สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) ส ำนักงำนสถิติจังหวัดภำคกลำง ณ ศูนย์ประชุมภาคกลาง โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั ่น (สตาร์ โฮเทล) จังหวัดระยอง ระหว่ำง วันที่ 22- 24 กันยำยน 2566
สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 มาแล้ว 6 ครั้ง (ครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2493) และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ที่ให้ทุกประเทศจัดทำสำมะโนการเกษตรทุก 10 ปี เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลโครงสร้าง พื้นฐานการเกษตรและข้อมูลสถิติการเกษตรที่สำคัญ จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการติดตาม เฝ้าระวัง และวางแผนพัฒนาการเกษตรและประชากรในภาคการเกษตรของประเทศ สำหรับการจัดทำสำมะ โนการเกษตร พ.ศ. 2566 ได้มีแนวคิดในการปรับปรุงวิธีการทำสำมะโนการเกษตรด้วยการนำข้อมูลทะเบียน เกษตรกรมาใช้ประโยชน์ในการจัดทำสำมะโน เพื่อให้ประเทศมีฐานข้อมูลของผู้ทำการเกษตรอย่างครบถ้วน ทั้งที่อยู่ในและนอกทะเบียน นอกจากนี้ สสช. ยังได้ปรับกระบวนการจัดทำข้อมูลสถิติจากสำมะโนการเกษตร ให้มีความทันสมัยขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาเป็นระบบงานสำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการ โครงการสำมะโนการเกษตรในทุกขั้นตอน เพื่อให้ข้อมูลจาก สำมะโนการเกษตรมีความถูกต้อง ครบถ้วน และมี คุณภาพตามมาตรฐานสากล การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูล เบื้องต้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ที่ได้ดำเนินการตั้งแต่ขั้นการวางแผนและเตรียมงานไป จนถึงขั้นการนำเสนอผลและเผยแพร่ข้อมูล สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัด ภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) ทำ ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ศึกษาและวิเคราะห์ผลข้อมูลพื้นฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดี แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็นในการปฏิบัติงานและกำหนดแนวทางในการพัฒนางานร่วมกันของโครงการสำมะโน/สำรวจ สำนักงานสถิติแห่งชาติทั้งในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศในครั้งต่อไป ภาคกลางตอนบน 1 กันยายน 2566 คำนำ
สารบัญ หน้า คำนำ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ 1 แนวคิดของการทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 1 วัตถุประสงค์ 2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่ 2 วิธีการดำเนินงาน 3 ผู้เข้าร่วมประชุม 3 ระยะเวลาและสถานที่ 3 แนวทางการจัดประชุม 3 บทที่ 3 สรุปผลการดำเนินงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 5 การวางแผนและเตรียมงาน 5 การเก็บรวบรวมข้อมูล 8 การประมวลผลข้อมูล 10 การนำเสนอผลเบื้องต้น 12 สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น 13 การระดมความคิดเห็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization 22 บทที่ 4 สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ 25 ภาคผนวก 30 กำหนดการ 31 สรุปผลรายจังหวัด 33 ประมวลภาพกิจกรรม 59 รายชื่อผู้เข้าร่วมการประชุมฯ 71 สรุปรายการค่าใช้จ่าย คณะผู้จัดทำ 80 81
สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ ก แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำนวนบ้านเลขที่ เฉลี่ยต่อเขตปฏิบัติงานจำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ข ตารางที่ 1 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดใน กลุ่มภาคกลางตอนบน 1 13 ตารางที่ 2 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ย ต่อเขตปฏิบัติงานจำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 14 ตารางที่ 3 แสดงวันที่ปฏิบัติงาน สก.66 แล้วเสร็จ ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่ม ภาคกลางตอนบน 1 15 ตารางที่ 4 ตารางการระดมความคิดเห็นสรุปผลการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนางาน โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 17 ตารางที่ 4 ร้อยละของผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำแนกตามลักษณะทางประชากร และสังคม 17 ตารางที่ 5 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จำแนกตามความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้ มีประโยชน์ 25 ตารางที่ 6 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จำแนกตามความคิดเห็นเกี่ยวกับ หัวข้ออื่น ๆ ที่ประสงค์ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดการอบรม 29
สารบัญแผนภูมิ หน้า แผนภูมิที่ ก แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่ม ภาคกลางตอนบน 1 ก แผนภูมิที่ ข ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ข แผนภูมิที่ 1 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่ม ภาคกลางตอนบน 1 13 แผนภูมิที่ 2 แสดงจำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลาง ตอนบน 1 14 แผนภูมิที่ 3 ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 16 แผนภูมิที่ 4 ร้อยละของผู้เข้าร่วมการประชุม จำแนกตามความพึงพอใจการบรรลุวัตถุประสงค์ของ โครงการทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างความสัมพันธ์อันดี 26 แผนภูมิที่ 5 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จำแนกจากความพึงพอใจต่อหลักสูตรด้านกระบวนการ 27 แผนภูมิที่ 6 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จำแนกตามความพึงพอใจต่อการประชุมฯ ด้านคุณภาพ 27 แผนภูมิที่ 7 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จำแนกตามความพึงพอใจต่อคณะวิทยากร 28
ห น้ า | ก โครงการสํามะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 เป็นโครงการขนาดใหญ่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลจาก เกษตรกรทุกรายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดทําในครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทํา โดยนํา ข้อมูลทะเบียนจากฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกลางหรือ Farmer One มาบูรณาการกับข้อมูลของสํานักงาน สถิติแห่งชาติเพื่อจัดทําเป็นฐานข้อมูลสําหรับสํามะโนการเกษตร เพื่อใช้เป็นกรอบตัวอย่างแทนการนับจด แบบเดิม สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 มาแล้ว 6 ครั้ง (ครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2493) และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ที่ให้ทุกประเทศจัดทำสำมะโนการเกษตรทุก 10 ปี เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตรและข้อมูลสถิติการเกษตรที่สำคัญ จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการติดตาม เฝ้าระวัง และวางแผนพัฒนาการเกษตรและประชากรในภาคการเกษตรของประเทศ ผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัด ภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) จำนวนเขตปฏิบัติงานรวมทั้ง 4 จังหวัด จำนวน 3,491 เขตปฏิบัติงาน ซึ่งจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 มี 2 จังหวัดที่เป็นจังหวัดปริมณฑล จึงมีปริมาณเขตปฏิบัติงานจำนวนน้อยเนื่องจากมีชุมชนเมืองและเป็นเขต พื้นที่ธุรกิจ อุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยจำนวนมากกว่า แผนภูมิที่ ก แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวนบ้านเลขที่ตามฐาน (ที่ต้องนับจด) โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 จำนวน รวมทั้งสิ้น 138,363 บ้านเลขที่ เมื่อพิจารณาจำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ยต่อเขตปฏิบัติงาน อยู่ที่ 39-40 บ้านต่อ เขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านที่เฉลี่ยต่อเขตปฏิบัติงานมากที่สุดคือจังหวัดปทุมธานี อยู่ที่ 46-47 บ้านต่อเขต ปฏิบัติงาน ซึ่งในความจริงทำให้ทราบความหนาแน่นของจำนวนบ้านเลขที่กระจุกตัวอยู่ในบางเขตปฏิบัติงาน บางอำเภอที่มีการประกอบการเกษตร 365 548 1,022 1,556 0 500 1,000 1,500 2,000 นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา บทสรุปผู้บริหาร รายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวนเขต ปฏิบัติงาน
