The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นนทวัฒน์ ศิริวิลัย, 2024-04-04 10:14:23

การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง

การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง

การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง Application of the AppSheet program to support an Inventory control system. นายนนทวัฒน์ ศิริวิลัย 116310509430-9 นายนิธิกร แสนสุข 116310509424-2 นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ 116310509419-2 นางสาวปณิตา มณฑา 116310509410-1 รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง Application of the AppSheet program to support an Inventory control system. นายนนทวัฒน์ ศิริวิลัย 116310509430-9 นายนิธิกร แสนสุข 116310509424-2 นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ 116310509419-2 นางสาวปณิตา มณฑา 116310509410-1 รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ ปีการศึกษา 2566 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ก ชื่องานวิจัย การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง ชื่อนักศึกษา นายนนทวัฒน์ ศิริวิลัย รหัสนักศึกษา 116310509430-9 นายนิธิกร แสนสุข รหัสนักศึกษา 116310509424-2 นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ รหัสนักศึกษา 116310509419-2 นางสาวปณิตา มณฑา รหัสนักศึกษา 116310509410-1 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการสอบวิจัย ดังนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา…………………………………….. (ดร.ปริญ วีระพงษ์) ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี


ข ชื่องานวิจัย การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง ชื่อนักศึกษา นายนนทวัฒน์ ศิริวิลัย รหัสนักศึกษา 116310509430-9 นายนิธิกร แสนสุข รหัสนักศึกษา 116310509424-2 นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ รหัสนักศึกษา 116310509419-2 นางสาวปณิตา มณฑา รหัสนักศึกษา 116310509410-1 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ บทคัดย่อ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการสำรวจและวิเคราะห์วิธีการใช้โปรแกรม Appsheet เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้า คงคลังในร้านค้าปลีก สำหรับการใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อติดตามผลกระทบของการใช้งานและประสิทธิภาพของโปรแกรมใน สภาพแวดล้อมการค้าขายจริงของร้านค้าปลีก ในการวิจัยนี้ ผู้วิจัยจะทำการสำรวจและวิเคราะห์การใช้งานของโปรแกรม Appsheet ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการสร้างแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อปรับใช้ในการจัดการสินค้าคง คลัง โดยระบบจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของร้านค้าปลีกโดยเฉพาะผลการวิจัยนี้จะสรุปผลของการใช้งานโปรแกรม Appsheet ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก และนำเสนอข้อเสนอแนะสำหรับการใช้งานใน อนาคต เพื่อเสริมสร้างการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพในธุรกิจการค้าขายในรูปแบบปลีก โดยสรุปออกมาเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านประสิทธิภาพและด้านความพึงพอใจ ผลการวิจัยประเมินประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนระบบ ระบบการบริหารสินค้าคงคลัง โดยประเมินจากรายการ 3 ด้าน คือ ด้านความสามารถการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ ได้ผลค่าเฉลี่ย ( X = 4.78) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.45) ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ ได้ผลค่าเฉลี่ย ( X = 4.18) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.64) ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่น ได้ผลค่าเฉลี่ย (X = 4.70) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) แสดงให้ทราบว่า แอพลิเคชั่นมือถือผ่านเกณฑ์การประเมิน มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และสรุปผลการวิจัยด้านความพึงพอใจต่อการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุนระบบ การบริหารสินค้าคงคลัง ด้านความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ( X = 4.70) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) ด้านความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (X = 4.45) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.56) ด้านความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (X = 4.50) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.51) พบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชั่นอยู่ในระดับมากที่สุด คำสำคัญ : แอปพลิเคชั่น, ระบบขายหน้าร้าน, ออกแบบและพัฒนาระบบ


ค Title Application of the AppSheet program to support an Inventory control system. Student Name Mr. Nonthawat Siriwilai 116310509430-9 Mr. Nitikorn Sansuk 116310509424-2 Mr. Phakkapol Wongprasert 116310509419-2 Ms. Panita Montha 116310509410-1 Degree Bachelor of Business Administration. (Logistics Management) Program Logistics and Supply Chain Management. Academic Year 2023 Advisor Dr. Prin Weerapong Abstract This research focuses on exploring and analyzing how to use the Appsheet program to increase efficiency in inventory management in retail stores. For use as a case study To track the impact of the program's usage and performance in a real retail trading environment. In this research The researcher will survey and analyze the use of Appsheet, which is an easy-to-use and highly flexible application creation platform. To adapt to inventory management The system will be customized to meet the needs of specific retailers. The results of this research will summarize the results of using the Appsheet program in increasing the efficiency of inventory management in retail stores. and offer suggestions for future use. To strengthen efficient and quality operations in the retail business. The results of the research found that 10 people tested the application. Evaluating the effectiveness of the application to support the storefront sales system. Evaluated from a list of 3 aspects: Mobile application functionality. The average result (X = 4.78) and standard deviation (S.D. = 0.45) were obtained. Mobile application usage. The average result (X = 4.18) and standard deviation (S.D. = 0.64) were obtained. The speed of working of the application. The results obtained mean (X = 4.70) and standard deviation (S.D. = 0.54) showing that The mobile application passed the evaluation criteria. Effective at the highest level and summarize the results of research on satisfaction with the use of mobile applications to support storefront sales systems. Satisfaction with the application's work There was a mean (X = 4.70) and standard deviation (S.D. = 0.54) in terms of satisfaction with the presentation format of the application. There was a mean (X = 4.45) and standard deviation (S.D. = 0.56) in terms of satisfaction with the benefits received. The mean result was (X = 4.50) and standard deviation (S.D. = 0.51). Keywords: Application, Inventory control system, Design and Development


ง กิตติกรรมประกาศ การจัดทำปริญญานิพนธ์ฉบับนี้สำเร็จลงได้นั้น คณะผู้จัดทำได้แนวทางการพัฒนาระบบจากอาจารย์ผู้สอนทุกท่านที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมส่งผลให้คณะผู้จัดทำได้รับความรู้และประสบการณ์ และเจ้าของร้านค้าปลีกที่ได้ให้ข้อมูลปัญหาการดำเนินงา น รวมไปจนถึงของข้อมูลสินค้าภายในร้าน โดยปริญญานิพนธ์ฉบับนี้สำเร็จลงด้วยดีจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายฝ่ายดังนี้ 1.ดร.ปริญ วีระพงษ์ 2.นายอิทธิเดช กิ่งแก้ว คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ปรึกษาปริญญานิพนธ์และขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมทุกท่านรวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมที่ไม่ได้กล่าวถึง มา ณ ที่นี้ทุกท่านด้วย ที่ได้ให้ความช่วยเหลือ และปรึกษาคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับงานวิจัยเล่นนี้จนคณะผู้จัดทำจนประสบผลสำเร็จ นายนนทวัฒน์ ศิริวิลัย นายนิธิกร แสนสุข นายภัคพล วงษ์ประเสริฐ นางสาวปณิตา มณฑา


จ สารบัญ หน้า สารบัญ......................................................................................................................................................................................จ สารบัญรูปภาพ..........................................................................................................................................................................ช สารบัญตาราง...........................................................................................................................................................................ซ บทนำ.........................................................................................................................................................................................1 1.1 ที่มาและความสำคัญ.....................................................................................................................................................1 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา...........................................................................................................................................1 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ............................................................................................................................................1 1.4 ขอบเขตการศึกษา.........................................................................................................................................................1 1.5 สถานที่ทำการศึกษา......................................................................................................................................................1 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา..................................................................................................................................................1 1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ..........................................................................................................................................................2 แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.....................................................................................................................................3 2.1 ทฤษฎีการจัดการสต็อกและการควบคุมสต็อก.............................................................................................................3 2.2 ทฤษฎีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร......................................................................................................3 2.3 ทฤษฎีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจ.......................................................................................................................4 2.4 Point of sales ............................................................................................................................................................4 2.5 ทฤษฏีความพึงพอใจ.....................................................................................................................................................5 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.......................................................................................................................................................5 วิธีการดำเนินงานวิจัย...............................................................................................................................................................8 3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย...........................................................................................................................................8 3.2 เครื่องมือที่ใช้.................................................................................................................................................................9 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล...............................................................................................................................................11 3.4 วิธีวิเคราะห์ข้อมูล.......................................................................................................................................................11 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล..................................................................................................................................11 3.6 การวิเคราะห์ปัญหา....................................................................................................................................................12 ผลการดำเนินการวิจัย............................................................................................................................................................13 4.1 การวิเคราะห์และการสำรวจปัญหา...........................................................................................................................13 4.2 การกำหนดวัตถุประสงค์............................................................................................................................................13


ฉ สารบัญ ( ต่อ ) หน้าที่ 4.3 การรวบรวมข้อมูล......................................................................................................................................................13 4.4 การวิเคราะห์และการออกแบบระบบ ........................................................................................................................16 4.5 การทดสอบแอพและปรับปรุง....................................................................................................................................18 สรุปผลการวิจัย......................................................................................................................................................................36 5.1 สรุปและอภิปรายผล...................................................................................................................................................36 5.2 ปัญหาและอุปสรรค....................................................................................................................................................37 5.3 ตารางสรุปงานวิจัย....................................................................................................................................................38 5.4 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................................................38 บรรณานุกรม..........................................................................................................................................................................39 ภาคผนวก...............................................................................................................................................................................40


ช สารบัญรูปภาพ หน้าที่ ภาพที่ 1 ข้อดีของ Point of sales............................................................................................................................................5 ภาพที่ 2 AppSheet..................................................................................................................................................................9 ภาพที่ 3 ตัวอย่างการวิเคราะห์โดยแผนผังก้างปลา................................................................................................................12 ภาพที่ 4 การเก็บข้อมูล...........................................................................................................................................................13 ภาพที่ 5 ตารางข้อมูลสินค้า....................................................................................................................................................14 ภาพที่ 6 ตารางข้อมูลสินค้า(ต่อ).............................................................................................................................................15 ภาพที่ 7 ผลวิเคราะห์แผนผังก้างปลา.....................................................................................................................................16 ภาพที่ 8 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.001..................................................................................................................................18 ภาพที่ 9 หน้าต่างเช็ค Stock สินค้า V.001............................................................................................................................19 ภาพที่ 10 การเพิ่มสินค้าตามคำสั่งซื้อสินค้าเข้าร้าน V.001....................................................................................................19 ภาพที่ 11 การใส่ข้อมูลสินค้าที่จะสั่งซื้อ (New) V.001..........................................................................................................20 ภาพที่ 12 หน้าต่างการขายสินค้า V.001...............................................................................................................................21 ภาพที่ 13 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.002................................................................................................................................22 ภาพที่ 14 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.002................................................................................................................................23 ภาพที่ 15 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า (New) V.002....................................................................................................................24 ภาพที่ 16 หน้าต่างการขายสินค้า V.002...............................................................................................................................25 ภาพที่ 17 หน้าต่างการขายสินค้า (New) V.002....................................................................................................................26 ภาพที่ 18 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.003................................................................................................................................27 ภาพที่ 19 หน้าต่างการสั่งสินค้า V.003..................................................................................................................................28 ภาพที่ 20 หน้าต่างการสั่งสินค้า (New) V.003......................................................................................................................29 ภาพที่ 21 หน้าต่างการขายสินค้า V.003...............................................................................................................................30 ภาพที่ 22 หน้าต่างการขายสินค้า (New) V.003....................................................................................................................31 ภาพที่ 23 ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในตัวแอพพลิเคชั่น..........................................................................................................................32


ซ สารบัญตาราง หน้าที่ ตารางที่ 1 ตารางระดับคะแนนการประเมินด้านประสิทธิภาพ ............................................................10 ตารางที่ 2 ตารางระดับคะแนนประเมินความพึงพอใจ...................................................................11 ตารางที่ 3 ตารางรายการประเมินด้านประสิทธิภาพ.....................................................................33 ตารางที่ 4 ตารางรายการประเมินด้านความพึงพอใจ....................................................................34


