The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนบริหารการจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cr.cultural.lib, 2022-09-14 09:59:49

แผนบริหารการจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง

แผนบริหารการจัดการพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

Keywords: กลุ่ม,ชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง

แผนบริหารการจัดการพืน้ ท่ีคุ้มครองวถิ ชี ีวติ กลุ่มชาติพนั ธ์ุชาวกะเหรี่ยง

ชุมชน “บ้านห้วยหินลาดใน” หมู่ท่ี ๗ ตาบลบ้านโป่ ง อาเภอเวยี งป่ าเป้า จังหวดั เชียงราย
ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๖ – ๒๕๗๐)

MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP

“HUAY HIN LAD NAI”

จดั ทาโดย

สานักงานวฒั นธรรมจังหวดั เชียงราย
สานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวฒั นธรรม

สนับสนนุ งบประมาณโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรนิ ธร (องค์การมหาชน)

แผนบรหิ ารการจัดการพ้ืนที่คุ้มครองวถิ ีชีวิตกลมุ่ ชาตพิ นั ธุ์ชาวกะเหรี่ยง

ชุมชน “บ้านห้วยหินลาดใน” หมู่ที่ ๗ ตาบลบ้านโป่ ง อาเภอเวยี งป่ าเป้า จังหวดั เชียงราย

MANAGEMENT PLAN OF THE WAY

OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP
HUAY HIN LAD NAI

แผนบริหารการจดั การพ้นื ท่ีคมุ้ ครองวิถีชีวติ กลมุ่ ชาติพนั ธ์ุชาวกะเหร่ยี ง “บา้ นห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

แผนบรหิ ารการจดั การพน้ื ทค่ี ้มุ ครองวิถชี ีวติ กลมุ่ ชาติพันธชุ์ าวกะเหรยี่ ง “บา้ นห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”



คานา

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) ได้สนับสนุนงบประมาณให้กับ
สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย สนับสนุนงบประมาณการขับเคลื่อนฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุ
วงเงิน 13๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสามหมื่นบาทถ้วน) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ในการดาเนินงาน
บริหารจดั การพน้ื ท่ีคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุชาวกะเหร่ียง และส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมกลุ่มชาติ
พนั ธุช์ าวกะเหรีย่ งจังหวดั เชียงราย ให้สอดคลอ้ งกับมตคิ ณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2563 เร่ือง แนวนโยบายฟ้ืนฟู
วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุชาวกะเหรี่ยง ตามแนวทางของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) โดยมี
วตั ถุประสงค์ในการคมุ้ ครองสทิ ธิทางวัฒนธรรมของกล่มุ ชาตพิ ันธ์ชุ าวกะเหรยี่ ง ดว้ ยการจัดทาแผนบริหารจัดการ
พื้นท่ีคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง และให้จังหวัดนาเสนอชุมชนชาติพันธ์ุชาวกะเหรี่ยง
ในพ้ืนที่จังหวัด จังหวัดละ 1 ชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาแผนบริหารจัดการพื้นท่ีคุ้มครองวิถีชีวิตของ
กล่มุ ชาตพิ นั ธุ์ของจงั หวัด ตอ่ ไป

จังหวดั เชยี งราย โดยสานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั เชยี งราย ไดเ้ ลง็ เหน็ ถงึ ศกั ยภาพของชุมชนบ้าน
ห้วยหินลาดใน ซึ่งเป็นพ้ืนคุ้มครองทางวัฒนธรรมหรือเขตพ้ืนท่ีวัฒนธรรมพิเศษ 1 ใน ๔ พื้นที่นาร่อง
คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแนวนโยบายในการฟ้ืนฟูวิถีชีวิตชาวกะเหร่ียง ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ
เม่อื วนั ที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ เกีย่ วกับอตั ลกั ษณ์ ชาตพิ ันธ์ุ และวัฒนธรรม การจัดการทรัพยากร สิทธิในสัญชาติ
การสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม การศกึ ษาในดา้ นท่เี กี่ยวกับการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ภายใต้มาตรการ
ฟื้นฟูระยะยาว ๑ - ๓ โดยบ้านห้วยหินลาดในเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษท่ีมีศักยภาพและเอกลักษณ์ท่ีโดดเด่น
ทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี การดาเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถดารงชีวิตด้วยการ
พึ่งพาตนเองอยู่กับธรรมชาติ การรักษาป่า ด้วยวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง จนเป็นท่ียอมรับ และได้รับรางวัล
ลกู โลกสเี ขียว ของการปิโตรเลียมแหง่ ประเทศไทย (ปตท.)

ความโดดเด่นของชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ที่มีศักยภาพ นามาสู่การจัดทาแผนบริหารจัดการ
พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กะเหร่ียง ของชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน หมู่ที่ ๗ ตาบลบ้านโป่ง
อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 - 2570) เล่มนี้ ท้ังนี้ สานักงานวัฒนธรรม
จังหวัดเชยี งราย หวงั เปน็ อยา่ งย่ิงวา่ แผนบรหิ ารจดั การพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุชาวกะเหรี่ยงดังกล่าว
จะเป็นแนวทางในการบริหารจัดการพ้ืนท่ีชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นพ้ืนท่ี
ขบั เคลอ่ื นการดาเนินงานบนแนวคิดพืน้ ทคี่ ้มุ ครองวิถชี วี ิตกลุ่มชาตพิ ันธุข์ องจงั หวัดเชยี งราย เกิดการคุ้มครองสิทธิ
ทางวัฒนธรรมของกลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ไุ ด้อย่างเป็นรปู ธรรม ต่อไป

สานกั งานวัฒนธรรมจงั หวัดเชยี งราย
กนั ยายน 2565

แผนบริหารการจดั การพืน้ ท่ีคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพนั ธชุ์ าวกะเหรีย่ ง “บา้ นหว้ ยหนิ ลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”



สารบัญ

เรือ่ ง หนา้
คานา ก

ส่วนท่ี 1 ข้อมูลพืน้ ฐานชุมชนบ้านหว้ ยหนิ ลาดใน 1-7
1.1 ประวตั ศิ าสตร์ชมุ ชน 7
1.2 ลักษณะการตัง้ ถน่ิ ฐานและการใช้ประโยชน์ทด่ี นิ
1.3 ลกั ษณะทางกายภาพ 8-9
1.4 สาธารณปู โภคขั้นพืน้ ฐาน 10
1.5 วถิ ชี วี ติ และวฒั นธรรม
1.6 สภาพทางเศรษฐกิจชมุ ชน 10 - 19
1.7 แผนที่ชมุ ชน 20 - 25
1.8 ปฏิทนิ ชมุ ชน 26 - 30
31 - 35
สว่ นที่ 2 การวิเคราะหส์ ถานการณ์ปญั หาและศักยภาพชุมชน
2.1 สถานการณ์ปญั หาชุมชนบ้านหว้ ยหนิ ลาดใน 36 - 37
2.2 ทนุ ชุมชนบ้านห้วยหนิ ลาดใน 38 - 47
48 – 51
สว่ นที่ 3 แผนบริหารจัดการพ้ืนทคี่ ุม้ ครองวถิ ชี ีวิตกลุ่มชาติพันธ์ุกะเหร่ยี งบ้านหว้ ยหนิ ลาดใน
52 - 56
ส่วนที่ 4 ผลการดาเนินงานตามแผนบรหิ ารจัดการพน้ื ทคี่ ุ้มครองวิถชี ีวิตกลุ่มชาตพิ ันธุ์ 57 - 65
กิจกรรม “Work Shop” จัดเก็บข้อมลู กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง
กจิ กรรมสบื สานมรดกภูมิปัญญาทางวฒั นธรรมกลมุ่ ชาติพันธุ์กะเหรย่ี งจังหวัดเชียงราย 66 - 67
71 – 70
ส่วนที่ 5 สรปุ ผล
71 - 75
บรรณานกุ รม

ภาคผนวก

แผนบรหิ ารการจดั การพื้นทค่ี มุ้ ครองวิถีชีวติ กลมุ่ ชาติพันธุ์ชาวกะเหรยี่ ง “บ้านห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

แผนบรหิ ารการจดั การพน้ื ทค่ี ้มุ ครองวิถชี ีวติ กลมุ่ ชาติพันธชุ์ าวกะเหรยี่ ง “บา้ นห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

แผนบรหิ ารการจดั การพน้ื ทค่ี ้มุ ครองวิถชี ีวติ กลมุ่ ชาติพันธชุ์ าวกะเหรยี่ ง “บา้ นห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

1

ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู พืน้ ฐานชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน

1.1 ประวัติศาสตร์ชมุ ชน ประวัติศาสตรค์ วามเปน็ มากลุ่มชาติพนั ธุ์กะเหร่ยี ง

ประวตั ิศาสตร์กะเหรี่ยง ตง้ั อยู่ แม่น้าปิง แม่น้าสาละวิน

สมัยพระเจ้าตากสิน เรียกยางแดง คือ พร่ายฟูา พร่ายพล

แถบภาคเหนือ เหนือตอนล่าง จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัด

เพชรบุรี และจงั หวัดประจวบคริ ีขนั ธ์ เป็นชนด้ังเดิม ในแถบ

ตะเขบ็ ชายแดน ไทย พม่า ก่อนท่ีจะมีการแบ่งดินแดน ยาง

แดงในเมอื งเชียงใหม่ ถกู กดข่ลี บเลือน สว่ นหน่ึงต้องหนีออก

จากเมืองเนื่องจากถูกกดขี่เร่ืองภาษีและละเมิดวัฒนธรรม

(ปัจจุบันกะเหรี่ยง เหลืออยู่ 3 หลัง หลังวัดห้วยทราย ต้าบลสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนท่ีอยู่ อ้าเภอแม่แจ่ม

จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถูกรุกรานโดยไทใหญ่ ปล้นจ้ี กระจัดกระจาย ไปตามปุาต่างๆ

ส่วน พ่อสุกา ได้หนีอพยพมาอยู่อ้าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ขณะตอนยังหนุ่ม ได้พบรัก นางนอคือ

และแต่งงานแล้วได้ย้ายมาพร้อมช้างแถบเชียงดาว มาอาศัยอยู่ เขตอ้าเภอแม่สรวย ก่อนที่จะแยกเป็น

อ้าเภอเวียงปุาเปูา ปักหลักตรงแม่ฉางข้าว (ปัจจุบันห้วยทรายขาว หมู่ 7) ได้โยกย้าย ไปมาในบริเวณแถบ

ห้วยหินลาด ห้วยแม่ฉางขา้ ว หนองเขียว มีการออกหนังสอื เดนิ ทาง ใหน้ ายสุกา ปี พ.ศ.2463 ณ บา้ นหนองเขียว

ปัจจบุ นั ใกล้อา่ งเกบ็ น้า (เรยี กว่าสองสบ) แม่ฉางข้าว ซ้าย และขวา ส่วนหน่ึง อยู่ “ห้วยโต้ง” และแม่ฉางข้าว

(แยกซ้าย) พ่อสุกา ได้ย้อนกลับมาปักหลักที่หินลาดใน ปัจจุบัน และเสียชีวิต และมีนาย ทาดู ปะปะ รับช่วง

ผู้น้าต่อ ช่วงสงครามโลก เกดิ โรครา้ ย ได้ย้ายมาอยู่ ทีลอซิโกละ คือ บริเวณ บ้านปุาตึง ปัจจุบัน เกิดความแห้ง

แล้ง จึงย้ายกลับมายังหินลาดใน จนถึงปัจจุบัน นายสุกา คือ พ่อ ทาดู ลูกชายที่สืบต่อ คือ นุ ปะปะ ปัจจุบัน

ตระกูล ปะปะ ได้แยกนามสกุล ออกมา ส่วนหนึ่ง คือ เวชกิจ ส่วนตระกูล ศิริ ,โพคะ เป็นเขย ต้ังแต่เหนือล่าง

จะเปน็ กระเหรยี่ งโป (โปลว้ ) ภาคเหนือตอบบน ส่วนใหญ่ กะเหรยี่ งสะกอ

กะเหรี่ยงของจังหวัดเชียงราย โดยพื้นถ่ินดั่งเดิม
แล้วจะอยู่อาศัยอยู่ ต้าบลแม่ยาว ต้าบลดอยฮาง และอ้าเภอ

แม่สรวย ผู้บุกเบิกรุ่นแรก คือ นายสาย และนายสุกา
ระยะหลัง มีกะเหร่ียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้อพยพเข้ามาอยู่
เพ่ิมเติม และมีชนชาติพันธุ์อื่นๆ อพยพเข้ามาอยู่ จาก

สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
เขา้ มาอยูช่ ว่ ง ระหวา่ ง ปี พ.ศ. 2492 – 2495

แหล่งเรยี นรูท้ างวัฒนธรรมของชุมชน “บ้านหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

2

วิวฒั นาการ การเปล่ยี นแปลง บา้ นห้วยหนิ ลาดใน
แบง่ เปน็ 3 ระยะ 1 ระยะกอ่ นสมั ปทาน 2.ระยะสมั ปทาน 3.ระยะหลงั สมั ปทาน

1. ระยะก่อนสมั ปทาน ( ก่อนปี พ.ศ.2528 )
สังคมระยะก่อนสัมปทานจะเข้ามานั้น วิถีชีวิตของคนในชุมชนจะอาศัยอยู่กับ

ธรรมชาติ ขณะนน้ั ชมุ ชนบ้านห้วยหินลาดในยังไม่ทราบเก่ียวกับตวั บทกฎหมายที่มา
บงั คบั ใช้การอย่กู ับปุา โดยชมุ ชนจะใชข้ อ้ ห้ามและความเช่ือรวมไปถึงจารีตประเพณี
ขอชุมชนเองมาเป็นข้อบงั คับในการอนุรกั ษ์ปุา รกั ษาปุาไม้ในหมู่บ้านให้มีความอุดม
สมบรู ณ์ สามารถอยกู่ ับธรรมชาติ มอี าชีพ มีอาหาร อย่กู บั ปุาอย่างย่ังยืน

2. ระยะสัมปทานปา่ ( ปี พ.ศ.2528 )
การเขา้ มาบุกรกุ ปุาของนายทนุ สมั ปทานปุาไม้ ในระยะ

สัมปทานปุาไม้ จะมีบริษัทเชียงรายท้าไม้ มาพร้อมกับ
หน่วยงานของปุาไม้ในระยะสัมปทาน ขณะน้ันบริษัท
เชียงรายท้าไม้ และหน่วยงานของปุาไม้ จะมาแจ้งกับทาง

ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน และน้าอุปกรเคร่ืองจักร และ
ช้างเข้ามาตัดและการลากไม้ โดยที่ชุมชนบ้านห้วยหินลาด

ใน ไม่สามารถห้ามได้ เพราะได้รับสัมปทานมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ท้าให้ปุาไม้ในชุมชนถูกตัดไปเพ่ือ
สมั ปทานเป็นจ้านวนมาก และพ้ืนท่ปี าุ เกดิ ไหล่ทางช้ารดุ เสียหาย

3. ระยะหลังสัมปทานปา่ ( ปี พ.ศ.2532)

ตอ่ มาเมอ่ื ปี พ.ศ.2532 ทางภาคใต้ได้เกิดพายุใต้ฝุนเกย์
เกิดน้าหลากแล้วท้าให้ต้นไม้ซุงขนาดใหญ่ไหลตามมาเป็น

จ้านวนมาก จึงเกิดเป็นกระแสของการเรียกร้องให้มีการ
ปิดสัมปทานปุา เพราะมองว่าเป็นการท้าลายธรรมชาติ
บ้านห้วยหินลาดใน ได้รับผลกระทบด้านความอุดมสมบูรณ์

ของปุาไม้ในพ้ืนที่จากสัมปทานปุาในพื้นท่ีถูกการท้าลาย ได้
เกดิ การทา้ ทางเดินเข้าออกของพืน้ ท่ีเป็นทางเกวียนช้าง และ

มบี ุคคลแอบอา้ งบริษัทเชียงรายท้าไม้ และหน่วยงานของปุา
ไม้ ตัดไม้ในพืน้ ท่ีเป็นจา้ นวนมาก

ภายหลังจากหมดยุคสัมปทานเสร็จส้ิน ท้าให้เกิดไฟไหม้ปุา
ท่ีรุนแรง (เป็นผลกระทบจากการตัดไม้ท้าลายปุา และเกิดจาก

ก า ร เ ผ า ไ ห ม้ ที่ มี ซ า ก ไ ม้ แ ห้ ง ที่ อ ยู่ ใ น พ้ื น ที่ สั ม ป ท า น เ ดิ ม อ ยู่
คอ่ นข้างมาก ประชาชนในหมู่บ้านห้วยหินลาดใน จึงร่วมมือกัน
ปู อ ง กั น แ ล ะ ดู แ ล ไ ฟ ปุ า ต ล อ ด จ น ร่ ว ม กั น ฟื้ น ฟู ปุ า

ใหป้ าุ ทอ่ี ดุ มสมบูรณ์กลบั คนื มาอีกครง้ั

3

ประวตั ศิ าสตรค์ วามเปน็ มากลุม่ ชาตพิ ันธ์ุกะเหรยี่ ง บา้ นห้วยหินลาดใน




คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง ตามท่ีกระทรวงวัฒนธรรม
เสนอ เม่ือวันท่ี ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ โดยมีประเด็นเก่ียวกับอัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรม การจัดการ
ทรัพยากร สิทธิในสัญชาติ การสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม การศึกษาในด้านท่ีเก่ียวกับการสืบทอดมรดก
ทางวัฒนธรรม ภายใต้มาตรการฟื้นฟูระยะยาว ๑ - ๓ โดยกล่าวถึงพ้ืนที่เขตวัฒนธรรมพิเศษมีพื้นท่ีน้าร่อง
ใน ๔ พืน้ ท่ี ไดแ้ ก่

