The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้ ปี 65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thawat DoraEmon, 2023-07-13 05:39:26

องค์ความรู้ ปี 65

องค์ความรู้ ปี 65

องค์ความรู้ กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี กองพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำน ส ำนักงำนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โทร. 0 2354 2568 ต่อ 14 ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กลุ่มอ านวยการพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานที่ 1 นนทบุรี


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี


การแต่งกายในงานพระราชทานเพลิงศพ นายพัสไสว ไชยทอง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ รวบรวมเรียบเรียง ทหรา จ มหนฺตา จ เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา สพฺเพ มจฺจุวสํยนฺติ สพฺเพ มจฺจุปรายนา. ท้งัเด็ก ท้งัผใู้หญ่ท้งัเขลา ท้งัฉลาด ยอ่มไปสู่อา นาจของความตาย มีความตายเป็นเบ้ืองหนา้ท้งัน้นั. สิ่งที่คนเรากลวักนัมากและเมื่อนึกถึงก็สะดุง้ใจ สิ่งน้นัคือความตายความตายไม่เลือกวา่สัตวโ์ลกจะอยูใ่นวยั ไหนเพศ ฐานะ อะไร ลว้นมีความตายเสมอภาคดว้ยกนัท้งัน้นั มนุษยเ์ป็นสัตวโ์ลกประเภทเดียวที่เมื่อบุคคลผูใ้กลช้ิดไดถ้ึงแก่ความตายแลว้มีการทา บุญอุทิศส่วน กุศลไปให้งานศพคืองานที่ปรารภความตายหรืองานที่เกี่ยวเนื่องกบัความตาย เป็นงานที่แสดงถึงความ สูญเสียบุคคลผูเ้ป็นที่รักที่เคารพ การจดังานศพมีมาแต่โบราณมาแต่บรรพบุรุษ สาระส าคัญที่เป็ นประโยชน์ อยา่งสูงในการจดังานศพสา หรับผูน้บัถือพระพุทธศาสนาน้นัคือรวมญาติประกาศความดีสร้างบุญบารมีทา หน้าที่ของความเป็ นคน การไปร่วมพิธีในงานศพก็เป็นเรื่องที่สา คญัที่วา่สา คญัน้นัคือการแต่งกาย การแต่งกายไปงานศพสา หรับผู้ที่เคยไปร่วมพิธีมาแล้วจะทราบดีวา่มารยาทในการแต่งกายควรแต่ง อย่างไรรู้จกัเลือกใช้เครื่องแต่งกายให้ถูกตอ้งเหมาะสมกบังาน การแต่งกายเป็นเรื่องที่ส าคญั ประการหน่ึง สา หรับบุคคลทวั่ ไป เพราะงานที่ไปน้นัเป็นงานที่เศร้าโศกจะแต่งตามความชอบใจไปร่วมพิธีจึงไม่สมควร ประเพณกีารไว้ทุกข์ แต่เดิมเมื่อพระเจา้แผ่นดินสวรรคต ราษฎรท้งัชายหญิงจะตอ้งไวทุ้กข์ดว้ยการโกนผมเกล้ียงศีรษะ และนุ่งขาวดว้ยกนัหมดทุกคนจนกวา่จะถวายพระเพลิงพระบรมศพแลว้หากผูใ้ดฝ่าฝืนตอ้งไดร้ับโทษหนกั การโกนผมไวทุ้กขน์ ้ีไดร้ับอิทธิพลมาจากอินเดีย ต่อมาในสมยัพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้เจา้อยูห่วัโปรด ให้พระบรมวงศานุวงศ์และขา้ทูลละอองธุลีพระบาทนุ่งผา้ดา ไวทุ้กข์ในงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจา้ฟ้าจนัทรมณฑลโสภณภควดีจากน้นัถือเป็นธรรมเนียมสืบมา และถือกนัต่อมาวา่ถา้ ผูน้อ้ยล่วงลบัไปผู้มีอายุแก่กวา่ก็ให้ไว้ทุกข์เป็ นการสังเขปโดยใช้ผ้าด ากว้างประมาณ ๖ - ๗ นิ้ว พนัแขนซา้ย มีกา หนดวนัไวทุ้กขม์ากนอ้ยตามสมควร ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้เจา้อยูห่ ัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้อยูห่วัมีพระบรมราชโองการให้ยกเลิกการโกนผมไวทุ้กข์ตามโบราณราชประเพณีดว้ยทรงเห็นว่าเป็น การเดือดร้อนของราษฎร เรื่องการแต่งกายไวทุ้กข์แต่เดิมแต่งกายดว้ยสีขาวและงดเวน้เครื่องประดบั ในระยะ ไวทุ้กข์จนกระทงั่รัชกาลที่๔ โปรดให้นุ่งดา ในงานพระศพเจา้ฟ้าจนัทรมณฑลโสภณภควดีและต่อมาใน


รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดใหม้ีสีกุหร่า สีนกพิราบ และสีน้า เงิน เป็ นสีที่ใช้ในการไว้ทุกข์ ดังที่พระยาอนุมานราช ธน อธิบายไว้ในหนังสือเรื่องประเพณีเนื่องในการตาย “การไว้ทุกข์ไปงานศพ คือ นุ่งขาวนุ่งด าเข้าใจว่าเราจ าเขามา นุ่งขาวพูดกันว่าเอาอย่างจีน แต่ถาม พวกจีนเขาก็ว่าไม่ได้นุ่งขาว ตกลงจะมาแต่ไหนไม่ทราบ แต่นุ่งด านั้นจ าฝรั่งมาแน่ และเป็ นแน่ว่าเกิดใน รัชกาลที่ ๕ ด้วยที่นุ่งสีกุหร่ า สีนกพิราบ และสีน ้าเงิน อะไรเหล่านี้เชื่อว่าเป็ นของเราคิดขึ้นเอง เพื่อจะเดินให้ เป็ นสายกลาง เพียงแต่แต่งขาวแต่งด าก็ล าบากอยู่แล้ว ไฉนจะไปรับเอาอย่างอื่นมาอีกให้ล าบากยิ่งขึ้นอีกเล่า” หม่อมเจา้หญิงจิตรถนอม ดิศกุลและหม่อมเจา้หญิงพูนพิสมยัดิศมยัก็ไดท้รงอธิบายถึงสีไวทุ้กขใ์น สมัยรัชกาลที่ ๕ น้ีเหมือนกนัวา่การไวทุ้กขใ์นสมยัก่อนน้นัมีระดบัช้นัที่แตกต่างกนัคือ ๑. สีดํา จะเป็นสีไวทุ้กขส์า หรับผใู้หญ่หรือผทู้ี่มีอายแุก่กวา่ผตู้าย ๒. สีขาว จะเป็นสีไวทุ้กขส์ าหรับผูเ้ยาว์หรืออายุอ่อนกวา่ผูต้าย แต่ก็มีบางกรณีที่เป็นขอ้ยกเวน้ดงั เมื่อคร้ังที่พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนตรีสุนทรเทพ ในพุทธศักราช ๒๓๕๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไดท้รงภูษาลายพ้ืนขาวทุกวนัดว้ยมีพระดา รัสกบัผใู้กลช้ิด วา่“ลูกคนนี้รักมาก ต้องนุ่งขาวให้”และยงัเกิดในกรณีน้ีเช่นกนัอีกสองคร้ังคือในงานพระเมรุพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นอัปสรสุ ดาเทพ พุทธศักราช ๒๓๘๘ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๓ ก็ทรงพระภูษาขาวเช่นกนัเพราะพระราชธิดาองคน์ ้ีไดท้รงดูแลพระราชวงัฝ่ายในท้งัหมด สมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้เจา้อยหู่วัก็ทรงพระภูษาขาวเช่นกนั ในงาน พระเมรุพระเจ้าลูกเธอกรมขุนสุพรรณภาควดี หรือที่พระองคต์รัสเรียกพระธิดาองคน์ ้ีวา่แม่หนูเพราะทรงถือ เป็นพระธิดาคู่ทุกขค์ู่ยากเนื่องจากพระธิดาองคน์ ้ีประสูติก่อนที่พระองคจ์ะเสด็จข้ึนเสวยราชสมบตัิ อยา่งไรก็ตาม ก็มีธรรมเนียมราชประเพณีบงัคบัไวอ้ีกดว้ยวา่ ในงานพระบรมศพที่พระมหาปราสาท น้นัเวลาไปเฝ้าพระบรมศพ ทุกคนตอ้งนุ่งขาว จะนุ่งดา ไดแ้ต่ในเวลาอยูบ่า้นหรือไปไหนตามปกติเพราะสี ขาวถือเป็นสีที่แสดงความรักและอ่อนนอ้มเท่าน้นั ๓. สีม่วงแก่หรือสีนํ้าเงินแก่ เป็นสีไวทุ้กขส์ าหรับผูท้ี่มิไดเ้ป็นญาติเกี่ยวดองกบัผูต้ายแต่ประการใด ซึ่งชาววัง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ มักจะแต่งสีไวทุ้กขน์ ้ีดว้ยผา้ทรงสีม่วง ทรงสะพกัแพรสีนวล หรือผา้ทรงสีเขียว ทรงแพรสีม่วงอ่อน ม่วงแก่ตามที่ชอบ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล ทรงพระนิพนธ์บทความเรื่องสีไว้ทุกข์ในสมัยรัชกาลที่๕ ตอนหน่ึงวา่ “ส่วนในเวลางานเมรุนั้น เราเด็ก ๆ ไม่ค่อยจะได้แต่งสีด าเลย (เพราะไม่มีผู้ตายที่อายุอ่อนกว่า จึงต้อง แต่งขาวอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดมีพวกเด็กเล็กตาย เราได้แต่งด าก็รู้ สึกภาคภูมิเสียจริง ๆ ส่วนสีน ้าเงินแก่นั้นเคย ได้แต่งครั้งเดียว คือเมื่องานพระราชทานเพลิงศพพระยาอิศรพันธ์โสภณ (หนู อิศรางกูร)...สมเด็จหญิงและ


