คู่มือ การคงไว้ซึ่งน้ำนม ชื่อน้อง...................................................................... วันที่คลอด.................................................................. ด้วยความห่วงใย จาก ICU เด็ก ร.พ.แพร่ คำนำ คู่มือการคงไว้ซึ่งน้ำนม จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการคงไว้ซึ่งน้ำนม ในมารดาที่มีทารกเกิดก่อนกำหนดและเข้ารับการรักษาในห้องผู้ป่วยหนักกุมาร เวชกรรม โรงพยาบาลแพร่ เนื้อหาภายในประกอบด้วยความสำคัญของการ เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประโยชน์ของนมแม่ต่อลูก กลไกการผลิตน้ำนมของเต้านม ขั้นตอนการบีบน้ำนมด้วยมือ ระยะเวลาการเก็บรักษานมแม่การนำน้ำนมแม่ที่ แช่เย็นมาใช้และปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างและการหลั่งของน้ำนม ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหาสาระในคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ อย่างมากในการคงไว้ซึ่งน้ำนมในมารดาที่มีทารกเกิดก่อนกำหนด เพื่อให้มี น้ำนมคงอยู่และเพียงพอสำหรับบุตรของท่านตลอดการรักษาในห้องผู้ป่วยหนัก กุมารเวชกรรมและต่อไปจนถึง 6 เดือน ตามนโยบายการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ผู้จัดทำ พ.ศ.2567
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กทารกใน หลายด้าน ช่วยเสริมสร้างให้เด็กร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันและพัฒนาการ ทางสมองที่ดี และส่งเสริมความรักความผูกพันในครอบครัวอีกด้วย โดยในช่วง เด็กแรกเกิด - 1 ปี เป็นช่วงที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นฐานของการ เจริญเติบโตต่อไปในอนาคต ประโยชน์ของน้ำนมแม่ต่อลูก 1. ป้องกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ เช่น ปอดอักเสบ ลำไส้อักเสบ 2. มีสารอาหารที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของเด็กให้มีภูมิต้านทาน ในการป้องกันเชื้อโรค 3. มีจุลินทรีย์สุขภาพช่วยสร้างสมดุลในร่างกายของทารก 4. เมื่อร่างกายของแม่สร้างภูมิคุ้มกันโรคภูมิคุ้มกันเหล่านั้นจะถ่ายทอดจาก แม่สู่ลูกผ่านทางน้ำนม ประกอบด้วย - สารภูมิต้านทานในน้ำนมแม่ (Secretory IgA) ทำหน้าที่เสมือน เกราะป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายทารก - โมเลกุลน้ำตาลในน้ำนมแม่ (Human Milk Oligosaccharide) เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพและป้องกันเชื้อโรคผ่านผนังลำไส้ - เม็ดเลือดขาว ช่วยดักจับเชื้อโรคและหลั่งสารต้านการอักเสบ 5. โปรตีนในน้ำนมแม่ (lactoferrin) เมื่อจับกับธาตุเหล็กจะทำให้เชื้อโรค ไม่สามารถเอาธาตุเหล็กไปใช้งานได้ ถ้าแม่ตั้งใจ ยังไงก็มีนมให้ลูกกินแน่ๆ วิธีบีบน้ำนมด้วยมือ เริ่มจากมาทำความเข้าใจกับกลไกการผลิตน้ำนมของเต้านมกันก่อนนะคะ ดูรูป ประกอบไปด้วยจะได้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ น้ำนมจะถูกผลิตโดยเซลล์ผลิตน้ำนม (alveoli หรือจะเรียกว่าต่อมผลิต น้ำนมก็ได้ค่ะ) แล้วไหลผ่านท่อน้ำนมมาเก็บไว้ที่กระเปาะน้ำนม (Milk Resevoir) เมื่อเซลล์ผลิตน้ำนมได้รับการกระตุ้นก็จะส่งผลให้เกิดกลไก น้ำนมพุ่ง (Milk rejection reflex หรือ Let-down reflex) ถ้าใครเคยใช้ เครื่องปั๊มนม จะเห็นได้ชัดว่าน้ำนมจะพุ่งปี๊ดออกมาเหมือนสเปรย์เลยค่ะ เวลาที่ ลูกดูด เหงือก ลิ้นและการดูดกลืนของลูกก็จะทำหน้าที่กระตุ้นต่อมผลิตน้ำนม นี่ ล่ะค่ะ ดังนั้นถ้าจะบีบน้ำนมออกให้เหมือนลูกดูด เราก็ต้องพยายามเลียนแบบ การกระตุ้นของลูกค่ะ