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ การจัดการสินค้าคงคลัง และ การมีการทำงานที่มีระบบหรือเทคโนโลยีช่วยสนับสนุน ถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่าง มากสำหรับธุรกิจเพื่อให้มีการดำเนินงานการรับ การจัดเก็บ การจ่ายสินค้าและการรักษาสินค้าให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิด ประสิทธิผลที่ดีต่อธุรกิจในระยะยาว ในการจัดการสต๊อกสินค้าที่ดีที่สุดนั้นจะสามารถช่วยทำให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการรับ การจัดเก็บ การจ่ายสินค้า การเก็บและการรักษาสินค้าเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้จากสินค้าที่มีวันหมดอายุและยังช่วยเพิ่มศักยภาพและ ประสิทธิภาพในการจัดการคลังสินค้าโดยการทำให้สินค้ามีจำนวนถูกต้องตาม มีข้อมูลการเข้าของสินค้า ราคาต้นทุนสินค้าและราคาขายของสินค้า แต่ละชิ้น เพื่อให้มีความพร้อมต่อการจัดการสต๊อกสินค้าให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น และยังมีปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้หลากหลายปัจจัยที่มีผลต่อการ ดำเนินงาน เช่น จากการคาดการณ์ออกแบบการสั่งซื้อ การเก็บรักษาสินค้า การนับสต๊อก ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้การจัดการสต๊อกเป็นไปอย่างไม่ เป็นระบบและไม่มีประสิทธิภาพ จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันนั้นผู้จัดทำจึงได้มีการจัดทำเครื่องมือเพื่อเข้ามาช่วยในการสนับสนุนระบบ การบริหารสินค้าคงคลังและ จัดการบริหารสินค้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้มากขึ้น โดยการนำแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช้ได้ทั่วไปคือ App sheet นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นทางเลือกที่จะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นระบบในร้านค้าปลีกทั่วไป หรือ ร้านค้าที่มีลักษณะคล้ายกัน ให้ดำเนินงานได้เป็นระบบกระบวนการ ซึ่งในส่วนของตัวแอพพลิเคชั่นนั้น ผู้วิจัยจะทำให้ตัวแอปพลิเคชันนั้น ให้มี ความสามารถ 4 ด้านหลัก ๆ คือ สามารถบันทึกข้อมูลสินค้า การรับสินค้า การขายสินค้า การเรียกดูรายงานการซื้อขายทั้งหมดได้ ผู้จัดทำจึงได้เล็งเห็นหัวข้อปัญหาที่มีความน่าสนใจ ในการทำการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาข้างต้น จึงได้มีการติดต่อการขอใช้ ร้านค้าปลีก ร้าน หนึ่งในระแวกมหาวิทยาลัย เพื่อทำการศึกษาและวิจัย ในหัวข้อ การประยุกต์ใช้Appsheet เพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.2.1) เพื่อให้มีระบบที่ช่วยสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลัง 1.2.2) เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยขายหน้าร้าน สำหรับร้านค้าปลีก หรือ ร้านค้าอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.3.1) เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการปฎิบัติงาน และอำนวยความสะดวกในด้านฐานข้อมูลบนแอพพลิเคชั่น 1.3.2) สามารถเป็นแนวทางในการนำระบบไปพัฒนาเพื่อประยุกต์ใช้กับระบบงานอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันได้ 1.4 ขอบเขตการศึกษา การประยุกต์ใช้โปรแกรม Appsheet สร้างระบบที่ช่วยสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลังบนแอพพลิเคชั่นมือถือ 1.5 สถานที่ทำการศึกษา ร้านค้าปลีกใต้หอพัก Onin8 ซ.คลองหกตะวันออก8 ถ.รังสิตนครนายก ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา ระยะเวลาในการทำการศึกษานี้ มีระยะเวลาในการทำการศึกษา 3 เดือน คือตั้งแต่วันที่่ 05 เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2567 ถึง วันที่ 29 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2567


2 1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ แอพพลิเคชั่น (Application): เป็นแอพพลิเคชั่นที่ถูกสร้างขึ้นตามกลุ่มคนใช้งานตามความต้องการของกลุ่มนั้น ๆ แอพพลิเคชั่นมีได้ทั้งทางบนโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ประสิทธิภาพ (Efficiency): เป็นความสามารถจากการทำงานของทรัพยากร ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระเวลา ทรัพยากรที่ใช้ หรือทุน สำหรับการดำเนินงานต่าง ๆ ที่มีการเรียกใช้ทรัพยากร การจัดการสต็อกสินค้า (Inventory Management): ในกระบวนการ การควบคุม การบริหารจัดการ และการควบคุมสินค้าต่าง ๆ และวัตถุดิบในสต๊อกของภายในองค์กร โดยใช้เครื่องมือ และกลยุทธ์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการจัดการสินค้าคงคลัง บาร์โค้ด (Barcode): เป็นรหัสที่นำเข้ามาใช้ในการแทนข้อมูลที่เป็นเชิงตัวเลขด้วยการใช้เส้นที่สามารถมีการอ่านข้อมูลสินค้าได้ด้วย เครื่องอ่านบาร์โค้ด มักจะใช้สำหรับในการระบุสินค้าหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการติดตามและจัดการ ข้อมูลของตัวสินค้า ระบบบาร์โค้ด (Barcode System): เป็นระบบที่เข้ามาช่วยการจัดเก็บสินค้าที่จะแสดงรายละเอียดของข้อมูลตัวสินค้าตามบาร์โค้ดที่ ระบุไว้ระบบนี้จะช่วยให้ติดตามตัวสินค้า สามารถจัดการสต๊อก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขิ้น ระบบการแจ้งเตือน (Notification System): เป็นระบบที่ถูกออกแบบเพื่อช่วยในการส่งข้อมูล ข้อความการแจ้งเตือนให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นการแจ้งเตือนจากระบบการทำงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและมีการเคลื่อนไหวของตัวสินค้าในคลังสินค้า


3 บทที่2 แนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสต็อกสินค้าโดยใช้แอพพลิเคชั่นอาจเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับ "การ จัดการสต็อกและการควบคุมสต็อก" “ระบบการบริหารสินค้าคงคลัง” และ "การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาธุรกิจ 2.1 ทฤษฎีการจัดการสต็อกและการควบคุมสต็อก 2.2 ทฤษฎีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.3 ทฤษฎีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจ 2.4 Point of sales 2.5 ทฤษฏีความพึงพอใจ 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีการจัดการสต็อกและการควบคุมสต็อก ฐานทฤษฎีเกี่ยวกับการจัดการสต็อกและการควบคุมสต็อกเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าใจการดำเนินงานของระบบสต็อก รวมถึง กระบวนการในการจัดเก็บ การบันทึกข้อมูล และการควบคุมคุณภาพของสินค้าในสต็อกทฤษฎีเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้ในการวิเคราะห์และ ปรับปรุงกระบวนการจัดการสต็อกสินค้าโดยใช้แอพพลิเคชั่น การจัดการสต็อกและการควบคุมสต็อกเป็นกระบวนการที่สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มี สินค้าหรือวัตถุดิบในสต็อกให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าโดยเป้าหมายหลักคือการลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาสต็อก และการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การสูญเสีย การชำรุด หรือการตกของราคาสินค้า การจัดการสต็อกมีหลักการหลัก ๆ ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ความต้องการ:การวิเคราะห์และประเมินความต้องการของสินค้าหรือบริการเพื่อวางแผนการจัดการสต็อกให้เหมาะสมกับ ความต้องการจริง 2. การสั่งซื้อการสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ : เพื่อเพิ่มสต็อกใหม่โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่นความต้องการจริง ระดับการเชื่อมโยงในระบบ การผลิต และเงื่อนไขการจัดส่ง 3. การเก็บรักษาสินค้า: การจัดเก็บสินค้าให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อป้องกันการสูญเสีย การชำรุด หรือการสูญหาย 4. การจัดเก็บสต็อก : การจัดวางสินค้าในพื้นที่เก็บรักษาให้เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ 5. การควบคุมสต็อก : การตรวจสอบและปรับปรุงระดับสต็อกให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการ เกิดสูญเสียหรือการชำรุดของสินค้า 2.2 ทฤษฎีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทฤษฎีเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการพัฒนาธุรกิจเน้นที่การนำเสนอข้อมูลที่สมบูรณ์และแม่นยำเพื่อให้ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบข้อมูลที่สำคัญ เทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นสามารถช่วยให้ข้อมูลเหล่านี้เป็นที่เชื่อถือได้และเข้าถึงได้ ง่ายมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อจัดการสินค้าคงคลังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการ ดำเนินงาน ซึ่งมีหลายทฤษฎีและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ระบบบาร์โค้ดและ RFID: ช่วยในการติดตามและระบุสินค้าได้ง่ายขึ้น ช่วยลดเวลาในการจัดเก็บและส่งสินค้า และช่วยในการตรวจสอบสต็อกอย่างแม่นยำ 2. ระบบสารสนเทศการจัดการสินค้าคงคลัง (WMS): ช่วยในการวางแผนการจัดเก็บสินค้า การเลือกหยิบสินค้า และการควบคุมการเคลื่อนไหวของสินค้าในคลังสินค้า 3. ระบบการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM): ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อวางแผนการจัดการสต็อกให้เหมาะสมกับความ ต้องการของลูกค้า 4. การใช้Big Data และ Analytics: ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสต็อกและความต้องการของลูกค้า เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการจัดการ สต็อกอย่างมีประสิทธิภาพ 5. การใช้งานระบบ ERP (Enterprise Resource Planning): ช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร รวมถึงการจัดการสินค้า คงคลัง เช่น การสั่งซื้อ การผลิต และการจัดส่งสินค้า


4 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการจัดการสินค้าคงคลังช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้มากขึ้น 2.3 ทฤษฎีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจ ฐานทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจเน้นที่กระบวนการวิจัยและพัฒนา การออกแบบและการปรับปรุงโปรแกรมเพื่อให้ สอดคล้องกับความต้องการและความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ซึ่งสำคัญในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสต็อกสินค้า การพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าคลังมีความสำคัญมากเนื่องจากสามารถช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการ สินค้าคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ดังนี้ 1. การออกแบบให้ใช้งานง่าย: การพัฒนาแอพพลิเคชั่นควรมุ่งเน้นการออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) และประสิทธิภาพการทำงาน (Usability) 2. การรองรับหลายแพลตฟอร์ม: แอพพลิเคชั่นควรสามารถทำงานได้บนหลายแพลตฟอร์ม เช่น iOS, Android, และเว็บ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา 3. การใช้งานข้อมูลสด (Real-time Data): การใช้งานข้อมูลสดช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะและข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคลังได้ในเวลา จริง ซึ่งช่วยในการตัดสินใจและวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การใช้งานระบบ Barcoding หรือ RFID: การใช้ระบบบาร์โค้ดหรือ RFID ช่วยในการติดตามและระบุสินค้าได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดเวลาในการจัดเก็บและส่งสินค้า 5. การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management, CRM): การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อให้บริการที่ดีขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม การใช้งานAnalyticsและBusinessIntelligence:การใช้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และการตัดสินใจในการจัดการสินค้าคลัง โดยการใช้ Analytics เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและการใช้ Business Intelligence เพื่อตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีเหตุผล การพัฒนาแอพพลิเคชั่นในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสินค้าคลังต้องให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของผู้ใช้ และการรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสม 2.4 Point of sales POS ย่อมาจาก Point of Sale หรือแปลเป็นไทย POS คือ ระบบขายหน้าร้าน นั่นก็คือ จุดขาย จุดชำระเงิน โดยสามารถพบเห็นได้ ตามร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปในปัจจุบัน ระบบ POS นั้นเปรียบได้กับผู้จัดการร้านเลยทีเดียว แต่จะมาในรูปแบบของระบบหรือโปรแกรม เนื่องจาก POS System นั้นจะคอยช่วยจัดการสิ่งต่างๆแทบจะครบวงจรภายในร้าน • การคิดเงินหน้าร้าน • การออกใบเสร็จ • การเช็คสต๊อกของสินค้า • การเก็บข้อมูลของลูกค้า • การสรุปรายรับรายจ่าย • การจัดการใบกำกับภาษี ระบบ POS คือ โปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ ที่จะเป็นสิ่งสำคัญที่คอยขับเคลื่อน POS System โดยโปรแกรม POS คือโปรแกรมที่จะคอย จัดเก็บข้อมูลหน้าร้าน ได้แก่ • ข้อมูลการขาย • ข้อมูลสินค้าคงคลัง • ข้อมูลสมาชิก • ยอดใช้จ่ายสะสม ระบบขายหน้าร้าน ยังสามารถเช็คถึงความนิยมของสินค้าที่ขาย หรือพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละคน สินค้าชิ้นใดขายดี ทั้งนี้ข้อมูลส่วนมากจะ ถูกจัดเก็บไว้บนคลาวด์ เพื่อให้เจ้าของกิจการร้านค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ตลอดเวลาที่ต้องการ


