The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด ระบำประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยาสตร์ โรงเรียนบ้านตังกาเด็ง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ZURAINA, 2022-09-19 12:36:17

นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด ระบำประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยาสตร์ โรงเรียนบ้านตังกาเด็ง

นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด ระบำประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยาสตร์ โรงเรียนบ้านตังกาเด็ง



กติ ติกรรมประกาศ

ผลงานนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ชุดนี้สาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากได้รับการสนับสนุน
ชว่ ยเหลอื จากท่านผอู้ านวยการสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นตังกาเด็ง ท่ีกรุณาให้คาปรึกษาในการทาผลงาน
นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ ชุด ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์ และขอบคุณคณะ
อาจารย์โรงเรียนบ้านตังกาเด็ง ทุกท่านท่ีช่วยกันติชมองค์ประกอบต่างๆ ของการแสดงชุดระบาประทีป
วันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์ รวมไปถึงคณะนักเรียนที่เสียสละเวลาในการฝึกซ้อมการแสดง
และขอขอบคณุ ทกุ ทา่ นท่ีมีสว่ นร่วมในการทาสรา้ งสรรค์ผลงานการแสดงชดุ นี้ ใหส้ าเรจ็ ลุลว่ งไปไดด้ ้วยดี

คณุ ค่าและประโยชน์ที่มมี าจากผลงานนาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์ชุดน้ี ขอมอบความดีไว้แด่คุณ
บิดา มารดา รวมไปถงึ คณาจารย์ทุกทา่ นท่ีไดใ้ ห้คาตชิ มแนะนา และเป็นกาลงั ใจสาคัญให้กับคณะผู้จัดทา
ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ และเป็นการอนุรักษ์ ส่งเสริมการการท่องเท่ียวสักการะบูชาพระพุทธ
ไสยาสน์ โดยการสร้างสรรค์การแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยลักษณะเน้ือหาของการแสดงจะส่ือถึงการสักการะบูชา เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเท่ียว และ
เห็นถงึ คุณค่าทางภูมิปญั ญาทก่ี าลงั จะสูญหายอย่างยงั่ ยืน

คณะผู้จดั ทา
โรงเรียนบ้านตังกาเด็ง



สารบญั ก

กติ ตกิ รรมประกาศ 1
สารบัญ 2
ชุดการแสดง ชดุ ระบาประทีปวนั ทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์ 4
แรงบนั ดาลใจในการแสดงสร้างสรรค์ผลงานการแสดง 6
กรอบแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานการแสดง 8
การดาเนนิ งานสร้างสรรค์ผลงานตามขั้นตอนกระบวนการกลุ่มอย่างเปน็ ระบบโดยละเอียด 9
เคร่อื งดนตรีทใี่ ชบ้ รรเลงประกอบการแสดง 10
ขนั้ ตอนการออกแบบชดุ เครื่องแตง่ กาย 11
กระบวนการสร้างสรรค์อุปกรณ์ 15
สรุปผลการดาเนินงาน 1176
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

1

ชื่อชดุ การแสดง

ระบาประทีปวันทา บชู าพระพุทธไสยพทุ ธไสยาสน์

รปู ภาพท่ี ๑ การแสดงชดุ

2

แรงบนั ดาลใจในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานการแสดง

การดาเนินชีวิตของคนไทยมีท้ังความเหมือนและแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ท้ังนี้ข้ึนอยู่
กับ ปจั จัยตา่ ง ๆ ทั้งสภาพแวดล้อม ชาติพันธ์ุ ความเช่ือ ศาสนา และประเพณีที่หลอมรวมจนก่อให้เกิด
เป็น วิถีชีวิตและอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยซ่ึงจะเป็นตัวบ่งบอกถึงค่านิยมและรูปแบบ
การ ดาเนินชวี ิตของผูค้ นในทอ้ งถิ่นน้ัน ๆ ไดเ้ ป็นอย่างดี ซ่ึงรูปแบบการดาเนินชีวิตของผู้คนในสังคมเป็น
สิง่ ที่มนษุ ย์สรา้ งขน้ึ โดยองิ กบั ธรรมชาติความเป็นอยู่ ก่อให้เกิดประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันมาของ
คนในชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่อและสิ่งท่ีผู้คนในชุมชนเดียวกันยึดเหน่ียวจิตใจ ในแต่ละ
ภมู ิภาคน้ันกจ็ ะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งข้ึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบในการดาเนินชีวิตของผู้คน
ทง้ั ใน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื และภาคใต้

วฒั นธรรมและวถิ ชี ีวติ ของผู้คนในภูมิภาคใต้ ทมี่ ีความหลากหลายในด้านความเชื่อทางศาสนา
มีการนับถือศาสนาท้ังพุทธและอิสลาม ในส่วนของชาติพันธ์ุมีการอยู่ร่วมกันทั้งชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม
จีน จีน-มลายู (ยะหยา) และชาวเล การแต่งกายก็แตกต่างกันตามเอกลักษณ์ท่ีบ่งบอกเฉพาะกลุ่ม มี
ประเพณีสารทเดือนสิบ ซ่ึงแสดงออกถึงความเคารพและกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ทั้งยังมีประเพณีและ
เทศกาลสาคัญอย่างประเพณีชักพระ การแห่ผ้าข้ึนพระธาตุ การแข่งเรือ เทศกาลกินเจ วันฮารีราย
อหรือวันอีฎิลฟิตรี นอกจากน้ีภาคใต้เป็นแหล่งรวมศิลปะการแสดงและการเล่นพ้ืนบ้านที่มีความ
สนกุ สนาน คึกคักเรา้ ใจ เชน่ การแสดงหนงั ตะลงุ มโนราห์ ลเิ กฮูลูรองเงง็ การแข่งขันนกเขาชวา เป็นต้น
ส่วนอาหารการกินในพนื้ ถ่นิ ภาคใตน้ ้นั จะมีเอกลักษณใ์ นเรือ่ งของรสชาติทีจ่ ดั จ้าน และเผ็ดร้อน เช่น แกง
เหลือง ข้าวยา แกงไตปลา ผัดสะตอ การประกอบอาชีพนิยมปลูก ยางพารา ปลูกปาล์ม ทาประมง ทา
สวนผลไมเ้ ช่น เงาะ ทุเรียน มงั คดุ และลองกอง ดว้ ยความแตกต่างทางชาติพันธ์ุ ความเช่ือ ศาสนา และ
วัฒนธรรมในแต่ละพ้ืนท่ี ของภาคใต้เสมือนเป็นการสร้างมนตร์เสน่ห์ในวิถีการ ดาเนินชีวิตที่เต็มไปด้วย
ความหลากหลาย ที่ผนวกเข้ากันได้อย่างแนบเนียน รวมท้ังความเข้มแข็งของ วัฒนธรรมท้องถิ่นท่ี
ก่อให้เกิด เป็นอัตลกั ษณ์ของผคู้ นในภมู ิภาคนี้ (กรมสง่ เสริม วัฒนธรรม. 2559: 23)

