1.3 มีพัฒนาการด้านสงั คม ชว่ ยเหลือตนเอง
และเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสังคม
1.3.3 เดก็ เป็นสมาชกิ ท่ดี ขี องสงั คม รู้รักษ์วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มอื ง เล็งเห็นถงึ ความสาคญั ของการทา
กจิ กรรมรว่ มกนั เพื่อส่งเสรมิ การเป็ นคนมีน้าใจ ชว่ ยเหลอื แบ่งปัน การ
เป็ นสมาชกิ ทีด่ ขี องสงั คม รวมถงึ เป็ นผูท้ ีเ่ คารพนับถือตนเองได ้ ดงั นั้น
โรงเรยี นจงึ มกี ารจดั กจิ กรรมทหี่ ลากหลายทมี่ ุ่งเนน้ ฝึ กฝนใหเ้ ด็กมคี วาม
ซอื่ สัตยส์ ุจรติ และรูจ้ กั การแบ่งปันและทากิจกรรมร่วมกนั ไดอ้ ย่างมี
ความสขุ
1.4 มพี ฒั นาการด้านสตปิ ัญญา ส่อื สารได้ ทกั ษะการคิด
พ้นื ฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้
1.4.1 มีทักษะทางภาษาและการสือ่ สารได้สมวยั
โรงเรยี นเทศบาล ๑ วดั ศรเี มอื ง มีการส่งเสรมิ สนับสนุน พฒั นา
และใหค้ วามสาคญั ในเรอื่ งของภาษาเป็ นอย่างมาก โดยการจดั กจิ กรรม
ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความตอ้ งการที่แตกต่างกนั ของเด็ก
เพื่อส่งเสรมิ ทกั ษะทางภาษาที่ดี และเหมาะสมตามวยั เชน่ การร่วม
พูดคุยแสดงความคดิ เห็นกบั เพื่อนในชน้ั เรยี น การทากจิ กรรมภาษา
รปู แบบตา่ งๆ เป็ นตน้
1.4 มพี ฒั นาการด้านสตปิ ัญญา ส่อื สารได้
ทักษะการคิดพน้ื ฐาน และแสวงหาความรู้ได้
1.4.2 มีทักษะพืน้ ฐาน รูเ้ รือ่ งเกีย่ วกบั ตนเอง บุคคล สถานท่ีและส่ิงตา่ งๆรอบตัว
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มอื ง จดั กจิ กรรมใหเ้ ด็กไดเ้ รยี นรจู ้ าก
สงิ่ ใกลต้ วั เด็ก เกยี่ วกบั เรอื่ งราวของตนเอง การชว่ ยเหลอื ตนเอง อกี ทงั้ ได ้
เรยี นรเู ้ กยี่ วกบั บคุ คลใกลต้ วั สถานทแี่ ละสงิ่ ตา่ งๆ รอบตวั ได ้
1.4 มพี ฒั นาการด้านสตปิ ัญญา สอื่ สารได้
ทกั ษะการคดิ พ้นื ฐาน และแสวงหาความรไู้ ด้
1.4.3 เดก็ มีความใฝ่รแู้ ละทักษะการสงั เกต สามารถเรยี นรู้ด้วยตนเองไดส้ มวยั
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มือง มีการจดั ประสบการณเ์ ชงิ
ทดลองหรอื เชงิ ปฏบิ ตั ิ เป็ นการจดั กจิ กรรมทเี่ ด็กใหค้ วามสนใจเป็ นอย่าง
มาก เนื่องจากเป็ นกจิ กรรมทที่ าใหเ้ ด็กเรยี นรผู ้ ่านการทดลอง การลงมอื
ปฏบิ ตั จิ รงิ จากกการชมิ รสชาตแิ ละการทดลองปฏกิ ิรยิ าเคมีการทดลอง
ในการเรยี นการสอนหอ้ งเรยี นอจั ฉรยิ ะ
มาตรฐานที่ 2
กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
2.1 มหี ลกั สตู รครอบคลุมพฒั นาการทง้ั ๔ ดา้ น
สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของทอ้ งถนิ่
2.2 จดั ครใู หเ้ พยี งพอกบั ชนั้ เรยี น