5 ภาพที่ 1 ข้อดีของ Point of sales (ที่มา : https://www.rocket.in.th/blog/what-is-pos-system/ ) ข้อดีของ POS System • ช่วยอำนวยความสะดวกในการขายสินค้าหรือบริการ • มีความรวดเร็ว และเที่ยงตรง ในเรื่องของค่าใช้จ่ายและยอดขาย • ช่วยให้ผู้ประกอบการตรวจสอบเรื่องบัญชี เรื่องเงิน และพฤติกรรมของพนักงานได้ง่ายมากขึ้น • นำข้อมูลการซื้อสินค้า และพฤติกรรมของลูกค้ามาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อเพิ่มยอดขาย • ช่วยให้ประหยัดเวลาในการบริหารจัดการ • ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดได้ทุกที่ทุกเวลา 2.5 ทฤษฏีความพึงพอใจ ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2535) กล่าวถึง มาตรการวัดความพึงพอใจสามารถกระทำได้หลายวิธี ได้แก่ 1. การใช้แบบสอบถาม โดยผู้สอบถามจะทำการออกแบบสอบถามเพื่อต้องการทราบ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะซึ่งสามารถทำได้ใน ลักษณะที่กำหนดคำตอบให้เลือกหรือคำตอบแบบอิสระโดยคำถามอาจถามถึงความพึงพอใจในด้านต่าง ๆ เช่น การบริการ การควบคุม และเงื่อนไข เป็นต้น 2. การสัมภาษณ์ เป็นวิธีการวัดความพึงพอใจทางตรงซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการที่ดีจึง จะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง 3. การสังเกต เป็นวิธีการวัดความพึงพอใจโดยการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมาย โดยสังเกตจากการแสดงออกจากการพูด กิริยาท่าทาง อารมณ์ วิธีนี้จะต้องอาศัยการกระทำอย่าง จริงจังและการสังเกตอย่างมีระเบียบ แบบแผน เกณฑ์การประเมินการให้คะแนนดังนี้ พอใจมาก ให้คะแนน 5 คะแนน พอใจ ให้คะแนน 4 คะแนน ปานกลาง ให้คะแนน 3 คะแนน น้อย ให้คะแนน 2 คะแนน น้อยมาก ให้คะแนน 1 คะแนน 2.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เอก บำรุงศรีและ ธนชัย เกียรติก้องคีรี(2563) เว็บแอปพลิเคชั่นระบบจัดการสินค้าและการขายของร้านค้าคิมแอนด์จิวมินิมาร์ท มี จุดประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศต้นแบบเพื่อจัดการสินค้าและการขายของร้านค้าปลีกรายย่อย(ร้านโชห่วย) ที่มีประสิทธิภาพ ทีมผู้วิจัย ร่วมกับร้านค้าคิมแอนด์จิวมินิมาร์ทซึ่งเป็นร้านค้าขายของชำแบบขายปลีก ตั้งอยู่ที่ซอยเพชรเกษม 63 เขตบางแค กรุงเทพฯ ทำการศึกษาระบบ จัดการสินค้าและการขายของร้านค้าในปัจจุบัน วิเคราะห์ปัญหา ออกแบบฟังก์ชันการทำงานของระบบ โครงสร้างของฐานข้อมูล และพัฒนาเป็น เว็บแอปพลิเคชันที่สามารถบันทึกรายการสั่งซื้อ คำนวณเงินออกใบเสร็จให้ลูกค้า และสามารถตัดสต็อกได้โดยที่ระบบจะสามารถแจ้งเตือนสินค้าที่มี จำนวนเหลือน้อยและแจ้งเตือนสินค้าที่ขายไม่ได้เลย ให้ผู้ประกอบการนำไปบริหารจัดการ โดยระบบประกอบด้วย ระบบการบริหารจัดการดูแล ข้อมูลสินค้า บริหารจัดการข้อมูลพนักงาน ระบบการแจ้งเตือนสินค้าค้างสต็อกหรือขาดสต็อกและระบบจัดการการสั่งซื้อสินค้ารวมไปถึงออก ใบเสร็จและบันทึกรายการขาย ระบบงานนี้พัฒนาขึ้นด้วยภาษาไพธอน (Python) ในส่วนของการพัฒนาระบบและเว็บเซอร์วิส ส่วนเว็บแอปพลิเค


6 ชันมีการพัฒนาด้วย Bootstrap 4 เมื่อพัฒนาเสร็จสิ้นทำการทดสอบประสิทธิภาพโดยการนำไปติดตั้งและทดลองใช้งานจริงกับร้านคิมแอนด์จิวมินิ มาร์ท พบว่าระบบช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานลง แก้ไขปัญหาการจัดการคลังสินค้าให้ดีขึ้น ป้องกันปัญหาข้อมูลสูญหายและลดระยะเวลาใน การทำงานของพนักงานได้เป็นอย่างดี สุพัชรีสุปริยกุล , ศรัญญา ถนอมสุข , ลดาวรรณ สว่างอารมณ์และ ฉัตรชัย เหล่าเขตการณ์(2566) การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ คลังสินค้าแบบประหยัด โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม ในปัจจุบันนั้นคลังสินค้านั้นเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับ การจัดเก็บและการกระจ่ายสินค้าส่งออกไปยังลูกค้า และมีการบริหารคลังสินค้าไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหา ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยได้ทำการคิดและ วิเคราะห์ปัญหา จึงได้นำ App Sheet และ Google Sheet เข้ามาประยุกต์และใช้ร่วมกับในมือถือเพื่อให้สามารถแสกน QR CODE เพื่อนนำมาช่วย แก้ปัญหาการรับสินค้า การจ่ายสินค้าที่ล้าช้า ทำให้เสียเวลาในการหาสินค้าเพื่อสามารถวัดประสิทธิภาพในการทำงานได้ นายธนวรรษ มีสง่า(2565) การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันยืมและคืนอุปกรณ์ด้วย AppSheet บริษัท ออโต้บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น จำกัด คือผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม อะไหล่ยนต์คมีภัณฑ์และอุปกรณ์ด้านยานยนต์ต่างๆ โดยปัจจุบันทางบริษัทมีจำนวนประชากร เพิ่มขึ้น ทางแผนกไอทีซัพพอร์ต (IT Support) ที่ต้องเป็นผู้ส่งมอบกอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ด เครื่อง กลางให้กับพนักงานทุกคน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ให้ พนักงานได้ยืมเพื่อนำไปใช้งานภายในองค์กร ซึ่งในยืมแต่ละครั้งต้องเก็บข้อมูลในการยืม และคืนอุปกรณ์ซึ่งในการดำเนินงานทางแผนกใช้การ จด บันทึกผ่านกระดาษ ดังนั้นทางบริษัทจึงมีแนวคิดในการพัฒนาระบบขึ้นมาเพื่อช่วยในการใช้งาน ภายในบริษัทในการเก็บข้อมูลการยืมและคืน อุปกรณ์โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการ ทำงาน จึงได้มอบหมายให้ผู้จัดทำพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันยืมและคืนอุปกรณ์ด้วย AppSheet ใน ส่วนติดต่อกับผู้ใช้(Front-end) โดยใช้เครื่องมือ AppSheet สามารถได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการแอน ดรอยด์(Android) และ ไอโอเอส (iOS) จากการพัฒนาระบบสามารถช่วยในการบันทึก เรียกดูและ แก้ไขการยืมและคืนอุปกรณ์ของบุคลากรในแผนกไอที่ซัพพอร์ต (IT Support) และ บุคลากรภายใน บริษัทได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ศิรพงศ์ วิทยาพิทักษ์วงศ์ และพรชิตา เพื่อนค้า. (2563). เว็บแอปพลิเคชันนับสต๊อกสินค้าสำหรับ บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด. (สหกิจ ศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. บริษัทสมาร์ทชิฟท์โซลูชั่น จำกัด เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์แบบกำหนดเอง นำเสนอ บริการการเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์แบบกำหนดเองแบบครบวงจร การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสนับสนุนการเอาท์ซอร์สและการเพิ่มประสิทธิภาพ การ เขียนโปรแกรมไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ เว็บแอปพลิเคชัน และแอปพลิเคชันมือถือ ซึ่งทางบริษัทสมาร์ทชิฟท์โซลูชั่น จำกัด ได้รับมอบหมายงานจาก บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ให้พัฒนาซอฟต์แวร์ในเรื่องของการนับสต๊อกสินค้า การบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูล ทางบริษัทสมาร์ทชิฟท์โซลูชั่น จำกัด จึงได้มอบหมายให้คณะผู้จัดทำ ทำการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันนับสต๊อกสินค้าสำหรับ บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ขึ้นมา โดยระบบสามารถช่วยให้ พนักงานฝ่ายขายของทางบริษัท แอนนาโพลิส จำกัด ลดระยะเวลาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการนับสต๊อกสินค้า ด้วยการบันทึกตัวเลขในการ นับสต๊อกสินค้าลงในเว็บแอปพลิเคชันที่ทางคณะผู้จัดทำได้พัฒนาขึ้นมา โดยทำการพัฒนาด้วยโปรแกรม ไมโครซอฟต์ วิชวลสตูดิโอโดยใช้ภาษา ดาร์ท ในการพัฒนา เว็บแอปพลิเคชัน และใช้ฐานข้อมูลจาก ไฟร์เบส โดยเว็บไซต์สามารถช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งาน และสามารถช่วยให้ การติดต่อประสานงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น บุษราภรณ์ พวงปัญญา และภักดี โพธิ์สิงห์(2560) การพัฒนาแอปพลิเคชันการจัดการสารสนเทศการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “VALAYA Land” ด้วย AppSheet การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันการจัดการสารสนเทศการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “VALAYA Land” ด้วย AppSheet 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชัน 3) ประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อแอปพลิเคชัน งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา โดยใช้วงจรการพัฒนาระบบศึกษาความต้องการ จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 3 ส่วน ได้แก่ 1) ผู้บริหารสำนักส่งเสริมการเรียนรู้และบริการวิชาการ 2) เจ้าหน้าที่ และ 3) ผู้ใช้บริการศูนย์การเรียนรู้ วิเคราะห์ระบบด้วยแผนภาพ ยูสเคส และพัฒนาระบบด้วย AppSheet ประเมินประสิทธิภาพของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมซอฟท์แวร์ จำนวน 5 คน และประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้งานระบบ จำนวน 30 คน ด้วยแบบประเมิน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยทั้ง 2 กลุ่มนี้ ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) แอปพลิเคชันสามารถเก็บข้อมูลสารสนเทศของผู้เข้าเยี่ยมชม ผลการประเมินศูนย์การเรียนรู้ และจัดพิมพ์รายงานต่าง ๆ ได้ 2) ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบ มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.49 และ 3) ผลประเมินความพึงพอใจในการใช้งาน อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.64 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.68


7 อัญชสา ประมวลเจริญกิจ และ ณัฐพร ณ เชียงใหม่ (2566) การพัฒนาโปรแกรมคำนวณขนาดบรรจุผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเครื่องจักรใน อุตสาหกรรมอาหารด้วยโปรแกรมแอพชีท งานวิจัยนี้ได้ทำการพัฒนาโปรแกรมคำนวณขนาดบรรจุผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเครื่องจักรในอุตสาหกรรม อาหาร ด้วยโปรแกรมแอพชีท การพัฒนาโปรแกรมเริ่มต้นจากการสร้างฐานข้อมูลตู้คอนเทนเนอร์ในไมโครซอฟท์เอ็กเซล ใส่ข้อมูล ดังกล่าวลงใน โปรแกรมแอพชีทแล้วสร้างหน้าโปรแกรมสำหรับผู้ใช้งานโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นได้ทดสอบก่อนนำไปให้บุคลากรที่มีประสบการณ์และไม่มี ประสบการณ์ประมาณการต้นทุน ประเมินความพึงพอใจการใช้งานโปรแกรม หลังจาก นั้นกลุ่มตัวอย่างทดสอบโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นกับกรณีศึกษา โดยประเมินเวลาที่กลุ่มตัวอย่างใช้ประมาณการต้นทุนด้วย วิธีการดั้งเดิมและโปรแกรมที่พัฒนาขึ้น พบว่าโปรแกรมช่วยลดเวลาในการประมาณการ ต้นทุนเฉลี่ย 63.70 นาทีคิดเป็น ร้อยละ 70 และสามารถช่วยลดต้นทุนจากการเลือกประเภทตู้คอนเทนเนอร์เฉลี่ย 962.50 USD กิตติศักดิ์สิงห์สูงเนิน (2566) การพัฒนาระบบสารสนเทศการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการฝึกสหกิจศึกษา ด้วยแพลตฟอร์มแอปชีต งานวิจัยนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. การวิเคราะห์และออกแบบ 2. การพัฒนาระบบ 3. การประเมินผล โดยทำการประเมินประสิทธิภาพของ ระบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาจำนวน 10 ท่าน และมีการประเมินระดับความพึงพอใจโดยผู้ใช้งานจำนวน 60 คน โดยใช้มาตรวัด 5 ระดับ ผลการวิจับพบว่า ระบบสารสนเทศการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการฝึกสหกิจศึกษา ด้วยแอปพลิเคชั่นแอปชีต ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็น โดยรวมว่าระบบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก มณีรัตน์ภารนันท์และจีรภา เพชรวัฒนานนท์(2565) การศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งร่วมกับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร สำหรับตลาดน้ำ4.0 ชุมชนน้ำบางน้ำผึ้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย (1) อุปกรณ์โปรแกรม Arduino แอพ พลิเคชัน Blynk สำหรับใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ IoT (2) สร้างแอพพลิเคชันพิกัดร้านค้า ด้วย Appsheet (3) ใช้Google Sheets เข้ามาเป็น ฐานข้อมูล และสร้าง BI Dashboard ด้วย Google Charts API แสดงผลบนเว็บไซต์แหล่งรวมร้านค้าตลาดน้าบางน้าผึ้งที่สร้างด้วย Google Sites Facebook Fanpage Shopee (4) ใช้แอพพลิเคชัน Line สร้างระบบขายสินค้าออนไลน์โดยกลุ่มตัวอย่าง มีผู้ประกอบการในชุมชน จำนวน 200 ร้านค้า เลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการอาสาสมัคร ผลการวิจัยสรุปได้ว่า เทคโนโลยีที่ใช้ประกอบด้วย 6 ระบบย่อย 1 Appsheet เพิ่มพิกัดร้านค้า ข้อมูลสินค้า ประชาสัมพันธ์ข่าวสารโปรโมชันแบบ Real-time แสดงแผนที่และน้าทางนักท่องเที่ยว ซึ่งลูกค้าสามารถ Check-in ให้คะแนนร้านค้าได้ (2) Line My Shop แอพพลิเคชันสั่งซื้อและจองสินค้าล่วงหน้าและสามารถตอบค้าถามแบบอัตโนมัติได้(Chat bot) (3) ระบบออกรายงานอัจฉริยะ (BI) และวิเคราะห์ Customers Sentimental (4) ระบบ IoTควบคุมการพ่นละอองน้าคลายร้อน (5) ระบบกล้อง IoT(6) ระบบกล้องตรวจจับ ใบหน้า ผลลัพธ์จากการใช้ระบบต้นแบบฯที่พัฒนาขึ้น ส่วนแอพพลิเคชันแสดงแผนที่และน้าทางนักท่องเที่ยวมีความพึงพอใจรองลงมาแต่มีสถิติการ เข้าใช้งานมากที่สุด ชัยรัตน์ลูกเล็ก (2556) แอพพลิเคชันเพื่อการควบคุมและจัดการสินค้าคงคลังสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีโดยทั่วไปผู้ประกอบการที่มีสินค้า เพื่อการค้าขาย นั้นจะมีขั้นตอนการจัดการระบบ สินค้าคงคลัง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ อันประกอบไปด้วย 1. การรับสินค้า 2. การจ่าย สินค้า 3. สินค้าคงเหลือ ซึ่งหากมีปริมาณและชนิดสินค้าไม่มากนัก การจัดการระบบคลังสินค้าก็จะ ไม่มีความซับซ้อน แด่ในความเป็นจริงนั้น ผู้ประกอบการจะมีสินค้าหลากหลายชนิดเพื่อ ตอบสนองและเดิมเต็มความต้องการของลูกค้ำในตลาดได้ซึ่งทำให้การจัดทำสินค้ำคงคลังในแด่ละ ครั้งนั้นชับช้อนขึ้น ดังนั้นการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับการจัดการสินค้าคงคลังจึงกลายเป็น สิ่งจำเปีน ระบบสารสนเทศดังกล่าวจะต้องมีการ รวบรวมข้อมูลสินค้ารวมทั้ง ระดับของสินค้าใน คลังสินค้า เพื่อทำให้ผู้ประกอบการทราบว่าต้องสั่งสินค้าชนิดใคเพิ่มเดิม และต้องสั่งสินค้าเมื่อใค นอกจากนั้นแล้ว ระบบดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงของการ สั่งสินค้าเกินความจำเป็นสำหรับ ผู้ประกอบการที่ประสบการณ์น้อย สารนิพนธ์นี้จึงถูก ทำขึ้น โคยมีวัดถุประสงค์เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนระบบปฏิบัติการ ไอ โอเอสเพื่อการควบคุมและการจัดการสินค้าคงคลัง สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี ระบบสามารถบันทึก รายละเอียดสินค้าในการสั่งซื้อต่างๆ และได้นำเทคโนโลยีApple Maps API มาประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถ ค้นหาคำแหน่งพิกัดที่ตั้งร้านค้าหรือผู้ผลิตสินค้า เพื่ออำนวยความ สะดวกให้กับผู้ใช้ในการเดินทางไปซื้อสินค้าในต่างประเทศ พิชารัตน์วิเชียรรัตน์และ สุมนฑา คชนิล (2557) เนื่องจากกระบวนการทำงานของทางร้านโฟกัส มาสเตอร์พริ้นที่ได้ดำเนินอยู่ใน ปัจจุบันของระบบสต๊อกยังใช้วิธีการจดลงสมุดบันทึกอยู่ ทั้งการเบิกสต๊อก, บันทึกของลงสต๊อก จึงทำให้งานไม่ค่อยเป็นระเบียบและในบางครั้งของ ในสต๊อกที่มีอยู่ กับสมุดบันทึกไม่ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าและวัสดุได้จากปัญหาดังกล่าวทำให้คิดแก้ปัญหาด้วยการนำเอา เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำสต๊อก เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเรื่องของฐานข้อมูลได้ออกแบบให้สามารถเข้าไป แก้ไขได้ตลอดเวลา ในการทำสต๊อกขั้นตอนการทำงานไม่ซับซ้อนทำให้ง่ายต่อการใช้งาน


