แบบรายงาน
รายงานผลโครงงาน
เรื่อง
อิฐบลอ็ กจากผักตบชวา
ชื่อผทู้ ำโครงงาน นายธีระพงศ์ สิงห์ซอม
ชือ่ ผู้ทำโครงงาน นายจีรทีปต์ สีหะวงษ์
ช่ือผู้ทำโครงงาน นายอดศิ ร ศรีวเิ ศษ
ประจำปีการศึกษา 2/2564
ปพี ทุ ธศักราช 2564 – 2565
แผนกวิชาปโิ ตรเคมี วทิ ยาลัยเทคนิคระยอง
อาชวี ศึกษาจังหวดั ระยอง
สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา
กระทรวงศึกษาธกิ า
ก
หวั ขอ้ วจิ ยั อฐิ บลอ็ กจากผักตบชวา
ผดู้ ำเนินการวจิ ัย นายธีระพงศ์ สิงห์ซอม นายจีรทีปต์ สีหะวงษ์ นายอดิศร ศรีวเิ ศษ
ทปี่ รกึ ษา นางสาวนชิ าวติ า วาสนาม
หน่วยงาน หมวดวชิ าวทิ ยาศาสตร์ วทิ ยาลยั เทคนิคระยอง
ปี พ.ศ. 2564
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำผักตบชวาที่มีอยู่ในท้องถ่ินของจังหวัดระยองมาแปรรูปเป็นอิฐบล็อกจาก
ผกั ตบชวา และเพ่อื ศกึ ษาความพึงพอใจของผใู้ ช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวา
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ จำนวน 3 คน และ
นักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.2/1,2/2 ครูแผนกปิโตรเคมี และนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง
วทิ ยาลัยเทคนคิ ระยอง จำนวน 30 คน ใชว้ ิธีการสุม่ ตัวอยา่ งแบบงา่ ย (Simple Random Sampling)
เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการวิจัย แบบสมั ภาษณ์ แบบสอบถาม
สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นงานวิจยั สถิตพิ รรณนา และสถิติอา้ งองิ
บทคัดย่อ
การวิจัยในคร้งั นม้ี ีวตั ถุประสงค์ของการวิจยั คือ เพอื่ นำผักตบชวาทีม่ ีอยู่ในท้องถ่ินของจังหวัดระยองมา
แปรรูปเป็นอิฐบล็อกจากผักตบชวา และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวา ข้อมูล
ที่ได้จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คน ในการออกแบบและการผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา ความ
คิดเห็นสอดคล้อง มีค่าดัชนีความสอดคล้อง(IOC) เท่ากับ 0.75 ในด้านประสิทธิภาพของอิฐบล็อกจาก
ผักตบชวา ความคิดเห็นสอดคล้อง มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 1.00 ข้อมูลที่ได้จากการประเมิน
ของผู้เชยี่ วชาญ ในการทำอฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา สตู รที่1 สูตรที่ 2 สตู รท่ี 3 และบรรจภุ ณั ฑ์ สตู รที่ 1 เปน็ สูตร
ที่ดีที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( X = 8 ) การวิจัยตอนที่ 1 พบว่า ขนาดที่เหมาะสมของอิฐบล็อกจากผักตบชวา กว้าง 10
ซม. ยาว 20 ซม. สีเทา รปู ทรงส่เี หลีย่ มผืนผ้า ความแขง็ แรงแขง็ มาก ในการผลติ อฐิ บล็อกจากผักตบชวา สตู รที่
1,2 และ 3 พบว่าสูตรที่ 1 มีคุณลักษณะที่ดีที่สุด คือ ขนาด กว้าง 10 ซม. ยาว 20 ซม. สีเทา รูปทรง
ข
สี่เหลี่ยมผืนผ้า ความแข็งแรงแข็งมาก การวิจัยตอนที่ 2 พบว่า ขนาดที่เหมาะสมของผักตบชวา ขนาดของอิ
บบลอ็ กจากผกั ตบชวา กวา้ ง 10 ซม. ยาว 20 ซม. กว้าง 12 ซม. ยาว 22 ซม. และกว้าง 12 ซม. ยาว 10 ซม.
พบว่าขนาดดีที่สุดของอิบบล็อกจากผักตบชวา คือ กว้าง 10 ซม. ยาว 20 ซม. การวิจัยตอนที่ 3
พบว่า เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวาพบว่า จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษา
แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.2/1,2/2 ครูแผนกปิโตรเคมี และนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง จำนวน 30 คน จำแนกตามเพศ พบว่า เพศกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ
50 และเพศชาย จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 จำแนกตามอายุ พบว่า อายุกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อายุ
18-23 ปี จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 จำแนกตามตำแหน่ง พบว่า ตำแหน่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็น
นักศึกษาแผนกปิโตรเคมี จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจาก
ผักตบชวา โดยรวมค่าเฉลีย่ อยู่ในระดบั มาก ( X = 4.3 ) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ความแข็งแรง มีค่าเฉลี่ย
( X = 4.50) สี มีค่าเฉลี่ย ( X = 4.32) รูปทรง มีค่าเฉลี่ย ( X = 4.30) และขนาด มีค่าเฉลี่ย ( X = 4.10) ได้
บรรลตุ ามสมมตุ ฐิ านทีต่ งั้ ไว้
ค
กิตตกิ รรมประกาศ
การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง อิฐบล็อกจากผกั ตบชวา ได้รับความกรณุ าอยา่ งดียิง่ จาก ครูนิชา
วิตา วาสนาม และครูปาริชาต ธนา ที่ให้ความรู้ คำปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะ และข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อ
การศึกษาคน้ คว้า ตลอดจนแก้ไขข้อบกพรอ่ งต่าง ๆ ดว้ ยความเอาใจใส่ ใหค้ วามช่วยเหลือในการทำโครงงานแก่
คณะผู้จัดทำโครงงานมาโดยตลอด และคุณครูทุกท่านที่กรุณาสละเวลาให้คำแนะนำ จนทำให้โครงงานฉบับน้ี
สำเรจ็ ลลุ ่วงไดอ้ ย่างเรยี บรอ้ ย สมบูรณ์
ขอขอบคุณผู้อำนวยการ ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง คณะครูหมวดวิชาวิทยาศาสตร์วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง ที่ให้ความช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการทำโครงงาน ขอขอบคุณบิดา มารดา พี่น้อง และเพื่อนๆ
พี่ๆ ชาววิทยาลัยเทคนิคระยอง ทคี่ อยใหก้ ำลงั ใจในการทำโครงงานในครั้งน้เี สมอมา
คณะผูจ้ ัดทำ
นายธรี ะพงศ์ สิงหซ์ อม
นายจีรทีปต์ สีหะวงษ์
นายอดิศร ศรวี ิเศษ
สารบญั ง
เร่อื ง หน้า
ก
บทคัดยอ่
บทคดั ยอ่ (ตอ่ ) ข
กิตตกิ รรมประกาศ
สารบญั ค
สารบัญ (ต่อ) ง
สารบัญตาราง จ
สารบญั รูปภาพ ฉ
บทที่ 1 บทนำ ช