จังหวัดยะลา ก็เป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคใต้ท่ีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ การ
ดาเนินวิถีชีวิต ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจังหวัดแห่งพหุวัฒนธรรม ท่ีมีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาว
ไทยเช้ือสายจีน ที่สามารถดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ซ่ึงแต่ละเช้ือชาติ ศาสนาน้ันก็ มี
กฎเกณฑ์ หลักปฏิบัติ และความเชื่อท่ีแตกต่างกันออกไป ดังเช่น ชาวไทยพุทธที่มีพระพุทธศาสนา เป็น
ทย่ี ึดเหนีย่ วทางใจ มีการกราบไหว้ เคารพ สกั การะ บูชาพระพุทธรูปด้วยดอกไม้ ธูป เทียน มีการ ขอพร
จากส่ิงศักดิ์สิทธ์ิ หรือมีการทาบุญตักบาตรเพ่ืออุทิศส่วนกุศล สิ่งเหล่านี้ชาวไทยพุทธเช่ือว่า เม่ือปฏิบัติ
แล้วจะทาให้เกิดความสบายใจ และได้บุญกุศล ดังเช่น ตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัด ยะลา ที่มี
ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพุทธท่ีมีพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย ซึ่งมีอายุมากกว่า 1,200 ปี ที่
ประดิษฐานอยู่บนเขา ณ วัดคูหาภิมุข เป็นท่ียึดเหน่ียวทางใจ โดยชาวบ้านมีการกราบไหว้ เคารพ
สักการะ บูชา ท่ีเชื่อว่าหากคามากราบไหว้ขอพรจะสมดั่งปรารถนา และในปัจจุบัน วัดคูหาภิมุข น้ียัง
เป็นสถานทีท่ ่องเที่ยวทสี่ าคัญของ จังหวดั ยะลาแหง่ หนงึ่ ดว้ ย

คณะผู้สร้างสรรค์ผลงานมีแนวคิดในการช่วยอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้เห็น
ความสาคัญของวิถชี วี ิตของ ชาวไทยพุทธ ในตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัดยะลา จึงสร้างสรรค์เป็น
การแสดงนาฏศิลป์ สร้างสรรค์ชุด ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยาสน์ ในรูปแบบนาฏศิลป์

3

พื้นเมืองภาคใต้ประยุกต์ โดยมีแนวคิดท่ีจะส่ือ ให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในการถวายประทีบกราบ
ไหว้เคารพ สักการะ บูชา พระพุทธไสยาสน์ สมัยศรีวิชัย ซ่ึงมีอายุมากกว่า 1,200 ปี ที่ประดิษฐานอยู่
บนเขา ณ วัดคหู าภิมุข อาเภอเมอื ง จังหวดั ยะลา

4

กรอบแนวคดิ ในการสร้างสรรค์ผลงานการแสดง

ขอบเขตของเนื้อหา
ศกึ ษาความเป็นมา วิถีชีวิต บริบทและความเชื่อของชาวบ้านตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัดยะลา ท่ี
มีการกราบไหว้สักการะบูชา พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่สมัยศรีวิชัย ท่ีประดิษฐานอยู่ในวัดคูหาภิมุข
(วัดถ้า) แล้วนามาสร้างสรรค์เป็นการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธ
ไสยาสน์ โดยนาเสนอในรปู แบบนาฏศิลป์พืน้ เมืองภาคใต้ประยุกต์

ขอบเขตของการแสดง
ต้องการนาเสนอผลงานสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะการแสดงกาหนดในรูปแบบนาฏศิลป์พื้นบ้านภาคใต้
วัฒนธรรมชาวไทยพุทธในสามจังหวดั ชายแดนภาคใตใ้ ชเ้ วลาในการแสดงประมาณ 7.39 นาที
ใชน้ กั แสดงผูห้ ญงิ ท้ังหมด ๘ คน

กรอบแนวคิดดงั นี้

แรงบนั ดาลใจ แนวความคดิ / รปู แบบ
การแสดง

ศึกษาขอ้ มูล กาหนดวตั ถปุ ระสงค์ การออกแบบสรา้ งสรรค์
กาหนดหวั ข้อ
- ดนตรี

- ทา่ รา
- เครือ่ งแต่งกาย

- อุปกรณ์

สรปุ ผล/จดั ทาเอกสาร คดั เลือก/ฝึกซ้อม
นักแสดง

ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ
1) ได้ศึกษาประวัติความเป็นมา และความสาคัญของวัดคูหาภิมุข ตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง

จงั หวดั ยะลา

5

1

2) ได้ศลิ ปะการแสดงพ้ืนเมอื ง นาฏศลิ ปส์ รา้ งสรรค์ ชดุ ระบาประทปี วนั ทา บชู าพระพุทธ
ไสยาสน์

