แผนการจัดการเรยี นรู
กลุม สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105
ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปท ่ี 2
ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศกึ ษา 2564
ครูผสู อน
นางสาวเกตนศิ า อิศราภรณ
แผนการจดั การเรียนรู รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหสั วิชา ว 22105 2
คำนำ
แผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใชเปนแนวทางในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาเทคโนโลยี 2
รหัสวิชา ว 22105 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 ที่เนนนักเรียนเปนสำคัญ มีการจัด
กิจกรรมและการวัดผลประเมินผลที่หลากหลาย สอดคลองตามมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดกลุมสาระการเรียนรู
วิทยาศาสตร (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่ง
ประกอบดวยหนว ยการเรยี นรู จำนวน 5 หนว ย ดังน้ี
หนวยการเรียนรูท่ี 1 เรอ่ื ง แนวคดิ เชิงคำนวณ
หนว ยการเรียนรทู ่ี 2 เรื่อง การแกปญ หาดว ยภาษาไพทอน
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 3 เรื่อง หลกั การทำงานของระบบคอมพวิ เตอร
หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 เรื่อง เทคโนโลยกี ารสือ่ สาร
หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เร่ือง การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา งมคี วามรบั ผิดชอบ
อนึ่งหวังวาแผนการจัดการเรียนรูเลมนี้ คงจะมีประโยชนตอครูในกลุมสาระวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีบาง
ไมม ากก็นอ ย ในการใชเ ปน แนวทางในการจัดการเรยี นการสอนและการจัดทำแผนการเรยี นรู รวมทงั้ การพฒั นาความรู
และทักษะที่จำเปนในยุคเศรษฐกจิ ดิจิทัล สอดคลอ งกบั การเรยี นรูในศตวรรษที่ 21 ไดเปน อยางดี ขอขอบพระคุณผูที่
เกี่ยวของทุกทา นทม่ี ีสว นทำใหแผนการจัดการเรยี นรูน ส้ี ำเร็จลงดว ยดี
นางสาวเกตนศิ า อศิ ราภรณ
รายวิชา เทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว 22105 3
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 โครงสรา งรายวชิ า ประเภท วชิ าพื้นฐาน
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 1.0 หนว ยกติ
รหสั วิชา ว 22105
2 ช่วั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง/ภาค
ที่ หนว ยการเรยี นรู มาตรฐานการ สาระสำคัญ จำนวน คะแนน
เรียนร/ู ตัวช้ีวัด ช่วั โมง
1 การออกแบบ ว 4.2 ม.2/1 1. แนวคดิ เชงิ คำนวณ 2 15
อลั กอริทึมท่ีใช 2. การออกแบบอลั กอรทิ ึม
แนวคดิ เชงิ คำนวณ
ในการแกป ญ หา
2 การแกป ญหาดวย ว 4.2 ม.2/2 1. การเขยี นโปรแกรมภาษา Python 16 25
ภาษาไพทอน เบือ้ งตน
2. ตัวแปร การกำหนดคา และชนิดของ
ขอมูล
3. นพิ จน ตวั ดำเนินการและตวั ถูก
ดำเนนิ การ
4. การเขียนโปรแกรมแบบทางเลอื ก
5. การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้ำดว ย
คำสัง่ while, range และ for
3 หลักการทำงานของ ว 4.2 ม.2/3 1. องคป ระกอบและหลกั การทำงานของ 8 20
ระบบคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร
(บูรณาการ เร่ือง 2. การเลอื กใชซอฟตแ วรใ นการนำเสนอ
ซอฟตแวร) (presentation)
4 เทคโนโลยกี าร ว 4.2 ม.2/3 1. องคป ระกอบของเทคโนโลยีการ 6 20
สือ่ สาร สอื่ สาร
(บูรณาการ เรื่อง 2. การสือ่ สารและบริการบนเครือขา ย
ซอฟตแวร)
5 การใชเทคโนโลยี ว 4.2 ม.2/4 1. ถกู ตอง ปลอดภยั ใชเ ลย 6 20
สารสนเทศอยางมี 2. สทิ ธ์ิของเรา
ความรบั ผิดชอบ
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105 4
หนวยการเรียนรู
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 เรือ่ ง แนวคดิ เชิงคำนวณ
