepine ใชแ้ ลว้ หลับเร็วและหลบั ไดย้ าว การรกั ษายาในกลมุ่ นจ้ี ะมีผลข้างเคียง
คือทำ�ใหค้ นทีม่ แี นวโนม้ ติดยา ถา้ ใช้ไปนาน ๆ อาจเกดิ โรคซึมเศร้า

วิธีผ่อนคลายความเครยี ด (Relaxation)

• Breathing exercise คือ การสบู ลมหายใจเข้าและ
ออก เป็นจงั หวะสม่ำ�เสมอ
• Meditation คอื การทำ�สมาธิ
• Music คือ การเลอื กดนตรีทีฟ่ งั แล้วผอ่ นคลาย
• Relaxaing Imagery คือ การจนิ ตนาการถงึ สถานท่ี
ทผ่ี อ่ นคลาย
• Relaxation therapy (progressive muscle training)
เพือ่ ลดความตงึ เครียดของรา่ งกาย ค่อย ๆ เกร็งกลา้ มเน้ือ
ของร่างกายทีละมดั แลว้ ผ่อนคลาย เร่มิ ตงั้ แตป่ ลายน้ิวมอื แลว้ ค่อย ๆ ไล่ขึน้ มาทลี ะมดั ซ้าย-ขวา คอ บา่ ไหล่ ไลล่ งไป
จนถงึ เทา้
• Sleep restriction คือการปรบั เวลานอนเพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยไดค้ ุณภาพการนอนที่ดี คือ หลับสนิทมากข้ึน สมมุติปกติ
ผู้ปว่ ยนอน 6.5 ช่ัวโมง นับต้ังแตป่ ิดไฟถึงลุกจากเตียง เราต้องปรบั เวลาอย่บู นเตียง แค่ 4-6 ช่วั โมง และคอ่ ย ๆ เพิม่ เวลา
นอนอยบู่ นเตียง 15-30 นาที โดยคำ�นึงถงึ คณุ ภาพการนอน
• ยา Melatonin ไม่ใชก่ ารรักษาโรคนอนไม่หลบั จากการทบทวนวรรณกรรมทีเ่ กีย่ วข้อง รักษา Jet lag การเดินทาง
เปลีย่ นโซนของโลก
• Antihistamine ไม่แนะนำ�
• การฝงั เขม็ aromatherapy homeopathy โยคะ ไม่แนะนำ�
• การสะกดจิต ไม่แนะนำ� อาจตดิ และดื้อการรกั ษา ตกค้างกลางคืนสับสน

69

False beliefs about insomnia ความเช่ือทผี่ ดิ กอ่ ให้เกดิ
• เข้าใจผิดถึงสาเหตุของนอนไม่หลบั • การรับรู้ท่ีไมถ่ กู ต้องเก่ยี วกับการนอนหลบั
1. อายุมากข้ึน ร่างกายต้องการนอนน้อยลง • สญู เสยี การควบคมุ การนอนหลบั ของตน นอนไมห่ ลบั
แตผ่ ปู้ ว่ ยอยากนอนเทา่ เดมิ ไม่สามารถแก้ไขได้
2. คดิ วา่ ฉนั หรอื คนเราจะตอ้ งนอน 8 ชว่ั โมงถงึ จะพอ • ผลกระทบทางลบท่ีเกิดขึ้นในตอนกลางวัน เช่น
3. ถา้ นอนไม่หลับ ทำ�ให้ลม้ ปว่ ย ไมส่ บาย อาการอ่อนเพลีย อารมณ์หงุดหงิด การทำ�งานไม่มี
4. คนื ไหนนอนไมห่ ลบั วนั ตอ่ มาฉนั จะทำ�อะไรไมไ่ ด้ ประสทิ ธิภาพ
5. ถ้าฉันต่นื กลางดึก ฉนั จะนอนไม่หลบั • เกดิ ความตงึ เครยี ด
6. ฉนั เป็นคนหลบั ยาก มีปัญหาการนอน • การคาดหวังที่ไม่เป็นจริง เกี่ยวกับเชื่อว่าการนอน
7. ตอนกลางคืน เรื่องนอนเป็นสง่ิ ท่นี า่ กลัว หลับให้ได้ 8 ชัว่ โมง เป็นสงิ่ ที่จำ�เปน็ ที่จะช่วยใหส้ ามารถทำ�
Cognitive Therapy กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได้ ความตอ้ งการการนอนหลบั แตล่ ะคนแตก
ต่างกนั ออกไป
• หาสง่ิ ทค่ี ดิ ที่ไมถ่ กู ตอ้ ง และสง่ิ ทเ่ี ชอื่ ผดิ ๆ แลว้ เปลยี่ น • วติ กกงั วลและครนุ่ คดิ เกยี่ วกบั ผลกระทบทางลบและ
ความคิด ปญั หาสขุ ภาพ ทำ�ใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมนอนไมห่ ลบั ท่ีไมเ่ หมาะสม
• คดิ สง่ิ ทเี่ ปน็ ไปได้ และหาสาเหตขุ องการนอนไมห่ ลบั • ความต้องการการนอนหลับกับการนอนหลับจริง
ที่ถกู ต้อง มคี วามแตกตา่ งกนั มากในผูท้ ีน่ อนหลับได้ไมด่ ี
• อยา่ ร้สู กึ วา่ โลกนแี้ ย่มาก ถา้ นอนไม่หลับ • การใช้เวลานอนต้องมากขึ้น ก่อให้เกิดเง่ือนไขการ
• อย่าไปสนใจเร่อื งนอนมาก นอนกับเวลานอนและห้องนอน
• อยา่ พยายามไปนอนถา้ ไม่ง่วง
• ยอมรับกับการนอนน้อย
• ปญั หาการนอนไมห่ ลบั ไมใ่ ชป่ ญั หา
• วิธีการคิดและการแก้ปัญหา (การพยายามดิ้นรน)
เกยี่ วกบั การนอนตา่ งหากทเ่ี ปน็ ปญั หา

สุขลักษณะการนอน

1. เขา้ นอนให้ตรงเวลาทุกวันทุกคร้งั
2. ออกกำ�ลังกายสมำ่ �เสมอทกุ วนั
3. เดินใหถ้ ูกแสงแดด โดยเฉพาะช่วงบา่ ย
4. ปรบั อุณหภูมหิ ้องในหอ้ งนอนใหพ้ อเหมาะ
5. ห้องนอนควรจะเงียบไมม่ ีเสียงรบกวน
6. ทำ�ใหห้ ้องนอนใหม้ ดื พอ
7. ท่นี อนมีไวส้ ำ�หรบั นอน ไมใ่ ชท่ ำ�กจิ กรรมอ่ืน เชน่ ดู
ทวี ี พดู หรอื เล่นโทรศัพท์
8. กอ่ นนอนหนึ่งชัว่ โมง พยายามทำ�ร่างกายและจิตใจ
ให้ผอ่ นคลาย อาบนำ้ �อุ่น ดูแลหอ้ งให้มีกลนิ่ หอม
9. จดั การแกป้ ญั หาทกุ อยา่ งใหเ้ สรจ็ กอ่ นนอน 1 ชว่ั โมง

D70ecember 2017

ข้อควรปฏิบตั ิ

1. ไม่กินยานอนหลบั เอง เพราะจะทำ�ใหด้ ้ือยา
2. นอนกลางวนั ถงึ แมว้ ่าจะไม่หลบั ไมง่ บี มากกว่าครึง่ ชัว่ โมง หรือ 8 ชัว่ โมง ก่อนนอน
3. อยา่ พยายามส่ังใหต้ วั เองหลับ เพราะจะยงิ่ ทำ�ใหเ้ ครียดและไม่หลับ
4. อย่าดูนาฬกิ าว่านอนไปกี่ชว่ั โมงแล้ว ยงั ไมห่ ลบั ตอนนกี้ ่ีโมง เพราะจะยิ่งทำ�ใหต้ งึ และตาสว่าง
5. ถ้านอนไม่หลับเกินคร่ึงชั่วโมง ให้ลุกข้ึนมาทำ�อะไร ออกจากห้องนอน จนกว่ารู้สึกง่วง ไม่ควรเปิดทีวีดูหรือเปิด
คอมพิวเตอร์และอยู่ในทม่ี ืด
6. ควรออกกำ�ลงั กายกอ่ นนอนอย่างนอ้ ย 3-4 ชัว่ โมง
7. ไม่ควรเล่นเกมสก์ ่อนนอน ดทู ีวีหรอื หนงั ทท่ี ำ�ใหต้ น่ื เต้นและต่อเนอ่ื ง หรอื พดู ปญั หาต่าง ๆ ใกล้เวลานอน
8. ไมค่ วรทานกาแฟหลังเท่ียง (ชา โกโก้ โซดา)
9. ไม่ควรใชแ้ อลกอฮอล์เพอื่ ช่วยใหห้ ลบั จะทำ�ให้ระบบการนอนเสีย
11. ไมค่ วรกนิ ยานอนหลับของคนอ่นื
12. อยา่ คดิ วา่ ถา้ นอนไมห่ ลบั หรอื นอนไมค่ รบ 8 ชว่ั โมง จะทำ�ให้ไมส่ บาย ทำ�งานไมไ่ ด้ เราไมส่ ามารถควบคมุ การนอน
ท้ังหมด ย่งิ ควบคุมยงิ่ นอนไมห่ ลับ หากเมือ่ คืนนอนไม่หลับ ก็ทำ�กจิ วัตรปกติเท่าทีจ่ ะทำ�ได้
13. พยายามชดเชยจากการนอนไม่พอของเมอื่ คืนทุกครงั้ ท่ีคุณรู้สกึ นอนหลบั ยาก นอนน้อย
14. ไม่ควรกนิ กาแฟมากกว่าปกติ

พฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสม

• เขา้ นอนใหเ้ ร็วขึ้น
• ใช้เวลาอยูบ่ นเตียงนานข้ึน ถึงแม้ว่าจะไมห่ ลับ คิดวา่ จะหลับได้มากข้ึน และเพราะการอย่บู นตยี งนอนเท่าใด ก็ยิ่ง
ทำ�ให้การนอนหลับเป็นแบบตื่นและไม่ต่อเนื่อง การนอนไม่หลับ กลางคืนทำ�ให้เช่ือมโยงการใช้เตียงนอนสำ�หรับคิดถึง
ปญั หาตา่ ง ๆ และการวางแผน งานสำ�หรบั วนั รงุ่ ขน้ึ การคิดฟงุ้ ซ่าน

ผศ.พญ.รววิ รรณ นิวาตพันธ์ุ 71

ตารางออกตรวจ
วนั อังคาร 08.00 - 16.00 น.

