The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sun Dink, 2023-08-30 13:09:37

การยกเลิกระบบทาส

ส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์

Keywords: สื่อการสอน

PAGE \* MERGEFORMAT 2


๑ เอกสารฉบับนี้เป็ นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ไทย ( ส ๓๑๑๐๒ ) ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๔ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อเป็ นสื่อการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ประเด็นส าคัญทางประวัติศาสตร์ไทย เรื่อง การยกเลิกระบบทาส สมัยรัชกาลที่ ๕ โดยรวบรวมเป็ นเด็นส าคัญในการยกเลิกระบบทาสในสยามเพื่อให้อ่าน และเข้าใจโดยง่ายแก่นักเรียนและผู้สนใจ ผู้จัดท าหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็ นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน แสงอาภา ดิษสวรรค์


๒ เรื่อง หน้า ความเป็ นมาของระบบทาส ๓ การปฏิรูปสังคมและวัฒนธรรมสยาม ๔ ความเป็ นมาของการเลิกทาส ๕ ประเภททาสในสยาม ๗ การพ้นจากความเป็ นทาส ๘ สาเหตุการยกเลิกระบบทาส ๑๓ ขั้นตอนการยกเลิกระบบทาส ๑๔ ผลของการยกเลิกระบบทาส ๒๒ ************************************


๓ ทาส เป็ นระบบใดๆ ที่มีการใช้หลักการของกฎหมายลักษณะทรัพย์สินที่ใช้กับผู้คน อนุญาตให้บุคคลเป็ น เจ้าของ ซื้อและขายให้แก่บุคคลอื่นเป็ นรูปแบบของทรัพย์สินโดยนิตินัย ทาสไม่สามารถถอนไถ่ตัวเพียงฝ่ ายเดียว จากข้อตกลงและท างานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตอบแทนเลย นักวิชาการปัจจุบันหลายคนใช้ค าว่า ทาสสังหาริมทรัพย์ (chattel slavery) เพื่ออ้างอิงถึงความรู้สึกเฉพาะเจาะจงนี้ของการท าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทาสโดยนิตินัย ใน ความหมายที่กว้างขวางกว่า อย่างไรก็ตาม, ค าว่า ทาส อาจหมายถึง สถานการณ์ใดๆ ที่บุคคลถูกบังคับโดย พฤตินัยให้ท างานกับความต้องการของเจ้าของ นักวิชาการยังใช้ค าทั่วไปจ านวนมาก เช่น แรงงานไม่เสรี หรือ แรงงานเกณฑ์บังคับ เพื่ออ้างอิงถึงสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ความเป็ นทาส ในความหมายที่กว้างขวางขึ้นของค า ทาสอาจมีสิทธิทางกฎหมายและคุ้มครองตามกฎหมายหรือขนบประเพณี ทาสมีอยู่ในหลายวัฒนธรรม ย้อนหลังไปถึงอารยธรรมมนุษย์ยุคแรกๆ บุคคลอาจจะตกเป็ นทาสได้ตั้งแต่ ช่วงเวลาก าเนิด ถูกจับ หรือซื้อขาย ทาสที่ถูกกฎหมายในสังคมส่วนใหญ่ในบางช่วงสมัยในครั้งอดีต แต่ในปัจจุบัน ถือว่าเป็ นสิ่งที่ผิดกฎหมายในทุกประเทศที่ได้มีการยอมรับ ประเทศสุดท้ายที่ได้มีการยกเลิกทาสอย่างเป็ นทางการ คือ ประเทศมอริเตเนีย ในปี ค.ศ. 1981 อย่างไรก็ตาม มีประมาณ 40.3 ล้านคนทั่วโลกที่อยู่ภายใต้รูปแบบของ การเป็ นทาสในยุคสมัยใหม่ รูปแบบที่พบมากที่สุดของการค้าทาสที่ยุคสมัยใหม่มักจะเรียกกันว่า การค้ามนุษย์ ในพื้นที่อื่นๆ ทาสยังคงด าเนินต่อไปผ่านทางการปฏิบัติ เช่น แรงงานขัดหนี้(debt bondage) รูปแบบของการเป็ น ทาสที่แพร่หลายมากที่สุดในยุคปัจจุบัน การมีข้าแผ่นดิน(serfdom) คนรับใช้ภายในบ้าน(domestic worker)จะถูก เก็บไว้ในกรงขัง บางคนมักจะบีบบังคับเด็กให้ท างานเป็ นทาส เป็ นทหารเด็ก และการแต่งงานโดยบังคับ


