คำนำ
หนังสือ การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอรก์ ราฟิก Photoshop เบอ้ื งตน้
ในปจั บุ นั โปรแกรมอย่าง Photoshop ได้เขา้ มามบี ทบาทตอ่ ชิน้ งานกราฟิกตา่ งๆอยู่มากมาย แต่ก็มีผคู้ น
จำนวนไมน่ ้อย ท่ีคดิ ว่าการตกแต่งภาพ หรอื การสรา้ งช้นิ งานกราฟิกดว้ ยฌปรแกรมดงั กล่าวนั้น ความยุ่งยาก
หรอื คดิ ไปเองว่าตนไม่มคี วามสามารถมากพอ ซงึ้ ความจริงแล้ว งานกราฟิกมีอยู่หลายระดบั ด้วยกัน ตง้ั แต่
ระดบั พ้ืนฐานจนถงึ ระดับสงู และชิ้นงานกราฟิกบางช้ินก็ยงั สามารถถูกสรา้ งขน้ึ ด้วยโปรแกรมกราฟกิ ได้ไม่ยาก
เลย อีกทงั้ ยงั ใชร้ ะยะเวลาศกึ ษาส้นั ๆ เท่าน้ัน
ภายในหนงั สือเล่มนี้ นอกจากใหค้ วามรู้ทฤษฎีพน้ื ฐานเก่ียวกบั กราฟกิ แลว้ ยงั ไดส้ าธติ ขั้นตอนการตกแต่ง
ภาพกราฟกิ ด้วยเทคนคิ ตา่ งๆถงึ 11 เทคนิคดว้ ยกนั ทีผ่ ู้ใชง้ านแม้ไม่มีความรู้พนื้ ฐานก็สามารถปฏิบตั ิตามได้ อีก
ทั้งยงั ฝกึ ฝนทักษะใหค้ วามสามรถนำไปปประยุกตใ์ ชแ้ ละต่อยอดในขั้นสงู ได้ตอ่ ไป นอกจากน้ี ยงั ได้แนะนำ
วธิ ีการจดั ทำแผน่ ปลิวและการทำแผน่ ผบั (โบรชวั ร์) เป็นต้น
สารบญั
บทท่ี 1. เริ่มตน้ การใช้โปรแกรม Photoshop
ความหมายและคณุ สมบตั ขิ องงานกราฟิก
ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวข้องกบั กราฟิก
การเปลีย่ นภาพขาวดาํ
การปรบั ความสวา่ งและความคมชัด
การใชง้ านเลเยอร์
บทที่ 2. เทคนิคกบั โปรแกรม Photoshop
เทคนคิ ที่ 1. การนำวตั ถุออกจากฉากหลัง
เทคนิคที่ 2. การกำจัดส่งิ รุงรังบนภาพออกไป
เทคนคิ ท่ี 3. การบิดภาพเพื่อจัดภาพถา่ ยลงในกรอบรูป
เทคนคิ ที่ 4. การปรบั สที อ้ งฟ้า
เทคนคิ ท่ี 5. การทำใหว้ ตั ถุดูเหมือนเคล่ือนที่ดว้ ยความเร็ว
เทคนคิ ท่ี 6. การปรบั ภาพใหด้ ูนุ่มนวล
เทคนิคที่ 7. การเปล่ียนสีวตั ถุ
เทคนิคที่ 8 การสรา้ งเงาสะท้อนกระจกให้กบั ววัตถุ
เทคนิคท่ี 9 การปรบั ฉากหลังใหเ้ บลอ
เทคนคิ ท่ี 10 การใช้สเี พื่อเน้นเฉพาะบางส่วนของภาพ
เทคนิคสุดท้าย การซ้อนภาพด้วยเลเซอร์
“ หลักการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop เบอ้ื งต้น ”
กราฟิก ( Graphic ) คือรปู ภาพดิจติ อล เชน่ ภาพถา่ ยจากกลอ้ งดิจิตอล,ภาพคลิปอารต์ (
Clipart ) ภาพวาดท่ไี ด้จากการสแกน รวมถงึ ภาพวาดหรือภาพตน้ ฉบับใดๆ ท่ีถูกสรา้ งขึ้นดว้ ยโปรแกรม
คอมพิวเตอร์กราฟิก นอกจากนกี้ ราฟิกยังเกี่ยวข้องกับอปุ กรณท์ างคอมพวิ เตอรแ์ ละซอฟต์แวร์สำหรบั งาน
กราฟิกท่ที ำให้คอมพวิ เตอร์มีความสามารถในการแสดงผลลงในเครอ่ื งพมิ พห์ รือเคร่ืองพลอ็ ตเตอร์ด้วย ครั้นเม่ือ
ไดท้ ราบถึงนิยามความหมายของกราฟิกแล้ว ทำให้เข้าได้วา่ งานออกแบบหรืองานทางดา้ นคอมพิวเตอร์กราฟิก
มีสว่ นประกอบอนื่ ๆ เขา้ มาเกี่ยวข้องอยู่มากมายที่มีส่วนสำคัญตอ่ การสร้างงานกราฟิกชิ้นหนงึ่ ๆ ขนึ้ มา
คอมพิวเตอร์กราฟิก ยังสามารถเป็นได้ทั้งแบบสองมติ ิ (2D) หรอื สามมิติ (3D)
คอมพิวเตอร์ทีใ่ ช้งานในอดีต จะสนบั สนุนภาพกราฟกิ แบบ 2 มิติ ท่ีแสดงสีแบบขาวดำบนจอภาพ
โมโนโครม ซ่งึ อาจแสดงผลเป็นสเี ขียวกับสดี ำก็ได้ ข้ึนอยกู่ บั จอภาพแตล่ ะชนดิ จนกระทัง่ ต่อมาไดพ้ ฒั นา
เทคโนโลยีคอมพิวเตอรใ์ ห้มคี วามสามารถในการรองรบั ภาพกราฟิกแบบสีบนจอภาพทีม่ ี 256 สเี ทา่ นั้น แต่
ปัจจบุ ันคอมพวิ เตอรโ์ ดยส่วนใหญส่ ามารถแสดงผลภาพบนจอภาพด้วยสีทีม่ ีความแตกตา่ งกนั ถงึ หลายลา้ นสี
ทำใหภ้ าพแลดูมีความเป็นธรรมชาติ เสมือนจริงมากข้นึ คอมพิวเตอรใ์ นยุคปจั จุบันได้เขา้ มามีบทบาทเปน็ อยา่ ง
สูงในการสร้างงานประเภทกราฟิกไม่วา่ จะเปน็ การนำคอมคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อการสร้างภาพ ตกแต่งภาพ
รวมถึงการนำคอมพิวเตอร์มาผลติ ส่อื ด้านมลั ติมเี มยี น่ันเป็นเพราะว่างานกราฟกิ มีคุณสมบตั ิเด่นดังนี้
1. งานกราฟิกช่วยให้เข้าใจงา่ ยขนึ้
