อิทธิพลดา้ น
การแสดงของไทย
ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1
ครูผู้สอน นางสาววิริยา ช่ืนอารมณ์
อทิ ธพิ ลดา้ นการแสดงของไทย
การแสดงของไทยมีหลายประเภท แต่ละประเภทจะมที ม่ี า
และไดร้ บั อิทธพิ ลมาจากการแสดงอ่นื ที่แตกตา่ งกันไป
จนพฒั นาและกลายเปน็ เอกลกั ษณ์ของการแสดงนนั้
โขน
โขนเป็นการแสดงที่มมี าตั้งแต่สมยั กรุงศรีอยธุ ยา
เชอ่ื กันว่ามรี ปู แบบหรอื มีพฒั นาการมาจาก
การแสดง 3 ประเภท ได้แก่
1. การเล่นชกั นาคดกึ ดาบรรพ์
2. การเลน่ กระบีก่ ระบอง
3. การเลน่ หนงั ใหญ่
ละครรา ละครราเป็นละครท่ีใช้ศลิ ปะการรา่ ยราดาเนนิ เรอื่ งราว
แบ่งออกเปน็ ประเภทตา่ ง ๆ ดังน้ี
ละครชาตรี
เป็นละครราดั้งเดมิ ของไทยทมี่ มี าแตโ่ บราณ
เป็นทีน่ ิยมแพรห่ ลายทางภาคใต้ นยิ มแสดงเรอ่ื งพระสุธนมโนราห์
ดงั น้นั คนในภาคใต้จงึ เรียกส้นั ๆ วา่ โนราชาตรี
ละครรา
ละครนอก
ละครนอกสบื เนอื่ งมาจากการละเล่นของชาวบ้าน
ต่อมาจึงคิดปรับปรงุ ให้เล่นเปน็ เรื่องเปน็ ตอน ด้วยเหตนุ ท้ี ล่ี ะครนอก
มกี าเนดิ มาจากการแสดงใหช้ าวบ้านชม และใช้ผ้ชู ายเลน่ จงึ ไมพ่ ถิ ีพิถัน
ในความงดงามของการร่ายรา ตอ้ งการความว่องไว ดาเนนิ เรอ่ื ง
รวดเร็วและมีการแทรกมุกตลกเพม่ิ ความสนกุ สนาน
ละครรา
ละครใน
ละครในเป็นละครท่ใี ช้ผแู้ สดงหญิงล้วน เกดิ ขน้ึ ในพระราชฐานชนั้ ใน
ละครในมรี ะเบียบแบบแผนและขนบธรรมเนยี มประเพณี
ทาให้การแสดงมคี วามอ่อนช้อย แตง่ กายตามแบบแผนกษัตริย์
เรียกวา่ แตง่ กายแบบยืนเครอ่ื ง เดิมละครในหา้ มบคุ คลภายนอก
หัดเล่น จนถึงสมยั รชั กาลท่ี 4 สามารถใหบ้ ุคคลภายนอกฝึกเล่นได้
และอนุญาตใหผ้ ชู้ ายแสดงไดด้ ว้ ย
ละครรา
ละครดกึ ดาบรรพ์
เปน็ ละครที่เกิดข้ึนในสมยั รัชกาลท่ี 5 โดยเจ้าพระยาเทเวศวงศว์ วิ ฒั น์
ไดเ้ ดนิ ทางไปยโุ รป และมโี อกาสชมละครโอเปรา จงึ มแี นวคิด
ทาละครโอเปราให้เป็นแบบไทย ซึ่งใชผ้ ้หู ญิงแสดงล้วน มีเสยี งดี
รูปรา่ งงาม ราสวย แต่งกายแบบยืนเครอื่ ง
ผูแ้ สดงรอ้ งเองราเอง มีการใช้แสงสเี สยี งประกอบการแสดง
และมกี ารผสมวงป่ีพาทย์ขนึ้ ใหม่ เรียกวา่ วงปีพ่ าทยด์ กึ ดาบรรพ์
ละครรา
ละครพันทาง
เป็นละครราทม่ี ีเนอ้ื เรอื่ งเก่ยี วข้องกับชาวต่างชาตติ า่ งภาษา
