The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย
เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบ้านหมากแข้ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 62100101217, 2024-02-05 20:38:02

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย
เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนบ้านหมากแข้ง

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง THE DRVELOPMENT OF THAI LEARNING ACHIEEVEMENT LISING SPELLING SKILL DEVELOPMENT EXERCISES OF THAI LANGUAGE LEARNING BY THAI SPELLING RULES OF PIMARY 1 MAK KAENG SCHOOL. จิรายุ คำทะเนตร1 และนุชนงค์ อุเทศพรรัตนกุล2 Jirayu Khamthanate1 and Nuchanong Uthedpornratanakul2 1 นักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. 1 B.E student, Bachelor of Education Program, UdonThani Rajabhat University 2 อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์ 2 Professor, Thai Language Program, Faculty of Humanities and Social Sciences, UdonThani Rajabhat University บทคัดย่อ งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงมาตราโดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง กลุ่มตัวอย่างเป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๓๐ คน และใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ แบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทยเรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา จำนวน ๕ แบบฝึก ทักษะ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกดตรงมาตรา * ผู้ประสานงาน: จิรายุ คำทะเนตร อีเมลล์: [email protected]


การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent) ผลการวิจัยพบว่า ๑.) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๑ ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงมาตรามีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ ๕.๗๙ คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๖๖ และคะแนน เฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ ๘.๖๕ คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๓๓ ซึ่งไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ๒.) ผลการ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ คำสำคัญ: ภาษาไทย, มาตราตัวสะกดตรงมาตรา, แบบฝึกทักษะ, ผลสัมฤทธ์ทางการเรียน บทนำ ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม อันก่อให้เกิดความเป็น เอกภาพและเสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการ ติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงานและดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุขและเป็นเครื่องมือในการ แสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการ คิดวิเคราะห์ การวิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้า ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพเป็น สมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไปกระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๕๑ : ๓๗) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่ง เป็น กำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม และเพื่อให้มี จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็น ในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ


บนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๕๑ : ๔) เด็กไทยทุกคนควรเรียนรู้และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องทุกโอกาส ซึ่งการเรียนการสอน ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การอ่านและ การฟัง เป็นทักษะของการรับรู้เรื่องราว ความรู้ ประสบการณ์ ส่วนการพูดและการเขียนเป็น ทักษะของการแสดงออกด้วยการแสดงความคิดเห็น ความรู้และประสบการณ์ การเรียนภาษาไทย จึงต้องเรียนเพื่อการสื่อสารให้สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างพินิจพิเคราะห์ สามารถนำความรู้ ความคิดมาเลือกใช้เรียบเรียงคำมาใช้ตามหลักภาษาได้ถูกต้องตรงตามความหมาย กาลเทศะและ ใช้ภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์ (๒๕๔๙ : ๘๐) ด้วยความสำคัญดังกล่าว หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง กระทรวงศึกษาธิการ (๒๕๕๑ : ๓๗) กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสภาพการจัด การเรียน การสอนภาษาไทย ในโรงเรียนประถมศึกษาแล้วพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาษาไทยของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ สมรรถภาพที่มีปัญหาได้แก่ ทักษะ การอ่านและการเขียน ปัญหาคือการออกเสียงพยัญชนะ สระ คำควบกล้ำไม่ชัดเจน การแจกลูก สะกดคำ การใช้หลักภาษาไทยไม่ถูกต้อง การแจกลูกสะกดคำเป็นเรื่องจำเป็นมากสำหรับผู้เริ่ม เรียน หากครูไม่ได้สอนแจกลูกสะกดคำแก่นักเรียนในระยะเริ่มเรียน การอ่านของนักเรียนจะขาด หลักเกณฑ์การประสมคำ เมื่ออ่านหนังสือมากขึ้น ทำให้สับสนอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือผิด ซึ่งเป็นปัญหามากของนักเรียนไทยในปัจจุบัน ผลจากการอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ย่อมส่งผล กระทบต่อการเรียนการสอนในวิชาอื่น ๆ ด้วย เพราะการอ่านเป็นเครื่องมือสำหรับการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง กรมวิชาการ (๒๕๔๖ : ๑๓๔) การสอนภาษาไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องฝึกทักษะ ต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กันทั้งการรับเข้ามา คือ การอ่านและการฟังกับทักษะการถ่ายทอดออกไป คือ การพูดและการเขียน ในด้านการเขียนถือเป็นทักษะที่ยุ่งยากซับซ้อนและเป็นทักษะถ่ายทอด ที่สำคัญต่อการสื่อสารอย่างยิ่ง


