Sit Dolor Amet
ในยุคสมย ั ท ี ม่นุษยย ์ ง ั ดำ รงชว ี ติอยู่ดว ้ ยกำรกนิพชื และล่ำสต ั วเ ์ ฉกเชน่ สต ั วผ ์ูล ้ ่ำท ั ้งหลำยใน ระบบนิเวศ เม ื อ่หลำยหม ื น่ปี กอ่น โลกมจ ี ำ นวนประชำกรมนุษยอ ์ ยู่เพย ี ง 5 ล้ำนคน ถึงแม้ใน เวลำตอ่มำ มนุษยจ ์ ะหน ั มำรเิริม่ท ำกำรเพำะปลูก รูจ ้ ก ั เตรย ี มพ ื น้ท ีส่ำ หรบ ั กำรเกษตรและเล ี ย้ง สต ั ว ์ รวมถง ึ กำรประดษิฐเ ์ คร ื อ่งไมเ ้ คร ื อ่งมอ ื ต่ำง ๆ ท ีป่รบ ั เปล ี ย่นรูปแบบกำรดำ เนินชีวิตของ มนุษยค ์ ร ั ้งใหญ่ ประชำกรเกดิใหม่ยง ั นบ ั วำ่มจ ี ำ นวนไม่แตกตำ่งจำกผูเ ้สย ีชว ีตมำกนัก ท ำให้ ิ หญิงสำวในยุคดังกล่ำว ส่วนใหญ่อำจมีบุตรมำกถึง 6 หรือ 7 คน เน ื ่องจำกอต ั รำกำรรอดชีวิต ของทำรกเกิดใหม่จนถึงวัยผู้ใหญ่ ไม่สูงอย่ำงเฉกเช่นในปัจจุบัน
จนมาถง ึ ยคุของการปฏวิต ั อิตุสาหกรรม ในชว่งปี1750 – 1850 ประชากรโลกใน ขณะนั้นมีจ านวนรวมกันทั้งหมดอยู่ที่ราว 1 พ ั นลา้นคน ซง ึ่เป็ นยคุทเ ี่ ปลี่ยนแปลงวิถี ชว ี ติผคู้นจากการท าไรน่าไปสงู่านโรงงานและอตุสาหกรรม โดยน ั บเป็ นยคุแรกเริ่ม ของการเปลี่ยนผ่าน เป็นก ้าวแรกของการพัฒนาขั้นพื้นฐานที่ยกระดับคุณภาพชว ี ติ ผคู้น ท ั ง้ในดา้นสขุอนาม ั ย อาหาร ยาร ั กษาโรค และการขนสง่สง่ผลใหป้ระเทศต่าง ๆ มก ี ารเตบิ โตทางเศรษฐกจิยกระดบ ั มาตรฐานชว ี ติของผคู้นในระดบ ั ตา่ง ๆ ท าให ้ จ านวนประชากรโลก ณ ขณะนั้น มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่า อีกทั้ง อัตราการ เสย ี ชว ี ติของประชากรลดลง โดยเฉพาะในกลมุ่ทารกและเด ็ กแรกเกดิ
ประชากรโลกทวีจ านวนเพิ่มขึ้นอย่างสะสมนับตั้งแต่นั้นเป็ นต้นมา โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร ส ู งส ุ ดในประวต ั ศ ิ าสตร ์ เม ื่อปี1963 ที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทง ั่ถง ึปั จจ ุ บ ั น อต ั ราการเพม ิ่ขน ึ ้ ของประชากรลดลงมาอย ่ ู ในช ่ วงร ้ อยละ1.0 –1.5 ต่อปี ซึ่งเป็ นผลจากปรากฏการณ์การลดลง ของอต ั ราเจร ิ ญพน ั ธ ์ ุ รวม (Total Fertility Rate) ในท ุ กประเทศทว ั่โลกจากอดต ี ทห ี่ญ ิ งสาวส ่ วนใหญ ่ ม