การเคลอื่ นที่ของสง่ิ มีชีวติ
ของสตั ว์มีกระดกู สนั หลงั
จดั ทาโดย
นายอรรถสทิ ธิ์ วรรณทองสขุ เลขท่ี 3
นายวีรภทั ร สปั ปพนั ธ์ เลขที่ 12
เสนอ
ครูวนั ดี อรัญวงศ์
รายงานนีเ้ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวชิ าชีววิทยา 10
ว33250 ภาคเรียนที่ 1 ปี 2563
โรงเรียนแกลง”วทิ ยสถาวร”
ปลา
-เมือ่ มีการเคล่ือนท่ี กล้ามเนือ้ ยดึ ตดิ
กบั กระดกู สนั หลงั มกี ารหด
และคลายตวั โดยการหดตวั
จะเกิดขนึ ้ ตรงข้ามกนั มลี กั ษณะ
โค้งไปมาคล้ายรูปตวั เอส (S)
ปลาเป็นสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั อาศยั อยใู่ นแหล่งน้าซ่ึงเป็น
สภาพแวดลอ้ มท่ีมีความหนาแน่นมากกวา่ อากาศปลาจึงมีโครงสร้างในการ
เคล่ือนที่ที่เหมาะสมกบั แหล่งที่อยดู่ งั น้ี
1. ปลามีรูปร่างเพรียว ผวิ เรียบล่ืนและมีเมือก ช่วยลดแรงเสียดทานของน้า
นอกจากน้ีปลายงั มีครีบที่แบนบางยงั ช่วยใหป้ ลาสามารถเคลื่อนที่ในน้าได้
ท้งั 3 มิติ คือ การเคลื่อนท่ีไปขา้ งหนา้ และถอยหลงั หรือการเคลื่อนที่ใน
ลกั ษณะเล้ียวซา้ ยเล้ียวขวา รวมท้งั การเคลื่อนที่ข้ึนลงในแนวด่ิงได้ ส่วน
ความเร็วในการเคลื่อนท่ีของปลา พบวา่ ปลาท่ีมีรูปร่างแบนเพรียวจะ
เคลื่อนท่ีไดเ้ ร็วกวา่ ปลาที่มีรูปร่างเพรียวแบบกลมยาว
2. ปลามีครีบ ช่วยในการเคลื่อนที่ประกอบดว้ ยครีบคู่ ไดแ้ ก่ ครีบอก
(pectoral fin) และครีบสะโพก (pelvic fin) ทาหนา้ ท่ีช่วยใน
การพยงุ ตวั ปลาและการเคล่ือนที่ข้ึนลงในแนวดิ่ง ส่วนครีบเด่ียว ไดแ้ ก่ ครีบ
หลงั
(dorsal fin) และครีบหาง (caudal fin) ทาหนา้ ท่ีในการพดั โบก
ใหป้ ลาเคลื่อนท่ีไปขา้ งหนา้ ได้ นอกจากน้ีแลว้ ครีบต่าง ๆ เหล่าน้ียงั ช่วยใน
การทรงตวั ของปลา เพ่ือป้องกนั ไม่ใหเ้ สียทิศทางในการเคลื่อนที่อีกดว้ ย
นก
-เคลื่อนท่ีโดยการเดินด้วยขาและ
การบนิ ไปในอากาศด้วยการขยบั ปีก
ท่ียดึ อย่รู ะหว่างกระดกู โคนปีก
กบั กระดกู อก
นกเป็นสตั วป์ ี ก เคลื่อนที่โดยการเดินดว้ ยขาและการบินไปในอากาศดว้ ยการ
ขยบั ปี ก การบินของนกเกิดจากการทางานร่วมกนั ของอวยั วะต่าง ๆ และความ