๑. บ้านหว้ ยหินลาดใน ต้าบลบ้านโปุง อา้ เภอเวยี งปุาเปาู จังหวดั เชยี งราย
๒. ตา้ บลไล่โว่ อา้ เภอสงั ขละบุรี จงั หวัดกาญจนบุรี
๓. บา้ นหนองมณฑา (มอวาค)ี ต้าบลแมว่ นิ อ้าเภอแม่วาง จังหวดั เชยี งใหม่
๔. บา้ นเลตองคุ ตา้ บลแมจ่ นั อ้าเภออมุ้ ผาง จังหวดั ตาก

ขอ้ มูลทัว่ ไปของบา้ นหว้ ยหินลาดใน
หมู่ บ้ านห้ วยหิ นลาดใน มีประชากรกลุ่ มชาติ พั นธ์ุ

ชาวกะเหร่ียง (ปกาเกอะญอ) สัญชาติไทย มีประชากรในชุมชน
รวมทั้งหมดประมาณ ๑10 คน จ้านวนหลังคาเรือน 22 หลังคาเรือน
จ้านวนครอบครัว 33 ครอบครัว (ข้อมูล ณ วันท่ี 18 มกราคม 2565
โดยนายบัณฑิต เวชกิจ) ชาวบ้านทุกครอบครัวก่อสร้างบ้านด้วย
ไม้แบบถาวร พื้นท่ีท้ากินมีความลาดชัน ประมาณ ๓๕ - ๔๐ องศา
ข้ึนไป วิถีชีวิตโดยทั่วไปอาศัยการพ่ึงพิงกับปุาท่ีเป็นแหล่งอาหาร
สมุนไพร และสัตว์ปุา มีระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีความ
หลากหลาย มีระบบการท้าสวนในลักษณะวนเกษตร มีการปลูกชาอัสสัมร่วมกับพืชยืนต้นที่หลากหลาย
มกี ารทา้ นาแบบราบและแบบขั้นบนั ได มีการทา้ ไรห่ มนุ เวียนทยี่ งั มีการหมุนเวียนรอบ ๗-๑๐ ปี มีการเลี้ยงสัตว์
ทย่ี ังคงเล้ียงไว้ เพื่อการบริโภคและใชป้ ระกอบพิธีกรรม เช่น ไก่ เปด็ หมู วัว ควาย เปน็ ต้น เศรษฐกิจของชุมชน
ที่สามารถท้ารายได้เกือบตลอดท้ังปี คือ การแปรรูปชา และผลผลิตจากปุา เช่น หน่อไม้ มะขม มะแขว่น
น้าผง้ึ ฯลฯ ซ่งึ เปน็ การเกบ็ จากสวนวนเกษตรของชมุ ชน

แหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน “บ้านหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

4

บ้านห้วยหินลาดใน เปน็ ชุมชนชาวสะกอ ก่อตั้งหม่บู ้านเม่ือกว่าร้อยปี ก่อนอาศัยค้าบอกเล่าสืบต่อกัน
มาว่าบรรพบุรุษ ท่ีเข้ามาตั้งหลักแหล่งท่ีน่ี คือพะตีสุกา ปะปะ ชาวบ้านจากอ้าเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
เมือ่ คร้งั ยังหน่มุ ได้เข้ามาที่บ้านปุาแป฻ อ้าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วพบรักกับนางนอ ชาวปกาเกอะญอ
เหมือนกัน จึงอยู่กินด้วยกันจนมีลูก ต่อมาพาครอบครัวและญาติสะกอ (Skaw, Sgaw) เป็นหนึ่งใน
กลุ่มชาตพิ ันธก์ุ ะเหรี่ยง (Karen) อาศัยอยู่ต้ังแต่เหนือลงมาจนถึงประจวบคีรีขันธ์ แต่มากที่สุดคือ อ้าเภอแม่สะเรียง
อ้าเภอขุนยวม ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อ้าเภอท่าสองยาง อ้าเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก อ้าเภอสังขละบุรี
อ้าเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และประปรายในอีกหลายจังหวัด เช่น เชียงราย ชาวสะกอชอบอยู่
บริเวณภูเขา ชาวเหนือจึงเรียกว่า ยาง ส่วนพวกท่ีขึ้นไปอยู่ท่ีสูงไกลจากชุมชน เรียกว่า ยางแป฻ แปลว่า
กะเหร่ียงภูเขาสะกอมีรัฐของตนเองในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา คือรัฐก่อตูเล (อยู่ทางใต้ของรัฐกะยา หรือ
กะเหร่ยี งแดง) กะเหร่ยี งกลุม่ นี้เรียกว่า ปกาเกอะญอ (Pga K’nyau) เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากท่ีสุด จึงนิยมใช้
ค้านเี้ รยี กครอบคลุมไปถึงกลุ่มอ่ืนๆ ด้วย 53 ครอบครัว เดินทางมาต้ังรกรากท่ีขุนน้าแม่ฉางข้าวซึ่งเป็นชุมชน
ชาวลาหู่เม่ือปี 2432 (หมู่บ้านนี้ ปัจจุบันคือบ้านห้วยทรายขาว อยู่ทางทิศตะวันตกของบ้านห้วยหินลาดใน)
ในปี 2463 (หลักฐานเป็นหนังสือเดินทางของนายสุกา) อ้าเภอเวียงปุาเปูาเข้ามาจัดเก็บภาษีการท้าไร่
ภาษสี ัตว์เลี้ยงวัว-ควาย ชาวบ้านเสียภาษีและเก็บใบเสร็จไว้ จึงเป็นหลักฐานการมีอยู่ของชุมชนบ้านทรายขาว
ตอ่ มาปี 2470 จ้านวนประชากรเพม่ิ เป็น30 ครัวเรอื น ทท่ี ้ากินไม่พอจึงแยกย้ายออกไปหาท่ีท้ากินใหม่ซ่ึงเป็น
ท่ีราบท้านาได้ เช่น บ้านแม่ปูนน้อยบ้านห้วยไร่ ต้าบลเวียง อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย
บางสว่ นโยกยา้ ยไปอยู่บ้านออน (ปจั จุบนั -บ้านปาุ ตงึ งาม) อ้าเภอเชียงดาว จังหวดั เชียงใหม่ ทีย่ ังเหลอื อย่กู ท็ ้าไร่
หมุนเวียนตามไหล่เขาท่ีไม่ห่างจากหมู่บ้านเดิม ต่อมา ย้ายออกจากบ้านแม่ฉางข้าว (บ้านห้วยทรายขาว)
เน่อื งจากบา้ นแม่ฉางข้าวเปน็ ทอ่ี ย่ขู องคนร่นุ แรก มผี ีดุ ชาวบ้าน กลัวผเี จ้าทง้ั หลายจึงเดนิ ข้ามสสู่ นั เขาลงมาอยู่ท่ี
“แดลอช่สี ่าวี” แปลว่า ไร่ข้าวแห่งความอดอยาก ซ่ึงอยู่บริเวณต้นนา้ ห้วยหินลาด ความหมายก็คือพ้ืนที่ดังกล่าว
เปน็ ไรเ่ หลา่ ท่เี ผาไมค่ อ่ ยไหม้ปลกู พชื กไ็ มค่ ่อยออกดอกออกผล และมีสัตวป์ าุ เขา้ มารบกวนกินผลผลิต ด้วยเหตุนี้
เมื่อย้ายมาอยู่ได้ระยะหนึ่ง ก็พากันหาหลักแหล่งใหม่ไปอยู่บริเวณกลางน้าห้วยหินลาด ตรงที่เรียกว่า “ห่อผ่ีถ่า”
หมายถึง สบห้วยต้นไม้หอเจ้าท่ี โดยเรียกตามลักษณะของล้าห้วยที่เป็นหินลาดลงมาตามห้วย เป็นชนเผ่าปกา
เกอะญอไม่ได้มกี ารบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่แน่นอนว่าได้ก่อต้ังขึ้นมาเมื่อไหร่แต่จากการสอบถามผู้อาวุโสที่สุด
ในหมู่บ้านทราบวา่ หมบู่ า้ นหว้ ยหนิ ลาดในมีอายุไมต่ ่า้ กวา่ 600 ปมี าแลว้ จากหลักฐานตามค้าบอกเล่าสืบต่อกัน
มาคือบรรพบุรุษผู้เข้ามาก่อตั้งชุมชนในยุคแรก คือ นายสุกา ปะปะ ซ่ึงพื้นฐานเดิมอยู่ใน อ้าเภอแม่แจ่ม
จังหวัดเชียงใหม่ เม่ือครั้งยังหนุ่มได้เดินทางมาที่บ้านปุาแป฻ อ้าเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้พบรักกับหญิง
สาวช่ือ นางนอ คือ เป็นสาวปกาเกอะญอด้วยกัน จนกระทั่งได้แต่งงานมีบุตรด้วยกัน จึงได้พาครอบครัวและ
ญาติพ่ีน้องในจ้านวน ๓ ครอบครัว เดินทางเข้ามาตั้งรกรากอยู่ท่ีขุนน้าแม่ฉางข้าว หรือบ้านห้วยทรายขาว
ปัจจุบัน ได้มีการสืบทอดลูกหลานสร้างครอบครัวเพ่ิมข้ึน และในอ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย ราวปี
พ.ศ.๒๕๓๒

เม่ือช่วงปี พ.ศ.๒4๖๐ ได้เคลื่อนย้ายกลับมาอยู่บ้านห้วยหินลาด (บ้านเก่า) ในช่วงนั้นได้มีการค้า
สมั พนั ธก์ บั ภายนอกมากขึ้น และมีการท้าสวนชา ค้าขายกับพ่อค้าพื้นราบในอ้าเภอพร้าว อยู่ได้ประมาณ 3 ปี
เกิดมผี ้นู ้า นายสกุ า ปะนะ ไดเ้ สยี ชีวิตลงด้วยวัยชราอายุประมาณ ๑๐๒ ปี ต่อจากนั้นชาวบ้านอยู่อย่างไม่เป็นสุข
และเกิดการมีโรคระบาดจึงไดโ้ ยกยา้ ยออกจากท่นี ี่

เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ทางการอ้าเภอเวียงปุาเปูามีการเข้ามาจัดเก็บภาษีการท้าไร่ ภาษีสัตว์เลี้ยง
โคกระบอื ทางชาวบ้านไดม้ ีการเสียภาษแี ละเกบ็ เอกสารในเสรจ็ ไว้

5

จนมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖ จ้านวนประชากรไดเ้ พ่มิ ขน้ึ เปน็ ๓๐ ครวั เรอื น ทา้ ใหท้ ่ีทา้ กินในเขตละแวกนั้น
ไม่เพียงพอ ชาวบ้านจึงได้มีการแยกย้ายครอบครัวออกไปหาท่ีท้ากินใหม่ท่ีเป็นท่ีราบ ส้าหรับท้านาบ้าง
เช่น บ้านแม่ปูนน้อย บ้านห้วยไร่ ต้าบลเวียง อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย, บ้านออน อ้าเภอเชียงดาว
จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนที่เหลือก็จะอาศัยหมุนเวียนท้ามาหากินตามเทือกเขาท่ีไม่ห่างจากท่ีเดิมมากนัก
โดยได้ย้ายจากบ้านแม่ฉางข้าว (ห้วยทรายขาว) ผู้เฒ่าเล่าว่าบ้านห้วยฉางข้าว เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของคน
รุ่นหน่ึง แล้วในบริเวณน้ันจะมีผีดุชาวบ้านกลัวผีจึงข้ามสันเขามาอยู่ท่ีช่ีส่าวี (ต้นน้าห้วยหินลาด)
มคี วามหมายว่าเป็นพ้ืนที่ไร่เหล่า เผาไม่ค่อยไหม้ ปลูกพืชไม่ค่อยออกดอกออกผลและสัตว์ปุารบกวนไร่พืชผล
ที่ปลกู ไว้ อยู่ได้ชว่ งระยะเวลาหน่ึงก็ยา้ ยไปตงั้ ฐานอยู่กลางน้าห้วยหินลาด คือ ห่อผ่ีถ่า มีความหมายว่า สบห้วย
ต้นหอเจ้าที่ ซ่งึ ปจั จบุ นั เป็นพ้ืนท่ที า้ นาของชาวบ้านหว้ ยหินลาดในใช้เวลายาวนานประมาณกว่า 60 ปี จนเป็นที่
รู้จักกับคนภายนอกและชาวบ้านเร่ิมได้รับสิทธ์มากข้ึน เช่น มีการให้เหรียญท่ีระลึกส้าหรับชาวเขา
แต่ในขณะนนั้ เกิดมีการระบาดของโรครา้ ยผู้คนล้มตายหลายราย และมีโจรเขา้ มาในหมู่บา้ น

เม่อื ปี พ.ศ.๒๔๘๖ จึงได้ย้ายไปอยู่ท่ี ทีโก๊ละกอซิ ตามชื่อเรียกของชาวปกาเกอะญอ มีความหมายว่า
ลา้ น้าหว้ ยแหง้ อยไู่ ด้ประมาณ ๕ ปี จงึ พากันย้ายหมูบ่ า้ นเพราะสาเหตุมนี ้าไม่เพยี งพอ จึงได้เคล่ือนย้ายหมู่บ้าน
ขามสันดอยซงึ่ ไม่ไกลจากเดิมมากนกั

เม่ือปี พ.ศ.๒490 ได้โยกย้ายไปอยู่ที่ฝายผี ชาวปกาเกอะญอ เรียกว่า มือคาตอที มีความหมายว่า
ฝายก้ันน้าท่ีเกิดจากธรรมชาติกันไว้ (ปัจจุบันเป็นท่ีท้านาของชาวบ้านห้วยหินลาดใน) อีกใน จ้านวน
๒ ครอบครัว ได้อพยพไปอยู่ที่บ้านห้วยหม้อ (ปัจจุบันเป็นท่ีท้ากินของชาวบ้านห้วยหินลาดนอก)
อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย จ้านวนส่วนใหญ่ท่ีมาดังอยู่บ้านฝายผีได้เพียง 1 ปี ชาวบ้านก็จ้าเป็น
ท่ีจะต้องย้ายหมู่บ้านเพราะเชื่อว่าพ้ืนท่ีบริเวณน้ีเป็นท่ีพักพิงของพวกผีศาล ผีดุ ผีแรง ท้าให้เกิดการเจ็บปุวย
ประกอบกับในที่แห่งน้ีเป็นทางผ่านของคาราวานผู้ค้าฝิ่นและมีเจ้าหน้าที่มาตั้งฐานด่านปราบปราม
ท้าให้ชาวบ้านยิ่งเกรงกลัวกับการต่อสู้กัน จึงได้โยกย้ายไปอยู่ที่ เก่อลีแฮ มีความหมายว่า ห้วยลมแรง
สังเกตเป็นพื้นที่ท่ีมีลมพัดแรงท้ังกลางวันและกลางคืน ท้าให้บ้านเรือนที่ก่อสร้างอยู่ไม่คงทนและเสียหาย
บ่อยคร้ัง ท้ังประกอบกับการทา้ ไรข่ า้ วไดผ้ ลไม่เพียงพอ

เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๕ จึงได้โยกย้ายหมู่บ้านข้ามเส้นดอยอยู่บริเวณ เซวาเด่ มีความหมายว่า เป็นพื้นท่ี
ปุาไม้กอดา้ ขาว บนเนินเขาคอ่ นขา้ งจะหา่ งไกลจากแหลง่ น้าและเป็นทลี่ าดชันลา้ บาก

เมือ่ ช่วงปี พ.ศ.๒๕๐๓ ได้ย้ายมาข้ามดอย มาอยู่ที่ โชซูโกล๊ะ ๑ และ ๒ มีความหมายว่า เป็นพื้นที่มี
ปุาไม้สนด้าต้นขนาดใหญ่ข้ึนอยู่มากมาย และมีสัตว์ปุาใหญ่ เช่น แรด กวาง ชอบอาศัยอยู่กินบริเวณน้ัน
โดยมี นายทาดู ปะปะ เป็นผู้น้าชุมชนสืบทอดโดยทายาทตามความเชื่อและวงศ์ตระกูล อยู่ได้ในช่วงหนึ่งก็ได้
ย้ายไปด้านบนอีกซึ่งไม่ห่างกันมาก ซึ่งบ้านท่ีต้ังอยู่ในแห่งน้ีทั้งสองที่จะต้องไปตักน้ามาไกล และล้าบากเป็น
บางคร้ังจึงได้มกี ารไปถามการจัดตั้งหมู่บ้านแห่งใหม่จากเจ้าพ่อ จึงได้รับการแนะน้าจุดท่ีจัดต้ังหมู่บ้านที่ม่ันคง
(ปจั จุบนั คือบ้านห้วยหินลาดใน) เปน็ ทเี่ หนอื บนน้าตกทบี่ ริเวณนัน้ เปน็ หนา้ ดา่ นประตูผาอยู่ที่นี่แลว้ จะอยเู่ ย็นเป็นสุข

เมื่อตัง้ แต่ปี พ.ศ.๒๕๐๗ ไดย้ า้ ยมาอยทู่ ่ีหมู่บา้ นห้วยหนิ ลาดใน หมู่ท่ี ๒ ต้าบลบ้านโปุง โดยมี นายทาดู
ปะปะ เปน็ ผู้นา้ ชุมชนและศาสนา

เมื่อปี พ.ศ.๒๕11 - ๒๕๑๒ มีการแยกครอบครัวบางส่วนไปอยู่ห้วยหินลาดนอก เพราะมีพื้นที่ราบ
สะดวกในการท้านา บางส่วนก็ตามไปอยู่กับพี่น้องบ้านท่าขี้เหล็ก อ้าเภอเชียงดาว จังหวัดเชีย งใหม่
เพราะไปหาที่สะดวกในการท้านา

แหล่งเรยี นรทู้ างวัฒนธรรมของชุมชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

6

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ ได้รับสิทธิและสัญชาติเป็นสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์ โดยขึ้นกับ หมู่ที่ ๒
ตา้ บลบา้ นโปงุ อ้าเภอเวียงปาุ เปูา จังหวัดเชียงราย