ั กม ี บ ุ ตร มากราว 6 หรือ 7 คน แต ่ จากการยกระดบ ั มาตรฐานและค ุ ณภาพช ี วต ิ ทพ ี่ฒ ั นาไปอย ่ างก ้ าวกระโดด รวมถึงการ ม ี บทบาท ส ิ ทธ ิ เสร ี ภาพ และการศ ึ กษาทส ีู่ งขน ึ ้ ของผ ้ ู หญ ิ งในส ั งคม ส ่ งผลให ้ หญ ิ งสาวส ่ วนใหญ ่ ม ี บ ุ ตรน ้ อยลง หลายเท ่ า โดยอต ั ราเจร ิ ญพน ั ธ ์ ุ รวมอย ่ ู ท ี่1.0 – 2.5 เท่านั้น
โครงสร ้างของประชากรมนุษย์ (Population Structure) วัยเด็ก ระยะก ่ อนส ื บพน ั ธ ์ ุ (Prereproductive Age) ค ื อ ช ่ วงอาย ุ 0 –14 ปี หรือ ช่วงวัยเด็ก วย ั หน ่ ุ มสาว ระยะส ื บพน ั ธ ์ ุ (Reproductive Age) คือ ช ่ วงอาย ุ 15 –44 ปี หรือ ช ่ วงวย ั หน ่ ุ มสาว วัยชรา ระยะหลง ั ส ื บพน ั ธ ์ ุ(Post Reproductive Age) คือ อาย ุ ต ้ ง ั แต ่ 45 ปี ขึ้นไป หรือช่วงวัยชรา
โดยโครงสร ้างทางอายุของประชากรมนุษย์สามารถน ามาแสดงเป็ นสัดส่วนบน แผนภาพท ี ่ เรย ี กวา ่ “พีระมิดอายุ” ได ้ ้ ้ 4 รป ู แบบ ดง ั น ี ้ พีระมิดฐานกว้างยอดแหลม หรือ พีระมิดแบบขยายตัว (Expansive Pyramid) แสดงถึงโครงสร้างประชากรที่มี อต ั ราเพ ิ่มข ้ึ นอยา ่ งรวดเร ็ ว โดยสามารถพบโครงสร ้ างของ ประชากรลก ั ษณะน ้ ีไดใ้ นประเทศกว ั เตมาลา ซาอุดีอาระเบียและประเทศในทวปี แอฟร ิ กา เช ่ น เคนยา และไนจีเรีย เป็ นต้น
โครงสร ้างทางอายุของประชากรมนุษย์ พีระมิดทรงกรวยปากแคบ หรือ พีระมิดแบบคงที่ (Stationary Pyramid) แสดงถึงโครงสร้างของประชากรที่ ม ี อต ั ราเพ ิ่มข ้ึ นอยา ่ งชา ้ ๆ ม ี ร ู ปแบบของอต ั ราการเก ิ ดและ อต ั ราการตายของประชากรท ี่ค ่ อนขา ้ งต่า สามารถพบ โครงสร ้ างอายป ุ ระชากรลก ั ษณะน ้ ีไดใ้ นประเทศ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดาและไทย เป็ นต้น
โครงสร ้างทางอายุของประชากรมนุษย์ พีระมิดทรงระฆังคว ่า หรือ พีระมิดแบบเสถียร (Stable Pyramid) แสดงถึงโครงสร้างของประชากรที่มีอัตราการ เก ิ ดและอต ั ราการตายไม ่ เปล ี่ยนแปลงไปมากนก ั สามารถ พบโครงสร ้ างอายป ุ ระชากรลก ั ษณะน ้ ีไดใ้ นประเทศ สเปน เดนมาร์ก อินโดนีเซีย และออสเตรีย
