การกัดเซาะชายฝั่ง
ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 3,151.10 กิโลเมตร แบ่งเป็นชายฝ่ังด้านอ่าวไทยคลุมพ้ืนท่ี 17
จงั หวดั (รวม กทม.) ยาว 2,039.78 กโิ ลเมตร และชายฝงั่ ด้านทะเลอันดามนั คลมุ พื้นท่ี 6 จังหวัด ยาวประมาณ
1,111.32 กิโลเมตร ทง้ั นีม้ ผี ูอ้ าศยั ในพนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเลกวา่ 21 ลา้ นคน
ในปัจจุบันพ้ืนที่ชายฝ่ังทะเลถูกใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย เช่น จากกิจกรรมการท่องเที่ยวและ
นนั ทนาการ การประมงและเพาะเลีย้ งสตั ว์นา้ เป็นแหล่งอยู่อาศัยของชุมชนริมทะเล อุตสาหกรรม ท่าเรือ การ
คมนาคมทางนา้ เปน็ ต้น ชายฝงั่ ทะเลจงึ มีความสา้ คญั ในทกุ ๆดา้ นทั้งทางดา้ นเศรษฐกจิ สังคม และส่ิงแวดล้อม
สาเหตุของปญั หาการกัดเซาะชายฝ่ัง
การกัดเซาะชายฝ่ัง เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเลที่เกิดขึ้นตลอดเวลาจากการกัดเซาะ
ของคล่ืนหรือลม ตะกอนจากท่ีหนึ่งไปตกทับถมในอีกบริเวณหนึ่ง ท้าให้แนวของชายฝ่ังเดิมเปล่ียนแปลงไป
บริเวณท่ีมีตะกอนเคล่ือนเข้ามาน้อยกว่าปริมาณที่ตะกอนเคลื่อนออกไป ถือว่าเป็นบริเวณที่มีการกัดเซาะ
ชายฝ่งั สาเหตหุ ลกั ของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งแบง่ ได้เปน็ 2 สาเหตหุ ลักคอื
1. การเปลี่ยนแปลงชายฝ่ังโดยกระบวนการตามธรรมชาติ
เกิดจากการกัดเซาะของคล่ืนและลม วาตภัย อุทกภัย หรือจากกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตใน
บรเิ วณนน้ั โดยคลื่นเป็นตวั การส้าคญั ในการเปลี่ยนแปลงลกั ษณะของตะกอนและทรายชายฝัง่
1.1 ลมพายุและมรสุม ลมมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนือและลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้
มีอิทธิพลต่อการเปล่ียนแปลงแนวชายฝั่งตามธรรมชาติในรอบปี เช่น แนวชายฝั่งฝ่ัง
ตะวันออกมปี ริมาตรทรายตามแนวชายฝง่ั ลดลงในช่วงลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แต่จะมี
ปริมาตรมากขึ้นในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และกรณีลมพายุขนาดใหญ่พัดเข้าสู่ชายฝ่ัง
อ่าวไทยก็ทา้ ใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลงของแนวชายฝ่งั เช่นกัน
1.2 กระแสน้า และภาวะน้าข้ึน-น้าลง ท้าให้เกิดการเคล่ือนตัวของตะกอนและมวลทราย
บรเิ วณชายฝ่ัง ซึง่ เปน็ ตวั การสา้ คญั ของการกดั เซาะและการงอกของแผ่นดนิ ในบางบริเวณ
1.3 ลักษณะทางกายภาพของชายฝ่ังทะเล ลักษณะของชายฝั่งท่ีต่างกันท้าให้การกัดเซาะแต่
ละบริเวณไมเ่ ท่ากนั ในบริเวณอา่ วจะไดร้ ับการกัดเซาะนอ้ ยกวา่ บริเวณทะเลเปิด เช่น บริเวณ
อ่าวไทยตอนล่างจะได้รับผลกระทบรุนแรงเมื่อเกิดพายุท่ีก่อตัวในทะเลจีนใต้ คลื่นจะเคล่ือน
มากระทบแนวชายฝ่งั โดยตรงเนือ่ งจากเปน็ ทะเลเปดิ และในพื้นท่ีชายฝ่ังท่ีลาดชันน้อยจะเกิด
การกดั เซาะนอ้ ยกวา่ บริเวณที่ชายฝงั่ มีความลาดชนั มาก
2. การเปลย่ี นแปลงชายฝัง่ โดยกิจกรรมของมนุษย์