๔ การปฏิรูปทางด้านสังคมและวัฒนธรรม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดที่จะ ยกระดับฐานะของชาวสยามให้มีความทัดเทียม ทรงมีพระราชด าริในการ ยกเลิกระบบทาส ยกเลิกระบบไพร่ และท าการปฏิรูปการศึกษาเพื่อ เพิ่มคุณภาพของคน ท าให้เป็ นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้ เจริญก้าวหน้าเทียบเท่าอารยประเทศน อกจากนี้การพัฒนาส่งเสริมการ คมนาคมก็เป็ นปัจจัยพื้นฐานที่ส าคัญควบคู่กันไปกับการพัฒนาในด้าน ต่างๆ


๕ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔ ได้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ประเทศในทวีป ยุโรปผลิตสินค้าได้มากขึ้น จึงต้องการแหล่งวัตถุดิบรวมถึงแหล่งระบายสินค้า นอกจากนั้น แนวคิด ที่อ้างความชอบธรรมของชาวยุโรปในการเข้าครอบครองดินแดนในโพ้นทะเล ยังเป็ นอีกแรงบันดาล ใจให้ประเทศในยุโรปแสวงหาอาณานิคมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ที่อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เบลเยียม อิตาลีและสเปนต่างแย่งชิงกันเข้าครอบครองอาณานิคม จนเป็ นที่รู้จักกันภายใต้ ชื่อว่า “Scramble for Africa” นอกจากแอฟริกา ทวีปเอเชียยังเป็ นอีกทวีปหนึ่งที่มหาอ านาจยุโรปให้ ความสนใจ นับตั้งแต่ช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ เป็นต้นไป อังกฤษพยายามขยายเขตอาณานิคม ของตนในทวีปเอเชีย ใน พ.ศ. ๒๕๔๒ อังกฤษขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากอียิปต์ ในเวลาไล่เลี่ยกันนี้ อังกฤษเข้า ครอบครองสิงคโปร์ มะลากา และยึดพม่าและฮ่องกงได้ใน พ.ศ.๒๓๖๙ และ ๒๓๘๕ ตามล าดับ ส่วนใน อินเดีย อังกฤษก าจัดอิทธิพลของชาวฝรั่งเศส และสามารถครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของอินเดีย ส าเร็จจนประกาศให้อินเดียเป็ นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษใน พ.ศ. ๒๔๐๑ ในขณะที่อังกฤษ ครอบครองพื้นที่จ านวนมากของเอเชีย เนเธอร์แลนด์ได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบครองพื้นที่ในส่วนที่ เป็ นประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันนี้ และจัดตั้งขึ้นเป็ นหมู่เกาะตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ (Dutch East Indies) ในรัชสมัยนี้อังกฤษและฝรั่งเศสได้ยึดครองประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างสยามไปเป็ น อาณานิคมจนหมดสิ้นและต่างก็พยายามที่จะชิงกันเข้าครอบครองสยาม ขณะที่ทั้ง ๒ ประเทศมหาอ านาจยังคงค ุมเชิงรอโอกาสเหมาะสมที่จะเข้ายึดครองสยาม