วันพธุ 14.30 - 17.00 น.

วนั พฤหัสบดี 08.00 - 12.00 น.

วนั ศกุ ร์ 08.00 - 12.00 และ 15.00 - 17.00 น.
กรณุ านดั หมายล่วงหนา้ เพื่อความสะดวกในการเข้ารบั บรกิ าร
โทรศพั ท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

ลดน้ำ�ตาล ด้วย Infused Water

นางอัญญาณี อิศรางกรู ณ อยุธยา
นักกำ�หนดอาหาร

D72ecember 2017

น้ำ� คือชีวติ ร่างกายคนเรามีสว่ นประกอบของน้�ำ ประมาณร้อยละ 70 หน้าท่สี ำ�คญั ท่ีสุดของน้ำ�
คือ เป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิด ของกระบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย
ชว่ ยรกั ษาระดบั ความเปน็ กรดดา่ งของเลอื ด ของเหลวตา่ ง ๆ ควบคมุ อณุ หภมู ิ ระบายความรอ้ นของ
รา่ งกายในรปู ของเหง่อื ปริมาณของน้ำ�ในร่างกายจะแตกตา่ งกันในแต่ละบุคคล เพศ อายุ ปรมิ าณ
ไขมันท่เี พ่ิมขึน้ จะทำ�ให้ปริมาณน�ำ้ ในร่างกายลดน้อยลง เช่น เดก็ แรกเกิดจะมีน้ำ�เปน็ องคป์ ระกอบ
ของรา่ งกายมากทีส่ ุด (ประมาณรอ้ ยละ 77 ของนำ�้ หนักตัว) แล้วจะค่อย ๆ ลดลง ในผหู้ ญิงซึง่ มี
ไขมนั ในผวิ หนงั มากกวา่ จะมนี �้ำ ในรา่ งกายนอ้ ยกวา่ ผชู้ าย (ผหู้ ญงิ ประมาณรอ้ ยละ 50 ผชู้ ายรอ้ ยละ
60 ของน�ำ้ หนกั ตวั ) แตส่ �ำ หรบั ผสู้ งู อายแุ นวโนม้ ทจ่ี ะมไี ขมนั สะสมในรา่ งกายจะมากกวา่ วยั อน่ื ๆ จงึ
มปี รมิ าณน้�ำ ในร่างกายลดน้อยลง

จากบทความ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธรี ะวฒั น์ เหมะจฑุ า
เรอื่ ง ปรศิ นาไตวายมรณะ...บทเรยี นทตี่ อ้ งปอ้ งกนั ในคนไทย ซงึ่
เป็นผลการศึกษาจากต่างประเทศ ในกลุ่มคนทำ�งานกลางแจ้ง
ที่ ได้รับนำ้�ไม่เพียงพอ และผลจากเครื่องดื่ม นำ้�อัดลม
นำ้�หวาน ที่คนทำ�งานกลางแดดหรือทำ�งานหนักจะรู้สึกชื่นใจ
ดับร้อนดับกระหาย พบว่ากลับเป็นส่วนสำ�คัญที่ทำ�ให้ขาดน้ำ�
มากข้ึน จากกระบวนการเอนไซม์ท่ีแปรเปล่ียนให้เป็นฟรุกโตส
มากขน้ึ เปน็ ผลให้เน้อื เยื่อทอ่ ไตเสยี หาย ทง้ั นี้รวมถงึ เคร่อื งด่ืม
ในประเทศไทยทแ่ี จง้ วา่ ไมม่ กี ลโู คส แตแ่ ทท้ จ่ี รงิ เปน็ น�ำ้ ตาลฟรกุ โตส
กจ็ ะมอี นั ตรายหรอื มากกวา่ ดว้ ยซ�ำ้ และในพนื้ ทบ่ี างแหง่ ท่ีใชน้ �ำ้
บาดาล ซึ่งมีธาตุหรือสารปนเป้ือน จะเป็นสาเหตุหน่ึงทำ�ให้ไต
วายเร้ือรังได้ รวมทัง้ คนทีม่ ีโรคเบาหวาน โรคความดันสงู ท่ีไม่
ไดร้ ับการควบคุมทเี่ หมาะสม ปจั จยั ตา่ ง ๆ เหล่าน้ีไมจ่ ำ�เป็นตอ้ ง
ทำ�การวิเคราะห์วจิ ัยในประเทศไทยอีก