โครงสร ้างทางอายุของประชากรมนุษย์ พีระมิดทรงดอกบัวตูม หรือ พีระมิดแบบหดตัว (Constrictive Pyramid) แสดงถึงโครงสร้างของประชากร ท ี่ม ี อต ั ราลดลงจากจา นวนการเก ิ ดท ี่ต่า เช ่ นเด ี ยวกบ ั จ านวนการตาย โดยสามารถพบโครงสร้างอายุประชากร ลก ั ษณะน ้ ีไดใ้ นประเทศเยอรมน ั ญ ี่ป่ ุ น บัลแกเรียและ สิงคโปร์ เป็ นต้
พีรามิดประชากรไทย ปี พ.ศ. 2565 ด้านจ านวน * ประชากรวัย 25 – 29 มจ ี านวนมากท ี่สุด รองลงมา คือ ช่วงอาย 40 -54 * ประชากรที่มีอัตราน้อยมากคือ ประชากรที่อายุ0-5 ปี สาเหตุจากการคุมก าเน ิ ดและการท ี่ประชาชนเล ือกที่ จะอย ู่เป็ นโสดด ้ วยสภาวะทางสังคม แนวโน้มด้านประชากร * ประชากรท ี่อยใู่นวยัหนุ่มสาวท ี่ม ี จา นวนมากจะไปเป็ น กลุ่มผสูู้งอายุจ านวนมาก เพราะวิทยาการทางการแพทย์ * ประชากรกลุ่ม อายุ0 – 9 ปีซ่ึ งม ี จา นวนนอ ้ ยกวาผู้สูงอายุ ่ และในอีก20 -30 ปี ข้างหน้าจะกลายเป็ นวัยท างาน ปัญหา * จะมีวยัภาระพ่ึงพิงมากวา่วยัแรงงาน แนวทางแก ้ * ภาครัฐจะวางแผน เพื่อสงัคมผสูู้งอายุใหม ้ ากข้ึน
การกระจายตัวและความหนาแน่นของประชากร การกระจายตว ั ของประชากรโลก ส ่ วนใหญ ่ ข ้ึ นอยก ู ่ บ ั ปั จจย ั การดา รงช ี วต ิ และสภาพแวดลอ ้ ม ดง ั น ้ น ั บริเวณที่ ประชากรอาศย ั อยอ ู ่ ยา ่ งหนาแน ่ นส ่ วนใหญ ่ มก ั เป็ นแหล ่ ง ท ี่ม ี ความมน ั่คงทางอาหาร เช ่ น พ ้ ื นท ี่ราบล ุ ่ มแม ่ น ้ า พ ้ ื นท ี่ผ ุ พง ั ของห ิ นซากภ ู เขาไฟเก ่ า พ ้ ื นท ี่ร ิ มชายฝั่งทะเล รวมถึง พ ้ ื นท ี่ซ่ึ งม ี สภาพอากาศไม ่ หนาวเยน ็ จนเก ิ นไปนก ั โดยเฉพาะบร ิ เวณท ี่ม ี การต ้ ง ั ถ ิ่นฐานมาต ้ ง ั แต ่ อด ี ต เช ่ น ท ี่ ราบล ุ ่ มแม ่ น ้ า ในประเทศจ ี น อ ิ นเด ี ยและในประเทศทาง ทวีปยุโรป
การกระจายตัวและความหนาแน่นของประชากร ในปั จจ ุ บน ั ทา เลท ี่ต ้ ง ั ซ่ึ งอยใ ู ่ นตา แหน ่ งที่สามารถควบคุม เส้ นทางคมนาคม การขนส ่ งและความไดเ ้ปร ี ยบเช ิ ง อ ุ ตสาหกรรมนบ ั เป็ นอ ี กหน่ึ งปั จจย ัในการเล ื อกต ้ ง ั ถ ิ่นฐาน ของมน ุ ษย ์ ซ่ึ งส ่ งผลต ่ อความหนาแน ่ นของประชากรที่ เห็นได้ชัดในสังคมเมืองและชนบท ในปัจจุบัน ความ หนาแน ่ นของประชากรโลกโดยเฉล ี่ยอยท ู ่ ี่25 คนต ่ อ ตารางก ิโลเมตร
