1
2
3
4
5
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
6
7
8
คำสง่ั จงเลอื กคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดยี ว ใชเ้ วลาในการสอน 10 นาที
ขอ้ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
9
1. สงั คมชมพูทวีป
ชมพูทวปี ในสมัยพทุ ธกาล คือ พืน้ ท่ปี ระเทศ
อนิ เดียและเนปาล ในปัจจบุ ันไมป่ รากฏวา่ ใช้ชื่อนี้แลว้ จะ
พบได้ก็เมื่อมีการพูดถงึ ประวัตขิ องพระพทุ ธเจ้าและสงั คม
อินเดีย ในสมยั พุทธกาล ชมพูทวีปประกอบด้วยแคว้นตา่ ง
ๆ หลายสบิ แคว้น แคว้นท่ีมีอาณาเขตกว้างใหญ่ เรยี กว่า
“มหาชนบท” ประกอบดว้ ย 16 แคว้น ดังน้ี
3. คติความเช่ือทางศาสนาสมยั ก่อนพระพุทธเจา้
ความเชอ่ื ในสมัยกอ่ นพระพทุ ธเจ้า แบง่ ออกเปน็ 3 กลุม่
ได้แก่
คตคิ วามเช่อื ลกั ษณะของความเช่ือ
1. ความเชอื่ ใน ความเชื่อในเรื่องสภาพดิน ฟ้า
เรื่องจิตวญิ ญาณ อากาศ ตน้ ไม้ ภูเขา และเช่ือวา่ มี
วญิ ญาณของเทพเจา้ สิงสถิตอยใู่ น 2. วรรณะ
สังคมชมพูทวีปในสมัยพุทธกาลมีการแบง่ ชนช้ัน
ธรรมชาติ
วรรณะอยา่ งชดั เจน โดยแบง่ ออกเปน็ 4 วรรณะ ได้แก่
2. ความเชอื่ ใน เช่ือวา่ พระพรหม เป็นผสู้ ร้างโลก
ศาสนาพราหมณ์ สร้างจกั รวาล สร้างชีวติ มนุษย์ สร้าง เกดิ จาก
ปาก
สัตว์ และมีการบวงสรวงเทพเจา้ โดย
ใชส้ ัตวบ์ ชู ายญั
3. ความเชอ่ื ใน ไดแ้ ก่ กลมุ่ นกั บวชผไู้ ม่ยอมรับความ เกิดจาก เกดิ จาก
ลทั ธอิ สิ ระต่าง ๆ เชื่อเดิมในศาสนาพราหมณ์ แตม่ ี อก แขน
ความตอ้ งการคน้ หาความจริงอยา่ ง เกิดจาก
อิสระ จึงต้งั สานกั ของตนเองข้ึนเพื่อ
สอนผคู้ นท่ีมีความเชื่อเหมือนตนเอง นอกจากนีใ้ นสงั คมชมพูทวีปยเทัง้ามชี นชนั้ ตำ่ สดุ ซึ่งจดั เปน็ พวก
นอกวรรณะเรยี กว่า “จัณฑาล” คือ พวกท่ีเกิดจากบดิ ามารดา
มวี รรณะตา่ งกนั
10
1. ขอ้ ปฏบิ ัตทิ างสายกลางในพระพทุ ธศาสนา
1.1 พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวธิ กี ารท่เี ป็ นสากล
พระพุทธศาสนามีทฤษฎีและวธิ ีการท่ีเป็นสากล
คือ หลกั อริยสจั 4 หมายถึง หลกั ความจริงอนั ประเสริฐ
ของชีวติ มี 4 ประการ ไดแ้ ก่
1.2 พระพุทธศาสนามีข้อปฏิบัตทิ ่ียึดทางสายกลาง
ข้อปฏิบัตทิ ยี่ ดึ ทางสายกลางของพระพุทธศาสนาเรยี กวา่ “มัชฌมิ าปฏิปทา” อันได้แก่ “อริยมรรคมีองค์ 8” ได้แก่
1) ความเห็นชอบ (สัมมาทฏิ ฐิ) 2) ความดำรชิ อบ (สัมมาสงั กปั ปะ) 3) เจรจาชอบ (สมั มาวาจา) 4) การกระทำชอบ
(สมั มากัมมันตะ) 5) การเลยี้ งชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ) 6) พยายามชอบ (สมั มาวายามะ) 7) ระลกึ ชอบ (สัมมาสติ) 8) ตั้งจิตมน่ั
ชอบ (สมั มาสมาธิ)
2. การพฒั นาศรทั ธาและปญั ญาทางพระพทุ ธศาสนา
2.1 การพฒั นาศรัทธา
ศรทั ธา แปลวา่ ความเชื่อ ความศรทั ธาใน
พระพทุ ธศาสนานัน้ จะต้องเป็นความเชื่อมั่นในคุณงาม
ความดีที่ประกอบด้วยเหตุผล ผู้มีวญิ ญาณแห่ง “ผู้ใฝ่รู้”
ศรทั ธาทีจ่ ะนำไปสู่การพัฒนา ได้แก่
2.2 การพฒั นาปัญญา
ปัญญา แปลวา่ รู้ท่วั ถงึ
หมายความว่า ความร้ใู นเร่ืองใดถ้า
รไู้ มท่ ่วั ถึง ไม่ทะลุ ปรโุ ปร่ง ไม่รอบ
ดา้ น ไมน่ บั เปน็ ปญั ญาทแี่ ท้
ปญั ญาทีค่ วรพัฒนามี ๓ ลักษณะ
11
3. ลกั ษณะประชาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา
3.1 หลักประชาธิปไตยทว่ั ไปในพระพุทธศาสนา ลกั ษณะท่เี ปน็ ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนามดี ังน้ี
1) พระพทุ ธศาสนามีพระธรรมวินยั เป็นธรรมนูญ หรอื กฎหมายสงู สดุ
พระธรรม คอื คำสอนท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงแสดง
พระวินยั คือ คำสัง่ อนั เปน็ ข้อปฏิบัติท่พี ระพทุ ธเจา้ ทรงบัญญัตขิ น้ึ
2) มกี ารกำหนดลกั ษณะของศาสนาไว้เรยี บรอ้ ย คือ สายกลาง คือ ศาสนาที่กล่าวจำแนก แจกแจงตามความเปน็ จริง
3) พระพทุ ธศาสนามีความเสมอภาคภายใต้พระธรรมวินัย
4) พระภิกษุในพระพทุ ธศาสนามีสทิ ธิ เสรภี าพภายใตพ้ ระธรรมวินยั
5) มีการแบ่งอำนาจ พระเถระผใู้ หญ่ทำหน้าทบี่ ริหารปกครองหมูค่ ณะ
6) พระพุทธศาสนามหี ลกั เสียงขา้ งมาก คือ ใชเ้ สียงขา้ งมากเป็นเกณฑต์ ดั สนิ
3.2 หลักประชาธปิ ไตยในการท่พี ระพทุ ธเจา้ ทรงมอบความเป็นใหญ่แก่สงฆ์
การมอบความเปน็ ใหญ่แก่สงฆม์ ีลกั ษณะตรงกับหลักประชาธิปไตยหลายประการ
สว่ นมากเป็นเรื่อง สังฆกรรม คอื การประชุมกนั ทำกจิ สงฆ์อยา่ งใดอย่างหนง่ึ ให้สำเร็จ
3.3 ลกั ษณะอ่ืน ๆ ท่แี สดงถึงความเปน็ ประชาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา
๑) พระพทุ ธเจา้ ทรงอนุญาตใหภ้ ิกษศุ กึ ษาพระพุทธศาสนาด้วยภาษาใด ๆ ก็ได้
๒) พระพทุ ธเจา้ ทรงอนุญาตใหพ้ ระสงฆ์ปฏบิ ัติคลอ้ ยตามกฎหมายของประเทศทต่ี นอาศัยอยู่
๓) กอ่ นปรนิ ิพพาน พระพุทธเจา้ ทรงอนญุ าตไว้ว่า ถา้ พระสงฆ์ปรารถนาจะถอนสกิ ขาบทเลก็ นอ้ ย (คือเลิกศีลข้อ
เล็กนอ้ ย) เสียก็ได้
4. การฝึ กฝนและพฒั นาตนเอง การพง่ึ พาตนเอง และการม่งุ สู่อสิ รภาพ
บุคคลจะฝกึ ตนใหไ้ ดด้ แี ละทำเปน็ นั้นขึ้นอยู่กับการฝึกตน
ซึ่งกระทำได้ 2 ทาง คือ อบรมจากผู้อ่ืน และอบรมดว้ ยตนเอง
4.1 การฝึกอบรมตนเองและพ่ึงตนเอง เรียกว่า สกิ ขา 3
มี 3 ข้ันตอน
1) อธิศีลสิขา คอื ฝกึ อบรมตนเองหรอื ควบคมุ ตนเองด้วย ศีล 5
2) อธจิ ิตตสขิ า คือ ฝกึ อบรมตนเองเรื่องจิต เรยี กว่า สมาธิ
- ด้านความดีงาม ไดแ้ ก่ คณุ ธรรม
- ด้านความอดทน ได้แก่ ความเพยี ร
- ด้านความสขุ สงบ ได้แก่ สุขุม เยอื กเยน็
3) อธิปัญญาสขิ า คือ ฝกึ อบรมตนเองเร่ืองปัญญาให้เกิดความรู้
ความเขา้ ใจ แบง่ เป็น 2 ระดบั คอื เข้าใจตนเอง และ
เข้าใจโลกและชวี ิต
12
5. หลกั การของพระพุทธศาสนากบั หลกั วทิ ยาศาสตร์
หลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ หลักการของพระพทุ ธศาสนา
1. วิทยาศาสตรเ์ นน้ วตั ถุนิยม เช่ือวา่ สสารและพลงั งาน 1, พระพทุ ธศาสนายอมรบั ความจรงิ ทางวัตถุ แต่เช่อื ว่ามคี วามจริง
เท่านั้นทเ่ี ปน็ จรงิ ความสุขทางวตั ถุเปน็ สงิ่ ท่ดี ที ีส่ ดุ อ่ืนนอกจากวตั ถุ
2. วทิ ยาศาสตร์เชอื่ ว่าความจรงิ รับรไู้ ดด้ ้วยประสาทสัมผสั 2. พระพทุ ธศาสนายอมรบั ประสาทสมั ผัสและให้ความสำคัญกบั
การรบั ร้ทู างจติ
การคดิ ตามนยั แห่งพระพทุ ธศาสนาและการคิดแบบวิทยาศาสตร์
การคิดแบบวทิ ยาศาสตร์ มีความแตกต่างจากการคิดตามนัยแหง่ พระพุทธศาสนา ดงั น้ี
๑) วิทยาศาสตร์เชื่อวา่ ความจรงิ ทางประสาทสมั ผสั มีสว่ นประกอบยอ่ ย ๆ
วิทยาศาสตรศ์ กึ ษา โดยการแยกแยะหรือวิเคราะห์สว่ นประกอบลงไปจนถงึ สว่ นเลก็ ท่สี ุด
เชน่ วเิ คราะหล์ งไปจนถึงระดับอะตอม หรือ ดเี อน็ เอ (DNA)
๒) การอธิบายความสัมพันธ์ระหวา่ งปรากฏการณใ์ นเชงิ เหตุและผลวิทยาศาสตร์
เช่ือว่า ปรากฏการณ์ทง้ั หลายมีปรากฏการณอ์ ื่นเปน็ สาเหตุ
๓) การสงั เคราะห์ เมอื่ มีความรู้ในรายละเอยี ดแล้ว วิทยาศาสตร์กน็ ำความรู้ท่ีได้ไป
สังเคราะห์ คือสร้างส่งิ ใหม่ ปรบั ปรงุ หรือดดั แปลง
๔) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ การคิดท้งั ๓ ประการนั้น อาศัยวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
คอื การสังเกต การรวบรวมข้อมูลจากการสงั เกต การตั้งสมมตุ ิฐาน การทดสอบสมมตุ ิฐาน และการสรปุ ผล
๕) การพสิ ูจนแ์ บบวทิ ยาศาสตรเ์ ป็นสาธารณะ คำว่า สาธารณะ ในที่นี้หมายความว่า เปน็ ส่ิงท่แี สดงให้ปรากฏอย่างเปดิ เผย
6. พระพุทธศาสนาเน้นความสัมพนั ธ์ของเหตปุ ัจจัยกบั วธิ ีการแก้ปัญหา
ของเหตุปัจจัยกบั วธิ ีการแก้ปัญหา
เหตปุ ัจจยั คอื อะไร
เหตุ หมายถึง ปัจจยั จาเพาะ
ที่เป็นหลกั ใหเ้ กิดมีสิ่งใดส่ิงหน่ึง
ข้ึนมาโดยสมบรู ณ์
ปัจจยั หมายถึง
องคป์ ระกอบ หรือเงื่อนไขแวดลอ้ ม
ที่ทาใหป้ ัจจยั จาเพาะ (เหตุ)
อยา่ งใด ๆ มีความสมบรู ณ์
13
7. พระพทุ ธศาสนาเป็ นศาสตร์แห่งการศึกษาซึ่งเน้นความสัมพนั ธ์
พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสตรแ์ หง่ การศึกษา
1) ความหมายของการศกึ ษา หมายถงึ การฝกึ อบรมใหม้ คี วามรู้ (วชิ า)
ความดงี าม (จรณะ/จริยธรรม) และมีความสามารถ (ศิลปะ)
2) จดุ เรม่ิ ต้นของการศึกษา
มีสาเหตุทต่ี อ้ งมกี ารจดั การศึกษาก็เพราะมนุษยเ์ ปน็ สตั ว์ท่ีออ่ นแอมาแตก่ ำเนิด
ถา้ หากมนุษย์ถูกปล่อยไวต้ ามยถากรรม มนษุ ย์กจ็ ะไม่สามารถพัฒนาตนเองจน
ทดั เทียมกับสตั วป์ ระเภทอ่ืน ๆ ได้ แตเ่ ม่ือมนุษยไ์ ด้รับการศึกษา มนุษย์ก็จะ
กลายเปน็ สัตว์ประเสรฐิ กว่าบรรดาสตั ว์ทง้ั ปวง ดงั พระพทุ ธพจน์ท่ีว่า
“ทนฺโต เสฏโฺ ฐ มนสุ ฺเสสุ” แปลวา่ ผู้ท่ฝี กึ ตน(ไดร้ บั การศกึ ษาแล้ว)
แลว้ เป็นผู้ประเสรฐิ ที่สุดในหมู่มนุษยท์ ้ังหลาย
3) ศกั ยภาพของมนุษยท์ ่ีเอือ้ ต่อการศึกษามนุษย์ทกุ คนมีศักยภาพที่จะบรรลุถึงโพธปิ ญั ญา (ปัญญาที่ทำให้เป็นพทุ ธะ)
ได้ แตม่ นุษยต์ ้องผา่ นกระบวนการทางการศึกษาเสยี ก่อน
4) หลกั การศึกษาในพระพทุ ธศาสนา
หลักการศึกษาในพระพุทธศาสนาท่ีเรยี กวา่ ไตรสิกขา
ประกอบดว้ ยการศกึ ษาใน 3 ดา้ น คอื