ขั้นตอนการบีบนน้ำนมด้วยมือ เริ่มต้นจากการล้างมือนะคะ 1. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดตามขั้นตอนการล้างมือ 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ถูฝ่ามือทั้ง 2 ข้างและซอกนิ้วมือ 2) ถูหลังมือทั้ง 2 ข้างและซอกนิ้วมือ 3) ถูข้อนิ้วมือมือทั้ง 2 ข้าง 4) ถูนิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้าง 5) ถูปลายนิ้วมือและร่องลายมือ ทั้ง 2 ข้าง 6) ถูข้อมือ ทั้ง 2 ข้าง 2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้ในการบีบน้ำนมด้วยมือได้ถูกต้องเหมาะสม ประกอบด้วย 1) ภาชนะเก็บน้ำนม ควรเป็นภาชนะที่สะอาด ปลอดเชื้อและสามารถ เก็บรักษาน้ำนมได้นาน เช่น ขวดเก็บน้ำนม ถุงเก็บน้ำนม 2) สำลีชุบน้ำสะอาด ใช้เช็ดทำความสะอาดหัวนมและลานนมก่อนและ หลังการบีบน้ำนม 3) ผ้าขนหนูใช้เช็ดมือและบริเวณเต้านมให้แห้ง 3. การประคบเต้านม อุปกรณ์ได้แก่ 1) ผ้าขนหนูยาว 2 ผืน 2) กาละมัง ขั้นตอนการเตรียม 1) กดน้ำร้อนใส่กาละมังจากนั้นเติมน้ำปกติลงเล็กน้อยให้พออุ่นจัดๆ 2) นำผ้าขนหนูจุ่มลงในกาละมัง บีบพอหมาด 3) พันรอบเต้านมและกดนวดทั่วเต้านม ทำเต้าซ้ายและขวาสลับกัน
หลักสำคัญในการประคบร้อนได้แก่ 1) หลังการประคบร้อน ต้องมีการระบายน้ำนมออก ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุด คือให้ลูกดูด การปั้มนมหรือบีบน้ำนมด้วยมือ เพื่อให้อากาคัดตึงเต้านมหายไป 2) ห้ามประคบร้อนตรงบริวณหัวนมและลานนม เพราะจะทำให้เกิด รอยแดงได้ ประคบเต้านมได้ถูกต้องเหมาะสม คือ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นจัด ประคบ บริเวณเต้านมประมาณ 1-3 นาที การนวดเต้านม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ทำตามกันเลยนะคะ 1. ผีเสื้อขยับปีก วางมือที่เต้า นมด้านในนิ้วชิดกัน นวดจากเต้าด้านใน ออกไปด้านนอกในลักษณะหมุนวน 2. หมุนวนปลายนิ้ว ใช้อุ้งมือนึงรอง เต้านมส่วนปลายนิ้วทั้ง 4 ของอีกมือวาง เหนือลานนม แล้วนวดหมุนไปรอบๆทำซ้ำ 5 รอบ 3. ประกายเพชร ใช้ฝ่ามือ วางทาบลงเต้านม จากนั้นบีบมือ ทั้ง 2 เข้าหากันพร้อมๆกับเลื่อนมือ ลงไปที่ลานนมทำสลับขึ้นลง 4. กระตุ้นท่อน้ำนม ยกมือข้างซ้ายวางไป ด้านหลัง แล้วใช้นิ้วชี้วางบริเวณเหนือลานนมหนึ่งข้อ นิ้วแล้วกดนิ้วชี้พร้อมกับวนที่ปลายนิ้วในตำแหน่ง เดียวกัน 5. เปิดท่อน้ำนม ยกมือข้างขวาวางไป ด้านหลัง โดยใช้สามนิ้วของมือข้างขวาวาง ทาบเหนือลานนมแล้วใช้สามนิ้วของมือซ้าย วางทาบต่อจากนิ้วสุดท้ายของมือขวา จะได้ ตำแหน่งการวางของนิ้วขี้ข้างซ้าย แล้วจึงกด และหมุนวนลงในตำแหน่งที่วัดได้คลายและกด ทำซ้ำ 5 ครั้ง (URL:.https://youtu.be/syvcygvt7b4?si=BMkbdHy_SDM0MyUy)