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ นายทาดู ปะปะ ได้เสียชีวิตลง ต่อมาได้แต่งตั้ง นายนุ ปะปะ ซ่ึงเป็นลูกชายคนพี่
ไดข้ น้ึ มาแทนการเป็นผู้น้าทางศาสนาต่อจากพอ่ จนมาถงึ ปัจจุบัน

เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๓ ได้มีการรวบรวมหมู่บ้านห้วยหินลาดนอก ห้วยหินลาดใน บ้านผาเยือง บ้านห้วย
ทรายขาว (ลาหู่) ทั้ง 4 ชุมชน ได้ประกาศเป็นหมู่บ้านอย่างเป็นทางการ คือ บ้านห้วยหินลาด หมู่ท่ี ๓
ต้าบลบ้านโปุง อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย โดยมีบ้านห้วยหินลาดใน เป็นหมู่บ้านหลัก เมื่อวันที่
๑๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๓ โดย นายสุวงค์ ไพรวัลย์กุล ด้ารงต้าแหน่งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ท่ี ๗ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
1) นายตุ่ม ปูแคระ ๒) นายสงคราม เหล็กโพ และมีสมาชิกองค์การบริหารส่วนต้าบลบ้านโปุง หมู่ท่ี 7 คือ
๑) นายชยั ประเสริฐ โพคะ และ ๒) นายพันธท์ พิ ย์ คา้ แปง

เมอื่ ปี พ.ศ.๒๕๕๓ มาจนถึงปัจจบุ นั มนี ายชัยประเสรฐิ โพคะ ด้ารงตา้ แหน่งผใู้ หญบ่ ้าน
ลาดับเหตุการณแ์ ละการเปลยี่ นแปลง

ปี พ.ศ.๒๕๐๐ เรมิ่ ทา้ สวนชาและค้าขายสนิ คา้
ปี พ.ศ.๒๕๐๘ เรม่ิ เบกิ นาในท่ีราบลุม่
ปี พ.ศ.๒๕๑๘ จัดระบบการจดั การปุาโดยชมุ ชน
ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ตัดถนนเข้าหมู่บ้านห้วยหนิ ลาดใน
ปี พ.ศ.๒๕๒๒ ทา้ บัตรประชาชน คร้งั ที่ ๒ และไดร้ บั สัญชาตไิ ทยทั้งหมด
ปี พ.ศ.๒๕๒๕ ชาวบา้ นจดั ซอ้ื รถยนต์เขา้ มาใช้ในชมุ ชน
ปี พ.ศ.๒๕๕๔ บริษทั สัมปทานปุาไม้เขา้ มาบ้านห้วยหนิ ลาดใน
ปี พ.ศ.๒๕๓๐ สรา้ งโรงเรยี นบ้านหว้ ยหินลาดใน
ปี พ.ศ.๒๕๓๓ สรา้ งระบบประปาภเู ขา
ปี พ.ศ.๒๕๓๔ โครงการดอยเวียงผาเขา้ มาส่งเสรมิ ปลกู พืชไมย้ ืนตน้
ปี พ.ศ.๒๕๓๕ สรา้ งวัด/อาศรม
ปี พ.ศ.๒๕๓๕ ได้รับรางวลั ประชาธปิ ไตยดเี ด่น
ปี พ.ศ.๒๕๓๘ นา้ เคร่อื งป่ันไฟ/ทีวีเข้ามาใชใ้ นชุมชน
ปี พ.ศ.๒๕39 พัฒนาระบบการจัดการปุาให้เข้มแข็งขึ้น จัดกิจกรรมท้าแนวกันไฟฯ และเข้า

ร่วมเครอื ขา่ ยเกษตรกรภาคเหนอื (กน.)
ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รบั รางวัลลูกโลกสเี ขียว
ปี พ.ศ.๒๕๔๒ จัดแผนทีโ่ มเดลและวจิ ัยการท้าหนอ่ ไม้
ปี พ.ศ.๒๕๔๒ ตดิ ตัง้ โทรศพั ท์หมบู่ ้าน (สาธารณะ)
ปี พ.ศ.๒๕๕๓ แยกหม่บู า้ นเปน็ หมู่ท่ี ๗ จากเดิมหมทู่ ี่ 2 บ้านโปงุ
ปี พ.ศ.๒๕๕๔ งานวิจยั ไรห่ มุนเวียน
ปี พ.ศ.๒๕๔๖ ตดิ ตง้ั ไฟฟูาพลงั งานแสงอาทติ ย์
ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ไดร้ ับรางวลั ลกู โลกสเี ขยี ว ๕ ปี แหง่ ความย่ังยืน
ปี พ.ศ.๒๕๕๙ สา้ รวจการใชท้ ด่ี ิน และท้าแผนทภ่ี าพถา่ ยทางอากาศทา้ หลักหมดุ ศตจ. ปชช.
ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ลูกเห็บตกหนักท่สี ดุ ในรอบ ๑๐๐ ปี
ปี พ.ศ.๒๕๕๒ โครงการ GONGOWA (ประเทศญ่ีปุน) เขา้ พน้ื ท่ี
ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ได้รับรางวัล Forest Heroes (วีระบุรุษผู้ดูแลปุา) จากสภาสหประชาชาติว่าด้วยปุาไม้
(United Nations Forum on Forests) เม่ือวนั ที่ 10 เมษายน 2556 ณ Istanbul, Turke

7

ปี พ.ศ.๒๕๕๗ ได้รับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติคุณจากสมเด็จพระเทพ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี สาขาการศึกษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศยั ด้านผนู้ ้าชุมชนเผ่า

ปี พ.ศ.๒๕62 ได้รับรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” ด้านการรักษาส่ิงแวดล้อมของชุมชน จากส้านักงาน
เสริมสร้างเอกลกั ษณข์ องชาติ ส้านักงานปลัดสา้ นกั นายกรฐั มนตรี

1.2 ลกั ษณะการตัง้ ถ่นิ ฐานและการใช้ประโยชน์ท่ีดิน
ลักษณะการตัง้ ถ่ินฐาน
บ้านห้วยหินลาดใน เคยได้รับผลกระทบจากการสัมปทาน

ปุาไม้ และการบุกรุกผืนปุาของผู้มีอ้านาจจากภายนอก ชาวบ้าน
หว้ ยหินลาดใน อยู่มานานกว่า 100 ปี บ้านทุกหลังเป็นบ้านไม้แบบ
ถาวรตั้งอยู่ เชิงเขา มีห้วยหินลาดไหลผ่าน รอบบริเวณหมู่บ้านเป็น
สวนชาอัสสัมแทรก อยู่ในปุาธรรมชาติท่ีได้รับการฟ้ืนฟูชุมชนบ้าน
หว้ ยหินลาดใน

มีลักษณะเป็นรูปแอ่งกระทะ มีภูเขาผีปันน้าอยู่ทาง
ทิศตะวันตกและทิศใต้ ซึ่งเป็นต้นก้าเนิดน้าแม่ลาว น้าแม่ฉางข้าว
น้าแม่ปูน น้าแม่โถ และน้าแม่เจดีย์ ปุาต้นน้าเหล่าน้ีอยู่ในเขต
อทุ ยานแหง่ ชาติขุนแจ ทางด้านทศิ ตะวนั ตก และปุาสงวนแห่งชาติ
แม่ปูนน้อย ซึ่งอยู่ทาง ทิศตะวันออก เวียงปุาเปูาเป็นอ้าเภอเดียว
ในเชียงราย ทม่ี ีตน้ กา้ เนิดแม่น้าไหลย้อนกลับขึ้นไปและไปรวมกับ
น้าแมก่ ก
การใชป้ ระโยชนพ์ ื้นที่
บ้านห้วยหินลาดใน มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ 10,221 ไร่
แบ่งเป็นปุาชุมชน 5,889 ไร่ และพื้นที่ท้ากิน 1,632 ไร่
ประกอบด้วยท่ีอยู่อาศัย (ประมาณ 12 ไร่) ที่ท้ากินในรูปวน
เกษตร อาทิ ชา กาแฟ ผลไม้ ส่วนใหญ่ปลูกแซมกับไม้ปุา และ
นาด้า (ประมาณ 60 ไร่) อยู่บริเวณร่องห้วยด้านทิศตะวันตก
เฉียงใต้ รวมพ้ืนท่ีในส่วนนี้กว่า 700 ไร่และไร่หมุนเวียนกว่า
800 ไร่ (กระจาย ตามสัญลักษณ์สีม่วงในแผนที่)
แต่ใชป้ ระโยชน์ในรอบหมุนเวยี นแต่ละปีเพียง 60 ไร่

แหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรมของชุมชน “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

8

1.3 ลักษณะกายภาพทางภูมศิ าสตร์

ที่ต้ัง อาณาบริเวณ
บ้านห้วยหินลาดใน ขึ้นอยู่กับหมู่ท่ี 7 ต้าบลบ้านโปุง

อ้าเภอเวียงปุาเปูา จงั หวัดเชียงราย หมทู่ ่ี 7 นน้ั จะประกอบ
ไปด้วยหมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยหินลาดใน
บ้านห้วยหินลาดนอก บ้านผาเยือง และบ้านห้วยทรายขาว
ตง้ั อย่หู า่ งจากที่ว่าการอา้ เภอเวียงปุาเปูา 24 กิโลเมตร โดย
เดนิ ทางจากทว่ี า่ การอ้าเภอเวียงปุาเปูา ไปตามทางถนนสาย
เวียงปุาเปูา – พร้าว ( ทางหลวง 1150 ) จนถึง หลักกิโลเมตรท่ี 25 จากน้ันเข้าไปในทางแยกซึ่งเป็นถนน
ลูกรังสลับกับถนนคอนกรีตอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านห้วยหินลาดใน ต้ังอยู่ในเขตปุาธรรมชาติ
(เป็นปาุ สงวนแห่งชาตแิ มป่ ูน,โปงุ เหม็น ประกาศเม่ือ พ.ศ.2525) ที่คงสภาพอุดมสมบูรณ์มีระดับความสูงจาก
นา้ ทะเล อยใู่ นพื้นทีป่ าุ ตน้ น้าชนั้ 1 A ระดับความสูงจากน้าทะเล 800 – 900 เมตร ในเขตปุาสงวานแห่งชาติ
ปุาแม่ปูนหลวง ปุาแม่ปูนน้อย ปุาห้วยโปุงเหม็น (ประกาศเมื่อปี พ.ศ.2517) และคาบเกี่ยวกับพ้ืนท่ีอุทยาน
แห่งชาติขนุ แจ มลี า้ นา้ “ห้วยหนิ ลาด” ไหลผ่านหมู่บ้านจากทางทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกอาณาเขตของ
หมู่บ้านต้ังอยู่บริเวณหุบเขา มีน้าห้วยหินลาดไหลผ่าน อยู่ในเขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนต้าบล
บ้านโปุง อาณาเขตองค์การบริหารส่วนต้าบลบ้านโปุง มีเน้ือที่ 97.02 ตารางกิโลเมตร หรือ 60,639 ไร่
พื้นท่ภี เู ขาและปาุ ไม้ 59% ของพนื้ ทที่ ั้งหมด พน้ื ที่ดอน 23.4% ของพ้ืนท่ีท้ังหมด พ้ืนท่ีราบ 17.6% ของพ้ืนท่ี
ทั้งหมด บ้านห้วยหนิ ลาดในต้งั อยหู่ ่างจากทีว่ ่าการอา้ เภอเวยี งปุาเปาู จังหวัดเชียงราย ไปทางทิศตะวันตก ติดต่อ
กับต้าบลแม่แวน อ้าเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีแนวเร่ิมต้นจากดอยขุนห้วย แม่ฉางข้าว บริเวณพิกัด
NB 363303 ไปทางทศิ เหนอื ตามแนวสนั หลวงไปสน้ิ สดุ ท่ดี อยขนุ แมป่ นู หลวงบรเิ วณพิกดั NB 357326

ลักษณะกายภาพของพื้นท่ีเวียงปุาเปูามีลักษณะ
เปน็ รูปแอง่ กระทะ มภี ูเขาผีปันนา้ อย่ทู างทิศตะวันตกและ
ทิศใต้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นก้าเนิดน้าแม่ลาว น้าแม่ฉางข้าว
น้าแมป่ ูน นา้ แม่โถ และน้าแม่เจดีย์ ปุาต้นน้าเหล่านี้อยู่ใน
เขตอุทยานแห่งชาติขุนแจ ทางด้านทิศตะวันตก และ
ปุาสงวนแห่งชาติแม่ปูนน้อย ซ่ึงอยู่ทางทิศตะวันออก
พื้นท่ีเวียงปุาเปูาเป็นอ้าเภอเดียวในจังหวัดเชียงรายท่ีมี
ต้นก้าเนิดแม่น้าไหลย้อนกลับข้ึนไปทางทิศเหนือและ
ไปรวมกับแม่น้ากก โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นท่ีอ้าเภอเวียงปุาเปูาหลายเช้ือชาติ เช่น อาข่า ม้ง ไตล้ือ ขมุ
ลาหู่ เมย่ี น ซ่ึงอพยพมาจากสิบสองปันนาและเชียงใหม่ มีชาวปกาเกอะญอเพียงไม่ก่ีหมู่บ้าน ซึ่งอพยพมาจาก
อ้าเภอแมแ่ จ่ม จงั หวดั เชียงใหม่

9

ภาพทางอากาศ แผนท่ีหมูบ่ า้ นหว้ ยหินลาดใน ทาง www.google.co.th แบบขยาย

อาณาเขตติดต่อ
ทศิ เหนอื ติดตอ่ กบั พ้ืนที่หมูบ่ ้านปุาตึง ชนเผ่าลซี ู
ทิศตะวันออก ตดิ ต่อกับ บ้านหว้ ยหนิ ลาดนอก หมู่ที่ ๗ ชนเผ่าปกาเกอะญอ
ทศิ ตะวันตก ติดต่อกบั บ้านหว้ ยทรายขาว ชนเผา่ ลาหู่
ทิศใต้ ตดิ ต่อกบั เขตอุทยานขุนแจ
มีระยะห่างจากตัวอ้าเภอเวียงปุาเปูาประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ตามถนนสายเวียงปุาเปูา – พร้าว

บนทางหลวงหมายเลข 11๕๐

ภาพทางอากาศ แผนท่ีหม่บู ้านห้วยหนิ ลาดใน ทาง www.google.co.th แบบย่อ

แหล่งเรยี นรูท้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

10

1.4 สาธารณปู โภคข้นั พ้นื ฐาน
ระบบน้า น้าท่ีใช้อุปโภคภายในหมู่บ้านน้าประปาภูเขาของ

หมู่บ้าน มีการสร้างท่อส่งน้าจากต้นน้า ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
จาก องค์การบริหารส่วนต้าบลบ้านโปุง อ้าเภอเวียงปุาเปูา
จังหวัดเชียงราย เพ่ือใช้ในการบริโภคและการเกษตร โดยการกักเก็บ
ให้ถงั ซเี มนต์และถังพลาสติกในการกักเก็บน้าจากต้นน้า ใช้ระบบส่งน้า
โดยแรงโน้นถว่ ง

ระบบไฟฟ้า การขยายเขตระบบจ้าหน่ายไฟฟูาบ้านห้วยหิน
ลาดใน หมู่ท่ี 7 ต้าบลบ้านโปุง อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย
เน่ืองจากพน้ื ทที่ ี่อย่ใู นช้นั คุณภาพล่มุ น้าชนั้ ท่ี 1A พ้นื ทด่ี งั กล่าวไม่มีไฟฟูา
ใชใ้ นครวั เรอื น ใช้พลงั งานโซล่าเซลล์ ทดแทนพลังงานไฟฟูา

การคมนาคม
ถนน ก่อนทางเข้าถนนหมู่บ้านห้วยหินลาดใน มีความช้ารุด

เป็นหลุมลึก และมีดินสไลด์ ส่วนถนนทางเข้าหมู่บ้านห้วยหินลาดใน
มกี ารเทถนนด้วยคอนกรีต ประมาณ 70% บางส่วนยงั เปน็ ถนนดนิ แดง

ระบบการส่ือสาร
ระบบสายโทรศัพท์ ในหมู่บ้านห้วยหินลาดใน ยังไม่เข้าถึงปัจจุบันใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต

จากจานดาวเทียม การติดต่อสื่อสาร สามารถติดต่อทาง Line หรือ Facebook มีความยากล้าบากในการ
ติดต่อสอ่ื สาร

1.5 วิถีชวี ิตและวฒั นธรรม

ด้านการนบั ถือศาสนา
ชาวบ้านห้วยหินลาดในนับถือผีเจ้าที่ สิ่งศักด์ิสิทธิ์ และ

ผสมผสานกับการนบั ถอื ศาสนาพุทธ ซ่งึ ยงั คงมีการนบั ถือตามหลักความ
เชื่อดั้งเดิม ผีปุูย่า เจ้าปุา เจ้าเขา การด้ารงวิถีวัฒนธรรมประเพณีท่ีคง
ความเช่ือดัง้ เดิม และอนรุ กั ษ์ไว้สบื ทอดทัง้ ในชมุ ชน ในปุา และพิธีกรรม
ไร่นา เช่น การผูกขวัญมัดมือขึ้นปีใหม่ และกลางปี การผูกสะดือเด็ก
(เดปอถ)ู่ การแต่งงาน การท้าพิธีศพ และการเล้ียงผีเจ้าปุาเจ้าเขา ผีขุน
น้า ผีไร่ การรักษาพยาบาลด้วยหลัก ภูมิปัญญา ไสยศาสตร์ และ
สมนุ ไพร มีอัตลกั ษณ์ภาษาพูด และสืบทอดภาษาเขยี นได้ มกี ารแต่งตวั ด้วยชุดปกาเกอะญอในงานพิธีกรรมและ
ยามวา่ งอยู่ในบ้านเรอื น มกี ารทอผา้ ใสเ่ องทอยา่ มไว้ใช้ และต้าขา้ วกนิ ซ่ึงเปน็ การด้ารงวิถีชีวิตท่ีมีการพ่ึงพิงจาก
ภายนอกน้อยทสี่ ุด