พระเจ้าลูกเธอก็ทรงมีพระชันษาคราวเดียวกัน ทรงเป็ นลูกศิษย์ของเจ้าคุณอิศรพันธ์ โสภณ ทรงเรียกว่า คุณหนู ถึงวันเผา ท่านก็ทรงขาวกันทุกพระองค์ และตรัสสั่งให้ข้าพเจ้านุ่งสีน ้าเงินแก่ตามเสด็จเพราะไม่ได้ เป็ นลูกศิษย์ พวกเรารู้ สึกโก้แทบตายเพราะไม่เคยนุ่งเลยสักครั้ง” การไว้ทุกข์ในงานศพหรืองานเผาศพเจา้ภาพที่มีฐานะจะแจกผา้ขาวและผา้ดา ให้แก่ญาติมิตรแต่งกาย ในงานศพ ผูม้ีอายุสูงกวา่ผูต้ายแต่งดา ทวั่ ไปนุ่งดา ใส่ขาว ผูเ้ยาวก์วา่ผูต้ายนุ่งขาวเส้ือขาว การนุ่งน้นัท้งัชาย และหญิงจะนุ่งผา้โจงกระเบนก็ได้หรือหญิงนุ่งผา้ถุง ชายนุ่งกางเกงจีนขาว หรือดา แลว้แต่อายุประเพณีน้ี ยกเลิกไปเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ ส่วนประเพณีการไวทุ้กข์ในปัจจุบนัเป็นการแต่งกายตามระเบียบที่กา หนดในประกาศส านัก นายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการไว้ทุกข์ในงานศพ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดงัน้ี (๑) ชาย ก. แต่งเครื่องแบบ ให้ใชผ้า้สักหลาดหรือผา้โปร่งดา ขนาดกวา้งระหวา่ง ๑ - ๑๐ เซนติเมตร พัน แขนชายเบ้ืองบน ข.แต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใช้เสื่อขาว กางเกงขายาวขาว(ถา้เป็นคอแบะให้ใชเ้ส้ือเชิ้ตขาว ผ้าผูกคอด า เงื่อนกะลาสี) ร้องเท้าหนังด า ถุงเท้าด า และใช้ผ้าสักหลาด หรือผา้โปร่งดา ขนาดกวา้ง ๑ - ๑๐ เซนติเมตร พนัแขนซา้ยเบ้ืองบน (๒) หญิงแต่งกายสุภาพตามรัฐนิยม ให้ใชเ้ครื่องดา ลว้น การกา หนดไวทุ้กขน์ ิยมไว้๕ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน ส่วนมากไม่เกิน ๑ ปีเมื่อเผาศพแลว้มกัออกทุกขท์นัทีเพื่อแสดงวา่ ไดพ้น้จากทุกขโ์ศกแลว้ การแต่งกายเป็นส่วนหน่ึงในชีวิตประจา วนัที่มนุษยเ์รารู้จกัเลือกใชใ้ห้ถูกกาลเทศะให้เหมาะสมกบั งานสถานที่แต่งกายอย่างไรถึงจะเหมาะสมกับงานและสถานที่โดยเฉพาะการแต่งกายไปในงาน พระราชทานเพลิงศพ การแต่งกายไปงานศพเรายึดหลักคือสีด าสุภาพเพื่อให้เป็นเกียรติกบังานและให้เกียรติ กบัตวัเอง สมยัก่อนธรรมเนียมไทยหรือโบราณอาจจะมีแต่งสีขาว สีดา สีม่วง สีน้า เงิน แต่ปัจจุบนัเรายึดหลกั สากลนิยมคือชุดสีดา การสวมชุดสีดา น้นัเกี่ยวขอ้งกบัศพทวั่ๆ ไป การแต่งกายไปไปงานพระราชทานเพลิงศพมีรูปแบบหรือระเบียบปฏิบตัิเป็นการเฉพาะ กรณีงานพระราชทานเพลงิศพทผีู่้วายชนม์รับราชการสังกัดข้าราชการพลเรือนสามัญ -ถ้าประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน รับราชการสังกดัขา้ราชการพลเรือนสามญัแต่งกายดว้ยชุดปกติ ขาวติดแขนทุกข์ -ถ้าประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน รับราชการสังกดัขา้ราชการตา รวจ ทหาร แต่งกายดว้ยชุดปกติ ขาวติดแขนทุกข์ไม่ตอ้งคาดกระบี่และถุงมือ


-ถ้าประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน มิไดร้ับราชการ แต่งกายดว้ยชุดสากลนิยมติดแขนทุกข์ ถ้าเป็ น หญิงแต่งกายดว้ยชุดเส้ือและกระโปรงสีดา สุภาพ กรณีงานพระราชทานเพลงิศพทผีู่้วายชนม์รับราชการ สังกดัตํารวจ ทหาร -ถา้ประธานในพิธีญาติผรู้่วมงาน รับราชการ สังกดัตา รวจ ทหารแต่งกายดว้ยชุดปกติขาวติดแขน ทุกข์ คาดกระบี่และถุงมือ -ถา้ประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน รับราชการ สังกดัขา้ราชการพลเรือน แต่งกายดว้ยชุดปกติขาว ติดแขนทุกข์ -ถา้ประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน มิไดร้ับราชการแต่งกายดว้ยชุดสากลนิยมติดแขนทุกข์หรือชุด สุภาพไว้ทุกข์สีด า - ในกรณีที่ประธานในพิธีญาติผูร้่วมงาน เคยรับราชการและเกษียณอายุราชการแลว้แต่งกายดว้ย ชุดปกติขาวติดแขนทุกข์ ติดเครื่องหมาย “นก” ที่ปกคอเส้ือดา้นขวา หรือชุดสากลนิยมติดแขนทุกข์ หรือชุด สุภาพไว้ทุกข์สีด า


อ้างอิง กรวิชญ์ผ่องฉวี. เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีกองอ านวยการพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน กรุงเทพมหานคร. สัมภาษณ์. 3 กุมภาพันธ์ 2565. คลินิกผู้น า Byผศ.ดร.อาภา ภัคภิญโญ. ไปร่วมงานศพควรแต่งตัวยังไง. เข้าถึงข้อมูลได้จาก : https://www.youtube.com/watch?v=S3dTsqfWHBw (สืบค้นเมื่อ 13 มกราคม 2565) พระครูศรีรัตนากร. (2562). วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดงานศพที่ปรากฎในพระพุทธศาสนา. เข้าถึงข้อมูลได้จาก : https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/186275 (สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม 2565) เสถียรโกเศศ. ประเพณีเก่าของไทย ประเพณีเนื่องในการตาย. เข้าถึงข้อมูลได้จาก : https://finearts.go.th/kanchanaburilibrary/view/18099 (สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2565) ส านักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. ( 2562). แนวทางการปฏิบัติพิธี พิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สํานักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทยจา กดั.