การกระจายตัวและความหนาแน่นของประชากร แต ่ในปั จจ ุ บน ั มาเก ๊ าโมนาโก ส ิ งคโปร ์ และฮ ่ องกง นบ ั เป็ นกล ุ ่ มของร ั ฐหร ื อประเทศขนาดเลก ็ ท ี่ม ีประชากร หนาแน ่ นท ี่ส ุ ด โดยส ิ งคโปร ์ ม ีประชากรเก ื อบ 8,000 คนต ่ อตารางก ิโลเมตรขณะท ี่ประเทศซ่ึ งม ี พ ้ ื นท ี่อยอ ู ่ าศย ั ขนาดใหญ ่ อยา ่ งเช ่ น บง ั กลาเทศ ม ีประชากรหนาแน ่ น ท ี่ส ุ ดอยท ู ่ ี่1,252 คนต ่ อตารางก ิโลเมตร ประเทศที่มี ประชากรหนาแน ่ นนอ ้ ยท ี่ส ุ ดในโลกค ื อกร ี นแลนด ์โดย ม ี ความหนาแน ่ นอยท ู ่ ี่ราว 0.2 คนต ่ อตารางก ิโลเมตร เท ่ าน ้ น ั
ผลกระทบและอนำคต ประชากรของส ิ่งม ี ช ี วต ิ ชน ิ ดต ่ าง ๆ ลว ้ นเป็ นองคประกอบ ์ ทางช ี วภาพท ี่สา คญ ั ในระบบน ิ เวศ ท ุ กช ี วต ิ ต ่ างมีบทบาท และหนา ้ ท ี่ของตน ท ้ ง ั การเป็ นผผ ู ้ ล ิ ต ผบ ู ้ ร ิโภคและผย ู ้ อ ่ ย สลาย ซ่ึ งขนาดสด ั ส ่ วนและการกระจายตว ั อยา ่ งเหมาะสม ของส ิ่งม ี ช ี วต ิ ท ้ ง ั 3 กล ุ ่ ม เป็ นกลไกสา คญ ั ท ี่สร้างความ สมด ุ ลใหแ ้ ก ่ ระบบน ิ เวศของโลก
ผลกระทบและอนำคต แต ่ในปั จจ ุ บน ั วถ ิี ความค ิ ด และแนวทางในการดา เนิน ช ี วต ิ ของมน ุ ษยไ์ ดเ ้ปล ี่ยนแปลงไปจากอด ี ตอยา ่ งมาก การ เต ิ บโตของประชากรมน ุ ษยก ์ า ลง ั ส ่ งผลกระทบโดยตรงต ่ อ ความสมดุลของระบบนิเวศ จากการนทรัพยากร ธรรมชาต ิ มาใชป้ ระโยชนเ ์ ก ิ นควรการสร ้ างมลพ ิ ษและ ขยะรวมถ ึ งการจด ั การในดา ้ นต ่ าง ๆ ท ี่ยง ั คงก ่ อปั ญหาและ ส ่ งผลกระทบต ่ อส ิ่งแวดลอ ้ มโลก ซ่ึ งในอนาคต ประเด็น ทางส ิ่งแวดลอ ้ มเหล ่ าน ้ ี อาจกลายเป็ นห ่ วงโซ ่ สา คัญที่ ส ่ งผลต ่ อความอยร ู ่ อดของมน ุ ษย ์ไม ่ เพ ี ยงเฉพาะดานการ ้ เป็ นแหล ่ งอาหารแหล ่ งน ้ า และทร ั พยากรแต ่ อาจ กลายเป็ นฉนวนของปัญหาด้านคุณภาพชีวิตและสังคม การแก ่ งแยง ่ แข ่ งขน ั และความขด ั แยง ้ ระหวา ่ งผค ู ้ นและ ประเทศชาติอีกด้วย ข้อมูลอ้างอิง มหาวิทยาลัยรามค าแหง – http://old-book.ru.ac.th/ebook/c/CU474/chapter11.pdf