นยิ ามศพั ท์เฉพาะ
นาฏศิลป์สร้างสรรค์หมายถึง การที่นักประดิษฐ์ท่ารา หรือศิลปิน หรือผู้สร้างงานศิลปะ นัก
สร้างสรรค์นาฏศิลป์ต้องคิดค้นคิดสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์ท่ารา รวมท้ังองค์ประกอบสาคัญอ่ืน ๆ ท่ี
ขาดไม่ได้ในการสร้างสรรค์การแสดง เพลง ทานอง เคร่ืองแต่งกาย ท่ารา และอุปกรณ์การแสดงหรือ
อ่ืน ๆ ตามจินตนาการของผู้สร้างงานที่ต้องการบ่งบอกเนื้อหาให้กับผู้ชมได้เล็งเห็นและ เกิดภาพตาม
จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ ระบา หมายถึง การแสดงที่ต้องใช้คนจานวนมากกว่า 2 คนขึ้นไป ซ่ึงการ
แสดงนั้น ๆ จะใช้ เพลงบรรเลงโดยมีเน้ือร้องหรือไม่มีเนื้อร้องก็ได้ ระบาน้ันเป็นศิลปะของการร่ายราที่
เป็นชุด ไม่ดาเนิน เป็นเร่ืองราว ผู้ราแต่งกายงดงาม จุดมุ่งหมายเพ่ือแสดงความงดงามของศิลปะการรา
ไม่มีการดาเนนิ เรื่อง

ประทีบ หมายถงึ ตะเกียง โคม ไฟที่ มีเปลวสว่าง เชน่ ตะเกยี ง เทยี น
วนั ทา หมายถงึ ไหว้ แสดงอาการเคารพ
บูชา หมายถงึ แสดงความเคารพ ยกยอ่ งเทิดทนู ดว้ ยความนบั ถอื เล่ือมใส
พระพทุ ธไสยาสน์ หมายถงึ พระพทุ ธรูปในทา่ นอน

นาฏยประดษิ ฐ์
นาฏยประดิษฐ์ หมายถึง การคิด การออกแบบ และการสร้างสรรค์ แนวคิดและรูปแบบกลวิธี

ของนาฏยศิลป์ชุดหน่ึง ที่แสดงโดยผู้แสดงคนเดียว หรือหลายคน ท้ังนี้รวมถึงการปรับปรุงผลงานใน
อดีต นาฏยประดิษฐ์จึงเป็นการทางานที่ครอบคลุม ปรัชญา เน้ือหา ความหมาย ท่ารา ท่าเต้น การตั้ง
ซุ้ม การแสดงเดี่ยว การแสดงหมู่ การกาหนด ดนตรีเพลง เครื่องแต่งกาย ฉาก และส่วนประกอบอ่ืน ๆ
ที่สาคัญในการทาให้นาฏยศิลป์ชุดหน่ึงสมบูรณ์ตามท่ีตั้งใจไว้ ผู้ออกแบบนาฏยศิลป์ เรียกกันโดยท่ัวไป
ว่าผู้อานวยการฝึกซ้อม หรือผู้ประดิษฐ์ท่ารา แต่ในท่ีนี้ขอเสนอคาใหม่ว่า นักนาฏยประดิษฐ์ ซึ่งตรงกับ
ภาษาอังกฤษว่า Choreographer (สุรพล วิรุฬลักษณ์. 2547: 225) นาฏยประดิษฐ์มีการทางาน
ทง้ั หมด 7 ข้นั ตอน ซงึ่ แตล่ ะขน้ั ตอนมีลักษณะของการทางาน ดังต่อไปน้ี

6

การดาเนินการสรา้ งสรรคผ์ ลงานตามขน้ั ตอน
กระบวนการกลุ่มอยา่ งเปน็ ระบบโดยละเอยี ด

จดั ทาโครงงานผลงานทางดา้ นศลิ ปะการแสดงในรูปแบบนาฏศลิ ป์สร้างสรรค์ ใชก้ ระบวนท่ารา
นาฏศลิ ป์พ้นื เมอื งภาคใต้วัฒนธรรมชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในผลงานสร้างสรรค์ ช่ือ
ชดุ ระบาประทปี วันทา บชู าพระพทุ ธไสยาสน์

คณะผู้จัดทามีวิธดี าเนนิ การโครงงานตามขั้นตอน ดงั ต่อไปน้ี
๑. คดิ หัวข้อโครงงาน
๒. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูล ที่เก่ียวข้องกับโครงงาน ผลงานทางด้าน

ศลิ ปะการแสดงในรปู แบบนาฏศิลป์สร้างสรรค์ใช้กระบวนท่ารานาฏศิลป์พ้ืนเมืองภาคใต้กลุ่มวัฒนธรรม
ชาวไทยพทุ ธในสามจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ในผลงานสร้างสรรค์ ช่ือชุดว่า ระบาประทีปวันทา บูชาพระ
พทุ ธไสยาสน์

๓. จดั ทาโครงรา่ งโครงงาน
๔. ออกแบบทา่ รานาฏศิลป์พื้นเมืองภาคใต้
๕. จดั ทาโครงงานผลงานทางด้านศิลปะการแสดง ในรูปแบบของนาฏศิลป์สร้างสรรค์
ใช้กระบวนท่ารานาฏศิลป์พ้ืนเมืองภาคใต้กลุ่มวัฒนธรรมชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในผลงานสร้างสรรค์ ชื่อชุด ระบาประทีปวนั ทา บูชาพระพุทธไสยาสน์
๖. ทาเอกสารสรปุ รายงานโครงงาน

1. วธิ ีดาเนินการ
ผู้ศึกษาได้เตรียมการและวางแผนการดาเนินงาน โดยกาหนดความมุ่งหมายตาม