11

ด้านวัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือ และพธิ ีกรรม
๑. ด้านประเพณี พธิ ีกรรมทเี่ ก่ียวขอ้ งในชมุ ชน
1) ประเพณีการผูกขวญั มดั มอื ขนึ้ ปใี หม่ และกลางปี (ปาก่จี ๊ึ หน่ถี ่อซอ + ปาก่จี ๊ี หนี่พะพอ)
๒) ประเพณกี ารแต่งงาน
๓) พิธกี รรมเลย้ี งศาล เจ้าปาุ เจ้าเขา (ต่าหลื่อกอ่ )
๔) พิธกี รรมท้าแรกขวญั เมล็ดพันธข์ุ ้าว (บอื แซะคลี)
๕) พธิ กี รรมเกบ็ เมด็ พันธุ์ขา้ ว (เพาะคีด๊ะ)
6) ความเชื่อการถอื วนั เดอื นศีล (ตา่ ดอ่ื ลา)
๗) การท้าพธิ ีศพ (ต่าจา)
8) การทา้ พธิ แี กก้ ารผดิ จารีต ระหวา่ งหญงิ -ชาย (ตา่ เอาะคอ่ื มาเก)
๒. ด้านพธิ ีกรรมในไรน่ า
๑) การถามเม่ือ หรือดยู ามพ้นื ท่ไี รห่ มนุ เวียน (ตา่ กา่ เดา๊ ะฆ)ึ
๒) การท้าพิธีปลกู ข้าวไร่ฯ (ตา่ แชะลอฆ)ึ
๓) การเลี้ยงผีไรฯ่ (บรอฆึ) ต่าเตอ่ เม๊าะ ตา่ แซ๊ะ ตา่ ลื่อเหม่ ต่าคาแก๊ะ
๔) การผูกข้อมือเรยี กขวัญขา้ ว (กีบ่ อื คล)ี
๕) การท้าพิธสี ง่ นกขวัญขา้ ว (กอ๊ ทอ่ โท่บีข่า)
6) การเล้ียงผีน้า ผีฝาย
๓. ดา้ นพธิ ีกรรมในครวั เรอื น และการรกั ษาพยาบาล
1) เลย้ี งผีปยุู ่า (ต่าเอาะแค)
๒) การเรยี กขวญั (กอ๊ เก่อลา/แกวะพอื /ก่ซี /ู่ กีว่ ะ)
๓) การสง่ ผีเมอ่ื ไม่สบาย (ต่าเซอ/ต่าหล่อื /ปะต่า/ต่าว/ี ทูที/พะที)
๔) การรกั ษาด้วยสมุนไพร ยาต้ม (เตอะสี่คลอ) ยาฝนนา้ (เตอะส่ีเกละ) การห่อประคบ
(เตอะสโี่ บะ) การอบไอน้า (เตอะสเี่ ซอ่ เออ)
๕) การรักษาทางไสยศาสตร์ ถามเม่ือ (ต่ากา่ ) น้ามนต์ (ทอี )ู เปุาคาถา (ตา่ อ)ู

๔. ด้านพธิ กี รรมท่ีเกี่ยวกับป่าไม้
1) ปุาสะดอื (เดปอทู)่
๒) ไหวเ้ จา้ ทเ่ี มื่อเข้าปุา
๓) สืบชะตาปาุ สืบชะตาน้า

ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน มีลักษณะการด้าเนินชีวิตอย่างสมถะ สอดคล้อง และเกื้อกูลต่อการอยู่
ร่วมกับธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด "ขอแบ่งปันธรรมชาติ เพราะธรรมชาติไม่ใช่ของเรา" ชุมชนมีเอกภาพในการ
ดูแลรกั ษาผนื ปุา มีความภาคภูมิใจ และเชื่อม่ันในวิถีชีวิตวัฒนธรรมของตน มีบทอือทาที่ว่า "ออที เกอะ ตอที
ออก่อ เกาะ ตอก่อ" แปลว่า ได้กินจากน้า ต้องรักษาน้า ได้กินจากปุา ต้องรักษาปุา ถือได้ว่าเป็นปรัชญาที่
สะท้อนถงึ วิถีชวี ิตท่สี อดคล้อง กลมกลืนกับธรรมชาติ อยู่เพื่อให้รับรู้อย่างสมดุล ซ่ึงเยาวชนบ้านห้วยหินลาดใน
ไดม้ กี ารขับร้องบทนี้ เพื่อยดึ ถอื เปน็ แนวทางในการด้ารงชีวติ เหมือนกับบรรพชนเม่อื ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ
ก็ต้องดูแลรักษาควบคู่กันไป ในการประชุมกลุ่มหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น บ้านห้วยหินลาดนอก มูเซอบ้านห้วย
ทรายขาว ลีซอบ้านปุาตึง เป็นประจ้าทุกเดือน เพื่อสร้างความเข้าใจในการดูแลรักษาปุา ซ่ึงในการประชุม
ประจ้าเดอื นของชมุ ชน ได้มกี ารหารอื ในเรื่องต่างๆ เข้าเป็นวาระส้าคัญของการประชุม อาทิ การประสานงาน

แหล่งเรยี นรูท้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

12

กับเครือข่ายปุาชุมชนภาคเหนือเพื่อบูรณาการท้างานร่วมกัน การห้ามท้าไร่บริเวณปุาต้นไม้ ตาน้าเพราะ
มีส่งิ ศกั ด์สิ ทิ ธด์ิ ูแลอยู่ การห้ามตดั ตน้ ไมใ้ นปุาข้า และการหา้ มตัดต้นไม้ที่ผูกสายสะดือเด็กไว้ ห้ามเลื่อยไม้ขายไม้
โดยไม้ที่จะใช้ท้าฟืนต้องเป็นไม้แห้งและตาย หรือก่ิงไม้ และการตัดต้นไม้เพื่อการสร้างบ้านต้องได้รับอนุญาต
จากคณะกรรมการหมบู่ ้านก่อน เปน็ ต้น

พิธีกรรมที่สาคญั ของชนเผา่ ปกาเก่อญอ
พิธีกรรมมีความส้าคัญต่อวิถีชีวิตของชนเผ่า เป็นการสืบทอดทางวัฒนธรรมเพ่ือก้าหนดบรรทัดฐาน

และควบคุมพฤติกรรมทางสังคม ตลอดจนแสดงถึงความสัมพันธ์ของชนเผ่าความสัมพันธ์กับสิ่งแวด ล้อม
ธรรมชาติที่มีผลต่อการด้ารงชีวิตในกระบวนการผลิตและความสัมพันธ์กับระบบความเชื่อของสิ่งที่เหนือ
ธรรมชาติ

พิธกี รรมหลกั ในรอบชีวติ ของชนเผา่ ปกาเก่อญอ
1) การเกิด (ดึต่าเบล)

เม่ือทารกเกิดสายรกที่ตัดออกไปแล้วก็จะบรรจุลงกระบอกไม้ไผ่ปิด
ฝาด้วยเศษผ้า แล้วน้าไปผูกไว้ตามต้นไม้ในปุารอบหมู่บ้าน ต้นไม้ต้นนั้น
เรียกช่ือว่า “เดปอทู่” แปลว่าต้นสายรก และต้นไม้ต้นนี้จะห้ามตัด
โดยเดด็ ขาด เพราะเชอื่ ว่าขวัญของทารกจะอาศยั อย่ทู ่นี ่ัน หากตัดท้ิงจะท้าให้
ขวญั ของทารกหนีไปและท้าให้ทารกล้มปุวยลง หากว่าผู้ใดผู้หน่ึงตัดต้นไม้ต้น
น้ีโดยเจตนาหรือไม่เจตนา จะต้องถกู ปรบั ด้วยไกห่ นึ่งตัว พอ่ แม่กจ็ ะน้าไก่ตัวน้ี
ไปทา้ พธิ เี รียกขวัญทารกกลบั คนื มา โดยวนั ท่ีไปผกู สายรกของเด็กทารกติดกับ
ต้นไม้น้ัน เพ่ือนบ้านทุกคนจะไม่ออกไปท้างาน ซึ่งถือเป็น ข้อห้าม
เรียกข้อห้ามนี้ว่า “ดึต่าเบล” เป็นกฎหมายประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต เม่ือถึงเวลาข้ัวสายรก
หลุดออกไปผู้เป็นพ่อก็จะไปท้าพิธีผูกข้อมือเรียกขวัญทารก โดยไปท้าพิธีที่ใต้ต้นไม้ที่ผูกติดสายรกต้นน้ัน
เพือ่ ให้ขวัญกลบั มาอย่ทู ่บี า้ น เรยี กพธิ ีผูกขวัญว่า “ก่ีเบลจึ” คือพิธีผูกขวัญคร้ังแรกของบุคคลผู้น้ีที่เกิดมาลืมตา
อยู่บนโลก ซึ่งชาวปกาเก่อญอเชื่อว่าขวัญของคนจะมีอยู่ 37 ขวัญที่อยู่ในรูปสัตว์ชนิดต่างๆ การผูกขวัญครั้ง
แรกของทารกนก้ี จ็ ะทา้ ให้ทารกได้รบั ขวัญ ครบทัง้ 37 ขวญั

2) การแต่งงาน (ดเึ ทาะโค่เบล)

การส่ขู อ (เอาะเฆ)
เรื่องราวของการสู่ขอจะเป็นดังน้ี เมื่อเป็นที่รับรู้แล้วว่าหญิง

ชายรักชอบพอกัน พ่อแม่ญาติพี่น้องของฝุายหญิง จะส่งคนไปหาฝุาย
ชายเพื่อสอบถามให้แน่ใจว่าฝุายชายรักและยินดีที่จะแต่งงานกับฝุาย
หญิงจริงๆหรือไม่หากฝุายชายรับชอบพอและยินยอมที่จะแต่งงานกับ
ฝุายหญิงก็จะมีการนัดหมายวันเวลาท้าพิธีแต่งงานกันในเวลานั้น
ตามประเพณขี องชาวปกาเก่อญอน้นั ฝุายหญงิ จะเป็นฝุายไปสู่ขอฝุายชาย

13

การหมั้น (เตอะโหล)่
เมื่อฝุายชายตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับฝุายหญิงและ

นัดหมายวันเวลาแต่งงานทแ่ี นน่ อนและฝาุ ยชายกส็ ่งเฒ่าแก่ไปท้าพิธี
หมั้นหมายฝุายหญิงก่อนวันแต่งงาน ในพิธีฝุายหญิงจะฆ่าไก่หนึ่งคู่
ท้าอาหารเพื่อเล้ียงรับรองเฒ่าแก่ฝุายชาย วันรุ่งข้ึนก็จะนัดหมาย

วันเวลาท่ีฝุายชายและเพื่อนๆ จะมาหาฝุายหญิงเพื่อท้าพิธีแต่งงาน
ต่อไป

หมแู รกทาพธิ ี (เทาะเตาะลอ)

คือ หมตู ัวแรกที่ฆ่าในพิธแี ต่งงานคนทฆ่ี ่าหมูจะเป็นคนที่อยู่บ้านฝุาย
ชาย และตอ้ งเป็นคนท่ยี ังไมไ่ ดแ้ ต่งงาน

ไกเ่ ริ่มต้นพธิ บี กะ๊ (ชอเก๊าะเก)

ช่วงหนึ่งของพิธีแต่งงานจะมีการฆ่าไก่สองตัวต้มให้สุก
โดยไม่ปรุงอะไรลงไปท้ังสิ้น ผู้เฒ่าผู้แก่จะเลือกเด็กสองคน ชาย-

หญิง โดยเด็กท้ังสองคนต้องเป็นเด็กท่ีพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ เด็กสอง
ค น นี้ ท้ า ห น้ า ท่ี จั ด ค้ า ข้ า ว แ ล ะ เ นื้ อ ไ ก่ ปู อ น ใ ห้ เ จ้ า บ่ า ว เ จ้ า ส า ว
รับประทาน

ขันหมาก (เก่อเนอ)

ปก าเก่ อ ญ อ มีวั ฒ น ธ ร ร ม ว่ าขัน หม าก ขอ ง ผู้หญิง ห รื อ ผู้หญิ ง
มีขันหมาก ฝุายชายจะเปน็ ฝาุ ยนา้ ขนั หมากมาให้ โดยขันหมากของปกา
เก่อญอ ประกอบด้วย ผ้าซิ่น 1 ผืน เส้ือผู้ชาย 1 ตัว ผ้าโพกศีรษะ

1 ผืน เสียม 1 ด้าม เสื้อแม่บ้าน 1 ตัว และเกลือ 1 ห่อ แต่ผู้หญิง
บางคนอาจมีมากกว่าน้ี วันท่เี จา้ บ่าวและเพ่ือนๆ เดนิ ทางไปบ้านเจ้าสาว

แม่บ้านคนหน่ึง จะต้องถือขันหมากมาเม่ือใกล้ไก่ขันตอนเช้า
ของวันรุ่งข้ึน จะมีการท้าพิธีขอขันหมาก การขอขันหมากจะต้อง
ขอดว้ ยการขดั ลา้ นา้ โตต้ อบกันทั้งส้ิน

แหล่งเรยี นรทู้ างวฒั นธรรมของชุมชน “บ้านหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

14

ไก่ขอพร ระหวา่ งเดินทางกลับ (ชอโจ่ลอ)
การเดนิ ทางกลบั ของฝุายชาย ฝุายหญิงจะฆ่าไก่ 1 ตัว

ต้มให้สุกแล้วห่อให้กับเพื่อนเจ้าบ่าวน้ากลับไป เพื่อเป็นอาหาร
ระหว่างเดินทางกลับ เม่ือถึงเวลาอาหารก่อนรับประทาน
เฒ่าแก่จะท้าพิธีถวายอาหารแด่เทวดาเพ่ืออวยพรผู้ร่ วมเดินทาง
ปลอดภยั วนั รุง่ ขน้ึ วนั หนง่ึ เพอ่ื นบ้านทุกคนจะหยุดงาน ซึ่งถือเป็น
ข้อหา้ มเรียกว่า “ดึเทาะโคเ่ บล”

ผกู ขวญั ร่วมกันระหวา่ งเจ้าบา่ วเจา้ สาว (ก่ีคจึ )ึ
หลังจากอยู่ร่วมกันนานสามวันสามคืน พ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะท้าพิธีผูกขวัญให้ โดยจะผู้

ร่วมกันระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาว ซึ่งการผูกขวัญร่วมกันน้ีมีความหมายว่าท้ังสองคนได้กลายเป็นอันหนึ่งอัน
เดยี วกนั แลว้ ต้ังแตบ่ ัดนน้ั

การตาย
ในหมบู่ า้ นหากผู้ใดเสียชีวิต เพื่อนบ้านทุกคนจะหยุดงานทันทีท่ีรู้ว่ามีคนเสียชีวิต เพราะถือว่าเป็น

ข้อห้ามซึ่งเรียกว่า “ดึปกาซะลอม่า” หมายความว่าข้อห้ามส้าหรับวิญญาณท่ีหลุดหายไป ห้ามส่งเสียงดัง
เด็ดขาด เพอ่ื เป็นการไว้อาลยั ขั้นแรก ในการทา้ พธิ ศี พญาตจิ ะต้องอาบนา้ ให้ศพ น้าเส้ือผ้าใหมๆ่ มาสวมให้แล้วก็
จะหอ่ ศพและท้าพิธีต่อไป

15

การทาไรห่ มนุ เวยี น

การหมนุ เวียนจะเริม่ ตน้ ตง้ั แต่ - กรกฎาคม
หลังจากประเพณีกี่จึ หรือประเพณีข้ึนปีใหม่