รหสั วชิ า ว 22105 ชือ่ รายวชิ า เทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรยี นรูว ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี (กลุมวิชาเทคโนโลย)ี
ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 2 ช่ัวโมง
ผสู อน นางสาวเกตนศิ า อิศราภรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู
มาตรฐาน ว 4.1 เขาใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลง อยาง
รวดเร็ว ใชความรูแ ละทักษะทางดานวทิ ยาศาสตรคณิตศาสตรและ ศาสตรอื่น ๆ เพื่อแกปญหาหรือพัฒนางานอยางมี
ความคิดสรางสรรค ดวยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสม โดยคำนึงถึง
ผลกระทบตอ ชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอม
ตัวช้วี ัด
ว 4.1 ม.2/1 คาดการณแนวโนม เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสาเหตุ หรือปจจัยที่สงผลตอ การ
เปลีย่ นแปลงของ เทคโนโลยี และวิเคราะห เปรียบเทยี บ ตดั สินใจ เลือกใชเทคโนโลยี โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่ี เกดิ ขึ้น
ตอชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอ ม
ว 4.1 ม.2/2 ระบุปญหาหรือความ ตองการในชุมชนหรือ ทองถิ่น สรุปกรอบของ ปญหา รวบรวม วิเคราะห
ขอ มลู และ แนวคดิ ที่เกีย่ วของกบั ปญหา
ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวธิ ีการ แกปญหา โดยวิเคราะห เปรียบเทยี บ และ ตดั สินใจเลอื กขอ มูลที่ จำเปน ภายใต
เงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู นำเสนอแนวทางการ แกปญหาใหผูอื่นเขาใจ วางแผนขั้นตอนการ ทำงานและ
ดำเนนิ การ แกปญ หาอยางเปน ขนั้ ตอน
ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และ อธิบายปญหาหรือ ขอบกพรองที่เกิดขึ้น ภายใตกรอบเงื่อนไข พรอม
ทงั้ หาแนวทางการ ปรับปรงุ แกไข และ นำเสนอผลการแกปญหา
มาตรฐาน ว 4.2 เขา ใจและใชแนวคิดเชงิ คำนวณในการแกปญ หาที่พบในชวี ิตจริงอยางเปนข้ันตอนและเปน
ระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ
รูเทาทนั และมจี ริยธรรม
ตวั ชว้ี ดั
ว 4.2 ม.2/1 ออกแบบอัลกอรทิ ึมทใี่ ชแ นวคดิ เชิงคำนวณในการแกปญหา หรือการทำงานทพ่ี บในชีวติ จรงิ
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แนวคิดเชิงคำนวณ (computational thinking) เปน กระบวนการวิเคราะหปญหา เพอื่ ใหไ ดแ นวทางการหา
คำตอบอยางเปนขั้นตอนที่สามารถนำไปปฏิบัติไดโดยบุคคลหรือคอมพิวเตอรอยางถูกตองและแมนยำซึ่งเรียกวา
อัลกอริทึม ทักษะการใชแนวคดิ เชิงคำนวณจงึ สำคัญตอ การแกปญ หา ชวยใหสามารถสือ่ สารแนวคิดกับผูอ ื่นไดอ ยางมี
ประสทิ ธภิ าพ รวมถึงชว ยพัฒนาพ้ืนฐานในการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอรด ว ย
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105 5
องคประกอบและหลักการทำงานของระบบคอมพวิ เตอรมีขั้นตอนการทำงานตงั้ แตระดบั พน้ื ฐานไปจนกระท่ัง
การทำงานที่มีความซับซอน การเขาใจการทำงานของระบบคอมพิวเตอร จะทำใหสามารถใชงานระบบไดอยางมี
ประสิทธิภาพและเปนขั้นตอน อีกทั้งในการพัฒนาระบบจะตองมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการทำงานของ
คอมพิวเตอร สามารถออกแบบอัลกอริทึมโดยใชแนวคิดเชิงคำนวณ ในการแกปญหาหรือประยุกตใชงานใน
ชีวติ ประจำวนั ได
3. สาระการเรียนรู
3.1 แนวคดิ เชงิ คำนวณและการประยุกตใช
3.2 การออกแบบข้ันตอนวิธเี พือ่ การแกป ญหา
4. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด
4.3 ความสามารถในการแกป ญ หา
4.4 ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
4.5 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค 5.2 ซื่อสตั ยส จุ รติ 5.3 มวี นิ ยั
5.1 รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย 5.5 อยูอยา งพอเพียง 5.6 มุงมนั่ ในการทำงาน