73

ท่านกล่าวสรุปไว้ว่าข้อมูลต่าง ๆ เพียงพอและจำ�เป็นแล้ว ท่ีจะให้ความรู้ประชาชนและทำ�การควบคุมโรคประจำ�ตัว
จำ�กัดเครื่องดื่มน้ำ�อัดลมอย่างเข้มข้น จำ�กัดการใช้ยาแก้ปวดพร่ำ�เพรื่อ ควบคุมการใช้สารเคมีในอาหารอย่างเข้มงวด
และมกี ารตดิ ตามอยา่ งต่อเน่อื ง จงึ มกี ารแนะนำ�ให้ดื่มนำ้ �อย่างนอ้ ยวนั ละ 8-10 แก้ว แตส่ ำ�หรบั ผูท้ ท่ี ำ�งานหนกั นักกฬี า
จะต้องการน้ำ�มากกว่า 3 ลติ รหรือมากกว่านัน้ และสำ�หรบั ผูส้ ูงอายมุ ักมีปญั หาในการด่ืมนำ้ �ไมเ่ พยี งพอ เป็นวยั ท่ีต้องดแู ล
เรอื่ งการดมื่ น้ำ�ให้เปน็ พิเศษ เนื่องจากต่อมรับรู้การกระหายน้ำ�จะช้ากวา่ วัยอ่ืน ๆ ปริมาณไขมันทส่ี ะสมในร่างกาย และการ
บน่ ที่ไดย้ นิ บอ่ ย ๆ วา่ นำ้ �เปลา่ จดื ชดื ไมม่ รี สชาติ จงึ หนั ไปนยิ มดม่ื นำ้ �อดั ลม ชา กาแฟ นำ้ �ผลไม้ น้ำ�สมนุ ไพร ทม่ี ขี ายตามรา้ น
สะดวกซอื้ อนั เป็นที่มาของการสะสม น้ำ�ตาล ไขมัน กลายเปน็ ความอ้วน และโรคต่าง ๆ ทต่ี ามมาอยา่ งไม่รตู้ วั โดยเฉพาะ
การขาดนำ้ �ทเ่ี ราไมค่ อ่ ยใสใ่ จ เปน็ เหตหุ นง่ึ ทน่ี า่ กลวั เชอ่ื มโยงใหก้ ลายเปน็ ปรศิ นาไตวายมรณะ ปญั หาของคนไทยในขณะน้ี
การดแู ลสขุ ภาพแบบองคร์ วม ดว้ ยพฤตกิ รรมชวี ติ และพฤตกิ รรมการกนิ ทเ่ี หมาะสม เปน็ การสรา้ งสขุ ภาพทด่ี ี รา่ งกายยอ่ ม
รกั ษานำ้ �ไว้ได้ ปอ้ งกนั ใหป้ ราศจากโรคภยั มพี ลงั มคี วามสขุ สดชน่ื ดอู อ่ นเยาว์ และมขี อ้ แนะนำ�ในการดม่ื นำ้ �ใหเ้ ปน็ กจิ วตั รท่ี
ปฏบิ ตั ไิ ดง้ า่ ย ๆ และจะทำ�ใหร้ สู้ กึ แตกตา่ งมชี วี ติ ชวี ากวา่ ทเ่ี คยเปน็ เชน่
* ด่ืมนำ้ �ทันทีหลังจากต่ืนนอน 1–2 แก้ว เพ่ือช่วยเจือจาง
ของเหลวในรา่ งกายทส่ี ะสมมาตลอดคนื
* ดม่ื นำ้ � ครง่ึ แกว้ ทกุ ชว่ั โมง
* ดม่ื นำ้ � กอ่ น-หลงั ออกกำ�ลงั กาย และจบิ ระหวา่ งออกกำ�ลงั กาย
* ดม่ื นำ้ � เมอ่ื รสู้ กึ เมอ่ื ยลา้ ออ่ นเพลยี
* ดม่ื นำ้ � เมอ่ื รสู้ กึ มนึ หรอื ปวดศรี ษะ หรอื เปน็ ตะครวิ
* ดม่ื นำ้ � เมอ่ื สงั เกตเหน็ วา่ ปสั สาวะขนุ่ มสี เี ขม้
* ดม่ื นำ้ � แทนเครอ่ื งดม่ื ทกุ ชนดิ ทม่ี นี ำ้ �ตาล รวมทง้ั นำ้ �ผลไมฟ้ รกุ โตส
เพอ่ื เปน็ การชว่ ยสรา้ งแรงจงู ใจไมต่ อ้ งดม่ื แตน่ ำ้ �เปลา่ จากภมู ปิ ญั ญาบรรพบรุ ษุ ของเรา ท่ีไดส้ รรสรา้ งใหก้ บั ชวี ติ มาแต่
โบราณกาลแลว้ เชน่ การลอยดอกมะลิ กลบี กหุ ลาบ กระดงั งาหอม ๆ ในนำ้ �ดม่ื เพม่ิ กลน่ิ ใหช้ น่ื ใจ หรอื การตม้ นำ้ �ใบเตย
นำ้ �มะตมู นำ้ �ตะไคร้ รวมทง้ั สารพดั ไมด้ อก ไมผ้ ลทป่ี ลกู ไว้ และยงั มสี ตู รการใชส้ มนุ ไพรตา่ ง ๆ สารสกดั จากธรรมชาตผิ สมเปน็
นำ้ �ยาอทุ ยั สว่ นมากไมม่ กี ารเพม่ิ นำ้ �ตาลเลย เปน็ การแสดงใหเ้ หน็ วา่ บรรพบรุ ษุ ไทยเรารจู้ กั การเพม่ิ วติ ามนิ แรธ่ าตตุ า่ ง ๆ เปน็
นำ้ �ดม่ื ทม่ี ฤี ทธเ์ิ ปน็ ดา่ ง สรา้ งความสมดลุ ใหก้ บั เซลลข์ องรา่ งกาย ในรปู แบบของ *นำ้ �หมกั ผกั ผลไม*้ มานานมากแลว้ ปจั จบุ นั
กำ�ลงั อยใู่ นความสนใจของคนรกั สขุ ภาพ ทำ�ดม่ื กนิ และเผยแพรก่ นั อยา่ งจรงิ จงั โดยใชช้ อ่ื ฝรง่ั วา่ Infused Water
***น�ำ้ หมกั ผกั ผลไม*้ ** Infused Water คอื การนำ�ผกั ผลไม้ หรอื สมนุ ไพร หมกั กบั นำ้ �สะอาด ชว่ ยดงึ เอา แรธ่ าตุ และ
วติ ามนิ ธรรมชาติ ทม่ี ผี ลเรอ่ื งการดที อ็ กซ์ (Detox) หรอื ระบายออ่ น ๆ ชว่ ยลดนำ้ �หนกั ตวั ไดส้ ว่ นหนง่ึ เปน็ สารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ
มคี ณุ สมบตั ทิ เ่ี ปน็ ดา่ ง ชว่ ยปรบั ลดสภาพความเปน็ กรดของอาหารประเภทเนอ้ื สตั ว์ รสหวาน มนั เคม็ ทม่ี าจากการปรงุ แตง่
รสชาตไิ ด้ และยงั เพม่ิ ภมู คิ มุ้ กนั ไดน้ ำ้ �ดม่ื ทอ่ี รอ่ ยขน้ึ ชว่ ยเพม่ิ โอกาสในการดม่ื นำ้ �มากขน้ึ ขอ้ ส�ำ คญั คอื ไมม่ กี ารเตมิ น�ำ้ ตาล
เกลอื หรอื ความอรอ่ ยอน่ื ใดลงไป จงึ จดั เปน็ นำ้ �สขุ ภาพท่ีไมม่ พี ลงั งาน ดม่ื เทา่ ไหรก่ ไ็ ด้ เหมาะอยา่ งยง่ิ สำ�หรบั ผทู้ ม่ี ปี ญั หาสขุ ภาพ
เปน็ เบาหวาน ไขมนั สงู ความดนั โลหติ สงู ฯลฯ โดยเฉพาะผสู้ งู อายทุ ม่ี กั ดม่ื นำ้ �นอ้ ย หรอื ชอบดม่ื นำ้ �หวาน ๆ นำ้ �ผลไม้ สมนุ ไพร
ใสน่ ำ้ �ตาล หรอื อาหารเสรมิ ตา่ ง ๆ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

7D4ecember 2017

การทำ�นำ้�หมักผักผลไม้ Infused Water วิธีทำ�ง่าย
ทส่ี ดุ ใคร ๆ กท็ ำ�เองได้ ไมม่ สี ตู รตายตวั ชอบผกั ผลไมอ้ ะไร
แบบไหน ก็ไดห้ มด และถา้ ไดค้ รบ 5 สี กจ็ ะดมี าก หรอื ถา้ มี
ไมค่ รบ อาจสลบั สบั เปลย่ี นวนั ละ 2-3 สี กไ็ ด้ ไมต่ อ้ งไปคดิ วา่
ผกั อะไร ผลไมอ้ ะไร ใชร้ กั ษาโรคอะไร เพราะจดุ ประสงคข์ อง
นำ้ �หมกั น้ี ไมใ่ ชน่ ำ้ �รกั ษาโรค เพยี งแตด่ งึ สรรพคณุ ทม่ี อี ยใู่ นพชื
ผกั ผลไมน้ น้ั ๆ ไดส้ ว่ นหนง่ึ ขอ้ สำ�คญั ทส่ี ดุ ทกุ อยา่ งตอ้ งแนใ่ จ
วา่ ลา้ งสะอาดจรงิ ๆ
น�ำ้ หมกั สมนุ ไพร ใชเ้ ปน็ น�ำ้ หมกั พน้ื ฐาน ประกอบดว้ ย
ตะไคร้ ขงิ ทง้ั เปลอื ก ใบมะกรดู ใบสะระแหน่ ชอบกลน่ิ อะไร
กใ็ สม่ ากหนอ่ ย มะนาวฝานชน้ิ บาง ๆ ถา้ ชอบรสเปรย้ี วกบ็ บี
นำ้ �มะนาวลงไปตามชอบ เหมอื นไดด้ ม่ื นำ้ �รสตม้ ยำ� และเพอ่ื
เปน็ การเพม่ิ กลน่ิ รสหวานนดิ ๆ ของผลไม้ และสสี นั หรอื รปู
แบบ วธิ กี ารหน่ั ตามจนิ ตนาการ เปน็ แผน่ หรอื เสน้ ฝอยบาง ๆ
แกะสลกั เปน็ ดอกไม้ ใบไม้ ใหส้ วยงามตามใจชอบ ทำ�ใหด้ ดู ี
มสี ไตล์ จะเปน็ การเชญิ ชวนตวั เองใหอ้ ยากดม่ื มากขน้ึ แทนการ
ดม่ื นำ้ �ผลไม้ นำ้ �สมนุ ไพรสำ�เรจ็ รปู นำ้ �อดั ลม ชา กาแฟ (ซง่ึ มี
พลงั งานแกว้ ละประมาณ 120-500 กโิ ลแคลอร)่ี

ขนั้ ตอน วิธที �ำ

1. ล้างผกั ผลไมท้ ี่จะใช้ให้สะอาด เชน่ การแช่ในน้ำ�สะอาด 1 ลติ ร ผสมนำ้ �ส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ นาน 15-20 นาที
แล้วลา้ งอกี คร้ัง สะเด็ดน้ำ� พกั ไว้
2. เตรยี มภาชนะขนาดใหญ่ เชน่ เหยอื ก ขวดโหลปากกวา้ ง ชามแกว้ สวย ๆ สำ�หรบั นำ้ �พน้ั ช์ หรอื ขวดพกพา ถา้ ตอ้ งการ
นำ�ไปดื่มนอกบ้าน
3. ผกั สมุนไพรท่ลี า้ งพักไว้ หัน่ เด็ด บบุ พอแตก จัดใส่ลงในภาชนะท่ีเตรียมไว้ประมาณ ¼ ของภาชนะ
4. ใสน่ ำ้ �แข็งทบั ลงไปหลวม ๆ แลว้ เตมิ นำ้ �ที่ใชด้ ืม่ ให้เต็ม ทิง้ ไว้ประมาณคร่ึงชั่วโมง เป็นการหมกั ให้วิตามนิ แร่ธาตุ
ละลายออกมา นำ้ �หมดก็เติมไดเ้ ร่ือย ๆ สามารถเก็บแชเ่ ย็นไว้ด่มื ไดถ้ งึ 2 วนั
5. การเติมผลไมต้ ่าง ๆ ลงไป เพือ่ เพมิ่ รสชาติ สีสนั ความสวยงาม จะเกิดการเนา่ เสยี งา่ ยกว่า ไม่ควรเก็บข้ามวัน