กิจกรรมของมนษุ ยถ์ อื เปน็ ปัจจัยส้าคัญในการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝ่ัง จากการมุ่งเน้นพัฒนาด้าน
เศรษฐกิจและสังคมโดยใช้ทรัพยากรเป็นฐานการผลิต แต่กลับให้ความส้าคัญในการรักษาและฟ้ืนฟูทรัพยากร
น้อยเกนิ ไป ท้าให้ทรัพยากรทม่ี คี วามส้าคัญถูกท้าลายและเส่ือมโทรมลงทุกขณะ กิจกรรมท่ีเร่งกระบวนการกัด
เซาะชายฝ่งั ให้รุนแรงมากขึน้ ไดแ้ ก่
2.1 การพัฒนาขนาดใหญ่ในพ้ืนท่ีชายฝั่งทะเล เช่น การสร้างท่าเรือน้าลึก ถนนเลียบชายฝั่ง และถม
ทะเลเพื่อสร้างส่ิงก่อสร้างต่างๆ ในเขตนิคมอุตสาหกรรม เพ่ือรองรับการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ
ประเทศ
2.2 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่ง ซ่ึงเน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อรองรับกิจกรรม
การท่องเที่ยว เช่น สร้างโรงแรม ท่ีพัก เส้นทางคมนาคม เกิดการรุกล้าเข้าไปแนวสันทรายชายฝั่ง ซ่ึงเป็น
ปราการทปี่ ้องกันการกัดเซาะชายฝ่ังตามธรรมชาติ
2.3 การสร้างเข่ือน ฝายหรืออ่างเก็บน้าต้นน้า โครงสร้างเหล่านี้มีผลให้ตะกอนท่ีไหลตามแม่น้ามา
สะสมบริเวณปากแม่น้ามีปริมาณลดลง ขาดตะกอนท่ีจะเติมทดแทนส่วนตะกอนเก่าท่ีถูกพัดพาไปบริเวณอื่น
โดยกระแสน้า ทา้ ให้เกดิ การกดั เซาะแนวชายฝงั่ อย่างตอ่ เนอื่ ง เชน่ ชายฝ่งั ทะเลบางขนุ เทยี น เปน็ ตน้
2.4 การบุกรุกท้าลายพ้ืนที่ป่าชายเลน เพื่อพัฒนาเป็นพ้ืนท่ีเพาะเล้ียงสัตว์น้า ป่าชายมีความส้าคัญ
หลายประการ ประการหน่ึงคือ ช่วยดักและตกตะกอนโคลนท้าให้เกิดดินงอกตามแนวชายฝ่ัง และเป็นก้าแพง
ป้องกนั กระแสคลื่นและลมป้องกนั การพงั ทลายของแนวชายฝง่ั ด้วย
2.5 การสบู น้าบาดาล ท้าให้เกิดการทรุดตัวของแผ่นดิน และจะมีส่วนให้การกัดเซาะชายฝ่ังเกิดความ
รุนแรงมากขึ้น เช่นการกัดเซาะในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จากปัญหาการทรุดตัวเนื่องจากการสูบน้าบาดาลเกิน
ศักยภาพในพื้นทก่ี รุงเทพฯ และสมุทรปราการ
2.6 การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ส่งผลกระทบระบบนิเวศชายฝ่ังและปะการัง สภาพอากาศ
แปรปรวน โดยเฉพาะการเพ่ิมข้ึนของระดับน้าทะเล จะส่งผลกระทบต่อชายฝ่ังทะเลท่ัวประเทศและอาจ
ก่อใหเ้ กิดปัญหาการกดั เซาะชายฝ่งั อีกด้วย
สถานการณก์ ารกัดเซาะชายฝ่งั
การกัดเซาะชายฝ่ังทะเลดา้ นอ่าวไทย
การกัดเซาะชายฝั่งทะเลเกิดข้ึนตลอดแนวชายฝั่งในทุกจังหวัดรอบอ่าวไทย โดยพบว่าการกัดเซาะ
เกิดข้ึนต้ังแต่ชายฝ่ังตะวันออกจนถึงชายฝ่ังอ่าวไทยฝั่งตะวันตก และบางพื้นท่ีมีแนวโน้มรุนแรงมากข้ึน โดย
จังหวัดท่ีมีพื้นท่ีถูกกัดเซาะมากกว่าอัตรา 5 เมตรต่อปี (จัดเป็นพ้ืนท่ีวิกฤต) ใน 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด
จนั ทบรุ ี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ เพชรบรุ ี ประจวบครี ขี นั ธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