๖ เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ เถลิงถวัลย์ราชสมบัตินั้น มีพระราชด าริอันยิ่งใหญ่ว่า "...การสิ่งไรซึ่งเป็ นการเจริญมีค ุณแก่ราษฎร ควรเป็ นไป ให้ทีละเล็กละน้อยตามกาลเวลา การ สิ่งไรซึ่งเป็ นธรรมเนียม บ้านเมืองมาแต่โบราณ แต่ไม่สู้เป็ นยุติธรรม ก็อยากจะเลิกถอนเสีย" พระราชกรณียกิจที่ส าคัญประการหนึ่งตามพระราชด าริที่ทรงก าหนดไว้ ที่นักประวัติศาสตร์ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ กล่าวสรรเสริญ พระบารมีไปทั่วทุกสารทิศคือ การเลิกทาส อันนับเป็ นการเปลี่ยนแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย เพราะทาสเป็ นสถาบันที่มีมากว่า ๕๐๐ ปี ความส าเร็จครั้งนี้มิใช่อยู่ที่ "ทรง ประกาศเลิกทาส" หากแต่อยู่ที่ว่า "ทรงด าเนินการเลิกทาสได้โดยเรียบร้อย ละมุนละม่อมไม่เสียเลือดเนื้อ" ดังเช่น ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ที่จะ เลิกทาส มาตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลย์ราช สมบัติ แต่ขัดข้องด้วยโบราณราชประเพณีของบ้านเมืองจะหาผู้ที่สนับสนุนพระราชด ารินั้นได้ยาก เพราะบุคคล ชั้นสูงต้องใช้แรงงานทาสท างานต่างๆ ช่วยกิจการบ้านเรือน หากเลิกทาส คือปล่อยคนส าหรับใช้สอยไปหมด ก็ จะไม่สามารถเลี้ยงตัวได้ การจ้างแรงงานคนใช้แทนทาสก็เป็ นการสิ้นเปลือง นายเงินเจ้าของทาส จึงต้องเอาใจใส่ เลี้ยงดูทาสให้กินอยู่ใช้สอยแต่พอสมควร ส่วนทาสนั้นก็เข้าใจว่า หากพ้นจากเป็ นทาสจะกลับได้รับความเดือดร้อน ต้องท ามาหากินเลี้ยงชีพเอง มีความล าบากกว่าการเป็ นทาสที่นายเงินเลี้ยง


๗ ทาส คือ บุคคลที่ไม่มีอิสรภาพในแรงงานและชีวิตของตนเอง มี หน้าที่ใช้แรงงานและทำตามที่นายทาสสั่ง ทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ถูกแบ่ง ออกเป็น 7 ประเภท ๑. ทาสสินไถ่ ทาสสินไถ่- เป็นทาสที่มีมากที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด โดยเงื่อนไข ของการเป็นทาสชนิดนี้ คือ การขายตัวเป็นทาส เช่น พ่อแม่ขายบุตร สามี ขายภรรยา หรือขายตัวเอง ดังนั้น ทาสชนิดนี้จึงเป็นคนยากจน ไม่สามารถ เลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ จึงได้เกิดการขายทาสขึ้น โดยสามารถ เปลี่ยนสถานะกลับไปเมื่อมีผู้มาไถ่ถอน และทาสชนิดนี้ที่ปรากฏใน วรรณคดีไทยคือนางสายทองซึ่งขายตัวให้กับนางศรีประจันนั่นเอง ๒. ทาสใน เรือนเบี้ย ทาสในเรือนเบี้ย-เด็กที่เกิดขึ้นระหว่างที่แม่เป็นทาสของนายทาส ทาส ชนิดนี้ไม่สามารถไถ่ถอนตนเองได้ไม่เคยมีอิสระและเลือกชีวิตของตนเอง ได้


๘ ๓. ทาสที่ได้รับ มาด้วยมรดก ทาสที่ได้รับมาด้วยมรดก - ทาสที่ตกเป็นมรดกของนายทาส เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนาย ทาสคนเดิมเสียชีวิตลง และได้มอบมรดกให้แก่นายทาสคนต่อไป ๔. ทาสท่านให้ ทาสท่านให้ – ทาสที่ได้รับมาจากผู้อื่นอีกทีหนึ่ง ๕. ทาสที่ช่วยไว้ จากทัณฑ์โทษ ทาสที่ช่วยไว้จากทัณฑ์โทษ - ในกรณีที่บุคคลนั้น เกิดกระทำความผิดและถูก ลงโทษเป็นเงินค่าปรับ แต่บุคคลนั้น ไม่มีความสามารถในการชำระค่าปรับ หากว่ามี ผู้ช่วยเหลือให้สามารถชำระค่าปรับได้แล้ว ถือว่าบุคคลนั้น เป็นทาสของผู้ให้ความ ช่วยเหลือในการชำระค่าปรับ