ห น้ า | ข ตารางที่ ก แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ย ต่อเขตปฏิบัติงานจำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ลำดับที่ จังหวัด เขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ จำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ย ต่อเขตปฏิบัติงาน 1 นนทบุรี 365 15,077 41.31 2 ปทุมธานี 548 25,447 46.44 3 สระบุรี 1,022 44,497 43.54 4 พระนครศรีอยุธยา 1,556 53,342 34.28 รวม 3,491 138,363 39.63 ผลการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้ง 4 จังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 สามารถปฏิบัติงานได้ เสร็จเรียบร้อยตามคาบงานที่กำหนดข้างต้น รายละเอียดผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับ สก. 56 ข้อมูล ทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) แผนภูมิที่ ข ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 109.33 76.78 98.33 101.89 56.71 61.19 62.96 71.3 54.09 54.26 53.36 62.00 นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี รายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ร้อยละ
ห น้ า | 1 แนวคิดของการทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 โครงการสํามะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีผู้ปฏิบัติงานโครงการกว่า 80,000 คน เพื่อจัดเก็บข้อมูลจากเกษตรกรทุกรายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดทําในครั้งนี้ได้มีการ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดทํา โดยนําข้อมูลทะเบียนจากฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกลางหรือ Farmer One มาบูรณาการกับข้อมูลของสํานักงานสถิติแห่งชาติเพื่อจัดทําเป็นฐานข้อมูลสําหรับสํามะโนการเกษตร เพื่อใช้ เป็นกรอบตัวอย่างแทนการนับจดแบบเดิม นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการการทํางานและประสานความร่วมมือ ระหว่างหลายหน่วยงานในทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมฐานข้อมูลสําหรับสํามะโนและการจัดเก็บข้อมูล ทั้งใน ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในระดับพื้นที่ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนการทํางานด้านการจัดทําข้อมูลสถิติให้ สอดคล้องกับบริบทของสังคม และพัฒนาและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การดําเนินโครงการครั้งนี้จึงมี การนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดําเนินโครงการในทุกขั้นตอน ด้วยการพัฒนาระบบงานสํามะโนการเกษตร มาใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการ ทั้งระบบการจัดเก็บข้อมูลด้วยวิธีสํามะโนที่มีการนําข้อมูล ทะเบียนมาใช้และระบบเพื่อการบริหารจัดการงานสํามะโนการเกษตร ที่กําหนดให้ผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ ทั้ง ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าใช้ระบบงานโดยกําหนดสิทธิ์การใช้งานตามบทบาทและหน้าที่ ซึ่งการดําเนิน โครงการที่ผ่านมาพบปัญหา และข้อบกพร่องที่จะสามารถนํามาวิเคราะห์และสังเคราะห์ ทั้งในส่วนของ ผู้ปฏิบัติงานซึ่งมีทั้งกลุ่มที่เป็นผู้พัฒนา และกลุ่มที่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนความเหมาะสมของ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สอดคล้องกับลักษณะงานด้านสถิติเพื่อปรับเปลี่ยนให้สํานักงานสถิติแห่งชาติสู่การเป็น องค์กรดิจิทัลด้านการจัดทําข้อมูลสถิติเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนดังกล่าว ในระยะเร่งด่วนควรนําผลการ ดําเนินโครงการสํามะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 เป็นกรณีศึกษา เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการนําเทคโนโลยี ดิจิทัลมาใช้ในการจัดทําข้อมูลสถิติการเกษตรและสถิติด้านอื่น ๆ ของสํานักงานสถิติแห่งชาติพร้อมทั้งปรับ แนวความคิด สร้างองค์ความรู้ และเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในส่วนกลางและส่วน ภูมิภาค โดยดําเนินการในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่มุ่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีทัศนคติที่ดีต่อการนํา เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทํางาน ด้านสถิติเพิ่มองค์ความรู้และทักษะ เพื่อสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้ อย่างมีประสิทธิภาพตามลักษณะงาน และบทบาทหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงาน สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัดทำสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 มาแล้ว 6 ครั้ง (ครั้งแรกเมื่อ ปี พ.ศ. 2493) และเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือ FAO ที่ให้ทุกประเทศจัดทำสำมะโนการเกษตรทุก 10 ปี เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลโครงสร้าง พื้นฐานการเกษตรและข้อมูลสถิติการเกษตรที่สำคัญ จำเป็นอย่างเพียงพอ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการติดตาม เฝ้าระวัง และวางแผนพัฒนาการเกษตรและประชากรในภาคการเกษตรของประเทศ บทที่ 1 บทนำ
ห น้ า | 2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสรุปผลการดําเนินงานโครงการสํามะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 รายจังหวัดและกลุ่ม จังหวัด 2. เพื่อนําเสนอผลข้อมูลเบื้องต้นโครงการสํามะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 รายจังหวัดและ กลุ่มจังหวัด 3. เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงานจัดการ และเตรียม ความพร้อมในการทํางานเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลด้านสถิติ 4. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารโครงการสํามะโน การเกษตร พ.ศ. 2566 ในระดับกลุ่มจังหวัด ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. บุคลากรแต่ละจังหวัดมีแนวปฏิบัติที่ดี (Good Practice) เพื่อใช้ในการพัฒนาการจัดทำ โครงการสำมะโน/สำรวจของสำนักงานสถิติจังหวัด 2. บุคลากรแต่ละจังหวัดมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ สามารถนำผล ข้อมูลที่ได้จากสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 256๖ ไปวิเคราะห์และเสนอผลให้เข้ากับบริบทของแต่ละจังหวัดหรือ พื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันได้ 3. บุคลากรแต่ละจังหวัดมีความเข้าใจและมีแนวทางในการปรับปรุงกระบวนงานของสำนักงาน สถิติแห่งชาติเพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization และการปรับเปลี่ยนองค์การ (Organization Transformation) เพื่อการสร้างสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล เตรียมพร้อมเป็นสำนักงานสถิติและดิจิทัลในทิศทาง เดียวกัน 4. บุคลากรแต่ละจังหวัดได้รับองค์ความรู้ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมประชุม มีการแลกเปลี่ยน ความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการพัฒนาตนเองและงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติในอนาคต
ห น้ า | 3 ผู้เข้าร่วมประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 86 คน ประกอบด้วย สถิติจังหวัด จำนวน 4 คน ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการสถิติและวางแผน ผู้อำนวยการกลุ่มปฏิบัติการสถิติข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างชั่วคราวของสำนักงานสถิติจังหวัด รวมทั้งผู้ที่เกี่ยงข้องกับโครงการสำมะโน การเกษตร พ.ศ. 2566 รวมจำนวน 82 คน ระยะเวลาและสถานที่ กลุ่มจังหวัดภาคกลาง ตอนบน 1 (4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี และ พระนครศรีอยุธยา) ระหว่างวันที่ ๒2- ๒4 กันยายน ๒๕๖6 ณ ศูนย์ประชุมภาคกลาง โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น (สตาร์ โฮเทล) จังหวัดระยอง แนวทางการจัดประชุม 1. วิทยากร สถิติจังหวัดปทุมธานี และสถิติจังหวัดชลบุรี ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการสถิติและวางแผน ของสำนักงานสถิติจังหวัด และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคนิคการสร้างเครือข่าย ให้ได้พันธมิตรที่ดีเพื่อ ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานโครงการสำมะโน/สำรวจ ของ สสช. และเทคนิคการทำงานเป็นทีม อย่างมีประสิทธิภาพ 2. วิธีการ บรรยาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สลับกับการทำกิจกรรมกลุ่ม (Group Dynamic) - แบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อวิเคราะห์จุดอ่อน/จุดแข็ง ปัญหา/อุปสรรค ในการ ดำเนินงานโครงการโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 พร้อมให้ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไขปัญหา และการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานตั้งแต่การวางแผนและเตรียมงาน ไปจนถึงขั้นการนำเสนอผลข้อมูล บทที่ 2 วิธีการดำเนินงาน
