สำนั กงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
วันสงกรานต์
ส่ งเสริม
สื บสาน
ประเพณีไทย
ประวัติวันสงกรานต์
สงกรานต์คือ ประเพณีของประเทศไทย ลาว กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไต
แถบเวียดนาม และ มนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และประเทศทางตะวัน
ออกของประเทศอินเดีย สันนิษฐานกันว่าประเพณีสงกรานต์นั้นได้รับวัฒนธรรม
มาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน โดยจะจัดให้มี
ขึ้นในทุกวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๔ ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม สงกรานต์ เป็นคำในภาษา
สันสกฤต หมายถึง การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้ายการ
ประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตามความเชื่อของไทยและบาง
ประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ประเพณีสงกรานต์นั้น มีสืบทอดกันมา
ตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า ประเพณีตรุษสงกรานต์ หมายถึง
การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เดิมทีวันที่ จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้
มีการกำหนดวันที่ แน่นอน คือ ตั้งแต่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย
คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. ๒๔๓๑ และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็น
วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ จนถึง พ.ศ. ๒๔๘๓
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ประวัติวันสงกรานต์
เมื่อครั้งก่อน พิธีสงกรานต์เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว หรือชุมชน
บ้านใกล้เรือนเคียง แต่ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้นเป็น
เทศกาลสงกรานต์ โดยได้ขยายออกไปสู่สังคมเป็นวงกว้างมากขึ้น และมีแนว
โน้มที่จะเปลี่ยน ทัศคติ ตลอดจนความเชื่อไป
แต่เดิมในพิธีสงกรานต์จะใช้น้ำ เป็นสัญลักษณ์ ที่เป็นองค์ประกอบหลักของพิธี
แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่ พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ
ในวันนี้จะใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ มีการรำลึก
และกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็น
ประเพณีกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ตำนานวันสงกรานต์
ตำนานวันสงกรานต์เริ่มต้นในสมัยก่อนพุทธกาล มีเศรษฐีครอบครัวหนึ่ง อายุ
เลยวัยกลางคนก็ยังไร้ทายาทสืบสกุล ซึ่งทำให้ท่านเศรษฐีทุกข์ใจเป็นอันมาก
พยายามไปบวงสรวงพระอาทิตย์และพระจันทร์ เพียรพยายามตั้งจิตอธิษฐาน
ขอบุตร ทำเช่นนี้เป็นเวลาติดต่อกันถึง ๓ ปี ก็ไม่ได้บุตรดังที่ตนปรารถนา
จนวันหนึ่งเป็นวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ เศรษฐีพาข้าทาสบริวารของตนมาที่
โคนต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่บนฝั่ งแม่น้ำที่อาศัยของนกทั้งหลาย เศรษฐีให้
บริวารล้างข้าวสารด้วยน้ำสะอาดถึง ๗ ครั้ง แล้วจึงหุงข้าวสารนั้น เมื่อสุกแล้ว
ยกขึ้นบูชาพระไทร เทพเหล่านั้นเกิดความสงสาร จึงขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์ ทูลขอ
บุตรแก่เศรษฐี พระอินทร์จึงบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งชื่อ “ธรรมบาล” ลงมา
เกิดในครรภ์ของภรรยาเศรษฐี เมื่อครบกำหนดภรรยาเศรษฐีก็คลอดบุตรเป็น