2.3 ส่งเสรมิ ใหค้ รมู คี วามเชยี่ วชาญดา้ นการจดั
ประสบการณ์
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ มและสอื่ เพอื่ การเรยี นรอู ้ ย่าง
ปลอดภยั และเพยี งพอ
2.5 ใหบ้ รกิ ารสอื่ เทคโนโลยสี ารสนเทศและสอื่ การ
เรยี นรเู ้ พอื่ สนับสนุนการจดั ประสบการณ์
2.6 มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพทเี่ ปิ ดโอกาสใหผ้ เู ้ กยี่ วขอ้ ง
ทกุ ฝ่ ายมสี ่วนรว่ ม
2.1 มหี ลกั สูตรครอบคลุมพฒั นาการทง้ั 4
ดา้ น สอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของทอ้ งถนิ่
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มือง ดาเนินการจดั กิจกรรมการ
เรยี นการสอนโดยคานึงถงึ ธรรมชาตขิ องพฒั นาการและการเรยี นรูข้ อง
เด็กปฐมวยั โดยครูผูส้ อนตอ้ งทราบขอ้ มูลเกยี่ วกบั พฒั นาการและการ
เรยี นรูข้ องเด็ก ตลอดจนสามารถนาความรู ้ วธิ กี ารสอน เนือ้ หาสาระของ
หลกั สูตร วธิ กี ารประเมนิ ผล วธิ กี ารในการประยุกตห์ ลกั สูตรและการสอน
ใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการและความสนใจของเด็กเป็ นรายบุคคล เนน้
จดั การศกึ ษาเพอื่ พฒั นาการทง้ั 4 ดา้ น มกี ารจดั กจิ กรรมทสี่ อดคลอ้ งกบั
ธรรมชาติของการจดั การศึกษาปฐมวยั เพื่อพัฒนาเด็กท้งั ทางดา้ น
รา่ งกาย อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา เพื่อนาไปสู่การเรยี นรูท้ ี่นามา
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
2.2 จดั ครใู หเ้ พยี งพอกบั ชน้ั เรยี น
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มอื ง มกี ารจดั ครใู หเ้ พยี งพอตอ่ ชนั้ เรยี นโดย
ในระดบั ชน้ั อนุบาล 2/3 มจี านวนนักเรยี นในชน้ั เรยี นมี 34 คน ชาย 17
คนและ หญงิ 17 คน และครปู ระจาชนั้ 1 คน คณุ ครฐู ติ าพร ปั้นเงนิ มี
นักศกึ ษาฝึ กสอน 1 คน ซงึ มคี วามเพยี งพอตอ่ จานวนนักเรยี กในชนั้
เรยี น
สง่ เสรมิ ใหค้ รูมคี วามเชยี่ วชาญดา้ น
2.3 การจดั ประสบการณ์
มกี ารเขา้ รวมอบรมเพอื่ ส่งเสรมิ ใหค้ รมู คี วามรู ้ ความเชยี่ วชาญ ทกั ษะ
และสมรรถนะทจี่ าเป็ นสาหรบั การปฏบิ ตั กิ ารสอนท่ามกลางการเปลยี่ นแปลง
ของสงั คม เศรษฐกจิ และเทคโนโลยอี ย่างรวดเรว็ ทมี่ ผี ลกระทบต่อการเรยี นรู ้
และการสอน
2.4 จดั สภาพแวดลอ้ มและสอื่ เพอื่ การ
เรยี นรูอ้ ยา่ งปลอดภยั และเพยี งพอ
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มือง มีการจดั สภาพแวดลอ้ มที่
เอือ้ อานวยต่อการเรยี นรู ้ ส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กเกดิ ทกั ษะกระบวนการคิดซงึ่
นาไปสู่การตง้ั คาถามและกระตุน้ ใหเ้ ด็กเกดิ การคดิ และหาเหตุผลในสงิ่ ที่