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี


1 การประดิษฐ์พุ่มผ้า ส าหรับตั้งบูชาในเครื่องกระบะมุก เรียบเรียงโดย นายสุวิณ เริงธรรม นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ .................................................................................................. 1. บทน า พานพุ่ม คือ พานที่มีการน าดอกไม้หรือวัสดุต่างๆ ซึ่งช่าง ได้คิดประดิษฐ์ขึ้นประกอบเป็นทรงพุ่มกลมคล้ายดอกบัวหลวงแล้ว จัดวางบนพาน มีแกนพุ่มซึ่งท าได้จากวัสดุหลายประเภท เช่น ดิน เหนียว หยวกกล้วย และโฟมเป็นต้น พุ่มนั้นมีหลากหลายรูปทรง เช่น ทรงดอกบัวตูม ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ และพุ่มทรงน้ าเต้า ถือเป็น เครื่องบูชาชั้นสูงซึ่งเป็นที่นิยมมาแต่โบราณ ใช้ในการบูชาหรือแสดง ความนอบน้อมต่อสิ่งที่เคารพนับถือ 2. ความหมายและประเภทของพุ่ม พุ่มที่ประดิษฐ์ด้วยดอกไม้ชนิดต่างๆ อาทิดอกรัก ดอกพุด ดอกบานไม่รู้โรย มาจัดประดับให้เข้า รูปทรงพุ่มกลมปลายเรียวแหลมคล้ายดอกบัวหลวง พุ่มดอกไม้นี้มีทั้งพุ่มที่เป็นดอกไม้สดและพุ่มดอกไม้แห้ง รวมถึงพุ่มที่ประดิษฐ์จากวัสดุอื่นๆ เช่น พุ่มดอกไม้ประดิษฐ์พุ่มเทียน และพุ่มผ้า เป็นต้น 3. วิธีการประดิษฐ์ พุ่มผ้า 3.1 อุปกรณ์ ประกอบด้วย 1. พุ่มโฟม ขนาด 4 นิ้ว จ านวน 4 พุ่ม 2. ผ้าสีแดง และสีขาว ตัดขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 4.5 เซนติเมตร ส าหรับท ากลีบกระพุ้งติดพุ่ม 3. กรรไกร ลวดเย็บกระดาษ ปืนกาว ไม้ปลายแหลม และด้าย 3.2 ขั้นตอนการพับกลีบกระพุ้ง ขั้นตอนที่ 1 น าผ้าที่ตัดไว้โดยมีขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 4.5 เซนติเมตร พับมุมขวาในลักษณะเฉียงลง โดยให้ปลายสองข้างเท่ากัน


2 ขั้นตอนที่ 2 พับมุขวาลงมาตั้งฉากตรงกึ่งกลางให้เป็นรูปลักษณะสามเหลี่ยม ขั้นตอนที่ 3 มือขวากดสันทบด้านขวาลง ยกสันทบด้ายซ้ายขึ้น แล้วบิดทับไปทางขวา 3.3 ขั้นตอนการติดพุ่มผ้า โดยน ากลีบกระพุ้งที่เราพับไว้มาติดกับพุ่มโฟม ให้กลับเรียงซ้อนกันเล็กน้อย และน าลวดเย็บ กระดาษเย็บติดไว้ โดยเริ่มจากการติดด้านบนไล่ลง มาทีละชั้นจนครบทั้งพุ่ม ในขั้นตอนนี้ อาจจะ ประดิษฐ์ลวดลายได้ตามความเหมาะสม 3.4 ขั้นตอนการท ายอดพุ่มผ้า โดยน าผ้าขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 4.5 เซนติเมตร พับมุมซ้ายในลักษณะเฉียงลงไปทางด้านขวาประมาณ 45 องศา จากนั้นพับด้านขวาเฉียงลงไปทางด้านซ้ายในรูปลักษณะสามเหลี่ยม และกดมุมด้านขวาลงพร้อมกับ ดึงมุมด้านซ้ายเข้าหาตัวทบบนมุมด้านขวา และประกอบกับก้านไม้ปลายแหลมโดยใช้ด้ายพัน