75

ประโยชน์ ผกั ผลไม้ กลมุ่ สีต่าง ๆ

กลุ่มสีเขียว สารสีเขียวที่อยู่ในผักผลไม้ คือคลอโรฟิลล์
(Chlorophyll) และยังมสี ารชนิดอ่นื ๆ เชน่ แคโรทีนอยด์
(Carotenoid) ลูทีน (Lutein) ซีแซนทิน (Xexanthine)
อินโดล (Indole) ไทโอไซยาเนต (Thiocyanate) และ
ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) มีเส้นใยสูง ช่วยในเรื่องระบบ
ขับถ่าย ลดอาการท้องผูก กำ�จัดสารตกค้างในร่างกาย
ลดกรดในกระเพาะอาหาร บำ�รุงสายตา ลดอาการภมู แิ พ้
กลุ่มสีแดง มีสารไลโคปีน (Lycopene) และเบตาไซซิน
(Betacycin) ท่ีมีส่วนสำ�คัญในการมองเห็น ช่วยต้านโรค
มะเรง็ ชนดิ ตา่ ง ๆ เชน่ มะเรง็ ตอ่ มลกู หมาก มะเรง็ ปอดและ
มะเร็งกระเพาะอาหาร ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด
ป้องกันโรคสมองเสอื่ ม ชว่ ยชะลอความเสือ่ มของเซลล์ใน
รา่ งกาย ทำ�ใหภ้ าวะผิดปกตขิ องเซลลด์ ีข้ึน

กลมุ่ สเี หลอื งและสสี ม้ มสี ารเคมสี ำ�คญั ไดแ้ ก่ ลทู นี (Lutein)
ซง่ึ มอี ยมู่ ากในผกั ผลไมท้ ม่ี สี เี ขยี วออ่ นและสเี หลอื ง จะชว่ ย
ปอ้ งกนั ความเสือ่ มของจอประสาทตา ชว่ ยในการมองเห็น
เวลากลางคนื และเบตา้ แคโรทนี (Betacarotene) ซง่ึ มมี าก
ในผักผลไม้ที่มีสีส้ม ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ชว่ ยดแู ลและรกั ษาระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด บำ�รงุ สายตา
ทำ�ให้มองเห็นได้ดีในที่มืด และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของ
ร่างกายทำ�งานไดด้ ีข้ึน

7D6ecember 2017

กลุ่มสีม่วงและสีน้ำ�เงินอมม่วง มีสารเคมีที่สำ�คัญคือ
แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และพอลิฟีนอล
(Polyphenol) อยู่มาก ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตใน
ร่างกายดีข้ึน ขยายหลอดเลือด ลดไขมันอุดตันในหลอด
เลือด ช่วยกระตุ้นการทำ�งานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย
ปอ้ งกนั โรคหวั ใจ บำ�รงุ เส้นผม การมองเห็นดีขึน้ และชว่ ย
ยับยงั้ เช้ืออีโคไล (E. coli) ซึ่งทำ�ใหเ้ กดิ อาการทอ้ งร่วงและ
อาหารเป็นพษิ ได้

กลุ่มสีขาว มีสารประกอบของกำ�มะถัน (Sulfur com-
pounds) เชน่ อลั ลซิ นิ (Allicin) ชว่ ยลดคอเลสเตอรอลและ
ไตรกลเี ซอร์ไรด์ ทำ�ให้ระบบไหลเวียนโลหติ ดีขน้ึ ลดความ
เส่ยี งในการเปน็ อมั พฤกษ์ อมั พาตและโรคหัวใจ แซนโทน
(Xanthone) ซึ่งเปน็ สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำ�ตาลในเลือด เป็น
สารต้านจุลินทรีย์ นอกจากน้ียังเป็นสารต้านอาการแพ้
ต้านไวรสั ต้านการอักเสบ มีเสน้ ใยสงู โดยเฉพาะเพก็ ติน
(Pectin) ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ลดการสะสมสารพิษใน
รา่ งกาย มวี ติ ามนิ อี (Vitamin E) ทช่ี ว่ ยทำ�ใหร้ า่ งกายดอู อ่ นเยาว์

หากได้ทำ�นำ้�หมักผักผลไม้แบบน้ีเอาไว้ด่ืม เราก็จะอยากด่ืมนำ้�ได้มากกว่า 10 แก้วด้วยซำ้�
และยงั ไดร้ บั ประโยชนจ์ ากสว่ นทเ่ี ปน็ วติ ามนิ แรธ่ าตชุ นดิ ละลายน�ำ้ เชน่ วติ ามนิ ซี วติ ามนิ บี รวมถงึ สาร
สตี า่ ง ๆ ทล่ี ะลายออกมาระหวา่ งการหมกั แมจ้ ะมปี รมิ าณนอ้ ยกวา่ เมอ่ื เทยี บกบั น�ำ้ คน้ั ผลไมส้ ด หรอื
อรอ่ ยนอ้ ยกวา่ แตน่ �ำ้ หมกั สขุ ภาพถอื ไดว้ า่ ไมม่ พี ลงั งาน อกี ทง้ั การท�ำ ก็ไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ นอะไร ใคร ๆ ก็
สามารถท�ำ ได้ ไมต่ อ้ งจดสตู รใด ๆ เลย รปู แบบทนั สมยั สะดวกสบาย ดม่ื ไดท้ กุ เวลาทอ่ี ยบู่ า้ น พกพา
ไปดม่ื ในทท่ี �ำ งาน หรอื ท�ำ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ออกก�ำ ลงั กายกลางแจง้ จบิ ดม่ื ไดต้ ลอดวนั ส�ำ คญั ทส่ี ดุ คอื
เราจะพน้ จากภาวะปรศิ นาไตวายมรณะ ไดอ้ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม

นางอัญญาณี อศิ รางกรู ณ อยุธยา

ตารางออกตรวจ
วันองั คาร 09.00 - 16.00 น.

วันพฤหัสบดี 09.00 - 16.00 น.
กรุณานัดหมายล่วงหน้า เพ่อื ความสะดวกในการเขา้ รับบรกิ าร
โทรศัพท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

77

สารที่ใช้เฉพาะท่ีในโรคปริทันต์

พนั เอกหญิง ทนั ตแพทยห์ ญงิ พัทยา สุวรรณานนท์
ทนั ตแพทยค์ ลนิ ิกทันตกรรม

วิธีรักษาโรคปริทันต์ได้พัฒนาไปหลายรูปแบบ โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อกำ�จัดเช้ือโรค ลดการอักเสบ รวมถึงการ
สร้างเสริมและคงอยู่ของอวัยวะปริทันต์ให้ได้เร็วและมาก
ทีส่ ุด การรกั ษาโรคปรทิ ันตท์ ี่ใช้อยู่ในปจั จุบัน จะเริ่มจากการ
ควบคมุ อนามยั ในชอ่ งปากรว่ มกบั การรกั ษาโรค โดยยงั ไมใ่ ช้
การทำ�ศัลย์ปริทันต์ก่อนเป็นอันดับแรก การรักษาได้นำ�เอา
สารเคมีบำ�บดั เฉพาะทม่ี าใช้โดยมุ่งหวังใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพ
และประสิทธิผลของการรักษาโรคให้ดียง่ิ ขึ้น
สารเคมีบำ�บัดที่ใช้ในขณะนี้มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด มี
คุณสมบัติที่แตกต่างกันซ่ึงผู้ใช้ควรได้รู้จักและทราบถึงผล
ที่ไดร้ ับจากการรักษาดว้ ยวิธีดงั กล่าว

D78ecember 2017

ขอ้ บ่งช้ีของการใช้สารเคมบี ำ�บดั เฉพาะที่ิ

1. มีฤทธท์ิ ำ�ลายจุลชีพและคงฤทธ์อิ ยูไ่ ด้นาน
2. ไมเ่ ปน็ พษิ ตอ่ เนอื้ เยอื่ ชอ่ งปาก
3. ลักษณะการใชส้ ารเคมี
3.1 ใช้เพ่ือป้องกนั การเกิดคราบจุลินทรียเ์ หนอื เหงอื ก
3.2 ใช้เป็นนำ้ �ยาชะล้างเหนือเหงือกร่วมกับเคร่ืองฉีด
นำ้ �ในปากหรอื เครื่องขูดหนิ นำ้ �ลายไฟฟ้า
3.3 ใชค้ วบคมุ จลุ นิ ทรยี ์ใตเ้ หงอื กในรปู แบบ hollow fiber ,
acrylic strip เป็นต้น

ชนดิ ของสารเคมีบำ�บัดเฉพาะที่

1. สารฆา่ เชื้อ (disinfectant)
2. สารตา้ นจลุ ชีพ (antimicrobial agent)
เป็นยาปฏิชีวนะทีย่ ับยั้งหรือฆา่ แบคทีเรยี
3. สารขัดขวางการยึดของจุลชีพกับผิวฟัน และ/หรือ
ระหวา่ งจลุ ชพี ด้วยกันเอง
4. สารเปลีย่ นโครงสรา้ งของคราบจลุ ินทรยี ์

สารเคมบี �ำ บัดเฉพาะที่ ที่ใชก้ นั มดี งั น้คี อื

1. สารบิสไบกัวไนด์ : Chlorhexidine
• ทำ�หน้าที่ลดการยึดเกาะของจุลชีพกับผิวฟัน
และการยึดของจุลชพี ด้วยกนั เอง
• ออกฤทธทิ์ ำ�ลายจลุ ชพี ในคราบจลุ นิ ทรยี ท์ ง้ั เหนอื
เหงือก ใตเ้ หงอื ก และเชอื้ รา
• ผลขา้ งเคยี ง คราบสดี ำ�ตดิ เคลอื บรากฟนั และลน้ิ
วัสดุอดุ ฟนั มรี สขม ไม่ร้รู สอาหาร
• การนำ�ไปใช้ เปน็ ยาอมบว้ นปากทม่ี คี ลอเฮกซดิ นี
0.12 % เปน็ นำ้ �ยาชะลา้ งเหนอื เหงอื กทม่ี คี ลอเฮกซดิ นี 0.06 %
เป็นน้ำ�ยาชะลา้ งร่องลึกปริทันต์ 4-6 มลิ ลิเมตรที่มีคลอเฮก
ซดิ นี 2 % และใช้ทาแผล aphthous ทม่ี ีคลอเฮกซิดนี 1 %
2. สารประกอบฟีนอล : Listerine®
• ออกฤทธิ์หยุดย้ังการแบ่งตัวของจุลชีพชนิด
แกรมลบ ลดคราบจุลินทรยี ์ ลดเหงอื กอกั เสบ
• ถา้ ใช้รว่ มกบั ไทรคลอซานจะหยดุ ยั้งการรวมตวั
ของจลุ ชพี แกรมบวกและแกรมลบ
• ผลขา้ งเคยี ง ปวดแสบปวดรอ้ น รสขม ฟนั ตดิ สดี ำ�
• การนำ�ไปใช้ เป็นยาอมบ้วนปากและยาสีฟนั