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี หัวหน้าครอบครัวของ
แต่ละบ้านก็จะเริ่มไปเลือกพ้ืนที่ไร่ของตัวเอง โดยการไป
(เชะทู่เส่โพ) หรือการเสี่ยงทายว่าพ้ืนที่ตรงน้ันเหมาะกับ
การท้าไร่หรือไม่ ถ้าหากได้แล้วก็จะมีการ (แพลอคึ) คือ
การเริ่มถางไร่ โดยบ้านของฮีโข่ (ผู้น้าประเพณี) จะเป็น
บ้านแรกที่ถางไร่ แล้วหลังจากน้ัน ชาวบ้านจึงสามารถ
ถางไร่ได้ หลังจากที่ถางไร่เสร็จ เราจึงตากไร่ไว้ประมาณ
45 วนั จนใบไม้ กิง่ ไม้เร่ิมแหง้ ตรงกบั ช่วงประมาณต้นเดือนเมษายน หลังจากน้ันชาวบ้านจึงเริ่มท้าแนวกันไฟ
รอบไร่หมุนเวยี นเพ่อื เตรียมตวั รอการเผาไร่ พอท้าแนวกนั ไฟเสรจ็ แลว้ ก็เรมิ่ เผาไรไ่ ดโ้ ดยการลงแขกกัน หลังจาก
เผาไร่ไหม้จนหมดแล้วเจ้าของไร่ก็จะเข้าไปในไร่หมุนเวียนเพื่อท้าเครื่องหมายว่าไร่น้ีมีเจ้าของแล้ว
โดยการเอาไม้ไผ่มาผ่าเป็น 4 แฉก แล้วน้าเอาเศษไม้เล็กๆ มาวางคล้ายรู้กากบาก แล้วปักลงไปกลางไร่
วันรุ่นข้ึนหากไม่ตรงกับวันพระคนในบ้านก็จะเป็นคนไป (ชุพิเม่) เป็นการปลูกพืชผักหลังเผาเสร็จ
โดยชาวบ้านเช่ือวา่ วันท่ี (ชพุ เิ ม่) พืชที่ปลูกในวันนี้จะออกผลมาดีที่สุดสิ่งแรกท่ีปลูกคือ เผือก เช่ือกันว่าถ้าปลูก
เผือกก่อน หมูปุาและสัตว์ต่างๆจะไม่เข้ามาท้าลายพืชผักในไร่ ถ้าหากว่าหลังเผาไร่เสร็จ กรณีที่ฝนตก
หนักครั้งเดียวหรือลูกเห็บตกลงมา มีความเชื่อว่าให้งดเข้าไร่เป็นเวลา 7 วัน แต่ถ้าฝนตกติดต่อกันหลายๆ
วันก็จะไมถ่ อื สามารถเข้าไร่ไดป้ กติ เชอ่ื กนั ว่าถ้าเข้าไร่ตอนท่ีลูกเห็บตกจะท้าให้ข้าวปุวย ข้าวตาย หลังจากนั้น
คนในบ้านก็จะเริ่มปลูกพชื ผกั โดยการเลือกทป่ี ลกู ให้เหมาะสมกับพืชผักแต่ละอย่างในไร่ เช่น พืชที่เป็นเถาวัลย์
จะปลูกใกล้กับต้นไม้หรือกระท่อม ส่วนพืชจ้าพวกเผือก หรือมันส้าปะหลังจะปลูกในพ้ืนที่ราบหรือพ้ืนดิน
ท่ีไม่แข็ง และในช่วงนี้ก็จะมีการสร้างกระท่อมด้วย เพื่อใช้เป็นที่พักกินข้าว ท้าอาหาร หลบฝน และเก็บ
ของตา่ งๆ
ช่วงปลายเดอื นพฤษภาคม ชาวบ้านก็จะเร่ิมถาง
ห ญ้ า ชุ ด แ ร ก เ พ่ื อ เ ต รี ย ม พ้ื น ท่ี ก่ อ น ก า ร ป ลู ก ข้ า ว ไ ร่
หลังจากที่ถางหญ้าเสร็จ เจ้าของไร่ จะเริ่มดูวันท่ีจะปลูก
ข้าว ก่อนปลูกข้าวเจ้าของไร่ จะต้องเตรียมพันธ์ุข้าว
และน้าส้าหรับใช้ในวันปลูกข้าวพร้อมกับอาหารท่ีจะใช้
เลี้ยงชาวบ้านที่มาลงแขก วันที่ไปปลูกข้าวไร่ ชาวบ้าน
ก็จะต่ืนกันตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปลงแขก ทุกคนก็จะ
เตรี ย มห่อข้ าว ขอ ง ตัว เ อง ผู้ หญิง จ ะ เตรี ยมย่า ม
หรือ กึ (กระบุง) เพ่ือไปใช้ใส่เมล็ดข้าว ส่วนผู้ชายน้ันเตรียมมีดกับเสียม เพื่อท้าหน้าที่เป็นคนขุดหลุมส้าหรับ
หยอดเมล็ดข้าวให้กับผู้หญิงผู้ท้าหน้าที่หยอดเมล็ดดังกล่าว พอทุกคนไปถึงไร่หมดแล้วก็จะเร่ิมท้าพิธี
(แชะลอคึ) เป็นพิธีเริ่มปลุกข้าวไร่ โดยมีชายหนุ่มโสดเป็นคนขุดหลุม ในพ้ืนท่ีบนกระท่อมท่ีเจ้าของไร่เตรียม
ไว้ให้ พร้อมกับพันธุ์ข้าวท่ีห่อเตรียม ขุดหลุม 7 หรือ 9 หลุม แล้วแต่เจ้าของไร่ต้องการ โดยหลังจากน้ัน
ชายหนมุ่ โสดจะขดุ หลุมรอบๆกระท่อมและมีสาวโสดมาหยอดข้าวให้ พอเสร็จแล้ว ทุกคนก็เร่ิมปลูกข้าวกันได้
ก่อนกินข้าวก็จะมีพิธีบอกกล่าวเจ้าท่ี โดยเจ้าของไร่จะเตรียมห่อข้าวเล็กๆ คนที่สามารถไหว้เจ้าท่ีได้คือ
ผู้ชายเท่านั้นและบ้านไหนที่มีผู้ชายมา 2 คน ก็จะเลือกเอาคนท่ีมีอายุมากกว่าเป็นคนไหว้เจ้าท่ี

แหล่งเรยี นรูท้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

16

ของเซ่นไหวเ้ จา้ ที่จะวางไว้บนตอไมภ้ ายในไร่ ของเซน่ ไหว้ตอ้ งเป็นเนอื้ หมู ไก่ ปลา ได้ แตห่ ้ามใชเ้ นอ้ื เป็ด ต้องรอ
ให้ผู้ชายไหว้เจ้าที่เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนทุกคนถึงรับประทานอาหารได้ พอปลูกข้าวไร่เสร็จแล้ว เจ้าของไร่
จะท้าพิธีอีกครั้งหน่ึง โดยใช้หนุ่มสาวโสด หยอดข้าวลงในหลุม3หลุม แล้วเอามาใส่ในกระบอกไม้ไผ่ท่ีเจ้า
ของไร่เตรียมไว้ แล้วหลังจากนั้นก็เอาด้ามเสียมท่ีท้าพิธีตอนเช้ามาใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วหันด้ามเสียม
ไปทางดาวช้าง (ช่าเก่อชอ) เอาน้าที่เตรียมไว้มาเทในกระบอกไม้ไผ่แล้วน้าที่เหลือก็จะสาดกันเพ่ือเป็น
กันเรียกฝน ซึ่งถือว่าเสร็จส้ินพิธี โดยเจ้าของไร่จะน้าข้าวท่ีเหลือไปต้มเหล้าเรียกว่า (บือแชะคลี) ถ้าเจ้าของ
ไร่ต้มเหล้าเสร็จแล้วก็จะไปเรียกฮีโข่ และคนในหมู่บ้านมาดื่มและท้าพิธีให้เจ้าของบ้าน หนุ่มสาวโสดที่ท้าพิธี
ในไร่ก็ต้องมาดื่มด้วย ในช่วงน้ี แต่ละบ้านก็จะเริ่ม (แชทือ) หรือท้ากักดักหนู รอบๆไร่และระหว่างทางไปไร่
เพื่อเป็นอาหารในการมาไร่แตล่ ะวัน หลังจากน้นั ก็จะรอให้ข้าวงอก และพอถึงช่วงเดือนมิถุนายน ชาวบ้านก็จะ
มีการไปถางหญา้ ท่ีไรอ่ ีกครัง้ หนง่ึ

และช่วงนี้ในไร่หมุนเวียนก็จะเร่ิมมีผักกาดท่ีสามารถกินได้แล้วเป็นอย่างแรกส่วนข้าวสาลีน้ัน ก็จะ
เร่ิมออกฝัก และพืชอื่นๆ ก็จะงอกงามตามมา ช่วงที่ถางหญ้าน้ีเจ้าของไร่ก็จะเตรียมอาหารเพื่อมาท้ากินที่ไร่
ดว้ ยกนั ช่วงเดือนกรกฎาคม ก็จะมกี ารถางหญ้ารอบทีส่ อง

ช่วงน้ี ก็จะได้กินพชื ผกั ในไรเ่ ยอะมากข้ึน เช่น มะเขอื แตงกวา ขา้ วสาลี บวบ มะระ ฮอวอ เซ่อเกลอะ
เป็นต้น

ในเดอื นสิงหาคม
เร่ิมเข้าเดือนสิงหาคม ชาวบ้านจะเริ่มท้าพิธี “บวอคึ”

เป็นพิธีเลี้ยงข้าวไร่ช่วงที่ข้าวต้ังท้อง จะเล้ียงด้วยไก่สามตัว
พธิ กี รรมนจ้ี ะมพี ิธยี อ่ ยอกี 4พิธีกรรม คือ ตะแซะ ตะลือเม่ ตะเต่อ
เมาะ และตะคะแกะ

ในเดอื นตลุ าคม
ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ข้าวไร่จะเร่ิมเหลืองพร้อมที่

รอการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านก็จะเตรียม เคียวเอาไว้ส้าหรับเกี่ยวข้าว
เจ้าของไร่จะเป็นคนเริ่มเก่ียวข้าวก้าแรก เป็นเหมือนกับการเปิด
พิธีเกี่ยวข้าวไร่ของตัวเอง จากน้ัน ทุกคนก็สามารถเก่ียวข้าวได้
โดยเริม่ จากใกล้ๆ กระท่อม เพื่อเป็นการเตรียมพ้ืนส้าหรับกินข้าว
เท่ียง ถ้าไร่ไหนคิดว่าไม่สามารถเกี่ยวข้าวเสร็จภายในวันเดียว
ไร่น้ันจะตอ้ งไม่เก่ียวข้าวบริเวณสีเ่ หลี่ยมท่ที ้าพธิ ี (บือแชะลอ)

ถ้าเกี่ยวข้าวเสรจ็ แล้วเจ้าของไร่จะเป็นคนเกี่ยวข้าวในส่ีเหลี่ยม (บือแชะลอ) เจ้าของไร่ที่เกี่ยวข้าวนั้น
เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ แต่ต้องเป็นเจ้าของไร่น้ัน เกี่ยวได้หน่ึงก้ามือ แล้วน้าเอาข้าวก้าน้ันมามัดไว้ท่ีเพดาน
กระท่อมพร้อมกับไขห่ นึง่ ฟอง การที่นา้ ขา้ วและไข่ไก่มามัดไว้ท่ีเพดานกระท่อมน้ันหมายถึง การเรียกขวัญข้าว
ให้กลับมาสู่กระท่อม ส่วนไข่ไก่น้ันใช่แทนไข่โถ่บิค่า (นกขวัญข้าว)เพ่ือมาเรียกขวัญข้าวและกินข้าวพร้อมกับ
โถ่บิคา่ ในวนั เก๊าะธ่อโถ่

17

พอเราเกบ็ เก่ยี วข้าวเสร็จแลว้ ถ้ามีแสงแดดเพียงพอ เราจะ
ตากข้าวไว้ประมาณสามวัน พอข้าวแห้งแล้วเราจะท้าการตีข้าว
ขา้ วของแต่ละไร่กจ็ ะเก็บต่างกันไป บางไรก่ องขา้ วไว้ก่อนบางไร่ก็ยัง
ไมไ่ ด้กองข้าวไว้

พอไปถึงไร่ ก่อนอื่นเจ้าของไร่จะต้องเตรียมพื้นที่ส้าหรับตี
ข้าวก่อนส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใกล้ๆ กับกระท่อมเพ่ือง่ายต่อการขนข้าว
เก็บไว้ในกระท่อม หลังจากท่ีเจ้าของไร่กางผ้าเต้นส์เสร็จแล้วเจ้าของไร่ต้องท้าพิธีตีข้าวก่อนเพ่ือเป็นศิริมงคล
ส้าหรับไร่ไหนที่ไม่ได้กองข้าวไว้ก่อน เราก็จะแบ่งหน้าท่ีเป็นสองอย่าง คือคนตี และคนขนข้าวมาให้คน ตี
ในวันตีข้าวตอนเท่ียงจะมีการมัดมือเรียกขวัญข้าวให้กับข้าวที่โดน หนู นก กิน ข้าวที่ไหลตามน้า และข้าว
ท่ีตกหลน่ ระหวา่ งเก็บเกย่ี ว เราให้ความส้าคัญกบั ขา้ วเพราะเราถอื ว่าข้าวก็มขี วัญเหมอื นกับคน

ในเดอื นพฤศจิกายน - ธันวาคม
หลังจากพิธมี ดั มอื เสรจ็ เราจะใส่ข้าวในกระสอบแล้วเก็บไว้ในกระทอ่ มไร่ข้าว จากนั้นรอการทา้ นาเสรจ็

แล้วค่อยเกา๊ ะทอ่ โธ่
“เก๊าะทอ่ โธ”่
เก๊าะทอ่ โธ่ เป็นพิธีกรรมข้ันสุดท้ายในไร่หมุนเวียน เก๊าะท่อโธ่ ออกไร่ หมายถึง เลี้ยงส่งนกขวัญข้าว

กลับสู่สวรรค์ โดยมีค้าอธิษฐาน เมื่อถึงฤดูกาลท้าไร่หวนมาอีกคร้ัง ขอให้นกขวัญข้าวกลับมาช่วยดูแลพืชผัก
ในไรอ่ กี วนั ที่เก๊าะท่อโธ่เจ้าของไรจ่ ะน้าไก่หนงึ่ ตัวไปพิธี โดยการท้าท่ีเส้นไหว้ไว้ในกระท่อม ส้าหรับการแกงไก่
ตัวนี้จะใส่พืชผักท่ียังหลงเหลืออยู่ในไร่ เช่น หัวเผือก หัวมัน หลังจากกินข้าวเสร็จก่อนกลับบ้านจะมีพิธี
กินหวั เผือก หัวมัน และไข่ต้ม ท่ีต้มเตรียมไว้อีกท่ีหนึ่ง กินพร้อมกับโธ่บิค่า (นกขวัญข้าว) ในวันน้ี เราจะสร้าง
ยุ้งข้าวให้กับ โท่บิค่า พีบิยอ ไว้ท่ีใต้กระท่อมด้วย ก่อนจะออกจากกระท่อมกลับบ้าน ก็จะเอาดินในไร่ ใส่บน
ใบตองแลว้ เอามาวางไว้ที่กระท่อม เพ่ือบง่ บอกว่าเป็นข้าวของยักษ์ ยักษ์ไม่ได้เอาข้าวเราไป

ห้วยหินลาดใน มีล้าห้วยสาขาทั้งหมด 14 สาย และ
เปน็ แหลง่ ตน้ น้าแม่ลาวซึ่งเป็นแม่สายหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
แม่น้าสายหลักที่หล่อเล้ียงอ้าเภอเวียงปุาเปูา อ้าเภอแม่สรวย
อา้ เภอเมืองเชยี งราย และอ้าเภอเวียงชัย โดยไปไหลไปบรรจบ
กับแม่น้ากกบริเวณท้ายฝายเชียงราย บริเวณอ้าเภอเวียงชัย
โดยหลังจากรวมกับแม่น้ากก จะไหลลงแม่น้าโขงท่ีบริเวณ
สบกก อา้ เภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

แหล่งเรียนรูท้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บ้านห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

18

สมนุ ไพร

สมุนไพร คือ ยาแผนโบราณ และเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านท่ีใช้รักษาโรคต่างๆ มากมาย ต้ังแต่สมัย
โบราณจนถงึ ปัจจุบัน เราสามารถหาสมนุ ไพรไดใ้ นปาุ ที่มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ สมนุ ไพรทชี่ าวบา้ นบ้านห้วยหินลาด
ใน ใช้กันอยใู่ นปัจจบุ นั ได้แก่

1) ชอ่ื ปกาเก่อญอ : เต๊อะซ่ีคี่
ช่อื ไทย : บอระเพ็ด
ลักษณะ : เป็นไม้เถาเลอ้ื ย
แหลง่ ที่อยู่ : ปุาดงดิบ พบได้ในทกุ ภาค
สรรพคณุ : แกไ้ ข้ และรักษาพิษยงุ
ส่วนท่ีใช้ : เถา

วธิ ใี ช้ : สามารถกินสดได้ และเอาเถามาต้มด่มื น้าหรอื เอามาดองกับน้าผ้ึงกนิ

2) ชือ่ ปกาเกอ่ ญอ : ซูเลโบ
ชอ่ื ไทย : ไหมนาง

ลักษณะ : มีลา้ ต้นสีแดง มใี บสีเขยี ว ล้าตน้ คลา้ ยขิง
แหลง่ ที่อยู่ : ปุาดงดิบ พบได้ในทุกภาค

สรรพคุณ : รักษาแผลในหู และแกไ้ ข้
สว่ นที่ใช้ : ล้าตน้ และราก
วิธใี ช้ : ลา้ ตน้ ตากให้เห่ียวแลว้ บีบน้าออกมาใส่หูรักษาแผลในหู หรอื เอารากมาต้มกินแกไ้ ข้

3) ชอ่ื ปกาเก่อญอ : กอ้ เล่

ชอื่ ไทย : สมุนละแว้ง
ลกั ษณะ : เปน็ ไมย้ นื ต้นขนาดเล็ก เปลือกหอม หนา ลอกได้เปน็ แผ่น
แหลง่ ทอี่ ยู่ : ปุาดงดบิ ส่วนใหญ่พบในภาคเหนอื

สรรพคุณ : ลา้ งไต
ส่วนทีใ่ ช้ : เปลือก

วธิ ใี ช:้ เอาเปลือกมาต้มดม่ื

4) ชื่อปกาเกอ่ ญอ : เกอ่ ชอน่าปอ
ช่ือไทย : ห่อข้าวหญ้าบาง
ลักษณะ : เป็นไมย้ นื ต้น
แหล่งทีอ่ ยู่ : ปาุ ดงดิบ พบได้ทุกภาค
สรรพคุณ : รกั ษางสู วัดและรักษามะเร็งระยะเรม่ิ ตน้
สว่ นทีใ่ ช้ : เปลอื ก

วิธใี ช้ : เอาเปลือกมาต้มกินหรอื กนิ ดิบๆ

19

5) ชื่อปกาเก่อญอ : เปอฺ ะนา่ มทู่ ู่
ชื่อไทย : กว๋าวเลือด

ลกั ษณะ : เปน็ ไม้เถาเล้ือย
แหลง่ ทอ่ี ยู่ : ปุาดงดบิ พบได้ทุกภาค
สรรพคุณ : แกช้ า้ ใน