วัตถุประสงค์ ในการศึกษา แนวคิดและที่มาในการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะการแสดง และในการ
สร้างสรรค์ผลงาน ดา้ นศิลปะการแสดงนั้น ขอ้ มลู พน้ื ฐานถือเป็นส่ิงสาคัญซึ่งข้อมูลพ้ืนฐานสามารถนามา
เป็นส่วนประกอบ ในการสรา้ งสรรค์ผลงาน เชน่ การออกแบบเคร่อื งแต่งกาย การประดิษฐ์ท่า แนวเพลง
รวมถึงเร่ืองราว ที่จะนาเสนอ ต้องมีความสอดคล้องกับข้อมูลพ้ืนฐานต่าง ๆ เหล่าน้ี และจะส่งผลให้
ผลงานสร้างสรรค์ นั้นมีความน่าเชื่อถือและมีความสมเหตุสมผลมากข้ึน ใช้เวลาในการแสดงประมาณ
7.39 นาที ใชน้ กั แสดงผ้หู ญิงทงั้ หมด ๘ คน โดยแบง่ ชว่ งการแสดงออกเปน็ ๒ ชว่ ง

ช่วงที่ 1 “การส่ือถึงการพบปะรวมตัวของหญิงสาวชาวบ้านท่ีมาร่วมใจกันจะไปกราบ
ไหว้ เคารพ สักการะ บูชา วัดคูหาภมิ ขุ วดั หน้าถา้ ”
ช่วงท่ี 2 “สื่อถึงการเดินทางนาแสงประทีปไปถวายพระพุทธไสยาสน์ เพ่ือเป็นพุทธ
บชู าให้ชวี ิตไดพ้ บเจอแสงสว่าง ทเ่ี ช่ือวา่ หากใครมากราบไหวข้ อพรจะสมด่ังปรารถนา

7

๒. กระบวนการสรา้ งสรรคด์ นตรปี ระกอบการแสดง
ความคิดในการออกแบบและสร้างสรรค์เพลงดนตรีในการประกอบ การแสดงประเด็น

สาคญั ดงั น้ี
๑. เลือกเพลงทีเ่ หมาะสมกบั ท่ารา
๒. เลอื กเพลงทส่ี ามารถนามาจบั ระบาได้
๓. เลือกเพลงที่เป็นวัฒนธรรมวัฒนธรรมชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เพ่ือสือ่ ถึงกล่นิ อายของชาวไทยพุทธ
จากประเด็นทั้ง ๓ ข้อให้ผู้สร้างสรรค์ได้ปรึกษา และตัดต่อเพลงข้ึนมาใหม่ โดยมี

รายละเอียด ดังน้ี
ผู้สร้างสรรค์เลือกใช้วงดนตรีพื้นบ้านภาคใต้ตอนบน เพื่อบ่งบอกให้เห็นถึงสาเนียงของ

ดนตรีพ้ืนบ้านภาคใต้ตอนบน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับเนื้อหาของการแสดงโดยแบ่งช่วงของเพลง
ดงั นี้

ช่วงที่ ๑ เกร่ินนาด้วยเสียงนกร้อง ทานองเก่ียวกับธรรมชาติวิถีชีวิตยามเช้าโดย
สอดแทรก เสยี งคยี บ์ อร์ด เสยี งป่ี เสยี งกลอง เสียงฆอ้ ง เสียงฉง่ิ และเสียงทับ ใช้เวลาในการแสดง 2.๔๓
นาที

ช่วงที่ ๒ ใช้เสียงปี่ดาเนินทานอง เสียงกลอง เสียงฆ้อง เสียงฉ่ิง และเสียงทับ และมี
การผสมผสานเครอื่ งดนตรสี ากลบางชิ้น ไดแ้ ก่ เบส และคีย์บอร์ด ใชเ้ วลาในการแสดง 3.41 นาที

ชว่ งที่ 3 ใชเ้ สยี งระฆงั ในการเกริน่ และใช้เสยี งป่ีดาเนนิ ทานอง เสยี งกลอง เสียงฆอ้ ง
เสียงฉิง่ และเสียงทบั และมีการผสมผสานเคร่ืองดนตรสี ากลบางช้ิน ไดแ้ ก่ เบส และคีย์บอร์ด ใช้เวลาใน
การแสดง 1.41 นาที

ชว่ งที่ 4 ใชเ้ สยี งคยี ์บอรด์ ในการเกริ่นสอื่ ถึงความสงบ และใช้เสยี งป่ีดาเนินทานอง
เสียงกลอง เสียงฆ้องเสียงฉิ่ง และเสียงทับ และมีการผสมผสานเครื่องดนตรีสากลบางชิ้น ได้แก่ เบส
และคีย์บอร์ด ใช้เวลาในการแสดง .41 วินาที

นากรอบการสรา้ งสรรคเ์ พลงดนตรีไปคุยกบั นักออกแบบเพลงให้เข้าใจเพื่อให้นักออกแบบเพลง
สามารถทาเพลงท่ีตรงกับความคิดของผู้สร้างสรรค์มากที่สุด ซ่ึงเพลงที่จะนามาใช้ก็จะเป็นเพลงดนตรี
พน้ื บ้านภาคใต้ทแี่ ต่งขน้ึ มาใหม่

8

เครอ่ื งดนตรที ใี่ ชบ้ รรเลงประกอบการแสดง ดงั นี้

ทับ กลองโนรา

โหม่ง ป่ี

ฆ้องคู่ คยี บอรด์
เบส

9

3. กระบวนการสรา้ งสรรคเ์ ครื่องแต่งกาย

แนวคิดหลักในการออกแบบเคร่ืองแต่งกายคือต้องการนาเสนอให้ผู้ชมเห็นลักษณะ
การแต่งกายแบบชาวบ้านชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้สร้างสรรค์ได้ศึกษาลักษณะการ
แต่งกายของชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในคล้ายชาวไทยภาคกลาง ท่ีนิยมใช้วิธีการนุ่ง
ผา้ ซิ่นด้วยผา้ ยกอนั สวยงาม สวมเสอื้ สีขาว ตามแบบชาวบ้านชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
และใหส้ อดคล้องกบั รูปแบบการแสดง ผู้สร้างสรรค์ได้เลือกใช้สีที่บ่งบอกถึงความสงบ สารวม คือ สีขาว
โดยยึดหลกั วฒั นธรรมการแตง่ กายของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจนถงึ ปัจจบุ นั ดังภาพ
ข้นั ตอนการออกแบบชดุ เครอื่ งแตง่ กาย