5.4 ใฝเรียนรู 5.8 รกั ความเปน ไทย
5.7 มีจติ สาธารณะ
6. ชนิ้ งานหรือภาระงานทผี่ ูเ รยี นตอ งปฏิบตั ิ
6.1 ใบงานการออกแบบอัลกอรทิ มึ (Algorithm)
7. การวดั และการประเมินผล
ส่ิงทตี่ องประเมิน วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ
ความรกู อนเรยี น ใหน ักเรยี นเลน เกมส เกมสอ ัลกอริทึม ใชวเิ คราะห
เกย่ี วกบั การออกแบบ ความกา วหนากอนเลน
อลั กอริทึม และหลงั เลนเกมส
ประเมนิ ผูเรยี นดานความรู บันทึกการประเมินผูเรยี น ใบงาน ความรูความเขาใจ
ดานความรู
การแสดงพฤตกิ รรม สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทำกจิ กรรมกลุม การทำกจิ กรรมกลุม การทำกจิ กรรมกลุม ผา นเกณฑ
รายวิชา เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105 6
สง่ิ ที่ตองประเมิน วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ
ความรูหลังเรียนเกี่ยวกับ ตรวจแบบทดสอบ เกมสอ ัลกอริทึม รอ ยละ 60
แนวคิดเชิงคำนวณ หลงั เรียน ผา นเกณฑ
ความมีวินัย ใฝเรียนรู สังเกตความมีวินัย ใฝ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2
มงุ มัน่ ในการทำงาน เรียนรู มุงมั่นในการ อันพงึ ประสงค ผานเกณฑ
ทำงาน
8. กจิ กรรมการเรยี นรู เวลา 2 คาบ
8.1 แนวคดิ เชิงคำนวณและการประยกุ ตใช เวลา 2 คาบ
8.2 การออกแบบขนั้ ตอนวิธีในการแกปญ หา
9. ส่อื /แหลง การเรยี นรู
9.1 หนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐานเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ของสถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ
9.2 Google Classroom / Google Meet / SKN ONLINE
9.3 สอ่ื ประกอบการสอน Microsoft Power Point
9.4 เกมสส ่ือการสอน เรือ่ งอัลกอรทิ ึม
9.5 ใบความรกู ารออกแบบอลั กอริทึม (Algorithm)
9.6 ใบงานการออกแบบอัลกอรทิ มึ (Algorithm)
9.7 เครอื่ งคอมพวิ เตอร / หฟู ง / ไมค/ กลอง
9.8 อนิ เตอรเน็ต
รายวิชา เทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว 22105 7
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 ผังมโนทศั นแ สดงขอบขา ยสาระการเรยี นรู จำนวน 2 แผน
เรือ่ ง แนวคดิ เชิงคำนวณ
แนวคดิ เชิง
คำนวณ
แผนที่ 1 แผนท่ี 2
แนวคดิ เชิงคำนวณ การออกแบบข้ันตอนวิธี
สาระการเรยี นรู ในการแกปญ หา
1. แนวคดิ เชงิ คำนวณ สาระการเรียนรู
2. การประยุกตใชแ นวคดิ 1. การวเิ คราะหปญ หา
เชงิ คำนวณเพ่อื แกปญ หา 2. Algorithm
รายวิชา เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105 8
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 2 แผนการจัดการเรียนรู เวลา 1 ชว่ั โมง
หนวยที่ 1 เรอื่ ง การออกแบบขั้นตอนวธิ ีในการแกปญ หา
รหสั วิชา ว 22105 ช่ือหนวยการเรยี นรู แนวคดิ เชิงคำนวณ ภาคเรียนที่ 1
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 รายวชิ า เทคโนโลยี 2 ปการศกึ ษา 2564
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
1. มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ว 4.2 เขา ใจและใชแ นวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาที่พบในชีวติ จริงอยา งเปนข้ันตอนและเปน
ระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมีประสิทธิภาพ
รูเทา ทนั และมีจริยธรรม
2. ตัวช้ีวดั
ว 4.2 ม.2/1 ออกแบบอลั กอริทึมที่ใชแ นวคิดเชงิ คำนวณในการแกป ญหา หรือการทำงานทพี่ บในชีวติ จริง
3. จดุ ประสงคการเรียนร/ู ผลการเรยี นรู
วเิ คราะหพ ฤติกรรมการเรยี นรูท่คี าดหวัง โดยใสเ ครอื่ งหมาย ลงในชอ ง K, P, A
K - ดา นความรู P - ดานทกั ษะ/กระบวนการ A - ดานคุณลกั ษณะพึงประสงค
(เหมือนจดุ ประสงคน ำทางในหลักสูตรเกา แตล ะแผนอาจไมค รบ K - P - A แตเ มื่อรวมท้ังหนวยตอ งครบท้ังหมด)