วิธีการบีบน้ำนม 1. ใช้นิ้วหัวแม่มือวางด้านบน นิ้วชี้และนิ้วกลางวางด้านล่างทำมือเป็น รูปตัว C ตามรูป ซ้ายมือ จุดที่เราวางนิ้วนั้นให้ห่างจากโคนหัวนม ประมาณ 2.5 -3.1 ซ.ม. (ไม่จำเป็นต้องอยู่นอกลานหัวนมนะคะ เพราะขนาดของลาน หัวนมแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ) ตำแหน่งที่วางนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้กับนิ้วกลางนั้นต้องอยู่ตรงข้ามกัน นะคะ (ฝรั่งเค้าจะเรียกตามตำแหน่งของเข็มนาฬิกาคือ12.00 น.และ 6.00 น.) ไม่ใช่เอียงๆ แบบรูปขวามือ นะคะ 2. เมื่อวางนิ้วได้ตามตำแหน่งแล้วให้กดนิ้วเข้าหาตัวเองตาม รูป A ถ้าหน้าอกใหญ่ก็ทำเหมือนยกหน้าอกขึ้นหน่อยแล้วค่อยกดเข้าหาตัว ค่ะ ระวังอย่าให้นิ้วแยกจากกัน 3. แล้วก็ค่อยๆ กลิ้งนิ้วหัวแม่มือ (เหมือนกำลังพิมพ์นิ้วมือ) ลงมายัง โคนหัวนม ระหว่างนั้นก็ผ่อนแรงกดด้านล่างจากนิ้วกลางมายังนิ้วชี้(ดูตำแหน่ง ที่ลูกศรชี้ตามรูป B และ C การเคลื่อนไหวของนิ้วทั้งสามจะช่วยรีดน้ำนม ออกมาโดยไม่เจ็บ คล้ายๆการดูดของทารก 4. ทำซ้ำเป็นจังหวะ ตามรูปเพื่อรีดน้ำนมออกมาให้หมดกระเปาะ 5. เปลี่ยนตำแหน่งการวางนิ้วมือเพื่อรีดน้ำนมในกระเปาะที่เหลือ โดย ใช้ตำแหน่งของเข็มนาฬิกาเป็นหลักจากจุดเริ่มต้นที่ 12 และ 6 เป็น 11 และ 5 (ใช้มือขวา) 2 และ 8, 3 และ 9 (ใช้มือซ้าย) ตามรูปจะแสดงการบีบน้ำนม ของหน้าอกข้างขวา สิ่งทีไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ บีบ ดึง หรือเค้นหน้าอก เพราะจะทำ ให้เจ็บ และน้ำนมก็ไม่ออกมาด้วย
วิธีช่วยกระตุ้นให้เกิด Milk Ejection Reflex 1. การนวดเต้านม โดยการใช้นิ้วมือนวดเบาๆ เป็นวงๆ ไปรอบๆ เต้านม เหมือนในรูป D 2. ลูบหน้าอกจากด้านบนลงมายังหัวนมเบาๆ ตามรูป E 3. ก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วก็เขย่าๆค่ะ อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกเข้า ช่วย ตามรูป F วิธีการเก็บรักษานมแม่ ควรเก็บน้ำนมใส่ขวดนมหรือถุงเก็บน้ำนม เขียนวันที่ เวลาที่ปั๊มนมไว้ และควรแบ่งปริมาณน้ำนมให้พอดีกับมื้อหนึ่งที่ให้ทารก ในกรณีที่ต้องนำน้ำนม มาให้ทารกที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ควรเขียนชื่อ-สกุลของทารก วันที่ เวลา ปริมาณน้ำนม ติดที่ขวดนมหรือถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน การเก็บน้ำนมในแต่ละ ครั้งต้องแยกขวดหรือถุงเก็บน้ำนม วิธีการนำน้ำนมออกจากเต้านมอาจใช้วิธีบีบ น้ำนมออกจากเต้าด้วยมือหรือการใช้เครื่องปั๊มนม ซึ่งมีข้อแนะนำดังนี้ 1. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ 2. เตรียมขวดนมที่สะอาดปราศจากเชื้อ ถุงเก็บน้ำนมแม่ 3. หามุมสงบนั่งให้สบายผ่อนคลาย จะช่วยทำให้การหลั่งของน้ำนมดีขึ้น 4. จัดเรียงลำดับการบีบเก็บน้ำนมก่อน หลัง เพื่อสะดวกในการนำมาใช้ ระยะเวลาการเก็บรักษานมแม่ 1. อุณหภูมิห้อง (27-32 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 3-4 ชั่วโมง 2. อุณหภูมิห้อง (16-26 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 4-8 ชั่วโมง 3. กระติกน้ำแข็งที่มีน้ำแข็งตลอดเวลา (15 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 24 ชั่วโมง 4. ตู้เย็นช่องธรรมดา (0-4 องศาเซลเซียส) เก็บได้นาน 3-5 วัน และควรเก็บไว้ด้านในสุดของตู้เย็น 5. ช่องแช่แข็ง ตู้เย็นแบบประตูเดียว (-15 องศาเซลเซียส) เก็บได้ นาน 2 สัปดาห์ 6. ช่องแช่แข็ง ตู้เย็นแบบประตูแยก (-18 องศาเซลเซียส) เก็บได้ นาน 3-6 เดือน 7. ช่องแช่แข็งเย็นจัด ตู้เย็นชนิดพิเศษ (-20 องศาเซลเซียส) เก็บ ได้นาน 6-12 เดือน ไม่ควรเก็บน้ำนมไว้ที่ประตูตู้เย็น