79

3. Quarternary ammonium compound : ยาอมบ้วนปากCepacol®, scope ®
• ออกฤทธิ์ค่อนขา้ งเร็ว แต่ไมค่ งทน ทำ�ให้ลดการเกดิ คราบจลุ ินทรีย์ ลดภาวะเหงือกอกั เสบไดน้ อ้ ยกวา่ ผลของ
การใช้คลอเฮกซิดนี กลูโคเนตเกือบ 2 เท่า
• ผลข้างเคียง : ฟัน ลิ้น วัสดอุ ดุ ฟนั ตดิ สีน้ำ�ตาลหรอื ดำ� มอี าการปวดแสบปวดรอ้ น รสขม
4. สารออกซิเจนอ่ิมตัว : sodium peroxy borate , hydrogen peroxide
• มีฤทธิ์เปน็ สารฆา่ เชอื้ แตถ่ า้ ใช้ความเข้มข้นมากกวา่ 3 % จะเปน็ อันตรายตอ่ เนอ้ื เย่อื ในชอ่ งปาก
• การนำ�ไปใช้ เป็นยาอมบ้วนปาก : perimed® (พอวิโดน 5 % , ไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์ 1.5 % )
5. สารสกัดจากสมนุ ไพร : sanguinarine
• มฤี ทธ์ทิ ำ�ลายจุลชพี ในคราบจลุ นิ ทรยี ท์ ัง้ เหนอื เหงอื กและใต้เหงือก
• ผลขา้ งเคียง : ปวดแสบปวดรอ้ น
• การนำ�ไปใช้ เปน็ สว่ นผสมในยาอมบ้วนปากและยาสฟี นั ไดแ้ ก่ ยาอมบ้วนปาก viadent®
มแี ซงกวนิ ารนี 0.01 % เพื่อลดคราบจุลนิ ทรยี แ์ ละลดภาวะเหงือกอักเสบ

6. ธาตฮุ าโลเจน : สแตนนสั ฟลูออไรด์
• ลดคราบจุลนิ ทรยี ์ ลดการอกั เสบของเหงือก
• ผลข้างเคยี ง : เกิดคราบดำ�ทผ่ี ิวฟัน
• การนำ�ไปใช้ เปน็ ยาอมบ้วนปากและยาสฟี ัน เชน่ ยาอมบว้ นปากท่ีมีสแตนนสั ฟลูออไรด์ 1.64 % ยาสีฟนั ท่ีมี
สแตนนสั ฟลูออไรด์ 0.4 % เปน็ ต้น

7. เกลือของโลหะหนัก : zinc citrate, copper sulphate , zinc chloride , zinc carbonate เป็นต้น
• zinc มฤี ทธ์ขิ ดั ขวางการสังเคราะหก์ รดของเชอ้ื สเตร็ปโตคอ็ กคสั แอกตโิ นไมซีส
• ลดการสร้างเอนไซม์สลายโปรตนี ของเช้ือแคปโนไซโทฟากาและพอร์ไฟโรโมแนสจิงจวิ าลิส
• ผลขา้ งเคียง : คราบดำ�ทผี่ วิ ฟัน
• การนำ�ไปใช้ เปน็ ยาอมบว้ นปาก ได้แก่ซงิ กซ์ ิเตรต ซิงก์คลอไรด์ เป็นตน้ ใชเ้ ป็นสว่ นผสมของยาสฟี ันทม่ี ีไทร
คลอซาน (0.2 % w/v) + ซงิ กซ์ ิเตรต (0.5 %)
D80ecember 2017

ตารางที่ 1 แสดงการเปรยี บเทยี บประสทิ ธิผลของสารเคมีบำ�บดั เฉพาะท่ี

สารเคมบี ำ�บดั เฉพาะท่ี คราบจุลนิ ทรียล์ ด การอักเสบของเหงือก การตา้ นเช่อื แคนดิดา
(รอ้ ยละ) ลด (รอ้ ยละ)
คลอร์เฮกซิดนี กลโู คเนต +
(Peridex® , PerioGard®) 45-61 27-67
สารประกอบฟนี อล +
(Listerine®) 19-35 15-37
เซทลี ไพรดิ ิเนียมคลอไรด์ +
(Cepacol®, Scope®) 14 24
แซงกวินารนี +
(Viadent®) 0-42 0-57 +
สแตนนสั ฟลูออไรด์ +
ไทรคลอซาน 0-77 0-72
0-30 20-75

รูปแบบของการใชส้ ารเคมีบ�ำ บดั เฉพาะที่

คณุ สมบัตทิ ่ีดที ส่ี ารเคมีบำ�บัดเฉพาะควรมี
1. สารตา้ นจลุ ชพี ต้องเข้าถึงจุลชีพในร่องลกึ ปริทันต์
2. สารตา้ นจลุ ชพี ตอ้ งมคี วามเขม้ ขน้ มากพอทจี่ ะหยดุ ยงั้ การแบง่
ตัว หรือฆา่ จลุ ชพี
3. สารต้านจุลชีพต้องออกฤทธิ์ในร่องลึกปริทันต์ในเวลานาน
พอที่จะหยดุ ยง้ั การแบง่ ตัวหรอื ฆ่าจุลชีพ
แบง่ ออกได้เปน็ 5 ชนดิ คอื
1. ยาอมบ้วนปาก
• ใชห้ ลงั การทำ�ศัลยป์ ริทันต์
• ใช้เสรมิ การรักษาในรายท่ีมี
การอักเสบรนุ แรง คือผู้ปว่ ยโรคปริ
ทันต์อักเสบท่ีมีโรคทางระบบร่วม
ด้วย และผ้ปู ว่ ยโรคปรทิ ันตอ์ ักเสบ
เรื้อรังทมี่ ีอาการซำ้ �ซาก
สารทน่ี ยิ มใช้ : ยาอมบว้ นปาก
คลอเฮกซิดีนกลูโคเนต ความเข้ม
ข้น 0.2 % , 0.12 % ยาอมบว้ นปากลิสเตอรนี (ตารางที่ 1 และ 2)
ขอ้ จ�ำ กดั : นำ้ �ยาลงลกึ จากขอบเหงอื กไดเ้ พยี ง 0.2 มม. จงึ ไมส่ ามารถฆา่ เชอ้ื จลุ ชพี ในรอ่ งลกึ ปรทิ นั ตต์ ง้ั แต่ 4 มม. ขน้ึ ไป

81

ตารางท่ี 2 เปรยี บเทยี บคุณสมบัตขิ องของยาอมบว้ นปาก

สารเคมบี ำ�บัดเฉพาะท่ี ลดคราบจลุ ินทรีย์ เปน็ พษิ แอลกอฮอล์ผสม pH ไอออนอยู่
(%) อิสระ
ChlorhexidineGluconate
(Peridex® , PerioGard®) มาก นอ้ ย 11.6 5.5 สงู
สารประกอบฟนี อล
(Listerine®) ปานกลาง น้อย 26.9 4.4 ตำ่ �
Quarternary ammonium
compound (Cepacol®, น้อย น้อย 14.18 6.0 , 5.5 ต่ำ�
Scope®)
แซงกวินารนี (Viadent®) ปานกลาง นอ้ ย 11.5 4.5 ต่ำ�
สารออกซเิ จนอม่ิ ตวั
(Hydrogen peroxide นอ้ ย ไม่แน่นอน 0 2.7 ต่ำ�
chlorine dioxide) นอ้ ย ไม่แนน่ อน 0 8.4 ต่ำ�
ยาอมบ้วนปากก่อนแปรงฟนั
(Plax® , New Plax®) นอ้ ย นอ้ ย 7.5 , 8.5 8.2 ตำ่ �

