43 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบ ทักษะกระบวนทาง วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผู้วิจัยได้ใช้แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง เงาและอุปราคา ซึ่งเป็น แบบปรนัย 4 ตัวเลือก มีจำนวนทั้งหมด 20 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน ทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างก่อน เรียนและหลังเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน จากนั้นนำคะแนนการทดสอบก่อน เรียนและหลังเรียนมาวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แสดงผลดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียน เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 1 12 60 15 75 2 10 50 15 75 3 12 60 13 65 4 10 50 17 85 5 7 35 13 65 6 13 65 16 80 7 12 60 14 70 8 17 85 19 95 9 16 80 18 90 10 10 50 16 80 11 8 40 12 60 12 6 30 15 75 13 15 75 18 90
44 ตารางที่ 3 ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียน (ต่อ) เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 14 11 55 14 70 15 10 50 12 60 16 11 55 15 75 17 10 50 14 70 18 12 60 12 60 19 8 40 13 65 20 17 85 19 95 21 14 70 16 80 22 7 35 12 60 23 11 55 14 70 24 9 45 14 70 25 10 50 15 75 26 13 65 16 80 27 11 55 15 75 28 6 30 12 60 29 14 70 18 90 30 12 60 16 80 31 9 45 15 75 32 9 45 17 85 33 7 35 15 75 34 11 55 16 80 35 14 70 17 85 36 11 55 17 85 37 8 40 16 80 38 12 60 18 90
45 ตารางที่ 3 ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียน (ต่อ) จากตารางที่ 3 ผลการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 11 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 54 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76 ซึ่งไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 เป็นไปตามสมมติฐานของการวิจัย ผลการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อน เรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ผู้วิจัยได้นำคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน และหลังเรียนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์เปรียบเทียบโดย การทดสอบ t-test for Dependent Sample ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงผลดังตารางที่ 3 ตารางที่ 4 ผลการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ คะแนนเฉลี่ย S.D. ร้อยละ t-test ก่อนเรียน 11 2.93 54 หลังเรียน 15 2.11 76 14.04 **มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เลขที่ ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนน ร้อยละ คะแนน ร้อยละ 39 5 25 10 50 40 9 45 12 60 41 9 45 14 70 42 14 70 17 85 43 13 65 16 80 44 6 30 15 75 45 12 60 17 85 คะแนนเฉลี่ย 11 54 15 76 S.D 2.93 14.63 2.11 10.57
46 จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 11 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 54 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76 ซึ่งคะแนนเฉลี่ย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
47 บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์จากการเก็บ รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลสามารถสรุปผล อภิปรายผล และให้ข้อเสนอแนะ ดังรายละเอียด ต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง เงาและอุปราคา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรม เป็นฐาน สมมติฐานของการวิจัย การเปรียบเทียบทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง เงาและอุปราคา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรม เป็นฐาน ขอบเขตของการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนขยาย โอกาสขนาดใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 181 คน จาก 4 ห้องเรียน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 6 โรงเรียนขยายโอกาส ขนาดใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 46 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
48 2. ตัวแปรในการวิจัย 2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน (Activity Based Learning ; ABL) 2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะกระบวนทางวิทยาศาสตร์ 3. เนื้อหาที่วิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้เนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ (ว16101) ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 ตัวชี้วัด ป.6/7 และป.6/8 และสาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว 3.1 ตัวชี้วัด ป.6/1 เรื่อง เงาและอุปราคา ประกอบด้วยเนื้อหาย่อยดังนี้ 3.1 การเกิดเงามืด เงามัว 3.2 การมองเห็นของดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ 3.3 การเกิดสุริยุปราคา 3.4 การเกิดจันทรุปราคา 4. ระยะเวลาวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โดยใช้เวลาในการ ทดลอง 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 4 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา จำนวน 4 แผนๆ ละ 2 ชั่วโมง รวมจำนวนทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง โดยมีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผน อยู่ระหว่าง 0.92 – 0.96 2. แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง เงาและอุปราคา แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1 และเมื่อนำแบบทดสอบไปทดลอง ใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง มีค่าความยากง่าย (p) อยู่ระหว่าง 0.24 – 0.76 ค่าอำนาจจำแนก (r) อยู่ระหว่าง 0.29 – 0.91 และค่าความเชื่อมั่น (KR –20) เท่ากับ 0.92