สงขลา ปัตตานี และ และอีกหลายพื้นท่ีที่ประสบกับปัญหาการกัดเซาะในอัตรา 1 - 5 เมตรต่อปี โดยเฉพาะ
พ้ืนที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนใน บริเวณปากแม่น้าบงปะกงจนถึงปากแม่น้าท่าจีน เป็นพื้นที่ท่ีมีการกัดเซาะรุนแรง
มากทส่ี ุด
การกัดเซาะชายฝัง่ ทะเลด้านทะเลอันดามนั
การกดั เซาะชายฝงั่ ทะเลด้านอันดามนั เกดิ ข้ึนตลอดแนวชายฝ่ังทุกจังหวัดแต่น้อยกว่าฝั่งอ่าวไทย จังหวัดท่ี
พบการกัดเซาะรุนแรงในอตั ราเฉลยี่ มากกวา่ 5 เมตรต่อปี ได้แก่ ระนอง ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล พ้ืนที่เส่ียง
ต่อการกัดเซาะ 1-5 เมตร/ปี เกดิ ขึน้ ในทกุ จงั หวัด
สถานการณ์การกดั เซาะชายฝัง่ ปี 2554
ตารางท่ี 1 การกัดเซาะชายฝ่ังทะเล แยกเปน็ รายจงั หวดั ปี 2560
ทม่ี า : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝงั่
การกดั เซาะชายฝ่ังเปน็ ปญั หาท่ีสรา้ งผลกระทบในหลายด้าน อาจจ้าแนกผลกระทบทีส่ ้าคญั ได้ 4 ประการ คอื
ทางเศรษฐกจิ
ธุรกิจท่ีได้รับผลกระทบโดยตรงคือ ภาคการท่องเท่ียว จากชายฝ่ังถูกกัดเซาะจนเกิดสภาพเส่ือมโทรม
สญู เสียแนวชายหาดที่สวยงาม โดยเฉพาะชายหาดที่มีช่อื เสียงและเป็นจุดหมายท่องเท่ียวของนักท่องเท่ียวจาก
ทวั่ โลก กระทบถึงรายไดจ้ ้านวนมหาศาล และการลงทนุ ในอนาคต อีกประการหนึ่งคือต้องใช้ทรัพยากรและเงิน
จ้านวนมาก ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง สูญเสียผลประโยชน์ท่ีควรจะได้รับไปด้วย อีกทั้งต้องสูญเสีย
งบประมาณและทรพั ยากรจ้านวนมากเพ่ือการป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝง่ั อกี ด้วย
ทางสง่ิ แวดลอ้ ม
ระบบนิเวศชายฝ่ัง ได้แก่ ระบบนิเวศชายหาด ป่าชายเลน หญ้าทะเล และปะการัง จะได้รับผลกระทบ
โดยตรง เนอ่ื งจากการกัดเซาะและเปล่ียนแปลงทับถมของตะกอน สูญเสียแนวชายหาดเดิมที่เคยมี เกิดตะกอน
ทับถมบนหญ้าทะเลและแนวปะการัง อีกท้ังแนวป่าชายเลนที่ถูกกัดเซาะมีการเปล่ียนแปลงไปในทางที่เอม
โทรมลง ท้าให้เกิดความเสื่อมโทรมในแหล่งหญ้าทะเล แนวปะการัง ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง
กระทบถึงสมดลุ ของระบบนเิ วศในบรเิ วณน้ัน
ทางสงั คม
ชุมชนริมฝ่ังทะเลต้องอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังพื้นท่ีอ่ืนจากพ้ืนที่ท่ีถูกกัดเซาะ ท้าให้สูญเสียวิถีชีวิตและ
วัฒนธรรมประเพณีด้ังเดิมของชุมชน ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ท้ากิน ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ส่งผล
กระทบตอ่ เนอ่ื งไปยงั ภาคเศรษฐกจิ อีกด้วย
คณุ ภาพชีวติ
ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะ สูญเสียท่ีดินและทรัพย์สินของตน ต้องปรับเปล่ียนวิถีด้ารงชีวิต
ไปจากเดิม เกิดความวิตกกังวลในการประกอบอาชีพใหม่ อาจส่งผลถึงสภาพจิตใจและความสัมพันธ์ใน
ครอบครัว ทา้ ให้คุณภาพชวี ิตตกต่า้ ลงหรอื ไม่ดีเหมอื นเดมิ
ผลกระทบจากการกัดเซาะเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ และเกิดต่อเนื่องสัมพันธ์กันในทุกๆส่วนของสังคม ทั้งภาค