5) คณุ ลักษณะของผู้สำเร็จการศึกษาตามแนวพุทธ ผทู้ ีไ่ ดร้ ับการศกึ ษาตามหลักไตรสกิ ขาโดยสมบรู ณ์จะเรียกวา่ เปน็
บณั ฑิต หรอื พระอรหันต์ หรือ ภาวติ บคุ คล (บคุ คลผูพ้ ฒั นาแล้ว) คณุ ลกั ษณะของผสู้ ำเร็จการศกึ ษาจะมลี กั ษณะหรือมี
พฒั นาการท่ีสมบรู ณ์ใน ๔ ด้าน คือ
14
8. การฝกึ ตนไมใ่ หป้ ระมาทตามหลกั พระพทุ ธศาสนา
การฝึกตนไม่ให้ประมาทตามหลกั พระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนามีวธิ ีฝึกความไมป่ ระมาทไว้เปน็ แนวทาง
ตามลำดับจากง่ายไปหายาก ดงั นี้
(๑) เตอื นตนไม่ใหป้ ระมาทด้วยพระพทุ ธพจน์ในอปั ปมาทวรรค
(๒) ฝึกตนไมใ่ ห้ประมาทตามแนวอภณิ หปัจจเวกขณ์ ๕
(๓) ฝกึ ตนไม่ให้ประมาทใน ๔ สถาน
(๔) ฝกึ ตนไม่ใหป้ ระมาทอยา่ งสงู สดุ โดยการปฏบิ ตั ิตามหลักสติปัฏฐาน ๔
9. พระพุทธศาสนามุ่งประโยชน์และสันติภาพแก่บุคคล สังคม และโลก
หลักฐานท่ีแสดงให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาทม่ี ุง่ ประโยชนส์ ุขและสนั ตภิ าพแก่บุคคล สังคม และโลก
การยึดหลักธรรม สงั คหวตั ถุ 4
เหน็ ไดจ้ ากพุทธพจน์ตอ่ ไปนี้
1) เปา้ หมายการเสด็จอบุ ัติของพระพทุ ธเจา้
“ภกิ ษทุ ง้ั หลาย บุคคลผู้เป็นเอกเม่อื เกิดขน้ึ ในโลก
ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเกอื้ กลู แก่ คนหมู่มาก เพอ่ื สขุ แก่คนหมมู่ าก
เพือ่ อนเุ คราะห์ชาวโลก เพ่ือประโยชน์ เพอ่ื เก้ือกลู เพื่อสุข
แก่เทวดาและมนษุ ย์ทัง้ หลาย บคุ คลผ้เู ปน็ เอกคือใคร
คอื พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพทุ ธเจ้า บคุ คลผ้เู ปน็ เอกนี้แล
เมอื่ เกดิ ขึ้นในโลก ยอ่ มเกิดขึ้นเพอื่ เกอื้ กูลแก่คนหม่มู าก
เพื่อสุขแกค่ นหมู่มาก เพ่ืออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์
เพ่ือเกือ้ กูล เพ่ือสขุ แกเ่ ทวดาและมนุษย์ทัง้ หลาย”
2) เปา้ หมายในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา “ภิกษุทงั้ หลาย พวกเธอจงจาริกไป เพ่ือประโยชนแ์ ก่ชนจำนวนมาก
เพื่ออนุเคราะหช์ าวโลก เพอื่ ประโยชน์เกอื้ กูลดูแลความสุขแกท่ วยเทพและมนุษย์ อยา่ ไปโดยทางเดียวกันสองรูป จงแสดง
ธรรมมีความงามในเบ้อื งตน้ ท่ามกลาง และทส่ี ดุ จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์ บรบิ รู ณ์
ครบถ้วน สตั ว์ทั้งหลายทีม่ ีกิเลสเบาบางกย็ ังมีอยู่ สัตวเ์ หล่าน้ันจะเส่ือมไป (จากมรรคผล) เพราะไม่ได้ฟังธรรม ผ้รู ธู้ รรมจัก
ตอ้ งอยู่ ภกิ ษทุ ั้งหลาย แม้เราเองกจ็ ะไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคมเพอ่ื แสดงธรรม”
3) เป้าหมายในการทำสังคายนา “...ธรรมท้ังหลายเราแสดงไว้ เพอื่ ความรู้ย่งิ บริษัททงั้ หมดนน่ั แหละพงึ พรอ้ มเพรียง
กนั ประชุมสอบทานอรรถกบั อรรถ พยญั ชนะกบั พยัญชนะ แล้วถึงสงั คายนากนั ไม่พึงวิวาทกนั เพ่ือให้พรหมจรรยน์ ค้ี งอย่ไู ด้
นาน ดำรงอยู่ได้นาน ข้อนน้ั พึงเปน็ ไปเพอ่ื เก้อื กูลแก่คนหมูม่ าก เพ่ือสขุ แกค่ นหมู่มาก เพื่ออนเุ คราะห์ชาวโลก เพือ่ ประโยชน์
เพอ่ื ความสขุ แกเ่ ทวดาและมนษุ ยท์ ้ังหลาย”
15
10. พระพุทธศาสนากบั การเมืองและสนั ตภิ าพ
พระพทุ ธศาสนากบั การเมอื งและสันติภาพ มหี ลกั คำสอนสำคญั ท่เี กย่ี วกบั การเมืองและการอยูร่ ว่ มกันอยา่ งสันติสุข
คือ หลกั อธิปไตย 3 อันเปน็ คำสอนในเรอื่ งความเปน็ ใหญใ่ นการใชป้ ระกอบการวินจั ฉัยและตดั สนิ ใจ ดังนี้
1) อตั ตาธิปไตย คือ การถือตนเองเปน็ ใหญ่ ผทู้ ่ีถอื ตนเองเป็นใหญน่ น้ั จะต้องมีการทำความดี
2) โลกาธิปไตย คือ การถือชาวโลหเปน็ ใหญ่ หมายถงึ ถอื ความคดิ เหน็ ของคนส่วมากเป็นใหญ่
3) ธรรมาธิปไตย คือ การถือความชอบธรรมเปน็ ใหญ๋ การใหค้ วามสำคญั ของการปฏิบตั ติ ามหลักธรรม
11. พระพุทธศาสนากบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพยี งทางพระพุทธศาสนา หมายถงึ ซ่งึ ม่งุ ให้ทุกคนสามารถพึง่ พาตวั เองได้ รวมถงึ การพฒั นาให้ดีย่ิงขึ้น
จนเกิดความยั่งยืน คำวา่ พอเพยี ง คือ การดำเนนิ ชีวติ แบบทางสายกลาง โดยต้งั อยู่บนหลักสำคญั สามประการ คือ ความ
พอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิค้มุ กันทีด่ ี ความพอประมาณ ดงั นี้
1) สัปปุริสธรรม 7 2) บญุ กริ ิยาวัตถุ 10
3) อบุ าสกธรรม 7 4) ทิฏฐิธมั มกิ ตั ถสังวตั ตนกิ ธรรม
“ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา” ชื่อ……………………………………………………………………ช้ัน…………...เลขท่ี……..