1.1 ความเป็นมาและความสำคัญ 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของโครงงาน 1
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1
1.4 สมมติฐาน 2
1.5 คำจำกดั ความทใี่ ช้ในงานวจิ ยั 2
1.6 ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รบั 2
1.7 ตวั อยา่ งภาพประกอบ 3
บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กีย่ วของ
2.1 ผักตบชวา 4
2.2 ปนู ซเี มนต์ 5
2.3 ทรายละเอยี ด 6
2.4 นำ้ 6
2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวขอ้ ง 7
สารบญั (ตอ่ ) จ
เร่อื ง
หน้า
บทที่ 3 อุปกรณแ์ ละวิธกี ารศกึ ษาคน้ คว้า
3.1 วสั ดอุ ุปกรณ์ 9
3.2 ขนั้ ตอนและวิธีการดำเนินงาน 10
บทท่ี 4 ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ 13
4.1 การนำเสนอผลการศึกษาคน้ คว้า
22
บทที่ 5 สรุป และอภิปรายผลการศกึ ษาค้นควา้ 22
5.1 สรุปผลการทดลอง 23
5.2 อภิปรายผลการศึกษาค้นควา้ 23
5.3 ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รบั 24
5.4 ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ยั ครั้งต่อไป 25
บรรณานกุ รรม
ภาคผนวก
ฉ
สารบญั ตาราง หนา้
2
เรื่อง 13
ตารางท่ี 1.1 แสดงขั้นตอนการดำเนินงาน 14
ตารางที่ 4.1.1 แสดงคุณลกั ษณะการศึกษาขนาดทเี่ หมาะสมของผกั ตบชวา 1 กิโลกรัม ตอ่ น้ำ 500 16
18
มิลลลิ ติ ร ในการผลิตอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา
ตารางท่ี 4.1.2 แสดงคะแนนเฉลย่ี ท่ีไดจ้ ากการทดสอบทางประสาทสมั ผสั ด้วยวธิ ี Hedonic scale 9 18
ระดับ 19
ตารางท่ี 4.1.3 แสดงคะแนนเฉล่ียทไ่ี ดจ้ ากการทดสอบทางประสาทสัมผัสดว้ ยวธิ ี Hedonic scale 9
20
ระดบั เพ่อื เปรียบเทียบอฐิ บลอ็ กจากผกั ตบชวา กบั อฐิ บล็อกตามท้องตลาด
ตารางท่ี 4.1.4 แสดงจำนวนและรอ้ ยละของนกั ศึกษา แผนกวิชาปโิ ตรเคมี ระดบั ปวส.2/1,2/2 ครู
แผนกวชิ าปโิ ตรเคมีวิทยาลยั เทคนิคระยอง และนกั ศึกษาแผนกชา่ งก่อสรา้ ง จำนวน
30 คน ท่ีเป็นกลมุ่ ตัวอยา่ ง จำแนกตามเพศ
ตารางที่ 4.1.5 แสดงจำนวนและร้อยละของนกั ศกึ ษา แผนกวิชาปโิ ตรเคมี ระดับ ปวส.2/1,2/2 ครู
แผนกวิชาปโิ ตรเคมีวิทยาลัยเทคนิคระยอง และนกั ศกึ ษาแผนกชา่ งกอ่ สร้าง จำนวน
30 คน ทเ่ี ป็น กลมุ่ ตัวอย่าง จำแนกตามอายุ
ตารางที่ 4.1.6 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศกึ ษา แผนกวชิ าปิโตรเคมี ระดับ ปวส.2/1,2/2 ครู
แผนกวชิ าปโิ ตรเคมีวทิ ยาลยั เทคนิคระยอง และนกั ศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง จำนวน
30 คน ทีเ่ ปน็ กลมุ่ ตัวอย่าง จำแนกตามตำแหน่ง
ตารางที่ 4.1.7 แสดงค่าเฉล่ยี ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดบั ความพึงพอใจของผใู้ ชอ้ ฐิ บลอ็ กจาก
ผักตบชวา
ช
สารบญั รปู ภาพ หนา้
3
เรื่อง 5
5
ภาพที่ 1.1 แสดงตัวอย่างภาพอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา 6
ภาพท่ี 2.1 แสดงผักตบชวา 15
ภาพท่ี 2.2 แสดงปนู ซเี มนต์ 17
ภาพท่ี 2.3 แสดงทรายละเอียด
ภาพที่ 2.4 แสดงน้ำ 21
ภาพที่ 4.2.1 แสดงคะแนนเฉลี่ยท่ีไดจ้ ากการทดสอบประสาทสมั ผัสด้วยวธิ ี Hedonic scale
9 ระดับ
ภาพท่ี 4.2.2 แสดงคะแนนเฉล่ยี ทไ่ี ด้จากการทดสอบประสาทสมั ผสั ดว้ ยวธิ ี Hedonic scale 9
ระดบั เพ่อื เปรยี บเทียบคุณลกั ษณะของอิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวา กบั อฐิ บล็อกตาม
ท้องตลาด
ภาพที่ 4.3.1 แสดงคะแนนเฉลยี่ ระดบั ความพงึ พอใจของผใู้ ชอ้ ิฐบล็อกจากผักตบชวา
บทที่ 1
บทนำ
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั
ในอดีตการสร้างบ้านเรือนนิยมใช้ไม้มาทำเป็นวัสดุก่อสร้างเพราะหาได้ง่ายและราคาไม่แพง แต่ใน
ปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้เริ่มลดน้อยลงและเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน การก่อสร้างบ้านเรือนจึงหันมา
ใช้อิฐบล็อกและคอนกรีตซึ่งมีราคาถูกกว่าและหาได้ง่าย สามารถทดแทนการใช้ไม้ได้เป็นอย่างดีและยังช่วยลด
ภาวะโลกร้อน ลดการตดั ไมท้ ำลายปา่ ได้
อิฐบล็อกจากผกั ตบชวา เปน็ วัสดุที่ใช้ผลติ ไดง้ า่ ยไม่ซบั ซ้อน ในปจั จุบนั มีผู้เล็งเห็นคณุ ค่าและนำผักตบชวา
มาใช้ประโยชน์ เช่น การทำเครื่องจักรสาน เฟอร์นิเจอร์ แผ่นซับเสียง ตลอดจนได้มีการทำการวิจัย ทดสอบ
คุณสมบัตใิ นด้านต่าง ๆ ซึง่ ผลทดสอบพบวา่ ผกั ตบชวามีคุณสมบัตเิ ปน็ ฉนวนทนความร้อนที่ดี จึงมีแนวโนม้ ที่จะ
นำมาเป็นวัสดุผสมในการทำอิฐบล็อกได้ เนื่องจากขนาดของเส้นใยผักตบชวามีขนาดเล็ก มีลักษณะอ่อนน่ิม
และละเอียด ประสานกบั สว่ นผสมอื่น ๆ ได้ดี ทำให้สามารถกนั ความร้อนไมใ่ หผ้ า่ นออกมาอีกดา้ นได้ ผักตบชวา
เป็นวัสดุธรรมชาตทิ ี่หาได้ง่ายและมอี ยู่ทั่วไปตามแม่น้ำลำคลอง อีกทั้งการขยายพันธุ์ของผักตบชวายังทำได้ง่าย
ทำให้มีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นขยะวัชพืช ทำให้เกิดอุปสรรคกีดขวางทางระบายน้ ำ คณะ
ผู้จัดทำโครงงานมีมุมมองว่าในการทำชิ้นงานอิฐบล็อกจากผักตบชวาขึ้นมานี้ เพื่อให้เป็นวัสดุทางเลือกในการ
นำไปกอ่ สรา้ งบา้ นเรอื น การใชใ้ นการทำสวนยอ่ ม หรอื ส่งิ กอ่ สรา้ งอื่นได้อีกดว้ ย
ดังนั้นคณะผู้จัดทำโครงงานเล็งเห็นความสำคัญในการทำชิ้นงานอิฐบล็อกจากผักตบชวา สามารถทำได้
งา่ ยใชอ้ ปุ กรณแ์ ละตน้ ทุนในการผลิตที่ต่ำ โดยใชห้ ลักการทางวทิ ยาศาสตร์ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็น
แนวทางในการปฏิบัตงิ านจนสำเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน
1.2.1 เพอื่ นำผักตบชวาทม่ี ีอย่ใู นทอ้ งถิ่นของจงั หวดั ระยองมาแปรรปู เป็นอิฐบลอ็ กจากผักตบชวา
1.2.2 เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจของผใู้ ช้ทีม่ ตี ่ออิฐบลอ็ กจากผักตบชวา