เศรษฐกิจ สงั คม ทรพั ยากร และคุณภาพชีวิต ซ่ึงผลกระทบน้ันสามารถป้องกันและลดผลกระทบให้เบาบางลง
ได้ จากการเตรียมพรอ้ มรบั มอื ท้งั จากภาครัฐ ชมุ ชนชายทะเล และประชาชนทกุ ภาคส่วน
การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา
การป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง สามารถจ้าแนกได้เป็น 2 ระดับ คือ ระดับประเทศ
และ ระดับชมุ ชน
ระดับประเทศ
1. การจัดท้านโยบาย ยุทธศาสตร์ แผน และแผนปฏิบัติการเก่ียวข้องกับการจัดการป้องกัน
และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล โดยส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม (สผ.) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่งั (ทช.) ไดแ้ ก่
1. มติคณะรัฐมนตรี (รับทราบ) เม่ือวันท่ี 22 มกราคม 2551 เร่ือง ยุทธศาสตร์
แห่งชาตวิ า่ ด้วยการจดั การการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2551-2555
2. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 26 สิงหาคม 2551 เร่ืองโครงการป้องกันการกัดเซาะ
ชายฝง่ั ทะเล โดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
3. มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 22 กันยายน 2552 เรื่องแนวทางการบูรณาการการ
จัดการป้องกนั และแก้ไขปญั หาการกัดเซาะชายฝงั่ ทะเลของประเทศ
4. มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 20 เมษายน 2553 เรื่อง กรอบแผนบูรณา
การงบประมาณการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเล 23 จังหวัด
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2554-2559
5. มติคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันท่ี 24 ตุลาคม 2550 เรื่อง
ยุทธศาสตร์การจดั การป้องกนั แก้ไขปญั หาการกัดเซาะชายฝงั่ ทะเล (20 ปี)
6. มติคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 เร่ือง แนว
ทางการจัดการและแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ท่ีดินและกิจกรรมชายฝั่ง ท่ีก่อให้เกิด
ผลกระทบส่งิ แวดล้อมบรเิ วณชายฝัง่ ทะเล
7. แผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเล ตั้งแต่ปากแม่น้าเพชรบุรี
จังหวดั เพชรบรุ ี ถงึ ปากแม่น้าปราณบุรี จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2546
8. แผนหลักและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเลพื้นท่ีอ่าวไทย
ตอนบน (รปู ตัว ก) แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2551
9. แผนหลักและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลพื้นที่ชายฝั่ง
ทะเลตะวนั ออก แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2552
10. แผนหลักและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝ่ังทะเลพื้นที่อ่าวไทย
ตอนล่าง ตง้ั แตป่ ากพนงั จังหวดั นครศรีธรรมราช ถงึ อา้ เภอระโนด จังหวัดสงขลา แล้วเสร็จปี