สว่ นทีใ่ ช้ : เถา ราก เปลือก
วิธีใช้ : น้ามาต้มด่มื

สภุ าษิตคาสอนของชาวกะเหรยี่ ง

1. บทธา/หรอื คาสุภาษติ ปกาเก่อญอ

1) ปกา มี เล๊อะ เปลอ มี เล๊อะ เปลอ ปกา ปก่า เลอ๊ ะ เปลอ ปก่า เลอ๊ ะ

ปกา มี เล๊อะ เปลอ ดึ หยื่อ เดอ ปกา ปก่า เลอ๊ ะ เปลอ ดึ หยอื่ เดอ

ลอ เก เซอ่ แค อี เตอ๊ ะ ดึ เลอ เตอ๊ ะ เกอะ มี เกอ๊ ะ ปก่า บะ เลอ

ความหมาย ถ้าเราไมน่ บั ถงึ ความเช่ือ ลบลู่ความเชื่ออายจุ ะไมม่ ่ันขวัญยืน

2) เปอะ เมะ เตอะ มา ต่า ดิ อี ปา เลอะ กอ่ ย่ี เกอะ แตะ นี

3) เปอะ เมะ เตอะ มา ต่า ดิ อี ลอ หม่า โม่ เดอะ ปุา อะ่ มี

ความหมาย ถา้ เราไมส่ ืบทอดประเพณีวฒั นธรรมดั้งเดมิ เราจะถกู คนอื่นนินทาเอาได้

4) บิ เบ โอะ ดิ เหม่ โอะ ดิ บิ เบ เหม่ ยู เน่ ลอ พิ ชุ้ย

ความหมาย จงศกึ ษาค้าสอนตอนที่ผู้เฒา่ ผู้แก่ยังอยู่ ถ้าวนั ใดที่ผ้เู ฒ่าผแู้ ก่ไม่อยู่จะไมเ่ หล่อื คา้ สั่ง

สอนใหเ้ ราสืบทอด

5) พอ กี่ โค้ เดาะ ท่อ เลอะ แช พอ กอ โค้ เดาะ ท่อ เลอะ แช

ปกา มี แล ปกา มี จะ แกละ ปกา ปก่า แล ปกา ปกา่ จะ แกละ

ตา่ เตอะ จะ แกละ เหม่ เปอุ แด แล ดะ แว หะ เพลอะ ดะ แว

ความหมาย เป็นเด็กก่อนจะทา้ อะไรตอ้ งถามไถป่ รึกษาผู้เฒา่ ผู้แก่กอ่ นเสมอ

6) พอ ซิ หมอ่ื เด๊าะ จ่า เซอ่ เร ต่า แค เซอะ ชี นะ เตอ่ เก

ความหมาย อย่าหเู บาเชื่อคนงา่ ย

แหล่งเรยี นรทู้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

20

1.6 สภาพทางเศรษฐกิจของชุมชน
อาชีพหลักของชาวบ้านห้วยหินลาดใน คือการเก็บชาปุา และน้าผ้ึง ซ่ึงชาจะปลูกบริเวณริม ล้าธาร

เป็นชาพันธ์ุพืน้ เมอื ง (ชาอัสสัม) ปลูกตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี และไม่ต้องใช้น้ามาก ปลูกแทรกในปุาอย่าง

กลมกลืน นอกจากชายังมีการปลูกผลไม้เมืองหนาว เช่น ลูกพลับ ท่ีทาบกิ่งจากต้นกล้วย ฤาษี (พลับพ้ืนถิ่น)
โดยไดร้ ับการสง่ เสรมิ จากโครงการหลวง นอกจากพลับก็มีลูกก่อ ซ่ึงเอากิ่งไม้ใช้ท้าฟืน ลูกก่อ ค่ัวกินหอมอร่อย

และเป็นสินคา้ สรา้ งรายได้ ลกู มะขมใช้ท้ายาระบาย หนอ่ ไมท้ ี่ขายทัง้ หนอ่ และไมท้ า้ ขา้ วหลาม

ชาอัสสัม
ความเปน็ มาของชา
ชาด้ังเดิมที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยก่อนมีช่ือรียกว่า “ชาอัสสัม” จะปลูก
ในพ้ืนท่ีสูงอุดมสมบูรณ์ ชาอัสสัมจะเก็บทั้งใบแก่และยอดอ่อนใบแก่จะเก็บ
ช่วงเดือนธันวาคม - เดือนมกราคม ใบแก่จะเก็บเอาไปขายในเมืองจะมีการ
แปรรูปเป็นชาเยน็ ส่วนยอดชาจะท้าเป็นชาแห้ง จะเก็บในช่วงปลายเดือนมา
คม - ตน้ เดือนพฤภาคม วิธกี ารเก็บยอดชาเพ่อื ท้าเปน็ ชาแห้ง มดี งั น้ี

1. การเกบ็ ยอดชานั้นเราจะตอ้ งเก็บสองใบหนง่ึ ยอด เพราะการเกบ็ ในปรมิ าณนี้จะไมแ่ กแ่ ละออ่ นจนเกินไป
เพอื่ จะได้ชาทม่ี คี ุณภาพ

2. นา้ ยอดชาทเี่ ก็บมาไดไ้ ปใส่ในกระดง้ ทง้ิ ไวส้ กั พักค่อยนา้ มาค่วั
3. นา้ ชามาคัว่ ใหช้ าเหย่ี วพอประมาณ จากนั้นให้เอามานวดให้พอดี
ไมค่ วรนวดให้เละ
4. นา้ ชาที่นวดเสรจ็ นา้ ไปตากแดดให้แหง้
5. ก่อนทีจ่ ะน้าชามาชงด่มื ให้ค่ัวอกี รอบ เพอื่ เพ่ิมความหอมของชา

ผง้ึ ในปา่ บา้ นหว้ ยหนิ ลาดในนน้ั มอี ยู่ 3 ชนิด คือ
1. ผึ้งหลวง (เก่อแน)
2. ผึ้งโพรง (แกวะโดะ)
3. ผึง้ ชนั โรง (แกวะโพ)
น้าผึ้งแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน ผ้ึงหลวงเป็นที่มี

ขนาดล้าตวั และขนาดรงั ทีใ่ หญ่ทสี่ ดุ สร้างรังอย่บู นตน้ ไมส้ ูงสามารถบิน
ออกไปเก็บเกสรดอกไม้ได้ไกลและได้เกสรจากพืชในระดับที่สูงกว่า
ผึ้งชนิดอื่นๆ ต่างจากผึ้งโพรงที่จะบินหาเกสรในระดับพื้นดิน
ท้าให้น้าผ้ึงของทั้งสองชนิดนี้มีรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนผ้ึงอีกชนิดท่ีเรียกว่าผ้ึงชันโรง ผึ้งชนิดนี้
มีล้าตัวขนาดเล็ก แต่มีความพิเศษในตัวเองสูงเพราะรังผึ้งจะถูกซ่อนอยู่ในโพรงไม้หรือใต้ดินและเป็นรังที่มี
ระบบปิด ท้าให้น้าผ้ึงเกิดการหมักตัวในรังของมันเองตามธรรมชาติ รสชาติของน้าผึ้งที่ได้จะค่อนข้างเปร้ียว
อมขมเป็นพิเศษ น้าผึ้งในแต่ละปีจะมีรสชาติท่ีต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับส่ิงแวดล้อมและระบบนิเวศในปีน้ันๆ
ผง้ึ หลวงจะใชว้ ิธกี ารโดยการใชต้ ที อยข้ึนไปเก็บน้าผง้ึ บนตน้ ไมจ้ ะเก็บในช่วงเดอื นเมษายน

21

ส่วนผง้ึ โพรงถกู ท้าขน้ึ ด้วยการน้าแผน่ ไม้มาประกอบกนั หรอื เปน็ ไม้ท่ีเจาะเอาเน้ือตรงกลางออกให้เป็นรู
และน้าแผ่นไม้มาปิดบริเวณด้านบนและด้านล่าง เจาะเป็นรูกลมๆ บริเวณข้างโพรงไม้ จากน้ั นให้น้าไขผ้ึง
มาละลายแล้วน้าไปทาบรเิ วณรูที่เจาะไว้ และด้านในของโพรงไม้ เพ่ือล่อตัวแม่ให้เข้ามาอาศัยเพื่อสร้างรังและ
ผลิตน้าผง้ึ โดยจะน้าโพรงไม้นี้

ผึ้งหลวง

ผึ้งหลวง เป็นผ้ึงท่ีมีขนาดใหญ่ที่สุด ซ่ึงอาศัยอยู่ในปุา
บรเิ วณปาุ บา้ นห้วยหินลาดในมคี วามอดุ มสมบูรณ์ มีผ้ึงหลากหลาย
พันธุ์ท่ีสามารถหาได้ในปุา ชุมชนบ้านห้วยหินลาดในนิยมหาผึ้ง
หลวงในเดือนเมษายน เพราะนา้ ผึง้ จะมีความเข็มข้น ท่ีเรียกกันว่า
น้าผึ้งเดือนห้า ผึ้งหลวงเป็นผึ้งที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะท้องเป็น
ปล้องสดี ้าสลบั เหลอื ง พบไดต้ ามปาุ หรือชนบท สร้างรังบนที่สูงมี
ความดุและต่อยปวดกว่าชนิดอ่ืน ๆ การเก็บผลผลิตน้าผึ้งจากผ้ึงหลวง เป็นสิ่งท่ีอยากต่อการเก็บน้าผึ้งเพราะ
ลงั ผึ้งจะอยู่บนตน้ ไมท้ ่มี คี วามสูง ตอ้ งปีนตน้ ไม้ เพ่อื เกบ็ น้าผึ้งบนท่ีสูงเพ่ือให้ได้น้าผึ้งมา คนท่ีเก็บน้าผึ้งจะต้องมี
ความช้านาญในการขึน้ ต้นไม้และการไลผ่ ง้ึ หรือปูองกันผึ้ง ขณะเก็บรงั ผ้ึงให้ไดน้ ้าผง้ึ ทสี่ ะอาด

ผง้ึ โพรง

การเลีย้ งผึ้ง กถ็ อื วา่ เป็นอกี หนงึ่ อาชพี ทีส่ ้าคัญ
ต่ อ ช า ว บ้ า น ใ น ชุ ม ช น บ้ า น ห้ ว ย หิ น ล า ด ใ น
โดยมีผึ้งที่มีความส้าคัญอยู่ 3 ชนิด ได้แก่
ผ้ึงหลวง ผ้ึงโพรง และผึ้งชันโรง หมู่บ้านห้วย
หินลาดใน มคี วามโดดเด่น ด้วยการน้าภูมิปัญญา
ท้องถ่ินของชาวบ้านมาต่อยอดท้าเป็นธุรกิจ
จ้าหน่ายน้าผึ้งปุาบริสุทธ์ิเพ่ือสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน อีกทั้ง ยังมีการน้ารายได้ส่วนหนึ่งท่ีได้จากการ
จา้ หน่ายน้าผง้ึ ของชาวบ้านแตล่ ะคนมารวบรวมกัน จัดตั้งเป็นกองทุนละลาย (กองทุนน้าผึ้ง) เพื่อน้าเงินท่ีได้ไป
ใชใ้ นการดูแลและรกั ษาปุารวมถงึ ใช้ในการท้ากิจกรรมอน่ื ๆ ของหมู่บา้ นต่อไป

ผึ้งที่สา้ คัญอีกชนิดหน่ึงของหมบู่ ้านหว้ ยหินลาดในก็คือผ้ึงโพรง (ชื่อสามัญ: The Asiatic Honey Bee,
ช่ือวทิ ยาศาสตร์: Apis cerana Fabricius) ท่อี าศัยอยู่ตามโพรงไม้ในปุา ซึ่งภายหลัง จากท่ีชาวบ้านได้พื้นท่ีปุา
คืนจากการสัมปทานตั้งแต่เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2532 ท้าให้ชาวบ้านมีโอกาสได้ กลับมาฟ้ืนฟูและดูแลพ้ืนที่ปุา
อีกครั้ง ท้าให้พื้นท่ีปุากว่า 22,000 ไร่ ท่ีชาวบ้านได้เข้าไปดูแลมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น ส่งผลท้าให้มีผึ้ง
จากถิ่นอ่ืนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในปุาของหมู่บ้านห้วยหินลาดใน เป็นจ้านวนมาก ดังน้ัน ปริมาณน้าผ้ึงปุา
ท่ีได้จากผึ้งโพรงจึงมีเพิ่มมากข้ึนด้วย และนอกจากน้าผึ้งปุาท่ีได้มาจากผ้ึงโพรงท่ีสร้างรังอาศัยอยู่ในโพรงไม้
ตามธรรมชาติแล้วน้ัน ก็ยงั มีน้าผึง้ ท่ีไดม้ าจากผึ้งโพรงท่ีอาศัยและสร้างรงั อยูใ่ นกล่องรงั ผงึ้ ทช่ี าวบ้านสรา้ งข้ึน

แหล่งเรียนรูท้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

22

ชนั โรง

นิยมใช้แผ่นไม้ตีเป็นรูปกล่อง ส่ีเหลี่ยมผืนผ้า หรือ
เจาะเปน็ รูปกล่องวงกลม/ส่ีเหล่ียมผืนผ้า ชันโรงใช้เวลา
สะสมอาหารท่ีมีความครบถ้วนประมาณ 1-3 ปี ต้อง
ผ่านฤดูท่ีไม่มีดอกไม้ไปแล้วถึงจะดี ชันโรงสะสม
“ตัวยา” มากเพียงพอน้าผึ้งชันโรงบ้านห้วยหินลาดใน
ขายราคาขวดละ 1,000 บาท (750 มล.) มีรายได้จาก
การขายน้าผ้ึงชันโรงประมาณปีละ 20 ขวด หรือ
20,000 บาท โดยหักเงินเข้ากองทนุ ดแู ลปุาและสวัสดกิ ารสว่ นรวม ขวดละ 30 บาท

การทอผ้า

ชนชาตพิ นั ธชุ์ าวกะเหรยี่ ง (ปกาเกอะญอ) บ้านห้วยหินลาดใน
นิยมใส่เส้ือผ้าฝูายทอมือมาแต่สมัยโบราณ ซึ่งแต่เดิมชาวกะเหรี่ยง
จะปลูกฝูายเอง น้าฝูายมาป่ันเป็นเส้นด้าย ย้อมด้วยสีธรรมชาติสร้าง
ลวดลายด้วยการทอ การปักด้วยเส้นไหม และลูกเดือย สตรี
ชาวกะเหรี่ยง จะถา่ ยทอดภูมิปญั ญากระบวนการผลิตผา้ ทอ แก่บุตรสาว
อายุ 12-15 ปี เร่ิมจากแบบง่ายๆ ฝึกฝนจนมีความช้านาญ และ
สามารถออกแบบลวดลายด้วยตนเองได้
ผู้หญิงชาวกะเหรยี่ งไดร้ ับการกล่าวขานว่าเป็นชนเผ่าผู้มีฝีมือ
ในการทอผ้าท่เี ก่งทส่ี ดุ เผา่ หนง่ึ จะได้รับการถ่ายทอดความรู้ทักษะฝีมือ
การทอผ้ามาจากผู้เป็นแม่ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงในวัยประมาณ 10 ปี
ผู้ห ญิง ชา วก ะเ หรี่ ยง มั กจะทอเ สื้อ ผ้า ไว้ ใช้ สวม ใส่ ใน ชีวิ ตป ระ จ้า วั น
ท้ังของตนเองและสมาชิกในครอบครัว หรือ ทอเก็บไว้ใช้ในงานพิธี
สา้ คัญ ๆ เช่น งานแต่งงาน งานประเพณีส้าคัญต่าง ๆ ผ้าทอกะเหรี่ยง
มีลักษณะเป็นผ้าทอหน้าแคบ ที่ใช้เคร่ืองมือทอแบบห้างหลัง หรือ
ที่เรียกกันว่าก่ีเอว ผ้าที่ทอจะถูกก้าหนดตามความต้องการใช้งานตั้งแต่เร่ิมต้นทอ เช่น ผ้าทอส้าหรับเสื้อ
ผา้ ทอส้าหรับผา้ ซิ่น ผา้ ทอส้าหรับผ้าโพกศรีษะ หรอื ผา้ ทอสา้ หรับทา้ เป็นย่าม เป็นต้น

23

แหลง่ นา้ ทส่ี าคญั

แหล่งน้าท่ีส้าคัญบ้านห้วยหินลาดใน 1.ห้วยหินลาด (แม่หละโกล๊ะ) 2.ห้วยเชอพอ (ต้นทองหลาง)
3.ห้วยเสือ (เบาะโซะโกล้ง) 4.ห้วยน้าฮ้าง (โก่บอเอรสุโกล๊ะ) 5.ห้วยเกี๊ยะด้า (โชซูโลล๊ะ) 6.ห้วยแม่ฉางข้าว
7.ห้วยนกแก๊ง (โทเคโกล๊ะ) 8.ห้วยเซกวาเด (กิ่วต้นก่อข้าว) 9.ห้วยฮ่อพี่ (เล้ียวบ้าน) 10.ห้วยว่าเกลาะ
(ปุาไม้เหี้ยะ) 11.ห้วยโก๊ะ (ล้าห้วย) 12.ห้วยเฆาะโกะ (ห้วยต้นยางโพรง) 13.ห้วยเก่อลีแฮ (ห้วยลมแรง)
14.หว้ ยพะเล (ผาเยอื ง) 15.หว้ ยจอนากุย (ช่ือกลว้ ยไม้ชนดิ หนึ่ง)

ระบบกรองนา้ ใช้
แท้งน้าสาหรบั เกบ็ นา้

ป่าไม้ทส่ี าคญั ของหมบู่ า้ นห้วยหนิ ลาดใน

ป่าดิบช้ืน (Tropical Rain Forest of Moist Evergreen Forest) เป็นปุาต้นน้าที่มีต้นไม้ปกคลุม
หนาแน่น มีทง้ั ปาุ ดบิ เขา และปุาเบญจพรรณ

แหล่งเรยี นรทู้ างวฒั นธรรมของชุมชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

24

ในพ้ืนที่ปุา มีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ และพืชเศรษฐกิจ ของชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน เช่น ชาอัสสัม
กาแฟ หน่อไม้ ลูกพลับ ฯลฯ ซึ่งชุมชนมีความผูกพันอยู่กับปุา ด้าเนินชีวิตกับปุา ท่ีมีความรักและหวงแหนใน
ธรรมชาติที่สวยงาม ของชมุ ชนชาติพันธุก์ ะเหร่ียงบ้านหว้ ยหนิ ลาดใน ท่สี ร้างรายได้ สรา้ งอาชีพ สรา้ งวัฒนธรรม
ตน้ ไมท้ ีส่ าคัญของหมู่บา้ นห้วยหินลาดใน
ตน้ ลาพู