2. งานกราฟิกช่วยดึงดดู ความสนใจ
3. งานกราฟิกชว่ ยในการจดจำไดด้ กี ว่า
เน้ือหาในบทนี้จะกล่าวถึงโปรแกรม Photoshop CS6 ซงึ่ เปน็ โปรแกรมสำหรับงานตกแต่งภาพ งานออกแบบ
กราฟิกและส่ือสิ่งพิมพต์ ่างๆ ท่ีผใู้ ช้งานสามารถนำเทคนิคต่างๆไปประยุกต์ใช้ไดห้ ลากหลายวิธี โปรแกรม
Photoshop จดั เปน็ โปรแกรมทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสูงไดค้ วามนยิ มในหมนู่ กั คอมพิวเตอร์ท่วั ไป โดยในเบอ้ื งต้นเรา
จะมาเรียนร้เู กยี่ วกบั เมนูการใชง้ านของตัวโปรแกรม รวมถงึ เครือ่ งมอื ตา่ งๆ ท่จี ำเป็น
บทที่ 1. เรม่ิ ต้นการใชโ้ ปรแกรม Photoshop
เมนูบาร์ (Menu bar )
เมนูบาร์กค็ ือ เมนหู ลกั เป็นแถบเมนทู ี่ประกอบไปด้วยกลุ่มคำส่งั ตา่ งๆ ที่ใชส้ ำหรับจดั การไฟลก์ ารแก้ไข การ
จัดการกบั ภาพ การจัดการกบั เลเยอร์ การใช้งานฟิลเตอร์ และอน่ื ๆ นอกจากน้ี ใตเ้ มนูบาร์ก็ยังมีออปชนั่ บาร์ (
Options Bar ) เพื่อกำหนดค่าเพม่ิ เติมต่างๆ ซึ่งหวั ขอ้ การตั้งค่าจะแปรผนั ตามกล่องเครือ่ งมอื (ทูลบอ็ กซ)์ ที่
เลอื กไว้
ภาพท่ี 1.1
บท สรปุ คำสั่งในเมนูบาร์
(Menu Bar) เป็นเมนูคำส่งั หลักโปรแกรม แบง่ ออกเปน็ หมวดหมู่ตา่ งๆ ดงั นี้
File : เปน็ หมวดของคำส่งั ทจี่ ัดการเกยี่ วกับไฟลแ์ ละโปรแกรมทัง้ หมด ไมว่ า่ จะเปน็ การ เปดิ -ปดิ ไฟล์ การ
บันทึกไฟล์ การนำภาพเข้ามาใช้ (Place) ตลอดจนการออกจากโปรแกรม (Exit)
Edit : เป็นหมวดของคำส่ังทีจ่ ัดการแก้ไข เชน่ Undo Cut Copy Paste Select รวมทง้ั การกำหนดคณุ สมบตั ิ
ตา่ งๆ ท่ีมีผลตอ่ การปรบั แต่งภาพด้วย เช่นการสรา้ งรูปแบบ (Define Pattern) การกำหนดคา่ สี (Color
Setting) เป็นต้น
Type: เป็นหมวดของคำส่งั ที่ใช้จดั การตวั หนงั สือ เชน่ Fonts Paragraph เปน็ ตน้
Select : เป็นหมวดของคำส่ังท่ใี ช้ในการเลือกวัตถุ สามารถเลอื กด้วยคุณสมบตั ิได้ เชน่ เลือกวตั ถุที่มี Fill และ
Stroke : แบบเดียวกัน วัตถุทอี่ ยบู่ น Layer เดียวกัน เป็นต้น
– เปน็ หมวดของคำส่งั ที่ใชส้ ร้างเทคนิคพิเศษให้กบั ภาพ โดยจะมีผลตอ่ รปู รา่ งของ Path
Effect : เปน็ หมวดของคำส่ังท่ีใชส้ ร้างเทคนิคพิเศษให้กับภาพคลา้ ย Filter แต่จะไมม่ ีผลกับรปู รา่ งของ Path
View : เปน็ หมวดของคำสั่งเกี่ยวกบั การมองทุกสงิ่ ในงาน เช่น Zoom Show/Hide Ruler Bounding Box
Outline Mode/Preview Modeเปน็ ต้น
Window :เป็นหมวดของคำส่ังเกย่ี วกบั การเปิด-ปิดหน้าต่างเครอ่ื งมือตา่ งๆ เช่น Palette Tool Box เปน็ ต้น
Help : เป็นหมวดทร่ี วบรวมวิธีการใชง้ านและคำแนะนำเพื่อชว่ ยเหลอื ผใู้ ชโ้ ปรแกรม
ทูลบอ็ กซ์ ( Toolcox )
ทูลบ็อกซ์หรือกล่องเครอ่ื งมือ ปกตจิ ะปรากฎอยทู่ ่ีขอบซ้ายมือของจอภาพ เป็นแหลง่ รวมของเครื่องมือท่ชี ว่ ยใน
การวาด แก้ไข และ ตกแตง่ ภาพ
ภาพที่ 1.2.1
สำหรับไอคอนแต่เครื่องมอื ภายในทูลบอ็ กซ์ อาจมเี ครื่องมือหลายช้นิ อยูร่ วมกันโดยสังเกตจากเคร่ืองหมายตรง
มมุ ล่างขวาของแตล่ ะเครอ่ื งมือ หากมีสัญลักษณ์สามเหลย่ี มเลก็ ๆ ปรากฏอยู่ท่ีมมุ ลา่ งขวาของปุ่มไอคอน ให้
คลปิ เมาส์ที่ป่มุ เครอื่ งมือดงั กล่าวคา้ งไว้สกั ครู่ กจ็ ะปรากฏกลุ่มเคร่ืองมอื ภายในให้เลือกใชง้ าน
เคร่อื งมอื
Marquee Tool
เป็นปุ่มเครื่องมือเพ่ือนำมาใชเ้ ลือกพื้นที่ของภาพ ซึ่งมีท้ังการเลอื กพืน้ ที่แบบสเ่ี หลย่ี ม วงกลม วงรี เสน้ แนวนอน
และเสน้ แนวต้งั
Move Tool
เป็นเครื่องมือในการเคล่อื นยา้ ยวัตถุ เปน็ เคร่อื งมอื ทีท่ างานเกาะขอบพน้ื ทส่ี ีท่ีใกล้เคียง เป็นการเลือกพ้นื ท่ีองิ
กบั คา่ สขี องรปู เปน็ สาคญั เปน็ การเลอื กแบบสรา้ งขอบเปน็ เส้นตรงหลายเหลี่ยม
Lasso Tool
เป็นเครอ่ื งมือท่ีใช้สรา้ งรปู ทรงของพ้นื ท่ที ่ีตอ้ งการเลอื กบนรูปภาพ ที่เราสามารถวาดขน้ึ เองโดยไมม่ ีการยึดติด