ชาย เศรษฐีจึงตั้งชื่อว่า ธรรมบาลกุมาร เพื่อตอบสนองพระคุณเทพเทวา
เศรษฐีจึงสร้างปราสาทสูง ๗ ชั้น ถวายเทพต้นไทร
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ตำนานวันสงกรานต์
กบิลพรหม ดวลปัญญา ๓ ข้อ
ตำนานเล่าต่อไปว่า เมื่อธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้น กิตติศัพท์ลือเลื่องไปทั่วแคว้นว่า
เป็นเด็กน้อยที่มีปัญญาเฉียบแหลม รอบรู้ และสามารถสำเร็จคัมภีร์ไตรเวทได้ในวัย
เพียง ๗ ปีเท่านั้น
กิตติศัพท์ดังกล่าวระบือไปเข้าหู ท้าวกบิลพรหม จึงเกิดแนวคิดท้าประลองปัญญา
กับเด็กน้อยด้วยคำถาม ๓ ข้อ ได้แก่
๑.ตอนเช้า ราศีคนอยู่แห่งใด
๒.ตอนเที่ยง ราศีของคนอยู่แห่งใด
๓.ตอนค่ำ ราศีของคนอยู่แห่งใด
หากกุลบุตรสามารถตอบทั้ง ๓ คำถามนี้ได้ ท้าวกบิลพรหมจะเอาศีรษะเป็นเดิมพันไว้
บูชาธรรม แต่หากไม่สามารถตอบคำถามได้ เด็กน้อยต้องถูกกุดหัว ซึ่งหลังจากได้ฟัง
คำถาม ธรรมบาลกุมารขอผลัดการตอบคำถามไปอีก ๗ วัน
เมื่อล่วงเข้าสู่วันที่๖เด็กน้อยไปนอนพักเอาแรงใต้ต้นตาล บนต้นตาลมีนกอินทรีคู่หนึ่ง
อาศัยอยู่
นางนกถามสามีว่า “พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารที่ไหน”
นกสามีก็ตอบว่า “พรุ่งนี้เราไม่ต้องบินไปไกล เพราะจะได้กินเนื้อธรรมบาลกุมาร
ซึ่งจะถูกท้าวกบิลพรหมตัดหัว เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ได้”
นางนกถามว่า “ปัญหานั้นว่าอย่างไร”
นกสามีตอบว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ และหมายถึง
ข้อหนึ่ง ตอนเช้าราศีของมนุษย์อยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุกๆ เช้า
ข้อสอง ตอนเที่ยงราศีคนอยู่ที่อก มนุษย์จึงต้องเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
ข้อสาม ตอนค่ำราศีคนอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน
กุมารน้อยจึงจดจำคำตอบของนกผัวเมียจนขึ้นใจ แล้วไปตอบท้าวกบิลพรหม จนเป็น
ผู้ชนะในที่สุด ท้าวกบิลพรหมต้องสละศีรษะตามเดิมพัน
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ตำนาน ๗ นางสงกรานต์
หลังแพ้พนัน ท้าวกบิลพรหมได้เรียกธิดาทั้ง ๗ ซึ่งประทับบนสรวงสวรรค์ชั้น
จาตุมหาราช (สวรรค์ชั้นที่ ๑ ในทั้งหมด ๖ ชั้น) ลงมาสั่งความ
เนื่องจากท้าวกบิลพรหมเป็นเทพที่มีฤทธิ์มาก หากตัดศีรษะแล้ววางไว้บนแผ่นดินก็จะ
ลุกไหม้ไปทั้งโลก ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศ อากาศจะแห้งแล้ง ฟ้าฝนจะหายไปสิ้น และ
ถ้าทิ้งลงไปในมหาสมุทร น้ำในมหาสมุทรจะแห้งเหือดหมดสิ้น
จึงสั่งให้ลูกสาวทั้ง ๗ เอาพานมารองรับศีรษะก่อน แล้วจึงตัดศีรษะส่งให้นางทุงษธิดา
คนโต เอาไปแห่ประทักษิณ (เวียนขวา) รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วอัญเชิญไปไว้
ในมณฑปถ้ำคันธุรลี เขาไกรลาส บูชาด้วยเครื่องทิพย์ พระเวสสุกรรม (พระวิษณุ
กรรม) เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ ชื่อภควดี ให้เป็นที่ประชุมเทวดา
จากนั้นเทวดาทั้งปวงก็เอาเถาฉมูนวดลงมาล้างในสระอโนดาต ๗ ครั้ง แล้วก็แจกกัน
เสวยทุกๆ องค์ ครั้นครบ ๓๖๕ วันโลกสมมุติว่าเป็นหนึ่งปีเป็นสงกรานต์ ธิดา๗ องค์
ของเท้ากบิลพรหมก็ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของพระบิดาออกแห่ประทักษิณรอบ
เขาพระสุเมรุทุกปี แล้วจึงกลับไปเทวโลก โดยเกณฑ์กำหนดว่าวันสงกรานต์ คือวันที่
๑๓ เมษายน ตรงกับวันใดก็ให้นางสงกรานต์ประจำวันนั้นเป็นผู้แห่ นางสงกรานต์มี
ทั้งหมด ๗ องค์ ได้แก่
๑.นางสงกรานต์ทุงษเทวี
ทุงษเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์ ทัดดอกทับทิม มีปัทมราค (แก้วทับทิม)
เป็นเครื่องประดับ ภักษาหารคืออุทุมพร (มะเดื่อ) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือจักร
พระหัตถ์ซ้ายถือสังข์ เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์ครุฑ
๒.นางสงกรานต์โคราดเทวี
โคราดเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ ทัดดอกปีป มีมุกดาหาร (ไข่มุก) เป็น
เครื่องประดับ ภักษาหารคือเตละ (น้ำมัน) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์
พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า เสด็จประทับเหนือพยัคฆ์ (เสือ)
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ตำนาน ๗ นางสงกรานต์
๓. นางสงกรานต์รากษสเทวี
รากษสเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร ทัดดอกบัวหลวง มีโมรา (หิน) เป็น
เครื่องประดับ ภักษาหารคือโลหิต (เลือด) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือตรีศูล
พระหัตถ์ซ้ายถือธนู เสด็จประทับเหนือวราหะ (หมู)
๔. นางสงกรานต์มัณฑาเทวี
มัณฑาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ ทัดดอกจำปา มีไพฑูรย์ (พลอยสีเหลือง
แกมเขียว) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหารคือนมและเนย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือ
เหล็กแหลม พระหัตถ์ว้ายถือไม้เท้า เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์คัสพะ (ลา)
๕. นางสงกรานต์กิริณีเทวี
กิริณีเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี ทัดดอกมณฑา(ยี่หุบ) มีมรกตเป็น
เครื่องประดับ ภักษาหาร คือ ถั่วและงา อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์
พระหัตถ์ซ้ายถือปืน เสด็จไสยาสน์เหนือปฏษฎางค์ชสาร (ช้าง)
๖. นางสงกรานต์กิมิทาเทวี
กิมิทาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันศุกร์ ดัดดอกจงกลนี มีบุษราคัมเป็นเครื่อง
ประดับ ภักษาหารคือกล้วยและน้ำ อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์
ซ้ายถือพิณ เสด็จประทับยืนเหนือมหิงสา (ควาย)
๗. นางสงกรานต์มโหทรเทวี
มโหทรเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันเสาร์ ทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) มีนิลรัตน์
เป็นเครื่องประดับ ภักษาหารคือเนื้อทราย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือจักร พระหัตถ์
ซ้ายถือตรีศูล เสด็จประทับเหนือมยุราปักษา (นกยูง)
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ความสำคัญของวันสงกรานต์
เป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามประเพณีไทยและถือเป็นวันหยุดประกอบการงาน
หรือธุรกิจทั่วไป
เป็นวันทำบุญตักบาตรจัดจตุปัจจัยไทยธรรม ถวายพระบังสกุลกระดูก บรรพบุรุษ
กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
เป็นวันแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ ในวันนี้จะมีการไปรดน้ำดำหัวขอ
พรจาก พ่อแม่ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือ วันสงกรานต์ถือเป็น วันสูงอายุแห่งชาติ
เป็นวันรวมญาติมิตรที่จากไปอยู่แดนไกล เพื่อประกอบภาระหน้าที่งานอาชีพของ
ตน เมื่อถึงวันสงกรานต์ทุกคนจะกลับมาร่วมทำบุญสร้างกุศล จึงถือเอาวันที่ ๑๕
เมษายน ซึ่งอยู่ในช่วงสงกรานต์เป็นวันรวมญาติหรือ วันครอบครัว
เป็นวันอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย และส่งเสริมการละเล่นตามประเพณีไทย เช่น มีการ