เป็นต้นไม้ท่ีมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ท่ีชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ช่วยกันรักษาไว้ในช่วง
ยคุ สัมปทานปุาไม้ การเขา้ มาบกุ รกุ ปุาของนายทุนสมั ปทานปาุ ไม้ ในระยะสมั ปทานปุาไม้

ต้นลาพู

25
ตน้ ชา 100 ปี

ตน้ ชา 100 ปี ชุมชนไดพ้ บต้นชาขนาดใหญ่ ในปุาซ่ึงเป็นต้นชาอัสสัมชัน คาดว่าต้นชามีอายุประมาณ
100 ปี ขน้ึ ไป ซ่ึงมลี ้าตน้ ขนาดให

แหล่งเรียนรทู้ างวัฒนธรรมของชมุ ชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

26

1.7 แผนที่ชมุ ชน

พ้นื ที่อย่อู าศัย, พนื้ ท่ีทา้ กิน, พ้นื ทีพ่ ิธกี รรม,พืน้ ทีใ่ ชป้ ระโยชน,์ พ้นื ท่อี นรุ กั ษ์
แผนท่ีเสน้ ทางเรียนรู้ธรรมชาติ บ้านหว้ ยหนิ ลาดใน

27

แผนท่ที างภูมศิ าสตร์ เชน่ แมน่ ้า ภูเขา

บ้านห้วยหินลาดใน หมู่ท่ี 7 ต้าบลบ้านโปุง อ้าเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย ต้ังอยู่ในเขต
ปุาสงวานแห่งชาติ ปุาแม่ปูนหลวง ปุาแม่ปูนน้อย ปุาห้วยโปุงเหม็น ท่ีคงสภาพอุดมสมบูรณ์มีระดับความสูง
จากนา้ ทะเล อยใู่ นพ้ืนที่ปุาต้นน้าชน้ั 1 A ระดบั ความสงู จากนา้ ทะเล 800 – 900 เมตร

แหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

28
แผนที่สิ่งปลูกสร้าง
โรงเรยี นบ้านหว้ ยหินลาดใน อาคารเรียน

บรเิ วณหน้าเสาธง

ป้ายด้านในโรงเรยี น

ป้ายด้านนอกโรงเรยี น

ที่ทาการผู้ใหญบ่ ้านห้วยหนิ ลาดใน 29
ดา้ นใน

วัดบ้านห้วยหนิ ลาดใน/สถานปฏบิ ัตธิ รรมบ้านหว้ ยหินลาด

ด้านหน้า

แหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

30
อาคารหอประชมุ บา้ นห้วยหนิ ลาดใน

ดา้ นลา่ งสาหรับประชุม
ดา้ นบนห้องพักสาหรับแขก

31

1.8 ปฏทิ นิ ชมุ ชน กิจกรรม/ประเพณี หมายเหตุ

เดือน วัน เดือน 1.พิธีกจ่ี น้ึ ี่ท่อซอ) มัดมอื ข้นึ ปีใหม่
มกราคม 1 มกราคม
2.พธิ ีไหวเ้ จา้ ท่ีเจา้ ทางเริม่ ทา้ ไร
ของทกุ ปี
กุมภาพันธ์ หมนุ เวียน นิยมแตง่ งาน

มนี าคม 3.ประเพณแี ต่งงาน
เมษายน
พฤษภาคม ประเพณีมัดมือ

มถิ นุ ายน เร่มิ ก่อนท่จี ะลงมอื ท้าไร่ท้านา ซ่ึง
กรกฎาคม
อยู่ในชว่ งตน้ เดอื นกุมภาพันธ์ของทุก

ปี โดยหมอผีเป็นผู้หาฤกษ์งามยามดี

แ ล้ ว นั ด แ น ะ ใ ห้ ช า ว บ้ า น เ ต รี ย ม

อาหาร สุรา และขนมซ่ึงท้าจากข้าว

เหนยี ว โดยน้าข้าวเหนียวมาน่ึงแล้ว

เอามาต้ากับงา ภาษากะเหรี่ยงเรียก

ขนมน้ีว่า “หมีโ่ ตป่ ”ิ

1.ประเพณีแต่งงาน นิยมแต่งงาน

2.พิธกี รรมเล้ียงผขี องชาวบา้ น

1.พิธีกรรมเลย้ี งผขี องชาวบา้ น

2.ประเพณเี วยี นเจดยี ์

3.พิธีตดั เวรตัดกรรม

4.ประเพณีสงกรานต์

ประเพณีแต่งงาน นิยมแตง่ งาน

ฤดูปลกู ข้าว 2.ให้ชายโสดขุดหลมุ หญงิ สาวใส่เมล็ด

1.พิธีไหวเ้ จ้าทาง (พะเมโข)่ พนั ธ์ุ เนือ่ งจากวยั เจริญพนั ธ์ุ

2.พิธีแชะลอตึ 3.พิธีขอฝน

3.พธิ จี มึ าค่อ 4.เปน็ พิธกี ารเอาเมล็ดขา้ วทเี่ หลือจาก

4.พธิ ีบอื และคลี การเพาะปลูกมาต้มเหล้า เพอื่ ผใู้ หญใ่ น

หมูบ่ า้ นมาเลย้ี งให้พร โดยใหช้ ายโสด

หญิงโสดมารว่ มเผ่ือความเป็นสิรมิ งคล

1.พิธีลอ่ื กอ่ 1.เลีย้ งศาลหมู่บา้ น

2.พธิ เี ลือ่ ทีโบ 2.เลย้ี งผนี า้ หรือฝายน้า (เล้ียงของคุณ

แมน่ ้า)

พธิ ีผกู แขนเรียกขวญั

ซึ่งเป็นเดือนท่ีคาบเก่ียวระหว่าง

ปลายเดือนกรกฎาคม ต้นเดือน

สิงหาคม

แหล่งเรยี นรูท้ างวฒั นธรรมของชุมชน “บ้านห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

32 วัน เดอื น กจิ กรรม/ประเพณี หมายเหตุ
เดือน พิธปี ดั เปุาอุปสรรคส่งิ ไม่ดี
สงิ หาคม พิธบี อคึ พิธขี อขมาลาโทษตอ่ สัตว์ในไร่ทเี่ ผา
- ตาแซะ พธิ ขี อให้พืชพันธุเ์ จริญงอกงาม (ถ้าท้า
กนั ยายน - ตา่ เล่อื เม นามีแค่ 1 พิธี ตือ ตาเตอ่ เลอะ)
ตุลาคม - ตา่ เตอ่ เมาะ พธิ ีขอใหส้ ตั ว์ใหญไ่ ม่มาท้าลายพืช
พฤศจกิ ายน - ตา่ ขะแกะ อปุ กรณ์ประกอบด้วย
ธนั วาคม พธิ มี ดั มือ - ขา้ วต้มมัด (เมตอ) จะมีตวั ผกู้ ับตวั
เมีย
1.วถิ กี ารเพาะปลกู ขา้ วของชาว - ขา้ วปฺุ (เมโตพ้)ี
กะเหรย่ี ง - แกงไกต่ ัวผู้ตวั เมีย
2.พิธผี กู มือเดือน 9 - ขา้ วสุก
- เหลา้ ตม้ 1 ขวด
1.พธิ ีเอาะบอื โค่ - เครือ่ งแตง่ กาย เสอ้ื ผู้ชาย,เสื้อผู้หญิง
2.พธิ ีกุ๊บอื ,ผา้ หม่ ,ผ้าถงุ ,ผ้าโพกหวั
1.พธิ เี พาะบอื - สายศีล (ล่อื ก่ีจ)ึ
2.พิธมี ัดมอื - ไมโ้ คนข้าว (นอ่ โคขวา้ )
3.พธิ ีเพาะคดี ะ - ขันโตกใหญ่ (เซอะบ)ิ
4.พธิ ีกอ้ ท่อโท่ - กระบู (ทอ) เอาใสเส้ือผ้า

1.พิธีเรียกขวัญข้าวหลังเกบ็ เกี่ยว 1.กนิ ขา้ วใหม่ เพ่อื เปน็ สิริมงคล
2.พธิ แี ต่งงาน 2.การเกบ็ เกยี่ วไร่
1.พิธีเกยี่ วกับตขี ้าว
2.
3.เอาขา้ วใหม่ทเี่ หลอื จากการเก็บเก่ียว
มาต้มเหล้า
4.เรียกนกขวญั ข้าว
หา้ มแต่งงาน เพราะชือ่ ของเดือน
ธันวาคม “ลาปลอื ” แปลว่า เดอื นผี

33

ปฏิทนิ การเกบ็ ผลติ ผลทางการเกษตร

JANUARY

Harvest : Old tea leaves, Rattan

มกราคม ฤดูแห่งเตรียมพ้นื ทท่ี างการเกษตร เพอ่ื ปลูกขา้ ว

และเก็บพชื ป่ าหมุนเวยี น เช่น ใบชาแก่ หวาย

FEBRUARY - MARCH

Harvest : Chili, Eggplant

พฤษภาคม ฤดูแห่งการเกบ็ ผลผลิตทางการเกษตร

เช่น พริก มะเขอื

APRIL

Ceremony : Burn the field, Build Homestead
fence

เมษายน ฤดูการแห่งการเตรียมพ้ืนท่ีสร้างแนวป้องกนั

ไฟป่ า เพอื่ ป้องกนั ไฟป่ าเผา ผลิตผลทางการเกษตร

MAY

Harvest : Rice sprout, Lettuce,
Chili, Corn, Pumpkin, Cucumber,
Eggplant, Tea leaves.

พฤษภาคม ฤดูแห่งการปลูกขา้ วและการ

เกบ็ ผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผกั กาดหอม
แตงกวา พริก มะเขือ ฟักทอง ข้าวโพด
ชายอดอ่อน

แหล่งเรียนรทู้ างวฒั นธรรมของชมุ ชน “บา้ นห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

34

June

Ceremony : Offer Sacrifices to a spirit or fire
and field cut the grass

มถิ นุ ายน ฤดูการแห่งการเตรียมพ้นื ท่ีการเกษตร

การประกอบพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ การเสียสละ
พ้ืน ที่ ป่ า โ ด ย มี ก า ร เ ผ า ป่ า ใ น พ้ื น ท่ี ใ ก ล้ห มู่ บ้า น
เพอื่ การเกษตรแบบทาไร่หมุนเวียน โดยการลงความเห็น
ของคณะกรรมการหมู่บ้านในการจัดสรรท่ีดินทากิน
ตามระยะเวลารอบการหมุนเวยี น

JULY

Harvest : Lettuce, Cerny convert,
bamboo shoots plantation
กรกฎาคม ฤดูแห่งการเก็บผลผลิตทางการเกษตร
เมื่อสภาวะอากาศทาให้ผลผลิตทางการเกษตร
มีความสมบูรณ์พร้อมเก็บผลผลิตทางการเกษตร
เช่น ผกั กาดหอม ผกั กาดขาว สลดั

AUGUST

Harvest : Nuts, Beans, Peas, Chili, Cassava
manioc (Cutting grass), Bamboo Caterpillar

สิงหาคม ฤดูแห่งการเกบ็ ผลผลิตทางการเกษตร และแมลง

จากป่ า เช่น ถว่ั ฝักยาว ถวั่ แดง ถวั่ ลิสง พริก มนั สาปะหลงั
พลบั หนอนรถด่วน

35

September

Harvest : Chives, Zucchini Sweet, Bsail (karen)

And Bitter gourd, Bamboo Caterpillar,

Bamboo shoots plantation

กนั ยายน ฤดูแห่งการเกบ็ ผลผลิตทางการเกษตร และ

อาหารจากป่ า เช่น ตน้ หอม แตงกวาซุกินี โหรพา
(กะเหรี่ยง) และ มะขม ยอดชาอ่อน หน่อไม้ซาง
หนอนรถด่วน

Harvest : Rice

ตุลาคม ฤดูแห่งการเกบ็ เก่ียวผลผลิตทางการเกษตร ขา้ ว

เช่น ขา้ วไร่, ขา้ วนา

November

Harvest : Black tea, Tonkho

พฤศจกิ ายน ฤดูแห่งการเกบ็ เกี่ยวผลผลิต

ทางการเกษตร และอาหารจากป่ า เช่น ชาเหมย, คอ้

December

Harvest : Tao, Black tea

ธันวาคม ฤดูแห่งการเกบ็ เกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร

และอาหารจากป่ า เช่น ดอกต๋าว ชาเหมย

แหล่งเรียนรูท้ างวัฒนธรรมของชุมชน “บ้านห้วยหินลาดใน”

CULTURAL LEARNING SOURCE WHuay Hin Lad Nai

36

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ปญั หาและทุนชมุ ชน

2.1 สถานการณ์ปญั หาชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน

2.1.1 ปัญหาอตั ลกั ษณแ์ ละวฒั นธรรม
ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ยังคงสืบสานอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุกะเหร่ียง

ใช้ชวี ติ แบบเรยี บง่าย โดยพง่ึ พาชีวิตแบบพอเพยี ง และยงั คงสบื ทอด ถา่ ยทอดอัตลกั ษณ์และวัฒนธรรมของชุมชน
ไดอ้ ย่างยงั่ ยนื การปรับเปลี่ยนของวิวัฒนาการหรือเทคโนโลยี ยังไม่เข้าถึงมากนัก จึงทําให้ชุมชนมีความสามัคคี
และเยาวชนในหม่บู ้านเป็นแบบอยา่ งท่ดี ี

2.1.2 ปัญหาความมัน่ คงในท่ีดินและการเข้าถงึ ทรพั ยากร
การจัดสรรท่ีดินทํากิน และอยู่อาศัย ยังไม่ได้รับการแก้ไข เน่ืองจากสภาพพ้ืนท่ีเป็นเขตป่า

อนุรักษ์ลุ่มน้ําชั้น 1A ป่าสงวนแห่งชาติแม่ปูน,โป่งเหม็น ในพื้นทีอยู่อาศัยและที่ทํากิน ยังไม่ได้รับการจัดสรร
แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องก็ไม่ได้ห้ามอยู่อาศัยและทํากิน ประชาชนมีความอบอุ่นใจ และ
เจา้ หนา้ ท่ปี ่าไม้ หนว่ ยงานราชการในพ้ืนท่พี รอ้ มสง่ เสรมิ และสนับสนนุ การดําเนินงานของชุมชนบ้านห้วยหินลาด
ใน เน่ืองจากชุมชนมกี ารอนรุ กั ษป์ า่ ทม่ี ีความสมบูรณอ์ ยูค่ กู่ บั ปา่ ตลอดมา

2.1.3 ปัญหาสถานภาพบุคคล
สถานภาพบคุ คล ชมุ ชนบ้านหว้ ยหนิ ลาดใน มีบัตรประจาํ ตัวประชาชนทกุ ครวั เรอื น และมที ะเบยี นบา้ น

ได้รบั การแก้ไขเรียบรอ้ ยแล้ว

2.1.4 ปัญหาคณุ ภาพชวี ิต (มติ เิ ชิงเศรษฐกิจ)
จากสถานการณป์ จั จบุ นั ราคานํ้ามันตลาดโลก เพิม่ มลู คา่ สูงขึ้น ชุมชนตอ้ งใชน้ า้ํ มันในการเดินทาง

ไปซื้อของในเขตอําเภอ หรือพื้นที่ห่างไกล ซ่ึงมีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายเพ่ิมข้ึนเล็กน้อย การดํารงฐานชีวิต
ของชุมชนยังคงผูกพันกับธรรมชาติและมีหน่วยงานเข้ามารับซื้อผลิตภัณฑ์ในชุมชน จึงเป็นส่ิงที่ชุมชนลดต้นทุน
การขนสง่ และมอี าชีพในชุมชนได้อย่างยังยืน

2.1.5 ปญั หาสุขภาวะ
ปัจจุบันบ้านห้วยหินลาดใน มีหน่วยงานแพทย์เคล่ือนที่จากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโป่ง

เขา้ มาตรวจและรกั ษาโรคเบอ้ื งตน้ ในการช่วยเหลือกจิ กรรมตา่ งๆ ในชุมชน

แผนบรหิ ารการจัดการพื้นทค่ี มุ้ ครองวิถีชีวิตกลุม่ ชาตพิ นั ธ์ชุ าวกะเหร่ยี ง “บา้ นหว้ ยหนิ ลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

37

2.1.7 ปัญหาอืน่ ๆ (ท่ไี ด้จากการสารวจ)
(1) การขยายเขตระบบจาหน่ายไฟฟา้
กรณีการขอขยายเขตไฟฟ้าบ้านห้วยหินลาดใน

หมู่ที่ 7 ตําบลบ้านโป่ง อําเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย หากยื่น
ขออนญุ าตตามมาตรา 13/1 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ
พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องจัดทํารายงานการวิเคราะห์
ผลกระทบส่ิงแวดล้อม (Environmental Impact Assessment) หรือ
EIA เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เน่ืองจากพ้นื ที่ท่ีขออนุญาตอยู่ใน
ชั้นคุณภาพลุม่ นํา้ ช้นั ท่ี 1 การวิจยั การวเิ คราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(Environmental Impact Assessment) หรือ EIA ต้องดําเนินงานโดยองค์กรมหาวิทยาลัยท่ีเกี่ยวข้องต้องใช้
งบประมาณจํานวนมาก และหากวิจัยเสร็จ ก็ยังต้องเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป ผลของการวิจัย
จงึ ไมแ่ น่ชดั จะสามารถขออนุมตั ขิ อใชไ้ ฟฟ้าไดห้ รือไปไม่