8 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย 3.2 เครื่องมือที่ใช้ 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 วิธีวิเคราะห์ข้อมูล 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.6 การวิเคราะห์ปัญหา 3.1 ขั้นตอนการดำเนินงานวิจัย 1. การวิเคราะห์และการสำรวจปัญหา วิเคราะห์กระบวนการปัจจุบันในการทำงานของร้านค้า เช่น การบันทึกยอดขายสินค้า การรับสินค้า การนับสต็อก และการประเมิน ประสิทธิภาพ สำรวจและบันทึกปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการปัจจุบัน เช่น การบันทึกข้อมูลการรับสินค้า ความไม่แม่นยำในการนับสต็อก หรือ ความล่าช้าในการรายงานข้อมูล 2. การกำหนดวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแอพให้เป็นตัวช่วยสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลังและ เพิ่มความสะดวกในการทำงาน สำหรับร้านค้าที่ยังไม่มีระบบ การจัดการที่ครบคัน 3. การรวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกระบวนการทำงานในร้านค้าและข้อมูลของสินค้า เช่น ข้อมูลทั่วไปของสินค้า ต้นทุน ราคาขาย ข้อมูลการนับสต็อก การรับสินค้า ข้อมูลการขายสินค้า รายการสินค้าที่ต้องเติม 4. การวิเคราะห์และการออกแบบระบบ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมา วิเคราะห์ว่าในตัวแอปพลิเคชั่นควรมีฟังก์ชั่นในการทำงานอย่างไรบ้างเพื่อให้ตอบสนองต่อการ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 5. การทดสอบและปรับปรุง ทดสอบระบบแอพพลิเคชั่นการบริหารสินค้าคงคลังเพื่อตรวจสอบ ความแม่นยำในการทำงาน ความถูกต้องและประสิทธิภาพ สิ่งที่ควร ปรับปรุงและปรับเปลี่ยน ตามความต้องการและคำแนะนำจากการทดสอบ และ ผู้ประกอบการ 6. การประเมินผล ทำแบบสอบถามเพื่อ การประเมินผลด้านประสิทธิภาพของการพัฒนาแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุน การดำเนินงาน ที่มีลักษณะ คล้ายกัน จำนวน 10 ร้าน พิจารณาจาก 3 ด้าน ดังนี้ • ด้านความสามารถการทำงานของแอพพลิเคชั่นมือถือ (Functional Requirement) • ด้านการใช้งานแอพพลิเคชั่นมือถือ (Usability) • ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Performance) การประเมินผลด้านประสิทธิภาพของการพัฒนาแอปพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานนำเข้าสินค้าสำหรับผู้เชี่ยวชาญโดยใช้แบบ ประเมินผลเป็นคำถามแบบมาตราส่วนประมาณ ค่า (Rating Scale) ตามวิธีของ Likert scale (Mcleod, Saul. 2019) มีค่าตัวเลือก 5 ระดับ คือ ระดับ 5 หมายถึง ประสิทธิภาพมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง ประสิทธิภาพมาก ระดับ 3 หมายถึง ประสิทธิภาพปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง ประสิทธิภาพน้อย ระดับ 1 หมายถึง ประสิทธิภาพน้อยที่สุด


9 เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ยของระดับการประเมินผลด้านประสิทธิภาพของ การพัฒนาแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุนการ ดำเนินงานนำเข้าสินค้าสำหรับผู้เชี่ยวชาญ ใช้เกณฑ์ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ประสิทธิภาพมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ประสิทธิภาพมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ประสิทธิภาพปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ประสิทธิภาพน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ประสิทธิภาพน้อยที่สุด แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติการที่มีต่อการใช้งานของแอพลิเคชั่นมือถือ โดยการสร้างแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึง พอใจพิจารณาจาก 3 ด้าน ดังนี้ • ความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น • ความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น • ความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ มีค่าตัวเลือก 5 ระดับ ระดับ 5 หมายถึง ความพึงพอใจมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง ความพึงพอใจมาก ระดับ 3 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง ความพึงพอใจน้อย ระดับ 1 หมายถึง ความพึงพอใจน้อยที่สุด เกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉลี่ยของระดับการประเมินผลด้านความพึงพอใจใน การใช้งานของแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุน การดำเนินงานนำเข้าสินค้า ใช้เกณฑ์ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.50 – 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 – 4.49 หมายถึง ความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 – 3.49 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึง ความพึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.49 หมายถึง ความพึงพอใจน้อยที่สุด 3.2 เครื่องมือที่ใช้ 3.2.1) AppSheet ในการนำเครื่องมือนี้มาใช้ได้ทำการคิดวิเคราะห์ว่าตัวแอปจำเป็นจะต้องใส่ฟังก์ชั่นอะไรไปบ้างในตัวแอป ในตัวแอป นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่จำเป็นต้องมีการเขียนโค้ด ซึ่งจะช่วยในการสร้าง application สำหรับมือถือและทางเว็บเพื่อช่วยในการเข้าถึงที่ง่ายจาก แหล่งข้อมูลที่ได้เพิ่มมาจาก Google Sheets ซึ่งได้นำ AppSheet เข้ามาช่วยในการสร้างแอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทาง ธุรกิจ โดยการทำให้ตัวแอปพลิเคชันสามารถช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ภาพที่ 2 AppSheet (ที่มา : https://daston.com/google-appsheet/) 3.2.2) แบบสัมภาษณ์ (Interview) ผู้ศึกษาทำการสัมภาษณ์กับพนักงานขายของ 3.2.3) แบบประเมินประสิทธิภาพและแบบประเมินความพึงพอใจของแอพลิเคชั่นมือถือสำหรับผู้ทดลองใช้งาน


10 แบบประเมินที่สร้างขึ้นมานี้เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการประเมินประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่น มือถือที่พัฒนาขึ้น โดยมีหัวข้อแบบประเมินดังต่อไปนี้ • ด้านความสามารถการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Functional Requirement) ประกอบด้วย 1. ความสามารถในการบันทึก แก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 2. ความสามารถในการสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 3. ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล 4. ความสามารถในการแสดงข้อมูล 5. ความถูกต้องในการบันทึก แก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 6. ความถูกต้องในการสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 7. ความถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูล 8. ความถูกต้องในการแสดงข้อมูล • ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ (Usability) 1. ความเหมาะสม สะดวก และใช้งานง่าย 2. ความเหมาะสมของเมนูสำหรับบันทึกข้อมูล 3. ความเหมาะสมของหน้าจอโดยรวม 4. ความเหมาะสมของสีโดยรวม 5. ความเหมาะสมของตัวอักษรและขนาด 6. ความชัดเจนของข้อความที่แสดง • ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Performance) 1.ความเร็วของการสืบค้นข้อมูลและการรายงานผล 2. ความเร็วในการบันทึก ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงข้อมูล 3. ความเร็วของการทำงานและการประมวลผลในภาพรวม แบบสอบถามที่สร้างขึ้นมาสำหรับสอบถามเพื่อประเมินด้านประสิทธิภาพเป็นคำถามแบบ มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยในแต่ละหัวข้อคำถามมีคำตอบให้เลือกจำนวน 5 ระดับ ดังต่อไปนี้ ระดับความสำคัญ คะแนน ด้านประสิทธิภาพมากที่สุด 5 ด้านประสิทธิภาพมาก 4 ด้านประสิทธิภาพปานกลาง 3 ด้านประสิทธิภาพน้อย 2 ด้านประสิทธิภาพน้อยที่สุด 1 ตารางที่ 1 ตารางระดับคะแนนการประเมินด้านประสิทธิภาพ


11 แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติการที่มีต่อการใช้งานของแอพลิเคชั่นมือถือ โดยการสร้างแบบสอบถามเพื่อประเมินความพึงพอใจ • ความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น การเข้าสู่ระบบ 1.การป้อนข้อมูล 2. การบันทึก แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล • ความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น ความเหมาะสมของตัวอักษร 1. ความชัดเจนและความสวยงามของสี 2. ความเหมาะสมในการจัดตำแหน่ง 3. ความน่าสนใจในการใช้งาน • ความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติการมีความสนใจในการใช้แอพลิเคชั่นในการดำเนินงาน 1. มีนวัตกรรมใหม่เป็นทางเลือกดำเนินงาน 2. ความคล่องตัว สะดวก และ ง่ายต่อการ ดำเนินงาน แบบสอบถามที่สร้างขึ้นมาสำหรับประเมินความพึงพอใจเป็นคำถามแบบมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating Scale) โดยในแต่ละหัวข้อคำถามมีคำตอบให้เลือกจำนวน 5 ระดับ ดังต่อไปนี้ ระดับความสำคัญ คะแนน ด้านความพึงพอใจมากที่สุด 5 ด้านความพึงพอใจมาก 4 ด้านความพึงพอใจปานกลาง 3 ด้านความพึงพอใจน้อย 2 ด้านความพึงพอใจน้อยที่สุด 1 ตารางที่ 2 ตารางระดับคะแนนประเมินความพึงพอใจ 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อมูลที่รวบรวมมา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 3.3.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data): ผู้จัดทำได้มีการรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการศึกษา และ มีการรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการ สังเกตการณ์ (Observation) การสัมภาษณ์ (Interview) จากเจ้าของร้านค้า เพื่อสอบถามข้อมูลเรื่อง 3.3.2 ข้อมูลทุติยภูมิ(Secondary Data): ผู้จัดทำได้มีการรวบรวมข้อมูลสินค้า Inventory ของร้านค้าปลีก ซึ่งมีจำนวน ข้อมูลที่ต้องใช้ ปรกอบด้วย บาร์โึค้ดสินค้า จำนวนสินค้า รูปภาพสินค้า และจำนวนของสินค้า 3.4 วิธีวิเคราะห์ข้อมูล 3.4.1.การวิเคราะห์ในด้านการหาประสิทธิภาพ โดยแบบประเมินประสิทธิภาพของ แอพลิเคชั่นใช้แบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย X และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.4.2.การวิเคราะห์ในด้านการวัดความพึงพอใจ โดยแบบประเมินความพึงพอใจใช้แบบมาตรา ส่วนประมาณค่า (Rating Scale) โดยวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย X และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 3.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการประเมินสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุน การดำเนินงานนำเข้าสินค้าโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 5 ท่าน และการประเมินสิทธิภาพโดยผู้ใช้งาน จำนวน 15 ท่าน โดยใช้สถิติพื้นฐานและวิเคราะห์ข้อมูลโดยสูตรคำนวณ (บุญชม ศรีสะอาด, 2549)