อยากรู ้ มีความสนใจในการทากจิ กรรมต่างๆ รูจ้ กั การตงั้ คาถามและการ
เรยี นรู ้ มกี ารจดั การเรยี นรทู ้ คี่ รอบคลมุ
2.5 ใหบ้ รกิ ารสอื่ เทคโนโลยสี ารสนเทศและสอื่ การ
เรยี นรูเ้ พอื่ สนบั สนุนการจดั ประสบการณ์
โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรี มกี ารจดั สภาพแวดลอ้ มทเี่ ออื้ อานวยต่อการ
เรยี นรู ้ มีหอ้ งSmart Classroom หอ้ งภาษาองั กฤษ เพื่อที่สนับสนุ น
ส่งเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นใฝ่ เรยี นแสวงหาความรแู ้ ละเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเองตามอธั ยาศยั
อย่างกวา้ งขวางและต่อเนื่อง เพอื่ เสรมิ สรา้ งใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ กระบวนการเรยี นรู ้
และเป็ นบคุ คลแหง่ การเรยี นรไู ้ ดม้ กี ารนาเทคโนโลยตี า่ งๆเขา้ มาใชใ้ นการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรเู ้ พอื่ ใหเ้ ด็กไดเ้ รยี นรแู ้ ละเกดิ ความสนใจในการเรยี นรมู ้ าก
ยงิ่ ขนึ้
2.6 มรี ะบบบรหิ ารคุณภาพทเี่ ปิ ดโอกาสให้
ผูเ้ กยี่ วขอ้ งทุกฝ่ ายมสี ว่ นรว่ ม
ผูป้ กครอง คอื ครคู นแรกๆ ของเด็กและเด็กๆก็ไดเ้ รยี นรหู ้ ลายสงิ่
หลายอย่างทบี่ า้ นโดยไม่ตอ้ งไดร้ บั อทิ ธพิ ลหรอื ไดร้ บั การสอนอย่างเป็ น
ทางการจากสถานศกึ ษาแต่อย่างใด ดงั น้ันจงึ เป็ นสงิ่ ทสี่ าคญั อย่างยงิ่ ที่
เมื่อเด็กเขา้ เรยี นในสถานศึกษาหรอื โรงเรยี นอนุบาลแลว้ การเรยี นรู ้
จะตอ้ งเชอื่ มต่อและเชอื่ มโยงระหว่างสถานศกึ ษาและครอบครวั เพอื่ ให ้
การเรยี นรูข้ องเด็กนั้นต่อเนื่องและทาใหก้ ารเรยี นรูม้ ีความหมายต่อ
เด็ก เพราะสามารถเชอื่ มโยงสู่ชวี ิตจรงิ ที่บา้ นไดด้ ว้ ย บทบาทของ
ผูป้ กครอง โรงเรยี นเทศบาล 1 วดั ศรเี มอื ง เปิ ดโอกาสใหผ้ ูท้ เี่ กยี่ วของ
ทุกฝ่ ายมสี ่วนรว่ มในการทากจิ กรรมรว่ มกบั เด็กๆ รวมทากจิ กรรมและ
มอบความรใู ้ หก้ บั เด็กๆ
มาตรฐานที่ 3
การจดั ประสบการณ์
ทเี่ น้นเดก็ เป็ นสาคญั
3.1 จ ัด ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ที่ ส่ ง เ ส ริมใ ห้เ ด็ ก มี
พัฒ น า ก า ร ทุ ก ด้า น อ ย่ า ง ส ม ดุ ล เ ต็ ม
ศกั ยภาพ
3.2 สรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณต์ รง
เลน่ และปฏบิ ตั อิ ย่างมคี วามสุข
3.3 จดั บรรยากาศทเี่ ออื้ ตอ่ การเรยี นรู ้ ใชส้ อื่
และเทคโนโลยที เี่ หมาะสมกบั วยั
3.4 ประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจรงิ และนา
ผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ไปปรบั ปรุง
การจดั ประสบการณแ์ ละพฒั นาเดก็
3.1 จดั ประสบการณท์ ีส่ ่งเสรมิ ใหเ้ ด็กมีพฒั นาการ