ห น้ า | 4 - สรุปประเด็นการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน และนำเสนอ (Present) สรุปผลการประชุม เชิงปฏิบัติการฯ ในที่ประชุม - สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 กลุ่มจังหวัด และรายจังหวัดพร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาพถ่ายกิจกรรม สรุปรายการค่าใช้จ่าย
ห น้ า | 5 1. การวางแผนและเตรียมงาน เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรู้หลากหลายด้านมาวางแผนบริหารโครงการให้สำเร็จตาม วัตถุประสงค์ของโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของการบูรณาการโครงการ สำมะโนด้านการเกษตรของประเทศ มีขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่ 1.1 การวางแผนและเตรียมงานเบื้องต้น 1) ศึกษารายละเอียดของโครงการฯ ขอบข่ายคุ้มรวม เนื้อหาสาระของข้อมูล ความ เป็นมา วัตถุประสงค์ ของโครงการ 2) การวางแผนการประชาสัมพันธ์/สื่อ และการขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ - ประสานงานผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายของสำนักงานสถิติ จังหวัด เพื่อขอความร่วมมือให้การสนับสนุนในการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ - ประสานขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น และจัดทำหนังสือขอความ ร่วมมือถึงหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะเกษตรจังหวัดในการจัดเตรียม บุคคลากรเป็นพนักงานแจงนับ และผู้ประสานงานระดับอำเภอ พร้อมให้ความอนุเคราะห์สถานที่ติดป้าย ประชาสัมพันธ์ - จัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์ (โปสเตอร์) จำนวนที่ได้รับการจัดสรร จัดเตรียม แผ่นพับ แบรนเนอร์แปะหน้า Website หน่วยงานและสื่อช่องทาง Social Media เป็นต้น เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์โครงการสำมะโนฯ ให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด การติดป้ายประชาสัมพันธ์โครงการฯ ใน เขตชุมชนให้ครอบคลุมทุกอำเภอ 3) การตรวจสอบบัญชีเขตสำมะโน/การบูรณาการข้อมูลจากระบบทะเบียน - ตรวจสอบขอบเขตการปฏิบัติงานทั้งหมดของจังหวัด เพื่อแจ้งปรับปรุงเขต ปฏิบัติงานที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เป็นพื้นที่เขตปฏิบัติงานไม่มีครัวเรือนเกษตร หรือพื้นที่ไม่มีสัณญาณ อินเตอร์เน็ตออกจากบัญชี - ประสานงานไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ได้แก่ สำนักงาน พาณิชย์จังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานประกันสังคม สำนักงาน แรงงานจังหวัด เพื่อขอทะเบียนรายละเอียดของสถาประกอบการมาตรวจสอบเทียบเคียงกับบัญชีเขตสถาน ประการที่มีอยู่เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด บทที่ 3 สรุปผลการดำเนินงาน
ห น้ า | 6 4) การตรวจสอบแผนที่ - ตรวจสอบแผนที่คุมเขต และจัดเตรียมแผนที่เขตปฏิบัติงาน ในพื้นที่เขตเทศบาล รายเขตปฏิบัติงาน (EA) มีการเปลี่ยนแปลงตรงกับสภาพปัจจุบันหรือไม่ การนำแผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม หรือระบบ Google Map มาใช้ประกอบกับแผนที่กระดาษ ในการปฏิบัติงานสนาม 5) การจัดหาบุคลากร - ประสานงานขอความอนุเคราะห์สำนักงานเกษตรอำเภอในการจัดหาพนักงานแจง นับ (อกม.หรืออาสาสมัครที่สนใจ) และเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่ ระดับอำเภอ (เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริม วิชาการเกษตร) - มอบหมายงานให้ข้าราชการหรือพนักงานราชการ เป็น Admin ผู้อำนวยการกลุ่ม วิชาการและสถิติ เป็นผู้บรรยาย ผู้อำนวยการกลุ่มปฏิบัติการสถิติ เป็นเจ้าหน้าที่ผู้กำกับงานสนามและ พนักงานราชการ (สถิติอำเภอ) เป็นเจ้าหน้าที่วิชาการ และผู้ประสานงานในพื้นที่ระดับจังหวัด ควบคุมและ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลหรือพนักงานแจงนับอีกขั้นหนึ่ง 6) การบริหารจัดสรรงบประมาณ - วางแผนการเบิกจ่ายงบประมาณตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติกำหนด และภายใต้วงเงินที่ได้รับการจัดสรร 1.2 ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข การจัดหาบุคลากร - การจัดหาพนักงานแจงนับ โดยเฉพาะจังหวัด ปริมณฑล เนื่องจากเป็นจังหวัดภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจ ทำให้หาผู้ปฏิบัติงานได้ยาก มีจำนวน อาสาสมัครเกษตรไม่เท่ากับเขตปฏิบัติงาน - เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสนามลาออกระหว่าง คาบการปฏิบัติงาน แผนการประชาสัมพันธ์/สื่อ และการขอความร่วมมือจากหน่ายงานต่าง ๆ - การประชาสัมพันธ์ การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป เช่น เกษตรกร หัวหน้าครัวเรือน เป็นไปได้ยากในช่วงสถานการณ์การหลังเกิดการ แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากมิจฉาชีพมี มากในปัจจุบัน การจัดหาบุคลากร - ขอความอนุเคราะห์ในการจัดหาพนักงานแจง นับมาทดแทน หรือ ตกลงกับพนักงานแจงนับที่มี ปริมาณงานไม่มากหรือสมัครใจ ให้ปฏิบัติงาน เพิ่มเติมในเขตปฏิบัติงานที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ - สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุก ระดับ โดยชี้แจงทุกครั้งที่พบความผิดพลาด และ ติดตามผลการดำเนินงานในทุกวัน และทุกสัปดาห์ แผนการประชาสัมพันธ์/สื่อ และการขอความร่วมมือจากหน่ายงานต่าง ๆ - สำนักงานสถิติแห่งชาติ ควรเพิ่มช่องทางการ ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางโทรทัศน์ เนื่องจากเป็น ช่องทางที่ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถ เข้าถึงได้ และครอบคลุมทุกพื้นที่ - แผนการประชาสัมพันธ์ มีช่วงระยะเวลาที่สั้น กระชั้นชิด ทำให้ไม่กว้างขวาง ทั่วถึงและหลากหลาย
ห น้ า | 7 ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข - การติดป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนใหญ่จะเป็น สถานที่ราชการ ซึ่งไม่ค่อยมีเกษตรกร หรือ ผู้ประกอบการ มองเห็นชัดเจน ส่วนพื้นที่ของเอกชน มีค่าใช้จ่ายในการติดป้ายประชาสัมพันธ์ซึ่งไม่มี งบประมาณเพียงพอ - การประชาสัมพันธ์ยังไม่ค่อยครอบคลุมและ ทั่วถึงอาจมีผลให้ผู้ประกอบการเกษตร หรือ เกษตรกรไม่เห็นความสำคัญของการให้ความร่วมมือ ในการตอบข้อมูล บัญชีรายชื่อเกษตรกร/ การบูรณาการข้อมูลจากระบบทะเบียน - ส่วนราชการต่างๆ ที่ประสานงานไป ยังขาด ความเข้าใจในแนวทางการบูรณาการข้อมูลจาก ระบบทะเบียนเพื่อการจัดทำบัญชีรายชื่อ - ทะเบียน Smart Farmer แต่ละประเภทมี ระบบฐานข้อมูลที่แยกแตกต่างกัน รวมทั้งวิธีการ จัดเก็บข้อมูล และออกรายงานผล - จัดหาแนวทางการจัดทำสื่อที่มีรูปแบบที่ หลากหลายมากขึ้น สำนักงานสถิติแห่งชาติจึงควร จัดหาองค์ความรู้ โปรแกรมที่เหมาะสมง่ายต่อการใช้ งานให้กับสำนักงานสถิติจังหวัด บัญชีรายชื่อเกษตรกร/ การบูรณาการข้อมูลจากระบบทะเบียน - การสร้างความรู้ความเข้าใจการบูรณาการ ข้อมูลจากระบบทะเบียนเพื่อการจัดทำสำมะโน เกษตร พ.ศ. 2566 ให้กับหน่วยงานอื่น - ค้นหาข้อมูลข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมจาก อินเตอร์เน็ต 1.3 ข้อเสนอแนะการพัฒนางานโครงการสำมะโนฯ ครั้งต่อไป - สำนักงานสถิติแห่งชาติควรเพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการสำมะโนฯ ผ่าน ช่องทางโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ในภาพรวมของประเทศให้มากขึ้น