12 การหาค่าเฉลี่ย (Mean) = ∑ เมื่อ หมายถึง ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ∑ หมายถึง ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด หมายถึง จำนวนกลุ่มตัวอย่าง การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) S.D. = √ ∑ (∑ ) 2 2 (−1) เมื่อ S.D หมายถึง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ∑ หมายถึง ผลรวมของคะแนน ∑ 2 หมายถึง ผลรวมของคะแนนทั้งหมด หมายถึง จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 3.6 การวิเคราะห์ปัญหา โดยผู้วิจัยได้นำแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) มาเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยการหาสาเหตุของปัญหา หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการสต๊อกสินค้า การรับ การจัดเก็บ การหาสินค้า โดยจะนำปัญหาหรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาวาดในรูปของ "กระดูกปลา" ซึ่งแต่ละขาของกระดูกจะใช้แทนสาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหาได้เช่น คน (People), กระบวนการ (Process), เทคโนโลยี (Technology), วัสดุ (Materials), และสภาพแวดล้อม (Environment) โดยการใช้แผนผังก้างปลานี้จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสาเหตุที่เป็นไป ได้ของปัญหา และช่วยในการวางแผนแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาพที่ 3 ตัวอย่างการวิเคราะห์โดยแผนผังก้างปลา (ที่มา : http://www.prachasan.com/mindmapknowledge/fishbonemm.htm)


13 บทที่ 4 ผลการดำเนินการวิจัย 4.1 การวิเคราะห์และการสำรวจปัญหา วิเคราะห์กระบวนการปัจจุบันในการจัดการสต็อกสินค้า เช่น การบันทึกยอดขายสินค้า การรับสินค้า การนับสต็อก และการประเมิน ประสิทธิภาพ สำรวจและบันทึกปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการปัจจุบัน ภาพที่ 4 การเก็บข้อมูล จากการลงพื้นที่สัมภาษณ์และเก็บข้อมูล พบว่า ในส่วนของร้านค้าปลีก กรณีศึกษา ไม่มีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีหรือระบบการจัดการที่ ครบคันที่ช่วยในการ บริหารสินค้าคงคลัง, การบันทึกข้อมูลต่างๆ ของการเข้า-ออกของสินค้า เพียงแต่ใช้วิธีการ manual ในการทำงานใน กระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่ การรับสินค้าเข้า การขาย การคำนวณราคาต่างๆ การเติมสินค้าเมื่อสินค้าเหลือน้อย เป็นต้น ดังนั้นปัญหาที่พบคือ การ บันทึกข้อมูลการรับสินค้า ความไม่แม่นยำในการนับสต็อก การบันทึกข้อมูลการซื้อขาย 4.2 การกำหนดวัตถุประสงค์ จากการรวมรวบข้อมูลจากขั้นตอนก่อนหน้า จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการทำการวิจัยและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการนำโปรแกรม ที่สามารถใช้งานบนมือถือ ใช้ง่ายได้ง่าย ไม่ซับซ้อนมาก ที่จะสามารถช่วยในเรื่องของ การบันทึกข้อมูล สินค้า การซื้อ การขาย บริหารสินค้าคงคลีง ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และ สามารถสรุปข้อมูลเป็นรายเดือนได้ เพื่อใช้ในการวางแผนสำหรับธุรกิจต่อไป 4.3 การรวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสต็อกสินค้า เช่น ข้อมูลการนับสต็อก รายงานความต้องการของลูกค้า การขายสินค้า การรับ สินค้า และข้อมูลการขายเพื่อที่จะนำโปรแกรมมาประยุกต์ใช้ ผู้วิจัยจึงได้มีการรวบรวมข้อมูลการเข้า-ออกของสินค้า ใน 1 เดือนย้อนหลัง รวมถึง ข้อมูลรายละเอียดของสินค้า ราคา บาร์โค้ด รูปภาพ ของสินค้าแต่ละชนิด จำนวน 85 ชนิด ได้ดังนี้


14 ภาพที่ 5 ตารางข้อมูลสินค้า


15 ภาพที่ 6 ตารางข้อมูลสินค้า(ต่อ)


16 4.4 การวิเคราะห์และการออกแบบระบบ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมา วิเคราะห์ถึงการออกแบบฟังก์ชั่นในตัวแอปพลิเคชั่น และพัฒนาระบบการจัดการใหม่โดยใช้ แอพพลิเคชั่น เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และความต้องการของธุรกิจ 4.4.1 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram) หลังจากการเก็ยรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ปัญหาซึ่งเครื่องมือ ดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงปัญหาและที่มาได้อย่างชัดเจนดัง ภาพที่ ภาพที่ 7 ผลวิเคราะห์แผนผังก้างปลา 1.ด้านการดำเนินงาน การจัดการด้านการดำเนินงานเป็นปัญหาอย่างแรกที่มีสมควรได้รับการดำเนินการแก้ไขเป็นอันดับต้น ๆ ของปัญหาทั้งหมด เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของต้นตอปัญหาด้านอื่น ๆ ตามมาอีกได้ ดังนั้นการดำเนินงานที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ดังนี้ 1.1 ไม่มีการตรวจสอบสต็อกอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากการตรวจสอบสต็อกสินค้ายังเป็นในรูปแบบเก่า คือการตรวจนับสินค้าทีละชิ้นและจดบันทึกจำนวนสินค้าโดยใช้กระดาษนับไล่ เรียงไปทีละจุดจึงมีความยุ่งยากต่อการดำเนินงานทำให้การนับเกิดการผิดพลาดหรือเกิดความล่าช้าได้ 1.2 การตรวจนับสต็อกไม่เพียงพอ ปัญหานี้เกิดจากบุคลากรภายในร้านมีไม่มีเพียง ทั้งการตรวจเช็คสต็อกสินค้าและระบบการบริหารสินค้าคงคลังซึ่งการตรวจนับสต็อกนั้น ใช้เวลาค่อนข้างนานในการดำเนินงาน 1.3 ไม่มีการจดบันทึกการรับ - จ่ายสินค้า เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอย่างมากเนื่องจากไม่มีการบันทึกการเข้ารับและการออกของสินค้า ทำให้ไม่สามารถทราบถึงปริมาณที่แท้จริงของจำนวนสินค้า 2.ด้านเทคโนโลยี 2.1 ไม่มีเทคโนโลยีตรวจเช็คสต็อก ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่สามารถอำนวยความสะดวกในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ภายในร้านได้อย่างสะดวกสบายทำให้ยังใช้วิธีการ นับสต็อกแบบเดิมอยู่คือการใช้การดาษจดบันทึกสต็อกที่มีอยู่ 2.2 ไม่มีระบบการแจ้งเตือนความต้องการสินค้าหรือสินค้าที่ควรต้องเติม ปัญหานี้ก่อให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานและทำให้เกิดความเสี่ยงในการขาดแคลนสินค้าที่ต้องลูกค้าต้องการทำให้ไม่สามารถ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนอาจส่งผลให้เสียกำลังในการขายสินค้าให้กับลูกค้าได้ 3.ด้านบุคลากร 3.1 พนักงานไม่เพียงพอ การจัดการทรัพยากรในการดำเนินงานยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อความต้องการในการดำเนินงานสำหรับการทำงานภายในร้าน ปัจจัยนี้ส่งผล กระทบต่อประสิทธิภาพการบริการแก่ลูกค้า


17 3.1.1 ความล่าช้าในการนับสินค้าคงคลัง เนื่องจากการพนักงานไม่พอเพียงพอทำให้การดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อการให้บริการแก่ลูกค้าเกิดความล่าช้าส่งผลกระทบไปยัง กระบวนการดำเนินงานต่างล่าช้าไปด้วย 4.ด้านเครื่องมือ 4.1 ขาดเครื่องมือในการรับ - จ่ายสินค้า การรับและจ่ายสินค้าของร้านสะดวกซื้อไม่มีเครื่องมือเข้ามาช่วยจัดการเก็บข้อมูลของสินค้า ก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของการสับสนรวม ไปถึงผลกระทบต่อการนับสต็อกสินค้าได้ เนื่องจากไม่สามารถระบุจำนวนเข้าและได้ ทำให้สามารถเกิดความคาดเคลื่อนได้ 4.2 ขาดเครื่องมือในการตรวจเช็คสินค้าคงคลังแบบ Real Time เนื่องด้วยรูปแบบการขายสินค้าของร้านค้าสะดวกซื้อ จะมีการออกของสินค้าอย่างต่อเนื่องและไม่คงที่ แตกต่างกันไปในแต่ละวันปัญหา นี้ส่งผลให้ สินค้าอาจเกิดการสูญหายได้ง่าย จากการลงพื้นที่สัมภาษณ์และเก็บข้อมูล พบว่า ในส่วนของร้านค้าปลีก กรณีศึกษา ไม่มีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีหรือระบบการจัดการที่ ครบคันที่ช่วยในการ บริหารสินค้าคงคลัง, การบันทึกข้อมูลต่างๆ ของการเข้า-ออกของสินค้า เพียงแต่ใช้วิธีการ manual ในการทำงานใน กระบวนการต่าง ๆ ตั้งแต่ การรับสินค้าเข้า การขาย การคำนวณราคาต่างๆ การเติมสินค้าเมื่อสินค้าเหลือน้อย เป็นต้น ดังนั้นปัญหาที่พบคือ การบันทึกข้อมูลการรับสินค้า ความไม่แม่นยำในการนับสต็อก การบันทึกข้อมูลการซื้อขายสามารถสรุปได้ว่า ฟังก์ชั่นที่ต้องมีในแอพพลิเคชั่น ได้แก่ • ข้อมูลทั่วไปของสินค้า ได้แก่ 1. รูปสินค้า 2. บาร์โค้ด 3. ราคาต้นทุน 4. ราคาขาย • การเข้า-ออกของสินค้า การซื้อสินค้า 1. เลขที่คำสั่งซื้อ (ใช้การสุ่มเลข) 2. Invoice 3. วันเวลา 4. เลือกสินค้าที่ต้องการซื้อ (Scan Barcode) 5. กำไรต่อหน่วย การขายสินค้า 1. เลขที่คำสั่งซื้อ (ใช้การสุ่มเลข) 2. Invoice 3. วันเวลา 4. เลือกสินค้าที่ต้องการขาย (Scan Barcode) 5. กำไรต่อหน่วย • การสรุปผลการซื้อขายต่อวัน หรือ ต่อเดือน เป็นรายงานได้ • การแจ้งเตือนเมื่อสินค้า ถึง Reorder Point • แสดงปริมาณสินค้าคงเหลือ


18 4.5 การทดสอบแอพและปรับปรุง 4.5.1 แอพพลิเคชั่น V.001 แอพพลิเคชั่น V.001 จะมีการทำหน้าต่างเพิ่มสินค้า หน้าต่างการรับสินค้า หน้าต่างการขายสินค้า ภาพที่ 8 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.001 ItemCode คือช่องไว้สำหรับการแอดรหัส Barcode ซึ่งสามารถแอดได้สองรูปแบบ 1.สามารถกรอกรหัส Barcode ได้เลย 2.สามารถสแกน Barcode จากโทรศัพท์มือถือได้เลย ชื่อสินค้า คือช่องไว้สำหรับใส่ชื่อของตัวสินค้า ราคาซื้อ คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาซื้อสินค้าที่แอดเข้าไปเป็นราคาต่อชิ้น ราคาขาย คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาที่จะขายสินค้านั้น ๆ เป็นราคาต่อชิ้น หน่วยนับ คือสามารถเลือกหน่วยนับได้เลยจะเป็นรูปแบบการเลือกโดยการกด Dropdown จำนวนขั้นต่ำ คือเป็นการใส่จำนวนของสินค้านั้นว่าควรจะสั่งสินค้าเมื่อจำนวนในคลังเหลือเท่าไหร่ เช่นหากกำหนดไว้เป็นเลข 5 ทางตัวแอพพลิเคชั่นจะแสดงสถานะว่า “ควรเติมทันที” หากสินค้าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 5 แต่หากมากกว่า 5 เป็นต้นไปจะแสดงสถานะว่า “OK” รูปสินค้า สามารถถ่ายรูปหรือเลือกรูปจากโทรศัพท์มือถือได้เลย


19 ภาพที่ 9 หน้าต่างเช็ค Stock สินค้า V.001 จากรูปภาพหากสินค้าที่ขึ้นว่า “OK” คือจะมีสินค้าใน Stock มากกว่าขั้นต่ำที่ใส่ไว้ แต่ถ้าหากสินค้ามีน้อยกว่าใน Stock สถานะของสินค้าจะขึ้นว่า “ควรเติมทันที” ภาพที่10 การเพิ่มสินค้าตามคำสั่งซื้อสินค้าเข้าร้าน V.001