จุดประสงคการเรียนรู / ผลการเรยี นรู KPA
1. อธิบายการออกแบบอัลกอรทิ ึมเพื่อการแกป ญ หาโดยใชแนวคดิ เชิงคำนวณ
2. ปฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอนวธิ ี เปรียบเทยี บ และวิเคราะหข ้ันตอนวิธีเพือ่ แกปญหาจาก
โจทยท ่ีกำหนด
3. ตระหนักถึงความสำคญั และประโยชนของขั้นตอนวธิ ที ี่เก่ียวของกบั การแกปญ หา
ในชวี ติ ประจำวนั
4. สาระสำคัญ
อัลกอริทึม เปน กระบวนการวิเคราะหปญ หา เพ่ือใหไดแนวทางการหาคำตอบอยางเปน ข้ันตอนทส่ี ามารถ
นำไปปฏบิ ัตไิ ดโ ดยบุคคลหรอื คอมพวิ เตอรอยา งถูกตองและแมน ยำ
5. สาระการเรยี นรู
- การออกแบบอลั กอรทิ มึ เพ่ือการแกป ญหา
6. สมรรถนะสำคัญของนักเรียน
6.1 ความสามารถในการส่ือสาร
6.2 ความสามารถในการคิด
6.3 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว 22105 9
7. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
7.1 ใฝเรยี นรู
7.2 มุง ม่ันในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู
8.1 การจัดเตรียม
8.1.1 การทดสอบกอนเรยี น ใหน ักเรยี นเลนเกมส สอ่ื การสอนเร่อื งการออกแบบอัลกอริทมึ
8.1.2 ใบงานการออกแบบอัลกอรทิ ึม (Algorithm)
8.1.3 แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสวนรวมในช้ันเรยี น
8.1.4 แบบประเมินการทำงานกลมุ
8.1.5 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
8.2 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
8.2.1 ครูทบทวนองคประกอบของแนวคิดเชิงคำนวณ แลวถามนักเรียนวาปญหาหรือการทำงาน
ในชีวิตประจำวันมีอะไรบางที่สามารถนำแนวคิดเชิงคำนวณมาใชแลวทำใหการแกปญหามี
ประสิทธภิ าพมากข้นึ
8.2.2 ครใู หนักเรียนเลน เกมสโดยใชส่ือการสอนเรื่องการออกแบบอัลกอริทมึ
8.2.3 ครูอธิบายเรื่องการออกแบบอัลกอริทึม โดยใหนักเรียนศึกษาจากใบความรูและ
Powerpiont
8.2.4 ครใู หเรยี นจบั กลมุ ทำกจิ กรรมโดยแจกใบงานเรอ่ื งการออกแบบอัลกอริทมึ
8.2.5 นักเรียนจับกลุมทำกิจกรรม ใหนักเรียนเขียน Flowchart โดยเลือกกิจกรรมใน
ชีวิตประจำวันของนักเรียนมา 1 กิจกรรม ใน Flowchart ประกอบดวยรูปแบบของ
Flowchart ทงั้ 3 แบบ
8.3 ขน้ั สรปุ
- นกั เรียนและครรู ว มกันสรุปสิง่ ทีไ่ ดจากการทำกิจกรรม
9. ชน้ิ งาน / หลกั ฐานการเรยี นรูของนกั เรยี น
- ใบงานเรอ่ื งการออกแบบอัลกอรทิ ึม
10. สื่อ / แหลง การเรยี นรู
10.1 หนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐานเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ 2 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ
10.2 Google Classroom / Google Meet / SKN ONLINE
10.3 ส่ือประกอบการสอน Microsoft Power Point
10.4 เกมสส ่ือการสอน เรือ่ งอลั กอริทมึ
10.5 ใบความรูก ารออกแบบอลั กอริทมึ (Algorithm)
รายวชิ า เทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว 22105 10
10.6 ใบงานการออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm)
10.7 เครื่องคอมพวิ เตอร / หฟู ง / ไมค/ กลอ ง
10.8 อนิ เตอรเ น็ต
11. การวัดผลและประเมินผล
11.1 ประเมนิ นักเรียนดา นความรู ใบงานการออกแบบอลั กอริทึม (Algorithm)
11.2 ประเมินพฤติกรรม การมสี วนรวมในช้นั เรยี น การทำกจิ กรรมกลมุ
11.3 ประเมินนักเรยี นจากการเลน เกมส สื่อการสอนเรื่องอลั กอริทมึ
11.4 ประเมินนักเรยี นจากความมวี นิ ัย ใฝเรยี นรู มุงมน่ั ในการทำงาน
12. บันทกึ หลังการสอน
12.1 สรุปผลการเรยี นรู (ระบุ จำนวน / รอยละ / คาเฉลย่ี วา ผานเกณฑกี่คน)
..................................................................................................................................................................................