๙ ๖. ทาสที่ช่วยไว้ ให้พ้นจากความ อดอยาก ทาสที่ช่วยไว้ให้พ้นจากความอดอยาก - ในภาวะที่ไพร่ไม่สามารถ ช่วยเหลือตนเองให้ประกอบอาชีพได้แล้ว ไพร่อาจขายตนเองเป็นทาสเพื่อให้ ได้รับการช่วยเหลือจากนายทาส ๗. ทาสเชลย ทาสเชลย - ภายหลังจากได้รับการชนะสงคราม ผู้ชนะสงครามจะกวาด ต้อนผู้คนของผู้แพ้สงครามไปยังเมืองของตน เพื่อนำผู้คนเหล่านั้นไปเป็นทาส รับใช้


๑๐ การพ้นจากความเป็นทาสสามารถเกิดขึ้นได้ จากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ การหาเงินมาไถ่ถอน การบวชเป็ นสงฆ์โดยได้รับความยินยอมจากนายทาส ไปการสงครามและถูกจับเป็ นเชลย หลังจากนั้น สามารถหลบหนีออกมาได้ แต่งงานกับนายทาส หรือลูกหลานของนายทาส ไปแจ้งทางการว่านายทาสเป็ นกบฏ และผลสืบสวนออกมาว่าเป็ นจริง การประกาศไถ่ถอนจากพระมหากษัตริย์ ในช่วงของการเลิกทาส ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖


๑๑ อายุทาส (ปี) ชาย หญิง แรกเกิด ๕ บาท ๔ บาท ๗–๘ ๘ ตำลึง ๗ ตำลึง ๑๐ ๔ บาท ๓ บาท


๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงใช้โอกาสนี้พยายามหาวิธีปกป้ องอธิปไตยของ ชาติอย่างเต็มความสามารถ ทรงมองปัญหาและวิธีการด้วยหลัก ๓ ประการ ดังปรากฏเรื่องนี้ในพระ ราชหัตถเลขาที่ทรงมีถึงสมเด็จกรมพระยาด ารงราชานุภาพความว่า “—การซึ่งจะรักษามิให้มีอันตรายทั้งภายใน ภายนอกได้มีอยู่ ๓ ประการ คือ พูดจากันทางไมตรี อย่างหนึ่ง มีก าลังพอจะรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้อย่างหนึ่ง การปกครองให้ เสมอกันอย่างหนึ่ง—” วิธีการเพื่อให้เป็ นไปตามหลัก ๓ ประการ เริ่มจากการปรับปรุงพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมนานาอารยประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการปกครอง การทหาร เศรษฐกิจ กฎหมายการศาล ขนบธรรมเนียมประเพณีบางประการ ตลอดจนการพัฒนาบ้านเมืองด้านสาธารณูปโภคความสะดวกสบาย และความสวยงามของบ้านเมือง ทั้งนี้เพื่อมิให้ต่างชาติดูหมิ่นว่าสยามเป็ นชาติป่ าเถื่อนล้าหลัง ซึ่งจะมีผล ทางการเจรจากันอย่างประเทศที่มีสัมพันธไมตรีอันดีและเสมอภาคกัน นอกจากการปรับปรุงประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศดังกล่าวแล้ว พระราชวิเทโศบาย ส าคัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถือปฏิบัติในระยะเวลาที่ประเทศก าลังเผชิญกับกระแส และอิทธิพลการคุกคามของอังกฤษและฝรั่งเศสอย่างรุนแรง คือการที่จะต้องแสวงหามิตรประเทศ โดยมี พระราชประสงค์ส าคัญให้กษัตริย์ประเทศต่างๆ ในยุโรปรู้จักและเข้าใจถึงความเป็ นพระมหากษัตริย์ แห่งชาติ ที่ด ารงรักษาเอกราชมานานนับร้อยปี มีภาษาขนบธรรมเนียมประเพณีเป็ นของตนเอง อันจะเป็ น อีกหนทางหนึ่งที่จะท าให้มีการเจรจากันอย่างประเทศที่มีความเสมอภาค