20 วันที่คือ ช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่ของมาส่งเข้าร้าน Invoice จะเป็นการกรอกเลข Invoice ตามใบสั่งซื้อของร้าน กรุณาเพิ่มรายการ คือ การเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อโดยการกดที่คำว่า “New” ภาพที่ 11 การใส่ข้อมูลสินค้าที่จะสั่งซื้อ (New) V.001 วันที่คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่ของมาส่งเข้าร้าน Invoice จะเป็นเลข Invoice ที่จะแสดงตามใบสั่งซื้อของร้านที่มากจากหน้าแรก ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อ สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า จำนวนที่ซื้อ คือใส่จำนวนที่สั่งซื้อเข้าไปว่าสั่งมาจำนวนเท่าไหร่ ราคาซื้อ คือช่องที่ดึงข้อมูลของราคาซื้อต่อชิ้นมาจากหน้า Add สินค้าโดยการทำงานคือจะนำราคาซื้อมาคูณกับจำนวนที่ซื้ออัตโนมัติ ต้นทุนซื้อรวม คือราคาการสั่งซื้อต่อชิ้น ซึ่งจะแสดงราคาอัตโนมัติ โดยการทำงานคือจะนำราคา ราคาขาย คือช่องที่ดึงราคาขายมากจากช่อง Add สินค้า โดยการทำงานคือนำราคาขายมาคูณกับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้ออัตโนมัติ กำไร คือช่องที่คำนวณกำไรออกมา โดยการทำงานคือนำราคาขายลบกับราคาซื้อแล้วจะได้ผลกำไรออกมา


21 ภาพที่ 12 หน้าต่างการขายสินค้า V.001 วันที่คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่ของการขายสินค้า ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่ขาย สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า ราคาขาย คือช่องที่ให้ใส่ราคาที่จะขายเข้าไปเอง จำนวนที่ขาย คือช่องที่ใส่จำนวนสินค้าเข้าไปเอง ซึ่งจากการให้ทดลองใช้ของพี่พนักงานร้านสะดวกซื้อ พบว่า 1. การแอดสินค้ามีความเหมาะสมแล้วใช้งานได้ง่าย แอปสามารถเตือนสินค้าที่ควรเติมได้ 2. การสั่งซื้อสินค้ามีความยุ่งยากในการเพิ่มสินค้ามากเกินไปเนื่องจากสามารถเพิ่มสินค้าได้ทีละรายการในสั่งซื้อต่อหนึ่งใบเสร็จ 3. การขายสินค้ามีความยุ่งยากในการที่จะต้องมาใส่ราคาเอง และยังเพิ่มสินค้าได้ทีละรายการต่อหนึ่งใบเสร็จ


22 4.5.2 แอพพลิเคชั่น V.002 แอพพลิเคชั่น V.002 จะมีการทำหน้าต่างเพิ่มสินค้า หน้าต่างการรับสินค้า หน้าต่างการขายสินค้า ภาพที่ 13 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.002 ItemCode คือช่องไว้สำหรับการแอดรหัส Barcode ซึ่งสามารถแอดได้สองรูปแบบ 1.สามารถกรอกรหัส Barcode ได้เลย 2.สามารถสแกน Barcode จากโทรศัพท์มือถือได้เลย ชื่อสินค้า คือช่องไว้สำหรับใส่ชื่อของตัวสินค้า ราคาซื้อ คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาซื้อสินค้าที่แอดเข้าไปเป็นราคาต่อชิ้น ราคาขาย คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาที่จะขายสินค้านั้น ๆ เป็นราคาต่อชิ้น หน่วยนับ คือสามารถเลือกหน่วยนับได้เลยจะเป็นรูปแบบการเลือกโดยการกด Dropdown จำนวนขั้นต่ำ คือเป็นการใส่จำนวนของสินค้านั้นว่าควรจะสั่งสินค้าเมื่อจำนวนในคลังเหลือเท่าไหร่ เช่นหากกำหนดไว้เป็นเลข 5 ทางตัวแอพพลิเคชั่นจะแสดงสถานะว่า “ควรเติมทันที” หากสินค้าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 5 แต่หากมากกว่า 5 เป็นต้นไปจะแสดงสถานะว่า “OK”


23 ภาพที่ 14 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.002 วันที่จะเป็นรูปแบบเวลา ณ ปัจจุบันที่สั่งสินค้าหรือเข้าหน้าแอพ Invoice จะเป็นการกรอกเลข Invoice เข้าในระบบ กรุณาเพิ่มรายการซื้อ จะเป็นการเพิ่มสินค้าที่จะเพิ่มเข้า Stock Total เป็นการคำนวณราคารวมจากสินค้าที่เพิ่มมาจากช่องเพิ่มสินค้า


24 ภาพที่ 15 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า (New) V.002 วันที่คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่ของมาส่งเข้าร้าน ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อ สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า เลขคำสั่งซื้อ จะเป็นเลขคำสั่งซื้อของนั้น ๆ ที่จะสุ่มทุกครั้งที่มีการเพิ่มสินค้าในการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ คือใส่จำนวนที่สั่งซื้อเข้าไปว่าสั่งมาจำนวนเท่าไหร่ ราคาซื้อ คือช่องที่ดึงข้อมูลของราคาซื้อต่อชิ้นมาจากหน้า Add สินค้า โดยการทำงานคือจะนำราคาซื้อมาคูณกับจำนวนที่ซื้ออัตโนมัติ ต้นทุนซื้อรวม คือราคาการสั่งซื้อต่อชิ้น ซึ่งจะแสดงราคาอัตโนมัติ โดยการทำงานคือจะนำราคา ราคาขาย คือช่องที่ดึงราคาขายมากจากช่อง Add สินค้า โดยการทำงานคือนำราคาขายมาคูณกับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้ออัตโนมัติ กำไร คือช่องที่คำนวณกำไรออกมา โดยการทำงานคือนำราคาขายลบกับราคาซื้อแล้วจะได้ผลกำไรออกมา


25 ภาพที่ 16 หน้าต่างการขายสินค้า V.002 วันที่จะเป็นรูปแบบเวลา ณ ปัจจุบันที่ขายสินค้าหรือเข้าหน้าแอพ Invoice จะเป็นการกรอกเลข Invoice เข้าในระบบ กรุณาเพิ่มรายการขาย จะเป็นการเพิ่มสินค้าที่จะขายให้กับลูกค้า Total เป็นการคำนวณราคารวมจากสินค้าที่เพิ่มมาจากช่องเพิ่มสินค้า


26 ภาพที่ 17 หน้าต่างการขายสินค้า (New) V.002 วันที่คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่มีการสั่งซื้อสินค้า ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อ สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า เลขคำสั่งซื้อ จะเป็นเลขคำสั่งซื้อของนั้น ๆ ที่จะสุ่มทุกครั้งที่มีการเพิ่มสินค้าในการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ คือใส่จำนวนที่สั่งซื้อเข้าไปว่าสั่งมาจำนวนเท่าไหร่ ราคาซื้อ คือช่องที่ดึงข้อมูลของราคาซื้อต่อชิ้นมาจากหน้า Add สินค้า โดยการทำงานคือจะนำราคาซื้อมาคูณกับจำนวนที่ซื้ออัตโนมัติ ต้นทุนซื้อรวม คือราคาการสั่งซื้อต่อชิ้น ซึ่งจะแสดงราคาอัตโนมัติ โดยการทำงานคือจะนำราคา ราคาขาย คือช่องที่ดึงราคาขายมากจากช่อง Add สินค้า โดยการทำงานคือนำราคาขายมาคูณกับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้ออัตโนมัติ กำไร คือช่องที่คำนวณกำไรออกมา โดยการทำงานคือนำราคาขายลบกับราคาซื้อแล้วจะได้ผลกำไรออกมา ซึ่งจากการให้ทดลองใช้ขอผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ได้รับ Feedback พบว่า 1. การสั่งซื้อสินค้าและการขายสินค้ามีความยุ่งยากในการใส่เลข Invoice ทุกครั้ง 2. หน้าต่าง“กรุณาเพิ่มรายการขาย” จะมีข้อมูลที่ไม่จำเป็นทำให้ตัวแอพใช้งานแล้วอาจทำให้มีความสับสน


27 4.5.3 แอพพลิเคชั่น V.003 แอพพลิเคชั่น V.003 จะมีการทำหน้าต่างเพิ่มสินค้า หน้าต่างการรับสินค้า หน้าต่างการขายสินค้า ภาพที่ 18 หน้าต่างการเพิ่มสินค้า V.003 ItemCode คือช่องไว้สำหรับการแอดรหัส Barcode ซึ่งสามารถแอดได้สองรูปแบบ 1.สามารถกรอกรหัส Barcode ได้เลย 2.สามารถสแกน Barcode จากโทรศัพท์มือถือได้เลย ชื่อสินค้า คือช่องไว้สำหรับใส่ชื่อของตัวสินค้า ราคาซื้อ คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาซื้อสินค้าที่แอดเข้าไปเป็นราคาต่อชิ้น ราคาขาย คือช่องไว้สำหรับใส่ราคาที่จะขายสินค้านั้น ๆ เป็นราคาต่อชิ้น หน่วยนับ คือสามารถเลือกหน่วยนับได้เลยจะเป็นรูปแบบการเลือกโดยการกด Dropdown จำนวนขั้นต่ำ คือเป็นการใส่จำนวนของสินค้านั้นว่าควรจะสั่งสินค้าเมื่อจำนวนในคลังเหลือเท่าไหร่ เช่นหากกำหนดไว้เป็นเลข 5 ทางตัวแอพพลิเคชั่นจะแสดงสถานะว่า “ควรเติมทันที” หากสินค้าต่ำกว่าหรือเท่ากับ 5 แต่หากมากกว่า 5 เป็นต้นไปจะแสดงสถานะว่า “OK”


28 ภาพที่ 19 หน้าต่างการสั่งสินค้า V.003 วันที่จะเป็นรูปแบบเวลา ณ ปัจจุบันที่สั่งสินค้าหรือเข้าหน้าแอพ เลขคำสั่งซื้อ จะเป็นการสุ่มตัวเลขคำสั่งซื้อหรือเพิ่มสินค้าเข้าคลังอัตโนมัติทุกครั้ง Invoice จะเป็นการแสดงเลข Invoice เข้าในระบบอัตโนมัติตามวันที่มีการสั่งซื้อ กรุณาเพิ่มรายการซื้อ จะเป็นการเพิ่มสินค้าที่จะเพิ่มเข้า Stock Total เป็นการคำนวณราคารวมจากสินค้าที่เพิ่มมาจากช่องเพิ่มสินค้า


29 ภาพที่ 20 หน้าต่างการสั่งสินค้า (New) V.003 วันที่ คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่ของมาส่งเข้าร้าน เลขคำสั่งซื้อ Invoice จะเป็นการสุ่มตัวเลขคำสั่งซื้อหรือเพิ่มสินค้าเข้าคลังอัตโนมัติทุกครั้ง ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อ สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า เลขคำสั่งซื้อตัวสินค้า จะเป็นเลขคำสั่งซื้อของนั้น ๆ ที่จะสุ่มทุกครั้งที่มีการเพิ่มสินค้าในการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ คือใส่จำนวนที่สั่งซื้อเข้าไปว่าสั่งมาจำนวนเท่าไหร่ ราคาซื้อ คือช่องที่ดึงข้อมูลของราคาซื้อต่อชิ้นมาจากหน้า Add สินค้า โดยการทำงานคือจะนำราคาซื้อมาคูณกับจำนวนที่ซื้ออัตโนมัติ ต้นทุนซื้อต่อชิ้น คือราคาการสั่งซื้อต่อชิ้น ซึ่งจะแสดงราคาอัตโนมัติ ราคาขาย คือช่องที่ดึงราคาขายมากจากช่อง Add สินค้า โดยการทำงานคือนำราคาขายมาคูณกับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้ออัตโนมัติ กำไร คือช่องที่คำนวณกำไรออกมา โดยการทำงานคือนำราคาขายลบกับราคาซื้อแล้วจะได้ผลกำไรออกมา


30 ภาพที่ 21 หน้าต่างการขายสินค้า V.003 วันที่จะเป็นรูปแบบเวลา ณ ปัจจุบันที่ขายสินค้าหรือเข้าหน้าแอพ Invoice จะเป็นการแสดงเลข Invoice เข้าในระบบอัตโนมัติตามวันที่มีการขายสินค้า กรุณาเพิ่มรายการขาย จะเป็นการเพิ่มสินค้าที่จะขายให้กับลูกค้า Total เป็นการคำนวณราคารวมจากสินค้าที่เพิ่มมาจากช่องเพิ่มสินค้า