ห น้ า | 8 2.การเก็บรวบรวมข้อมูล ในทางปฏิบัติเรียกขั้นตอนนี้ว่า การปฏิบัติงานสนาม เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ได้ข้อมูลตามที่ต้องการ ซึ่งอาจจะเก็บข้อมูลจากรายงาน เอกสารต่างๆ หรือส่ง เจ้าหน้าที่ออกไปทำการสัมภาษณ์จากแหล่งที่ให้ข้อมูลโดยตรง เช่น ผู้ประกอบการเกษตร หรือผู้ที่สามารถให้ ข้อมูลได้แล้วบันทึกข้อมูลลงในแบบสอบถาม หรือขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บันทึกข้อมูลลง ในแบบสอบถาม การปฏิบัติงานใน ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่ให้ข้อมูลเป็นอย่างมากซึ่งมี องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ คาบเวลางานสนาม การประชาสัมพันธ์ วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือในการ จัดเก็บข้อมูล รายการข้อถาม คำนิยาม/การจัดประเภทการเกษตร ความร่วมมือของเกษตรกร และ ผู้ประกอบการเกษตร ฯลฯ 1.1 แนวทางการปฏิบัติงาน 1) การเตรียมความพร้อม - เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการ ระมัดระวังตนเอง ในการลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูล - มอบหมายงานให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราวทุกคนเป็น ผู้รับผิดชอบกำกับและประสานงานระดับจังหวัด เป็นรายอำเภอ โดยคัดเลือกจากผู้รับผิดชอบสถิติอำเภอเดิมที่ เคยแต่งตั้งไว้เป็นหลัก และปรับเปลี่ยนทีมงานตามบริบท จำนวนผู้ถือครองทำการเกษตร หรือปริมาณงานที่ รับผิดชอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนกระจายทำงานในทุกพื้นที่เท่าเทียมกัน - ให้ผู้ควบคุมงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลมอบหมายงานใน ระบบ ตามที่กองสถิติเศรษฐกิจกำหนด โดยมอบหมายงานให้พนักงานแจงนับรับผิดชอบรายเขตปฏิบัติงาน (EA) ตามพื้นที่ภูมิลำเนาปัจจุบัน หรือที่ทางเกษตรจังหวัดจัดรายชื่อมาให้เพื่อสะดวกในการเก็บข้อมูลให้ ครบถ้วนทุกครัวเรือน 2) การจัดเก็บข้อมูล - ทบทวนสร้างความเข้าใจรายละเอียดของโครงการ วัตถุประสงค์ ประโยชน์ที่จะ ได้รับ ขอบข่ายและคุ้มรวม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งยกตัวอย่างปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ ผู้ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติงาน เน้นย้ำการบันทึกแบบสอบถาม ในแต่ละข้อถาม เพื่อให้สามารถตอบคำถามผู้ตอบสัมภาษณ์/ผู้กรอกแบบสอบถามได้อย่างถูกต้อง - ผู้ปฏิบัติงานต้องมีการวางแผนในการเข้าปฏิบัติงานล่วงหน้า ตรวจสอบข้อมูล เบื้องต้นของเขตปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายก่อนเริ่มปฏิบัติงานว่าถูกต้องและเป็นไปได้หรือไม่ - พนักงานแจงนับทำแบบทดสอบหลังเข้ารับการอบรมผ่านตามเกณฑ์แบบประเมิน ความรู้ความเข้าใจ จึงเริ่มปฏิบัติงานได้ - ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรที่ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ทันที ต้องมีการนัดหมาย หรือ โทรศัพท์ติดต่อเพื่อขอจัดเก็บข้อมูล
ห น้ า | 9 3) การควบคุมคุณภาพข้อมูล - เจ้าหน้าที่วิชาการ และผู้ประสานงานพื้นที่ ระดับอำเภอลงพื้นที่สังเกตการณ์ ปฏิบัติงานของพนักงานแจงนับ และตรวจแบบสอบถามทุกๆ แบบ หากพบข้อผิดพลาดจะแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงาน เก็บรวบรวมข้อมูลแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อป้องกันการบันทึกข้อมูลผิดพลาด - การบันทึกข้อมูลบนเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) ทำให้เจ้าหน้าที่วิชาการ ผู้ประสานงานพื้นที่ระดับอำเภอ ผู้ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูล และผู้บริหาร สามารถทราบถึงผลการ ดำเนินงานของจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว 1.2 ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข คาบเวลางานสนาม การปฏิบัติงานสนามโครงการสำมะโน การเกษตร พ.ศ. 2566 ใช้บุคคลภายนอกสังกัด กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร เป็นผู้ปฏิบัติงานเก็บ รวบรวมข้อมูล และควบคุมการปฏิบัติงานสนาม ซึ่ง คาบระยะเวลามีความซ้ำซ้อนกับโครงการประจำที่ ปฏิบัติอยู่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ ความสำคัญงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ลดลง รายการข้อถาม ผู้ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลและเจ้าหน้าที่ ผู้ประสานงานในพื้นที่ ระดับอำเภอ บางท่านไม่เคย ปฏิบัติงานโครงการนี้มาก่อน หรือการตีความหมาย ด้านการเกษตรบางประเภทเป็นไปตามการขึ้น ทะเบียนเกษตรกรเช่น ด้านปศุสัตว์ ไก่ สุนัข ทำให้มี จำนวนเกษตรกรจำนวนเพิ่มขึ้น หรือพื้นที่ทำ การเกษตรใช้รวมหลายประเภท ไม่ได้ระบุมา ทำให้ พื้นที่การเกษตรลดหายไป ความร่วมมือของผู้ประกอบการเกษตร - ผู้ถือครองการเกษตรความซ้ำซ้อนกันทั้งใน เขตปฏิบัติงานเดียวกันและต่างเขตปฏิบัติงาน - ผู้ประกอบการเกษตรเกษตรขนาดใหญ่ ไม่ เห็นความสำคัญในการให้ข้อมูล - รายชื่อผู้ถือครองทำการเกษตรกับที่อยู่ไม่ตรง ตามความเป็นจริงทำให้เสียเวลาในการค้นหาข้อมูล รายการข้อถาม - สำนักงานสถิติจังหวัดแต่ละจังหวัดได้อบรมซ้ำ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยอธิบายเน้นย้ำใช้ ภาษาที่สื่อสารเข้าใจง่าย ความร่วมมือของผู้ประกอบการเกษตร - แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสนามตรวจสอบ บัญชีรายชื่อผู้ถือครองการเกษตรที่ได้รับก่อนออก ปฏิบัติงาน หากมีซ้ำกันให้ตกลงกันว่าใครจะเก็บ ข้อมูล หรือไม่มีในระบบ Farmer one ของกระทรวง เกษตร
ห น้ า | 10 1.3 ข้อเสนอแนะการพัฒนางานโครงการสำมะโนฯ ครั้งต่อไป - การเตรียมการทุกขั้นตอน รวมถึงการทำความเข้าใจกับหน่วยงานกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ในพื้นที่ ขาดความชัดเจน และต่อเนื่อง ทำให้การได้รับความร่วมมือของการปฏิบัติงานไม่เป็นไป ตามหลักปฏิบัติทางราชการ อาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวทุกระดับในการประสานงานและดำเนินการจนเสร็จสิ้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 3.การประมวลผลข้อมูล เมื่อปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว แบบสอบถามที่บันทึกข้อมูลแล้ว จะ ถูกนำมาทำการประมวลผล ซึ่งในปัจจุบันจะทำการประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Mainframe และ Microcomputer) ซึ่งต้องทำการบรรณาธิกรแลลสอบถาม คือ การตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง ความแนบนัย และความเป็นไปได้ของข้อมูล แล้วนำไปทำการลงรหัส คือ การแปลงข้อมูลจากแบบสอบถามให้ เป็นรหัส หลังจากนั้นนำข้อมูลที่อยู่ในรูปของรหัส มาบันทึกผ่าน Web Application ซึ่งทำให้สามารถลดเวลา ในการประมวลผลลงได้อย่างมาก แล้วทำการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ตามรูปแบบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในรูปของตารางสถิติ เมื่อประมวลผลเสร็จแล้วก็จะทำการตรวจสอบข้อมูลที่ได้อีกครั้งแล้ว จึงนำมาวิเคราะห์ ตีความหรือแปลความหมายของข้อมูลสถิติที่ได้องค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น โปรแกรมที่ใช้ ในการประมวลผล การตรวจสอบข้อมูลให้มีคุณภาพ ความครบถ้วนของข้อมูล ฯลฯ 1.1 แนวทางการปฏิบัติงาน 1) การตรวจสอบความครบถ้วนและคุณภาพของข้อมูล - การตรวจสอบความครบถ้วนของจำนวนผู้ถือครองการเกษตร จะดูได้เฉพาะ ครัวเรือนตามระบบและตามสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่แต่ละระดับ ทำให้ควบคุมการปฏิบัติงานสนามไม่เป็นไปตาม หลักวิชาการสถิติเท่าที่ควร 2) การบันทึกข้อมูล - เกิดข้อผิดพลาดในการดำเนินการของระบบ Server ที่เต็มในช่วงแรกของคาบการ ปฏิบัติงานสนาม ทำให้เกิดการหยุดชะงักไม่ต่อเนื่องของพนักงานแจงนับไปปฏิบัติภารกิจอื่นที่เป็นภารกิจอื่น ๆ แล้วย้อนกลับมาปฏิบัติงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 - การประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล ใช้โปรแกรมจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พัฒนา หากพบข้อผิดพลาด Error จากโปรแกรมและมีการ Update System จะแจ้งผู้ปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ห น้ า | 11 1.2 ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข การบันทึกข้อมูล - ปัญหาเชิงเทคนิคของระบบ Web Application และการจัดเก็บข้อมูลทำให้ขาด ความต่อเนื่อง โปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผล การบันทึกข้อมูลบนเว็บเบราว์เซอร์ ไม่มีเมนู ตรวจสอบความแนบนัยของข้อมูล ทำให้ข้อมูลที่ได้ จากการบันทึกเกิดความผิดพลาด การตรวจสอบข้อมูลให้มีคุณภาพ การเปรียบเทียบฐานข้อมูลจะไม่สามารถเห็นได้ อย่างชัดเจน ต้องรอส่วนกลางทีม Admin ระบบเป็น ผู้ประมวลผลส่งกลับมา โปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผล - ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนที่จะ ทำการประมวลผลข้อมูล - การบันทึกข้อมูลผ่าน Web Application ควรเพิ่มเงื่อนไขการตรวจสอบความแนบนัยขณะ บันทึกข้อมูลตามเงื่อนไขของ Data Dictionary เพื่อ ลดเวลาและช่วยในการตรวจสอบข้อมูลให้มีความ ถูกต้องครบถ้วนเพิ่มขึ้น การตรวจสอบข้อมูลให้มีคุณภาพ - ตรวจสอบความถูกต้อง แนบนัย ของข้อมูล ก่อนที่จะทำการบันทึกข้อมูล และประมวลผลข้อมูล - จัดทำสรุปเงื่อนไขการบันทึกข้อมูลตาม ความสัมพันธ์ของข้อถามต่าง ๆ และตามเงื่อนไข Data Dictionary เพื่อสร้างความเข้าใจและเป็นแนว ทางการปฏิบัติงานร่วมกัน เช่น การบันทึกสมาชิก ในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องการกษตร หนี้สิน เป็นต้น 1.3 ข้อเสนอแนะการพัฒนางานโครงการสำมะโนฯ ครั้งต่อไป - โปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ควรดำเนินการให้ทันตามแผนการเก็บ รวบรวมข้อมูล - ควรเปิดโอกาสให้สำนักงานสถิติจังหวัดสามารถประมวลผลข้อมูลได้เองภาพรวม หรือรายเขตปฏิบัติงาน (EA) หรือรายอำเภอ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงข้อผิดพลาดในการเก็บข้อมูลของ ตนเอง และเป็นแนวทางการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลให้มีความถูกต้อง และแนบนัย - ระบบเบิกจ่ายควรให้สมารถพิมพ์ออกมาตามแบบฟอร์มใบรับเงินค่าตอบแทนได้ เพื่อลดข้อผิดพลาดการคำนวณและพิมพ์เอง