๑๓ ๑) อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตก ที่มุ่งปลดปล่อยทาสให้เป็ นเสรีชนได้แพร่ขยายเข้ามาใน สังคมไทยภายหลังที่ไทยได้ติดต่อค้าขายกับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็ น แรงกระต ุ้นให้รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชด าริที่จะยกเลิกการมีทาสในสังคมไทย ๒) อิทธิพลของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก ที่ก าลังจะค ุกคามไทยหากสังคมไทยยังมีลักษณะ ป๋ าเถื่อนล้าหลัง และพลเมืองส่วนใหญ่ยังตกเป็ นทาส มหาอ านาจตะวันตกจะถือเป็ นข้ออ้างเข้า มาช่วยสร้างความเจริญให้ด้วยการเข้ามายึดครอง ดังนั้น การปรับสังคมด้วยการเลิกทาส ย่อมเป็ นการลดกระแสกดดันของลัทธิจักรวรรดินิยมได้ ๓) ความจ าเป็ นทางด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการแรงงานเสรีเพิ่มมากขึ้น โดยระบบการค้า เสรี่ที่เกิดขึ้นภายหลังสนธิสัญญาเบาว์ริง ท าให้ธ ุรกิจการค้าและการผลิตต่างๆ ขยายตัว ออกไป การปลดปล่อยทาสให้มีอิสระในแรงงานของตน ย่อมสนองตอบต่อความต้องการ ทางด้านแรงงานเสรีของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ก าลังขยายตัว ๔) ความจ าเป็ นทางด้านการปกครอง ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงมีแผนการปฏิรูประบบบริหาร ราชการให้ทันสมัย การปลดปล่อยทาสให้เป็ นเสรีขนย่อมจะสอดคล้องกับความต้องการ ก าลังคนซึ่งมีอิสระในแรงงานของตนเป็ นอย่างมาก เพื่อรองรับการขยายงานของระบบบริหาร ราชการสมัยใหม่ที่ก าลังจะเกิดขึ้นใน ๕) เกิดจากพระราชด าริของรัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์จะให้คนไทยมีความ เป็ นมนุษย์เท่าเทียมกันทุกคน จึงมีพระราชด าริจะยกเลิกการมีทาสในสังคมไทย


๑๔ ๑) การปลดปล่อยทาสให้เป็ นอิสระแก่ตนเองนั้นจ าเป็ นจะต้องค่อยเป็ นค่อยไป เพราะ สังคมไทยมีทาสมาเป็ นเวลาหลายศตวรรษ การยกเลิกทาสโดยฉับพลันย่อมจะกระทบกระเทือน ต่อผลประโยชน์ของกลุ่มมูลนายที่มีทาสในครอบครอง ดังนั้นรัชกาลที่ ๕ จึงทรงเตรียมแผนการ ในการเลิกทาสอย่างมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ ๒) การออกประกาศให้ท าการส ารวจจ านวนทาสใน พ.ศ ๒๔๑๗ โดยการประกาศให้ผู้ที่มี ทาสในครอบครองได้ท าการส ารวจตรวจสอบจ านวนทาสในครอบครองของตนว่ามีอยู่เท่าไร รวมทั้งระยะเวลาที่ทาสจะต้องเป็ นทาสจนกว่าจะพ้นค่าตัว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสะดวกในการ วางแผนชั้นต่อไป โดยเฉพาะให้มีการส ารวจและจดทะเบียนทาสที่เกิดตั้งแต่ปี มะโรง พ.ศ.๒๔๑๑ อันเป็ นปี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ทั้งนั้นเพื่อ เตรียมการเอาไว้ส าหรับการวางแผนเลิกทาสต่อไป