2. ยาสฟี นั
• ยาสีฟนั ท่ีมสี ว่ นผสมของไตรคลอซาน (0.2 % w/v) + ซงิ กซ์ เิ ตรต (0.5 % w/v)
• ยาสฟี ันไตรคลอซาน (0.3 % w/v) + ไพโรฟอสเฟต 2 %
3. น้ำ�ยาชะล้างเหนือเหงือก
• น้ำ�ยาที่มสี ่วนผสมของคลอเฮกซิดนี กลโู คเนต ความเขม้ ขน้ 0.06 %
• น้ำ�ยาทมี่ สี ่วนผสมของคลอเฮกซิดนี กลูโคเนต ความเข้มข้น 0.02 % และ 0.04 %
• ใชก้ บั ผ้ปู ่วยทแี่ ปรงฟันดว้ ยตวั เองไม่ได้ เช่น ผปู้ ว่ ยทต่ี ้องนอนรักษาตัวอยูใ่ นโรงพยาบาลนาน ๆ หรอื ผู้ป่วยผา่ ตดั
ขากรรไกร เปน็ ตน้
4. นำ้ �ยาชะล้างภายในรอ่ งลกึ ปริทันต์
• ใช้กับหลอดยาทมี่ เี ขม็ ปลายทื่อ สอดลกึ 2-3 มม. / เครือ่ งฉดี น้ำ�ในปาก / เครื่องขดู หินน้ำ�ลายอลั ทราโซนคิ
• ใชร้ ่วมกับสว่ นผสมคลอเฮกซิดนี กลูโคเนต 2 % / สแตนนัสฟลอู อไรด์ 1.64 %
• ใช้เสริมเพม่ิ เติมหลงั การขูดหินน้ำ�ลายและเกลารากฟนั
• ใชก้ ับรอยโรคท่ีเครอ่ื งมอื ปริทนั ต์สอดเข้าไม่ถงึ หรอื ในบรเิ วณรอบ ๆ รากเทียมทมี่ ีการอกั เสบ โดยใชร้ ่วมกบั สาร
ต้านจุลชพี ทเ่ี หมาะสม (ตารางที่ 3)

D82ecember 2017

ตารางท่ี 3 คณุ สมบัติเฉพาะของสารเคมีบำ�บดั เป็นนำ้ �ยาชะล้างภายในรอ่ งลึกปริทันต์

คุณสมบตั ิเฉพาะ คลอเฮกซิดีน สแตนนัสฟลอู อไรด์ เตทตระไซคลิน เมโทรไนดาโซล

ความเขม้ ข้น (%) 0.02 , 0.2 , 2 0.4 , 1.64 0.5 , 5 0.05 , 0.5

ขนาดยาที่ใชฆ้ ่าจลุ ชีพ 18-32 มก./มล. 600 - 1,000 ppm >4 มก./มล. 1-8 มก./มล.
การออกฤทธิ์ นาน นาน นาน ไมน่ าน
รสชาติ ไมด่ ี ดี ไมด่ ี ไมด่ ี
ความคงทนของยา คงทน คงทน คงทน คงทน
ตดิ สีทฟี่ นั ตดิ สี ติดสี ไม่ ไม่

ทำ�ลายจลุ ชพี ชนดิ แกรม +,- แกรม +,- แกรม +,- จุลชพี ไม่ใช้ออกซิเจน

มก./มล. = ไมโครกรมั / มิลลลิ ติ ร , ppm = 1 ส่วน / 1ลา้ นส่วน

ตารางท่ี4 ชนิดของจุลชีพในช่องปาก

1. จุลชีพใชอ้ อกซเิ จน : 1.1 รปู กลม แกรมบวก - สเตรป็ โตค็อกคสั และกลุ่มสแตฟโี ลค็อกคสั
1.2 รปู แทง่ แกรมบวก - แลกโตเบซิลลัส (lactobacillus)
1.3 รูปเสน้ แกรมบวก - แอกทโิ นไมซสี
1.4 รปู แท่ง แกรมลบ - เอนเทอรคิ รอดส์ (enteric rods) ซโู ดโมแนดส์ (pseu-
domonads)

2.จลุ ชพี ปรับตวั ไดก้ ับออกซเิ จน : 2.1 รปู กลมยาว แกรมลบ - แอกทิโนบาซลิ ลสั แอกทโิ นไมซิเทมคอมิแทนส์
2.2 รปู กลม แกรมลบ - แคมไพโลแบคเตอร์ เช่น แคมไพโลแบคเตอรเ์ รคตสั
2.3 รูปแท่ง แกรมลบ - ไอคเี นลลาคอรอเดนส์ และแคปโนไซโตฟากา

3. จุลชีพไม่ใชอ้ อกซิเจน : 3.1 รูปกลม แกรมบวก - เพปโทสเตรป็ โทคอ็ กคสั
3.2 รปู แท่ง แกรมบวก - ยูแบกทีเรียม
3.3 รูปกลม แกรมลบ - วลี โลเนลลาพารว์ ลู ่า (veillonellaparvula)
3.4 รูปแท่ง รูปกระสวย และรูปโค้งแกรมลบ - แบคทีรอยดสี ฟิวโซแบกทเี รียม และซี
เลโนโมแนส เช่น พอร์ไฟโรโมแนสจิงจิวาลิสพรีโวเทลลาอินเตอร์มีเดียแบคทีรอย
ดีสฟอร์ไซตัสและฟิวโซแบคทเี รียมนวิ คลเี อตมั
3.5 รปู เกลียว แกรมลบ – สไปโรคีตส์ (treponema)

83

5. เสน้ ใยมอี ณูของสารตา้ นจุลชีพ
• เปน็ สารไมส่ ลายตวั ตามธรรมชาติ
วธิ กี าร ใสไ่ ว้ในรอ่ งลึกปริทันตอ์ อกฤทธ์ิได้นานถงึ 10 วนั ซง่ึ ความเขม้ ขน้ ของยาในนำ้ �เหลืองเหงอื กจะมีมากกวา่ การ
รับประทาน 150 เท่า ด้วยปริมาณยาเพยี ง 1 ใน 400 ของยารบั ประทาน ไดแ้ ก่ ยาเททระไซคลินไฮโดรคลอไรด์ 25 % ท่ี
ใส่ในพลาสติกโพลิเมอร์ (เอทลิ ีนไวนิลแอซเี ทต) มีชอื่ ทางการคา้ ว่า actisite® มขี อ้ ดีของยา 5 ประการคอื
- กระจายตัวถึงบรเิ วณลึกสดุ ของรอ่ งลึกปริทันต์
- เป็นยาฆา่ จุลชพี / มีความเข้มขน้ มากพอทจ่ี ะฆ่าจุลชพี
- สามารถหยดุ ยั้งการแบง่ ตัวของจุลชีพ
- ฆ่าจุลชีพตามคณุ สมบตั ิของยาท่ีใช้
- ยาไมก่ ่ออนั ตรายตอ่ ผูป้ ว่ ย (ตารางที่ 5)
เหมาะสำ�หรับผู้ป่วยท่ีได้รับการรักษาขั้นต้น แต่ยังมีรอยโรคเฉพาะท่ีท่ียังมีการอักเสบรุนแรง หรือมีร่องลึกปริทันต์
มากกวา่ 5 มม. ข้นึ ไป
ข้อจ�ำ กัด : คา่ ใชจ้ า่ ยสูง
ใชเ้ วลาในการรกั ษานานประมาณ 5-15 นาที / ซี่
• ยาปฏชิ วี นะท่ีใช้กบั พอลิเมอรส์ ลายตวั ตามธรรมชาติ
1. เททระไซคลิน : เททระไซคลิน 40 มก. ในขผ้ี ้ึงยา 0.1 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร
2. เมโทรไนดาโซล : อไี ลซอล (Elyzol®) (เมโทรไนดาโซล 250 มก./กรมั ) มคี วามเขม้ ขน้ ของยาในนำ้ �เหลอื งเหงอื ก
128 ไมโครกรัม/มล. ใส่ยาสปั ดาหล์ ะ 1 ครั้งนาน 8 ช่วั โมง เปน็ เวลา 2 สปั ดาห์ รว่ มกับการขูดหนิ น้ำ�ลายและเกลารากฟัน
ชว่ ยลดความลกึ ของรอ่ งลึกปริทันต์และลดอาการเลือดออกตามไรฟนั
3. มิโนไซคลินไฮโดรคลอไรด์ : มิโนไซคลนิ ไฮโดรคลอไรด์ในเจล มชี ือ่ ทางการค้าวา่ เดนโทไมซนิ
(dentomycin®) และ เพริโอคลิน (periocline®)
4. คลอเฮกซิดีนกลูโคเนต : เป็นแผน่ เจลาตนิ แมทรกิ ซ์ มชี ือ่ ทางการคา้ วา่ เพริโอชปิ (periochip®) สอดแผ่น
เพรโิ อชิปเขา้ ไปในรอ่ งลกึ ปรทิ ันต์หลงั จากขูดหนิ นำ้ �ลายและเกลารากฟนั สปั ดาห์ละ 1 ครัง้ เปน็ เวลา 7-10 วนั เวน้ การ
ใช้ไหมขดั ฟนั ในบรเิ วณดงั กล่าว จากการใช้ทุก ๆ 3 เดอื น เป็นเวลา 9 เดอื น ร่องลึกปริทันตจ์ ะลดลง
5. ด็อกซไี ซคลนิ : มีชอ่ื ทางการคา้ ว่า เอทริดอ็ กซ์ (atridox®) ยานจ้ี ะแขง็ ตวั ภายใน 1-2 นาที เมอ่ื ฉีดยาเข้าไป
ในร่องลึกปริทันต์ ควรใช้ยาปิดแผลปริทันต์ปิดทับไว้ พบว่าความเข้มข้นของยาในน้ำ�เหลืองเหงือกโดยเฉล่ียอยู่ที่ 200
ไมโครกรัม/มล. หลังจากใส่ยาไว้ 7 วัน ซ่ึงเปรยี บเทียบกับด็อกซไี ซคลนิ ชนิดรับประทาน เมอ่ื ใหย้ าแกผ่ ูป้ ่วย 200 มก. เร่ิม
ตน้ และ 100 มก./วัน เป็นเวลา 7 วนั คา่ ความเขม้ ข้นในน้ำ�เหลืองเหงือกจะมเี พียง 2-4 ไมโครกรัม/มล.
ข้อดีของการใช้เสน้ ใยมีอณูของสารต้านจุลชพี : ยามคี วามเขม้ ข้นสม่ำ�เสมอตลอดเวลา 10 วนั มฤี ทธิ์ฆ่าจลุ ชีพทก่ี ่อ
โรคอาการไม่พงึ ประสงค์ของยามนี อ้ ยไม่เกดิ ปัญหาด้ือยา
8D4ecember 2017