12.2 ปญหา (ระบุวาไมผานเกณฑก ่ีคน ใครบา ง)
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
12.3 แนวทางแกปญ หา (แกไขนักเรียนท่ไี มผ า นไดอยา งไร)
..................................................................................................................................................................................
12.4 ขอ เสนอแนะ
..................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..................................................ครู
(นางสาวเกตนิศา อิศราภรณ)
วนั ท.ี่ ...............เดอื น...................พ.ศ. ................
ลงช่ือ.................................................... ลงชอ่ื .......................................................
(......................................) (.............................................)
หวั หนา กลมุ วิชาเทคโนโลยี
รองผูอ ำนวยการโรงเรียนกลมุ การบริหารวิชาการ
วันที.่ ........เดอื น....................พ.ศ. ................... วนั ที่...........เดือน.....................พ.ศ. ..................
13. ความคิดเหน็ ของหวั หนาสถานศกึ ษา หรือผูท่ีไดร ับมอบหมาย
....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................................
(...................................................)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น
วนั ที่..............เดอื น..........................พ.ศ. 2564
รายวิชา เทคโนโลยี 2 รหสั วชิ า ว 22105 11
ใบความรู้
เรือ่ ง การออกแบบอัลกอรทิ ึม (Algorithm)
การออกแบบอัลกอริทึม (Algorithm) เป็นการพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
เพื่อดำเนินตามทีละขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม หรือการ
ออกแบบอลั กอรทิ ึม เปน็ การออกลำดับ 3 ลักษณะ คอื การบรรยาย การใชร้ หสั จำลอง และการใช้ผงั งาน
1. การเขียนอัลกอรทิ ึมแบบบรรยาย
เป็นการแสดงขั้นตอนการทำงานในลักษณะการบรรยาย เป็นข้อความด้วยภาษาพูดใดๆ เช่น
ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น หรือ ภาษาจีน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้เขียน
อลั กอริทมึ มักเขียนบรรยายขน้ั ตอนการทำงานเป็นข้อๆ
ประโยชน์การเขยี นอลั กอรทิ มึ แบบบรรยาย
เป็นวิธีที่ง่ายในการเขียนบรรยาย เนื่องจากใช้ภาษาพูดที่ผู้เขียนอัลกอริทึมคุ้นเคยอยู่แล้ว ดังนั้นจึง
ง่ายในการเขียนบรรยาย
ตัวอย่างการเขียนอลั กอริทมึ แบบบรรยาย
เรมิ่ การทำงาน
ขัน้ ท่ี 1 กรอก Username
ขน้ั ท่ี 2 กรอก Password
ข้ันท่ี 3 กดปุ่ม Login
ขน้ั ท่ี 4 ตรวจถา้ Username และ Password
ถูกตอ้ ง ใหท้ ำขน้ั ที่ 5
ไมถ่ กู ต้อง ใหเ้ ริ่มทำขน้ั ท่ี 1 อกี ครั้ง
ขั้นท่ี 5 เปิดหนา้ แรกของโปรแกรม
จบการทำงาน
2. การเขียนอลั กอริทมึ แบบรหสั เทียม Pseudo Code
คือการเขียนคำอธิบายขั้นตอนการทำงานของโปรแกรม โดยใช้ถ้อยคำผสมระหว่างภาษาอังกฤษและ
ภาษาการเขียนโปรแกรมแบบโครงสร้าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เขียนโปรแกรมสามารถพัฒนาขั้นตอนต่าง ๆ ให้เป็น
โปรแกรมได้งา่ ยขึ้น ส่วนใหญ่มักใชค้ ำเฉพาะ (Reserve Word) ที่มีในภาษาการเขียนโปรแกรมและมกั เขียน