กับวัตถุใด ๆ บนรูปภาพ แต่ปัญหาอย่างหน่ึงของเครื่องมือน้ีในการเลือกพ้ืนที่ คือ หากเราต้องการเลอื กพืน้ ที่
ตามรปู ทรงของวัตถุ เชน่ รูปรา่ งของคนจะทำได้ไม่สะดวกเนอ่ื งจากมสี ่วนเวา้ สว่ นโค้ง
Quick Selection Tool และ Magic Wand Tool
Quick Selection Tool เปน็ การลบพ้นื หลังที่มีสตี ัดกนั อย่างชัดเจน Magic Wand Tool เป็นเครือ่ งมือเลอื กด
โดยการเลอื กเฉพาะสี การตัง้ คา่ เครือ่ งมอื Selection. เมื่อคลิกเมาสจ์ ะเป็นการสรา้ ง Selection ขนึ้ ใหม่
Crop Tool
เป็นเคร่ืองมอื ท่ีช่วยให้สามารถเลอื กวตั ถเุ ฉพาะสว่ นที่ต้องการที่งา่ ยทส่ี ุดและสามารถตดั ส่วนท่ีไม่ต้องการท้งิ ได้
ทนั ที และยังมเี ครื่องมือช่วยที่เรยี กวา่ Rule of Thirds ซงึ่ จะชว่ ยใหผ้ ูใ้ ชง้ านสามารถกำหนดจุดสนใจของภาพ
ไดง้ ่ายขน้ึ คลิกทีเ่ คร่ืองมอื Crop Tool แลว้ คลกิ เมาสล์ ากครอบบรเิ วณสว่ นที่ตอ้ งการ
Eyedropper Tool
หน้าท่ีการทำงานเคร่ืองมือ Eyedropper Tool คือ ใชส้ ำหรบั ดูดสที ต่ี ้องการ และเมอื่ ได้ทำการดูดสีเสรจ็
เรยี บรอ้ ยแลว้ สามารถนำสนี นั้ ไปใช้งานต่อได้ เชน่ อาจนำไปแทนท่สี ีที่ได้ตกแต่งไวจ้ ากเครื่องมือ
Brush Tool หรือแทนที่สว่ นตา่ งๆ ของภาพไดต้ ามต้องการ สำหรบั ข้นั ตอนการดูดและใช้งาน
เครื่องมือ Eyedropper Tool
Healiing Brush Tool
ทำหนา้ ท่ีการเกลย่ี สที น่ี ำไปแทนทใี่ หเ้ ขา้ กับสีของพน้ื ท่เี ดิมจงึ ทำใหเ้ ปน็ ธรรมชาติมากย่งิ ขึ้น ช่วยลดปญั หาการ
เกิดลอยด่างบนรูปภาพซง่ึ เกดิ จากสขี องพน้ื ที่ท่ีนำไปแทนท่ีและพืน้ ท่ีท่ีจะตอ้ งการตกแตง่ แตกตา่ งกนั
Brush Tool
เป็นเครื่องมือในการลงสี คลา้ ยการทาสี จะได้แนวของสีที่มีขอบตามการเลือก Brush. Pencil Tool เป็น
เครอื่ งมอื ท่ีใช้เขียน สามารถเลือกขนาดของดินสอได้ Color Replacement Tool เครือ่ งมอื หัวแปรงสำหรบั
ระบายแก้ไขค่าสีของภาพ
Clone Stamp Tool
เป็นเครื่องมือพ้นื ฐานสำหรบั การลบรว้ิ รอยในรปู ภาพ โดยมีหลกั การทำงานคือ การคดั ลอกสว่ นใดสว่ นหนงึ่ ใน
รูปภาพตามต้องการ และนำไปแทนท่ีส่วนที่ต้องการตกแต่ง นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยแล้วเครอ่ื งมือน้ยี ั้ง
สามารถชว่ ยช่อมแซมรปู ภาพในสว่ นท่หี าย โดยการคดั ลอกสว่ นอน่ื มาเตมิ ส่วนท่ีหายให้เต็มพ้นื ท่ี
HiStory Brush Tool
เป็นเครอ่ื งมอื ลบหรือระบายสีดว้ ยการย้อนของเดิมใหก้ ลบั มา
Eraser Tool
เป็นกลุ่มเคร่ืองมือท่ีใชส้ ำหรบั ลบส่วนต่างๆบนภาพ
Gradient Tool
เปน็ เคร่อื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการเทสีลงไปในภาพ โดยสที ี่เทลงไปจะไล่ระดับสแี บบอ่อน กลาง เข้ม ซ่งึ ภาพท่ีไดจ้ ะดูมี
ความนุ่มนวนมากกว่าการเทสีลงไป
Blur Tool
เปน็ อปุ กรณท์ ใ่ี ชส้ ำหรับปรบั ค่า ความคมชดั ของสภี าพ ซ่ึงจะประกอบดว้ ย Blur, Sharpen เลอื กโดยการคล๊ิก
เม้าค้างใว้ อุปกรณโ์ ทนน่งิ ( Dodge Tool ) ใช้ในการปรบั ค่าโทนสขี อง ภาพให้สวา่ งหรือมดื
Dodge Tool
ใช้ในการปรับค่าโทนสีของ ภาพใหส้ ว่างหรอื มืด ซงึ่ จะมีเครื่องมือให้เลอื กอีกคือ Dodge,Burn,Sponge
Pen Tool
ใช้วาดเส้นดว้ ยปากกา ... ในการวาดเส้นพาธจะมเี คร่ืองมอื เพิม่ เติมที่เอาไวเ้ คล่ือนย้ายและปรบั รูปทรงของเสน้
ดงั นี้ Path Selection Tool ใชเ้ ลอื กเส้นพาธ และเคล่ือนย้ายตำแหน่งของเสน้ พาธ Direct
Selection Tool ใชใ้ นการดดั และเคลื่อนย้ายตำแหน่งของจดุ ตา่ งๆ
Type Tool
เปน็ เครอ่ื งมอื ใช้ในการพมิ พ์ตัวอักษรแบบทึบแนวนอน ... Vertical Type Tool เปน็ เคร่ืองมือสำหรบั ใช้ในการ
พิมพต์ วั อกั ษรแบบทึบแนวตง้ั หรอื แนวด่งิ Vertical Type Mask Tool เปน็ เครอื่ งมือสร้างตัวอักษรแบบ
โปรง่ ใสแนวตงั้ หรอื แนวดง่ิ มลี ักษณะ Selection สามารถเติมสแี ละปรบั แต่งได้ เหมือนกนั Type MaskTool.