ขอ้ เสยี : ยาราคาสงู เมอื่ เทียบกบั ชนดิ รบั ประทาน
ผูป้ ่วยตอ้ งมารับการรักษาหลายคร้งั
ใชก้ บั ผปู้ ว่ ยทท่ี ำ�การรกั ษาโรคปรทิ นั ตข์ นั้ ตน้ กอ่ นการแก้ไขความผดิ ปกตขิ องกระดกู ในบรเิ วณทมี่ กี ารทำ�ลาย
ซับซ้อนได้
ตารางท่ี 5 เปรียบเทยี บคุณสมบัตขิ องยาเฉพาะท่ีกับยารบั ประทานในการรกั ษาโรคปรทิ นั ตอ์ ักเสบ

ชนดิ ของยา การกระจายตัวของยา ความเข้มขน้ ของยา เวลาท่ียาออกฤทธิ์

ยาอมบ้วนปาก - ++ -

ยาชะลา้ งใตเ้ หงือก ++ ++ -
++ ++
เสน้ ใยมอี ณูของสารตา้ นจลุ ชีพ ++ + +

ยาปฏชิ ีวนะชนดิ รับประทาน ++

เคร่ืองหมาย - = ไม่ดี , + = ปานกลาง , ++ = ดี

ทนั ตแพทย์จะเลือกใชว้ ธิ กี ารรกั ษาที่เหมาะสมใหก้ ับผปู้ ่วยโรคปรทิ นั ต์ โดยพจิ ารณาจากปจั จัยตา่ ง ๆ ของผ้ปู ว่ ยโรค
ปริทนั ต์เป็นเกณฑ์ เช่น สภาวะทางร่างกายของผปู้ ่วยแต่ละราย ได้แก่ โรคทางระบบของผ้ปู ว่ ย อายุ เป็นตน้ การควบคุม
ดแู ลสขุ ภาพในชอ่ งปาก ความร่วมมอื และทศั นคติทด่ี ขี องคนไข้และญาติต่อการรักษาโรค ตลอดจนภาวะทางเศรษฐกิจท่ี
ผู้ป่วยและครอบครัวประสบอยู่ เป็นต้น สารเคมบี ำ�บัดเฉพาะท่ีที่ใช้ในการรักษาโรคปริทันต์ จะชว่ ยให้ผลในการรักษาโรค
ดีข้ึน สามารถคงสภาพ รวมทั้งชะลอภาวะการทำ�ลายอวยั วะปริทนั ต์ใหช้ า้ ลง เพื่อให้ผู้ป่วยพรอ้ มรับการรกั ษาโรคขัน้ ตอ่ ไป
หรือเขา้ สรู่ ะยะการติดตามผลการรกั ษา เพ่อื คงสภาพใหส้ ามารถใชง้ านให้ได้นานทสี่ ุด และการเกิดโรคซำ้ �จะดำ�เนนิ ไปได้
ชา้ ทีส่ ดุ

บรรณานุกรม

“โรคปรทิ นั ตแ์ ละกระบวนการรักษา” โดย ศ.ทพ. ชนินทร์ เตชะประเสรฐิ วทิ ยา

พนั เอกหญิง ทันตแพทยห์ ญงิ พัทยา สุวรรณานนท์

ตารางออกตรวจ
วันพุธ 17.00 - 19.00 น.

วนั อาทิตย ์ 08.00 - 16.30 น.
กรณุ านัดหมายลว่ งหน้า เพื่อความสะดวกในการเข้ารบั บริการ
โทรศพั ท์ 0-2105-0345 , 0-2308-7600

85

ภาพกิจกรรมคลนิ กิ ศูนยแ์ พทยพ์ ัฒนา

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั งานเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู เนอ่ื งใน
โอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา 65 พรรษา วนั ศกุ รท์ ่ี 28 กรกฎาคม 2560 โดยมี ศ.เกยี รตยิ ศ นพ.สงคราม ทรพั ยเ์ จรญิ เปน็
ประธานในพธิ ี ภายในงานจดั กจิ กรรมตกั บาตรอาหารแหง้ พระสงฆจ์ ากวดั พระราม 9 กาญจนาภเิ ษก และจดั กจิ กรรมตรวจ
สขุ ภาพใหแ้ กป่ ระชาชนทว่ั ไปและชมุ ชนใกลเ้ คยี ง

8D6ecember 2017

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั งาน
เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า
สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี 9
เนอ่ื งในโอกาสวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา
85 พรรษา ในวนั เสารท์ ่ี 12 สงิ หาคม
2560 โดยมี ศ.เกยี รตยิ ศ นพ.สงคราม
ทรพั ยเ์ จรญิ เปน็ ประธานในพธิ ี ภายใน
งานมีจัดกิจกรรมตักบาตรอาหารแห้ง
พระสงฆ์จากวัดพระราม 9 กาญจนา
ภเิ ษก และจดั กจิ กรรมตรวจสขุ ภาพให้
แกป่ ระชาชนทว่ั ไปและชมุ ชนใกลเ้ คยี ง

87

โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขา้ เยย่ี ม
ชมและศกึ ษาดงู านเรอ่ื งการบรกิ ารผปู้ ว่ ยนอก และการสรา้ ง
เสรมิ สขุ ภาพของคลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นา ในวนั องั คารท่ี 18
กรกฎาคม 2560 โดยมี พล.ท.นพ. มาโนชญ์ จนั ทรศร ผชู้ ว่ ย
ผอู้ ำ�นวยการฝา่ ยบรกิ ารสขุ ภาพ และ พล.ต.ต.หญงิ สริ พิ ร
วทิ ยานกุ ลู หวั หนา้ ฝา่ ยการพยาบาล ใหก้ ารตอ้ นรบั
พล.ท.นพ.มาโนชญ์ จนั ทรศร ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ�นวยการฝา่ ย
บรกิ ารสขุ ภาพ นพ.ยง่ิ ศกั ด์ิ ศภุ นติ ยานนท์ ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ�นวย
การฝา่ ยสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ และ พล.ต.ต.หญงิ สริ พิ ร
วทิ ยานกุ ลู หวั หนา้ ฝา่ ยการพยาบาล รว่ มรบั มอบน้ำ�ดม่ื จาก
ธนาคารกรุงเทพ เพ่ือสนับสนุนงานเฉลิมพระเกียรติ 65
พรรษา สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพย
วรางกรู เมอ่ื วนั จนั ทรท์ ่ี 24 กรกฎาคม 2560
8D8ecember 2017

พล.ท.นพ.จลุ เทพ ธรี ะธาดา ทป่ี รกึ ษาคณะกรรมการการแพทยแ์ ละทป่ี รกึ ษาคณะอนกุ รรมการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพชมุ ชน
เปน็ ประธานในพธิ เี ปดิ และปดิ การแขง่ ขนั กฬี า “ชมุ ชนสมั พนั ธค์ พั ครง้ั ท่ี 6” ในระหวา่ งวนั ท่ี 22 กรกฎาคม - 26 สงิ หาคม 2560
ณ ลานกฬี าชมุ ชนหมบู่ า้ นพลบั พลา 30 ไร่

89

วนั ศกุ รท์ ่ี 18 สงิ หาคม 2560 นพ. ยง่ิ ศกั ด์ิ ศภุ นติ ยานนท์
ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ�นวยการฝา่ ยสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ และเจา้ หนา้ ท่ี
คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นา เขา้ ดงู าน ณ โรงพยาบาลจฬุ าภรณ์
สภากาชาดไทย เรอ่ื ง “การจดั ระบบควิ ของหอ้ งจา่ ยยา” เพอ่ื
นำ�มาประยกุ ต์ใชแ้ ละพฒั นาระบบการจา่ ยยาของคลนิ กิ ศนู ย์
แพทยพ์ ฒั นา
สถาบนั รบั รองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) เขา้ ตรวจประเมนิ เพอ่ื ตดิ ตามการรกั ษาระบบ ครง้ั ท่ี 2 ตามมาตรฐาน : มอก.
9001-2552 (ISO 9001 : 2008) โดยมี พล.ท.นพ. มาโนชญ์ จนั ทรศร ผชู้ ว่ ยผอู้ ำ�นวยการฝา่ ยบรกิ ารสขุ ภาพ ใหก้ ารตอ้ นรบั ใน
วนั จนั ทรท์ ่ี 4 กนั ยายน 2560
D90ecember 2017

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั กจิ กรรมในโครงการ “ทำ�ความดี บรจิ าคโลหติ นอ้ มจติ รำ�ลกึ สำ�นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ ”
ถวายเปน็ พระราชกศุ ล แดพ่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ในวนั ศกุ รท์ ่ี 22 กนั ยายน 2560
เวลา 09.00 - 15.00 น. และรว่ มเปน็ สว่ นหนง่ึ ในการใหค้ วามสนบั สนนุ การดำ�เนนิ งานของศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ ในการ
ประชาสมั พนั ธ์ และจดั หาโลหติ บรจิ าค ดว้ ยการเปน็ จดุ รบั บรจิ าคโลหติ เพอ่ื นำ�มาใหค้ วามชว่ ยเหลอื แกผ่ ปู้ ว่ ยทต่ี อ้ งการโลหติ
ในการรกั ษาพยาบาล โดยมรี ถของสภากาชาดไทยมาใหบ้ รกิ ารทกุ ๆ 3 เดอื น