รปู ภาพที่ ๘ วัฒนธรรมการแตง่ กายของชาวบา้ นตัง้ แต่อดตี จนถึงปจั จบุ นั

10

4. กระบวนการสรา้ งสรรค์อุปกรณ์

อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดงนาฏศิลป์ไทยเป็นองค์ประกอบนาฏศิลป์ ท่ีสาคัญอย่าง
หน่ึงท่ีทาให้การแสดงมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์ ซึ่งทาให้การแสดงน่าสนใจมากข้ึน โดย
กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงชุด ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์ ได้
นาเอาประทีปเชิงเทียนซ่ึงเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการกราบไหว้บูชาพระพุทธ
ไสยพทุ ธไสยาสน์ ของชาวไทยพทุ ธในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ มาใชป้ ระกอบการแสดง

รูปภาพท่ี ๙ การออกแบบอุปกรณ์ท่ีประดิษฐข์ น้ึ ใหม่ (ประทปี )
๕. กระบวนการสร้างสรรคฉ์ าก

ฉากเป็นสิ่งที่ทาให้การแสดงมีความสวยงามน่าสนใจ และทาให้ผู้ชมเข้าใจการแสดงได้ง่าย
ข้ึนซ่ึงในการสร้างสรรค์ฉาก พระพุทธไสยาสน์ท่ามกลางหินงอกหินย้อย และลวดลายหินท่ีสวยงาม มี
ปลอ่ งแสงส่องขนาดเลก็ สาหรบั แสงลงมาภายในถา้ ทาให้ร้สู กึ ถึงความขลังมากย่ิงข้นึ

รปู ภาพที่ ๑๐ การออกแบบฉาก ชุด ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์
(วดั หน้าถา้ จังหวดั ยะลา)

11

สรปุ ผลการดาเนนิ งาน / อภิปรายผลการดาเนินงาน

สรุปผลการดาเนินงาน นาฏศิลป์สร้างสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธ
ไสยาสน์ (วัดหน้าถ้า จังหวัดยะลา) ” เป็นการแสดงท่ีสร้างสรรค์ข้ึน โดยมีแนวคิด เพื่อสะท้อนถึง
ประเพณี วิถีชีวิตของชาวไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัด
ยะลา ทมี่ กี าร เคารพสักการะบชู าพระพทุ ธไสยยาสน์สมัยศรวี ิชยั ท่ีประดิษฐานอยู่ในวัดคูหาภิมุข ตาบล
หน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัดยะลา น้ี นาสร้างสรรค์เป็นการแสดงในรูปแบบนาฏศิลป์พื้นบ้านภาคใต้
ประยกุ ต์ โดยอาศยั กระบวนการสรา้ งสรรค์และพัฒนานาฏศลิ ปส์ ร้างสรรค์ชุด “ระบาประทปี วันทา บูชา
พระพทุ ธไสยพทุ ธไสยาสน์” (วัดหนา้ ถา้ จังหวดั ยะลา) ดงั นี้ ช่วงการแสดงแบ่งออกเปน็ 2 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 “การสื่อถึงการพบปะรวมตัวของหญิงสาวชาวบ้านท่ีมาร่วมใจกันจะไปกราบ ไหว้
เคารพ สกั การะ บูชา วัดคูหาภิมุข วัดหน้าถ้า ” แสดงออกถึงท่วงท่าที่แสดงถึง ความสุข ความสบายใจ
และความสนุกสนานของชาวบา้ น

ช่วงท่ี 2 “สอื่ ถงึ การเดนิ ทางนาแสงประทีปไปถวายพระพุทธไสยาสน์ เพ่ือเป็นพุทธบูชาให้ชีวิต
ไดพ้ บเจอแสงสว่าง ที่เช่อื วา่ หากใครมากราบไหว้ขอพรจะสมดัง่ ปรารถนาช่วงท่ี