Path Selection Tool
เปน็ เครอื่ งมอื ปรับแต่งเส้นพาธทีถ่ ูกสร้างขึน้ จากเคร่ืองมือ Pen Tool
Shape Tool
เปน็ กล่มุ เคร่ืองมือในการสรา้ งรปู ทรงพ้นื ฐานต่างๆ
Hand Tool
เป็นเครอ่ื งมอื ทนี่ ำมาใช้เพ่อื เลือ่ นภาพบนจอในกรณีท่ีภาพล้นหน้าจอ รวมถึงการหมุนภาพเพื่อววิ ดูตามต้องการ
Zoom Tool
เป็นเครือ่ งมอื ที่ใช้สำหรับการยอ่ / ขยายภาพเพือ่ ใหง้ านตกแตง่ ภาพทำไดง้ า่ ยยง่ิ ข้ึน
ออปชน่ั บาร์ ( Options Bar )
ดงั ทก่ี ลา่ วไว้แล้วว่า ออปช่ันบาร์ทป่ี รากฏอยู่ใตเ้ มนูหลักน้ัน จะแปรผนั ไปตามเครื่องมือในทลู บ็อกซ์ท่ีเลือกไว้
ภาพท่ี 1.2.2
พาเนล ( Panel )
พาเนล หมายถึง หนา้ ต่างยอ่ ยที่มาใชส้ ำหรับการแสดงข้อมูลรวมถึงการนำมาใชเ้ พื่องานตกแตง่ แกไ้ ขภาพท่ี
ทำงานร่วมกันกบั คำสงั่ ในเมนูและเครื่องมือบนทลู บ็อกซ์ ซึ่งตามปกติหนา้ ต่างพาเนลจะปรากฎอยทู่ ่ีขอบ
ดา้ นขวาของจอภาพ ตวั อยา่ งพาเนลต่างๆ เชน่
พาเนลจดั การสี ( Color )
พาเลเกบ็ ประวตั ิการใชง้ าน ( History ) ซง่ึ ชว่ ยใหเ้ ราสามารถน้อยการทำงานกลับไปยังสถานะก่อนการ
เปลยี่ นแปลงได้
พาเนลสำหรับการปรับแตง่ ภาพ และพาเนลจดั การกบั เลเยอร์ เปน็ ต้น
หนา้ ตา่ งพาเนลเหล่าน้ีอาจถูกเปดิ ไว้ไม่ครบ หรืออาจถูกปดิ ไวด้ ังนั้น เมอื่ ต้องการเปิดใชง้ านให้คลปิ ทเี่ มนู
Window แลว้ เลือกหนา้ ตา่ งพาเนลทตี่ ้องการ
ภาพที่ 1.3
การปรบั แตง่ ภาพเบื้องต้น
รายละเอยี ดในหัวข้อต่อไปนี้ จะมาเรยี นร้กู ารปรับแต่งภาพในระดบั เบ้ืองตน้ กนั ซ่ึงตวั โปรแกรม Photoshop
ไดเ้ ตรยี มเมนูมาให้แบบสำเร็จแล้ว โดยสามารถนำมาใชป้ รับแต่งให้กบั ภาพตน้ ฉบบั หรือภาพท่ีได้รับการรีทชั
แลว้ ก็ได้
การปรับความสวา่ งและความคมชัด
1.คลิกเมนู File > Open เพ่ือโหลดไฟล์ภาพทีแ่ ลดูทบึ ข้ึนมา
2.จากนัน้ คลกิ ทเี่ มนู Image > Adjustments > Brightness/Contrast
ภาพที่ 1.3.1
3.เลอื่ นสไลด์บารเ์ พ่ือเพิ่ม/ลดความสวา่ ง (Brightness) และเพ่ิม/ลดความคมชดั (Contrast) ตามต้องการ หาก
ตอ้ งการยืนยนั การปรับแตง่ ใหค้ ลิกปมุ่ ok หรือคลปิ ปุ่ม Cancel เพ่ือยกเลิก หรือคลิกปุ่ม Auto เพ่อื ให้
โปรแกรมปรับแตง่ ค่าให้โดยอัตโนมตั กิ ็ได้
ภาพที่ 1.3.2
นอกจากการปรบั แตง่ ดังกลา่ วแลว้ ยงั สามารถปรบั ระดบั สีของภาพโดยใชค้ ำสง่ั Levels ด้วยการคลิกท่เี มนู
Image > Adjustments > Levels ซง่ึ จะแสดงกราฟฮสิ โทแกรมมาใหโ้ ดยเราสามารถปรับเลอ่ื นสไลดบ์ าร์เพื่อ
ปรับระดับความมดื /สวา่ ง ความคมชัด และโทนสีได้ตามตวั อย่างดงั รูป
ภาพที่ 1.3.3
การเปลี่ยนภาพสีให้เปน็ ภาพขาวดำ
1.โหลดภาพทีต่ ้องการขึ้นมา ไปทเ่ี มนู image > Adjustments > เลือก Black & White
2.ผลลพั ธของภาพก่อนและหลังการปรบั แตง่
ภาพที่ 1.4.1
ภาพ 1.4.2
การเปลี่ยนภาพสมี าเปน็ โทนสีซเี ปยี
ซีเปน็ (Sepia) คือ สีที่ออกโทนน้าตาล จัดเป็นโทนสีภาพท่ีไดร้ ับความนยิ มอยู่ไม่นอ้ ย โดยเฉพาะภาพท่ีได้รับ
การปรบั โทนสเี ป็นแบบซีเปียนน้ั จะทำใหภ้ าพแลดอู บอนุ่ คล้ายกบั ภาพเก่าในอดีตที่ดแู ล้วมคี วามคลาสลิก
ภายในตวั
1.โหลดภาพที่ตอ้ งการขน้ึ มา แลว้ คลกิ ทเี่ มนู Image > Adjustments > Photo Filter
2.ท่ี Filer ใหค้ ลิกทลี่ สิ ต์บอ็ กซ์เพ่อื กำหนดคำเป็น Sepia จากนั้นปรบั ค่า Density ให้เข้มขน้ึ แล้วคลกิ ปมุ่ ok
ภาพ 1.5.1
การใช้งานเลเยอร์
ช้นิ งานภาพกราฟกิ ที่เราเห็นเปน็ ภาพเพียงภาพหนง่ึ นั้น อาจถกู สรา้ งขึน้ จากการนำภาพหรือชนิ้ ส่วนของภาพ
หลายๆ ภาพมาวา่ งซ้อนเข้าด้วยกนั ซึง่ เรยี กเทคนคิ นวี้ ่าเลเยอร์
เลเยอร์ ( Layer )
เป็นเทคนิคการซ้อนภาพ เปรียบเสมอื นกบั การนำแผ่นใสท่ีมภี าพมาซ้อนกันเปน็ ชนั้ ๆ คร้ันเมื่อซ้อนภาพดว้ ย
แผ่นใสเปน็ ท่เี รยี บร้อย ก็จะดูคล้ายกบั เปน็ ภาพเพยี งภาพเดียว โดยบริเวณโปร่งใสของแผ่นใสแต่ละชัน้ ทำให้
เราสามารถมองทะลลุ งไปเพื่อมองเหน็ ภาพแผน่ ใสในลำดบั ช้นั ถัดไปได้
ภาพ 1.5.2
และตอ่ ไปนี้จะสาธิตการซ้อนภาพอย่างง่ายดว้ ยเทคนิคเลเยอร์
โหลดไฟลท์ ตี่ อ้ งการขึน้
ในที่นีไ่ ดโ้ หลดไฟล์รปู บ้าน (ฉากหลังถกู เจาะให้โปรง่ ใส) และไฟลร์ ูปท้องฟา้
ภาพ 1.5.3
บทท่ี 2. เทคนิคกบั โปรแกรม Photoshop
จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1.ฝึนฝนทกั ษะการใช้โปรแกรม Photoshop เพ่ืองานตกแตง่ ภาพ