ดว้ ยตัวอกั ษรตัวใหญ่ ซโู ดโค้ดที่ดี จะตอ้ งมีความชัดเจน ส้นั และได้ใจความ ข้อมูลตา่ ง ๆ ทใ่ี ช้จะถูกเขียน
อยู่ในรปู ของตัวแปร
ประโยชน์การเขยี นอลั กอรทิ มึ แบบรหัสเทียม Pseudo Code
• เป็นเคร่อื งมือในการกำหนดโครงรา่ งกระบวนการทำงานของการเขยี นโปรแกรมแต่ละโปรแกรม
• เป็นต้นแบบในการทบทวน ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาโปรแกรมของโปรแกรมเมอร์และ
นักวิเคราะหร์ ะบบ
• เป็นตัวกำหนดงานเขียนโปรแกรม เพื่อให้โปรแกรมเมอร์นำไปพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เพ่อื สัง่ ให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามกระบวนการท่ีได้จำลองกระบวนการจริงไวใ้ นรหัสเทียมหรือซูโด
โค้ด
ตัวอยา่ งการเขยี นอัลกอรทิ มึ แบบรหสั เทยี ม Pseudo Code
Begin
Create X, Y, Z
Read X, Y
Z 0.5 * X * Y
Write Z
End
3. การเขยี นอลั กอริทึมแบบผังงาน (Flowchart)
การเขียนอัลกอริทึมแบบบรรยาย จะเป็นการเขียนอัลกอริทึมแบบไม่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากเขียน
บรรยายด้วยภาษาพูดใดๆ ดังนั้นคนที่จะเข้าใจได้ ต้องเป็นคนที่เข้าใจภาษาพูดนั้นด้วย และทำความเข้าใจก็
ขน้ึ กบั การตีความของคนนำไปใช้ แต่การเขียนอลั กอริทึมแบบผงั งานจะแสดงขั้นตอนการทำงานในลักษณะของ
รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐาน ไม่อ้างอิงภาษาใดภาษาหนึ่ง ทำให้เห็นลำดับการ
ทำงานกอ่ นหลังได้ชัดเจน
ประโยชน์การเขยี นอลั กอริทมึ แบบผังงาน (Flowchart)
• เปน็ วิธแี ละรูปแบบทีท่ ำความเขา้ ใจไดง้ า่ ย
• สามารถตรวจสอบความถูกตอ้ งได้งา่ ย
• สามารถพฒั นาโปรแกรมไดง้ า่ ย เน่อื งจากบอกข้ันตอนไดช้ ดั เจน
ตัวอย่างการเขยี นอัลกอรทิ มึ แบบผงั งาน (Flowchart)
Flowchart คือ การออกแบบขั้นตอนวิธีในรูปแบบแผนภาพ แสดงขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหาตั้งแต่
จุดเริ่มต้น จนถึงจุดสิ้นสุด เป็นเสมือนแม่แบบที่จะชี้นำในการเขียนประโยคคำสั่งด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
โดยไมจ่ ำกดั ว่าเป็นภาษาใด
สญั ลักษณ์ทีเ่ ป็นมาตรฐานในการเขียนผงั งาน
โครงสรา้ งการออกแบบขั้นตอนวิธีด้วยผังงาน
การเขยี นผังงานโดยพนื้ ฐานมี 3 รปู แบบตามการเขยี นโปรแกรมเชงิ โครงสร้าง ไดแ้ ก่ โครงสร้างแบบลำดับ
โครงสรา้ งแบบมีทางเลือก และโครงสร้างแบบวนซ้ำ
โครงสร้างแบบลำดบั
เป็นโครงสร้างโปรแกรมที่มีลักษณะการทำงานแบบเรียงตามลำดับต่อเนื่อง โดยแต่ละขั้นตอนมีการ
ดำเนนิ งานเพียงครง้ั เดียวไม่มกี ารทำซำ้ ไม่มเี งอ่ื นไข ไมม่ กี ารตดั สินใจในการทำงาน
โครงสร้างแบบมที างเลือก
เป็นโครงสร้างที่ใช้สำหรับการเลือกทำกิจกรรม หรือคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งโดยในการเลือกทำกิจกรรมหรือ
คำสั่งใด ๆ จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่วางไว้ เมื่อตรวจสอบเงื่อนไขจะได้ค่าจากการตรวจสอบสองค่า คือ
ค่าที่เป็นจริง กบั คา่ ที่เป็นเทจ็
โครงสร้างแบบวนซำ้
เป็นโครงสร้างที่ขั้นตอนการทำงานบางข้นั ตอนได้รับการประมวลผลมากกว่า 1 ครัง้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเง่ือนไข
บางประการ โครงสร้างแบบวนซ้ำน้ีตอ้ งมีการตัดสินใจในการทำงาน
1
ใบงาน
เรือ่ ง การออกแบบอลั กอริทมึ (Algorithm)
1. หาขอ มลู วา การทำไขเจียว ใชวตั ถุดิบอะไรบา ง? และมีขน้ั ตอนการทำอยา งไร?