ทำบุญตักบาตร เล่นสาดน้ำ ชักเย่อ มอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้า ฯลฯ
เป็นวันประกอบพิธีทางศาสนา เช่น มีการทำบุญตักบาตรจัดจตุปัจจัยไทยธรรม
ถวายพระ บังสุกุลกระดูกบรรพบุรุษ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ การ
สรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์ ขนทรายเข้าวัด (ก่อพระเจดีย์ทราย ) รับศีล
ปฏิบัติธรรมฯลฯ
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
กิจกรรมวันสงกรานต์
การทำบุญตักบาตร
นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้
แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญในลักษณะนี้มักจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อถึง
เวลาทำบุญก็จะนำอาหารไปตักบาตรถวาย พระภิกษุที่วัด ในวันเดียวกันนี้หลังจากที่
ได้ทำบุญเสร็จ เรียบร้อย ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวัน
สงกรานต์อีกด้วย
การรดน้ำ
นับได้ว่าเป็นการอวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกันน้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มักเป็น
น้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา
การสรงน้ำพระ
เป็นการรดน้ำพระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งในบางทีก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระสงฆ์
เพิ่มเติมด้วย
การบังสุกุลอัฐิ มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของ
สำหรับเถ้ากระดูกของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว
เจดีย์ จากนั้นจะนิมนต์พระไปบังสุกุล
การรดน้ำผู้ใหญ่
คือการที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ อย่าง ครูบาอาจารย์ มักจะนั่งลง
กับที่ จากนั้นผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือกับน้ำธรรมดารดลงไปที่มือผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้
ศีลให้พร หากเป็นพระก็อาจนำเอาผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย แต่หากเป็น
ฆราวาสก็จะหาผ้าถุง หรือผ้าขาวม้าไปให้ เปลี่ยน มีความหมายกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
ในวันปีใหม่ไทย
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
กิจกรรมวันสงกรานต์
การดำหัว
มีจุดประสงค์คล้ายกับการรดน้ำของทางภาคกลาง ส่วนใหญ่จะพบเห็นการดำหัวได้
ทางภาคเหนือ การดำหัวทำเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่ อาวุโสกว่า ไม่ว่าเป็น พระ ผู้
สูงอายุ ซึ่งจะมีการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน หรือเป็นการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ ของที่
ใช้ในการด่าหัวหลักๆประกอบด้วย อาภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มป่อย เทียน และดอกไม้
การปล่อยนกปล่อยปลา
ถือว่าการล้างบาปที่เราได้ทำไว้ เป็นการสะเดาะเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดีมีแต่ความ
สุข ความสบายในวันขึ้นปีใหม่
การขนททรายเข้าวัด
ในทางภาคเหนือนิยมขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นนิมิตโชคลาคให้พบแต่ความสุข ความ
เจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่ขนเข้าวัด แต่ก็มีบางพื้นที่ มีความเชื่อว่า การนำ
ทรายที่ติดเท้าออกจากวัดเป็น บาป จึงต้องขนทรายเข้าวัดเพื่อไม่ให้เกิดบาป
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ประเพณีปี๋ ใหม่เมือง
ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีสำคัญของชาวเหนือ หรือชาวล้านนา อันสืบเนื่อง
มากจากอดีตกาลที่จะยึดถือเป็นช่วงเปลี่ยนศักราชใหม่ โดยกำหนดจุดที่พระอาทิตย์
ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งมักจะตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน หรือ ๑๔ เมษายนของ
แต่ละปี อย่างไรก็ตามประเพณีปีใหม่เมืองจะกินเวลาประมาณ ๔-๗ วันยาวนานกว่า
สงกรานต์ของภาคอื่น ๆ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันสังขารล่อง วันเนา วันพญาวัน วันปากปี
หรือบางท้องที่ก็ไปจบที่วันปากเดือน หรือวันปากวัน
ปีใหม่เมืองมีความสำคัญต่อคนล้านนา ในฐานะ
๑. เป็นการเปลี่ยนปี คนเมืองจะนับปีตามปีใหม่เมือง พอถึงปีใหม่จะกลายเป็นอีกปี
หนึ่งไม่ใช่ปีเดิม อายุของเราจะเพิ่มขึ้นอีกปี
๒. เป็นการเตือนตน และสำรวจตรวจสอบตนเอง เพราะการที่อายุเพิ่มขึ้นจะเป็นการ
ย้ำเตือนให้คนเมืองรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของวัน วัย และสังขาร นั้นคืออนิจจัง ทุกข์ขัง
อนัตตา
๓. เป็นการชำระสะสางสิ่งที่ไม่ดี ปีใหม่เมืองเป็นช่วงโอกาสที่คนเมืองได้สำรวจตรวจ
สอบสิ่งต่าง ๆ ที่ล่วงมา เมื่อพบข้อบกพร่องก็มักจะตั้งจิตตั้งใจสะสางสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม
ออกไป อันใดที่ร้ายก็ขอให้ดับไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ ล่องไปกับสังขาร
๔. ป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งปีใหม่เมืองมีสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายหลายประการ ทั้งที่
เป็นวัตถุและความเคลื่อนไหว เช่น เสื้อผ้า ข้าวของ มีความคึกคักเคลื่อนไหวในการ
ต้อนรับปีใหม่จะเกิดการตั้งใจใหม่ ความหวังใหม่และพยายามใหม่ ถือว่าเป็นการเริ่ม
ต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ประเพณีปี๋ ใหม่เมือง
วันสังขารล่อง หรือสงกรานต์ล่อง หรือสังขานต์ล่อง ถือเป็นวันส่งท้ายศักราชเก่า คน
เมืองจะตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษ ก่อนตีนฟ้ายก เช้ามืดจะมีการยิงปืน จุดประทัด เพื่อไล่สิ่ง
ที่ไม่ดีไปกับสังกรานต์ สาย ๆ จะทำความสะอาดบ้านเรือน บ่าย ชำระล้างร่างกายให้
สะอาด แต่ตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่
วันเนา หรือวันเน่า เป็นวันที่พระอาทิตย์เนาอยู่ระหว่างราศีมีนกับราศีเมษ ในทางทาง
โหราศาสตร์ คือไม่ดี ไม่ส่งเสริมสิริมงคล วันนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ ตั้งแต่เช้ามืด เป็นวัน
จับจ่ายซื้อของจำเป็นต้องใช้ในประเพณีปีใหม่ มีการเตรียมอาหารคาวหวาน เช่น ขนม
จ็อก ห่อนึ่ง แกงฮังเล หรืออื่น ๆ เพื่อจะเอาเป็นทำบุญที่วัดในวันพญาวัน และเอาไป
ดำหัวผู้ใหญ่ ช่วงสาย ๆ จะไปชุมนุมกันเพื่อเล่นน้ำปีใหม่ ที่สำคัญมากของวันนี้ คือ เป็น
วันขนทรายเข้าวัด เพื่อเป็นการก่อพระเจดีย์ทราย ขนมที่นิยมทำกันในช่วงปีใหม่ได้แก่
ขนมจ็อก ขนมชั้น ขนมเกลือ ขนมตายลืม ขนมลิ้นหมา ขนมวง และขนมกล้วย
วันพญาวันหรือพระญาวัน เป็นวันที่มีความหมายต่อคนเมืองมาก เป็นวันยอดม้อน
เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบปี มีกิจกรรมตามความเชื่อในวิถีชีวิต ความเชื่อในพิธีกรรม
ไสยศาสตร์ เช่นการเลี้ยงผีครู การนำเครื่องรางมาล้างนำสิ่งที่ไม่ดีออกไป การสักคาถา
ยันต์ต่าง ๆ ตามร่างกาย ถือเป็นการเพิ่มความขลัง วันนี้เป็นวันที่มีการทำบุญทาง
ศาสนาตั้งแต่เช้าตรู่ มีการถวายภัตตาหารให้กับคนตาย ที่เรียกว่า ทานขันข้าว ทานตุง