การนำน้ำนมแม่ที่แช่เย็นมาใช้ 1. เมื่อต้องการนำนมแม่ที่แช่แข็งมาใช้ ให้นำลงมาแช่ในตู้เย็นช่อง ธรรมดาล่วงหน้า 1 คืน (12 ชั่วโมง) และสามารถเก็บได้ 24 ชั่วโมง ไม่ควรนำ นมแม่ที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งอีก 2. น้ำนมที่เหลือจากการป้อนลูก หากต้องการเก็บไว้ป้อนลูกอีก แนะนำ ให้ใช้ภายใน 1-2 ชั่วโมง 3. ในกรณีต้องการอุ่นนมแม่ ไม่ควรนำเข้าไมโครเวฟหรือใช้น้ำร้อนจัด แต่ควรแช่ในน้ำอุ่นเพื่อไม่ให้คุณค่าของน้ำนมเสียไป ข้อแนะนำ เพื่อให้การเก็บน้ำนมเป็นไปตามมาตรฐาน ควรมีเทอร์โมมิเตอร์วัด อุณหภูมิตู้เย็น 1. ตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษาน้ำนมแม่ ควรแยกจากการเก็บอาหารอื่นๆ 2. ลักษณะของน้ำนมแม่ที่ไม่ควรนำมาใช้ คือ มีลักษณะคล้ายกับนมที่ บูดเสียทั่วไป เช่น ชิมแล้วมีรสเปรี้ยว มีกลิ่นบูด และลักษณะ เหนียวเป็นยาง ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างและการหลั่งของน้ำนม ร่างกายหลั่งน้ำนมโดยการถูกกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณหัวนมจากการ ดูดนมของลูก เมื่อมีการกระตุ้น สมองจะหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน และ อ็อกซีโต ซินออกมา ฮอร์โมนโปรแลคติน จะไปกระตุ้นต่อมน้ำนมให้เกิดการสร้างน้ำนม ออกมา เมื่อระดับฮอร์โมนโปรแลคตินสูงขึ้น ก็จะเพิ่มอัตราการผลิตน้ำนมในแม่ สูงขึ้นด้วย
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการสร้างและหลั่งน้ำนม น้ำนมจะมาเร็ว และไหลได้ดี ดูดเร็ว ภายในหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ดูดบ่อย ประมาณ 8-12 ครั้ง/วัน ดูดถูกวิธีและดูดอย่างมีประสิทธิภาพ ดูดเกลี้ยงเต้า เต้านมจะได้ผลิตน้ำนมใหม่อย่างต่อเนื่อง ดูดต่อเนื่อง มีการสร้างต่อเนื่อง ทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ยาวนาน บรรณานุกรม 1. พานิชกุล ป. ตำราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. บริษัท สำนักพิมพ์ ไอยรา จำกัด: คณะกรรมการการจัดการเรียนการสอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่; 2555. 2. กรมอนามัย. (2561, 1 มิถุนายน). น้ำนมแม่ประโยชน์แท้จากธรรมชาติ. เว็บ ไซด์กรมอนามัย. https://multimedia.anamai.moph.go.th/helpknowledgs/benefits-of-breastfeeding/ 3. S Mom Club. (2021, 26 สิงหาคม). กานวดเต้านม URL:.https://youtu.be/syvcygvt7b4?si=BMkbdHy_SDM0MyUy 4. การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่. Breastfeedingthai.com: https://www.breastfeedingthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id =279742 “น ้ำ