เหมาะสมของโครงสร้างร่างกาย ดงั น้ี
1. กลา้ มเน้ือที่ควบคุมการขยบั ปี ก ที่ยดึ อยรู่ ะหวา่ งกระดูกโคนปี ก (humerus) กบั
กระดูกอก (sternum) ซ่ึงประกอบดว้ ยกลา้ มเน้ือยกปี กและกลา้ มเน้ือกดปี กทางาน
แบบสภาวะตรงกนั ขา้ ม กล่าวคือ เม่ือกลา้ มเน้ือยกปี กหดตวั กลา้ มเน้ือกดปี กคลายตวั
ปี กของนกจะยกตวั สูงข้ึน แต่เม่ือกลา้ มเน้ือยกปี กคลายตวั กลา้ มเน้ือกดปี กหดตวั ปี ก
ของนกจะถูกดึงลงหรือปี กถูกกดตวั ลง เมื่อมีการขยบั ปี กข้ึนลงอยา่ งต่อเน่ืองจึงทาให้
นกสามารถบินได้
2. ปี กนก เป็นอวยั วะที่โครงสร้างภายในมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั แขนคน ปี กนกช่วย
ใหน้ กสามารถบินได้ เนื่องจากโครงสร้างของปี กดา้ นบนมีความยาวมากกวา่ ดา้ นลา่ ง
เช่นเดียวกบั ปี กเครื่องบิน เม่ือนกลอยตวั อยใู่ นอากาศ อากาศท่ีไหลผา่ นดา้ นบนของปี
กนกจะเคล่ือนที่ดว้ ยความเร็วสูงกวา่ อากาศท่ีไหลผา่ นดา้ นล่างของปี ก ทาใหค้ วามดนั
อากาศใตป้ ี กสูงกวา่ ความดนั อากาศดา้ นบน ดงั น้นั ความดนั อากาศดา้ นล่างของปี กนก
จึงช่วยพยงุ ปี กและลาตวั ของนกใหล้ อยอยใู่ นอากาศได้
คน
-โครงสร้างที่ใช้ในการเคลือ่ นที่ของคน
ระบบโครงกระดกู และ ระบบกล้ามเนือ้
ระบบโครงกระดูก
ร่างกายของมนุษยท์ ี่เจริญเติบโตเตม็ ที่จะประกอบดว้ ยกระดูกท้งั หมด 206 ชิ้น
แบ่งเป็น กระดูกแกน 80 ชิ้น เช่น กะโหลกศีรษะ กระดูกสนั หลงั กระดูกกน้ กบ
กระดูกซ่ีโครง อีกพวกหน่ึง คือ กระดูกรยางค์ จานวน 126 ชิ้น เช่น กระดูกแขนขา
สะบกั ไหปลาร้า เชิงกราน
ความสาคญั ของกระดูก
โครงกระดูกมีหนา้ ที่สาคญั อยู่ 3 ประการ คือ
– ทาหนา้ ท่ีเป็นโครงร่างของร่างกายใหร้ ่างกายคงรูปอยไู่ ด้
– ป้องกนั อนั ตรายใหแ้ ก่อวยั วะท่ีสาคญั เช่น สมอง ไขสนั หลงั หวั ใจ ปอด ตบั
– เป็นที่ยดึ ของกลา้ มเน้ือ การที่เราเคลื่อนไหวไดเ้ ป็นผลมาจากการหดตวั และคลายตวั
ของกลา้ มเน้ือ ท่ียดึ ติดกบั กระดูก
คน
-โครงสร้างท่ีใช้ในการเคล่อื นท่ีของคน
ระบบโครงกระดกู และ ระบบกล้ามเนือ้
กระดูกอ่อน (Cartilage)