๑๕ เหตการณ์แรก ออกพระราชบัญญัติ (พรบ.) พิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ก าหนดให้ลูกทาศ (ทาสในเรือนเบี้ย) ที่เกิดในปี พ.ศ. ๒๔๑๑ ได้อิสระเมื่อมีอายุ ๒๑ ปี เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๙ ค ่า เดือน ๙ ปี จอ จุลศักราช ๑๒๓๖ ตรงกับวันที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๑๗ คือการช่วยเหลือทาสที่น่าสงสารที่สุดคือเกิดมาก็เป็ นทาสเลย โดยค่าตัวของทาส ลดลงเรื่อยๆ และ เมื่ออายุครบ ๒๑ ปี ให้พ้นจากความเป็ นทาส และเมื่อพ้นจากการเป็ นทาสแล้วห้ามน ากลับมาเป็ นทาสอีกไม่ว่าด้วยวิธีใด อ้างอิง : http://www.midscaleoff3.com/km/information พ.ศ. ๒๔๑๗


๑๖ พ.ศ. ๒๔๑๗ การประกาศใช้พระรชบัญญัติพิกัดกระเษียรอายุลูกทาสลูกไทย พ.ศ.2417 ซึ่งได้ ก าหนดแนวทางในการปฏิบัติดังนี้ถ้าทาสคนใดที่ถูกขายตัวเป็ นทาสเกิดใน พ.ศ.2411 และใน่ปี ต่อๆ มาจนถึงอายุ21 ปี ให้พ้นค่าตัวเป็ นไท ไม่ว่าทาสจะอยู่กับมูลนายเดิม หรือย้ายโอนไปอยู่กับนายมูล ใหม่ ส่วนทาสที่เกิดก่อนพ.ศ.2411 ก็คงเป็ นทาสต่อไปตามกฎหมายเดิมถึงแม้ว่าบุคคลซึ่งเกิดตั้งแต่ พ.ศ.2411 เป็ นต้นมานั้น จะได้รับการปลดปล่อยตามเงื่อนไขเวลาที่กล่าวมาแล้ว ต่อเมื่อถึง พ.ศ. 2431 เป็ นต้นไปก็ตาม แต่ก็สามารถได้รับการไถ่ถอนให้พ้นจากความเป็ นทาสได้ในราคาพิเศษซึ่งถูก กว่าทาสที่เกิดก่อน พ.ศ .2411 ก าหนดว่าถ้าผู้ใดจะน าบุตรหลานของตนไปขายเป็ นทาสซึ่งเกิดตั้งแต่ พ.ศ.2411 และมีอายุต ่ากว่า 15 ปี ลงมา ไปขายเป็ นทาสจะต้องขายในอัตราซึ่งก าหนดไว้ในพิกัด กระเษียรอายุใหม่ห้ามผู้ที่เกิดใน พ.ศ.2411 หรือบิดามารดาของตนเองชายตนเป็ นทาส โดยที่ตนเอง และบิดามารดากล่าวเท็จว่ามิได้เกิดใน พ.ศ.2411 จะต้องถูกลงโทษด้วย ห้ามมูลนายคิดค่าข้าว ค่น ้า กับเด็กชายหญิงที่ติดตามพ่อแม่ พี่น้อง ป้ า น ้า อา ของตนที่ขายตัวเป็ นทาส จนกลายเป็ นเจ้าหนี้ของ เด็กและเอาเด็กเป็ นทาสต่อไปด้วย พระราชบัญญัติกระเษียรอายุลูกทาสลูกไทย พ.ศ. 2417 นี้ มีได้ใช้บังคับในท ุก มณฑล มีบาง มณฑลมิได้บังคับช้ คือ มณฑลตะวันตกเฉียงเหนือหรือมณฑลพายัพ มณฑลตะวันออกหรือ มณฑล บูรพา มณฑลไทยบุรี กลันตัน ตรังกานู " ทั้งนี้ อาจเป็ นเพราะว่าขณะนั้นมณฑลเหล่านี้ยังเป็ นประเทศ ราชอยู่ จึงไม่นับรวมเข้ามาในพระราชอาณาเขตตามความหมายของพระราชบัญญัตินี้