3 4. คุณค่าและการใช้ประโยชน์ของพุ่มผ้า เนื่องจากพุ่ม ที่ประดิษฐ์ด้วยดอกไม้สดนั้นเมื่อท าเสร็จแล้วจะมีอายุการ ใช้งานสั้น ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน พุ่มผ้าจึงเป็นทางเลือก ที่ดีซึ่งเหมาะกับการใช้งานได้เป็นเวลานานมีความ สวยงามคงทนอีกทั้งยังสามารถดูแลรักษาได้ง่าย 5. พุ่มผ้า ส าหรับใช้ในภารกิจงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานนั้น เป็น พุ่มผ้าซึ่งจัดแต่งไว้ในเครื่องบูชากระบะมุกส าหรับบูชาพระพิธีธรรมส าหรับ ผู้ที่ได้รับพระราชทานน้ าหลวงอาบศพ โกศแปดเหลี่ยม ซึ่งจะได้รับ พระราชทานสวดพระพิธีธรรมเป็นเวลา 3 คืนด้วย ซึ่งในกระบะมุก จะประกอบด้วย พานพุ่มผ้า 4 พุ่ม เชิงเทียน ๕ เชิง ปักเทียน 4 เชิง ปักธูปไม้ระก า ๑ เชิง 6. บทสรุป พานพุ่มเป็นเครื่องสักการะที่อยู่คู่กับ สังคมไทยมายาวนานซึ่งยังพบเห็นได้อยู่เสมอๆใน หลายวาระและหลากหลายกิจกรรม มีการประดิษฐ์ คิดค้นรูปแบบลักษณะและวัสดุให้มีความแปลก แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงความหมายความสวยงาม อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความละเอียดอ่อนประณีตวิจิตร อันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยที่ได้สืบทอดมาจวบจน ปัจจุบัน อ้างอิง ชวลิต ศิริภิรมย์. พานพุ่มและการวางพานพุ่ม. นักวิชาการศาสนา ๗ ว ฝ่ายพิธีกรมการศาสนา. ฐานันดร เทียนทองดี. (7 มกราคม 2565). เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานที่ 1 นนทบุรี. สัมภาษณ์โดย สุวิณ เริงธรรม. กรุงเทพมหานคร นุจารี มณีชัย. (2556). แบบฝึกทักษะอาชีพงานประดิษฐ์ พานพุ่มเงิน-ทอง ม.๔. กาญจนบุรี. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ปิยะธิดา สีหะวัฒนกุล. (2560). การพัฒนาผลิตภัณฑ์พานพุ่มเชิงอนุรักษ์จากเศษผ้าไหมด้วย เทคนิค การเขียนลายไทย. กรุงเทพ. คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร. มนัส ศุขประยูร. (11 มกราคม 2565). เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน กรุงเทพมหานคร. สัมภาษณ์โดย สุวิณ เริงธรรม. กรุงเทพมหานคร


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี


เครื่องแต่งกายในริ้วขบวนพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน กรณีศพโกศ (โกศโถและโกศแปดเหลี่ยม) เรียบเรียงโดย ว่าที่ร้อยตรี รักขิต ชารักษภักดี นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ บทนำ การเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุสำหรับผู้วายชนม์ที่ได้รับพระราชทานโกศแปดเหลี่ยมหรือโกศโถ เป็นเครื่องเกียรติยศประกอบศพ จะมีการจัดริ้วขบวนสำหรับการเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุก่อนที่จะเชิญขึ้นตั้งบน จิตกาธาน จะต่างจากการเชิญหีบศพเวียนเมรุ (กรณีผู้ที่ได้รับหีบพระราชทานเป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ) เครื่องแต่งกายในริ้วขบวนพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน นับเป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ ในริ้วขบวนสำหรับ การเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ละชุดจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปในการปฏิบัติงานในริ้วขบวน เนื้อเรื่อง ภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สำหรับผู้ที่ได้รับเครื่องประกอบเกียรติยศ โกศแปดเหลี่ยม นั้น จะเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.) และชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) สำหรับผู้ที่ได้รับเครื่องประกอบเกียรติยศ โกศโถ นั้น จะเป็นผู้ที่ได้รับ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) โดยในวันพระราชทานเพลิงศพ จะมีการจัดริ้วขบวนเพื่อเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ ก่อนที่จะเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน โดยการแต่งกายในริ้วขบวน เชิญโกศศพแห่เวียนเมรุนั้น จะมีชุดในริ้วขบวน จำนวน 6 ชุด โดยแต่ละชุดจะมีหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 1. ชุดผู้นำริ้ว จำนวน 1 ชุด สำหรับ ผู้นำริ้วขบวน มีหน้าที่จัดริ้ว ขบวนให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ และ เป็นผู้ควบคุม และสั่งการในการเชิญโกศศพ แห่เวียนเมรุ


2. ชุดจ่าปี่ จำนวน 2 ชุด สำหรับ จ่าปี่ จำนวน 1 ชุด และ เจ้าหน้าที่เป่าปี่ไฉน จำนวน 1 ชุด มีหน้าที่ ในการเป่าปี่ไฉนประโคม ขณะที่กำลังเชิญ โกศศพแห่เวียนเมรุและพระราชทานเพลิงศพ 3. ชุดกลองชนะ จำนวน 10 ชุด สำหรับ จ่ากลอง จำนวน 1 ชุด และ พนักงานตีกลองชนะแดง จำนวน 9 ชุด มีหน้าที่ในการตีกลองประโคมขณะที่ กำลังเชิญโกศศพแห่เว ียนเมรุ และ พระราชทานเพลิงศพ โดยตีเป็นทำนอง 3 ไม้หนี 4 ไม้ไล่ โดยที่ จ่ากลอง ตีนำก่อน จำนวน 3 ครั้ง ต่อจากนั้นที่เหล ื อจึง ตีขึ้น พร้ อ ม กั น จำนวน 4 ครั้ง เป็นหนึ่งจังหวะ


4. ชุดถือฉัตร จำนวน 10 ชุด สำหรับ พนักงานถือฉัตรเบญจา 5 คู่ จำนวน 10 ชุด มีหน้าที่ ถือฉัตรเบญจา ในริ้ว ขบวนเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ โดยในช่วง เชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ จะยืนอยู่หลังกลอง ชนะแดง จำนวน 3 คู่ และยืนอยู่หลังเสลี่ยง โกศ จำนวน 2 คู่ และในช่วงพระราชทาน เพลิงศพ จะยืนอยู่บริเวณข้างเมรุ เพื่อเป็น เกียรติแก่ผู้วายชนม์ 5. ชุดหามเสลี่ยง จำนวน 12 ชุด สำหรับ พนักงานหามเสลี่ยงพระ จำนวน 4 นาย แบกหามเสลี่ยงพระโดยมี พระสงฆ ์ สมณศ ั กดิ์นั่งบนเสลี่ยงพระ และพนักงานหามเสลี่ยงโกศ จำนวน 8 นาย แบกหามเสลี่ยงโกศ โดยมีโกศรองใน อยู่ด้านบนเสลี่ยงโกศ เพื่อนำโกศศพ แห่เวียนเมรุ