ระดูกอ่อนจดั เป็นเน้ือเยอื่ เกี่ยวพนั ชนิดพิเศษท่ีมีเมทริกซ์แขง็ กวา่ เน้ือเยอื่ เก่ียวพนั ชนิด
อื่นๆ ยกเวน้ กระดูกแขง็ หนา้ ที่สาคญั ของกระดูกอ่อนคือ รองรับส่วนท่ีอ่อนนุ่มของ
ร่างกาย เน่ืองจากผวิ ของกระดูกอ่อน เรียบ เพ่ือจะใหก้ ารเคลื่อนไหวไดส้ ะดวก
ป้องกนั การเสียดสี จึงพบวา่ กระดูกออ่ นจะพบท่ีปลายหรือหวั ของกระดูก ที่ประกอบ
เป็นขอ้ ต่อต่างๆ และยงั เป็นตน้ กาเนิดของกระดูกแขง็ ทว่ั ร่างกาย นอกจากน้ี กระดูก
อ่อนยงั ทาหนา้ ท่ีรองรับน้าหนกั ตวั รวมท้งั การเคลื่อนไหวและกิจกรรมของอวยั วะ
ต่างๆ ดว้ ย
กระดูกอ่อนแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ไดแ้ ก่
1.กระดูกอ่อนโปร่งใส (Hyaline Cartilage)
มีลกั ษณะใสเหมือนแกว้ เพราะมีเมทริกซ์
โปร่งใส เป็นชนิดท่ีพบมากที่สุดในร่างกาย
เป็นตน้ กาเนิดโครงกระดูกส่วนมากใน
ร่างกาย เช่น กระดูกซ่ีโครงดา้ นหนา้
บริเวณส่วนหวั ของกระดูกยาว เช่น จมูก กล่องเสียง หลอดลม รูหูช้นั นอก เป็นตน้
คน
-โครงสร้างที่ใช้ในการเคลอื่ นที่ของคน
ระบบโครงกระดกู และ ระบบกล้ามเนือ้
2.กระดูกอ่อนยดื หยนุ่ (Elastic Cartilage)
เป็นกระดูกอ่อนท่ียดื หยนุ่ ไดด้ ี มีเมทริกซ์ เป็นพวกเสน้ ใย ยดื หยนุ่ มากกวา่ คอนลา
เจนพบไดท้ ่ีใบหูฝาปิ ดกล่องเสียง หลอดยสู เตเชียน เป็นตน้
3.กระดูกอ่อนเสน้ ใย (Fibrous Cartilage)
……พบในร่างกายนอ้ ยมาก เป็นกระดูกอ่อนที่มีสารพ้ืนนอ้ ยแต่มีเสน้ ใยมาก พบ
ไดท้ ี่หมอนรองกระดูกสนั หลงั ปลายเอน็ ตรงส่วนที่ยดึ กบั กระดูก และตรงรอยต่อท่ี
กระดูกกบั หวั หน่าว กระดูกอ่อนชนิดน้ี ถา้ เกิดการแตกหกั มกั มีปัญหาเก่ียวกบั การ
งอกออกมาซ่อมแซมมาก
คน
-โครงสร้างท่ีใช้ในการเคล่อื นท่ีของคน
ระบบโครงกระดกู และ ระบบกล้ามเนือ้
ข้อต่อและเอน็ เช่ือมกระดูก
คือ ตาแหน่งที่กระดูกต้งั แต่ 2 ชิ้น ข้ึนไปมาจรดกนั โดยมีเน้ือเยอ่ื หรือเน้ือเยอื่ เก่ียวพนั
มายดึ ใหต้ ิดกนั เป็นขอ้ ต่ออาจเคลื่อนไหวไดม้ ากหรือนอ้ ย หรือไม่ไดเ้ ลยกไ็ ด้ ข้ึนอยู่
กบั ชนิดของขอ้ ต่อน้นั ๆ แต่ประโยชนท์ ่ีสาคญั คือ เพ่ือป้องกนั อนั ตรายต่อกระดูก และ