ห้อง………………..
คำช้แี จง ให้ นักเรียนวิเคราะห์องค์ ประกอบของหลักธรรมอริยสจั 4 ตามท่ีกําหนดดังตอ่ ไปนี้
1.อรยิ สจั 4 ประกอบด้ วยหลักธรรมข้ อใดบา้ ง
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
2.การทมี่ นุษย มกี ารเบียดเบียน บบี ค้ัน ซง่ึ กนั และกัน จนทําใหท้ นต่ อสภาวะนั้นทนได้ ยากจดั เปน็ องค์ ประกอบ
ขอ้ ใดของหลกั ธรรมอริยสัจ 4
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
3.สมุทัย เหตแุ หง่ ความทกุ ข ได้แก ตัณหา 3 ประการ
3.1 กามตณั หา หมายถึง...........................................................................................................
3.2 ภวตัณหา หมายถึง...........................................................................................................
3.3 วภิ วตัณหา หมายถึง...........................................................................................................
4.การดบั ตัณหาให สน้ิ ไป จัดเป็ นองค์ประกอบในข้ อใดของหลกั ธรรมอริยสจั 4
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
5.หากมเี หตกุ ารณ์ ท่ีทาํ ให้ เกดิ ทกุ ข นักเรียนจะมขี ้ อปฏบิ ตั ิให้ ถึงความดับทกุ ข ไดอ้ ย่ างไรบ้ าง
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
“พระพทุ ธศาสนามขี ้อปฏบิ ัตทิ ยี่ ึดทางสายกลาง”
คำช้แี จง ให้ นกั เรยี นอธิบายพระพุทธศาสนามขี ้อปฏบิ ัติทีย่ ดึ ทางสายกลาง ตามที่กำหนดในถกู ต้อง
ขอ้ ปฏิบัติที่เป็นทางสายกลางในพระพทุ ธศาสนา
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..……………………………………………………..
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..………………………………………………………..
สัมมาทิฎฐิ สัมมา สัมมาวาจา สมั มากัมมนั ตะ สมั มาอาชีวะ สัมมาวายามะ สมั มาสติ สัมมาสมาธิ
สงั กัปปะ
คำชี้แจง: ให้นักเรียนเลอื กคำท่ีกำหยดใหต้ ่อไปนี้ มาอธบิ ายพร้อมตัวอยา่ งการดำรงชีวิตที่นางสายกลางมาประยุกตใ์ ช้
รูปภาพ
กิจกรรมความดีของฉัน
17
“ความสำคัญของพระพุทธศาสนา” ชื่อ…………………………………………………………………………ชน้ั …………...เลขท่ี………..
ห้อง………………..
ตอนท่ี 1 : ให้นกั เรยี นศกึ ษาเน้อื หาจากสื่อการเรียนรูแ้ ลว้ ตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. วิเคราะหห์ ลกั การสากลจากภาพ
ทกุ ข์ ............................................................................... ..
สมทุ ัย ............................................................................ ..
นโิ รธ .............................................................................. .
มรรค ..............................................................................
2. บทวเิ คราะหต์ ่อไปนส้ี อดคล้องกบั มรรค 8 ข้อใด มรรค
บทวเิ คราะห์ …………………………………
…………………………………
1. วียุทธชอบสวดมนต์ แผเ่ มตตาให้กับสรรพสตั ว์ …………………………………
2. ดาราสมัยนีเ้ ปิดกจิ การค้าขายสว่ นตัวเปน็ จำนวนมาก …………………………………
3. แม้เขาจะพึ่งเสยี คนรักไปแต่ก็สามารถทำใจได้อย่างรวดเรว็ …………………………………
4. โบราณสอนไว้วา่ “ฝนทงั่ ใหเ้ ปน็ เขม็ ” …………………………………
5. พระสมชายชอบพิรณาตามหลกั สตปิ ัฏฐาน 4 …………………………………
6. สาวคณิกาปิดซ่อง! หวังรวยการคา้ แทนขายบำเรอ …………………………………
7. เจ๊ไฝเลกิ พดู คำหยาบหลงั โดนสงั คมวิจารณ์ยับ
8. ประไพมคี วามแน่วแนใ่ นการทำงานมากกว่าคนอน่ื ๆ ฮือฮา ต้นกล้วยประหลาด ออกเครือมากลาง
ตอนที่ 2 : อ่านสถานการณ์ต่อไปนีแ้ ล้วตอบคำถาม ลำต้น แถมเครือกล้วยมีลักษณ ะคดเคี้ยว
ลักษณะของลูกกล้วยมีขนาดเล็กติดกันเป็นแผง
คำชแ้ี จง: .ให้นกั เรียนตอบคำถามลงในกระดาษ แล้วเย็บมุมสง่ พร้อมใบงาน เหมือนกล้วยแฝด ส่วนท่ีปลายเครือท่ียังมีหัว
1. นกั เรียนมีความคิดเห็นอย่างไรตอ่ เหตกุ ารณ์ดังกลา่ ว ปลีกลับหันมาทิ่มเข้าที่ลำต้น สร้างความ
2. เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนหลักศรัทธาและปัญญาทางพระพุทธศาสนา ประหลาดใจให้กับชาวบ้านท่ีพบเห็น ซ่ึงเมื่อ
ชาวบ้านทราบข่าว ต่างนำดอกไม้ธูปเทียน
อยา่ งไร น้ำหวาน รวมทัง้ ผา้ สมี าบูชาเพือ่ ขอหวย
3. นกั เรยี นจะทำอยา่ งไรจึงจะถอื วา่ เปน็ ผมู้ ีศรัทธาและปัญญาท่ีถูกต้อง
ท่มี า : https://www.khaosod.co.th
18
ช่ือ…………………………………………………………………………ชั้น……………...เลขที่…………..