ห น้ า | 12 4.การนำเสนอผลเบื้องต้น เป็นขั้นตอนที่จะนำผลที่ได้จากการทำสำมะโนฯ ออกเผยแพร่ให้ผู้ใช้ข้อมูลหรือประชาชน ได้ทราบมีเป้าหมายหลัก คือ เพื่อจัดข้อมูลที่ให้ความหมายอย่างเป็นระเบียบ สรุปข้อมูลได้ง่าย และเพื่อเน้น ลักษณะของข้อมูลนั้น เช่น การจัดรูปแบบการนำเสนอข้อมูล (ตารางสถิติ แผนภูมิ แผนภาพ) การจัดทำ ต้นฉบับรายงานผล ช่องทางการให้บริการข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล ฯลฯ พร้อมทั้งดำเนินการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม และเผยแพร่ต่อไป 1.1 แนวทางการปฏิบัติงาน 1) ตรวจสอบความเป็นไปได้ของข้อมูล - ตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นไปได้ของข้อมูลจากตารางประมวลผลที่ ส่วนกลางจัดส่งมาให้และหาเหตุผลสนับสนุน 2) รูปแบบรายงานผลเบื้องต้น จัดทำรายงานตามหัวข้อที่ กลุ่มสถิติเศรษฐกิจรูปแบบที่สำนักงานสถิติแห่งชาติโดย พิจารณาจัดลำดับขั้นของการนำเสนอให้มีความต่อเนื่องและสอดคล้องกัน - การออกแบบการนำเสนอ ในรูปแบบ Infographic ให้ดึงดูดความสนใจ ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 1.2 ปัญหา/อุปสรรคและแนวทางการแก้ไข ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข รูปแบบรายงาน - สถิติจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต้องออกแบบการ จัดทำรายงานเอง ส่วนกลางโดยสำนักสถิติเศรษฐกิจ กำหนดหัวข้อมาให้ รูปแบบรายงาน - กำหนดรูปแบบรายงาน และกราฟให้เข้าใจง่าย นำเสนอในรูปแบบ infographic เพื่อให้ข้อมูลมี ความน่าสนใจมากขึ้น - เพิ่มสื่อการนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น รายงานฉบับย่อแบบ Pocket book รายงาน ฉบับอิเล็กทรอนิกส์ E- book 1.3 ข้อเสนอแนะการพัฒนางานโครงการสำมะโนฯ ครั้งต่อไป - ควรออกแบบ Template หัวข้อรายงาน Infographic ที่เป็นมาตรฐานเพื่อการ นำเสนอเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ห น้ า | 13 สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้น โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัด ภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) 1. จำนวนเขตปฏิบัติงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 จำนวนเขตปฏิบัติงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ของจังหวัดในกลุ่มภาคกลาง ตอนบน 1 จำนวน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา มี ปริมาณเขตปฏิบัติงานรวม 3,491 เขตปฏิบัติงาน ซึ่งจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 มี 2 จังหวัดที่เป็น จังหวัดปริมณฑล จึงมีปริมาณเขตปฏิบัติงานจำนวนน้อยเนื่องจากมีชุมชนเมืองและเป็นเขตพื้นที่ธุรกิจ อุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยจำนวนมากกว่า ตารางที่ 1 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ลำดับที่ จังหวัด เขตปฏิบัติงาน 1 นนทบุรี 365 2 ปทุมธานี 548 3 สระบุรี 1,022 4 พระนครศรีอยุธยา 1,556 รวม 3,491 แผนภูมิที่ 1 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงานในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 365 548 1,022 1,556 0 500 1,000 1,500 2,000 นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวนเขต ปฏิบัติงาน
ห น้ า | 14 2. จำนวนบ้านเลขที่ตามฐาน (ที่ต้องนับจด) โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 จำนวนบ้านเลขที่ตามฐาน (ที่ต้องนับจด) ของจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 138,363 บ้านเลขที่ เมื่อพิจารณาจำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ยต่อเขตปฏิบัติงาน อยู่ที่ 39-40 บ้านต่อเขต ปฏิบัติงาน จำนวนบ้านที่เฉลี่ยต่อเขตปฏิบัติงานมากที่สุดคือจังหวัดปทุมธานี อยู่ที่ 46-47 บ้านต่อเขต ปฏิบัติงาน ซึ่งในความจริงทำให้ทราบความหนาแน่นของจำนวนบ้านเลขที่กระจุกตัวอยู่ในบางเขตปฏิบัติงาน บางอำเภอที่มีการประกอบการเกษตร ตารางที่ 2 แสดงจำนวนเขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ย ต่อเขตปฏิบัติงานจำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ลำดับที่ จังหวัด เขตปฏิบัติงาน จำนวนบ้านเลขที่ จำนวนบ้านเลขที่เฉลี่ย ต่อเขตปฏิบัติงาน 1 นนทบุรี 365 15,077 41.31 2 ปทุมธานี 548 25,447 46.44 3 สระบุรี 1,022 44,497 43.54 4 พระนครศรีอยุธยา 1,556 53,342 34.28 รวม 3,491 138,363 39.63 แผนภูมิที่ 2 แสดงจำนวนบ้านเลขที่ในระบบงานฯ จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 15,077 25,447 53,342 44,497 0 10,000 20,000 30,000 40,000 50,000 60,000 นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี รายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวนบ้านเลขที่
ห น้ า | 15 3. ร้อยละของผลการแจงนับ สก.66 เมื่อเทียบกับ สก.56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการ นับจด (เบื้องต้น) โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 การปฏิบัติงานสนาม (เก็บรวบรวมข้อมูล) ของจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ปฏิบัติตามคาบงานตาม แผนงานโครงการที่สำนักงานสถิติแห่งชาติกำหนดเดิมวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2566 มีการปรับ คาบปฏิบัติงานครั้งที่ 1 ปรับแผนปฏิบัติงานโครงการ เนื่องจากมีการเลือกตั้งฯ 14 พฤษภาคม 2566 โดย กำหนดคาบงานสนามใหม่ เป็น 20 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2566 - ขยายคาบงานสนามครั้งที่ 1 เนื่องจาก สศ. ได้สรุปความก้าวหน้าการปฏิบัติงานผ่าน ระบบงานฯ (ณ วันที่ 17 มิ.ย. 66) และพิจารณาจากจำนวนแบบสอบถามที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ตั้งแต่ 20 พ.ค. – 17 มิ.ย. 66 เทียบกับระยะเวลาที่ปฏิบัติงานสนามมาแล้ว 29 วัน จึงประมาณระยะเวลาที่คาดว่าจะ ปฏิบัติงานทั่วประเทศแล้วเสร็จตามค่าเป้าหมายประมาณปลายเดือนกรกฎาคม 2566 ขยายไปสิ้นสุด วันที่ 31 กรกฎาคม 2566 - ขยายคาบงานสนามครั้งที่ 2 เนื่องจากคาบเวลาการปฏิบัติงานสนามเป็นช่วงฤดูฝนและมี มรสุม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานประสบปัญหา/อุปสรรคในการปฏิบัติงานสนาม รวมถึง การเดินทางไปปฏิบัติงานใน พื้นที่ที่ยากลำบาก ขยายไปสิ้นสุด วันที่ 18 สิงหาคม 2566 - ขยายคาบ (เฉพาะพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช) เนื่องจากความยากลำบากในการเดินทาง ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงพนักงานแจงนับ ทำให้การปฏิบัติงานไม่ต่อเนื่อง ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขยายไปสิ้นสุด วันที่ 25 สิงหาคม 2566 ซึ่งผลการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้ง 4 จังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 สามารถ ปฏิบัติงานได้เสร็จเรียบร้อยตามคาบงานที่กำหนดข้างต้น รายละเอียดผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับ สก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) เป็นตามตารางที่ 3 ตารางที่ 3 แสดงวันที่ปฏิบัติงาน สก.66 แล้วเสร็จ ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียน เกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ลำดับที่ จังหวัด วันที่ปฏิบัติงาน สก.66 แล้วเสร็จ ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับ สก.56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร การนับจด (เบื้องต้น) 1 นนทบุรี 21-ก.ค.-66 109.33% 56.71% 54.09% 2 ปทุมธานี 31-ก.ค.-66 76.78% 61.19% 54.26% 3 พระนครศรีอยุธยา 2-ส.ค.-66 98.33% 62.96% 53.36% 4 สระบุรี 9-ส.ค.-66 101.89% 71.30% 62.00%