หรือถวายตุงปักเจดีย์ทราย ดำหัว คารวะผู้ใหญ่ การส่งน้ำพระธาตุ พระสถูปเจดีย์
พระพุทธรูป การทานไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการค้ำจุนพระศาสนา มี
การทำบุญใจบ้าน คือบริเวณที่ตั้งของเสาบ้าน หรือ สะดือบ้าน
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
วันปี๋ ใหม่เมือง
วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า "วันสั งขารล่อง"
หมายถึงอายุสิ้ นไปอีกปี
วันที่ 14 เมษายน เรียกว่า “วันเนา”
เป็นวันห้ามพูดจาหยาบคาย เพราะเชื่อว่าจะทำให้ไม่เจริญ
วันที่ 15 เมษายน เรียกว่า "วันพญาวัน"
คือ วันเปลี่ยนศกใหม่
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
ปีขาล พ.ศ. ๒๕๖๕ จ.ศ.๑๓๘๔ ปีเต่ายี กัมมัชพล ๓๓๙ มาสเกณฑ์ ๑๗๑๑๘ อุจจพล ๗๐๖
หรคุณ ๕๐๕๕๑๙ ดิถี ๑๕ อวมาน ๔๔๗ วาร ๗
หนังสือปีใหม่เมืองล้านนา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ จุลศักราช ๑๓๘๔ ตัว ปีเต่ายี ไทยว่าปีขาล จัตวาศก ปีนี้สังขานต์ล่องเดือน
๗ เหนือออก ๑๓ ค่ำ พร่ำว่าได้วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน วันไท เป็นวันเมืองเร้า วันพญาวันหากได้เสาร์ที่ ๑๖ เมษายน วันไท
เป็นวันกัดใค้ ในวันสังขานต์ล่องนั้น หื้อไปสู่สระน้ำใหญ่ หนทางไฅว่สี่เส้น หรือต้นไม้ใหญ่ กระทำการสระเกล้าดำหัวหื้อเป็นสิริ
มังคละ ด้วยน้ำขมิ้นส้มป้อย สระเกล้าดำหัว หื้อเบ่นหน้าไปหนวันออกแจ่งเหนือ แล้วหื้อนุ่งผ้าใหม่ เหน็บดอกลิลา(ซ่อนกลิ่น)อัน
เป็นพญาดอกประจำปี จักวุฑฒิจำเริญแล สังขานต์ไปวันพฤหัสบดี ขุนสังขานต์ทรงด้วยเครื่องอันมีสีเหลืองดั่งฅำ สุบกระโจม ต่าง
กระจอนหู มีแก้ววิฑูรย์น้ำฅำเป็นเครื่องประดับ มือขวาถือหมากนับ มือซ้ายพาดตักไว้ ยืนมาเหนือหลังม้าเหลือง เสด็จลีลาศอว่าย
หน้าไปหนอุตตระ นางเทวดาชื่อกัญญา ถือดอกลิลาอันเป็นดอกไม้นามปี มานั่งฅู้เข่าถ้ารับเอาขุนสังขานต์ไป ปีนี้นาคหื้อน้ำ๕ ตัว
ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกที่เขาสัตตบริภัณฑ์ และตกในมหาสมุทร ๑๙๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๓๓ ห่า และตกในโลกมนุษย์ ๗๖ ห่า
ปีนี้งัวแม่รักษาปี นกจอกรักษาเดือน กระต่ายรักษาป่า นาครักษาน้ำ อินทสรเทวบุตรรักษาอากาศ ทกรักขะรักษาดิน นักปราชญ์
เป็นใหญ่แก่ฅนทั้งหลาย เป็ดเป็นใหญ่กว่าสัตว์สองตีน กระต่ายเป็นใหญ่แก่สัตว์สี่ตีน หนามเล็บแมวเป็นใหญ่แก่ไม้จริง ไม้พ่าง
เป็นใหญ่กว่าไม้กลวง หญ้าฅมบางเป็นใหญ่แก่หญ้าทั้งหลายผีเสื้อ(อารักษ์) อยู่ไม้มูก อย่าได้สับ ฟัน บั่น ตัดไม้มูก จักเป็น
อุบาทว์ ขวัญข้าวอยู่ไม้กวาว ไม้ไผ่เป็นพญาไม้ หื้อเอาใบไม้ไผ่มามัดผูกติดเสาเรือน เสาเอก เสานางเสาร้านค้า จักวุฑฒิจำเริญดี
แลปีนี้รสดินบ่สู้มีหลาย แดดฝนพอกัน ฅนทั้งหลายจักเปนพยาธิ์ ของขาว ของแดง ข้าวแลเกลือจักแพง ของเหลืองจักถูกท้าว
พระยา ขุนนาง ฅนทังหลายจักเดือดร้อน ผู้เกิดวันอาทิตย์จักมีโชคลาภ ฅนเกิดวันศุกร์แลฅนค้ากินเทียวทางจักมีเคราะห์ใหญ่หื้อ
ได้ปูชามหาธาตุแลเจดีย์เสียแล ศาสนาพระเจ้าล่วงแล้วได้ ๒๕๖๔ พระวัสสา อนาคตะยังอยู่แถม ๒๔๓๖ พระวัสสา จิ่งบัวระมวล
ปริโยสานะสมัตตาฯ
ที่มา: สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
เทศกาลสงกรานต์
วัฒนธรรมร่วมแห่งอาเซียน
จังหวัดเชียงราย
มีทำเลที่ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างประเทศอาเซียน
ได้แก่ ประเทศพม่า มีอาณาเขตติดกับ อำเภอแม่สายและ
อำเภอเชียงแสน และประเทศลาวมีอาณาเขตติดกับอำเภอเชียงของ
กิจกรรมสงกรานต์อาเซียน
ถือเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ทางด้านประเพณีและวัฒนธรรม เพื่อสร้าง
ความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีในหมู่ประชาคมอาเซียน ไทย ลาว
เมียนมา ร่วมอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้เป็น
ที่รู้จักสู่สังคมโลกและเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และพัฒนามรดกทาง
วัฒนธรรมของชุมชนและของชาติอย่างยั่งยืน
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
เทศกาลสงกรานต์
วัฒนธรรมร่วมแห่งอาเซียน
สงกรานต์ลาว
ประเพณีอันดีงามที่ยังคงรักษาไว้ของพี่น้องชาวลาว เทศกาลสงกรานต์ใน
ประเทศลาวนั้นจัดตั้งแต่วันที่ ๑๔-๑๖ เมษายน หลังประเทศไทย ๑ วัน ทั้ง
๓ วันนี้จะมีชื่อเรียกต่างกันไป วันแรกเรียก “วันสังขารล่วง” เป็นวันทำความ
สะอาดบ้านเรือนเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป และรับสิ่งใหม่เข้ามา วันที่สอง
เรียกว่า “วันเนา” วันแห่งครอบครัว เป็นวันรวมญาติเพื่อบายศรีสู่ขวัญ ผู้
หลักผู้ใหญ่ และวันสุดท้ายเรียก “วันสังขารขึ้น” หรือวันปีใหม่ มีการบายศรี
สู่ขวัญอวยพรซึ่งกันและกัน มีการสรงน้ำพระ และการแห่นางสังขาร (เทพี
สงกรานต์ของประเทศลาว)
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
เทศกาลสงกรานต์
วัฒนธรรมร่วมแห่งอาเซียน
เทศกาลตะจาน
สงกรานต์เมียนมาร์
ตะจาน หรือธินจัน (อังกฤษ: Thingyan) เป็นวัฒนธรรมของชาวพม่าแต่
โบราณไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ ปี เล่นสาดน้ำกันเหมือนกับบ้านเรา และถือเป็นวัน
ขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินสากลด้วย โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๒ เมษายน
ถึง ๑๖ เมษายน ช่วงนี้จะเป็นการเล่นสาดน้ำต้อนรับปีใหม่ และในวันที่ ๑๗
เมษายน จึงจะถือเป็นวันขึ้นปีใหม่
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
เทศกาลสงกรานต์
วัฒนธรรมร่วมแห่งอาเซียน
โจลชนัมทเมย
สงกรานต์กัมพูชา
โจลชนัมทเมย (อังกฤษ: Chaul Chnam Thmey) จัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๑๕
หรือ ๑๔-๑๖เมษายน อยู่ในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยว ที่กัมพูชาจะคล้ายๆ กับที่
ไทย มีการทำบุญตักบาตร ขนทรายเข้าวัด ก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ รวม
ถึงครอบครัวมารวมตัวกันเพื่อรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
เทศกาลสงกรานต์
วัฒนธรรมร่วมแห่งอาเซียน
สงกรานต์สิบสองปันนา
สงกรานต์ชาวไทลื้อ
ชาวสิบสองปันนานั้นอาศัยอยู่ในมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของประเทศ
จีน ที่นี่จัดงานประมาณวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน จุดเด่นของสงกรานต์ที่นี่ก็คือ
การแข่งขันเรือมังกร และขบวนเต้นรำนกยูง ทุกๆ ปีมีนักท่องเที่ยวต่างหลั่ง
ไหลไปเยี่ยมชมกันอย่างมากมายเพราะที่นี่ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรม
ประเพณี และสิ่งแวดล้อมไว้ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญบางบ้านยังพูดภาษา
ไทยได้ด้วย
วันสงกรานต์ "ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
วันสงกรานต์
"ส่ งเสริม สื บสาน ประเพณีไทย"
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
www.culture.go.th/chiangrai
Facebook : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย
โทร. ๐๕๓ ๑๕๐๑๖๙ โทรสาร ๐๕๓ ๑๕๐๑๗๐