พ.ศ. 2552
11.แผนปฏบิ ตั ิการจัดการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเชิงบูรณา
การ แล้วเสรจ็ ปี พ.ศ. 2552
2. การออกกฎระเบียบกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม
ก้าหนดประเภทและขนาดของโครงการ ต้องจดั ทา้ รายงานวเิ คราะห์ผลกระทบสิง่ แวดลอ้ ม (EIA)
โดยก้าหนดให้ “ส่งิ กอ่ สร้างบรเิ วณหรอื ในทะเล ประเภทริมชายฝ่งั ทะเล ตดิ แนวชายฝั่งทะเล ความ
ยาวต้งั แต่ 200 เมตรขึน้ ไป รอดกั ทราย เขือ่ นกันทรายและคล่ืน รอบงั คับกระแสนา้ ทกุ ขนาด และแนว
เข่ือนกันคล่ืนนอกชายฝง่ั ทะเลทุกขนาด ต้องจัดท้ารายงานผลกระทบสิง่ แวดล้อมในข้ันขออนุมตั ิหรอื
ขออนุญาตโครงการก่อนด้าเนินโครงการ”
3. การสนับสนุนการด้าเนินงานของหน่วยราชการตา่ งๆ ได้แก่
- การจดั ตั้ง “คณะอนกุ รรมการก้ากบั การด้าเนนิ กจิ กรรมและจัดทา้ แผนหลักป้องกันและแกไ้ ขปัญหา
การกดั เซาะชายฝงั่ ทะเล” เพ่ือกา้ กบั ดูแลการจดั ท้าแผนหลักและการแปลงแผนไปสูก่ ารปฏิบัติ
- การจดั ตง้ั “สา้ นักการจัดการป้องกนั การกัดเซาะชายฝ่งั และพืน้ ทีช่ ายฝั่งทะเล” โดยกรมทรพั ยากร
ทางทะเลและชายฝ่งั เพ่ือปฏิบตั ิงานเกย่ี วกบั การศึกษา วจิ ัย และการจดั การการกัดเซาะชายฝัง่
- การจดั ตั้ง “ศนู ย์วิจยั สมทุ รศาสตร์และการเปล่ียนแปลงระดับน้าทะเล” เพอ่ื ปฏบิ ตั งิ านเกี่ยวกับการ
ก้าหนดแนวทาง และมาตรการคุม้ ครอง ป้องกนั แกไ้ ขและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
ระดับนา้ ทะเล ท่ีเกิดจากการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศและปจั จัยสภาวะแวดลอ้ มอืน่ ๆ
ระดบั ชมุ ชน
คนในชุมชนรว่ มกนั จัดการแก้ปญั หาการกดั เซาะชายฝัง่ ทะเลในพ้ืนท่ขี องตน โดยใชอ้ งค์ความรู้ชุมชนท่ี
พัฒนาข้นึ เองจากประสบการณใ์ นอดีต ชว่ ยบรรเทาหรือแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง เชน่ การปกั ไม้ไผเ่ ป็นแนวกนั
คลน่ื ยาวขนานกับแนวชายฝั่ง เพ่ือชะลอคล่ืน ทตี่ ้าบลโคกขาม อ.เมอื ง สมุทรสาคร
รปู แบบการแก้ปญั หา
รูปแบบการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝง่ั ที่ใช้ในปัจจุบันมี 3 รปู แบบ ได้แก่
1. วิธกี ารปอ้ งกนั และแก้ไขทางธรรมชาติ ได้แก่การฟนื้ ฟแู ละอนุรักษ์ป่าชายเลน ป่าชายหาด แหลง่
หญ้าทะเล และแนวปะการงั เพ่ือลดความรนุ แรงของคล่นื ที่กระทบฝ่ัง ถอื เปน็ วิธปี ้องกันการกัดเซาะโดย
เลียนแบบธรรมชาติ แตต่ อ้ งอาศยั ระยะเวลาในการสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับชายฝง่ั
2. วธิ ีการทางวศิ วกรรม ใช้โครงสรา้ งทางวิศวกรรมดักตะกอนทรายและสลายพลังงานคลืน่ หรือสรา้ ง
หาดทรายเพ่ิมเติม เพอื่ ป้องกันและรักษาสภาพชายฝ่ัง โดยใชห้ ลักการทางวชิ าการ มกี ารศกึ ษา วเิ คราะห์
ครอบคลุมทกุ มิติ
2.1 เขอื่ นกันคล่นื (Breakwater)
เปน็ โครงสรา้ งแบบแขง็ สร้างขนานกับแนวชายฝ่ังเพ่ือขวางการเคลื่อนตวั ของคลน่ื มีรูปร่าง