6. ชุดกั้นสัปทน จำนวน 2 ชุด สำหรับ พนักงานกั้นสัปทนพระ และ พนักงานกั้นสัปทนโกศ มีหน้าที่ ในการกั้น สัปทน ให้พระนำ และโกศรองใน ภายในริ้ว ขบวนเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ ส่วนสรุป เมื่อผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.) จะได้รับพระราชทาน โกศโถเป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ และผู้วายชนม์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) ขึ้นไป จะได้รับพระราชทาน โกศแปดเหลี่ยม เป็นเครื่องประกอบเกียรติยศ ซึ่งริ้วขบวนสำหรับการเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุจะต่างจากการเชิญหีบเวียนเมรุถือเป็นหนึ่งสิ่งที่จะปฏิบัติเพื่อ เป็นเกียรติยศแก่ผู้วายชนม์ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และได้รับพระราชทานโกศโถ และโกศแปดเหลี่ยมเท่านั้น ส่วนอ้างอิง กองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). แนวทางการปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับ พระราชทาน สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี


การลาของข้าราชการ เรียบเรียงโดย นางสาวชนาพร ทิปิวาส นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ บทน า การลาของข้าราชการจัดเป็นสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลของข้าราชการประเภทหนึ่ง ที่ข้าราชการได้รับนอกเหนือจากเงินเดือน ซึ่งเป็นการตอบแทนให้ตามค่าของงานในแต่ละต าแหน่งแล้ว ยังมีสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่น สวัสดิการการลา เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมสร้าง ขวัญก าลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค าจ ากัดความหรือนิยามต่าง ๆ ผู้มีอ านาจพิจารณาหรืออนุญาต หมายถึง รัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวง และหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าส่วนราชการ หมายถึง ผู้อ านวยการส านัก/กอง การลาป่วย หมายถึง การลาหยุดราชการเพื่อรักษาตัวเมื่อมีอาการป่วยไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ หรือเข้ารับการรักษาตัวกับแพทย์ การลาคลอดบุตร หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการสตรีซึ่งมีครรภ์ในช่วงก่อนคลอด วันคลอด และหลังคลอด การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการชายเพื่อไปช่วยเหลือ ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอดบุตร การลากิจส่วนตัว หมายถึง การลาหยุดราชการเพื่อท ากิจธุระต่าง ๆ เช่น ลาหยุดเพื่อดูแลบุคคล ในครอบครัวหรือไปติดต่อท าธุรกรรมต่าง ๆ เป็นต้น รวมถึงการลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรด้วย การลาพักผ่อน หมายถึง การลาหยุดราชการเพื่อพักผ่อนประจ าปี หรือเพื่อไปกิจธุระต่าง ๆ การลาอุปสมบท หมายถึง การบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา (ของข้าราชการชาย) และต้องปฏิบัติตาม พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการลาพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ข้าราชการลาอุปสมบท พ.ศ. 2521 การลาไปประกอบพิธีฮัจย์หมายถึง ข้าราชการที่นับถือศาสนาอิสลาม และประสงค์จะลาไปประกอบ พิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย การลาเข้ารับการตรวจเลือก หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการที่ได้รับหมายเรียกให้ไป รับการตรวจเลือกเพื่อเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจ าการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร การลาเข้ารับการเตรียมพล หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการที่ได้รับหมายเรียกให้ไป เข้ารับการระดมพล เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร “ศึกษา” หมายถึง การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัยตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิชาชีพ เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.พ. รับรอง และหมายความรวมถึง การฝึกฝนภาษาและการรับค าแนะน าก่อนเข้าศึกษา และการฝึกอบรมหรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา หรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย “ฝึกอบรม” หมายถึง การเพิ่มพูนความรู้ ความช านาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียน หรือการวิจัย ตามหลักสูตรของการฝึกอบรม หรือการสัมมนา อบรมเชิงปฏิบัติการ การด าเนินงานตามโครงการแลกเปลี่ยน กับต่างประเทศ การไปเสนอผลงานทางวิชาการและประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ ซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.พ. รับรอง และหมายความรวมถึงการฝึกฝนภาษาและการรับ ค าแนะน าก่อนเข้าฝึกอบรม หรือการดูงานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมหรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย


~ 2 ~ “ปฏิบัติการวิจัย” หมายถึง การท างานวิจัยเพื่อนาผลที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ของส่วนราชการโดยตรง ซึ่งไม่รวมถึงการวิจัยตามลักษณะของการศึกษาหรือฝึกอบรม “ดูงาน” หมายถึง การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์และการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการ ซึ่งประสงค์จะไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ การลาติดตามคู่สมรส หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการเพื่อติดตามสามีหรือภริยา โดยชอบด้วยกฎหมาย ที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือไปปฏิบัติงาน ในต่างประเทศ การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ หมายถึง การลาหยุดราชการของข้าราชการที่ได้ปฏิบัติราชการ และได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระท าการ ตามหน้าที่จนตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการอันเนื่องมาจากเหตุปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกระท าการตามหน้าที่ และประสงค์จะเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จ าเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพ เนื้อเรื่อง 1. การลาป่วย หลักเกณฑ์ - การลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์ - การลาป่วยไม่ถึง 30 วัน ไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกัน ถ้าผู้มีอ านาจอนุญาต เห็นสมควรจะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาหรือสั่งให้ผู้ลาไปรับการตรวจจากแพทย์ของทางราชการ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้ การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ปีหนึ่งไม่เกิน 60 วันท าการ ถ้าเกินระยะเวลาดังกล่าวเป็นอ านาจของผู้มีอ านาจที่จะพิจารณาอนุมัติให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลาต่อไปได้อีก แต่ต้องไม่เกิน 60 วันท าการ รวมแล้วต้องไม่เกิน 120 วันท าการ หากเกิน 120 วันท าการ จะไม่ได้รับเงินเดือน