ห น้ า | 16 แผนภูมิที่ 3 ผลการแจงนับ สก.66 เทียบกับสก. 56 ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร และการนับจด (เบื้องต้น) จำแนกตามรายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 109.33 76.78 98.33 101.89 56.71 61.19 62.96 71.3 54.09 54.26 53.36 62.00 นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี รายชื่อจังหวัดในกลุ่มภาคกลางตอนบน 1 ร้อยละ
ห น้ า | 17 การระดมความคิดเห็นสรุปผลการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนางาน โครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัด ภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) ตารางที่ 4 ตารางการระดมความคิดเห็นสรุปผลการดำเนินงาน และแนวทางการพัฒนางานโครงการสำมะโน การเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 จังหวัดปทุมธานี แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน - ประสานกับสำนักงาน เกษตรจังหวัดเพื่อจัดหา อกม.เพื่อมาดำเนินงาน โดยมีการประชุมร่วมกัน ระหว่างสำนักงานเกษตร จังหวัด สำนักงานเกษตร อำเภอ พร้อมทั้งลงพื้นที่ ชี้แจงรายละเอียด โครงการในแต่ละพื้นที่ - มอบหมายเจ้าหน้าที่ ในการรับผิดชอบในแต่ ละพื้นที่ให้มีความ เหมาะสม - เข้าร่วมประชุมชี้แจง การดำเนินโครงการทุก ครั้ง และประชุมสรุป ความเข้าใจในการ ดำเนินงานอีกครั้ง - เตรียมความพร้อมใน การประชาสัมพันธ์ และ การจัดอบรมให้แก่ เจ้าหน้าที่ อกม. - ความเป็นชุมชนเมือง ทำให้การจัดหา อกม. เป็นไปได้ค่อนข้างยาก - อกม.ส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ ทำให้ขาด ความคล่องตัวในการใช้ โปรแกรมในการจัดเก็บ - พื้นที่เกษตรในพื้นที่มี การเปลี่ยนแปลงไปเป็น ชุมชนเมือง ทำให้ไม่ สามารถหาบ้าน ครัวเรือนเกษตรที่อยู่ใน ฐานข้อมูลได้ - การให้ความร่วมมือ ของคนในพื้นที่มีน้อย - เจ้าหน้าที่เกษตรมี ภาระกิจมากทำให้การ ติดตามงานไม่ต่อเนื่อง - ระบบงานจำกัดสิทธิ์ ในการเข้าถึงทำให้ขาด การสื่อสารในแต่ละ ระดับที่ต้องรับผิดชอบ - ประสานงานกับ เจ้าหน้าที่สำนักงาน เกษตรจังหวัด สำนักงาน เกษตรอำเภอเพื่อหารือ และแก้ไขปัญหาร่วมกัน - เจ้าหน้าที่วิชาการดูแล อกม. และแก้ไขปัญหา ให้ อกม.อย่างใกล้ชิด - ขอความร่วมมือผู้นำ ในพื้นที่เพื่อสอบถาม ข้อมูลเบื้องต้นของพื้นที่ จัดเก็บข้อมูล - หากในอนาคตต้องขอ ความร่วมมือหน่วยงาน อื่นในการจัดเก็บข้อมูล ควรปรับปรุงระบบการ จัดเก็บข้อมูลให้สะดวก และง่ายต่อการใช้งาน - ไม่ควรมีเงื่อนไขใน การเข้ารับการอบรมหรือ การทำงานมากเกินไป เนื่องจากทำให้ ผู้ปฏิบัติงานไม่อยาก ทำงาน - ควรเพิ่มค่าตอบแทน ให้สอดคล้องกับการ ทำงาน - ควรบูรณาการข้อมูล ร่วมกันในทุกหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง
ห น้ า | 18 จังหวัดนนทบุรี แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน -จัดทำแผนผังการ ปฏิบัติงาน ทุก กระบวนงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเริ่มงานสำมะโนฯ ให้แก่เจ้าหน้าที่วิชาการ ถ่ายทอดต่อไปยังผู้ ประสานงานในพื้นที่ -ติดต่อประสานงาน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ ให้กับหน่วยงานอื่นๆที่ เกี่ยวข้องกับข้อมูลการ สำมะโนการเกษตร เช่น ประมงและปศุสัตว์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่าง ครบถ้วน -จัดอบรมการใช้ ระบบงานให้กับทุก หน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ อย่างน้อย พื้นที่ละ 2 – 3 ครั้ง -ปรับแบบสอบถามให้ กระชับเหมาะสมแต่ละ พื้นที่เพื่อให้พนักงานแจง นับสามารถทำงานได้ สะดวกและรวดเร็วขึ้น -สร้าง open chat ระหว่าง Admin จังหวัด เจ้าหน้าที่วิชาการ และผู้ - Human Error ในการ บันทึกข้อมูล - พนักงานแจงนับโดย ส่วนใหญ่มีอายุมากเป็น อุปสรรคต่อการ ปฏิบัติงาน - แบบสัมภาษณ์มี ข้อถามมากและซับซ้อน - ค่าตอบแทนน้อย เกินไป - ปัญหาการใช้งานWeb Application ผ่าน device ของพนักงาน แจงนับ - พื้นที่มีความเป็นเมือง สูงไม่ค่อยได้รับความ ร่วมมือจากผู้ถือครอง หรือพนักงานแจงนับไม่ สามารถเข้าพื้นที่ได้ - ช่วงที่ผ่านมามีการขึ้น ทะเบียนเกษตรกร เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมากจาก การเรียกเก็บภาษี - ผู้ประสานไม่ได้ชี้แจง การจำแนกกิจกรรมให้ พนักงานแจงนับเข้าใจใน เรื่องของการเลี้ยงสัตว์ การทำประมงน้ำจืด เพราะเป็นงานของส่วน ราชการอื่น - ระบบสก.66 มีปัญหา ค่อนข้างบ่อยกิน ระยะเวลาการ - สร้างความรู้ความเข้าใจ ในส่วนของนิยามการ จำแนกประเภทกิจกรรม ในช่วงการปฏิบัติงาน สนามให้พนักงานแจงนับ เพื่อลดความผิดพลาดใน การบันทึกข้อมูล - ให้คำแนะนำผู้ ประสานงานในพื้นที่ใน เรื่องของทักษะที่ต้องใช้ และจำเป็นในการ ปฏิบัติงานของพนักงาน แจงนับ - สถิติจังหวัดประสานงาน ในเรื่องของข้อมูลต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเบื้องต้น เช่น ปศุสัตว์ หรือประมงจังหวัด - เจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ การให้ข้อมูลในพื้นที่ที่ ตนเองเคยปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ ดี - admin จังหวัดติดตาม การพัฒนาระบบของ เจ้าของโครงการตลอด ระยะเวลางานสำมะโนฯ เพื่อทราบปัญหา วิธีการ แก้ไขต่างๆในขณะที่ระบบ ขัดข้อง และคอยชี้แจง ปัญหาและวิธีแก้ต่างๆให้ พนักงานแจงนับได้ทราบ -ควรให้ทุกจังหวัดมีการ ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานลง ไปปฏิบัติงานที่หน้างาน จริงพร้อมกันทั่วประเทศ ในระยะทดลองระบบ เพื่อทดสอบระบบก่อน ให้ บุคคลภายนอกทำ เพื่อจะได้ตรวจสอบหา ข้อผิดพลาดและแก้ไขได้ ก่อนที่จะลงทำสำมะโน จริง - ควรให้เจ้าหน้าที่ สำนักงานสถิติได้มีส่วน ร่วมในการหา พนักงาน แจงนับในกรณีที่ เกษตร อำเภอ ไม่สามารถหา พนักงานแจงนับได้ตาม จำนวนที่กำหนด - ปรับปรุงแบบสอบถาม ให้มีความสอดคล้องกับ ค่าตอบแทนลดความ ซับซ้อนของนิยามต่างๆ และเงื่อนไขของ แบบสอบถาม - ควรมีแบบสอบถามที่ เป็นpaper ให้พนักงาน แจงนับใช้ในช่วง ระยะเวลาที่ระบบมี ปัญหา - มีการจัดทำ Flow งานสำมะโนฯ ให้ เหมาะสมตามบริบท ของแต่ละจังหวัด
ห น้ า | 19 จังหวัดนนทบุรี แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน ประสานงานในพื้นที่ สามารถติดต่อ ประสานงานเรื่องต่างๆ ได้อย่างสะดวกและ รวดเร็ว ปฏิบัติงานการลงพื้นที่ ของพนักงานแจงนับต้อง หยุดชะงักในบางช่วง ผ่านทางเจ้าหน้าที่วิชาการ ประจำอำเภอ - เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ที่ตรงกัน ระหว่างสถิติ จังหวัด เกษตรอำเภอ รวมไปถึงพนักงานแจง นับ จังหวัดสระบุรี แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน - แนะนำผู้ประสาน จัดหาผู้ที่มีความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยี - จัดตั้งไลน์กลุ่มในการ ประสานงาน แจงความ คืบหน้า แนะให้ คำปรึกษา แก้ไขปัญหา - หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มี ผู้ใช้งานมาก - เจ้าหน้าที่ สถจ. อบรม ให้ความรู้ความเข้าใจ ใน การใช้งานระบบ - เจ้าหน้าที่ สถจ. และผู้ ประสาน ชี้แจงให้ พนักงานแจงนับทราบว่า การเก็บข้อมูลไม่ส่งผล กระทบต่อสวัสดิการที่ ได้รับ - จัดหาพนักงานแจงนับ อกม. ค่อนข้างเป็น ผู้สูงอายุ ไม่ถนัดใช้ เทคโนโลยี - เจ้าหน้าที่ผู้ประสาน และพนักงานแจงนับ มี งานประจำ ทำให้ไม่ค่อย มีเวลา - ระบบในช่วงแรกมี ปัญหาบ่อยครั้ง พนักงานแจงนับลงพื้นที่ แต่ปฏิบัติงานได้ - ในช่วงแรก อกม.ยังไม่ ค่อยเข้าใจในระบบงาน เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน สถิติต้องลงพื้นที่ให้ความ ช่วยเหลือ - เกษตรกรกลัวการให้ ข้อมูลจะส่งผลกระทบ ต่อสวัสดิการที่เคยได้รับ - อกม. หาลูกหลานที่ สามารถใช้เทคโนโลยี ได้มาช่วยงาน - ขอความอนุเคราะห์ใน การบริหารเวลาเพื่อ ปฏิบัติงานให้ทันคาบ งาน - หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มี การใช้งานปริมานมาก และคอยแจ้งในไลน์กลุ่ม เมื่อระบบมีปัญหา - เจ้าหน้าที่ สถจ.และผู้ ประสาน ลงพื้นที่ให้ คำแนะนำกับพนักงาน แจงนับ - ผู้ประสานและ เจ้าหน้าที่ สถจ. ชี้แจง เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจ - จัดหาพนักงานแจงนับนับ แบบจ้างเหมารายเดือน เพื่อให้งานดำเนินการไป ด้วยความสะดวก เนื่องจาก สถจ.สามารถ แนะนำการทำงานได้ สะดวกกว่าการใช้ บุคคลภายนอกในการ ปฏิบัติงาน - เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการ ใช้งานพร้อมกันในปริมาณ มากๆ