จากข้อมูลสภาพปัญหา ความสำคัญ และหลักการดังกล่าว ควรได้รับการแก้ไข เร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวครูผู้สอนควรจะมีการศึกษาหาวิธีปรับปรุงพัฒนาการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพ ให้ทั้งความรู้ทักษะการคิด ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย ทำให้เกิดการเรียนรู้เกิดความแม่นยำ จดจำง่าย และเข้าใจ อย่างลึกซึ้ง จัดระบบเชื่อมโยงความคิดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผู้วิจัยได้คิดหาแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้ศึกษาหานวัตกรรมทั้งเก่าและใหม่นำมา แก้ปัญหา จึงพบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะคาดว่าจะทำ ให้สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแบบฝึก ทักษะเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำของนักเรียนและพัฒนาการเรียนการสอน ภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจากเหตุผลที่นำเสนอข้างต้น ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาแบบฝึก ทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทยว่าจะสามารถทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทยเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ หรือมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนหรือไม่ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรง ตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง การ เขียนมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ สมมุติฐานของการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน มาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงตามมาตรา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


กรอบแนวคิดการวิจัย ภาพที่ ๑ กรอบแนวคิดการวิจัย ที่มา: จิรายุ คำทะเนตร (๒๕๖๖: ๓) วิธีดำเนินงานวิจัย ๑. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนบ้านหมาก-แข้ง ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑/๘ ในภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ จำนวน ๓๐ คน ที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ๒. เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ๒.๑ แบบฝึกทักษะวิชาภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา จำนวน ๕ แบบฝึก แบบฝึกทักษะที่ ๑ มาตราตัวสะกดแม่กง แบบฝึกทักษะที่ ๒ มาตราตัวสะกดแม่กม แบบฝึกทักษะที่ ๓ มาตราตัวสะกดแม่กเกย แบบฝึกทักษะที่ ๔ มาตราตัวสะกดแม่เกอว แบบฝึกทักษะที่ ๕ มาตราตัวสะกดแม่กง แม่กม แม่เกย แม่เกอว ๒.๒ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา แบบ ปรนัย ๓ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ ตัวแปรต้น การเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง มาตราตัวสะกดตรง มาตรา ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงมาตรา


๓. การเก็บรวมรวมข้อมูล ๓.๑ ก่อนการทดลองให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงมาตรา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๓.๒ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสอนกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้แบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้น จำนวน ๕ แบบฝึก ๓.๓ เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้ว ผู้วิจัยให้นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ ข้อมูลทาง สถิติต่อไป ๔. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงมาตรา ขอนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ผู้วิจัยมีวิธีวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ๔.๑ ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยการหาค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและร้อยละ ๔.๒ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t – test for Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย ๑. นักเรียนที่ทำแบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรง ตามมาตรา พบว่า คะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนมีค่าเท่ากับ ๔๘.๕ คิดเป็นร้อยละ ๙๗.๐๐ และคะแนน เฉลี่ยหลังเรียนมีค่าเท่ากับ ๘.๖๕ คิดเป็นร้อยละ ๘๖.๓๓ แสดงว่า ผลของการทำ แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ ๙๗/๘๖.๓๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไว้คือ ๘๐/๘๐


นักเรียน ก่อน เรียน แผนที่ ๑ แผนที่ ๒ แผนที่ ๓ แผนที่ ๔ แผนที่ ๕ รวม หลัง เรียน ๑ ๕ ๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๘ ๘ ๒ ๔ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๖ ๙ ๓ ๕ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๔ ๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๑๐ ๕ ๖ ๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๘ ๑๐ ๖ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๙ ๗ ๓ ๗ ๑๐ ๑๐ ๘ ๙ ๔๔ ๘ ๘ ๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๘ ๑๐ ๔๘ ๑๐ ๙ ๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๙ ๑๐ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๑๐ ๑๑ ๕ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๙ ๔๙ ๘ ๑๒ ๗ ๑๐ ๙ ๑๐ ๑๐ ๗ ๔๖ ๘ ๑๓ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๑๔ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๑๕ ๘ ๙ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๙ ๑๐ ๑๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๑๐ ๑๗ ๙ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๑๐ ๑๘ ๔ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๐ ๑๐ ๔๐ ๘ ๑๙ ๗ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๐ ๓ ๘ ๑๐ ๑๐ ๘ ๘ ๔๔ ๘ ๒๑ ๔ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๒ ๕ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๙ ๒๓ ๓ ๙ ๑๐ ๑๐ ๙ ๙ ๔๗ ๘