~ 3 ~ 2. การลาคลอดบุตร หลักเกณฑ์ - มีสิทธิลาคลอดบุตรครั้งหนึ่งได้ 90 วัน จะลาในวันที่คลอด ก่อน หรือหลังคลอดก็ได้ แต่รวมแล้ว ไม่เกินระยะเวลา 90 วัน (นับต่อเนื่องรวมวันหยุดราชการ) - ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบท้ายการยื่นใบลา -ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร และได้หยุดราชการไปแล้ว แต่ไม่ได้คลอดบุตร ตามก าหนด หากประสงค์จะยกเลิกวันลาคลอดบุตรที่หยุดไป ให้ผู้มีอ านาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้ยกเลิกได้ โดยให้ถือว่า วันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว - การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวกับการลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบก าหนดวันลาของการลาประเภทนั้น ให้ถือว่าการลาประเภทนั้นสิ้นสุดลง และให้นับเป็นการลาคลอดบุตรตั้งแต่วันเริ่มวันลาคลอด - การลาคลอดบุตร หากเด็กที่คลอดออกมาแล้วเสียชีวิต ก็ไม่กระทบสิทธิของการลาคลอดบุตร การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาไม่เกิน 90 วัน 3. การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร หลักเกณฑ์ - ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอดบุตรให้เสนอหรือจัดส่ง ใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามล าดับจนถึงผู้มีอ านาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลาภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่คลอดบุตร -ลาได้ครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันท าการ (จะลาเป็นช่วง ๆ เว้นระยะไม่ได้) การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ภริยาคลอดบุตรมีสิทธิ ได้รับเงินเดือนระหว่างลาไม่เกิน 15 วันท าการ - ถ้าเป็นการลาเมื่อพ้น 30 วัน นับแต่ภริยาคลอดบุตรจะไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างลา เว้นแต่ ผู้มีอำนาจอนุญาต เห็นสมควรจะให้จ่ายเงินเดือนระหว่างลานั้น แต่ไม่เกิน 15 วันท าการ 4. การลากิจส่วนตัว หลักเกณฑ์ - ปีที่เริ่มรับราชการลากิจส่วนตัวได้ไม่เกิน 15 วันท าการ โดยให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลา ปีต่อไป ลาได้ไม่เกิน 45 วันท าการ โดยให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลา - หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร ให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน ๑๕๐ วันท าการ การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ลากิจส่วนตัว มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาปีหนึ่งไม่เกิน 45 วันท าการ แต่ในปีที่ เริ่มรับราชการให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่เกิน 15 วันท าการ -ข้าราชการซึ่งลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตร ไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างลา 5. การลาพักผ่อน หลักเกณฑ์ - มีสิทธิลาพักผ่อนประจ าปีงบประมาณหนึ่งได้ 10 วันท าการ -ข้าราชการครั้งแรกบรรจุใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติราชการ ไม่มีสิทธิลาพักผ่อน แต่เมื่อปฏิบัติ ราชการครบ 6 เดือนแล้ว ไม่ว่าจะมีคาสั่งให้พ้นการทดลองปฏิบัติราชการแล้วหรือไม่ ก็มีสิทธิลาพักผ่อนได้ -ผู้ที่รับราชการติดต่อกันไม่ถึง 10 ปี สะสมวันลาพักผ่อนได้ โดยวันลาพักผ่อนสะสมกับวันลาพักผ่อน ในปีปัจจุบันรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 20 วันท าการ


~ 4 ~ -ผู้ที่รับราชการติดต่อกันมาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สะสมวันลาพักผ่อนได้ โดยวันลาพักผ่อนสะสมกับ วันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 30 วันท าการ การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ลาพักผ่อน มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาพักผ่อนได้10 วันท าการ 6. การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์ หลักเกณฑ์ - ในช่วงที่รับราชการ ข้าราชการชายที่ยังไม่เคยอุปสมบทในพระพุทธศาสนา และรับราชการมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 12 เดือน สามารถลาอุปสมบทได้โดยมีสิทธิลาได้ไม่เกิน 120 วัน - ในช่วงที่รับราชการ ข้าราชการชายได้เคยอุปสมบทมาแล้วและต่อมาจะอุปสมบทอีก (อุปสมบท แบบส่วนตัว) สามารถลาอุปสมบทอีกได้ แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา การได้รับเงินเดือนระหว่างลา -ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์ มีสิทธิได้รับเงินเดือน ระหว่างลาไม่เกิน 120 วัน 7. การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล หลักเกณฑ์ -ต้องเป็นผู้ได้รับหมายเรียกเข้ารับการตรวจเลือก - เมื่อพ้นจากการเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลแล้ว ให้มารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติ ราชการตามปกติต่อผู้บังคับบัญชาภายใน 7 วัน ยกเว้นเมื่อมีเหตุจ าเป็นหัวหน้าส่วนราชการอาจขยายเวลาให้ได้ แต่รวมแล้ว ไม่เกิน 15 วัน การได้รับเงินเดือนระหว่างลา -ข้าราชการที่ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา -กรณีพ้นระยะเวลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลแล้ว ไม่มารายงานตัวเพื่อเข้าปฏิบัติ ราชการภายใน 7 วัน ให้งดจ่ายเงินเดือนหลังจากนั้นไว้ จนถึงวันเข้าปฏิบัติราชการ ยกเว้น กรณีมีเหตุจ าเป็น หัวหน้าส่วนราชการจะให้จ่ายเงินเดือนระหว่างนั้นต่อไปอีกก็ได้แต่ไม่เกิน 15 วัน 8. การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงาน หลักเกณฑ์ - ข้าราชการมีสิทธิลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงานได้ตามที่ผู้มีอ านาจอนุญาต การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ได้รับเงินเดือน ระหว่างลา ไม่เกิน 4 ปี นับแต่วันไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย จนถึงวันก่อนวันมารายงานตัว เพื่อเข้าปฏิบัติราชการ - กรณีที่ผู้บังคับบัญชาผู้มีอ านาจอนุญาตการลา ให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย เกิน 4 ปี ก็ให้ได้รับเงินเดือนระหว่างลา แต่รวมแล้วจะต้องไม่เกิน 6 ปี 9. การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ หลักเกณฑ์ - ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลา ต่อผู้บังคับบัญชาตามล าดับจนถึงรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาอนุญาต -การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ให้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน 15 วัน นับแต่วันครบก าหนดเวลาและให้รายงานผลการปฏิบัติงาน ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่กลับมาปฏิบัติราชการ