31 ภาพที่ 22 หน้าต่างการขายสินค้า (New) V.003 วันที่คือช่องใส่วันที่และเวลา ณ วันที่มีการสั่งซื้อสินค้า เลขคำสั่งซื้อ Invoice จะเป็นการสุ่มตัวเลขคำสั่งซื้อหรือเพิ่มสินค้าเข้าคลังอัตโนมัติทุกครั้ง ItemCode คือช่องเพิ่มสินค้าที่สั่งซื้อ สามารถ Scan Barcode ได้เลยหรือจะเลือกสินค้าได้เลยโดยการกด Dropdown เพื่อเลือกสินค้า เลขคำสั่งซื้อตัวสินค้า จะเป็นเลขคำสั่งซื้อของนั้น ๆ ที่จะสุ่มทุกครั้งที่มีการเพิ่มสินค้าในการสั่งซื้อ จำนวนที่ซื้อ คือใส่จำนวนที่สั่งซื้อเข้าไปว่าสั่งมาจำนวนเท่าไหร่ ราคาขายต่อชิ้น คือราคาการสั่งซื้อต่อชิ้น ซึ่งจะแสดงราคาอัตโนมัติ โดยการทำงานคือจะนำราคา ราคาขาย คือช่องที่ดึงราคาขายมากจากช่อง Add สินค้า โดยการทำงานคือนำราคาขายมาคูณกับจำนวนสินค้าที่สั่งซื้ออัตโนมัติ กำไร คือช่องที่คำนวณกำไรออกมา โดยการทำงานคือนำราคาขายลบกับราคาซื้อแล้วจะได้ผลกำไรออกมา ซึ่งจากการให้ทดลองใช้ขอผู้ประกอบการร้านค้าปลีก ได้รับ Feedback พบว่า 1. การใช้มีความเหมาะสมมากขึ้นสามารถใช้งานได้ง่าย 2. ในส่วนของการแสกน Barcode ยังมีปัญหา คือไม่สามารถแสกนหลาย ๆ รายการรวมกันได้


32 4.5.4 ปัญหาที่พบในการสร้างแอพพลิเคชั่น 1. การใส่ฟังก์ชั่นต่างในตัวของการสร้างแอพพลิเคชั่นหากมีการข้ามขั้นตอนหรือพลาดขั้นตอนไหน แล้วกลับมาแก้ใหม่อีกครั้งจะเกิดการ Error ของตัวแอพพลิเคชั่น จะต้องไล่หาปัญหาใหม่ตั้งแต่ต้น 2. การเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่จากตัวแอพพลิเคชั่นเดิมจะเป็นเรื่องที่ยากมากในการเพิ่มเพราะเหมือนเป็นการแทรกโค้ดเข้าไป หากไม่ถูกต้องตัวแอพพลิเคชั่นจะ Error ภาพที่ 23 ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในตัวแอพพลิเคชั่น 4.6. การประเมินผล ผลการวิเคราะห์ประเมินประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นมือถือโดยผู้เชี่ยวชาญ (n = 10) รายการประเมิน S.D. ประสิทธิภาพ 1. ด้านความสามารถการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Functional Requirement) 1.1 ความสามารถในการบันทึกแก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 4.70 0.63 มากที่สุด 1.2 ความสามารถในการสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 4.80 0.52 มากที่สุด 1.3 ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูล 4.60 0.42 มากที่สุด 1.4 ความสามารถในการแสดงข้อมูล 4.80 0.42 มากที่สุด 1.5 ความถูกต้องในการบันทึก แก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 4.80 0.42 มากที่สุด 1.6 ความถูกต้องในการสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ 4.80 0.42 มากที่สุด 1.7 ความถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูล 4.80 0.32 มากที่สุด 1.8 ความถูกต้องในการแสดงข้อมูล 4.90 0.45 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.78 0.45 มากที่สุด


33 รายการประเมิน S.D. ประสิทธิภาพ 2. ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ (Usability) 2.1 ความเหมาะสม สะดวก และใช้งานง่าย 4.10 0.57 มากที่สุด 2.2 ความเหมาะสมของเมนูสำหรับบันทึกข้อมูล 4.20 0.42 มากที่สุด 2.3 ความเหมาะสมของหน้าจอโดยรวม 4.10 0.74 มากที่สุด 2.4 ความเหมาะสมของสีโดยรวม 4.10 0.74 มากที่สุด 2.5 ความเหมาะสมของตัวอักษรและขนาด 4.30 0.67 มากที่สุด 2.6 ความชัดเจนของข้อความที่แสดง 4.30 0.67 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.18 0.64 มากที่สุด รายการประเมิน S.D. ประสิทธิภาพ 3. ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Performance) 3.1 ความเร็วของการสืบค้นข้อมูลและการรายงานผล 4.60 0.52 มากที่สุด 3.2 ความเร็วในการบันทึก ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงข้อมูล 4.70 0.67 มากที่สุด 3.3 ความเร็วของการทำงานและการประมวลผลในภาพรวม 4.80 0.42 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.70 0.54 มากที่สุด ตารางที่ 3 ตารางรายการประเมินด้านประสิทธิภาพ จากตารางที่ 3 ผลการประเมินประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลังเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ด้านความสามารถการทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Functional Requirement) โดยการประเมินประสิทธิภาพในด้านความสามารถ และความถูกต้องในการบันทึกและแก้ไขข้อมูลใน เมนูต่าง ๆ ได้การสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ ได้การจัดเก็บข้อมูล และการแสดงข้อมูล ได้ผลของ ค่าเฉลี่ย (X) อยู่ระหว่าง 4.60 – 4.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) อยู่ระหว่าง 0.32 - 0.63 เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อย 3 ดับแรกความถูกต้องในการแสดงข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.90 (S.D. = 0.45) รองลงมาคือ รองลงมาความสามารถในการแสดงข้อมูล,ความ ถูกต้องในการบันทึก แก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ ความถูกต้องในการสืบค้นข้อมูลในเมนูต่าง ๆ และความถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.80 (S.D. = 0.42 และ 0.32 ) อันดับ 3 คือ ความสามารถในการบันทึกแก้ไขข้อมูลในเมนูต่าง ๆ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.70 (S.D. = 0.63) ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือ มีค่าเฉลี่ยโดยรวม (X = 4.72) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยรวม (S.D. = 0.45) ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ (Usability) โดยการประเมินประสิทธิภาพในด้าน ความชัดเจนของข้อความที่แสดงและความ เหมาะสมของตัวอักษรและขนาด ความเหมาะสมของเมนูสำหรับบันทึกข้อมูล ความเหมาะสมของหน้าจอโดยรวมและความเหมาะสมของสีโดยรวม ค่าเฉลี่ย (X) อยู่ระหว่าง 4.40 – 4.80 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) อยู่ระหว่าง 0.41 – 0.63 เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรกพบว่า ความชัดเจนของข้อความที่แสดงและความเหมาะสมของตัวอักษรและขนาด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.30 (S.D. = 0.67) รองลงมา คือ ความเหมาะสมของเมนูสำหรับบันทึกข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.20 (S.D. = 0.42) อันดับ 3 คือ ความเหมาะสมของหน้าจอโดยรวมและ ความเหมาะสมของสีโดยรวม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.10 (S.D. = 0.74) ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือ มีค่าเฉลี่ยโดยรวม (X = 4.18) และ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.64) ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด


34 ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่น (Performance) โดยการประเมิน ประสิทธิภาพในด้านความเร็วของการสืบค้นข้อมูล และการรายงานผล ความเร็วในการบันทึก ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงข้อมูล ความเร็วของการทำงานและการประมวลผลในภาพรวม ได้ผลของ ค่าเฉลี่ย (X) อยู่ระหว่าง 4.80 – 4.60 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) อยู่ระหว่าง 0.42 – 0.67 เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อย พบว่ามี3 อันดับคือ ความเร็วของการทำงานและการประมวลผลในภาพรวม X = 4.80 (S.D. = 0.42) รองลงมาคือ ความเร็วในการบันทึก ปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.70 (S.D. = 0.67) อันดับ 3 ความเร็วของการสืบค้นข้อมูลและ X = 4.60 (S.D. = 0.52) การ รายงานผล ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือมีค่าเฉลี่ยโดยรวม (X = 4.70) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ผลวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ปฏิบัติการ (n = 10) รายการประเมิน S.D. เกณฑ์การ ประเมิน 1. ความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น 1.1 การเข้าสู่ระบบ 4.60 0.52 มากที่สุด 1.2 การป้อนข้อมูล 4.80 0.63 มากที่สุด 1.3 การบันทึก แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล 4.50 0.71 มากที่สุด 1.4 การออกจากระบบ 4.90 0.32 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.70 0.54 มากที่สุด 2. ความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น 2.1 ความเหมาะสมของตัวอักษร 4.50 0.53 มากที่สุด 2.2 ความชัดเจนและความสวยงามของสี 4.50 0.71 มากที่สุด 2.3 ความเหมาะสมในการจัดตำแหน่ง 4.30 0.48 มากที่สุด 2.4 ความน่าสนใจในการใช้งาน 4.50 0.53 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.45 0.56 มากที่สุด 3. ความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ 3.1 ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติการมีความสนใจในการใช้แอพลิเคชั่นในการดำเนินงาน 4.40 0.52 มากที่สุด 3.2 มีนวัตกรรมใหม่เป็นทางเลือกดำเนินงาน 4.40 0.52 มากที่สุด 3.3 ความคล่องตัว สะดวก และ ง่ายต่อการดำเนินงาน 4.50 0.53 มากที่สุด 3.4 ความน่าสนใจในการใช้งาน 4.70 0.48 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.50 0.51 มากที่สุด ตารางที่ 4 ตารางรายการประเมินด้านความพึงพอใจ


35 จากตารางที่ 4 ผลการประเมินความพึงพอใจของแอพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลังเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านพบว่า ด้านความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อยพบว่า ความพึงพอใจในการออกจาก ระบบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.90 (S.D. = 0.52) รองลงมา คือ ความพึงพอใจในการการป้อนข้อมูล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.80 (S.D. = 0.63) อันดับสุดท้ายคือ ความพึงพอใจในการการเข้าสู่ระบบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.60 (S.D. = 0.52) ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือ มีค่าเฉลี่ย (X = 4.70) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) แสดงผลว่าผู้ปฏิบัติการพึงพอใจในการ ทำงานของแอพลิเคชั่นที่ระดับมากที่สุด แสดงให้ทราบว่า ผู้ใช้งานยอมรับว่ามีความพึงพอใจในการเข้าสู่ระบบ การป้อนข้อมูล การบันทึก แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล ตลอดจนการออกจากระบบ ความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น โดยการประเมินประสิทธิภาพในด้าน ความเหมาะสมของตัวอักษรและความ ชัดเจนและความสวยงามของสีและความน่าสนใจในการใช้งาน ความเหมาะสมในการจัดตำแหน่ง ค่าเฉลี่ย (X) อยู่ระหว่าง 4.40 – 4.80 ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) อยู่ระหว่าง 0.41 – 0.63 เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อย 2 อันดับแรกพบว่า ด้าน ความเหมาะสมของ ตัวอักษรและความชัดเจนและความสวยงามของสีและความน่าสนใจในการใช้งาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.50 (S.D. = 0.53 และ0.71) รองลงมา คือ ความเหมาะสมในการจัดตำแหน่ง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.30 (S.D. = 0.48) ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือ มีค่าเฉลี่ยโดยรวม (X = 4.45) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.56) ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ เมื่อพิจารณาจากรายข้อเรียงจากมากไปหาน้อยพบว่า ความพึงพอใจในเรื่องความน่าสนใจในการ ใช้งาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.70 (S.D. = 0.48 ) รองลงมาคือ ความคล่องตัว สะดวก และง่ายต่อการดำเนินงาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ X = 4.50 (S.D. = 0.53) อันดับ 3 ด้านการส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติการมีความสนใจในการใช้แอพลิเคชั่นในการดำเนินงาน และความคล่องตัว สะดวก และ ง่ายต่อการ ดำเนินงาน X = 4.40 (S.D. = 0.52 ) ผลวิเคราะห์ทางสถิติที่ได้คือมีค่าเฉลี่ยโดยรวม (X = 4.50) และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.51) แสดงผลว่าผู้ปฏิบัติการพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับที่ระดับมากที่สุด แสดงให้ทราบว่าผู้ใช้งานยอมรับว่ามีความพึงพอใจในการส่งเสริมให้ผู้ ปฏิบัติการมีความสนใจในการนำนวัตกรรมด้านแอพลิเคชั่นมาใช้ในการดำเนินงานนำเข้าสินค้าซึ่งเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ของการทำงานที่ อำนวยความคล่องตัว ความสะดวก และง่ายต่อ การดำเนินงาน