ใช้ผู้แสดงจานวน 8 คน เวลาในการแสดง 7.39 นาที ใช้เพลงพ้ืนบ้านภาคใต้ตอนบน
ประกอบด้วย ปี่ กลองโนรา ทับ ฆ้อง ฆ้องคู่ และเครื่องดนตรีสากล คียบอร์ด และเบส แบบประยุกต์
โดยเลือกเพลงท่ีมีการดาเนินทานองในอัตราจังหวะสองชั้น (ความเร็วปานกลาง) และอัตราจังหวะชั้น
เดียว (ค่อนข้างเร็ว) ซง่ึ ตอ้ งสอดคล้องกับช่วงของการแสดงดังกล่าว การประดิษฐ์และสร้างสรรค์ท่าราที่
คานึงถึงจุดมุ่งหมายของการแสดง ซึ่งเน้นการผสมผสานระหว่างท่ารานาฏศิลป์พื้นบ้าน กับลักษณะ
ท่าทางของวิถีชีวิต การกราบไหว้บูชา เคารพสักการะพระพุทธไสยยาสน์ สมัยศรีวิชัย ท่ีประดิษฐานอยู่
ในวัดคูหาภิมุข มีการประดิษฐ์ท่าราให้สอดคล้องกับทานองเพลงและสร้างสรรค์ให้มีความแปลกใหม่
การเช่อื มทา่ เลือกลีลาของท่าราให้ดูมีความสอดคล้องและสวยงาม เช่น ท่าเดินท่าแต่งตัว ท่าเตรียมตัว
ท่าการเตรียมประทีป การกราบไหว้บูชา การสารวม และท่าทางที่สื่อถึงความสุข สนุกสนานของ
ชาวบ้าน ซง่ึ ทา่ ราตอ้ งมีความกลมกลืนและสอดคล้องกบั การแปรแถว ซง่ึ ต้องเกิดความแปลกใหม่ มีลีลา
การ เคล่ือนไหวเป็นไปด้วยความนุ่มนวล ไม่ซับซ้อน และดูสอดคล้องกับรูปแบบการแสดงชุดน้ีมีการ
ออกแบบการแต่งกายโดยศึกษาข้อมูลเครื่องแต่งกายของชาวบ้านภาคใต้ ออกแบบการแต่งกายของ
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์” มีการนามาประยุกต์ให้
เป็น แบบสมัยใหม่ออกแบบชุดให้มีความผสมผสานกับดั้งแบบเดิม การใช้สีของเคร่ืองแต่งกายก็จะมี
สีสนั มากกว่าของดั้งเดิมที่มีสีพื้นเรียบ ๆ เช่น การใช้ผ้า การเลือกสีของเสื้อผ้า เป็นต้น มีเครื่องประดับ
ศีรษะ และดอกไม้ประดับ เคร่ืองประดับอ่ืน ๆ คือ สร้อยคอ กาไรข้อมือ ต่างหู เข็มขัด โดยนาฏศิลป์
สร้างสรรคช์ ุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพทุ ธไสยพทุ ธไสยาสน์” น้ี สามารถแสดงได้ในงานประเพณี
ของตาบล หน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัดยะลา หรือแสดงในโอกาสท่ัวไป เช่น งานมงคลต่าง ๆ หรืองาน
รน่ื เรงิ งานประเพณีต่าง ๆ ได้ การแสดงนาฏศิลปส์ ร้างสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสย
พุทธไสยาสน์” นี้ สามารถแสดงได้ในงานประเพณี ของตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง จังหวัดยะลา หรือ
แสดงในโอกาสท่ัวไป เช่น งานมงคลตา่ ง ๆ หรืองาน ร่ืนเรงิ งานประเพณี การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์

12

ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์” นี้ สามารถเป็นต้นแบบในศิลปะการแสดง
พื้นเมืองภาคใต้ได้ เพราะสื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถ่ิน ของชาวบ้านที่นับถือ
ศาสนาพุทธในแถบภาคใต้ตอนล่างได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามการแสดงชุดนี้ สามารถปรับเปล่ียน
จานวนนักแสดง รูปแบบการแปรแถวได้ตามความเหมาะสม โดยท่ีท่ารายังคง เหมือนเดิม ซึ่งข้ึนอยู่กับ
สถานท่ีและโอกาสท่ีแสดงอย่างไรก็ตามนาฏศิลป์สร้างสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสย
พทุ ธไสยาสน์” นี้ สามารถเป็นต้นแบบให้แก่บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการจะศึกษา อนุรักษ์
สบื ทอดและเผยแพรท่ างดา้ นศลิ ปะการแสดงพืน้ เมืองภาคใตต้ ่อไปได้

อภิปรายผล จากการศึกษารวบรวมขอ้ มลู ในการสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์สร้างสรรค์ชุด “ระบา
ประทปี วนั ทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์” พบประเด็นตา่ ง ๆ ท่ีสาคัญ จงึ นามาอภปิ รายผลดังนี้

ประเด็นที่ 1 การสร้างสรรค์และบันทึกผลงานนาฏศิลป์ การสร้างสรรค์และบันทึกผลงาน
สร้างสรรค์นาฏศิลป์ สามารถกระทาได้หลายวิธี ท้ังการจด บันทึก บอกเล่า บันทึกภาพ เสียง ในทาง
การศึกษาวิชานาฏศิลป์นิยมบันทึกผลงานการสร้างสรรค์โดย รูปแบบการวิจัย ที่เรียกว่าการวิจัยเชิง
สร้างสรรค์ เป็นส่ิงท่ีผู้สร้างสรรค์สามารถอธิบาย หลักการ แนวคิดใน การสร้างสรรค์งานได้อย่างเป็น
ระบบ ท้ังน้ีการวิจัยเชิงสร้างสรรค์เป็นหลักฐานแสดงให้เห็น ถึง การศึกษา การรวบรวมข้อมูลท่ีสาคัญ
เป็นองค์ความรู้เชิงประจักษ์ท่ีสามารถอธิบาย ถ่ายทอดได้ และยังแสดงให้เห็นว่าวิชานาฏศิลป์เป็น
ศาสตร์หนึ่งที่สาคัญต่อการพัฒนามนุษย์ พัฒนาชาติ มีคุณค่า ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การ
สร้างสรรค์ผลงานนาฏศิลป์ เป็นการออกแบบด้านความคิด สร้างสรรค์ เป็นงานท่ีอาศัยความรู้พื้นฐาน
ของผู้สร้างสรรค์ซึ่งต้องมีทักษะความรู้ของนาฏศิลป์ในแต่ละ ประเภทเป็นเบ้ืองต้น และยังคงต้องมี
แนวคดิ การสรา้ งสรรค์ตามหลักการทีว่ างรปู แบบของงานไวอ้ ยา่ ง ละเอยี ด จงึ จะสามารถ สร้างสรรค์งาน
ให้ออกมาตรงกับแนวคดิ หลกั ได้อย่างไมห่ ลงประเดน็ การเลือก รปู แบบของงานนาฏศิลป์เป็นส่ิงสาคัญท่ี
จะทาให้งานออกมามีคุณลักษณะท่ีโดดเด่น ผู้สร้างสรรค์ ผลงานจึงต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ
ประสบการณ์ในการออกแบบสร้างสรรค์ เพ่ือให้ตรงตาม วัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์ท่าทาง การ
เคลื่อนไหว ซ่ึงต้องทาการศึกษาเร่ืองราว ความเป็นมา เน้ือหา ตลอดจนการกาหนดการสร้างสรรค์งาน
อย่างเป็นระบบ จึงจะทาให้งานสร้างสรรค์น้ัน ๆ เกิด ความน่าสนใจ และมีคุณภาพ งานสร้างสรรค์
ผลงานทางศิลปะจัดว่าเป็นศาสตร์ หนึ่งท่ีเกิดจากการ ส่ังสมประสบการณ์ ความรู้ความชานาญใน
ศาสตร์วิชาชีพเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างสรรค์ ผลงานด้านนาฏศิลป์จาเป็นต้องอาศัยความรู้
จากศิลปะหลายประเภทในการสร้างสรรค์ผลงานให้เกิด รูปแบบใหม่ โดยสะท้อนถึงแนวคิด ปรัชญา
ของผูส้ ร้างสรรค์ผลงานอนั เป็นประโยชน์ต่อการอนุรกั ษ์ 64 ดา้ นศิลปวฒั นธรรมของชาติ อย่างไรก็ตาม
ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดท่ีช่วยส่งเสริมให้ความ เป็นอยู่ของมนุษย์ดีข้ึน ช่วยให้มีผลิตผลใหม่ ๆ
ตราบใดท่ีมนุษย์ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตราบนั้น ความก้าวหน้าในชีวิตก็จะดาเนินต่อไปอย่างไม่หยุดย้ัง
สอดคล้องกับ ณัฐภา นาฏยนาวิน (2558:29) ได้ทางาน วิจัยเร่ืองการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ ชุดทาส
ศึกษาพบว่า นาฏศิลป์สร้างสรรค์ คือ จินตนาการ ทางความคิดของแต่ละบุคคลที่จะนาเสนอความคิด
ข้อความของสารท่ีจะถ่ายทอดออกมาในผลงาน การแสดงได้อย่างอิสระ ซ่ึงจินตนาการทางความคิด
เหล่าน้ีข้ึนอยู่กับผู้สร้างงานอีกเช่นเดียวกันว่าจะมี แนวคิดจินตนาการมากน้อยเพียงใด ท่ีจะนามา
ออกแบบการแสดงขึ้นใหม่ ส่ิงเหล่านี้ล้วนเป็นการ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ ซึ่งการคิดสร้างสรรค์งาน
นาฏศิลป์ข้ึนมาใหม่นั้น จาเป็นต้องศึกษาเอกลักษณ์ ลักษณะแนวคิดของศิลปินท้ังในและต่างประเทศ