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
1.3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา ประชุมวางแผนดำเนินงาน เลือกใช้องค์ความรู้และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยใน
การออกแบบและผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา สารตั้งต้นที่ใช้ทำอิฐบล็อกจากผักตบชวา ได้แก่ ผักตบชวา
ปูนซีเมนต์ ทรายละเอียด ส่วนผสม ได้แก่ น้ำ ดำเนินการจากองค์ความรู้ การศึกษาค้นคว้าที่สามารถทำให้อิฐ
บลอ็ กจากผักตบชวามีประสทิ ธภิ าพ และปลอดภัยตอ่ ผูใ้ ช้งาน
1.3.2 ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และ
ประสบการณ์ จำนวน 3 คน และนกั ศึกษา แผนกวิชาปโิ ตรเคมี ระดบั ปวส.2/1,2 วิทยาลัยเทคนคิ ระยอง
จำนวน 30 คน ใช้วธิ กี ารสมุ่ ตวั อย่างแบบงา่ ย (Simple Random Sampling)
2
1.4 สมมติฐาน
1.4.1 ถ้าปริมาณที่เหมาะสมของปูนซีเมนต์ มีผลต่อความทนทนของอิฐบล็อกจากผักตบชวาแล้ว ดังนั้น
เมือ่ ปรมิ าณท่ีเหมะสมของปูนซีเมนตท์ ีแ่ ตกตา่ งกนั จะไดอ้ ฐิ บล็อกจากผกั ตบชวาทมี่ ีคณุ ลักษณะแตกต่างกนั
1.4.2 เพ่อื เปรยี บเทยี บคุณลกั ษณะของอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา กับอฐิ บลอ็ กตามท้องตลาด
1.4.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจตามความคิดเห็นของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวาอยู่ในระดับ
คุณภาพดี
1.5 คำจำกดั ความทใ่ี ช้ในการวิจยั
1.5.1 อิฐบล็อกจากผักตบชวา หมายถึง เป็นอิฐบล็อกอเนกประสงค์ ที่มีลักษณะน้ำหนักเบา รูปทรง
สี่เหล่ยี ม ขนาด กว้าง 10 cm ยาว 20 cm ลกึ 6 cm
1.5.2 อิฐบล็อก หมายถึง อิฐบล็อก เป็นอิฐบล็อกที่ทำจากส่วนผสมระหว่าง ปูนซีเมนต์ กับ ทราย เป็น
วัสดุอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง เนื่องจากมีราคาถูกมาก เมื่อเทียบกับอิฐชนิดอื่นๆ จึงเหมาะกับการ
ก่อสร้าง อาคาร โกดัง โรงงาน ที่ต้องการประหยัดงบประมาณและต้องการให้งานเสร็จไว เพราะ อิฐบล็อก มี
ขนาดใหญ่ จึงก่อสรา้ งไดส้ ะดวก รวดเร็ว
1.5.3 ผกั ตบชวา หมายถงึ ใบผกั ตบชวา ใบเปน็ ใบเด่ียว แตกจากลำตน้ เปน็ กอ โคนกา้ นใบแผเ่ ปน็ กาบหมุ้
ประกนั ไว้ ใบจะป่องออก เพ่อื ชว่ ยใหล้ อยตวั อยู่นำ้ ได้ ใบเป็นรูปไข่หรอื เกอื บกลม ก้านใบอวบนำตรงกลาง
พองออก ภายในเป็นชอ่ งอากาศคล้ายกับฟองน้ำจงึ ชว่ ยพยุงลำตน้ ใหล้ อยน้ำได้ ลกั ษณะของใบจะคลา้ ยกับใบ
โพธ์ิ แตข่ นาดของใบจะกวา้ งกวา่ และปลายใบจะปา้ นเล็กนอ้ ย ใบมีขนาดกวา้ งใหญ่ รูปรา่ งคอ่ นข้างกลม ปลาย
ใบมน โคนใบเวา้ เขา้ หากา้ นใบ มหี ูใบ ขนาดของใบและความยาวของกา้ นจะข้นึ อยกู่ บั สภาพแวดล้อม แผ่นใบ
เปน็ สีเขียวสด มลี ายเส้นโคง้ ทงั้ ใบ ใบสดจะประกอบไปด้วยสารแคโรทีนในปรมิ าณท่ีคอ่ นข้างสูง
1.5.4 ปูนซีเมนต์ หมายถึง วัสดุใช้ในการก่อสร้างชนิดหนึ่ง ลักษณะเป็นผง เมื่อผสมคลุกกับน้ำแล้วทิ้งไว้
จะเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมเี ปน็ ผลใหเ้ กดิ การกอ่ ตวั และแข็งตวั ได้
1.6 ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ
1.6.1 สามารถผลติ อฐิ บลอ็ กจากจากผกั ตบชวาได้
1.6.2 ได้เรียนรู้กรรมวิธกี ารผลิตอฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา และนำความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปเผยแพร่ใหค้ นในชมุ ชน
3
ตารางที่ 1.1 แสดงข้นั ตอนการดำเนินงาน
1.7 ตวั อยา่ งภาพประกอบอฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา ดงั ภาพท1่ี .1
ภาพที่1.1 แสดงตวั อยา่ งภาพอฐิ บล็อกจากผักตบชวา
บทที่ 2
เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ในการศึกษาการทําโครงการ เรื่อง อิฐบล็อกจากผักตบชวา เพื่อให้โครงการบรรลุตามจุดมุ่งหมายของ
การศึกษาค้นคว้า คณะผู้จัดทําโครงงานได้ศึกษาเอกสาร แนวคิดทฤษฏีต่างๆ ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เพอ่ื ใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจในหลักการ ท่มี ีส่วนเกี่ยวขอ้ งกับโครงการดังเอกสารและรายงานวจิ ัยในหัวข้อต่าง ๆ
ดังน้ี
2.1 ผกั ตบชวา
2.2 ปนู ซเี มนต์
2.3 ทรายละเอยี ด
2.4 นำ้
2.5 งานวิจัยท่ีเก่ยี วข้อง
2.1 ผกั ตบชวา
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ Eichhornia crassipes
ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ Water Hyacinth
ช่อื สามญั ภาษาไทย ผักตบชวา
ลักษณะทั่วไป
ผักตบชวามีลำต้นสั้นแตกใบเป็นกอลอยไปตามน้ำที่ไหล ซึ่งเกิดตามซอกใบแล้วเจริญเป็นต้นอ่อนที่ปลาย
ไหล ถ้าน้ำตื้นก็จะหยั่งรากลงดิน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่หรือเกือบกลม ก้านใบกลมอวบน้ำตรงกลางพองออก
ภายในเป็นช่องอากาศคล้ายฟองน้ำช่วยให้ลอยน้ำได้ ดอกเกิดเป็นช่อที่ปลายยอดมีดอกย่อย 3-25 ดอก สีม่วง
อ่อน มีกลีบดอก 6 กลีบ กลีบบนสุดขนาดใหญ่กว่ากลีบอื่นๆ และมีจุดเหลืองที่กลางกลีบขยายพันธุ์โดยการ
แยกตน้ ออ่ นทปี่ ลายไหลไปปลกู
ประเทศไทยเริ่มมีการกำจัดผักตบชวามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มีการออกพระราชบัญญัติสำหรับกำจัด
ผกั ตบชวา พ.ศ. 2456 ปจั จุบันมหี น่วยงานและองคก์ รตา่ งๆ ไดเ้ ขา้ มาช่วยเหลือในการกำจัด เชน่ นำไปผลิตเป็น
ของใช้ อาหารสตั ว์ ทำปุ๋ย และมีการนำแมลงมวนผกั ตบจากแหล่งกำเนดิ ทีท่ วปี อเมรกิ าใต้ เข้ามาทดลองปล่อย
ในประเทศไทย เพือ่ ควบคมุ จำนวนประชากรของผกั ตบชวา
5
ตวั อยา่ งผักตบชวา ดังภาพ 2.1
ภาพที่ 2.1 แสดงผักตบชวา
2.2 ปูนซเี มนต์
เป็นวัสดุผสานสำหรับผลิตคอนกรีต มีส่วนผสมหลักคือ หินปูนและดินเหนียว และมีผสมอื่นเช่น ซิลิก้า
อลูมินา่ สินแร่เหล็ก ยปิ ซ่ัม และสารเพิ่มพิเศษอ่นื ๆ
คณุ สมบตั ขิ องปูนซีเมนต์