โครงสร้างและลกั ษณะต่างกนั ตามสภาพพน้ื ท่ี เช่น แบบกองหิน แท่งคอนกรีต เป็นต้น ซึ่งอาจวางตวั รมิ แนว
ชายฝ่งั หรอื เปน็ แนวกนั คลน่ื นอกชายฝัง่ (Offshore breakwater) เพื่อสลายพลังงานคลืน่ ในระยะไกลกอ่ น
กระทบกบั ชายฝ่ัง
2.2 กา้ แพงกันตล่งิ (Revetment)
เป็นการเรยี งหินหรอื วัสดุคอนกรีตเพื่อเสรมิ ความแข็งแรงแนวชายฝง่ั โดยสร้างเปน็ ก้าแพงแนวดิ่งหรอื ขั้นบนั ได
2.3 รอดกั ทราย (Groin)
เป็นโครงสรา้ งทีส่ รา้ งยน่ื ตัง้ ฉากหรือท้ามุมกบั แนวชายฝั่งทะเล เพื่อกั้นการเคล่ือนยา้ ยตะกอนตามแนว
ชายฝง่ั อาจใชว้ ัสดุธรรมชาตหิ รือวัสดุอน่ื ๆ เชน่ หิน รอดักทรายจะทา้ หนา้ ที่กันทรายไวท้ า้ ให้เกิดการสะสมมวล
ทรายในบรเิ วณหนง่ึ ๆ ขณะที่มวลทรายอกี ด้านจะถูกพัดพาไป
2.4 ไสก้ รอกทราย (Sand sausage)
เปน็ โครงสร้างที่ใช้แผ่นใยสังเคราะห์ (geotexile) ซงึ่ บรรจุทรายไว้ วางก้ันแนวเคล่ือนท่ีของคลน่ื เพ่ือลดความ
รนุ แรงของคลื่น
2.5 การเตมิ ทราย (Sand nourishment)
ถอื เปน็ การสร้างโครงสร้างแบบอ่อน โดยการนา้ ทรายจากบริเวณอ่นื มาถมหรอื เติมในบรเิ วณหาดทรายที่
ถกู กัดเซาะไป วิธีการน้ใี ช้คา่ ใช้จ่ายสงู และตอ้ งก้าหนดระยะเวลาเติมทรายเร่ือยๆ ทดแทนส่วนทถ่ี กู กระแสนา้
พัดพาไป
2.6 การสรา้ งเนินทราย (Dune nourishment)
เป็นการน้าทรายมาถมบรเิ วณรมิ ชายฝ่ัง เลียนแบบเนนิ ทรายเดมิ ที่ถกู ท้าลายไป และนา้ พืชบางชนิดที่
เหมาะสมมาปลกู เสริม เพื่อดักตะกอนทรายที่ถูกพดั เขา้ สูช่ ายฝง่ั
3. การใชว้ ธิ ีผสมผสาน โดยใชท้ งั้ วิธที างธรรมชาตแิ ละทางวศิ วกรรมรว่ มกัน เชน่ การด้าเนนิ การป้องกนั การกัด
เซาะชายฝัง่ ของ ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยการปกั ไมไ้ ผ่รวกเปน็ ก้าแพงลดความรุนแรงของ
คลนื่ เมือ่ มีการตกตะกอนและทบั ถมมากขน้ึ จงึ ปลูกไมช้ ายเลนไวห้ ลังแนวปกั ไม้ไผ่ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าชายเลน
ตามธรรมชาติ ซึ่งพบว่าไม้ชายเลนมกี ารเจริญเตบิ โตไดด้ ี
แหล่งข้อมลู อ้างองิ :
1. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่ . ฐานข้อมลู ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง. การกัดเซาะชายฝ่ัง. สืบค้น
จาก http://www.dmcr.go.th/marinecenter/erosion.php
2. ส้านักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม. 2550. สถานการณ์การกดั เซาะชายฝ่ังอ่าว
ไทยท่มี ีความวิกฤต.
3. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งประเทศไทย. วารสารทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝ่ัง ฉบับท่ี 1 มีนาคม 2554. 70 – 78.กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง. 2551. ยุทธศาสตร์
การจัดการป้องกนั และแก้ปญั หาการกัดเซาะชายฝง่ั .
4. สถาบันวิจัยสภาวะสิ่งแวดล้อม, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารสารสิ่งแวดล้อม ปีที่ 15 ฉบับท่ี 1 มกราคม
– มีนาคม 2554. หนา้ 7 -11.