วันศุกรที่ 24 มีนาคม 2560
วันศุกรที่ 23 มิถุนายน 2560
วันศุกรที่ 22 กันยายน 2560
วันอังคารที่ 26 ธันวาคม 2560

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั กจิ กรรม โครงการพฒั นา
“วยั ซน” สู่ “พยาบาลนอ้ ยจติ อาสา” ปลกู จติ สำ�นกึ ใหเ้ ดก็ และ
เยาวชน มจี ติ อาสาในการดแู ลเอาใจใสผ่ สู้ งู อายุ และรว่ มสง่
เสรมิ สขุ ภาพผปู้ ว่ ยในชมุ ชน ในวนั จนั ทรท์ ่ี 16 กนั ยายน 2560

91

วนั ศกุ รท์ ่ี 29 กนั ยายน 2560 คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั พธิ ที ำ�บญุ ประจำ�ปคี รบรอบ “วนั ทรงเจมิ ” ครบรอบ 19 ปี
เนอ่ื งในวนั ทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร เสดจ็ พระราชดำ�เนนิ ทรงเจมิ แผน่ ศลิ าจำ�ลอง
ณ คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นา เมอ่ื วนั ท่ี 29 กนั ยายน 2541 โดยมี ศ.เกยี รตยิ ศ นพ.สงคราม ทรพั ยเ์ จรญิ รกั ษาการกรรมการผู้
อำ�นวยการ เปน็ ประธานในพธิ ี

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาและผมู้ จี ติ ศรทั ธา รว่ มทำ�บญุ
บรจิ าคสง่ิ ของ ถวายพระราชวสิ ทุ ธปิ ระชานาถ (ทา่ นเจา้ คณุ
อลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำ�พุ จังหวัด
ลพบรุ ี เพอ่ื ชว่ ยเหลอื เดก็ ผตู้ ดิ เชอ้ื และผปู้ ว่ ยโรคเอดส์ ในวนั
พฤหสั บดที ่ี 3 สงิ หาคม 2560
9D2ecember 2017

คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั พธิ รี บั เขม็ เฉลมิ พระเกยี รติ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอเจา้ ฟา้ จฬุ าภรณว์ ลยั ลกั ษณ์ อคั รราชกมุ ารี
เนอ่ื งในโอกาสทรงเจรญิ พระชนมายุ 60 พรรษา และพระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ โสมสวลี พระวรราชาทนิ ดั ดามาตุ เนอ่ื ง
ในโอกาสทรงเจรญิ พระชนั ษา 60 ปี ในวนั ท่ี 28 สงิ หาคม – 8 กนั ยายน 2560
คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาจดั พธิ มี ทุ ติ าจติ วาระวนั คลา้ ยวนั เกดิ ศ.เกยี รตยิ ศ นพ.สงคราม ทรพั ยเ์ จรญิ รกั ษาการกรรมการ
ผอู้ ำ�นวยการ เนอ่ื งในโอกาสครบรอบ 90 ปี ในวนั ศกุ รท์ ่ี 29 กนั ยายน 2560 ณ หอ้ งประชมุ ชน้ั 3 บรริ กั ษอ์ าคาร โดยมคี ณะผู้
บรหิ าร แพทย์ ทนั ตแพทย์ และพนกั งาน รว่ มแสดงมทุ ติ าจติ

93

ศ.เกยี รตยิ ศ นพ.สงคราม ทรพั ยเ์ จรญิ รกั ษาการกรรมการผอู้ ำ�นวยการคลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นา เปน็ ประธานในพธิ ี
สงฆ์ เนอ่ื งในวนั คลา้ ยวนั เสดจ็ สวรรคตพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร โดยมคี ณะผบู้ รหิ าร
แพทย์ ทนั ตแพทย์ และพนกั งานคลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาเขา้ รว่ มพธิ ี ในวนั ศกุ รท์ ่ี 13 ตลุ าคม 2560 ณ พระอโุ บสถวดั พระราม
9 กาญจนาภเิ ษก
นพ.ธีรพล โตพนั ธานนท์ รองกรรมการผอู้ ำ�นวยการคลินกิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ัฒนาเป็นประธานในพิธีถวายสักการะ และ
ยนื สงบนง่ิ 89 วนิ าที ในเวลา 15.52 น.เบ้ืองหนา้ พระบรมสาทสิ ลกั ษณ์ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตรและรว่ มรอ้ งเพลงสรรเสริญพระบารมี ด้วยสำ�นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ุณหาท่ีสุดมิได้
9D4ecember 2017

นพ.ธรี พล โตพนั ธานนท์ รองกรรมการผอู้ ำ�นวยการ
คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ร่วมพิธีวางพวงมาลา พระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ณ ลานพระบรมราชานสุ าวรยี ์
รชั กาลท่ี 5 โรงพยาบาลปยิ ะเวท ในวนั จนั ทรท์ ่ี 23 ตลุ าคม
2560
นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ รองกรรมการผู้อำ�นวยการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึก
อบรมเยาวชนพัฒนา รุ่นท่ี 205 ระหว่างวนั ที่ 6 - 8 ตุลาคม 2560 ณ โรงเรียนนายร้อยพระจลุ จอมเกลา้ จังหวดั นครนายก

95

ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพยเ์ จริญ รกั ษาการกรรมการผอู้ ำ�นวยการคลินิกศูนยแ์ พทยพ์ ัฒนา เป็นประธานในพิธี
ต้ังจิตอธษิ ฐานถวายดอกไมจ้ ันทน์ โดยมีคณะผ้บู ริหาร แพทย์ ทนั ตแพทย์ และพนักงาน เข้ารว่ มพิธี ณ บรเิ วณหน้าแผ่น
ศิลาจำ�ลอง ชั้น 1 อาคารบวรเวชรกั ษ์ ในวันศุกร์ท่ี 20 ตลุ าคม 2560
คลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นาเปน็ ประธานคณะอนกุ รรมการฝา่ ยการแพทยแ์ ละพยาบาล ในการจดั พธิ ถี วายดอกไมจ้ นั ทน์
งานพระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร โดยรว่ มกบั
โรงพยาบาลปยิ ะเวท ศนู ยบ์ ริการสาธารณสุข 25 หว้ ยขวาง และฝา่ ยสง่ิ แวดล้อมและสขุ าภบิ าล สำ�นกั งานเขตห้วยขวาง
ในการจดั จุดบริการแพทยแ์ ละพยาบาล ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ในวันพฤหสั บดีที่ 26 ตุลาคม 2560
D96ecember 2017

ความภาคภมู ใิ จของคลนิ ิกศูนย์แพทยพ์ ัฒนา

พ.ศ. 2553 ได้รับการรบั รองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) ขัน้ ที่ 1
พ.ศ. 2554 ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (HA) ขน้ั ที่ 2
ได้รับการรบั รองมาตรฐานการรักษาโดยการฟอกเลอื ดดว้ ยเครื่องไตเทยี ม
พ.ศ. 2555 ได้รับการรบั รองระบบบรหิ ารคุณภาพมาตรฐานงานเทคนคิ การแพทย์ สำ�หรบั
ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
ได้รับการรับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล (HA) ขั้นที่ 3
พ.ศ. 2556 ไดร้ ับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพและมาตรฐานเลขท่ี
มอก.9001-2552 (ISO9001:2008)
พ.ศ. 2557 ไดร้ ับการรับรองคณุ ภาพสถานพยาบาล (HA) Reaccreditation ครัง้ ท่ี 1
พ.ศ. 2558 ไดร้ ับการรบั รองระบบบรหิ ารคณุ ภาพมาตรฐานงานเทคนคิ การแพทย์ สำ�หรบั
ห้องปฏบิ ตั ิการทางการแพทย์
พ.ศ. 2559 ไดร้ บั การรบั รองระบบบรหิ ารงานคณุ ภาพและมาตรฐานเลขท่ี มอก.9001-2552
(ISO9001:2008)
พ.ศ. 2559 ไดร้ บั การรบั รองมาตรฐานการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หายาเสพตดิ ในสถาน
ประกอบกจิ การ

97

ข่าวสารคลนิ กิ ศูนยแ์ พทย์พฒั นา

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ให้บริการตรวจสุขภาพแบบครอบคลุมสำ�หรับบุคคลทั่วไป และบริษัทหรือหน่วยงานทั้ง
ก่อนเข้างาน ตรวจสุขภาพประจ�ำ ปี และการฉีดวคั ซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยทมี แพทย์ พยาบาล และบคุ ลากร ดว้ ยเคร่อื ง
มอื ท่ีทันสมัย มาตรฐานระดบั สากล รวมถึงใหบ้ รกิ ารส�ำ หรับบรษิ ทั คสู่ ัญญาด้านการรกั ษาพยาบาลแบบเงนิ เชื่อ
แจง้ ความประสงคข์ อเขา้ รว่ มตรวจสขุ ภาพหรอื รว่ มเปน็ บรษิ ทั คสู่ ญั ญากบั ทางคลนิ กิ ศนู ยแ์ พทยพ์ ฒั นา และสอบถาม
รายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ไดท้ ่ี
แผนกสือ่ สารองค์กร
โทรศพั ท์ : 02-1050345 , 02-3087600 ตอ่ 2391-2394
โทรสาร : 02-1050349
E-mail : [email protected]
9D8ecember 2017


Click to View FlipBook Version