ห น้ า | 20 จังหวัดสระบุรี แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน - เจ้าหน้าที่ สถจ. และผู้ ประสานลงพื้นที่ แนะนำ ให้กับพนักงานแจงนับ - มีการประสานพูดคุย กับทางผู้ประสานตั้งแต่ ก่อนเริ่มโครงการเพื่อขอ ความร่วมมือทำงาน ร่วมกัน - ชี้แจงให้ทราบถึง ค่าตอบแทนที่จะได้รับใน การปฏิบัติงาน - เจ้าหน้าที่พนักงาน แจงนับ ยังไม่ค่อยเข้าใจ นิยาม - ผู้ประสานในบางพื้นที่ ไม่ให้ความสำคัญกับ โครงการ สก. - ค่าตอบแทนได้น้อย ไม่ค่อยจูงใจให้อยาก ทำงาน - ลงพื้นที่เน้นย้ำในส่วน ของคำนิยามอีกครั้ง - ขอความอนุเคราะห์ เพื่อช่วยให้งาน ดำเนินการให้เสร็จสิ้น ตามคาบที่กำหนด - แก้ไม่ได้ ขึ้นอยู่กับ ส่วนกลางกำหนด - เพิ่มค่าตอบแทน หรือมี ผลประโยชน์ในทางอื่นเพื่อ จูงใจในการทำงาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน -ระบบในการจัดเก็บ ข้อมูลมีความสามารถใน การปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - เจ้าหน้าที่สำนักงาน สถิติจังหวัดอบรมให้ ความรู้พนักงานแจงนับ เพื่อให้มีความรู้ความ เข้าใจในนิยามก่อนที่จะ ปฏิบัติงาน - ผู้ให้ข้อมูลมีความ เข้าใจในวัตถุประสงค์ ของการให้ข้อมูล - ผู้ประสานงานในพื้นที่ ปฏิบัติตามหน้าที่และ ความรับผิดชอบตามที่ ได้รับมอบหมายได้อย่าง ถูกต้อง และครบถ้วน - ระบบในการจัดเก็บ ข้อมูลมีปัญหาบ่อยครั้ง ทำให้พนักงานแจงนับ เกิดความไม่พอใจ - พนักงานแจงนับ ยังไม่ ค่อยเข้าใจในนิยามของผู้ ถือครองทำการเกษตร - ผู้ให้ข้อมูลไม่เข้าใจ วัตถุประสงค์ของการให้ ข้อมูลกลัวว่าจะไม่ได้รับ เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล - ผู้ประสานงานในพื้นที่ ไม่ไห้ความสำคัญกับการ ปฏิบัติงานสำมะโน การเกษตร พ.ศ. 2566 - -ปรับปรุงพัฒนาระบบ จัดเก็บข้อมูลให้มี ประสิทธิภาพและความ เสถียรภาพที่สูง - สร้างความรู้ความ เข้าใจในนิยามเพิ่มมาก ขึ้น - สร้างความรู้ความ เข้าใจให้แก่ผู้ให้ข้อมูล - สร้างความรู้ความ เข้าใจให้แก่ผู้ ประสานงานในพื้นที่ใน การปฏิบัติหน้าที่และ ความรับผิดชอบ คือ ประสานและ ช่วยเหลือ สนับสนุน เจ้าหน้าที่วิชาการ พนักงานแจงนับ และผู้ - ก่อนใช้งานจริง ควรมีการ ทดสอบระบบที่ครอบคลุม ทุกเงื่อนไข - เพิ่มระยะเวลาและ เจ้าหน้าที่อบรมเพื่อจะ สามารถสร้างความรู้ความ เข้าใจ และเข้าถึงพนักงาน แจงนับมากขึ้น - เพิ่มช่องทางการ ประชาสัมพันธ์ที่สามารถ เข้าถึงและทำให้ กลุ่มเป้าหมายสนใจและ อยากที่จะให้ข้อมูลแก่ พนักงานแจงนับ - ต้องทำให้ผู้ประสานงานใน พื้นที่ตระหนักและเห็น ความสำคัญของผู้ประสานงาน ในพื้นที่ว่า เป็นผู้มีบทบาท สำคัญในการช่วยเหลือ
ห น้ า | 21 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แนวทาง การปฏิบัติที่ดี ปัญหาและอุปสรรค แนวทางการแก้ไข ข้อเสนอแนะ การพัฒนางาน ถือครองทำการเกษตรใน พื้นที่ในระหว่าง ปฏิบัติงานสนาม สนับสนุน และแก้ไขปัญหา ให้กับพนักงานแจงนับในการ ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อย และ สามารถปฏิบัติงานให้แล้ว เสร็จภายในเวลาที่กำหนด
ห น้ า | 22 การระดมความคิดเห็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนงาน ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization ภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี)
ห น้ า | 23
ห น้ า | 24
ห น้ า | 25 1. ข้อมูลทั่วไป ในการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จังหวัดในกลุ ่มภาคกลางตอนบน 1 จำนวนทั้งสิ้น 85 คน ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี 24 คน ปทุมธานี 23 คน สระบุรี 21 คน และพระนครศรีอยุธยา 17 คน ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง ร้อยละ 64.7 เพศชาย ร้อยละ 35.3 เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 31 ปี ร้อยละ 27.2 อายุระหว่าง 46 – 50 ปี ร้อยละ 19.8 อายุระหว่าง 41 – 45 ปี ร้อยละ 15.8 อายุระหว่าง 36 – 40 ปี ร้อยละ 13.4 อายุระหว่าง 31 – 35 ปี ร้อยละ 11.4 อายุระหว่าง 51 – 55 ปี ร้อยละ 7.9 และอายุระหว่าง 56 – 60 ปี ร้อยละ 4.5 อายุงานที่สำนักงานสถิติจังหวัด ต่ำกว่า 6 ปี ร้อยละ 37.6 อายุงานระหว่าง 21 – 25 ปี ร้อยละ 18.8 และอายุงานมากกว่า 25 ปี ร้อยละ 6.4 ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 81.7 ต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 13.9 และปริญญาโทขึ้นไป ร้อยละ 4.4 (ตาราง 1) ตาราง 4 ร้อยละของผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำแนกตามลักษณะทางประชากรและสังคม ลักษณะทางประชากรและสังคม ร้อยละ เพศ 100.0 ชาย 35.3 หญิง 64.7 อายุ 100.0 ต่ำกว่า 31 ปี 27.2 31 – 35 ปี 11.4 36 – 40 ปี 13.4 41 – 45 ปี 15.8 46 – 50 ปี 19.8 51 – 60 ปี 12.4 อายุงานที่ปฏิบัติ ณ สนง.สถิติแห่งชาติ/สถิติจังหวัด 100.0 ต่ำกว่า 6 ปี 37.6 6 – 10 ปี 12.9 11 – 20 ปี 24.3 21 – 25 ปี 18.8 มากกว่า 25 ปี 6.4 บทที่ 4 สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ
ห น้ า | 26 ตาราง 4 ร้อยละของผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำแนกตามลักษณะทางประชากรและสังคม (ต่อ) ลักษณะทางประชากรและสังคม ร้อยละ การศึกษา 100.0 ต่ำกว่าปริญญาตรี 13.9 ปริญญาตรี 81.7 ปริญญาโทขึ้นไป 4.4 2. การบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ผู้เข้าร่วมการประชุมเห็นว่าโครงการนี้ทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์อันดี ในหมู่คณะ ในระดับมากที่สุดร้อยละ 37.6 มากร้อยละ 49.0 และปานกลางร้อยละ 13.4 3. ความพึงพอใจต่อหลักสูตรด้านกระบวนการ ผู้เข้าร่วมการประชุมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อหลักสูตรด้านกระบวนการผู้จัดได้สรรหาคณะ วิทยากรที่มีความรอบรู้ตรงตามวัตถุประสงค์ ในระดับมาก - มากที่สุดร้อยละ 84.1 ในสัดส่วนที่สูงกว่าด้านอื่น รองลงมาได้แก่ด้านกระบวนการจำนวนผู้เข้าอบรมมีความเหมาะสม (ร้อยละ 82.2) และด้านกระบวนการ ออกแบบเนื้อหาสาระได้ตรงตามวัตถุประสงค์ (ร้อยละ 81.2) 37.6 49.0 13.4 0% 20% 40% 60% 80% 100% โอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์อันดีใน หมู่คณะ มากที่สุด มาก ปานกลาง แผนภูมิที่ 4 ร้อยละของผู้เข้าร่วมการประชุม จำแนกตามความพึงพอใจการบรรลุวัตถุประสงค์ของ โครงการทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างความสัมพันธ์อันดี
ห น้ า | 27 4. ความพึงพอใจต่อการประชุมเชิงฯ ด้านคุณภาพ ผู้เข้าร่วมการประชุมมีความพึงพอใจต่อการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ด้านคุณภาพความคุ้มค่าใน การเข้าร่วมโครงการที่ได้รับในครั้งนี้ ในระดับมากที่สุดร้อยละ 29.7 มากร้อยละ 54.9 ปานกลางร้อยละ 15.4 81.2 28.7 29.2 23.8 55.4 53.0 57.4 14.4 15.3 18.3 1.5 2.5 0.5 0% 20% 40% 60% 80% 100% ผู้จัดได้สรรหาคณะวิทยากรที่มีความรอบรู้ตรง ตามวัตถุประสงค์ จ านวนผู้เข้าอบรมมีความเหมาะสม ออกแบบเนื้อหาสาระได้ตรงตามวัตถุประสงค์ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย 82.2 81.2 84.1 แผนภูมิที่ 5 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จำแนกจากความพึงพอใจต่อหลักสูตรด้านกระบวนการ 29.7 29.7 15.4 0% 20% 40% 60% 80% 100% ความคุ้มค่าในการเข้าร่วมโครงการที่ได้รับในครั้งนี้ มากที่สุด มาก ปานกลาง แผนภูมิที่ 6 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จ าแนกตามความพึงพอใจต่อการประชุมฯ ด้านคุณภาพ
ห น้ า | 28 5. ความพึงพอใจต่อคณะวิทยากร ผู้เข้าร่วมการประชุมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อคณะวิทยากรมีศิลปะในการถ่ายทอดเข้าใจง่าย กระตุ้นให้อยากเรียนรู้ และคณะวิทยากรมีการเตรียมความพร้อมของคณะวิทยากร มีความพึงพอใจเท่ากันใน ระดับมาก - มากที ่สุดร้อยละ 79.2 คณะวิทยากรมีสื ่อที ่ใช้ในการแลกเปลี ่ยนเรียนรู้หัวข้อต ่างๆ มีความ เหมาะสม ร้อยละ 78.2 และคณะวิทยากรมีการจัดลำดับเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 76.2 6. ความคิดเห็นด้านอื่นๆ 6.1 ท่านเห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ สมควรจัดโครงการลักษณะเช่นนี้ให้กับบุคลากรอีกหรือไม่ ผู้เข้าร่วมการประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ ร้อยละ 98.0 สมควรจัดโครงการลักษณะ เช่นนี้ให้กับบุคลากรอีก ประโยชน์ที ่ได้ อันดับแรกคือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ ่งกันและกัน ร้อยละ 39.7 รองลงมาได้แก่การทราบปัญหา อุปสรรค และแนวทางวิธีแก้ไข ร้อยละ 16.4 ได้ความรู้เพื่อนำไปใช้ในการ ทำงาน สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 15.8 การสร้างความสัมพันธ์ ร้อยละ 14.4 การ พบปะสังสรรค์ ร้อยละ 6.2 และอื่นๆ (ผ่อนคลาย สร้างความสามัคคี ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นต้น) ร้อยละ 7.5 ไม่มีผู้แสดงความคิดเห็นว่าไม่มีประโยชน์ 22.3 19.3 18.3 21.8 56.9 58.9 57.9 57.4 18.3 20.8 21.3 20.3 2.5 1.0 2.5 0.5 0% 20% 40% 60% 80% 100% การเตรียมความพร้อมของคณะวิทยากร สื่อที่ใช้ในการแลกเปลียนเรียนรู้หัวข้อต่างๆ มี ความเหมาะสม จัดล าดับเนื้อหาได้อย่างต่อเนื่อง มีศิลปะในการถ่ายทอดเข้าใจง่าย กระตุ้นให้ อยากเรียนรู้ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย 76.2 78.2 79.2 แผนภูมิที่ 7 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุม จำแนกตามความพึงพอใจต่อคณะวิทยากร 79.2