ดังนน้ั การแตง่ กาย ทานองเพลง ดนตรี และทา่ รา
ต้องมกี ารปรบั ปรุงให้เหมาะสมกับชาตแิ ละภาษาท่ใี ชใ้ นเรื่อง
ละครรา
ละครเสภา
เกดิ ขึ้นในสมยั รัชกาลท่ี 4 การแสดงละครเสภาจะดาเนินเร่อื งดว้ ย
การขบั เสภา โดยผู้แสดงจะต้องขบั เสภาหรือรอ้ งเอง
เรื่องท่นี ามาใชแ้ สดง เช่น ขนุ ชา้ งขนุ แผน
แตง่ กายแบบละคร
ลเิ ก
เชอ่ื กนั วา่ ได้รับรูปแบบและลกั ษณะการแสดงมาจากทางภาคใต้ หรอื ชาวไทยมสุ ลิม
ตอ่ มานิยมนามาเล่นในภาคกลาง เพราะเช่ือวา่ เปน็ สิริมงคล โดยมีวิวัฒนาการเปน็ 2 ลกั ษณะคือ
เปน็ ลาตัดสว่ นหนงึ่ และเป็นลิเกทรงเครอ่ื ง ต่อมาการแสดงลเิ กไดพ้ ฒั นาทัง้ ฉาก แสง เสียง เครื่องแตง่ กาย
รวมทง้ั การนาเอาเครื่องดนตรสี ากลมาแสดง แต่ใชว้ งปพี่ าทย์เปน็ หลกั เชน่ เดมิ
การแสดงไม่เครง่ ครัดมากนกั เรม่ิ ด้วยการออกแขก เม่ือเรม่ิ เล่นผู้แสดงจะต้องร้องคากลอน
ลักษณะเป็นกลอนหก มกี ารเจรจาเป็นเรอ่ื งราว มปี พ่ี าทยบ์ รรเลงรับมตี ะโพนเปน็ เครอื่ งกากบั จังหวะ
ละครสากล
ละครของไทยแต่เดมิ มกั ผูกพันอยู่กบั การรา่ ยรา การร้องแบบไทย
ต่อมาเมื่อเข้าสยู่ ุคละครสากล หรือละครสมยั ใหมท่ ีม่ กี ารแต่งกายและพูดแบบธรรมดา
ดาเนินเรื่องแบบชีวิตปจั จบุ นั สามารถสะทอ้ นรปู แบบความเปน็ ไปในชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างชดั เจน
ทาให้ได้รับความนิยมจากคนไทยมากข้นึ
ละครสากลที่นามาแสดงบนเวที เรยี กวา่ ละครเวที
และละครทแ่ี สดงทางโทรทศั น์ เรียกวา่ ละครโทรทศั น์
นกั แสดงละครตอ้ งแสดงเพ่อื โน้มนา้ วอารมณผ์ ูช้ มให้เข้าสบู่ ทละครในเรือ่ ง
ละครสากล
ละครเวที
ละครสากล
ละครโทรทศั น์
คาถามพฒั นากระบวนการคดิ
1) เพราะเหตใุ ดจึงถือวา่ โขนเปน็ ศลิ ปะการแสดงขัน้ สูง
2) ผู้แสดงโขนท่ดี ีควรมีลักษณะอยา่ งไร
3) ละครในมีลักษณะแตกต่างจากละครสากลอย่างไร
4) ละครเสภามลี กั ษณะเด่นอยา่ งไร
5) ละครดึกดาบรรพ์แตกตา่ งจากละครพันทางอยา่ งไร
6) การแสดงลเิ ก มีความงดงามอย่างไร
7) การแสดงลิเกในปัจจุบันแตกต่างจากอดตี อย่างไร
8) ละครโทรทศั น์มีอทิ ธิพลตอ่ ผูช้ มอย่างไร
9) ถ้าผแู้ สดงตบี ทไมแ่ ตก จะทาให้ผชู้ มการแสดงรู้สึกอยา่ งไร
10) ผแู้ สดงมอี ิทธิพลต่อนักเรียนอย่างไร