๑๗ เหตการณ์ที่ ๒ ออกพระราชบัญญัติ (พรบ.) ลักษณะทาสในมณฑณตะวันตก เฉียงเหนือ ให้ลดค่าตัวทาสไปเรื่อยๆและห้ามมีการซื้อขายทาสในมณฑลพายัพอีก เพื่อเปิดโอกาสให้ทาสได้หา มีเงินมาผ่อนตนเองให้พ้นจาก ความเป็นทาสได้ง่ายขึ้น อ้างอิง: https://www.nac2.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/1161 พ.ศ. ๒๔๔๓


๑๘ เหตการณ์ที่ ๓ ออกพระราชบัญญัติ (พรบ.) ลักษณะทาสในมณฑณบูรพา ให้ลดค่าตัวทาสไปเรื่อยๆและห้ามมีการซื้อขายทาสในมณฑลบูรพา อีก เพื่อเปิดโอกาสให้ทาสได้หา มีเงินมาผ่อนตนเองให้พ้นจาก ความเป็นทาสได้ง่ายขึ้น และห้ามมีการซื้อขายทาสอีก การประกาศแผนการเลิกทาสในมณฑลบูรพาใน พ.ศ.2447 ได้มีการ ประกาศใช้พระราชบัญญัติลดค่าตัวทาสในมณฑลบูรพาเพื่อเตรียมการ เลิกทาสในมณฑลบูรพาอย่างเป็นขั้นตอน แต่ต่อมาในพ.ศ.2449 ไทยก็ เสียมณฑลบูรพาให้แก่ฝรั่งเศส อ้างอิง : https://th.wikisource.org/wiki พ.ศ. ๒๔๔๗


๑๙ เหตการณ์ที่ ๔ ออกพระราชบัญญัติ พรบ.ทาส ร.ศ. 124 ให้ลูกทาสทุกคนเป็นอิสระและห้ามซื้อขายทาสอีก ดังนั้นปี พ.ศ. ๒๔๔๘ สยามจึงไม่มีทาสอีกต่อไป พ.ศ. ๒๔๔๘


๒๐ ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ He resides in our hearts for eternity สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ วรุตมพงษบริพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรม มหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร


๒๑ ทรงยกเลิกระบบทาสแบบค่อยเป็ นค่อยไปเพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย่อมมีคนได้ประโยชน์ คือ ประชาชนส่วนใหญ่ และคนที่เสียประโยชน์คือขุนนาง ซึ่งขุนนางบางคนมีอ านาจขนาดที่อาจท าให้พระราช อ านาจของพระมหากษัตริย์สั่นคลอน และอาจท าให้การเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น หรือเกิดความแตกแยก ขัดแย้ง สงครามกลางเมือง การค่อยๆด าเนินพระราชวิเทโศบาย ทีละพื้นที่ ค่อยๆปล่อยทาสให้เป็ นอิสระ จึงเป็ นหนทางแห่งสันติภาพ


๒๒ สำหรับตัวทาส ทาสมีอิสระ กลายเป็นแรงงานเสรี สามารถไปหางานทำในมี่ต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สถาบันกษัตริย์ มีอำนาจมากขึ้น เพราะรัฐจะเก็นภาษีจาก ประชาชนโดยตรงที่ไม่ต้องผ่านขุนนางที่มี ไพร่ ทาส ในสังกัด จึง ลดอำนาจของขุนนางลง พระมหากษัตริย์จึงทรงสามารถดำเนิน นโยบายในการพัฒนาปรพเทศที่พระองค์ทรงวางไว้ง่ายขึ้น


Click to View FlipBook Version