2.สามารถสรา้ งและตกแต่งภาพกราฟกิ ได้
3.สามารถนำเทคนิคต่างๆ ไปต่อยอดเพ่ือประยุกตใ์ ช้งานในข้ันสูงไดต้ ่อไป
เทคนิคที่ 1. การนำวัตถุออกจากฉากหลงั
1.ให้โหลดภาพดังกลา่ วขึ้นมา
ภาพที่ 2.1
2.คลกิ ที่ทลู บ็อกซ์ใหเ้ ลือกเครื่องมือ Magic Wand Tool
3.เคลอื่ นยา้ ยเมาส์ไปคลิกบนฉากหลังท่ีเป็นพน้ื ทสี่ ขี าว จะพบว่ามีเสน้ ประครอบคลุมวตั ถุ
ภาพท่ี 2.2
เทคนคิ ที่ 2. การกำจดั สง่ิ รงุ รังบนภาพออกไป
ภาพถา่ ยบางภาพอาจมสี ่ิงรกรุงรงั บางอย่างกดี ขวางอย่โู ดยรอบตวั วตั ถุ ซงึ่ ทำให้ภาพวตั ถุทีเ่ รามุ่งเน้นดูขาด
เสนห์ไป โดยจากตวั อย่างภาพที่นำเสนอตอ่ ไปน้ี
1.ใหโ้ หลดภาพดงั กล่าวมา
ภาพที่ 2.3
2.ให้คลิกเลือกเคร่ืองมือ Clone Stamp Tool
ผลลัพธ์ของภาพก่อนและหลังการปรบั แตง่ จะพบวา่ ภาพถา่ ยได้กลับมามเี สน่หม์ ากขนึ้
ภาพท่ี 2.4
เทคนคิ ท่ี 3. การบิดภาพเพือ่ จดั ภาพถ่ายลงในกรอบรปู
1.โหลดไฟลก์ รอบรูปข้ึนมา
ภาพท่ี 2.5
2.โหลดไฟลร์ ปู ภาพทีต่ ้องการนำมาวางไว้บนกรอบรูป จากนนั้ กดปมุ่ Ctrl + A เพื่อเลือกรปู ทั้งรปู แลว้ กดป่มุ
Ctrl + C เพ่อื คดั ลอกรปู ลงในคลปิ บอร์ด
ภาพท่ี 2.5.1
3.คลิกที่ไฟล์กรอบรูปและกด Ctrl + V หากภาพน้ันใหญเ่ กินไป ใหค้ ลิกที่เมนู Eqit > Transform > Scale
4.จากนน้ั กดปมุ่ Shift คา้ งไวแ้ ล้วย่อขนาดรปู ลงมาให้พอเหมาะ ต่อมาให้คลกิ ทเี่ มนู Eqit > transform >
Skew เพ่ือบดิ ภาพให้ลงในกรอบรปู
ผลลพั ธข์ องกรอบรปู
ภาพที่ 2.5.2
เทคนิคท่ี 4. การปรบั สีท้องฟ้า
1.โหลดภาพดงั กลา่ วข้ึนมา
2.ทลู บ็อกซ์ให้คลกิ ทป่ี ่มุ เครื่องมอื Magic Wand Tool
3.แลว้ คลิกเพ่ือกำหนดพื้นท่ีครอบคลุมท้องฟ้า
ภาพท่ี 2.6
4.ทพี่ าเนล Layers ใหส้ รา้ งเลเยอร์ใหม่ขนึ้ มา
5.ทท่ี ลู บ็อกซ์ให้คลิกท่ี Foreground เพื่อกำหนดสที ้องฟ้า ถัดมาใหเ้ ลือกการเทสลี งหรอื แบบไลเ่ ฉดสี ตรงทลู บ็
อกซ์ใหค้ ลกิ ท่ีปุ่มเคร่ืองมือ Gradient Tool แลว้ กำหนดรูปแบบการไลเ่ ฉดสี
ภาพท่ี 2.6.1
เทคนิคท่ี 5. การทำใหว้ ัตถดุ เู หมือนเคลอ่ื นที่ดว้ ยความเรว็
1.โหลดไฟล์ภาพทต่ี ้องการข้ึนมา ซึ่งในที่นี้คือภาพน่ิงของรถ
ภาพท่ี 2.7
2.ไปที่ Menu Filter-->Blur--> Radial Blur จะเจอหน้าต่างที่ปรากฏดงั ด้านลา่ ง
s
ภาพที่ 2.7.1
Amount จะเป็นการตัวเลขท่ีกำหนดความเบลอ ของภาพ
คา่ ในสว่ นของ Blur Method ใหเ้ ปน็ Zoom
ค่า Quality ใหต้ ัง้ เป็น Best
หน้าตา่ งด้านขวามือ จะเป็นทิศทางของความเบลอ ซึ่ง เราสามารถกำหนดวา่ ให้มันเบลอไปในทิศทางได้
ภาพที่ 2.7.2
เม่อื เสรจ็ แล้ว จะได้ รูป ทด่ี แู ล้วมีลักษณะเบลอเหมือนกำลังพุ่งมาดว้ ยความเรว็ สงู ดังรปู ด้านล่าง
ภาพที่ 2.7.3
เทคนิคท่ี 6. การปรับภาพให้ดูนุม่ นวล
ภาพถ่ายดจิ ติ อลยงั สามารถนำมาปรับแต่งให้ดนู ุ่มนวลชวนฝันได้ ตามข้ันตอนดังน้ี
1.โหลดไฟล์ภาพท่ีต้องการมาปรบั แต่งขึน้ มา
2.กดปุ่ม Ctrl + J เพอ่ื คัดลอกเลเยอร์
ภาพท่ี 2.8
3.จากนน้ั ปรับค่าในเลเยอร์ Background copy โดยเลือกเมนูคาํ สั่ง Filter เลือกคําส่ัง Blur เลอื ก
คําส่งั Gaussian Blur แลว้ ปรบั คา่ Radius เป็น 2.0 Pixels
ภาพท่ี 2.8.1
4.คลิกที่เลเยอร์ Background copy แลว้ เลอื ก หัวข้อ Create new adjust Layer แลว้ เลือก
คําส่ัง Levels เพื่อปรับค่าให้ภาพดนู มุ่ นวลลง โดยปรับท่ีค่ากราฟ แลว้ ดผู ลที่รูปภาพ เม่ือไดภ้ าพที่นุม่ นวลจน
เปน็ ที่พอใจแล้วคลิกเมาส์ทป่ี ุ่ม OK ผเู้ รยี นก็จะไดภ้ าพ ทด่ี ูนุ่มนวลและสามารถนาํ ไปใชใ้ นรปู แบบอน่ื ๆ ได้ โดย
อาจจะบนั ทึกเปน็ ไฟล์ใหม่
ภาพที่ 2.8.2
ภาพที่ 2.8.3
เทคนคิ ที่ 7. การเปลีย่ นสวี ตั ถุ
1.โหลดภาพท่ตี อ้ งการเปลี่ยนสขี ้นึ มา ซึง่ ในท่ีน้ีจะเปลย่ี น
2.หลังจากทเี่ ปดิ รปู ที่ต้องการจะเปลยี่ นสีขนึ้ มาแลว้ ให้ไปท่ีแท็บเคร่ืองมือดา้ นซา้ ยเลอื กท่ีคำสง่ั Select แล้วจะ
มแี ทบ็ ข้ึนมาดังภาพครับ หลงั จากนัน้ เลอ่ื นเม้าทไ์ ปคลิกท่ี Hue/saturation
ภาพที่ 2.9
ตวั อยา่ งวิธเี ลือกคำสง่ั Select เพอ่ื ทำการเลือกจุดท่ีใหม้ ันเปล่ยี นสี
ตวั อยา่ งแสดงวธิ กี ารเลือก คลิก Hue/saturation
ภาพท่ี 2.9.1
4.ในขั้นตอนที่สาม หลังจากที่เราคลิกที่คำสง่ั Hue/saturation แล้วจะมีหนา้ ต่างเล็กๆ ปรากฏขึน้ มา ตาม