วตั ถดุ บิ ท่ีใช ขน้ั ตอนการทำงาน
2. ใหนกั เรียนเตมิ คำตอบของรปู สญั ลักษณ Flowchart ท่ีกำหนดใหถกู ตอง
2
3. ใหนักเรียนเลือกเพลงที่ชอบ หลังจากน้ันศกึ ษาทาเตนจากมิวสิควิดีโอ แลวใหเ ขียนเขียน Flowchart
อธิบายทาเตน ตามลำดบั
1
ใบงาน (เฉลย)
เร่อื ง การออกแบบอัลกอริทมึ (Algorithm)
2
ใบงาน (เฉลย)
เรื่อง การออกแบบอัลกอริทมึ (Algorithm)
1. หาขอ มลู วา การทำไขเจยี ว ใชว ัตถุดบิ อะไรบา ง? และมขี ั้นตอนการทำอยา งไร?
วตั ถดุ บิ ท่ใี ช ขั้นตอนการทำงาน
1. ไขไ ก 3 ฟอง 1. เตรยี มอุปกรณ
2. หมูสบั 2. ตีไข
3. นำ้ ปลาหรอื ซอสปรงุ รส 3. ใสหมสู ับปรงุ รส
4. พริกไท 4. กะทะรอนเทไขใ สกระทะ
5. น้ำมัน 5. พลกิ ไขกลับดา น
6. ไขส กุ ทั้งสองดานแลว ใชหรอื ไม
- ถาใช ไปขอ 7
- ถาไมใ ช ไปขอ 5
7. ตักใสจ าน
2. ใหนักเรียนเตมิ คำตอบของรูปสญั ลกั ษณ Flowchart ทกี่ ำหนดใหถกู ตอ ง
เร่มิ ตนการทำงาน/ส้นิ สุดการทำงาน
การประมวลผลขอมลู
นำขอ มลู เขา - ออก
3
แสดงผลลัพธท างกระดาษ
หรอื เคร่อื งพิมพ
การเลอื กปฏบิ ัติตามเงือ่ นไข
โดยมที างออกเปนจรงิ หรอื เทจ็
การนำขอมูลเขา
3. ใหน กั เรยี นเขียน Flowchart โดยเลอื กกิจกรรมในชีวติ ประจำวนั ของนักเรียนมา 1 กจิ กรรม ใน
Flowchart ประกอบดวยรูปแบบของ Flowchart ทั้ง 3 แบบ
แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติกจิ กรรมกลุม
กลมุ ท่ี (ชื่อกลุม )..............................................................
สมาชิกในกลุม
1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6..........................................................
คาํ ชี้แจง ใหทาํ เครือ่ งหมาย ในชอ งทตี่ รงกบั ความเปน จริง
พฤติกรรมทส่ี ังเกต คะแนน
43 2 1
1. การมีสวนรวมในการวางแผน
2. การปฏิบตั งิ านตามบทบาทหนา ท่ี
3. การใหความรวมมือในการทาํ งาน
4. การแสดงความคิดเหน็
5. การยอมรบั ความคิดเห็น
รวม
ลงชอื่ ............................................................................ผปู ระเมนิ
.................../................../..................
เกณฑก ารใหคะแนน
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิเปน ประจาํ ให 4 คะแนน (ดมี าก)
พฤติกรรมท่ปี ฏิบัตบิ อยครง้ั ให 3 คะแนน (ด)ี
พฤติกรรมท่ปี ฏิบัติบางครงั้ ให 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤติกรรมท่ีปฏิบตั นิ อยครงั้ ให 1 คะแนน (ปรบั ปรงุ )
(ลงชื่อ)--------------------------------------ผปู ระเมนิ
แบบประเมนิ ผลงาน (กลุม)
ชือ่ กลุม ............สมาชกิ กลุม 1. …………………………………………………………
2. …………………………………………………………
3. …………………………………………………………
คําช้ีแจง ทาํ เครอื่ งหมาย / ลงในชอ งใหตรงกับระดับคะแนน
ดา นที่ สง่ิ ท่ีประเมนิ ระดับคะแนน 2 3 4
01
1 ผลงานนกั เรียน
2 การนาํ เสนอผลงาน
3 การปฏิบัติงานกลมุ
ลงชอ่ื .............................................ผปู ระเมนิ
วนั ท่.ี ......../เดอื น........................../................