13

เพือ่ เปน็ งองคค์ วามรนู้ าไปเป็นเครื่องมือในการจุด ประกายความคิดให้มีความสร้างสรรค์และแปลกใหม่
ออกไป หรือนามาผสมผสานบูรณาการร่วมกัน ให้เกดิ งานสรา้ งสรรค์ชนิ้ ใหม่ข้นึ

ประเด็นที่ 2 ศิลปะการแสดงกับวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถ่ิน วิถีชีวิต
ประเพณีวฒั นธรรม และภมู ิปัญญาท้องถ่นิ นัน้ มคี วามสมั พนั ธก์ ับศิลปะการแสดง จากการศึกษาพบว่า ท่ี
วัดคหู าภิมุขน้ีมีการนาศิลปะการแสดงมาเก่ียวข้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อของ ชาวบ้าน คือ การแก้บน
ดว้ ยหนงั ตะลงุ โดยมีการจ้างคณะหนงั ตะลงุ มาแสดงที่วดั คูหาภิมุข ปีเว้นปี เพ่ือให้หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข
ปลอดภัยแคลว้ คลาดจากภยั อันตรายใด ๆ ทงั้ ปวง และนอกจากน้ีในวัด คูหาภิมุข ยังมีตลาดต้องชม แล
ผาหนา้ ถ้า และสง่ิ สาคัญท่สี ุดคอื มกี ารผสมผสานระหว่างชาวบา้ น ไทยพทุ ธ และมุสลิม ซ่ึงช่วยกันพัฒนา
จากอดีตถึงปัจจุบัน เป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านตาบลหน้า ถ้า ชาวบ้านในทุกหมู่บ้าน ก็ได้มา
ร่วมกันพัฒนาตลาดเริ่มด้วยการสร้างอัตลักษณ์ อาหารท้องถิ่น อาหารพ้ืนบ้าน มีการแสดง
ศิลปวฒั นธรรมของชาวบ้าน นักเรยี นและนักศึกษา เพ่ือดึงดูดให้ นักท่องเที่ยวมาเท่ียวชมตลาดดังกล่าว
ซึ่งจะเห็นได้ว่า วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมท้องถ่ินนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับศิลปะการแสดง
ในประเภทต่าง ๆ เน่ืองจากในปัจจุบันรูปแบบของ ศิลปะการแสดงจะมีเน้ือหาส่ือให้เห็นถึงวิถีชีวิต
ความเป็นอยู่ คติความเช่ือ อาชีพ วัฒนธรรมประเพณี ของท้องถ่ินนั้น ๆ เพ่ือเป็นการอนุรักษ์และสืบ
ทอด รวมถึงเผยแพร่ความเป็นท้องถิ่นให้คนผู้คนได้รับรู้ และเข้าใจมากขึ้น ซ่ึงในทางการศึกษาด้าน
นาฏศิลป์ ก็มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะการแสดงท่ี เกี่ยวกับวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น โดยผู้สร้างสรรค์ผลงานต้องเรียนรู้ และเข้าใจบริบทต่าง ๆ และต้องคานึงถึงความเป็น
เอกลักษณข์ องทอ้ งถน่ิ นาเอาวฒั นธรรมเขา้ มา ประยุกต์ใช้ กับรูปแบบ และบทบาทต่าง ๆ ในการแสดง
สามารถทาให้ผู้ชมเกิดจิตนาการ และเข้าใจ ถึงจุดมุ่งหมายของการแสดงที่เราสร้างสรรค์ได้ซ่ึงถือเป็น
การอนุรักษ์และสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาของท้องถิ่นน้ัน ๆ ได้อีกรูปแบบหนึ่ง
สอดคลอ้ งกบั กาญจนารัศม์ิแจม่ ฟา้ (2559: 2) ไดท้ างานวจิ ยั เรอื่ งราโทน ศึกษาพบว่า ภูมิปัญญาท่ีเป็น
มรดกทางวัฒนธรรมอย่างหน่ึงคือนาฏศิลป์ 65 ที่มีการอนุรักษ์ของเก่าให้ดารงอยู่ และฟ้ืนฟู ดัดแปลง
ประดษิ ฐค์ ิดคน้ ขน้ึ ใหม่ เพ่ือให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับวิถีชีวิต สังคม และสภาพแวดล้อมของแต่ละ
ท้องถ่ินในปัจจุบัน นอกจากน้ีนาฏศิลป์ ยังแสดงถึงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ สะท้อนให้เห็น
ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ ความรู้ความสามารถ และสะท้อนถึงลักษณะของสังคมไทยที่
แตกต่างจากชนชาติอ่ืน ๆ คือมุ่งเน้น ถึงลักษณะการแสดงที่ประณีตวิจิตรงดงามมีลีลาอ่อนช้อยตาม
แบบอย่างของไทย ซึ่งศิลปะการแสดง ของไทยน้ันมีรูปแบบที่หลากหลาย ท้ังการแสดงในราชสานักท่ีมี
ความเปน็ แบบแผนงดงาม และการ แสดงพนื้ บ้านท่สี ะท้อนถึงความเป็นวิถีชีวิตของคนไทย มีเอกลักษณ์
ทแ่ี ตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้านนี้มีรูปแบบท่ีหลากหลายทั้งระบา รา ฟ้อน และ
การละเล่นต่าง ๆ ของชาวบ้าน ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา มีการร้อง รา ทาเพลง ซึ่งในสมัยโบราณถือเป็น
การละเลน่ ยังไม่นบั เป็นการแสดง ทใี่ หค้ วามสนกุ สนานเพลิดเพลิน เสริมสร้างความสามัคคี และยังเป็น
วฒั นธรรมที่มีคุณค่าสงู สง่ ของไทย