นักเรียน ก่อน เรียน แผนที่ ๑ แผนที่ ๒ แผนที่ ๓ แผนที่ ๔ แผนที่ ๕ รวม หลัง เรียน ๒๔ ๔ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๕ ๔ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๖ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๙ ๒๗ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๘ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ ๒๙ ๒ ๖ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๖ ๘ ๓๐ ๕ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๕๐ ๘ รวม ๑๗๓ ๒๘๑ ๒๙๙ ๓๐๐ ๒๘๓ ๒๙๒ ๑๔๕๕ ๒๕๙ ๕.๗๙ ๙.๓๖ ๙.๙๖ ๑๐ ๙.๔๓ ๙.๗๓ ๔๘.๕ ๘.๖๕ S.D. ๒.๐๗ ๑.๒๑ ๐.๑๘ ๐ ๑.๘๘ ๐.๖๙ ๒.๔๖ ๐.๘๕ ร้อยละ ๕๗.๖๖ ๙๓.๖๖ ๙๙.๖๖ ๑๐๐ ๙๔.๓๓ ๙๗.๓๓ ๙๗.๐๐ ๘๖.๓๓ E๑ E๒ ตารางที่ ๒ ตอนที่ ๑ ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกด ตรงตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตามมาตราของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ที่มา: จิรายุ คำทะเนตร (๒๕๖๖: ๓) คะแนน S.D. ร้อยละของคะแนน เฉลี่ย ระหว่างเรียน (E๑ ) ๔๘.๕ ๒.๔๖ ๙๗ หลังเรียน (E๒ ) ๘.๖๓ ๐.๘๕ ๘๖.๓๓ ตารางที่ ๓ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา โดยใช้ แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มา: จิรายุ คำทะเนตร (๒๕๖๖: ๓)


๒. นักเรียนที่ทำแบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตา มาตรา พบว่า นักเรียนที่ทำแบบฝึกหัดดังกล่าวมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ ๕.๗๙ คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ ๘.๖๕ คะแนน ตามลำดับ มีค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) ก่อนเรียนเท่ากับ ๒.๐๗ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) หลังเรียน เท่ากับ ๐.๘๕ มีค่าผลรวมความแตกต่างก่อนเรียนและหลังเรียนเป็น ๘๖ คะแนน มีค่าสถิติ T – test independent ที่ ๘.๗๒ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่า ก่อน เรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ การทดสอบ กลุ่มตัวอย่าง S.D. t ก่อนเรียน ๓๐ ๕.๗๙ ๒.๐๗ ๘.๗๒ หลังเรียน ๓๐ ๘.๖๕ ๐.๘๕ ตารางที่ ๔ ตอนที่ ๒ ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน วิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนมาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่มา: จิรายุ คำทะเนตร (๒๕๖๖: ๓๙) การอภิปรายผล จากผลการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยขออภิปรายผลตามผลการวิจัย ดังต่อไปนี้ ๑. การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน มาตราตัวสะกดตรงตามมาตรา โดยใช้แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตรา ตัวสะกดตรงตามมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ ๕.๗๙ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก แบบฝึกทักษะสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงตามาตรา ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้วิจัยได้ปรับปรุงแก้ไขให้ ตรงกับจุดประสงค์ สอดคล้อง กับเนื้อหา เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน สอดคล้องกับ โดยผู้วิจัยได้ศึกษาคิดค้นคว้าเกี่ยวกับเนื้อหา รายวิชาเรื่องมาตราตัวสะกดตรงมาตรา และได้จัดทำแบบฝึกทักษะ เรื่อง มาตราตัวสะกดตรง มาตราขึ้น จำนวน ๕ แบบฝึก และจัด ให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับ ผลการวิจัย วัลลภา สานาและประภาษ เพ็งพุ่ม (๒๕๖๕ : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึก ทักษะการเขียนสะกดคำ เรื่อง มาตราตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ


โดยใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้ ๑. แบบฝึก ทักษะการเขียนสะกดคำ เรื่อง การเขียนสะกดคำไม่ตรงตามมาตรา ร่วมกับการเรียนรู้ แบบ ร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีค่า E๑/E๒ เท่ากับ ๗๗.๓๘/ ๗๘.๕๐ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำาหนดไว้คือ ๗๕/๗๕ เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ สืบเนื่องจากผลการวิจัยของ สุพรรณนา สงวนศิลป์ (๒๕๔๔ : ๑๙๕) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การเขียนสะกดคำไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โดยทำการศึกษากับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนเขาทอง จังหวัดนครสวรรค์ ภาคเรียน ที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๔๔ จำนวน ๓ ห้องเรียน ซึ่งทำการสุ่มอย่างง่าย เพื่อเป็นกลุ่มทดลอง ๑ ห้องเรียน จำนวน ๓๕ คน และเป็นกลุ่มควบคุม ๑ ห้องเรียน จำนวน ๓๕ คน ผลการวิจัยพบว่า ๑) แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง การเขียนสะกดคำไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๕.๖๘/๘๔.๘๐ และ ๒) ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง การเขียนสะกดคำไม่ตรงตามมาตราตัวสะกด โดยใช้แบบฝึก การเขียนสะกดคำกับการสอนเขียนตามปกติ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ โดยกลุ่มที่ได้รับการสอนด้วยแบบฝึกการเขียนสะกดคำมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า กลุ่มที่ได้รับการสอนแบบเขียนตามปกติ อีกทั้งยังสอดคล้องกับสุนีย์ แก้วของแก้ว (๒๕๔๙ : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้แบบฝึกการประสมอักษร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ พัฒนาการเขียนสะกดคำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา ของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ และเพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียนสะกดคำที่มีตัวสะกด ไม่ตรงตามมาตรา ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกการประสมอักษร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการเขียนสะกดคำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ปี การศึกษา ๒๕๔๘ โรงเรียนบ้านบ่อทอง อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จำนวน ๗ คน ผลการวิจัยพบว่า ๑) ทักษะการเขียนสะกดคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราของนักเรียนที่มี ความบกพร่องทางการเรียนรู้มีการพัฒนาดีขั้น จากผลการวิจัยของผู้วิจัยเองและผู้วิจัยอื่น ๆ พบว่าแบบฝึกทักษะ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการเขียนสะกดคำดีขึ้นกว่าเดิม ชุดแบบฝึกการ


เขียนสะกดคำสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้กับนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนสูงขึ้น ประกอบกับชุดแบบฝึกทำให้นักเรียนได้ทบทวนความรู้ที่ได้เรียนไป เริ่มจากแบบฝึกที่ง่าย ไปหายาก จึงทำให้เรียนรู้ได้เร็วและจดจำได้ดียิ่งขึ้น ทำให้นักเรียนมีโอกาสทำซ้ำ ๆ ในการเขียน สะกดคำ จึงทำให้จำได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การเขียนสะกดคำ มีตัวสะกดตรงมาตรา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ข้อเสนอแนะ จากผลการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานวิจัย ดังต่อไปนี้ ๑. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ แบบฝึกทักษะ เรื่อง มาตราตัวสะกดตรงมาตรา เป็นแบบฝึกที่ให้นักเรียนทำแบบฝึกด้วย ตนเอง จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนขณะลงมือทำแบบฝึกพบว่า นักเรียนมักมองข้าม ขั้นตอนการศึกษาใบความรู้ โดยลงมือทำแบบฝึกเลย เมื่อพบปัญหาจึงกลับมาศึกษาใบความรู้ ฉะนั้นก่อนการฝึกคุณครูควรฝึกวินัยให้กับนักเรียน โดยให้นักเรียนปฏิบัติตามขั้นตอน เริ่มจากฟัง การทบทวนความรู้จากคุณครูผู้สอน จากนั้นจึงลงมือทำแบบฝึก พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้อง จากการเฉลยแบบฝึกทีละข้อพร้อมกัน ๒. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป ๒.๑ ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะกับเนื้อหาและ ระดับชั้นที่เหมาะสม ๒.๒ ควรทำการวิจัยที่มีการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยโดยใช้แบบฝึกทักษะกับการ จัดการเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ เอกสารอ้างอิง ประวีณา เอ็นดู. (๒๕๔๗). การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านและ การเขียนสะกดคำโดยใช้แบบฝึกทักษะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑. การศึกษา ค้นคว้าอิสระ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.


พนมวัน วรดุล. (๒๕๔๒). การสร้างแบบฝึกการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๒. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิท ยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. พินิจ จันทร์ซ้าย. (๒๕๔๖). การสร้างหนังสือและแบบฝึกทักษะประกอบการเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เรื่อง บุญผะเหวดร้อเอ็ด แบบมุ่งประสบการณ์ภาษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ไพบูลย์ มูลดี. (๒๕๔๖). การพัฒนาแผนการเรียนรู้และแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำที่ไม่ตรง ตามมาตราตัวสะกด กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน,บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มะลิอาจวิชัย. (๒๕๔๐). การพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทยเรื่องการเขียนสะกดคําไม่ตรงตาม มาตราตัวสะกด แม่กน แม่กด และแม่กบ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. อัดสำเนา.


Click to View FlipBook Version