ตอนท่ี 3 : วเิ คราะห์ภาพเหหล้อ่างน…ี้ต…าม…ห…ล…ัก…สกิ..ขา 3
สอดคล้องกบั หลักสกิ ขา 3 ข้อใด
.......................................................................................................
แนวทางการปฏบิ ัตติ น
.........................................................................................................
..................................................................................................… ……
………………………………………………………………………………………………
สอดคล้องกับหลกั สกิ ขา 3 ข้อใด
.......................................................................................................
แนวทางการปฏบิ ัตติ น
.........................................................................................................
..................................................................................................… ……
………………………………………………………………………………………………
สอดคล้องกบั หลกั สกิ ขา 3 ข้อใด
.......................................................................................................
แนวทางการปฏิบัตติ น
.........................................................................................................
..................................................................................................… ……
………………………………………………………………………………………………
นำรูปกจิ กรรมนักเรยี นทำ พร้อมอธิบาย สอดคลอ้ งกบั หลักสกิ ขา 3 ข้อใด
สอดคล้องกับหลกั สิกขา 3 ในขอ้ ใดและ .......................................................................................................
แนวทางการปฏบิ ตั ิตน
แนวทางการปฏบิ ตั ติ น .........................................................................................................
..................................................................................................… ……
………………………………………………………………………………………………
19
ชื่อ…………………………………………………………………ช้ัน………...เลขท…่ี …..
ห้อง………………..
“สงั คมชมพทู วีปสมยั ก่อนพุทธกาล”
คำชแี้ จง: ให้นักเรยี นศกึ ษาเนื้อหาจากสื่อการเรยี นรูแ้ ลว้ ตอบคำถามต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง
แคว้น เมอื งหลวง พระเจา้ แผ่นดิน การเมอื งการปกครอง
มคธ .................... …………………………………………….....................................................
.................... .......................................................................................................
.......................................................................................................
โกศล .................... .......................................................................................................
.................... .......................................................................................................
.....................................................................................................
วังสะ .................... .......................................................................................................
.................... .......................................................................................................
......................................................................................................
อวันตี .................... .......................................................................................................
.................... .......................................................................................................
......................................................................................................
วชั ชี .................... .......................................................................................................
.................... .......................................................................................................
......................................................................................................
20
ชือ่ …………………………………………………………………ชั้น………...เลขท…ี่ …..
คำชี้แจง: ให้นักเรยี นอธบิ ายดา้ นสงั คมหข้อองง…ศ…าส…น…า…พร…า.ห. มณ์ให้ถูกต้อง
การนบั ถือภตู ิผีปีศาจ วรรณะ.................................……….
............................................... เกดิ จาก ..............................……….
............................................... หนา้ ท่ี ................................... .........
............................................... .................................………………….
การนับถือเทพเจา้ วรรณะ................................………
............................................... เกดิ จาก ..............................………
............................................... หน้าท่ี ................................... ........
............................................... ..................................…………………
1. นับถือธรรมชาติเบ้ืองต่ำ กลุม่ ท่ีมี 3. นับถือภูตผิ ปี ศี าจ.
........................................................................ ความเชือ่ ดั้งเดมิ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ .......................................................................
2. นับถือธรรมชาติเบอื้ งบน 4. นับถอื เทพเจ้า
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
........................................................................ ........................................................................
กล่มุ ท่ียอมรับนบั ถือคัมภรี พ์ ระเวท
คมั ภรี ฤ์ คเวท คมั ภีร์ยชุรเวท คมั ภีร์สามเวท คัมภีรอ์ าถรรพเวท
21
ช่อื …………………………………………………………………ช้นั ………...เลขท…ี่ …..
กลุ่มท่ไี ม่ยอมรับนบั ถือคัมภีรพ์ ระเวท ห้อง………………..
กล่มุ ท่ีมี พระนาม ............................ พระนาม ............................ พระนาม ............................
ความเชอ่ื มเหสี ................................. มเหสี ................................. มเหสี .................................
ดั้งเดิม สตั วพ์ าหนะ ....................... สตั ว์พาหนะ ....................... สตั ว์พาหนะ .......................
หน้าที่ ................................ หนา้ ท่ี ................................ หน้าท่ี ................................
........................................... ........................................... ...........................................
ลทั ธิ ครู/เจา้ ลทั ธิ คำสอน/ความเหน็
อกิรยิ ทฏิ ฐิ .................. ................................................................................................................
อเหตุกทิฏฐิ ....................... ................................................................................................................
นตั ถกิ ทิฎฐิ .....................
สสั สตทิฏฐิ ..................... ................................................................................................................
อมราวิกเขปิกทฏิ ฐิ ................................................................................................................
อัตตกลิ มถานุโยค .......................
และอเนกานตวาท ................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
................................................................................................................
“สังคมชมพูทวีปสมัยกอ่ นพุทธกาล” คำช้แี จง: ให้นกั เรียนสรปุ สงั คมชมพูทวีปสมยั ก่อนพทุ ธกาล เป็น Mind Map
22
23
24
คำสง่ั จงเลอื กคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดยี ว ใช้เวลาในการสอน 10 นาที
ข้อ ก ข ค ง
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
25
“ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา” ชอื่ ……………………………………………………………………ช้ัน…………...เลขท่ี……..
หอ้ ง………………..
คำชี้แจง ให้นักเรียนวเิ คราะห์องคป์ ระกอบของหลักธรรมอรยิ สัจ 4 ตามท่กี าํ หนดดังตอ่ ไปน้ี
1. อริยสจั 4 ประกอบด้วยหลักธรรมข้อใดบ้าง
…………ทุกข์ สมทุ ยั นิโรธ มรรค …………..…………………………
2. การทมี่ นษุ ย์มีการเบียดเบียน บีบคน้ั ซึ่งกนั และกนั จนทาํ ใหท้ นต่อสภาวะนัน้ ทนได้ยากจดั เปน็ องค์ประกอบขอ้ ใดของ
หลักธรรมอริยสัจ 4
……………………ทุกข์ ……..…………………………..…………………………
3. สมุทัย เหตุแหง่ ความทุกข์ ได้แก่ ตณั หา 3 ประการ
3.1 กามตณั หา หมายถึง......... ความอยากในสิง่ ท่ีรกั ใครและน่าพอใจ เป็นความอยากท่ีไม่รจู้ บ.............................
3.2 ภวตัณหา หมายถึง.........อยากได้ในตาํ แหน่งฐานะที่สงู ขน้ึ ตามทตี่ นรักใครและพอใจ.................................
3.3 วิภวตัณหา หมายถึง..........ความอยากท่ีประกอบกับความเบ่ือหน่ายในสภาพท่ีเป็นอยู่...................................