ทุกดา้ นอย่างสมดุลเตม็ ศกั ยภาพ
ครจู ดั กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาผูเ้ รยี นใหค้ รบทุกดา้ น
ทง้ั ทางดา้ นรา่ งกาย ดา้ นอารมณ์ ดา้ นสงั คม และดา้ นสติปัญญา ให ้
สอดคลอ้ งกบั ความถนัด ความสนใจ และพฒั นาการของผูเ้ รยี น เนน้ ฝึ ก
ทกั ษะกระบวนการคดิ การแกป้ ัญหา และการประยุกตค์ วามรูไ้ ปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวนั จดั ประสบการณก์ ารเรยี นการสอนใหเ้ ป็ นไปตามรูปแบบ
ปฐมวยั อย่างแทจ้ รงิ และคานึงถงึ ตวั เด็กเป็ นสาคญั
3.2 สรา้ งโอกาสใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณต์ รง
เลน่ และปฏบิ ตั อิ ยา่ งมคี วามสุข
ครูจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนหลากหลายรูปแบบ เชน่ การ
ออกคน้ หาคาตอบผ่านการสมั ภาษณบ์ ุคลากรในโรงเรยี น การเรยี นรู ้
นอกหอ้ งเรยี น และการแสดงบทบาทสมมติ ส่งผลใหเ้ ด็กเกดิ ความสนใจ
ในการเรยี นรู ้ กลา้ แสดงออกผ่านการตงั้ คาถาม มคี วามกระตอื รอื รน้ ใน
การทากจิ กรรมรว่ มกบั ผูอ้ นื่ และการปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง
3.3 จดั บรรยากาศทเี่ ออื้ ตอ่ การเรยี นรู ้ ใชส้ อื่
และเทคโนโลยที เี่ หมาะสมกบั วยั
ครใู ชส้ อื่ เทคโนโลยีทที่ นั สมยั ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
และง่ายต่อการเรยี นรู ้ เช่นกิจกรรม การใชอ้ ุปกรณก์ ารสมั ภาษณ์
ไดแ้ ก่ กลอ้ งถ่ายรปู โทรศพั ท ์ หรอื กจิ กรรมเขา้ ฐานสบื คน้ ขอ้ มูล การใช ้
คอมพิวเตอรใ์ นการสบื คน้ ขอ้ มูลทางอนิ เตอรเ์ น็ ต เป็ นตน้ ซงึ่ กจิ กรรม
เหล่านี้ ทาใหเ้ ด็ก เขา้ ใจขน้ั ตอนวธิ กี ารใชส้ อื่ เทคโนโลยที ถี่ กู วธิ ี อกี ทง้ั ยงั
เป็ นการสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กเกดิ กระบวนการเรยี นรจู ้ ากการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
ประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจรงิ และนา
3.4 ผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ไปปรบั ปรุง
การจดั ประสบการณแ์ ละพฒั นาเดก็
การวดั และการประเมินพัฒนาการของเด็กสามารถจดั ทาได ้
หลากหลายรูปแบบ เชน่ บนั ทึกความดี เป็ นการเล่าความดีที่ปฏิบตั ิ
ขณะอยู่บา้ นของเด็กเป็ นรายบุคคลโดยครูและผูป้ กครองเป็ นผูเ้ ขียน
ความดตี า่ งๆของเด็กในแตล่ ะสปั ดาห ์
แผนการจดั ประสบการณ์
การเรยี นรู ้
กจิ กรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ
กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์
กจิ กรรมสรา้ งสรรค ์
กิจกรรมกลางแจง้
กิจกรรมเกมการศึกษา
ป้ ายนิเทศ