ใหก้ ระดูกท่ีมีความแขง็ อยแู่ ลว้ สามารถเคลื่อนไหวหรือปรับผอ่ นไดต้ ามสภาพและ
หนา้ ท่ีของกระดูกที่อยู่ ณ ตาแหน่งน้นั ๆ
ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า
สามารถหมุนไดเ้ กือบทุกทิศทาง สามารถพบไดท้ ี่บริเวณสะโพกและหวั ไหล่
ข้อต่อแบบบานพบั
ขอ้ ต่อแบบน้ี พบไดท้ ี่บริเวณขอ้ ศอก ซ่ึงจะเคล่ือนไหวไดแ้ ค่งอและเหยยี ดเท่าน้นั
คลา้ ยกบั บานพบั ประตู
ข้อต่อแบบเลื่อน
จะมีผวิ แบนเรียบ ซ่ึงจะเล่ือนไปซอ้ นกนั ไดเ้ ลก็ นอ้ ยในทุกทิศทาง พบไดท้ ่ีบริเวณ
ระหวา่ งขอ้ กระดูกสนั หลงั และที่บริเวณขอ้ มือ-ขอ้ เทา้
ข้อต่อแบบเดือยหมุน
พบในขอ้ ต่อระหวา่ งกระดูกคอชิ้นท่ี 1 และ 2 โดยกระดูกคอชิ้นที่ 2 มีลกั ษณะเป็น
เดือยต้งั ใหก้ ระดูกคอชิ้นท่ี 1
คน
-โครงสร้างท่ีใช้ในการเคลอ่ื นท่ีของคน
ระบบโครงกระดกู และ ระบบกล้ามเนือ้
ระบบกล้ามเนื้อ
เน้ือ(muscle) เป็นตวั ท่ีทาใหเ้ กิดการเคลื่อนไหวโดยทางานร่วมกบั ระบบโครงกระดูก
กลา้ มเน้ือแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
กล้ามเนื้อลาย
ประกอบดว้ ยเซลลท์ ่ีมีลกั ษณะยาวเหมือนเสน้ ใย เรียกวา่ เสน้ ใยกลา้ มเน้ือ ( muscle
fiber ) อยรู่ วมกนั เป็นมดั เซลลแ์ ต่ละเซลลใ์ นเสน้ ใยกลา้ มเน้ือจะมีหลายนิวเคลียส
ในเสน้ ใยกลา้ มเน้ือแต่ละเสน้ จะประกอบดว้ ยมดั ของ เสน้ ใยฝอย หรือเสน้ ใย
กลา้ มเน้ือเลก็ ( myofibrils ) ท่ีมีลกั ษณะเป็นท่อนยาวเรียงตวั ตามแนวยาว ภายในเสน้
ใยฝอยจะประกอบดว้ ยเสน้ ใยเลก็ ๆเรียกวา่ ไมโอฟิ ลาเมนท์ ( myofilament )
กล้ามเนื้อไบเซพ (biceps) และกล้ามเนื้อไตรเซพ (triceps)
ปลายขา้ งหน่ึงของกลา้ มเน้ือท้งั สองยดึ ติดกบั กระดูกแขนท่อนบน ส่วนปลายอีกดา้ น
หน่ึงยดึ ติดอยกู่ บั กระดูกแขนท่อนล่าง เมื่อกลา้ มเน้ือ ไบเซพหดตวั ทาใหแ้ ขนงอตรง
บริเวณขอ้ ศอก ขณะที่แขนงอ กลา้ มเน้ือไตรเซพจะคลายตวั แต่ถา้ กลา้ มเน้ือไบเซพ
คลายตวั จะทาใหแ้ ขนเหยยี ดตรงได้ ซ่ึงขณะน้นั กลา้ มเน้ือไตรเซพจะหดตวั ดงั น้นั
กลา้ มเน้ือไบเซพจึงเป็นกลา้ มเน้ือเฟลก็ เซอร์ ส่วนกลา้ มเน้ือไตรเซพ จะ
เป็นกลา้ มเน้ือเอก็ ซ์เทนเซอร์