ตัวอยา่ งภาพด่ายลา่ ง ใหเ้ ราทำการเลือกเปลย่ี นสไี ด้ทช่ี ่องสเ่ี หล่ียมเล็กๆ เมอื่ เลือกเปลยี่ นสแี ลว้ ดา้ นล่างให้
เล่ือนปรับค่า Hue ไปยังเฉดสีทีเ่ ราต้องการได้เลย ไม่วา่ จะเป็น แดง ม่วง นำ้ เงิน เหลอื ง สามารถเปลยี่ นตามที่
เราต้องการได้เลย ลองเลื่อนๆ ปรับเปล่ยี น
ภาพท่ี 2.9.2
ตัวอยา่ ง วิธีการเลอื กสี และปรับเปลยี่ นสี วัตถุ
เทคนิคท่นี า่ รู้
- Hue คือการปรับเฉดสี จากเฉดสีเดมิ เป็นเฉดสตี ่างๆ
- Saturation คอื การปรบั ความเขม้ ของสี ปรบั ให้มสี สี ดใสขึน้ หรอื จดื ลง
- Lightness คอื การปรับแสง มดื – สว่าง
4. ถา้ เราได้สีทต่ี ้องการแล้ว กส็ ามารถบันทกึ งานด้วยคำส่ัง File และเลอื กคลิกที่ Save As ได้เลยครับ เพยี ง
เท่าน้ี เราก็จะได้รปู ท่ีเปลีย่ นสขี องวัตถุแลว้ นะครบั ผลงานที่ได้กจ็ ะเป็นดงั ภาพดา้ นล่างเลย
ภาพท่ี 2.9.3
ภาพบิตแมปหรือแรสเตอร์
ฟอร์มแมตภาพ BMP (Bitmap)
เปน็ ฟอร์มแมตมาตรฐานของระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวส์ ซ่ึงโปรแกรมบนวนิ โดวส์ทกุ ตวั สามารถ
อา่ นฟอรแ์ มตภาพเหลา่ นี้ได้ ทำให้การใชง้ านคลอ่ งตัว ในด้านความละเอยี ดและความคมชัดของภาพสกุล
BMP น้ันค่อนข้างดี สามารถเลอื กใชร้ ะดับความลกึ ของบิตสไี ด้ตัง้ แต่ 1 ถึง 24 บติ ส่วนข้อเสียของ
ฟอรม์ แมตภาพน้ี คือขนาดความจทุ ีส่ ูงเมื่อเทยี บกับภาพสกุล JPG
ฟอรแ์ มตภาพ TIF (Tagged lmage File Format)
เปน็ ฟอร์มแมตภาพทีเ่ นน้ คุณภาพ ใชเ้ ทคนิคการบีบอดั ข้อมูลแบบไมส่ ูญเสยี เหมาะกบั การนำไปใช้งานดา้ น
กราฟิกระดบั มอื อาชพี หรืองานพมิ พท์ ่ีต้องใช้ภาพท่มี ีความละเอยี ดสงู ๆ รวมถึงสามารถนำภาพสกลุ น้ีไปใช้งาน
บนระบปฏบิ ตั ิการ Mac จากค่ายแอปเปล้ิ ได้ และด้วยระดับความลกึ ของบิตสี
ท่มี ีมากถึง 64 บติ จงึ ทำให้ฟอรม์ แมตภาพชนิดนี้มีขนาดความจุสงู
ฟอรม์ แมตภาพ JPG (Joint Photographic Experts Group: J-PEG)
ฟอร์มแมตภาพชนิดน้ีมคี วามนิยมและใชง้ านอยา่ งกว้างขวาง ใชเ้ ทคนคิ การบีบอัดข้อมูลแบบสญู เสยี
ดว้ ยอัตราส่วนตัง้ แต่ 10:1 จนถงึ 50:1 ไฟลภ์ าพ JPG มีคณุ ภาพดี มีระดับความลกึ ของบิตสี
สูงถงึ 24 บิต และมีขนาดความจุต่ำ จึงมกั ถูกนำไปใชเ้ พอื่ การบันทึกภาพถ่ายตา่ งๆ เช่น
กล้องดิจิตอล โดยหากมีการใช้เทคนิคการบีบอัดไฟล์ไมเ่ กนิ 75% จากภาพตน้ ฉบบั เมื่อมองด้วยสายตาแลว้
แทบจะไมม่ ีความแตกตา่ งเม่ือเทียบกับฟอร์มแมตภาพของ TIF หรือ BMP เลย แถมยงั มขี นาดความจุต่ำกว่า
ดว้ ย
ฟอร์มแมตภาพ GIF (Graphics lnterchange Format)
เปน็ ฟอรม์ แมตภาพทีม่ ักนำไปใช้งานบนอนิ เทอรเ์ นต็ เน่ืองจากไฟล์มีขนาดเลก็ โปรแกรมทอ่ งเว็บ
(เบราเซอร์) ทุกตัวสามารถอา่ นฟอรแ์ มตนไ้ี ด้ อีกทงั้ ยังมคี ุณสมบตั ิในการกำหนดพน้ื หลงั ของภาพเป็นแบบ
โปรง่ ใสได้รวมการสร้างภาพเคลอื่ นไหว อย่างไรก็ตาม ฟอรภ์ าพชนิดนไ้ี ม่เหมาะกับภภาพทมี่ ีความละเอยี ดแบะ
สสี ันมากๆ เนื่องจากคุณสมบัตขิ องฟอรแ์ มตภาพ ความละเอียดต่าและมีระดับความลึกของบติ สีเพยี ง 8 บิติ
เท่าน้นั
วรรณะสีรอ้ น จะทำใหค้ วามรูส้ ึกสดใส ร้อนแรง มคี วามฉูดฉาดและรสู้ ึกสนุกสนานตวั อย่างสใี นกลุ่มนี้ ได้แก่ สี
แดง สเี หลอื ง สีส้ม และสอี ่นื ๆ
วรรณะสีเย็น จะให้ความร้สู กึ ถึงความสงบ ความเยือกเยน็ แม้กระทั่งความโศกเศร้าตัวอยา่ งสีในกลมุ่ นี้ ไดแ้ ก่ สี
นา้ เงิน สีมว่ ง และสีอื่นๆ
สแี ดง เป็นสีของไฟท่ีแสดงถึงความรสู้ กึ ด้านแรงปรารถนาทางกามารมณ์ ความรนุ แรงจัดเป็นสีทีม่ ีพลังอำนาจ
สามารถบดบังบทบาทสีอ่นื ๆ ได้ ดงั้ นั้น การนำสนี มี้ าใชต้ อ้ งพจิ ารณาเปน็ พเิ ศษ โดยเฉพาะการนำสแี ดงมาใชเ้ ปน็
สีพืน้ ของฉากหลงั
สีเหลือง เปน็ สีท่ีมคี วามสวา่ ง แต่ให้ความรู้สึกถงึ ความรม่ เย็น สพท้อนถงึ สตปิ ัญญามากกว่าจติ ใจ
สเี ขียว เป็นสที ่ีมคี วามใกลช้ ิดกบั ธรรมชาติมากท่ีสดุ ให้ความรสู้ กึ ถึงความสงบและความเรียบง่าย
สนี ำ้ เงิน เปน็ สที ่ีบงบอกถึงความเพ้อฝนั ความเปล่าเปลี่ยว และความร้สู ึกเก็บกด แตก่ ็ให้ความร้สู ึกความสะอาด
บริสทุ ธิ์ และการแสดงถึงสุขอนามัยเชน่ กนั
สฟี า้ เป็นสที ีน่ ำมาใชแ้ ทนสญั ลักษณ์ของนำ้ ให้ความรส็ ึกความเคลอื่ นไหว ร้สู กึ ถงึ ความสบาย
สีมว่ ง เป็นสที ใ่ี ห้ความร้สู ึกลกึ ลบั ความโบราณเก่าแก่