36 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย ในบทนี้จะกล่าวถึง ข้อสรุปจากการดำเนินการออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยขายหน้าร้าน ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการ พัฒนา รวมทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการศึกษาต่อ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 5.1 สรุปและอภิปรายผล การใช้โปรแกรม Appsheet ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการระบบการบริหารสินค้าคงคลังสามารถตรวจสอบยอดขายและรายงานยอดขาย ได้ โดยทำให้กระบวนการนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โปรแกรมช่วยในการบันทึกข้อมูลของสินค้า ตรวจสอบปริมาณคงเหลือ และการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสถานะของสินค้าได้อย่างทันท่วงทีและสามารถทำการสั่งซื้อสินค้าใน เวลาที่เหมาะสมได้ดีขึ้น ทำให้การบริหารจัดการสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก กรณีศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและการดำเนินธุรกิจอย่างราบรื่นในระยะยาว โดยคุณลักษณะเด่นของตัวแอปพลิเคชั่นจะมีฟังก์ชั่นหลัก ประกอบด้วย 3 ฟังก์ชั่น ได้แก่ 1.คือการเพิ่มสินค้าเข้าระบบ 2.การเติมสินค้าเข้าระบบคลังเข้าในระบบ 3.การขายสินค้า โดยสามารถอธิบาย คุณลักษณะเด่นในการใช้งานของแต่ละฟังก์ชั่นได้ดังต่อไปนี้ 1.การเพิ่มสินค้าเข้าระบบ เป็นการเพิ่มข้อมูลของสินค้าเข้าไปยังระบบซึ่งตัวแอปพลิเคชั่นจะแสดงผลข้อมูลแบบ Real Time ว่าสต๊อกสินค้าตอนนี้มีอยู่เท่าไหร่ สินค้าตัวไหนควรเติม โดยข้อมูลที่ต้องใช้ในการเพิ่มสินค้ามีดังนี้Itemcode คือสแกน Barcode ชื่อสินค้า ราคาซื้อ ราคาขาย หน่วยนับ จำนวนขั้น ต่ำในการสั่งซื้อเมื่อถึงค่าที่ใส่ไว้ในตัวแอปพลิเคชั่นจะขึ้นสถานะว่าควรสั่งเพิ่ม และรูปถ่ายตัวสินค้า 2.การเติมสินค้าเข้าระบบ ตัวแอพลิเคชั่นมีฟังก์การเติมสต๊อกสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างครอบคลุม สามารถเพิ่มจำนวนสต๊อกสินค้าได้แบบ Real Time เพื่อเป็นประโยชน์ในการนับสต๊อกสินค้า เป็นการเพิ่มจำนวนสินค้าเข้าคลังสินค้าจากคำสั่งซื้อ โดยข้อมูลที่ต้องใช้ในการเพิ่ม Stock สินค้ามีดังนี้วันที่ที่เพิ่มสินค้า Itemcode หรือ Barcode จำนวนที่ซื้อ โดยจะมีการคำนวณราคาต่าง ๆ มาให้อัตโนมัติ คือ ราคาซื้อ ต้นทุนในการสั่งซื้อต่อชิ้น ราคาขาย กำไร ของสินค้านั้น และมีการแสดงราคารวม Total เป็นราคารวมของการเติมสต๊อกในคำสั่งซื้อนั้น 3.การขายสินค้า ตัวแอปพลิเคชั่นมีฟังก์การขายสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างครอบคลุม สามารถใช้โทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับแอพลิเคชั่นในการ แสกนบาร์โค้ดของสินค้าเพื่อทำข้อมูลการชายสินค้าออกไป นอกจากนี้ยังเป็นการตัดสต็อกสินค้าแบบ Real Time เพื่อประโยชน์ในการนับสต็อก สินค้า และตัวระบบยังสามรถแจ้งเตือนสินค้าที่ต้องการการเติมสต็อก โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนการเติมสินค้าเมื่อปริมาณสินค้าคงเหลือใน คลังสินค้ามีน้อยกว่าหรือเหลือเท่ากับ 5 Unit เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้มีการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดย ข้อมูลที่ต้องใช้ในการขายสินค้ามีดังนี้วันที่ที่เพิ่มสินค้า Itemcode หรือ Barcode จำนวนที่ซื้อ โดยจะมีการคำนวณราคาต่าง ๆ มาให้อัตโนมัติคือ ราคาขายต่อชิ้น ราคาขาย กำไร ของสินค้านั้น และมีการแสดงราคารวม Total เป็นราคารวมของการเติมสต๊อกในคำสั่งขายนั้น จากข้อความที่กล่าวมาข้างต้น ตัวแอพลิเคชั่นสามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานระบบการบริหารสินค้าคงคลังได้โดยฟังก์ชั่นการทำงานที่ ตอบสนองต่อความต้องการ และสามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่พบเจอในการดำเนินงานการระบบการบริหารสินค้าคงคลังได้อย่าง มีแบบแผนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากที่คณะผู้จัดทำงานวิจัยได้นำตัวแอพลิเคชั่นไปให้กับผู้ปฏิบัติงานในร้านค้าได้ทดลองใช้และทำการประเมินแอพลิ เคชั่นโดยการใช้รูปแบบการประเมินเป็นแบบสอบถามเพื่อใช้ในการวัดประสิทธิภาพแอพลิเคชั่น ผลการวิจัยพบว่าผู้ทดลองใช้แอปพลิเคชั่น 10 ท่าน การประเมินประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุนระบบระบบการบริหาร สินค้าคงคลังโดยประเมินจากรายการ 3 ด้าน คือ • ด้านความสามารถการ ทำงานของแอพลิเคชั่นมือถือ (Functional Requirement) ได้ผลค่าเฉลี่ย (X = 4.78) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.45) • ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ (Usability) ได้ผลค่าเฉลี่ย (X = 4.18) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.64) • ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเคชั่น (Performance) ได้ผลค่าเฉลี่ย (X = 4.70) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) แสดงให้ทราบว่า แอพลิเคชั่นมือถือผ่านเกณฑ์การประเมิน มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด


37 ผลการวิจัยด้านความพึงพอใจต่อการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุนระบบการบริหารสินค้าคงคลังโดยการประเมินจากรายการ 3 ด้าน คือ • ด้านความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเคชั่น มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (X = 4.70) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.54) • ด้านความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอของแอพลิเคชั่น มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (X = 4.45) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.56) • ด้านความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ มีผลค่าเฉลี่ยอยู่ที่ (X = 4.50) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. = 0.51) พบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชั่นอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่มีความเห็นว่าแอพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเป็น เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกเนื่องจาก แอพลิเคชั่นมีส่วนช่วยในการจัดการการระบบการบริหารสินค้าคงคลังโดยสิ่งที่เพิ่มความอำนวยสะดวกคือ การนับจำนวน Stock ในคลังว่าเหลือเท่าไหร่ควรเติมสินค้าเมื่อไหร่ มีการคำนวณยอดขายและยอดสั่งซื้อเป็นรายเดือน 5.2 ปัญหาและอุปสรรค 1. ปัญหาสินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ด หากสินค้าไม่มีบาร์โค้ด อาจต้องถูกนำมาปรับแก้ใหม่ ทำสติกเกอร์ติดซ้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่าย แต่สามารถ แก้ปัญหาได้โดย เมื่อมีการขายสินค้าชนิดนั้น ๆ จะไม่สามารถสแกนบาร์โค้ดเพื่อยืนยันสินค้านั้น ๆ ได้ แต่สามารถเลือกหาสินค้าชนิดนั้น ๆ ที่เพิ่มไว้ในระบบอยู่แล้วได้ข้อเสียคือ เกิดความล่าช้าในการค้นหาสินค้าดังกล่าว ไม่รวดเร็วเหมือนกันสแกนบาร์โค้ดโดยตรง 2. การใส่ฟังก์ชั่นต่างในตัวของการสร้างแอพพลิเคชั่นหากมีการข้ามขั้นตอนหรือพลาดขั้นตอนไหน แล้วกลับมาแก้ใหม่อีกครั้งจะเกิดการ Error ของตัวแอพพลิเคชั่น จะต้องไล่หาปัญหาใหม่ตั้งแต่ต้น 3. การเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่จากตัวแอพพลิเคชั่นเดิมจะเป็นเรื่องที่ยากมากในการเพิ่มเพราะเหมือนเป็นการแทรกโค้ดเข้าไป หากไม่ถูกต้องตัวแอพพลิเคชั่นจะ Error


38 5.3 ตารางสรุปงานวิจัย 5.4 ข้อเสนอแนะ 1. การยกเลิกรายการภายหลังจากการชำระเงินแล้วยังไม่สามารถทำได้ ควรพิจารณาในส่วนนี้เพิ่มเติม 2. ระบบที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้นยังไม่สามารถพิมพ์ใบกำกับภาษี ซึ่งในการทำรายการขายจริงทุกครั้งที่มีรายการเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ทางร้านมีปัญหา การตรวจสอบจากกรมสรรพากร ควรได้ทำเพิ่มเติมในส่วนของการพิมพ์ใบกำกับภาษี ดังกล่าว 3. เสนอแนะในเรื่องการปรับปรุงรูปแบบและโครงสร้างของ แอพพลิเคชั่น UI (User Interface) ให้มีความน่าสนใจ ใช้งานง่าย มากขึ้น 4. เสนอแนะให้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นในการระบุตัวผู้รับผิดชอบที่ดำเนินงานการใช้งานแอพลิเคชั่นในการทำงานแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน วัตถุประสงค์ เครื่องมือวิจัย วิธีวิจัย ผลการวิจัย 1.เพื่อให้มีระบบที่ช่วยสนับ สนุนการระบบการบริหาร สินค้าคงคลัง 2.เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น ช่วยขายหน้าร้าน สำหรับร้านค้าปลีก หรือ ร้านค้าอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน 1. AppSheet 2.แบบสัมภาษณ์(Interview) ผู้ศึกษาทำการสัมภาษณ์กับพ นักงานขายของ 3.แบบประเมินประสิทธิภาพ และแบบประเมินความพึงพอ ใจของแอพลิเคชั่นมือถือสำหรั บผู้ทดลองใช้งาน 1.การวิเคราะห์และการ สำรวจปัญหา 2.การกำหนดวัตถุประสงค์ 3.การรวบรวมข้อมูล 4.การวิเคราะห์และการออก แบบระบบ 5.การทดสอบและปรับปรุง 6. การประเมินผล แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1.ประสิทธิภาพของแอพลิเคชั่นแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ >ด้านความสามารถการทำงานของแอพลิเคชั่ นมือถือ ได้ค่า (X = 4.78) และ (S.D. = 0.45) > ด้านการใช้งานแอพลิเคชั่นมือถือ (X = 4.18) และ (S.D. = 0.64) >ด้านความรวดเร็วในการทำงานของแอพลิเค ชั่น (X = 4.70) และ (S.D. = 0.54) พบว่ามีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมากที่สุด 2.ด้านความพึงพอใจแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ดังนี้ >ด้านความพึงพอใจในการทำงานของแอพลิเค ชั่น ่ได้ค่า (X = 4.70) (S.D. =0.54) >ด้านความพึงพอใจในรูปแบบการนำเสนอ ของแอพลิเคชั่น (X = 4.45) (S.D. = 0.56) > ด้านความพึงพอใจในประโยชน์ที่ได้รับ (X = 4.50) และ (S.D. = 0.51) พบว่าผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชั่น อยู่ในระดับมากที่สุด


39 บรรณานุกรม วิทยานิพนธ์ กิตติศักดิ์ สิงห์สูงเนิน. (2566). การพัฒนาระบบสารสนเทศการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการฝึกสหกิจศึกษา ด้วยแพลตฟอร์มแอปชีต. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระ บรมราชูปถัมภ์. ณัฐพงษ์ สังข์สอน. (2565). การพัฒนาแอพลิเคชั่นมือถือเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานนำเข้าสินค้า กรณีศึกษา บริษัทดีดี1971จำกัดและเครือบริษัท. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. ธนวรรษ มีสง่า. (2565). การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันยืมและคืนอุปกรณ์ด้วย AppSheet. (สหกิจศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. บุษราภรณ์ พวงปัญญา, ภักดี โพธิ์สิงห์ และ ยุภาพร ยุภาศ. (2560). “การพัฒนาแอปพลิเคชันการจัดการสารสนเทศการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “VALAYA Land” ด้วย AppSheet. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย พิชญทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี. ประพัทธ์ สวยรูป. (2562). การพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยขายหน้าร้านบนเครื่อง สมาร์ทเทอร์มินัลพีเอเอ็กซ์ เอเก้าสองศูนย์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย ธุรกิจบัณฑิตย์. มณีรัตน์ ภารนันท์ และจีรภา เพชรวัฒนานนท์. (2565). การศึกษาผลการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่งร่วมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ. ศิรพงศ์ วิทยาพิทักษ์วงศ์ และพรชิตา เพื่อนค้า. (2563). เว็บแอปพลิเคชันนับสต๊อกสินค้าสำหรับ บริษัท แอนนาโพลิส จำกัด. (สหกิจศึกษา). กรุงเทพฯ: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. สุพัชรี สุปริยกุล และ ศรัญญา ถนอมสุข และลดาวรรณ สว่างอารมณ์ และ คุณฉัตรชัย เหล่าเขตการณ์. (2566). การเพิ่มประสิทธิภาพการ จัดการคลังสินค้าแบบประหยัด โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธนบุรี. สกุลทิพย์ ปัณฑิตธาดาพงศ์ และ สุพัฒตรา ศรีญาณลักษณ์. การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการจัดการสินค้าคงคลังโดยประยุกต์ใช้ระบบสนับสนุน การตัดสินใจ กรณีศึกษาอุตสาหกรรมประเภทอาหารเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม. เอก บำรุงศรี และ ธนชัย เกียรติก้องคีรี. (2563). เว็บแอปพลิเคชันระบบจัดการสินค้าและการขายของร้านคิมแอนด์จิวมินิมาร์ท. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2563 ครั้งที่ 5 (หน้า 478-487). กาญจนบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. อัญชสา ประมวลเจริญกิจ และ ณัฐพร ณ เชียงใหม่. (2566). การพัฒนาโปรแกรมคำนวณขนาดบรรจุผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเครื่องจักรใน อุตสาหกรรมอาหารด้วยโปรแกรมแอพชีท. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. แหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์ mindphp.com.//(2565).//Google Sheets (กูเกิล ชีท) คืออะไร.//สืบค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2566./จาก//Google Sheets (กูเกิล ชีท) คืออะไร (mindphp.com) Chris Bailey.//(2563)// Create an inventory management app from Google Sheets with AppSheet.//สืบค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2566./จากLearn how to build an inventory management app, no coding necessary (blog.google)


40 ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version