~ 5 ~ การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างลา เว้นแต่อัตราเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศต่ ากว่าอัตราเงินเดือนของทางราชการที่ผู้นั้น ได้รับอยู่ในขณะนั้น ให้ได้รับเงินเดือนจากทางราชการสมทบ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนจากองค์การ ระหว่างประเทศแล้วไม่เกินอัตราเงินเดือนของทางราชการที่ได้รับอยู่ในขณะนั้น 10. การลาติดตามคู่สมรส หลักเกณฑ์ - เป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย คู่สมรสเป็นข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ คู่สมรส ไปต่างประเทศเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงาน แต่กรณีคู่สมรสลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยหรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ไม่ถือเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงาน ไม่สามารถ ลาติดตามคู่สมรสได้ - ขอลาได้คราวหนึ่ง (ช่วงระยะเวลาที่คู่สมรสอยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรืออยู่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่ว่าจะเป็นประเทศเดียวกันหรือไม่ก็ตาม) ไม่เกิน 2 ปีและขอลาต่อได้อีกแต่รวมแล้ว ต้องไม่เกิน 4 ปี ถ้าเกิน 4 ปี ต้องลาออกจากราชการ - จะลาติดตามคู่สมรสได้ใหม่อีก เมื่อคู่สมรสได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานประจ า ในประเทศไทยแล้ว และต่อมาได้รับค าสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศอีก การได้รับเงินเดือนระหว่างลา -ข้าราชการที่ลาติดตามคู่สมรส ไม่ได้รับเงินเดือนระหว่างลา 11. การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ หลักเกณฑ์ -ต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการจากการได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยเพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในหน้าที่หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระท าการตามหน้าที่ หรือเป็นผู้ทุพพลภาพหรือพิการจากการได้รับ อันตรายหรือเจ็บป่วยเพราะเหตุอื่น และผู้มีอ านาจสั่งบรรจุพิจารณาแล้วเห็นว่ายังสามารถรับราชการต่อไปได้ - ลาได้ครั้งหนึ่งตามระยะเวลาที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร แต่ไม่เกิน 12 เดือน การได้รับเงินเดือนระหว่างลา - ข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ลาเพื่อไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ที่จ าเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพ ได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามระยะเวลา ที่ก าหนดในหลักสูตร แต่ไม่เกิน 12 เดือน สรุป การลาของข้าราชการถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งที่ได้รับนอกเหนือจากเงินเดือนซึ่งเป็นค่าตอบแทน ในการปฏิบัติงาน ซึ่งได้ก าหนดไว้ในระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 โดยแบ่งเป็น 11 ประเภท และสาระส าคัญในระเบียบได้กล่าวถึงสิทธิการลาของข้าราชการในแต่ละ ประเภทการลา และนอกจากสิทธิการลาที่ก าหนดไว้ในระเบียบดังกล่าวข้างต้นแล้ว การลาของข้าราชการ ยังมีความเกี่ยวข้องกับการได้รับเงินเดือนระหว่างลา ตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บ าเหน็จ บ านาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะเห็นได้ว่าการลาที่ระเบียบ ก าหนดจ านวนวันที่จะมีสิทธิลาได้นั้น การได้รับเงินเดือนระหว่างลา ก็จะก าหนดให้มีความสอดคล้องกัน


~ 6 ~ อ้างอิง พระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บ าเหน็จ บ านาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2549 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 (2535, 1 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 109 ตอนที่ 32. หน้า 25 - 34. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555. (2555, 24 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 129 ตอนพิเศษ ๒๒ ง. หน้า 1 – 11. ระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2549 (2549, 10 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๑๒๓ ตอนพิเศษ ๕๙ ง. หน้า 16 – 23. ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต. กระทรวงสาธารณสุข. (2562) แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการลาประเภท ต่าง ๆ ของข้าราชการ. นนทบุรี: กระทรวง.


กลุ่มอ ำนวยกำรพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำนที่ ๑ นนทบุรี กองพิธีกำรศพที่ได้รับพระรำชทำน ส ำนักงำนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โทร. 0 2354 2568 ต่อ 14


Click to View FlipBook Version