การประเมนิ ผลโดยรวม (ทุกรายการทป่ี ระเมนิ ควรไดอ ยางนอ ย ระดบั 2 ขึน้ ไปจึงจะถือวา ผา น)
ผา น ไมผ าน
เกณฑก ารประเมนิ
ดา นผลงานนักเรยี น ระดับ 4 (ข้ึนอยูกบั รายละเอยี ดแตละใบงาน)
ระดับ 3 (ข้ึนอยูกบั รายละเอียดแตล ะใบงาน)
ระดับ 2 (ขน้ึ อยูกับรายละเอียดแตละใบงาน)
ระดับ 1 (ขึน้ อยูกับรายละเอยี ดแตละใบงาน)
ระดับ 0 (ขนึ้ อยูกบั รายละเอยี ดแตละใบงาน)
ดา นการนําเสนอผลงาน ระดบั 4 ชัดเจน ถูกตอ ง มีเหตุผล
ระดบั 3 ชัดเจน ถูกตอง ไมมเี หตผุ ล
ระดบั 2 ชดั เจน ไมถูกตอง ไมมีเหตุผล
ระดบั 1 ไมช ัดเจน ไมถูกตอ ง มีเหตผุ ล
ระดบั 0 ไมชัดเจน ไมถ ูกตอง ไมมีเหตผุ ล
ดา นการปฏิบัติงานกลุม ระดบั 4 ทกุ คนมีสวนรวม ทาํ งานโดยใชก ระบวนการกลุม
ระดบั 3 มีนักเรยี นบางคนไมสนใจทาํ ใบงาน
ระดบั 2 นักเรียนจํานวนคร่ึงหน่งึ ของกลุม ยงั ไมไดรวมงานกลมุ
ระดับ 1 นักเรยี นบางคนทําใบงาน และไมก ระตุนใหเ พ่ือนรวมทํา
ระดับ 0 ตา งคนตา งทาํ ไมมีการปรึกษากนั เลย
แบบประเมินผลงาน
ชอ่ื นกั เรียน.......................................................................
วัน/เดือน/ป ทส่ี งั เกต.........................................................เวลา..............................
รายการพฤตกิ รรม คุณภาพการปฏบิ ัติ
3210
1. ทําความเขา ใจเกีย่ วกับงานกอนทีจ่ ะลงมือปฏบิ ัติ
2. มีการเตรียมสื่อ อุปกรณในการปฏบิ ตั ิงานใหพรอม ระดบั คุณภาพ................................
3. มีการวางแผนและขั้นตอนการปฏบิ ัตงิ านกอนปฏิบัติ
4. สามารถปฏิบัติไดตามขั้นตอนทีว่ างแผนไว
5. ผลงานที่สาํ เร็จตามทว่ี ตั ถุประสงค
รวมคะแนน
เกณฑก ารใหค ะแนนคุณภาพการปฏบิ ัติ ได 3 คะแนน
ได 2 คะแนน
ปฏิบตั ิไดส มบรู ณชดั เจน ได 1 คะแนน
ปฏบิ ัติไดแ ตยงั มขี อบกพรอ งเล็กนอ ย ได 0 คะแนน
ปฏิบัติไดแ ตย ังไมม ีขอ บกพรองมาก
ไมไ ดป ฏบิ ตั ิเลย
เกณฑก ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ
12 – 15 3 (ดมี าก)
8 – 11 2 (ดี)
4-7 1 (พอใช)
0-3 0 (ปรบั ปรุง)
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล
คาํ ชีแ้ จง : ให ผสู อน สงั เกตพฤติกรรมของผูเ รียนในระหวางเรียนและนอกเวลาเรียน แลวขดี
ลงในชองวา งท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน
ลาํ ดบั ที่ ช่ือ – สกุล ความตั้งใจใน ความ การตรงตอเวลา ความสะอาด ผลสําเรจ็ รวม
ของผรู ับการ การทํางาน รบั ผิดชอบ เรยี บรอ ย ของงาน 15
คะแนน
ประเมนิ 321 321 321321 321
ลงชอื่ ...................................................ผปู ระเมนิ
............../.................../................
เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา งสมา่ํ เสมอ ให 2 คะแนน
ให 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอยครงั้
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ
ชว งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ต่ํากวา 8 พอใช
ปรับปรงุ