1. ความละเอียด ของปูนซีเมนต์จะมีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำ การก่อตัว
การเกิด กำลังและการคายความร้อน ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ผิวโดยรอบของเม็ดปูน ซึ่ง
ตามปกติแล้วปูนซีเมนต์ที่มีน้ำหนัก เท่ากัน ปูนซีเมนต์ที่เม็ดปูนจะละเอียดกว่าจะมีพื้นผิวมากกว่าปูนซีเมนต์ท่ี
เมด็ ปนู หยาบกว่า ดังนนั้ ปูนซีเมนตท์ ลี่ ะเอียดจะสามารถทำ ปฏกิ ิรยิ ากบั นำ้ ไดเ้ รว็ กวา่ ปนู ซีเมนตห์ ยาบ
2. ความอยู่ตัว คุณสมบัติของปูนซีเมนต์ที่จะรักษาปริมาตรให้คงที่อยู่เสมอ แม้ว่าปูนซีเมนต์จะแข็งตัว
แลว้ กต็ าม ปูนซีเมนต์ทีม่ คี วามอยตู่ วั นอ้ ยหรือไม่มี จะเกดิ การท่มี ี ยิปซมั หรือ ปูนขาว
3. ระยะเวลาก่อตัว และแข็งตัว ใช้ในการเปลี่ยนสภาพจากของเหลว เป็นของแข็ง ซึ่งแบ่ง ออกได้เป็น 2
ระยะ ไดแ้ ก่ ระยะเรมิ่ กอ่ ตวั และระยะเวลากอ่ ตวั เสรจ็ ระยะเวลากอ่ ตัวน้ี จดั เป็นสิง่ จําเปน็ มากที่ผู้ใช้ปูนซเี มนต์
จะต้องทราบ เพือ่ กำหนดเวลาทำงานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ก่อนทซ่ี ีเมนตเ์ พสต์หรือคอนกรีตจะแข็ง
ตัวอยา่ งปนู ซเี มนต์ ดงั ภาพ 2.2
ภาพท่ี 2.2 แสดงปูนซเี มนต์
6
2.3 ทรายละเอยี ด
เป็นวัสดุจากธรรมชาติ เกิดจากหินที่ถูกย่อยจนมีลักษณะเป็นเม็ดละเอียด คุณสมบัติและประโยชน์ของ
ทรายร้อยละ 80 นำไปเป็นวัสดุก่อสร้าง เช่น งานคอนกรีต งานปูนก่อ งานปูนฉาบ และอื่น ๆ การนำทรายไป
ใช้ในงานก่อสร้าง หรืออื่น ๆ ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ยังขึ้นอยู่กับชนิดของทราย เช่น การใช้ทรายหยาบ หรือ
ทรายละเอยี ด และลกั ษณะของทรายท่นี ำมาใช้ในการงานกอ่ สร้าง
ทรายถือเป็นวัสดุจากธรรมชาติ ที่มีการนำมาใช้ในงานก่อสร้างมากที่สุด โดยเฉพาะทรายหยาบ
นอกจากนั้นยังมีการนำทรายบางชนิด ไปใช้ในงานอุตสาหกรรมและใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ การทำความรู้จัก
หรือเรียนรู้ลักษณะของทราย จึงสามารถเลือกใช้ประโยชน์ตามคุณสมบัติของทรายได้อย่างถูกต้อง และได้
ผลลัพธ์ตามทตี่ ้องการ
ตวั อย่างทรายละเอยี ด ดงั ภาพ 2.3
ภาพที่ 2.3 แสดงทรายละเอียด
2.4 น้ำ
เป็นสารประกอบเคมีชนิดหนึ่งมีสูตรเคมีคือ H2O โมเลกุลของน้ำประกอบด้วยออกซิเจน 1 อะตอมและ
ไฮโดรเจน 2 อะตอมเชอื่ มตดิ กนั ดว้ ยพันธะโควาเลนด์ น้ำเปน็ ของเหลวท่ีอุณหภูมแิ ละความดนั มาตรฐานแต่พบ
บนโลกที่สถานะของแข็ง (น้ำแข็ง) และสถานะแก๊ส (ไอน้ำ) น้ำยังมีในสถานะผลึกและของเหลวที่บริเวณพื้นผิว
ขอบน้ำ น้ำปกคลุม 71% บนพื้นโลก และเป็นปัจจัยต่อชีวิตน้ำบนโลก 96.5% น้ำดื่มสะอาดเป็นสิ่งจำเป็น
สำหรับมนุษยแ์ ละส่ิงมชี ีวิตอนื่ ๆ
แม้ว่าน้ำจะไม่มีแคลอลี่หรือสารอาหารที่เป็นสารประกอบอินทรีย์ใด ๆ การเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดได้
เปล่ยี นแปลงไปชว่ งหลายศตวรรษทผ่ี า่ นมาในเกือบทุกส่วนของโลก
7
ตัวอย่างน้ำ ดงั ภาพที่ 2.4
ภาพที่ 2.4 แสดงน้ำ
2.5 งานวิจยั ทเี่ ก่ยี วข้อง
อดิศร ศรีวิเศษ เพื่อศึกษาการหาส่วนผสมระหวา่ งผักตบชวา กับ ปูนซีเมนต์ ทราย และหิน โดยอาศัยผล
การ ทดสอบทางด้านความต้านทานแรงอัดเป็นตัววัดผลหาส่วนผสมที่สามารถใส่ผักตบชวาเข้าไปได้มากที่สุด
และ มีความสามารถในการต้านทานแรงอัดที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.58-2530) ท่ีกำหนดไว้ว่า ค่า
ความ ด้านทานแรงอัดเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่า 2.5 เมกะพาสคาล และความต้านทานแรงอัดแต่ละก้อนจะต้องไม่
น้อย กว่า 2.0 เมกะพาสคาล พบว่าเมื่อใส่ผักตบชวาเข้าไปในส่วนผสมคอนกรีตบล็อกจะทำให้ค่าความต้าน
แรงอัด ลงลดตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับคอนกรีตบล็อกสูตร A ซึ่งเป็นสูตรต้นแบบที่ไม่ใส่ผักตบชวา และ
เมื่อทำ การคำนวณหาความต้านแรงอัดของรูปทรงจริงที่จะมีพื้นที่หน้าตัดในการรับแรงน้อยกว่าร้อยละ 75
ของ พื้นที่หน้าตัดรวม ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.58-2530 ที่กล่าวไว้ว่าคอนกรีตบล็อกมีโพรงขนาด
ใหญ่ ทะลดุ ลอดก้อนและมีพื้นที่หนา้ ตดั สทุ ธนิ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 75 ของพื้นทห่ี นา้ ตัดรวม จะทำให้ได้ค่าความด้าน
เตรียมวัตถุดิบโดยเก็บผักตบชวาเฉพาะส่วนลำดับจากแหล่งน้ำในจังหวัดระยอง นำไปล้าง ทำความ
สะอาด ผึ่งแดดให้แห้ง จากนั้นนำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 0.1863 - 0.5 มิลลิเมตร ในส่วน ของปนู
หนิ และทราย ซอื้ จากรา้ นขายวสั ดุกอ่ สรา้ ง
ทำการทดลองหาส่วนผสมของคอนกรีตบล็อกกับผักตบชวาบดละเอียด (กำหนดให้ส่วนผสม ต้นแบบ A
มีอัตราส่วน ปูนซีเมนต์ : ทราย หิน = 1 : 3 : 5 โดยน้ำหนัก กก.) โดยแบ่งส่วนผสมในการ ทดลองออกเป็น 4
กลุ่มสตู ร ทำการใส่ผักตบชวาเขา้ ไป 25, 50, 75 และ 100 กรมั ตามลำดบั โดยกล่มุ A ทำ การใส่ผกั ตบชวา
เพิ่มเข้าไปได้แก่ A1, A2, A3, A4, กลุ่ม B แทนที่ปูนด้วยผักตบชวา ได้แก่ B1, B2, B3, B4, กลุ่ม C แทนท่ี
ทรายด้วยผักตบชวา ได้แก่ C1, C2, C3, C4 และกลุ่ม D แทนที่ดินด้วยผักตบชวา ได้แก่ DI, D2, D3 และ D4
รวมสูตรในการทดลองทั้งหมด 16 สูตร ทำการอัดขึ้นรูปคอนกรีตบล็อกขนาด ทดลอง 10x10x10 ซม. สูตรละ
3 กอ้ น เพ่อื ทดสอบหาค่าความต้านแรงอัดเมื่อครบ 28 วัน
คัดเลือกสูตรคอนกรีตบล็อกที่ผ่านเกณฑ์ค่าความต้านแรงอัดตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.58 2530
จากนั้น ทำการผลิตขึ้นรูปทรงจริงขนาด 190x390x70มิลลิเมตร โดยใช้เครื่องจักรในการผลิต และทำ การ
ทดสอบคณุ สมบตั ิในด้านความดา้ นแรงอดั ปริมาณความชนื้ ตามมาตรฐานอตุ สาหกรรม มอก.58-2530
8
กำหนด พร้อมกับผลิตแผ่นคอนกรีตขนาด 30x30x1.5 ซม.เพื่อทำการทดสอบคุณสมบัติในด้านการ นําความ