4. การดับตัณหาให้สิ้นไป จัดเป็นองค์ประกอบในข้อใดของหลกั ธรรมอริยสัจ 4
………………การดับทุกข์…………………………..…………………………
5. หากมีเหตกุ ารณ์ที่ทาํ ใหเ้ กิดทกุ ข์ นักเรียนจะมีข้อปฏิบัตใิ ห้ถึงความดับทุกข์ ไดอ้ ย่างไรบ้าง
……… ข้อปฏิบตั ิให้ถึงความดับทุกข์” หมายถงึ อรยิ มรรค หรอื หนทาง อันประเสรฐิ ซง่ึ ประกอบด้วยองค์ 8 ประการ………
…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………..…………………………
“พระพุทธศาสนามขี ้อปฏิบัติท่ียดึ ทางสายกลาง”
คำชี้แจง ให้นักเรยี นอธิบายพระพุทธศาสนามขี ้อปฏิบตั ทิ ย่ี ึดทางสายกลาง ตามที่กำหนดในถูกต้อง
ขอ้ ปฏิบตั ิท่เี ป็นทางสายกลางในพระพทุ ธศาสนา
…………พระพุทธศาสนา มีคำสอนเปน็ กลางและข้อปฏบิ ัติก็เปน็ สายกลางเรยี กวา่ มัชฌิมาปฏปิ ทาเป็นขอ้ ปฏิบตั ทิ ่ไี ม่ตึง ไมห่ ยอ่ น
เกนิ ไป ผูป้ ฏิบัตจิ ะไปสู่จุดหมายแหง่ ความมีชวี ติ ทีด่ ีงามได้ก็ด้วยการปฏบิ ัติ อริยมรรคมีองค์ 8 ซงึ่ ประกอบไปดว้ ย……………..
สัมมาทิฎฐิ สมั มา สัมมาวาจา สมั มากัมมนั ตะ สัมมาอาชวี ะ สมั มาวายามะ สมั มาสติ สัมมาสมาธิ
สังกปั ปะ
คำช้แี จง: ใหน้ ักเรียนเลือกคำทีก่ ำหยดใหต้ ่อไปน้ี มาอธบิ ายพร้อมตัวอย่างการดำรงชีวิตที่นางสายกลางมาประยุกตใ์ ช้
ดุลพนิ จิ ครผู ูส้ อน
รปู ภาพ
กจิ กรรมความดีของฉัน
26
“ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา” ช่อื …………………………………………………………………………ช้นั …………...เลขที่………..
หอ้ ง………………..
ตอนท่ี 1 : ให้นกั เรียนศกึ ษาเนอ้ื หาจากส่ือการเรียนรู้แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1. วิเคราะห์หลักการสากลจากภาพ
ทกุ ข์ ........อว้ น/น้ำหนกั เกิน.........
สมทุ ัย .......กนิ อาหารมากเกนิ ไป/ระบบเผาผลาญไม่ด.ี ....
นโิ รธ .........นำ้ หนักสะสม..........
มรรค .........ออกกำลงั กาย/ควบคุมอาหาร...................
2. บทวเิ คราะห์ต่อไปนีส้ อดคล้องกับมรรค 8 ข้อใด มรรค
บทวิเคราะห์ ……สัมมาสังกัปปะ………
……สมั มาอาชีวะ………
1. วยี ทุ ธชอบสวดมนต์ แผเ่ มตตาให้กับสรรพสัตว์
2. ดาราสมัยน้ีเปิดกิจการคา้ ขายส่วนตวั เปน็ จำนวนมาก ……สมั มาทิฏฐิ………
3. แมเ้ ขาจะพง่ึ เสยี คนรักไปแตก่ ็สามารถทำใจได้อยา่ งรวดเร็ว ……สัมมาวายามะ………
4. โบราณสอนไว้วา่ “ฝนทั่งใหเ้ ป็นเขม็ ”
5. พระสมชายชอบพริ ณาตามหลกั สตปิ ฏั ฐาน 4 ……สัมมาสติ………
6. สาวคณิกาปดิ ซ่อง! หวังรวยการคา้ แทนขายบำเรอ ……สัมมากัมมันตะ………
7. เจไ๊ ฝเลกิ พูดคำหยาบหลังโดนสังคมวจิ ารณย์ ับ ……สัมมาวาจา…………
8. ประไพมคี วามแนว่ แน่ในการทำงานมากกว่าคนอืน่ ๆ ……สัมมาสมาธิ…………
ตอนท่ี 2 : อ่านสถานการณ์ต่อไปนีแ้ ล้วตอบคำถาม
ฮือฮา ต้นกล้วยประหลาด ออกเครือมากลาง
คำช้แี จง: .ให้นักเรยี นตอบคำถามลงในกระดาษ แลว้ เยบ็ มุมสง่ พร้อมใบงาน ลำต้น แถมเครือกล้วยมีลักษณ ะคดเค้ียว
1. นักเรียนมคี วามคิดเหน็ อยา่ งไรต่อเหตกุ ารณด์ งั กล่าว ลักษณะของลูกกล้วยมีขนาดเล็กติดกันเป็นแผง
2. เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนหลักศรัทธาและปัญญาทางพระพุทธศาสนา เหมือนกล้วยแฝด ส่วนที่ปลายเครือที่ยังมีหัว
อยา่ งไร ปลีกลับหันมาทิ่มเข้าที่ลำต้น สร้างความ
3. นักเรยี นจะทำอย่างไรจงึ จะถือว่าเป็นผู้มศี รัทธาและปัญญาทีถ่ ูกตอ้ ง ประหลาดใจให้กับชาวบ้านท่ีพบเห็น ซึ่งเม่ือ
ชาวบ้านทราบข่าว ต่างนำดอกไม้ธูปเทียน
นำ้ หวาน รวมทั้งผ้าสมี าบชู าเพ่ือขอหวย
ที่มา : https://www.khaosod.co.th
27
ชือ่ …………………………………………………………………………ชน้ั ……………...เลขท่ี…………..
ตอนท่ี 3 : วิเคราะห์ภาพเหหลอ้ ่างน…ตี้ …า…มห…ล…ัก…ส.กิ .ขา 3
สอดคล้องกับหลกั สิกขา 3 ข้อใด
..........................สลิ สิกขา.......................................................
แนวทางการปฏบิ ัติตน
...........รักษากายให้เรยี บรอ้ ยเป็นปกตดิ ้วยการงดการดื่มเหลา้ ซึ่ง
ถือเป็นชนวนเหตุทำใหเ้ กิดโรคตา่ งๆ เชน่ โรคตับแข็ง โรคตาแดง
เป็นตน้ และหม่ันออกกำหลังเพอื่ รักษาสขุ ภาพอยู่เป็นประจำ
ประจำ…………
สอดคล้องกับหลักสิกขา 3 ข้อใด
.....................จติ ตสิกขา.....................................................................
แนวทางการปฏิบัตติ น
..........การบำเพญ็ ภาวนาดว้ ยการกำหนดลมหายใจเข้าออก
พจิ ารณาความเป็นจรงิ ของชีวิต และมองทุกๆส่งิ รอบตัวให้เปน็ ไป
ตามหลกั ของไตรลักษณ์ จะช่วยให้จติ ใจสงบร่มเย็น……………
สอดคล้องกับหลกั สกิ ขา 3 ข้อใด
.......................ปัญญาสิกขา................................................................