สที อง จัดเป็นสอี ุน่ (สเี งิน จัดอยใู่ นกลมุ่ สเี ย็น) เปน็ สีทแ่ี สดงถงึ ความเป็นมิตรความร้สู ึกในทางบวก
สีดำ เป็นสีทใ่ี ห้ความรู้สกึ ถึงความมืด ความวา่ งเปล่า อย่างไรก็ตามหากมีการนำสีดำไปตัดกบั สที ่ีเหมาะสม จะ
ทำใหเ้ กดิ ความโดดเด่นสะดุดตามากยงิ่ ขึน้ เช่น สดี ำกบั สเี หลือง เป็นต้น
สขี าว เปน็ สีท่ีมิใช่สีรอ้ นและสีเยน็ นำไปใช้เปน็ สแี ทนฉากหลงั ไดใ้ นทำนองเดียวกันกับสีดำ อย่างไรก็ตาม หาก
นำสีขาวไปตดั กับสีอืน่ ๆ เช่น สีเหลืองหรอื สแี ดงสด ก็จะทำให้เกดิ ความสวา่ งจ้าขน้ึ มาได้
การจดั องค์ประกอบภาพ
กาฟิกมคี วามเก่ียวข้องกับภาพทีน่ ำมาใช้ โดยเฉพาะภาพถ่ายดิจิตอลท่ีถกู นำมาใชก้ ับงานกราฟิก ซ่งึ สมควร
ไดร้ บั การจดั องค์ประกอบภาพทดี่ เี พือ่ ให้เกดิ มมุ มองทสี่ วยงาม น่าติดตาม แลดู มคี วามเปน็ ส่วนสำคัญหลักๆ
หรอื เป็นศลิ ปะท่เี ป็นไปตามจินตนาการของแตล่ ะบุคคล การจัดองค์ประกอบภาพ (Composition) ถือเปน็ ส่วน
สำคญั หลักๆ หรือเปน็ ศิลปะของการถ่ายภาพเลยทีเดยี วท่ตี อ้ งไดร้ บั การฝกึ ฝน โดยสถานที่แหง่ เดยี วกันผู้
ถ่ายภาพที่มรี ะดับความรดู้ า้ นการจดั องคป์ ระกอบภาพถ่ายแตกต่างกนั ยอ่ มทำให้ภาพถ่ายที่ได้มีความแตกตา่ ง
กนั แมว้ า่ จะถ่ายภาพอยบู่ นสถานที่และสภาพแวดลอ้ มเดียวกนั ก็ตาม
รายละเอยี ดต่อไปนี้จะกล่าวถึง 5 ปยั จัยหลกั ในการจดั องค์ประกอบภาพถา่ ย ท่งี านกราฟกิ ต้องไดร้ ับการจดั
องคป์ ระกอบไว้อย่างเหมาะสมภายใต้กฎเกณฑ์ ์ในเรื่องของ
1. รูปแบบ
2. การมสี ดั ส่วนทสี่ อดรบั กนั
3. พืน้ ผิว
4. ความชดั ลกึ ของภาพ
5. แนวเสน้
โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้
รปู แบบ (Pattern)
มีรปู แบบอยู่มากมายรอบตัวเราเพียงแต่เราต้องมกี ารเรียนรทู้ ่ีจะเห็นมัน ภาพท่ีได้รบั การเนน้ รปู แบบจะ
นำไปสู่ภาพท่ีดโู ดดเดน่ อยา่ งไม่คาดคิด
การมีสดั ส่วนทีส่ อดรับกนั (Symmetry)
การมสี ัดสว่ นทสี่ อดรบั กัน ไม่วา่ จะเป็นเหล่ยี ม โค้งเวา้ ที่มคี วามลงตวั อยูภ่ ายในตัวมันเองภาพเหตารณ์
รอบๆ ตัวที่เราพบเห็น อาจจะมีความสมดุลและมคี วามลงตวั แบบสอดรบั กนั โดยธรรมชาติ
พ้ืนผิว (Texture)
ภาพสองมิติยังถา่ ยทอดใหเ้ ราไดเ้ ห็นถึงพน้ื ผิวท่ีดวงตามมนุษย์ เราสามารถมองเหน็ หรือสัมผัสได้ดว้ ยมือ ไม่
วา่ วตั ถุนน้ั จะมีความหยาบ ละเอยี ด ขรุขยะ ผวิ ดา้ น มนั หรือ เปน็ ตน้
ความชดั ลกึ ของภาพ (Depth of Field)
ความชัดลึกของภาพถ่ายมบี ทบาทสำคัญต่อองคป์ ระกอบภาพทเี ดยี ว เน่ืองจากความชดั ลกึ สามราถแบ่งแยก
วัตถุออกจากเบื้องหลังหรือเบื้องหน้า หรืออาจมีระยะชดั ทั้งเบ้ืองหน้าและเบ้ืองหลงั
แนวเสน้ (Lines)
แนวเสน้ ของภาพถ่ายให้องคป์ ระกอบภาพมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากดูมีมิตแิ ละมพี ลังมากพอทจี่ ะชว่ ยให้
ผชู้ มได้กวาดสายตาตามจุดโฟกสั สำคญั
การเรนเดอร์ ( Rendering )
การเรนเดอร์ เป็นการสรา้ งภาพจากแบบจำลอง เกย่ี วข้องกบั กระบวนการสรา้ งภาพกราฟกิ โดยรวมแล้ว การ
เรนเดอร์จะเกยี่ วข้องกบั ประเด็นในหลายเรื่องด้วยกนั โดยในที่น้จี ะขอกล่าวสรปุ โดยย่อ ตามรายละเอียดดังน้ี
แบบจำลองภาพกราฟิกนน้ั จะเก่ียวข้องกบั หลักเรขาคณติ เช่น กรณีการเรนเดอรด์ ้วยการแปลงภาพชนดิ
เวกเตอร์ ท่ปี ระกอบดว้ ยพกิ ัด x , y และ z หรือเป็นภาพแบบ 3d มาเป็นภาพแบบบติ แมป ซึ่งมีเพียงพิกัดแกน
x และ y หรอื ภาพ 2d นั้นเอง สำหรบั การสรา้ งภาพสามมิติ 3d จะเร่ิมจากการทำแบบจำลองวัตถนุ น้ั ๆ ขนึ้ มา
กอ่ น ไมว่ า่ จะเปน็ รูปทรงลายเส้น โดยยังไมม่ แี สงหรอื ลวดลาย ครัน้ เม่อื ช้ินงานถูกสรา้ งขึ้นจะเรม่ิ ลงสี ลวดลาย
และแสงเงาเขา้ ไปในชิ้นงาน จนกระทั่งสร้างเป็นภาพสุดทา้ ยด้วยการเรนเดอร์ออกมาเปน็ ไฟล์ภาพท่สี ามารถ
นำไปใช้งานไดเ้ ช่น ไฟลภ์ าพน่ิงอย่างสกุล .jpg ,bmp หรือ png เปน็ ต้น
นอกจากภาพน่ิงแลว้ การเรนเดอรย์ ังหมายรวมถงึ ไฟล์วดิ โี อด้วย โดยภาพเคล่ือนไหวในวิดโี อกค็ ือการนำภาพน่ิง
หลายๆ ภาพมาเรียงต่อกัน หรือทีเ่ รยี กวา่ กันว่าเฟรม ซึง่ แตล่ ะเฟรมก็คอื ภาพนง่ิ คร้ันเมือ่ แตล่ ะเฟรมถูกฉาย
(ปกติจะใชอ้ ัตราความเรว็ ท่ี 24 เฟรมต่อวินาที)ภาพเคลื่อนไหวจงึ ถกู สรา้ งขน้ึ ในที่สุด ดงั นั้น งานดงั กลา่ วกจ็ ะถูก