รอ้ น (k value) ตามมาตฐาน ASTM C 518
สร้างกล่องทดลองเพื่อใช้ในการทดสอบ ความสามารถในการลดความร้อนของคอนกรีตบล็อกจาก ผักตบชวา
เปรียบเทียบกับคอนกรีตบล็อกเชิงพาณิชย์ โดยการก่อ ผนังแบบจำลองและวางไว้ในทิศทางที่ได้รับแสงแดด
พร้อมทั้ง ติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูล (Datalogger และสายวัดอุณหภูมิ (Thermocuple Type-T) เข้ากับกล่อง
ทดลอง
บทที่ 3
อปุ กรณ์และวิธีการศกึ ษาคน้ ควา้
ในการทำโครงการ เรื่อง อิฐบล็อกจากผักตบชวา ครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพือ่ ศึกษาขนาดที่เหมะสมของก้าน
ใบผักตบชวาที่สับแล้ว 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา เพื่อศึกษาปริมาณ
ที่แหมะสมของปูนซีเมนต์ ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการช่วยให้ส่วนผสมของอิฐบล็อกจากผักตบชวายึดติดกัน
เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะของอิฐบล็อกสำเร็จตามท้องตลาด และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐ
บลอ็ กสำเรจ็ รปู คณะผูจ้ ัดทำ จึงดำเนนิ วธิ ีการศกึ ษาคน้ ควา้ ดังนี้
3.1 วสั ดุอุปกรณ์
3.2 ขั้นตอนและวิธกี ารดำเนนิ งาน
3.1 วัสดอุ ปุ กรณ์
ก้านใบผกั ตบชวา
แม่พมิ พอ์ ิฐบล็อก
ปูนซเี มนต์
ทรายละเอยี ด
นำ้
กะละมงั
ถัง
มดี
ปปี๊
กรรไกร
ตาชัง่
10
3.2 ข้นั ตอนและวธิ กี ารดำเนนิ งาน
ตอนท่ี 1 : เพ่ือศึกษาขนาดทเี่ หมาะสมของปริมาณผกั ตบชวา 1 กิโลกรัม
1. การเตรยี มผักตบชวา
1.1 นำผักตบชวาที่ได้มาจากลำคลองในจังหวัดระยอง มาทำล้างทำความสะอาด แล้วเอาตัดเอา
บริเวณก้านใบของผักตบชวาหั่นเป็นชิ้นขนาด กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร นำไปต้มจะเนื้อ
ผกั ตบชวามีลักษณะเปอื่ ยยุ้ย แล้วนำมาเทใส่กะละมัง
2. การเตรียมปนู ซีเมนต์
2.1 โดยใช้ปูนซเี มนตส์ ำหรบั งานกอ่ สรา้ งย่ีหอ้ ใดก็ได้ นำปนู ซีเมนต์มาชง่ั ใหไ้ ด้ 1 กิโลกรับ เทใสก่ ะละมัง
3. การเตรยี มนำ้
3.1 ตวงน้ำสะอาดด้วยถว้ ยตวง ท่ี 500 มิลลิลิตร เทใสก่ ะละมงั
4. การเตรยี มทราย
4.1 นำทรายมาร่อนดว้ ยตะแกรง เพือ่ เอาเศษกิ่งไม้ ใบไม้ ช่ังใหไ้ ด้ 1 กิโลกรัม เทใส่กะละมงั
5. การผสมและข้นึ รูป
5.1 นำผักตบชวา ปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ ผสมรวมกันในกะละมัง (โดยใช้อัตราส่วน 1 : 1 : 1
กโิ ลกรัม) และน้ำ 500 มิลลลิ ติ ร
5.2 นำส่วนผสมที่เข้ากันแล้วมาขึ้นรูปในแม่พิมพ์ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด กว้าง 10 เซนติเมตร
ยาว 20 เซนติเมตร ลกึ 6 เซนตเิ มตร
5.3 นำแม่พิมพ์ไปผึ่งแดด รอให้อิฐบล็อกจากผักตบชวาเซ็ดตัว แกะอิฐบล็อกจากผักตบชวาออกจาก
แมพ่ ิมพ์
11
ตอนท่ี 2 : เพ่ือศึกษาความพอใจของผู้ใชอ้ ิฐบล็อกจากผกั ตบชวา
1. เลอื กใชว้ สั ดุอปุ กรณ์ท่ีเหมาะสมในการทำอฐิ บล็อกจากผักตบชวา
2. ศึกษาความพงึ พอใจของผใู้ ช้งานอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา
1. ประชากรและกลุม่ ตวั อย่าง
2. เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู
3. การตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือ
4. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
5. สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล
ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาแผนกวิชาปิโตรเคมีปวส.2/1,2 ครูแผนกวิชาปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิค
ระยอง จาํ นวน 30 คน
เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมลู
ลักษณะของเครือ่ งมอื ที่ใชเ้ ปน็ แบบสอบถามทีส่ รา้ งขน้ึ ซึ่งไดด้ ำเนินการดังน้ี
1) ศึกษาเอกสารงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
2) นำผลการศึกษาทีไ่ ด้มาสรา้ งเครอื่ งมือใหค้ รอบคลมุ เนอื้ หาและจดุ มุ่งหมาย
3) เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นการเกบ็ รวบรวมเปน็ แบบสอบถามเพื่อใช้ประเมินอิฐบลอ็ กจากผักตบชวา โดยแบง่ เป็น
3 สว่ นดงั นี้ 5
ส่วนที่ 1 สอบถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้งานอิฐบล็อกจากผักตบชวา มีลักษณะเป็นแบบ สำรวจ
รายการ (check-list) สอบถามเกีย่ วกบั ข้อมูลสว่ นตวั ไดแ้ ก่ เพศ อายุ และตำแหน่ง
ส่วนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจตามความคิดเห็นของผู้ใช้งานอิฐบล็อกจาก
ผักตบชวาโดยใช้ลักษณะการวัดเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับโดยใช้ เกณฑ์ของเบส
(Best 1970: 175) โดยเกณฑ์การใหค้ ะแนนดงั น้ี
ค่าคะแนนเฉล่ยี 4,50-500 หมายถงึ ความพงึ พอใจอยู่ในระดับมากทีส่ ุด
ค่าคะแนนเฉลี่ย 3.50-4.49 หมายถงึ มีความพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก
ค่าคะแนนเฉลี่ย 2.50-3.49 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดับปานกลาง
คา่ คะแนนเฉลี่ย 1.50-2.49 หมายถึงมีความพึงพอใจอยูใ่ นระดับน้อย
ค่าคะแนนเฉล่ีย 1.00-1.49 หมายถงึ ความพงึ พอใจอยูใ่ นระดับนอ้ ยท่สี ุด
สว่ นที่ 3 สอบถามเก่ียวกบั ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม
12
การตรวจสอบคุณภาพของเครอ่ื งมือ
แบบสอบถามที่ได้ตรวจสอบโดยให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ นายเชิดศักดิ์ แลโสภา นายจตุพล แล
โสภา และ นายชูเกียรติ นวลไธสง ได้พิจารณาแก้ไขตรวจสอบความถูกต้องของปัญหา การใช้ภาษาตลอดจน
วิจารณแ์ ละเสนอแนะการสร้างเครอื่ งมอื เมอื่ พิจารณาแกไ้ ขแลว้ จงึ แบบสอบถามพร้อม ผลติ ภณั ฑไ์ ปประเมินกบั
กลุ่มตัวอยา่ ง
การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลแจกแบบสอบถามเพื่อสำรวจระดับความพึงพอใจตามความคิดเห็นผู้ใช้งานอฐิ