แนวทางการปฏิบตั ิตน
...........หม่นั ศกึ ษาหาความรจู้ ากส่ือ และแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ เช่น
หนงั สอื อินเทอร์เน็ต เปน็ เต้น โดยมคี วามเพียรในการปฏบิ ัติอย่าง
สมำ่ เสมอ จงึ จะทำใหเ้ กดิ ปญั ญาทเ่ี ขา้ ใจในเนื้อหาทางโลก และเน้ือ
หาทางธรรม……………
นำรปู กิจกรรมนักเรียนทำ พร้อมอธบิ าย สอดคลอ้ งกับหลกั สกิ ขา 3 ข้อใด
สอดคล้องกับหลักสิกขา 3 ในขอ้ ใดและ .......................................................................................................
แนวทางการปฏบิ ัตติ น
แนวทางการปฏบิ ัตติ น .........................................................................................................
..................................................................................................… ……
………………………………………………………………………………………………
28
เฉลย ตอนท่ี 2 : อ่านสถานการณ์ตอ่ ไปนี้แลว้ ตอบ
ฮือฮา ต้นกล้วยประหลาด ออกเครือมากลางลำต้น แถมเครือกล้วยมีลักษณะคดเค้ียว ลักษณะของลูก
กล้วยมีขนาดเล็กติดกันเป็นแผงเหมือนกล้วยแฝด ส่วนที่ปลายเครือท่ียังมีหัวปลีกลับหันมาทิ่มเข้าท่ีลำ
ต้น สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านท่ีพบเห็น ซ่ึงเม่ือชาวบ้านทราบข่าว ต่างนำดอกไม้ธูปเทียน
น้ำหวาน รวมท้งั ผ้าสมี าบูชาเพ่ือขอหวย
ท่ีมา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3167518
คำถาม
1.นักเรยี นมีความคิดเหน็ อยา่ งไรตอ่ เหตุการณด์ ังกลา่ ว
ต้นกล้วยที่ออกผลกลางลำต้นอาจจะเกิดขึ้นได้ยากตามธรรมชาติ แต่ก็ถือว่าเป็นเร่ืองท่ีธรรมชาติสร้างสรรค์ข้ึนมา
จึงถือเป็นเร่ืองปกติและธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้ ชาวบ้านซึ่งมาพบเห็นอาจจะไม่ได้ไตร่ตรอง จึงเกิดความเช่ือที่เข้าใจ
ผิด คอื วา่ ตน้ กล้วยตน้ นี้เปน็ ส่งิ ศกั ดสิ์ ิทธ์ิ จึงพากนั กราบไหวเ้ พ่ือขอหวย
2.เหตุการณด์ ังกลา่ วสะท้อนหลักศรทั ธาและปัญญาทางพระพุทธศาสนาอย่างไร
ในทางพระพุทธศาสนาจะสอนให้มีการพิจารณาไตร่ตรองก่อนแล้วจึงเชื่อ ไม่เพียงแค่เชื่อไม่เคยได้เห็นมาก่อน การ
ขาดซ่ึงการพิจารณาและการไตรต่ รองด้วยปัญญาแล้วจะถือวา่ เปน็ การงมงาย ซงึ่ อำนาจของกเิ ลสจะเขา้ ครอบงำได้ง่าย
3.นักเรียนจะทำอยา่ งไรจึงจะถือวา่ เปน็ ผู้มีศรทั ธาและปัญญาท่ีถูกต้อง
กอ่ นจะเช่ือสง่ิ ใด ควรมคี วามรอบคอบ ด้วยการพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญาเสียก่อน ว่าสิ่งเหล่าน้ันเปน็ เรื่องท่คี วร
เชื่อหรือไม่ ซ่ึงควรรู้จักว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราเจริญปัญญาหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำให้เราเจริญปัญญาจะจัดว่าเป็น
เรือ่ งไร้สาระ ไมค่ วรนำมาใสใ่ จ
29
“สงั คมชมพูทวปี สมยั ก่อนพุทธกาล” ชื่อ…………………………………………………………………ชัน้ ………...เลขท…ี่ …..
หอ้ ง………………..
คำช้ีแจง: ให้นกั เรียนศกึ ษาเนื้อหาจากสื่อการเรยี นรู้แลว้ ตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกต้อง
แควน้ เมอื งหลวง พระเจ้าแผ่นดิน การเมอื งการปกครอง
มคธ ปกครองโดยสมบรู ณาญาสิทธริ าชยในสมัยยพระเจา้ อโศกมหาร
ราชคฤห์ พระเจา้ พิมพิสาร ราชทรงยา้ ยเมอื งหลวงไปอยู่ปาตลบี ุตรมา ได้แคว้นวชั ชีและแคว้น
โกศลไว้ในครอบครองจากการรบ
โกศล ปกครองโดยสมบรู ณาญาสิทธิราชย์ หลงั สิ้นสมยั พระเจ้าวิฑูฑภะท่ี
สาวตั ถี พระเจ้ามหาโกศล ยดึ อำนาจจากพระเจา้ ปเสนทิโกศล แควน้ โกศลก็ถูกพระเจ้าอชาต
ศตั รรู วมเข้ากับแควน้ มคธ
วงั สะ เปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ ไดต้ ดิ ต่อทำการคา้ กบั แควน้ โกศล แควน้
โกสัมพี พระเจา้ อุเทน มคธ แคว้นมัลละ และแคว้นอวันตี.
อวันตี อุชเชนี พระเจ้าจัณฑ เคยติดต่อกบั แคว้นมคธ และทำสงครามกับแควน้ วังสะ
ปัชโชต
วชั ชี ปกครองโดยสามคั คธี รรม สมยั หลังพทุ ธกาลเล็กน้อย แควน้ วัชชี
เวสาลี สามัคคีธรรม พ่ายแพ้แก่พระเจ้าอชาติศตั รู จึงถูกปกครองรวมกบั แควน้ มคธ
30
ชื่อ…………………………………………………………………ชั้น………...เลขท…ี่ …..
คำชี้แจง: ใหน้ กั เรยี นอธิบายด้านสงั คมขอหงศอ้ างส…น…า…พร…า…ห…มณ.. ์ให้ถูกต้อง
การนบั ถือเทพเจ้า วรรณะ.......กษตั ริย์............……….
........มวี ิวฒั นาการมาจากความเชอื่ ทงั้ สาม เกดิ จาก ......พระพาหา (แขน).
หน้าท่ี .........ทำศึกสงครามและ
ขา้ งตน้ จดั เป็น เทพท่ีสถติ บนภาคพื้น เทพผ้สู ถิต ปกครองบ้านเมือง….
บนอากาศ และเทพผูส้ ถิต ณ สรวงสวรรค.์ ...