เรนเดอรอ์ อกมาเปน็ ชิน้ งานข้ันตอนสดุ ท้าย ซง่ึ ก็คือไฟลว์ ิดีโอประเภทตา่ งๆ เชน่ ไฟล์ .AVI, MPEG หรอื MP4
นัน่ เอง
เทคนคิ ที่ 8 การสร้างเงาสะท้อนกระจกให้กับววัตถุ
เป็นการสรา้ งเงาจริงของวัตถุซงึ่ เปน็ เงาทบึ แต่ก็มเี ทคนิคในการสร้างเงาอีกรปู แบบหนง่ึ ท่ีเรียกว่าเงาสะท้อน
กระจก ซ้ึงสามารถทำไดต้ ามขนั้ ตอนดงั น้ี
1.เลอื กท่ี Layer 2 กด Ctrl+J จะมี Layer 2 Copy ขึ้นมา เลอื ก Layer 2 Copy แล้วไปท่ี Edit > Transform
> Flip Vertical
ภาพท่ี 3.1
2.จะได้รปู วตั ถุเหมือนกนั 2 ช้นิ วางซอ้ นกันอยู่ กด Ctrl+V ใชเ้ มาส์ลากรูปทกี่ ลับหวั อย่ลู งมาข้างลา่ ง
ภาพท่ี 3.1.1
3.เลือกท่ี Layer 2 Copy ปรับค่าตามท่ีวงไวด้ า้ นขวามือ เสรจ็ แล้วใชเ้ ครอื่ งมือ ในวงกลมท่ี 3 เลอื กชนิดหวั
แบบแรกหรือในวงกลมที่ 4 กำหนดสีเปน็ สีขาว
ภาพท่ี 3.1.2
4.ระบายบาง ๆ บนรปู ด้านลา่ ง แล้วแตเ่ ราต้องการจะใหเ้ งาออกมาแบบไหน
ภาพท่ี 3.1.3
เทคนิคที่ 9 การปรบั ฉากหลังให้เบลอ
1.ไปที่ แถบเครอื่ งมือทางซ้าย > เลือก Quick Selection Tool
ภาพที่ 4.1
2.แล้วเลือกตำแหนง่ ท่ตี อ้ งการทำไปท่ี Select > Inverse ไปท่ี Filter > Blur > Gaussian Blur แล้วปรับ
Redius ตามใจชอบ
ภาพท่ี 4.1.1
ภาพที่ 4.1.2
ภาพที่ 4.1.3
เทคนคิ ท่ี 10 การใชส้ ีเพ่ือเนน้ เฉพาะบางส่วนของภาพ
1.หลงั จากเปดิ โปรแกรม Adobe Photoshop เรยี บรอ้ ยแล้วใหท้ ำการเปดิ รปู ภาพทต่ี ้องการเปลี่ยนสีขึ้นมา
ภาพท่ี 5.1
2.กดปมุ่ ctrlพร้อมกับปุ่ม(บวก)+ เพ่ือเปน็ การขยายภาพเพ่ือใหเ้ ห็นรายละเอียดมากข้ึน
3.คลกิ ท่ีเมนู Image เลอื ก Adjustments เลือก Replace Color
ภาพที่ 5.1.1
4.คลกิ ทเ่ี คร่ืองมือ Eyedropper Tool แล้ว คลกิ ส่วนทต่ี อ้ งการเปลยี่ นสใี นรปู ภาพ
ภาพท่ี 5.1.2
5.คลกิ ที่ชอ่ ง Result เลอื กสี หรือ ใสร่ หสั สใี หมท่ ตี่ ้องการ จากนน้ั คลิก OK จะเหน็ วา่ ยังมีบางส่วนที่ยงั เป็นสี
เดมิ อยู่ ให้คลกิ ทเ่ี ครอื่ งมือ Add to Sample คลิกรปู ภาพในสว่ นทต่ี อ้ งการเปลยี่ นสเี พ่มิ
เ
ภาพที่ 5.1.3
เทคนิคสดุ ท้าย การซ้อนภาพด้วยเลเซอร์
สำหรบั เทคนคิ นี้จะกลา่ วถงึ คือ การซ้อนภาพดว้ ยเลเซอร์ โดยพิจารณาจากรปู ต่อไปน้ี ซง่ึ เป็นภาพทีม่ ิใช่ถูก
สร้างข้นึ เพียงไฟลเ์ ดียวแตม่ ีการนำภาพต่างๆ ที่เกยี่ วข้องด้วยทงั้ ส้นิ 2ไฟล์ ด้วยกนั แล้วนำมาเรียงซ้อนกนั ผา่ น
เทคนิคเรยี งซอ้ นกันผา่ นเทคนิคการซ้อนภาพ หรือท่ีเรียกกันว่าเลเยอร์
1.ทำการเปิดภาพขึน้ มา 2 ใบ จากน้นั ให้ใชค้ ำส่งั ของ Move tool ในการย้ายรูปภาพ อีกรปู ไปอีกรูป
ภาพที่ 6.1
ภาพที่ 6.1.1
2. รปู ทีเ่ ราย้ายมา ให้ทำการปรบั ให้เทา่ กับขนาดของอีกรปู
- รูปภาพท่ีเปน็ Background ก็จะเปน็ Layer 0
- รปู ทเี่ อามาทับและต้องการให้เด่นจะเป็น Layer 1
ภาพท่ี 6.1.2
3.จากนน้ั ทำการปรบั ใหเ้ ป็น Soft Light สว่ นอีกใบใหป้ รบั Fill สกั 25 % หรือ ตามที่เราต้องการ
ภาพที่ 6.1.3
เราก็จะได้ผลงานตามดังน้ี
ภาพท่ี 6.1.4
โดยเปน็ ภาพทเี่ อา 2 รูป มาซ้อนกนั ให้เป็น Layer เดยี วกัน โดยทำใหภ้ าพมมี ติ ิมากขึ้น โดยเพอ่ื นๆสามารถทำ
ให้แฟน หรอื กก๊ิ กไ็ ด้ ง่ายๆครับผม สำหรบั การใช้ Photoshop รวมภาพ 2 ใบ เข้าหากันใหภ้ าพมีมิตเิ พิ่มมาก
ขึ้น
วธิ ีเปล่ียนสขี องขอ้ ความใน Photoshop
• ทีแ่ รกก็คือ เปิดภาพ ซึง่ เราต้องการเพ่ิมข้อความหรือสรา้ งเอกสารเปลา่ ฉันจะเปิดภาพท่ีเลือก
• เราเลือก เคร่ืองมือข้อความ (ปมุ่ T) บนแถบเครื่องมือ
• เราคลิกที่รูปภาพแลว้ ลากเพ่ือเลอื กกล่องข้อความ (ซงึ่ จะเป็นการคน่ั ชอ่ งวา่ งทข่ี ้อความอยู่) เราเขยี น
ขอ้ ความ ในกล่องที่สรา้ งข้นึ
ภาพท่ี 7.1
• เราเลอื กดว้ ยไฟล์ ดับเบลิ คลิกท่ขี อ้ ความท่ีพิมพ์ และเรากำลังแก้ไขขนาดในแถบเคร่ืองมือดา้ นบนซงึ่
ระบุวา่ « tT » เราทำไฟล์ คลิกท่ีสไตล์ (ในขณะทีย่ ังคงเลือกขอ้ ความในรปู ภาพอยู่) และด้วยเคอร์เซอร์
เราสามารถเปลี่ยนแบบอักษรเพ่ือดูวา่ ขอ้ ความนนั้ เหลอื อยอู่ ยา่ งไร
ภาพที่ 7.1.1
• ตอนนเี้ ราไปเลอื ก ตัวเลือกสี ซึง่ อยู่ทางดา้ นขวา กล่องส่เี หล่ียมพร้อมตัวเลือก โดดเด่นมากข้นึ สำหรบั สี
คุณสามารถเลอื กสีท่ีต้องการได้โดยเลือ่ นวงกลมในสเ่ี หลย่ี มหลักหรือใชแ้ ถบเลือกโทนสี
ภาพที่ 7.1.2
ภาพที่ 7.1.3