บล็อกจากผักตบชวาที่เป็นกลุ่มตัวอย่างโดยคณะผู้จัดทำโครงงานได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง
และนำแบบสอบถามที่ได้รับกลับคืน 30 ฉบับเพื่อตรวจสอบความถูกต้องความสมบูรณ์ของข้อมูลจากที่แจก
ทง้ั หมด 30 ฉบับคิดเปน็ รอ้ ยละ 100
สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
วิเคราะห์ผลจากแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวากลุ่มผู้วิจัยจะนำข้อมลู
มาวเิ คราะห์ผลดงั น้ี
1. การวิเคราะห์จํานวนและร้อยละของนักเรียนแผนกวิชาปิโตรเคมีระดับปวส.2/1.2 วิชาปิโตร
เคมี วทิ ยาลยั เทคนิคระยองจำนวน 30 คนท่เี ปน็ กลมุ่ ตวั อย่าง ครูแผนก
2. การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นนักเรียนแผนกวิชาปิโตรเคมีระดับปวส. 2 ครู
แผนกวิชาปิโตรเคมี วิทยาลัยเทคนิคระยองจำนวน 30 คนสถิติที่ใช้คือความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard
deviation, SO) การคำนวณหาคา่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
บทท่ี 4
ผลการศึกษาค้นควา้
คณะผู้จัดทำได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการทำการทดลอง และแบบประเมินความพึงพอใจ
ของผู้ใช้อิฐบล็อกจากผักตบชวา จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ได้รับข้อมูล กลับมา 30 ฉบับ แล้วนำมา
วเิ คราะหข์ อ้ มูล โดยแบ่งผลการวิเคราะหไ์ ดด้ งั น้ี
4.1 การนาํ เสนอผลการศึกษาคน้ ควา้
ตอนที่ 1 : เพื่อศึกษาขนาดที่เหมาะสมของผักตบชวา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการผลิตอิฐ
บลอ็ กจากผกั ตบชวา
ตารางที่ 4.1.1 แสดงคุณลักษณะการศึกษาขนาดที่เหมาะสมของผักตบชวา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500
มิลลิลติ ร ในการผลติ อิฐบล็อกจากผักตบชวา สูตรท่ี 1, 2 และ 3
คุณลกั ษณะของอิฐบล็อกจากผักตบชวา
อิฐบลอ็ กจาก ขนาด สี รปู ทรง ความแขง็ แรง
ผักตบชวา
สูตรท1ี่ กว้าง 10 ซม. เทา สีเ่ หลี่ยมผนื ผ้า แขง็ มาก
ยาว 20 ซม.
มขี นาดปานกลาง
กวา้ ง 12 ซม.
สตู รที่2 ยาว 22 ซม. เทา สเ่ี หล่ียมผืนผา้ แข็งแต่เปราะ
มขี นาดปานกลาง
กว้าง 10 ซม.
สตู รท่ี3 ยาว 22 ซม. เทาปนดำ สเ่ี หลี่ยมผนื ผ้า แข็งน้อย
มีขนาดใหญ่
หมายเหตุ ทําการทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.1 แสดงคุณลักษณะการศึกษาขนาดที่เหมาะสมของของผักตบชวา 1
กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา สูตรที่ 1, 2 และ 3 ขนาดท่ี
เหมาะสม ของผักตบชวา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลติ ร คือ สูตรที่ 1 ได้แก่ ขนาดกว้าง 10 ซมยาว
20 ซม. มี ขนาดปานกลาง สีเทา รูปทรงส่เี หลี่ยมผนื ผา้ และความแข็งแรงแขง็ มาก
14
ตอนที่ 2 : เพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะของอิฐบล็อกจากผักตบชวา กับอิฐบล็อกจากผักตบชวาตาม
ท้องตลาด
1. นำผลิตภัณฑ์อิฐบล็อกจากผักตบชวาทั้ง 3 สูตร ทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale
9 ระดับ ในคุณลักษณะด้าน ขนาด สี รูปทรง ความแข็งแรง และความชอบรวม เพื่อ คัดเลือกสูตรที่ผู้ทดสอบ
ให้การยอมรบั มากท่ีสดุ ใชผ้ ู้ทดสอบทมี่ ปี ระสบการณ์ จำนวน 3 คน
ตารางท่ี 4.1.2 แสดงคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale 9
ระดบั
คณุ ลักษณะ คะแนนเฉลีย่ จาการทดสอบอฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา
สตู รที่ 1 สูตรท่ี 2 สตู รที่ 3
ขนาด 7.5 6.5 7
สี 7 6 5
รปู ทรง 9 8 6
ความแขง็ แรง 8 7 4.5
ความชอบรวม 8 7 5
ทาํ การทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.2 แสดงคะแนนเฉลี่ยทไี่ ด้จากการทดสอบทางประสาทสมั ผสั ดว้ ยวธิ ี Hedonic Scale
9 ระดับ พบวา่
ขนาด คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 1 ได้คะแนนจากผู้
ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 7.5 ระดับความชอบ ชอบมาก รองลงมาคือ สูตรที่ 3 ได้คะแนน 7 ระดับ
ความชอบ ชอบมาก และ สตู รท่ี 2 ได้คะแนน 6.5 ระดับความชอบ ชอบเล็กนอ้ ย
สี คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 1 ได้คะแนนจากผู้ ทดสอบ
มากที่สุด เท่ากับ 7 ระดับความชอบ ชอบมาก รองลงมาคือ สูตรที่ 2 ได้คะแนน 6 ระดับ ความชอบ
ชอบมากปานกลาง และ สูตรที่ 3 ไดค้ ะแนน 5 ระดับความชอบ ชอบเล็กนอ้ ย
รูปทรง คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 1 ได้คะแนนจากผู้
ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 9 ระดับความชอบ ชอบมาก รองลงมาคือ สูตรท่ี 2 ได้คะแนน 8 ระดับ
ความชอบ ชอบมากปานกลาง และ สูตรที่ 3 ได้คะแนน 6 ระดบั ความชอบ ชอบเลก็ นอ้ ย
15
ความแข็งแรง คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 1 ได้คะแนน
จากผู้ทดสอบมากท่ีสุด เทา่ กบั 8 ระดบั ความชอบ ชอบมาก รองลงมาคือ สตู รท่ี 2 ไดค้ ะแนน 7 ระดับ
ความชอบ ชอบมาก และ สูตรที่ 3 ได้คะแนน 4.5 ระดบั ความชอบ ชอบมากปานกลาง
เมื่อพิจารณาโดยรวมทุกปัจจัย พบว่าสูตรที่ 1 ได้รับคะแนนเฉลี่ย ในช่วงความชอบรวม ใน
ระดับความชอบ ชอบมาก รองลงมาคือสูตรที่ 2 และ 3 ตามลำดับ จึงคัดเลือกสูตรที่ 1 เป็นสูตร
มาตรฐานสำหรับการทำอฐิ บลอ็ กจากผกั ตบชวา ตอ่ ไป
ภาพที่ 4.2.1 แสดงคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale 9
ระดบั
2. นําผลิตภัณฑ์อิฐบล็อกจากผักตบชวา ไปทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale 9
ระดับ ในคุณลักษณะด้าน ขนาด สี รูปร่าง ความแข็งแรง และความชอบรวม เพื่อเปรียบเทียบ
ผลิตภัณฑอ์ ิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวา กบั อิฐบลอ็ กตามทอ้ งตลาด
16
ตารางที่ 4.1.3 แสดงคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic
scale 9 ระดับ เพื่อเปรียบเทียบอฐิ บลอ็ กจากผกั ตบชวา กบั อิฐบลอ็ กตามทอ้ งตลาด
คะแนนเฉล่ยี จาการเปรยี บเทียบคณุ ลกั ษณะของอิฐบลอ็ กจาก
คณุ ลักษณะ ผกั ตบชวา กบั อฐิ บลอ็ กตามทอ้ งตลาด
อิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวา อิฐบลอ็ กตามท้องตลาด
ขนาด 8 7.5
สี 7.5 7.2
รปู ทรง 8 7.5
ความแข็งแรง 9 7.5
ความชอบรวม 8.1 7.4
ทาํ การทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.3 แสดงคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี
Hedonic Scale 9 ระดับ เปรียบเทียบคุณลักษณะของอิฐบล็อกจากผักตบชวา กับอิฐบล็อกตาม
ท้องตลาด พบวา่
ขนาด คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าอิฐบล็อกจากผักตบชวา ได้
คะแนนจากผู้ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 8 ระดับความชอบ ชอบมาก และอิฐบล็อกตามท้องตลาดได้
คะแนน รองลงมา เท่ากบั 7.5 ระดับความชอบ ชอบมาก
สี คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าอิฐบล็อกจากผักตบชวา ได้
คะแนนจากผู้ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 7.5 ระดับความชอบ ชอบมากที่สุด และอิฐบล็อกตาม
ทอ้ งตลาด ไดค้ ะแนนรองลงมา เท่ากับ 7.2 ระดบั ความชอบ ชอบมากปานกลาง
รูปทรง คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าอิฐบล็อกจากผักตบชวา ได้
คะแนนจากผู้ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 8 ระดับความชอบ ชอบมาก และอิฐบล็อกตามท้องตลาด ได้
คะแนนรองลงมา เทา่ กับ 7.5 ระดับความชอบ ชอบมาก
ความแข็งแรง คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าแคบอิฐบล็อกจาก
ผักตบชวา ได้คะแนนจากผู้ทดสอบมากที่สุด เท่ากับ 9 ระดับความชอบ ชอบมากที่สุด และอิฐบล็อก
ตามทอ้ งตลาด ไดค้ ะแนนรองลงมา เท่ากับ 7.5 ระดับความชอบ ชอบมาก
17
เมื่อพิจารณาโดยรวมทุกคุณลักษณะ ได้แก่ ขนาด สี รูปทรง ความแข็งแรง พบว่า อิฐบล็อก
จากผักตบชวา ได้รับคะแนนเฉลี่ย ในช่วงความชอบรวม มากกว่า คะแนนค่าเฉลี่ยอิฐบล็อกตาม
ทอ้ งตลาด
ภาพที่ 4.2.2 แสดงคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale 9
ระดับ เพือ่ เปรยี บเทยี บคุณลักษณะของอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา กบั อฐิ บล็อกตามท้องตลาด
ตอนท่ี 3 : ศกึ ษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มตี อ่ อิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวา
หมายเหตุ ทำการทดลองซำ้ 3 ซำ้
1. ศึกษาความพงึ พอใจของผู้ใช้อฐิ บลอ็ กจากผกั ตบชวา
การประเมินความความพึงพอใจของผู้ใช้อิฐบล็อกจากผักตบชวา จากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่
นักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.2/1,2/2 ครูแผนกวิชาปิโตรเคมี และนักศึกษา แผนกช่าง
ก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคระยอง จำนวน 30 คน ได้รับข้อมูลกลับคืนจำนวน 30 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ
100 มีรายละเอยี ด ดังน้ี
สว่ นท่ี 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลท่วั ไป
สอบถามข้อมูลเบื้องต้นของผู้ใช้อิฐบล็อกจากผักตบชวา มีลักษณะเป็นแบบสำรวจ
รายการ (check-list) สอบถามเก่ียวกบั ขอ้ มลู สว่ นตวั ได้แก่ เพศ อายุ และตำแหนง่
18
ตารางที่ 4.1.4 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.
2/1,2/2 ครูแผนกวิชาปิโตรเคมี และนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้างวิทยาลัยเทคนิคระยอง จำนวน 30
คน ที่เปน็ กลมุ่ ตวั อย่าง จำแนกตามเพศ
รายการ จำนวน รอ้ ยละ
1.เพศ
15 50
ชาย 15 50
หญงิ 30 100
รวม
หมายเหตุ ทําการทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.4 แสดงจํานวนและร้อยละของนักศึกษา ครูและบุคลากรทางการ ศึกษา
วิทยาลัยเทคนิคระยอง ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามเพศ จํานวน 30 คน จําแนกตามเพศ พบว่า
เพศกลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง จํานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และเพศชาย จํานวน 15 คน คิด
เปน็ ร้อยละ 50
ตารางที่ 4.1.5 แสดงจํานวนและร้อยละของนักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.
2/1,2/2 ครแู ผนกวิชาปิโตรเคมี และนักศึกษา แผนกชา่ งก่อสร้าง วทิ ยาลยั เทคนคิ ระยอง จํานวน 30
คน ทเี่ ปน็ กลมุ่ ตวั อย่าง จําแนกตามอายุ
รายการ จำนวน รอ้ ยละ
1.อายุ(ปี)
15 50
18-23 10 30
24-29 5 20
30-35 30 100
รวม
หมายเหตุ ทาํ การทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.5 แสดงจํานวนและร้อยละของนักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.
2/1,2/2 ครแู ผนกวชิ าปิโตรเคมี และนักศึกษา แผนกชา่ งกอ่ สร้าง วิทยาลัยเทคนิคระยอง จํานวน 30
คน ทเ่ี ปน็ กลมุ่ ตวั อย่าง จําแนกตามอายุ พบว่า อายุกลมุ่ ตวั อย่างสว่ นใหญ่ อายุ 18-23 ปี
19
จํานวน 15คน คิดเป็นร้อยละ 50 อายุ 24-29 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และอายุ 30-35
จำนวน 5 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 20
ตารางท่ี 4.1.6 แสดงจาํ นวนและร้อยละของศึกษา แผนกวชิ าปิโตรเคมี ระดบั ปวส.2/1,2/2
ครูแผนกวิชาปโิ ตรเคมี และนักศกึ ษาแผนกช่างกอ่ สร้าง วิทยาลัยเทคนิคระยอง จํานวน 30 คน ที่เป็น
กลมุ่ ตวั อยา่ ง จําแนกตามตำแหน่ง
รายการ จำนวน ร้อยละ
1.ตำแหน่ง
นกั ศกึ ษาแผนกปโิ ตรเคมี 15 50
นักศึกษาแผนกช่างกอ่ สร้าง 10 30
ครแู ผนกวชิ าปโิ ตรเคมี 5 20
รวม 30 100
หมายเหตุ ทำการทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากตารางที่ 4.1.7 แสดงจำนวนและร้อยละของนักศึกษา แผนกวิชาปิโตรเคมี ระดับ ปวส.