49 การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ก่อนการทดลอง ให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์เป็นคะแนนก่อนเรียน 2. ผู้วิจัยดำเนินการสอนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรม เป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา จำนวน 4 แผน รวม 8 ชั่วโมง รวมทั้งหมด 4 สัปดาห์ 3. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ทำการทดลองหลังเรียน โดยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบ วัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชุดเดิมกับทดสอบก่อนเรียน เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์เป็น คะแนนหลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูล นำคะแนนผลการวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียน มาคิด คะแนนเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนนทั้งสองมาเปรียบเทียบ โดยใช้สถิติ t-test Dependent สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาและเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 11 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 54 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76 ซึ่งคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อภิปรายผลการวิจัย ผลการศึกษาและเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและอุปราคา พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 11 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 54 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 15 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 76 ซึ่งคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงว่า นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ภัทรสร นร เหรียญ (2562) พบว่า ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง การพูดภาษาอังกฤษของนักเรียน
50 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานร่วมกับสื่อประสม มี คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยดังกล่าว ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้ที่ศึกษาควรมีการกำหนดกติกาและข้อตกลงต่าง ๆ ให้ชัดเจนในการจัดกิจกรรมแต่ ละครั้งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจกิจกรรมเนื้อหาและขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมเป็นอย่างดี 1.2 ผู้ศึกษาควรศึกษาแนวคิด รูปแบบ ขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการ จัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน เพื่อความมีประสิทธิภาพในการนำ ผลการวิจัยไปใช้ 1.3 ผู้ศึกษาควรศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ ด้วย เช่น สภาพแวดล้อมของชั้นเรียน ความแตกต่างระหว่างบุคคล กระบวนการ ทำงานกลุ่ม รวมไปถึงสื่อประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย 2. ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ผู้ที่ศึกษาควรนำผลการวิจัยการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน เรื่อง เงาและ อุปราคา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปเปรียบเทียบกับวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ การสอนอื่น 2.2 ผู้ที่ศึกษาควรมีการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานกับ รายวิชาอื่นและระดับชั้นอื่น ๆ 2.3 ผู้ที่ศึกษาควรศึกษาการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานกับหน่วยการเรียนอื่น ๆ ในสาระวิทยาศาสตร์ หรือ สาระอื่นในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มีเนื้อหาเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. นิภา ตรีแจ่มจันทร์. (2562). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความสามารถในการ ทำโครงงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน : มหาวิทยาลัยศิลปากร. ภัทรสร นรเหรียญ. (2562). การจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน ร่วมกับสื่อประสมเพื่อพัฒนา ความสามารถในการฟัง การพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 : มหาวิทยาลัยศิลปากร. วรรณวิสา สุวรรณชัยรบ (2564). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานร่วมกับกลวิธีเชิงอภิ ปัญญาที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง ความน่าจะเป็น : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ศิริชัย นามบุรี. (2556)..การเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน: แนวทางการจัดการเรียนรู้ในระบบ อีเลิร์น นิ่ งให้ ส ำเร็จต ามเป้ าห ม าย. เข้าถึงเมื่ อ 2 สิงห าค ม 2565. เข้าถึงได้จาก http://ictbl.blogspot.com ศศิธร ลิจันทร์พร. (2556). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมเป็นฐานโดยใช้แอพพลิเคชันเพื่อ การศึกษาบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เพื่อส่งเสริมความมีวินัยของนักเรียนประถมศึกษาตอน ปลาย. วิทยานิพนธ์ คุรุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสกสรร สุขเสนา. (2561). การพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามแนวการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็น ฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้านเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะพลเมืองอาเซียนสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น : มหาวิทยาลัยศิลปากร. Zahoor-ul-Haqa and Rabia Tabassum. (2015). Effect of ABL Method on Students’ Performance in Listening Skill at Grade-VI, University of Peshawar. Rupa Rathee and Pallavi Rajain. (2016. EFFECTIVENESS OF ACTIVITY BASED LEARNING IN MANAGEMENT EDUCATION. Deenbandhu Chhotu Ram University of Science
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญในการตรวจประเมินเครื่องมือวิจัย
ภาคผนวก ข เครื่องมือวิจัย - แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน - แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ภาคผนวก ค การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของเครื่องมือวิจัย
ภาคผนวก ง ภาพประกอบงานวิจัยและตัวอย่างผลงานนักเรียน
ภาพประกอบงานวิจัย ภาพที่ 1 กิจกรรมเงาเกิดขึ้นได้อย่างไรและมีลักษณะอย่างไร ภาพที่ 2 กิจกรรมมองเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้อย่างไร
ภาพประกอบงานวิจัย ภาพที่ 3 กิจกรรมสุริยุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร ภาพที่ 4 กิจกรรมจันทรุปราคาเกิดขึ้นได้อย่างไร
ภาพประกอบงานวิจัย ภาพที่ 5 การทำแบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ประวัติผู้วิจัย ชื่อผู้วิจัย นางสาวพรอนงค์ มาตย์จันทร์ ภูมิลำเนาเดิม บ้านเลขที่ 251 หมู่ 11 ตำบล โคกกลาง อำเภอ เพ็ญ จังหวัด อุดรธานี รหัสไปรษณีย์41150 โทรศัพท์ 061-028-5698 สถานที่พักอาศัย บ้าน หอพัก บ้านเลขที่ 251 หมู่ 11 ตำบล โคกกลาง อำเภอ เพ็ญ จังหวัด อุดรธานี รหัสไปรษณีย์41150 โทรศัพท์ 061-028-5698 ความสามารถพิเศษ ใช้งานโปรแกรม Microsoft Word ได้ ใช้งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้ ใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel เบื้องต้นได้ ประวัติการศึกษา : พ.ศ. 2553 ระดับประถมศึกษา โรงเรียนอนุบาลเพ็ญประชานุกูล จังหวัด อุดรธานี พ.ศ. 2556 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนอนุบาลเพ็ญประชานุกูล จังหวัด อุดรธานี พ.ศ. 2559 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จังหวัด อุดรธานี พ.ศ. 2564 กำลังศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ (ชีววิทยา) มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี E-mail : [email protected]