ห น้ า | 29 ตาราง 5 ร้อยละของผู้เข้าร ่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จำแนกตามความคิดเห็นเกี ่ยวกับโครงการนี้ มีประโยชน์ ประโยชน์ 1/ ร้อยละ รวม ผู้แสดงความคิดเห็นว่ามีประโยชน์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน การทราบถึงปัญหา อุปสรรค และแนวทางวิธีแก้ไข ได้ความรู้เพื่อนำไปใช้ในการทำงาน สามารถนำไปปฏิบัติได้ อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความสัมพันธ์ การพบปะสังสรรค์ อื่นๆ (ผ่อนคลาย สร้างความสามัคคี ทำกิจกรรมร่วมกัน ละลายพฤติกรรม ทำงานเป็นทีม ได้แสดงความคิดเห็น) ผู้แสดงความคิดเห็นว่าไม่มีประโยชน์ 100.0 98.0 39.7 16.4 15.8 14.4 6.2 9.5 - หมายเหตุ : 1/ ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ 6.2 หัวข้ออบรมอื่นๆ ที่ท่านประสงค์จะให้องค์กรจัดการอบรมให้กับท่าน ผู้เข้าร่วมการประชุม มีผู้แสดงความคิดเห็นร้อยละ 25.7 ประสงค์จะให้ส่วนกลางอบรม อันดับแรก ได้แก่ วิธีการทำงานที่ถูกต้อง/ทักษะในการทำงานที่ถูกต้อง ร้อยละ 21.8 รองลงมาได้แก่ สรุปข้อผิดพลาด/ ประเด็นที่ผิดพลาดของโครงการต่างๆ และบุคลิกภาพ มีสัดส่วนเท่ากัน ร้อยละ 10.9 วิธีการประชาสัมพันธ์ให้ บุคคลทั ่วไปรู้จักสำนักงานมากขึ้น ร้อยละ 9.1 ด้านนันทนาการ การใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูล (เครื่องมือ อุปกรณ์ และแอปพิเคชั่น) และการแก้ปัญหาในการทำงาน มีสัดส่วนเท่ากัน ร้อยละ 7.3 เป็นต้น และมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 74.3
ห น้ า | 30 ตาราง 6 ร้อยละของผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จำแนกตามความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้ออื่นๆ ที่ประสงค์ ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดการอบรม หัวข้อการอบรม 1/ ร้อยละ รวม ผู้แสดงความคิดเห็น วิธีการทำงานที่ถูกต้อง/ทักษะในการทำงานที่ถูกต้อง สรุปข้อผิดพลาด/ประเด็นที่ผิดพลาดของโครงการต่างๆ บุคลิกภาพ วิธีการประชาสัมพันธ์ให้บุคคลทั่วไปรู้จักสำนักงานมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูล (เครื่องมือ อุปกรณ์ และ แอปพิเคชั่น) การแก้ปัญหาในการทำงาน การทำงานเป็นทีม เพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานสนาม อื่นๆ (การเงิน พัสดุ การเขียนใบสำคัญ ภาวะผู้นำ โต้วาที ปัญหาในการทำงาน การวางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ข่าวสารต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ยังไม่รู้ฯลฯ) ผู้ไม่แสดงความคิดเห็น 100.0 25.7 21.8 9.1 3.6 14.6 74.3 หมายเหตุ : 1/ ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ 6.3 สิ่งที่ประทับใจที่สุดในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุม มีผู้แสดงความคิดเห็นร้อยละ 47.0 สิ่งที่ประทับใจที่สุดในการเข้าร่วมโครงการ ครั้งนี้ อันดับแรกได้แก ่ทุกคนแต ่ละจังหวัดได้มาพบกัน ร้อยละ 23.0 รองลงมาได้แก ่ประโยชน์ในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา ร้อยละ15.9 การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ร้อยละ 12.4 การทำงานเป็นทีม ความสามัคคี และความร่วมมือในองค์กร ร้อยละ 9.7 และมิตรภาพ ร้อยละ 7.1 เป็นต้น และมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 53.0 6.4 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เช่น ด้านวิทยากร สถานที่ ฯลฯ ตามความประสงค์ที่ต้องการเสนอแนะ ผู้เข้าร่วมการประชุม มีผู้แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 30.2 ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมตามความประสงค์ ที่ต้องการเสนอแนะ อันดับแรก ได้แก่ ระยะเวลาที่จำกัดและกระชั้นชิดในการจัดประชุมฯ ร้อยละ 53.4ความ ประทับใจวิทยากร ร้อยละ 27.3 รองลงมาได้แก ่ ห้องประชุมเพิ ่มสื ่อในการนำเสนอ ไม ่มีอุปกรณ์จอ โปรเจคเตอร์ ด้านหลังมองไม่เห็น ร้อยละ 7.8 เป็นต้น และไม่แสดงความคิดเห็น ร้อยละ 69.8 7.3 10.9
ภาคผนวก
ห น้ า | 31 วัน/เวลา หัวข้อการบรรยาย วิทยากร วันที่ 22 กันยายน 2566 13.00 - 13.30 ลงทะเบียน 13.30 - 14.30 พิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง 14.30 - 15.30 สรุปผลการดำเนินงานโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ในภาพรวมและรายจังหวัด ผู้แทนกลุ่มจังหวัดนำเสนอ (6 กลุ่มจังหวัด) 15.30 - 15.45 - พักรับประทานอาหารว่าง - 15.45 - 16.30 เสวนาหัวข้อ“แนวทางในการพัฒนางานโครงการสำมะโน/สำรวจ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ” ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการสถิติและวางแผน ผู้อำนวยการกลุ่มปฏิบัติการสถิติ 19.00 - 20.00 - พักรับประทานอาหารเย็น - วันที่ 23 กันยายน 2566 09.00 – 10.30 แนวทางในการปรับปรุงกระบวนงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization สถิติจังหวัดชลบุรี สถิติจังหวัดปทุมธานี 10.30 – 10.45 - พักรับประทานอาหารว่าง - 10.45 – 12.00 ระดมความคิดเห็นแนวทางในการปรับปรุงกระบวนงานของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization แบ่งกลุ่มจังหวัด 6 กลุ่มระดมความคิดเห็น ดำเนินการโดยสถิติจังหวัดชลบุรีและสถิติ จังหวัดปทุมธานี 12.00 – 13.00 - พักรับประทานอาหารกลางวัน - 13.00 – 14.30 กิจกรรมกลุ่ม “ เทคนิคการสร้างเครือข่าย ให้ได้พันธมิตรที่ดีเพื่อ ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานโครงการสำมะโน/สำรวจ ของ สสช. ” และเทคนิคการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ วิทยากรภายนอก 14.30 – 14.45 - พักรับประทานอาหารว่าง - 14.45 – 19.00 กิจกรรมกลุ่ม “ เทคนิคการสร้างเครือข่าย ให้ได้พันธมิตรที่ดีเพื่อ ประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงานโครงการสำมะโน/สำรวจ ของ สสช. ” และเทคนิคการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ (ต่อ) วิทยากรภายนอก 19.00 - 20.00 - พักรับประทานอาหารเย็น - กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สรุปผลการดำเนินงานและนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ระดับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 (จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี) ระหว่างวันที่ 22 – 24 กันยายน พ.ศ. 2566 ณ ศูนย์ประชุมภาคกลาง โรงแรมสตาร์ คอนเวนชั่น (สตาร์ โฮเทล) จังหวัดระยอง
ห น้ า | 32 วัน/เวลา หัวข้อการบรรยาย วิทยากร วันที่ 24 กันยายน 2566 09.00 - 10.30 การนำเสนอผลการระดมความคิดเห็นแนวทางในการปรับปรุง กระบวนงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization ผู้แทนกลุ่มจังหวัดนำเสนอผลการระดม ความคิดเห็น (6 กลุ่มจังหวัด) 10.30 - 10.45 - พักรับประทานอาหารว่าง - 10.45 - 12.00 การนำเสนอผลการระดมความคิดเห็นแนวทางในการปรับปรุง กระบวนงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การเป็น Digital Organization (ต่อ) ผู้แทนกลุ่มจังหวัดนำเสนอผลการระดม ความคิดเห็น (6 กลุ่มจังหวัด) 12.00 - 13.00 - พักรับประทานอาหารกลางวัน - 13.00 – 14.00 การปรับเปลี่ยนองค์การ (Organization Transformation) เพื่อการสร้างสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล สถิติจังหวัดปทุมธานี 14.00 – 15.00 สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการผลการดำเนินงานและนำเสนอ ข้อมูลเบื้องต้นโครงการสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 สำนักงานสถิติจังหวัดระยอง - ปิดการประชุม - หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
ห น้ า | 33 สรุปผลรายจังหวัดของ กลุ่มภาคกลางตอนบน 1
ห น้ า | 34 จังหวัดนนทบุรี
ห น้ า | 35 ผลสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 (เบื้องต้น) จ.นนทบุรี
ห น้ า | 36
ห น้ า | 37
ห น้ า | 38
ห น้ า | 39
ห น้ า | 40 จังหวัดปทุมธานี
ห น้ า | 41 ผลสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 (เบื้องต้น) จ.ปทุมธานี
ห น้ า | 42