การนับถือภตู ิผปี ีศาจ วรรณะ......พราหมณ์......………
........นบั ถือภตู ผี โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผบี รรพบรุ ุษ เกิดจาก ......พระโอษฐ์ (ปาก)
ศึกษาพระคัมภีร.์ .………
มกี ารประกอบพิธศี ราทธะ เพอ่ื ใหบ้ รรพบรุ ุษปก หน้าที่ ...ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา
ปกั รักษาและให้ความเช่ือเหลอื คนใน สั่งสอนศลิ ปวิทยา…
ครอบครัว....... 3. นับถอื ภตู ผิ ีปีศาจ.
......นบั ถือภตู ผี โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผบี รรพบรุ ุษ มี
1. นับถอื ธรรมชาตเิ บือ้ งตำ่ กลุ่มท่ีมี
..........นบั ถอื แผ่นดิน ตน้ ไม้ ภเู ขา เป็นตน้ ไดแ้ ก่ ความเชือ่ ด้ังเดิม การประกอบพธิ ีศราทธะ เพ่อื ให้บรรพบุรษุ ปกปัก
พวกดราวเิ ดยี นหรอื มลิ กั ขะ โดยมคี วามเช่ือวา่ รกั ษาและให้ความเชอ่ื เหลือคนในครอบครัว......
ธรรมชาตเิ หลา่ นเ้ี ปน็ ของประเสรฐิ จงึ จัดพิธีกรรม
4. นับถอื เทพเจา้
บชู าธรรมชาต.ิ ............ ......มวี ิวฒั นาการมาจากความเชื่อทั้งสามข้างตน้
2. นับถอื ธรรมชาติเบ้อื งบน จดั เป็น เทพท่ีสถิตบนภาคพ้ืน เทพผสู้ ถติ บนอากาศ
........ไดแ้ กพ่ วกอารยนั บางกลุ่ม โดยนบั ถอื
พระอาทติ ย์ พระจนั ทร์ ดวงดาวต่างๆ เป็นต้น และเทพผสู้ ถติ ณ สรวงสวรรค์......
พัฒนาการเปน็ เทวดาตา่ ง ๆ........
กล่มุ ท่ียอมรับนับถือคัมภรี พ์ ระเวท
คัมภรี ฤ์ คเวท คมั ภรี ย์ ชรุ เวท คมั ภรี ์สามเวท คมั ภีรอ์ าถรรพเวท
ประมวลบท ประมวล ประมวลบท รวบรวม
สวดสรรเสรญิ หลกั การบรวง สวดสำหรับเห่ คาถาอาคมทาง
ออ้ นวอนเทพ สรวงเทพเจ้า ขบั กล่อมเทพ ไสยศาสตร์
เจ้า และการทำ
พิธีพลีกรรม เจา้ ใน
พิธีบูชายัญ
31
ชือ่ …………………………………………………………………ชัน้ ………...เลขท…่ี …..
กลุ่มท่ไี ม่ยอมรับนบั ถือคัมภรี พ์ ระเวท หอ้ ง………………..
พระนาม ....พระพรหม......
กลุม่ ที่มี พระนาม ...พระศวิ ะ/อิศวร. พระนาม ..พระวิษณ/ุ พระนารายณ์
ความเชื่อ
ดงั้ เดมิ มเหสี ...พระแมส่ รุ ัสสวดี..... มเหสี ....พระแมล่ ักษม.ี . มเหสี ....พระแม่อมุ า.....
สัตวพ์ าหนะ ...หงษ/์ หา่ น... สัตว์พาหนะ ........โค........ สัตวพ์ าหนะ .ครฑุ /นาค..
หน้าที่ ..เปน็ ผสู้ ร้างทุก หนา้ ท่ี ......เป็นเทพเจ้าผู้ หนา้ ท่ี ...เป็นเทพเจา้ ผู้พิทกั ษ์รกั ษา
สรรพสิง่ ทัง้ โลกมนุษย์สตั ว์ ทำลายโลกเพ่ือคุ้มครองโลก โลกใหม้ ีความเรยี บร้อยและมคี วาม
และพืชพรรณธัญญาหาร ทัง้ สามให้มีความสงบสุข. สมดลุ .
ตา่ งๆ....
ลัทธิ ครู/เจา้ ลทั ธิ คำสอน/ความเห็น
อกริ ิยทฏิ ฐิ ปรู ณกสั สปะ.
......ไมม่ ีกรรม ไม่วา่ จะทำความดีหรือความชัว่ ย่อมไม่ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ ไม่มบี ญุ
อเหตกุ ทิฏฐิ มักขลิโคสาล หรอื บาปอะไรท้ังน้ัน......
นตั ถิกทฎิ ฐิ อชิตเกสกัมพล ........ทกุ ส่งิ ทเ่ี กิดขนึ้ ล้วนไม่มีเหตุปจั จยั ใดๆท้งั สิน้ ไม่มีใครสร้าง ไม่มีใคร
ปรงุ แตง่ สัตวท์ ้ังหลายหลังท่องไปในสงสารวัฏแลว้ ก็บรสิ ทุ ธิ์ได้เอง.....
สสั สตทฏิ ฐิ ปกุทธกัจจาย
นะ ........ไม่เช่ือเร่อื งการทำบญุ ทำทาน การเซน่ บรวงสรวง เชือ่ ว่าไมม่ ีโลกน้ี
อมราวกิ เขปกิ ทิฏฐิ โลกหน้า รา่ งกายของคนและสตั ว์ตายแลว้ สูญ.....
สญั ชยั เวลฏั ฐ
อตั ตกลิ มถานุโยค บุตร ....สภาวะทั้ง 7 คือ ดิน นำ้ ลม ไฟ สุข ทกุ ข์ และชวี ะ เกิดขน้ึ เอง ไมม่ ใี ครเนรมิต
และอเนกานตวาท เปน็ สภาพทยี่ งั่ ยืนไมเ่ ปล่ียนแปลง ไมม่ ีใครทำลายได้ บาปกรรมจากการฆ่าจงึ ไม่ม.ี ...
นิครนถนาฏ
บุตร ........มีความเหน็ ไม่แน่นอน ซัดสา่ ยไปมาเหมอื นปลาไหลเพราะปฏเิ สธไปเสยี ทุก
อยา่ ง เช่น อย่างน้ีก็ไมใ่ ช่ อย่างโน้นก็ไม่ใช่ โลกน้ีกไ็ มใ่ ช่ โลกหนา้ กไ็ ม่ใช.่ ......
....การทรมานกายเปน็ ทางพน้ ทกุ ข์ ความจริงมีอยู่หลายแง่ เช่น เรอ่ื ง
หน่ึงๆอาจจะถกู แตเ่ มื่อพจิ ารณาอีกทางหนงึ่ อาจจะผิด...
“สงั คมชมพูทวปี สมยั กอ่ นพุทธกาล” คำช้ีแจง: ให้นกั เรยี นสรปุ สังคมชมพทู วีปสมยั ก่อนพทุ ธกาล เป็น Mind Map
ดุจพนิ ิจครูผสู้ อน
32
พระธรรม พระสงฆ์
พระธรรม พระสงฆ์
33
34