ก า ร พิ จ า ร ณ า ท า ง เ ลื อ ก ข อ ง ชุ ม ช น ใ น อี ก ก ร ณี ห นึ่ ง
โดยสามารถขอไฟฟ้าได้ ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวน
แห่งชาติ พ.ศ. 2507 โดยการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการ
ปฏิบตั ิงานของเจา้ หนา้ ท่ศี นู ย์ประสานงานโครงการศูนย์การศึกษาเรียนรู้
เพ่ือการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามวิถีชีวิตชนเผ่าปกาเกอะญอ
(ป่านันทนาการ) ตามพระราชดําริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อฟื้นฟูป่าต้น
นํา้ ลาํ ธารและแกไ้ ขปญั หาหมอกควนั ไฟป่า ท้องท่บี ้านห้วยหนิ ลาดใน หมู่ 7 ตําบลบ้านโป่ง อําเภอเวียงป่าเป้า จังหวัด
เชียงราย โดยโครงการดังกล่าวได้นําเสนอสํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท่ี 2 (เชียงราย) เรียบร้อยแล้ว เพ่ือ
ดําเนินการเสนออธิบดีกรมปา่ ไม้ ตอ่ ไป

(2) การปรบั ปรงุ ถนนดนิ แดง ใหเ้ ปน็ ถนนคอนกรีต
การแก้ไขปัญหา นายดวงดี ศิริ ผู้ใหญ่บ้าน

ห้วยหินลาดใน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโป่ง และ
คณะกรรมการหมู่บ้าน ไ ด้นําเสนอต่อนายกองค์การบริหารส่วน
ตําบลบ้านโป่ง การปรับปรุงถนนดินแดง ให้เป็นถนนคอนกรีต
ขณะน้ีอยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตําบล
บ้านโปง่ จังหวัดเชยี งราย

แผนบรหิ ารการจดั การพน้ื ท่คี ุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุช์ าวกะเหรีย่ ง “บา้ นหว้ ยหนิ ลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

38

2.2 ทุนชุมชนบา้ นห้วยหินลาดใน

2.2.1 ทุนกายภาพ หมบู่ า้ นหว้ ยหนิ ลาดในมีพ้นื ทป่ี ่า

ทรัพยากรป่าไม้ 11,000 ไร่

ประเภท รูปธรรม คุณค่า/ ผมู้ บี ทบาท ช่องทาง
เขา้ ถึง
ประโยชน์
คณะกรรมการ
ทุนกายภาพ 1.ทรพั ยากรปา่ ไม้ ปา่ ไม้ ช่วยในการดูดซับนํ้า/เปน็ 1.หน่วยอนรุ กั ษป์ ่าเขตพื้นท่ี หมบู่ า้ นหว้ ย
หินลาดใน
2.แม่นา้ํ แหลง่ อาหาร/แหลง่ เรียนรู้/ทาํ ให้ เวยี งปา่ เปา้

สภาพอากาศบรสิ ทุ ธส์ิ ดชืน่ /ฝน 2. คณะกรรมการหมูบ่ ้าน

ตกตามฤดูกาลชว่ ยลดปัญหาน้ํา 3.องค์การบรหิ ารสว่ นตาํ บล

หลากน้ําท่วมในฤดูฝน บ้านโปง่

4. ท่ีว่าการอาํ เภอเวียงป่าเป้า

มีชนดิ ตน้ ไมห้ ลายสายพันธ์ุ ดังนี้

1. ไมย้ าง (เคาะ) 20.ต้นไทร (เคลอ) 39.ต้นสารภี (เซ่คอมี)

2.ต้นลําพนู (โกะ) 21.ทองหลาง (เชอ) 40.ตน้ ชงโค (เก่อเฮอ)
3.ตน้ จําปี (แชร) 22.ตน้ หวาย (เก)่ 41.มะขาม (มะเก)้
4.ตน้ สน (โช) 23.ต้นอบเชย (เตอ่ ช่ีซอ) 42.ต้นมะกอก

5.ต้นมะขาม (เซย่ า) 24.ตน้ ขเี้ หลก็ 43.ตน้ สมอ
6.ต้นมะมว่ ง (เซ่อเคาะ) 25.ต้นกาแฟ 44.ตน้ กะท้อน (มะตง๋ึ )

7.ตน้ มะไฟ (เซปอ่ จอื่ ) 26.ต้นขนนุ (เปอะแม่ว) 45.ต้นลูกท้อ (มะข)ุ
8.ตน้ กอ่ (เซ) 27.ตน้ มะยม 46.ต้นวาสนา (เซ่คอม)ี
9.ตน้ ไม้เกย๋ี ง (เซม)ี 28.ตน้ ตงั้ (กิ้ลอ) 47.ตน้ รวงผ้งึ

10.ต้นพลบั (พะซา่ ) 29.ตน้ กล้วย (เซอ่ ก้วิ ) 48.ต้นแค (แค่ว)
11.ต้นไผห่ ก (จําล)ี 30.ตน้ มะปราง (เซค่ อ) 49.ต้นฝลั่ง (มะแควะเซอโมะ)

12.ตน้ เต๋า (ตา่ เชอด)ึ 31.ต้นลําไยป่า (เก่อแจเลอ่ ) 50.ต้นพญาเสือโครง่ (แซ่กอเว)
13.ตน้ กอ้ (โล่) 32.ต้นสม้ โอ (มาโอ) 51.ต้นปวิ (เคาะโพ)
14.ต้นชา 33.ตน้ สม้ (ซ้อซยุ ) 52.ต้นมะตาด (ซะโปล)้

15.ต้นไผ่ซาง (วาม)ี 34.ตน้ กล้วฤาษี (เลโคมอ่ ) 53.ต้นชมพู่ (ทีดี)
16.ต้นไผข่ า้ หลาม (วาบลอ) 35.ต้นมะคําดคี วาย (เซ่เลเ่ ด) 54.ต้นไม้ยม (ว)ี

17.ตน้ รัก (ซูเจอแม) 36.ต้นสลดี ง (ทะซู) 55.ต้นสปั ปะรดป่า (แนะมี)
18.ตน้ มะเฟอื ง (มาเปอ) 37.ต้นเพกา (เดาะกา๋ ) 56.ตน้ มะขม
19. ต้นมะแฟง (เวเซ่อพ่ี) 38.ต้นไมด้ ู่ (เส้อะเดอะ)

แผนบริหารการจดั การพนื้ ท่ีคมุ้ ครองวิถีชีวติ กลุ่มชาติพันธ์ชุ าวกะเหรีย่ ง “บ้านหว้ ยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

39

ทรพั ยากรน้า

แหลง่ น้าท่สี าคญั บา้ นหว้ ยหนิ ลาดใน
1.ห้วยหนิ ลาด (แม่หละโกละ๊ )

2.ห้วยเชอพอ (ต้นทองหลาง)
3.ห้วยเสอื (เบาะโซะโกลง้ )
4.หว้ ยน้าฮ้าง (โก่บอเอรสุโกล๊ะ)

5.หว้ ยเก๊ียะดา (โชซูโลล๊ะ)
6.หว้ ยแมฉ่ างข้าว

7.หว้ ยนกแก๊ง (โทเคโกล๊ะ)
8.ห้วยเซกวาเด (ก่วิ ต้นกอ่ ข้าว)
9.ห้วยฮ่อพ่ี (เลยี้ วบา้ น)

10.หว้ ยวา่ เกลาะ (ปา่ ไม้เหย้ี ะ)
11.หว้ ยโก๊ะ (ลาหว้ ย)

12.หว้ ยเฆาะโกะ (ห้วยตน้ ยางโพรง)
13.ห้วยเกอ่ ลแี ฮ (หว้ ยลมแรง)
14.ห้วยพะเล (ผาเยือง)

15.ห้วยจอนากยุ (ช่อื กลว้ ยไม้ชนดิ หนงึ่ )

แผนบรหิ ารการจดั การพืน้ ทค่ี ้มุ ครองวิถชี ีวติ กลุ่มชาตพิ นั ธุช์ าวกะเหร่ียง “บ้านหว้ ยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

40

2.2.2 ทนุ เครอื ญาติ

1. ผูน้ าทางศาสนาพุทธ (พระคาไพ)

สถานปฏิบัติธรรมบ้านห้วยหินลาดใน/วัดบ้านห้วยหินลาดใน เป็นสถานที่ของชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน
ใช้ประกอบพิธีกิจกรรมวนั สาํ คัญตา่ งๆ วนั สําคัญทางพุทธศาสนา เป็นทีเ่ คารพสักการะของชุมชน
2. ผูน้ าทางพิธีกรรม “ฮโ่ี ข”่ (นายนุ ปะปะ)

มดั มอื เลยื้ งศาลเจ้าป่าเจ้าเขา,พิธีทางศาสนาพุทธ,แกผ้ ิดจารตี ,พิธแี ต่งงาน ฯลฯ
3. ผูน้ าทางสังคม (นายปรีชา ศริ ิ) ปราชญช์ าวบ้าน พัฒนาชุมชน

นายปรชี า ศิริ ปราชญ์ชาวบา้ นทีม่ ีความรู้ เปน็ ที่ปรกึ ษาของหมบู่ า้ นในการจัดกจิ กรรม ประเพณี
ตา่ งๆ ในหมู่บ้าน เปน็ บคุ คลทเ่ี คารพและศรทั ธา ของประชาชนในหมบู่ ้าน

แผนบรหิ ารการจัดการพน้ื ทีค่ มุ้ ครองวิถีชวี ติ กลุ่มชาติพนั ธ์ชุ าวกะเหรยี่ ง “บา้ นหว้ ยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

41

4. ผู้นาทางการ (นายดวงดี ศริ )ิ ผู้ใหญ่บา้ นห้วยหนิ ลาดใน ทางการปกครอง

ผ้ใู หญ่บา้ น ผู้นาํ ในการพัฒนาหมบู่ ้าน การประสานงานหน่วยงานราชการ ทีเ่ กี่ยวข้อง โครงการพัฒนา
หมู่บา้ นดา้ นต่างๆ เพอ่ื การพฒั นาทยี่ งั ยืน

5. ผนู้ าเยาวชน (นางสาวศริ ินทิพย์ สิรจิ รยิ า)

บทบาทในการประสานการรวมกลุม่ เยาวชน, คา่ ยสบื สานวัฒนธรรม,บทธา, ภมู ิปัญญา, อาหาร,
การแตง่ กาย, สมุนไพร, การราํ ดาบ, ดนตรี เชน่ เตหนา่ กลอง ฉาบ เปา่ เขาควาย

ประเภท รูปธรรม คณุ คา่ / ผู้มบี ทบาท ชอ่ งทาง
ทุนเครอื ญาติ เขา้ ถงึ
ประโยชน์
บ้านเลขท่ี
1.ผูน้ าํ ทางศาสนาพุทธ พิธีทางศาสนาพทุ ธ ทําบญุ ตกั บาตร พระคําไพ หมู่ 7
ตาํ บลบ้าน
เขา้ วดั พังเทศน์ โปง่
อําเภอ
2. ผูน้ าํ ทางพิธีกรรม - มดั มือ, เลยื้ งศาลเจ้าป่าเจ้าเขา,พิธี นายนุ ปะปะ “ฮโ่ี ข”่ เวียงป่า
เป้า
ทางศาสนาพทุ ธ,แกผ้ ดิ จารตี ,พธิ ี จงั หวัด
เชยี งราย
แต่งงาน

3. ผู้นาํ ทางสงั คม เป็นผนู้ าํ ชาวบา้ น การปรึกษา หารือ นายปรชี า ศิริ

แผนงานในการดาํ เนนิ งาน กจิ กรรม/

พิธีกรรม ต่างๆ ในหมู่บ้าน

4. ผนู้ าํ ทางการ ผนู้ ําทางการปกครอง ผใู้ หญบ่ า้ นห้วย นายดวงดี ศิริ

หนิ ลาดใน

5. ผนู้ าํ เยาวชน) ผนู้ าํ ร่นุ ใหมแ่ หง่ การเปลย่ี นแปลง นางสาวศิรินทพิ ย์ สิริ

จริยา

แผนบรหิ ารการจัดการพนื้ ท่คี ้มุ ครองวิถชี วี ติ กลุ่มชาตพิ นั ธช์ุ าวกะเหรยี่ ง “บา้ นห้วยหนิ ลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

42

2.2.3 ทนุ ความรู้

ประเภท รปู ธรรม คุณค่า/ ผมู้ ีบทบาท ชอ่ งทาง
ประโยชน์ เขา้ ถึง
ทนุ ความรู้ ทนุ ทางดา้ นวฒั นธรรม ประชาชนบ้านห้วยหิน
ศิลปะ ประเพณี วฒั นธรรม ศิลปะ ประเพณี ดา้ น ลาดใน บา้ นหว้ ยหิน
การแตง่ กาย การดาํ รงชวี ติ วถิ ชี ีวติ ลาดใน หมู่ 7
แบบดั่งเดมิ ของชมุ ชนท่ีมี ตําบลบา้ นโป่ง
เอกลกั ษณ์จุดเด่น เปน็ แหลง่ อําเภอเวยี งป่า
ทอ่ งเที่ยวในการศึกษาเรยี นรู้ ใน เปา้ จังหวัด
ดา้ นตา่ ง ๆ เชียงราย

2.2.4 ทุนเศรษฐกจิ
ชว่ งเดือน ธันวาคม – กมุ ภาพันธ์ ของทกุ ปี การเก็บใบชาอัสสัมแก่
ชาดาอัสสัม (Assam Black Tea) ลักษณะของใบชาอัสสัม

เวลาแห้งจะเป็นสีดําและบางครั้งมีดอกตูมสีทอง เมื่อแช่ในนํ้าใบชาจะกลายเป็นสีแดง
เข้มหรือสีนํ้าตาลเข้ม ชาดําน้ีไม่เหมือนกับชาเขียวหรือชาขาวเพราะผ่านการออกซิไดซ์

(oxidation) เกือบ 100% ส่งผลทําให้มีรสชาติท่ีเข้มข้ึนและอายุการเก็บนานกว่าชา
ชนิดอื่น ๆมีรสชาติที่ละเอียดอ่อนในขณะท่ีชาอัสสัมมีรสที่ขม เนื่องจากสภาพแวดล้อม
การปลูกและวธิ ีการผลิตที่แตกตา่ งกนั

ประโยชนข์ องชาอัสสัม

ชาอสั สัม มคี าเฟอนี ซ่ึงสามารถลดอาการงว่ งนอนและเพมิ่ พลังงาน
ในตอนเช้า ชาอัสสัมมีสารท่ีช่วยดูแลสุขภาพของฟันโดยการฆ่า
เช้ือแบคทีเรียในปาก นอกจากน้ันยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่

เสริมสร้างระบบภูมคิ ุม้ กันและอาจชว่ ยลดความเส่ียงของโรคหัวใจ
โรคหลอดเลอื ดสมอง และโรคมะเร็ง ในขณะท่ีวิตามินบี 1 (ไทอา

มีน) ช่วยในการปรับปรงุ การไหลเวยี นโลหิต

การขาย
โดยโรงงานชาตรามือ จะมารับซ้ือ

ณ บ้านห้วยหินลาดใน เป็นใบชาสด ราคา
กิโลกรัมละ 8.00.- บาท รายได้เฉลี่ยต่อ

ฤดูกาล 20,000 กิโลกรัม ขายได้เฉลี่ย
160,000 บาท

แผนบรหิ ารการจดั การพ้นื ทค่ี ุ้มครองวิถีชีวติ กล่มุ ชาติพันธุ์ชาวกะเหรยี่ ง “บา้ นหว้ ยหนิ ลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”

43

ชว่ งเดอื นมีนาคม – พฤษภาคม ของทกุ ปี
เกบ็ ใบชาออ่ น
พ่อคา้ ชาวจีนจะมารับซ้ือ ณ บ้าห้วยหินลาดใน ราคา กิโลกรัม
ละ 60.00.- บาท เฉล่ียรายได้ต่อฤดูกาล 40,000 บาท/ครัวเรือน
ทง้ั หมด 21 ครวั เรอื น รวมรายได้ทั้งหมบู่ ้าน 840,000 บาท

ชว่ งเดอื น เมษายน – พฤษภาคม ของทกุ ปี
เก็บน้าผึ้ง ประเภท ผึ้งโพรง ผึ้งหลวง ผึ้งชันณรงค์
เฉลี่ยรายได้ต่อการเก็บนํ้าผ้ึง 20,000 บาท/ครัวเรือน
รวมรายได้ทั้งหมู่บ้าน 20 ครัวเรือน 400,000 บาท/
หมูบ่ ้าน

ชว่ งเดือน กรกฎาคม – สิงหาคม ของทุกปี
เก็บหน่อไม้ ขายโรงงานทาํ หน่อไม้ทีบ่ า้ นป่าง้วิ ขายกิโลกรัม ละ 8
บาท รวมรายได้ท้ังหมู่บ้าน 2,5000 กิโลกรมั รวมรายไดท้ ง้ั
หมบู่ า้ น 200,000 บาท

ชว่ งเดอื น กันยายน ของทกุ ปี
เก็บมะขม
มีบุคคลภายนอกมารับซื้อ ณ หมู่บ้านห้วยหินลาดใน
กิโลกรัมละ 18.00.- บาท รายได้เฉลี่ยทั้งหมู่บ้าน
6,000 กิโลกรัม รวมรายได้ทั้งหมู่บา้ น 114,000 บาท

ช่วงเดือน ตลุ าคม – พฤศจกิ ายน ของทุกปี
เก็บเกยี่ วข้าว (ข้าวไร่ ข้าวนาดํา) สาํ หรบั บริโภค ตลอดจนงา

แผนบรหิ ารการจัดการพ้ืนทคี่ ุ้มครองวิถีชวี ิตกลมุ่ ชาตพิ นั ธุ์ชาวกะเหรย่ี ง “บา้ นห้วยหินลาดใน”
MANAGEMENT PLAN OF THE WAY OF LIFE KAREN ETHNIC GROUP “HUAY HIN LAD NAI”


Click to View FlipBook Version