ขอ้ เสนอแนะและการนาไปใช้ประโยชน์
1) องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับวัดคูหาภิมุข และวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม ของตาบลหน้าถ้า
อาเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้รับการสืบค้นและรวบรวม ในลักษณะผลงานวิชาการที่สามารถเผยแพร่
ใหแ้ กผ่ ู้ทสี่ นใจ นิสติ นกั ศึกษา นกั วชิ าการ นาความรู้ไปใช้ในการอา้ งองิ เชงิ วชิ าการ
2) นาฏศิลป์สร้างสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์” ได้เป็น
ผลงานวจิ ยั สร้างสรรคข์ น้ึ มาใหม่ สามารถนาไปถา่ ยทอดให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และการจัดการแสดง

14

เพ่ือให้สังคมได้ตระหนักถึง คุณค่าในศาสตร์ทางด้านนาฏศิลป์และส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ เพื่อสืบสาน
ดา้ นนาฏศลิ ปต์ อ่ ไปนาไปสู่ การอนรุ ักษท์ ีย่ ่ังยืน

3) นาฏศิลป์สรา้ งสรรค์ชุด “ระบาประทีปวันทา บูชาพระพุทธไสยพุทธไสยาสน์” ช่วยส่งเสริม
การท่องเท่ียวของวัดคูหาภิมุข และวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม ของตาบลหน้าถ้า อาเภอเมือง
จงั หวดั ยะลา

ปญั หา อุปสรรค
นักเรียนมีเวลาในการฝึกซ้อมน้อยเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ และความยากลาบากใน
การเดนิ ทางของนกั เรียนในวนั หยุดเน่ืองจากบา้ นไกลจากโรงเรยี น
ข้อเสนอแนะ
ควรมเี วลาในการฝึกซอ้ มมากกวา่ เดมิ

บรรณานกุ รม

16

บรรณานุกรม

กระทรวงวัฒนธรรม. วดั คูหาภิมุข. สืบค้นจาก https://www.m-culture.go.th
กาญจนารัศม์ิ แจม่ ฟา้ . ราโทน. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาศิลปมหาบัณฑติ สาขาวชิ านาฏศลิ ป์ไทย
สถาบันบณั ฑิตพฒั นศิลป์. 2559.
ขา่ วภาคใต.้ พิธีแห่ผ้าหม่ พระนอนศรวี ชิ ัยทีว่ ัดถา้ คหู าภิมุข ช่วงสงกรานต์เมืองยะลา. สบื คน้ จาก
https://mgronline.com/south/detail/9610000036827 จงั หวดั ยะลา, สานกั งาน. จงั หวดั
ยะลา, 2546.
ฉวีวรรณ ขจรประศาสน์. การแตง่ กายของไทย สมยั ศรีวิชยั . สบื ค้นจาก
http://www.thaitopwedding.com/Misc/dress_history-4.html พฤษภาคม 2563.
ณัฐภา นาฏยนาวนิ . การสรา้ งสรรคน์ าฏศิลป์ ชุดทาส. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาศิลปกรรมศาสตร
ดุษฎบี ณั ฑิต. สาขาวิชาศลิ ปกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. 2558
สุมติ ร เทพวงษ์. นาฎศลิ ป์ไทย นาฎศลิปส์ าหรบั ครปู ระถมและมธั ยม. กรงุ เทพฯ : โอเดียนส
โตร์. 2541.
สรุ พล วริ ฬุ ลักษณ์. หลกั การแสดงนาฏศลิ ปป์ ริทรรศน์.พิมพ์ครัง้ ที่1. กรุงเทพฯ:สานักพิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2547.

ภาคผนวก

18

วางแผนประชุมปรกึ ษาหารือการคิดหวั ห้อเร่อื ง

19

ออกแบบทา่ รา


Click to View FlipBook Version