2/1,2/2 ครูแผนกวิชาปิโตรเคมี และนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคระยอง จํานวน 30
คน ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำแนกตามตำแหน่ง พบว่า ตำแหน่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา
จํานวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50 ช่างก่อสร้าง จํานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และครูแผนกปิโตร
เคมี จํานวน 5 คดิ เป็นรอ้ ยละ 10
20
ส่วนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจตามความคิดเห็นของผู้ใช้อิฐบล็อกจาก
ผักตบชวา โดยใชล้ ักษณะการวัด เปน็ มาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) 5 ระดับ
ตารางที่ 4.1.7 แสดงค่าเฉลี่ยความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้อิฐ
บล็อกจากผกั ตบชวา
ขอ้ รายการ ̅ S.D ระดับความพงึ พอใจ
1 ขนาด 4.10 0.42 มาก
2 สี 4.32 0.57 มาก
3 รปู ทรง 4.30 0.51 มาก
4 ความแข็งแรง 4.50 0.52 มากท่ีสุด
รวม 4.3 0.50 มาก
หมายเหตุ ทาํ การทดลองซำ้ 3 ซำ้
จากที่ตารางที่ 4.1.8 พบว่าระดับความพึงพอใจของผู้ใช้อิฐบล็อกจากผักตบชวาโดยรวม
ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( ̅ = 4.3 ) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ความแข็งแรง มีค่าเฉลี่ย ( ̅ =
4.50) สี มีค่าเฉลี่ย ( ̅ = 4.32) รูปทรง มีค่าเฉลี่ย ( ̅ = 4.30) และขนาด มีค่าเฉลี่ย ( ̅ = 4.10)
ตามลำดับ
21
ภาพที่ 4.3.1 แสดงคะแนนเฉลยี่ ระดบั ความพึงพอใจของผใู้ ชอ้ ฐิ บลอ็ กจากผักตบชวา
บทท่ี 5
สรุป และอภปิ รายผลการศึกษาคน้ ควา้
โครงงานนเี้ ป็นการศกึ ษาและทดลองทำอฐิ บล็อกจากผักตบชวา โดยมวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือทำอิฐบล็อกจาก
ผกั ตบชวา มกี ารออกแบบการทดลองโดยการทำอิฐบล็อกขนึ้ มา 3 สูตร โดยแต่ละสูตรมีส่วนผสมของปูนซีเมนต์
ที่แตกต่างกัน ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าอิฐบล็อกสูตรท่ี 1 ดีที่สุดเพราะมีความแข็งแรงมากพอที่จะนำไปใช้
งานได้ ส่วนอิฐบล็อกสูตรอื่นๆ พบว่ามีความแข็งแรงน้อยเกินไปซึ่งจะทำให้แตกหักเมื่อนำไปใช้งานหรือรับ
น้ำหนกั มาก ๆ
5.1 สรปุ ผลการทดลอง
จากผลการศึกษาค้นคว้า ตอนที่ 1 พบว่า ขนาดที่เหมาะสมของผักตบชวา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500
มิลลิลิตร ในการผลิตแคบหมึกกล้วยสำเร็จรูป สูตรที่ 1, 2 และ 3 สูตรท่ี 1 มีคุณลักษณะที่ดีที่สุด คือ ขนาด
กว้าง 10 ซม.ยาว 20 ซม. มีขนาดปานกลาง สีเทา รูปทรงส่เี หลี่ยมผืนผา้ และความแขง็ แรงแขง็ มาก ซงึ่ ผลการ
ทดลองเปน็ ไปตามสมมุติฐาน ขอ้ ที่ 1 จากผลการศกึ ษาค้นคว้า
จากผลการศึกษาค้นควา้ ตอนที่ 2 พบว่า การเปรยี บเทียบคณุ ลกั ษณะของอิฐบล็อกจากผกั ตบชวา กับ
อิฐบล็อกตามท้องตลาด ที่ทำการทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี Hedonic scale 9 ระดับ ในคุณลักษณะ
ด้าน ขนาด สี รูปทรง และความแข็งแรง จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จำนวน 3 คน พบว่า พิจารณา
โดยรวมทกุ คุณลักษณะ ไดแ้ ก่ ขนาด สี รปู ทรง และความแขง็ แรง พบวา่ อฐิ บลอ็ กจากผักตบชวา ไดร้ บั คะแนน
เฉลี่ย ในช่วงความชอบรวม เท่ากับ 8.1 มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่า คะแนนเฉลี่ย แคบหมึกตามท้องตลาด เท่ากับ
7.4 ซึง่ ผลการทดลองเป็นไปตามสมมตุ ฐิ าน ขอ้ ท่ี 2
จากผลการศกึ ษาค้นควา้ ตอนที่ 3 พบวา่ จากกล่มุ ตัวอย่าง ไดแ้ ก่ นักศกึ ษา แผนกวชิ าปโิ ตรเคมี ระดับ
ปวส.2/1,2 ครูแผนกปิโตรเคมี และนักศึกษาแผนกช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิค ระยอง จํานวน 30 คน
จำแนกตามเพศ พบว่า เพศกล่มุ ตวั อยา่ งเปน็ เพศหญงิ จำนวน 15 คน คดิ เป็นร้อย ละ 50 และเพศชาย จำนวน
15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 จำแนกตามอายุ พบว่า อายุกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อายุ 18-23 ปี จำนวน 15 คน
คิดเป็นร้อยละ 50 จำแนกตามตำแหน่ง พบว่า ตำแหน่งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาแผนกปิโตรเคมี
จำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวา โดยรวมค่าเฉลย่ี
อยู่ในระดับมากมาก ( ̅ = 4.3 ) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ความแข็งแรง มีค่าเฉลี่ย ( ̅ = 4.50) สี มี
ค่าเฉลี่ย ( ̅ = 4.32) รูปทรง มคี า่ เฉลีย่ ( ̅ = 4.30) และขนาด มีคา่ เฉลี่ย ( ̅ = 4.10) ซง่ึ ผลการทดลองเป็นไป
ตามสมมตุ ิฐาน ขอ้ ที่ 3
23
5.2 อภปิ รายผลการศกึ ษาคน้ ควา้
จากผลการศึกษาค้นคว้า เรื่อง อิฐบล็อกจากผักตบชวา เพื่อขนาดที่เหมะสมของก้านใบผักตบชวาที่สับ
และตากแห้งแล้ว 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา เพื่อศึกษาปริมาณที่
แหมะสมของปูนซเี มนต์ ต่อนำ้ 500 มลิ ลิลติ ร ในการชว่ ยให้สว่ นผสมของอิฐบล็อกจากผักตบชวายดึ ตดิ กนั เพื่อ
เปรียบเทียบคุณลักษณะของอิฐบล็อกจากผักตบชวา กับอิฐบล็อกสำเร็จรูปตามท้องตลาด และศึกษาความพึง
พอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวา อภปิ รายผลในประเดน็ ตา่ งๆ ได้ดังนี้
1. จากผลการศึกษาพบว่าขนาดที่เหมาะสมของก้านใบผักตบชวา 1 กิโลกรัม ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ใน
การผลิตอิฐบล็อกจากผักตบชวา พบว่า ก้านใบผักตบชวาหั่นเป็นชิ้นขนาด กว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 20
เซนติเมตร เป็นขนาดท่ีพอดีในการทำอิฐบล็อกจากผักตบชวา และผลติ ได้บรรลุตามจุดมุ่งหมายและสมมุตฐิ าน
ทต่ี งั้ ไว้
2. จากผลการศึกษาค้นคว้าปริมาณที่เหมาะสมของปูนซีเมนต์ ต่อน้ำ 500 มิลลิลิตร ในการช่วยให้
ส่วนผสมยึดติดกัน ของอิฐบล็อกจากผักตบชวา พบว่า ปูนซีเมนต์ปริมาณ 1 กิโลกรัม มีความหนืด และช่วยให้
สว่ นผสมยึดติดกันไดด้ ี อิฐบล็อกจากผักตบชวาทผ่ี ลิตข้ึน ได้บรรลตุ ามจุดมุ่งหมายและสมมตุ ิฐานทตี่ ้ังไว้
3. จากผลการศึกษาค้นคว้าเพื่อเปรียบเทียบคุณลักษณะของอิฐบล็อกจากผักตบชวา กับอิฐบล็อกตาม
ท้องตลาด พบว่า อิฐบล็อกจากผักตบชวาที่ผลิตขึ้น มีคุณลักษณะ ได้แก่ สี ขนาด รูปทรง ความแข็งแรง และ
ความชอบโดยรวม ดีกวา่ อิฐบล็อกตามทอ้ งตลาด ได้บรรลุตามจุดม่งุ หมายและสมมตุ ิฐานทตี่ ้งั ไว้
4. จากผลการศึกษาค้นคว้าการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่ออิฐบล็อกจากผักตบชวา พบว่า
ความพึงพอใจ โดยรวมค่าเฉลี่ย เว้น ซึ่งหมายความว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ได้บรรลุตามจุดมุ่งหมายและ
สมมตุ ฐิ านท่ีต้งั ไว้
5.3 ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
1. สามารถทำอฐิ บล็อกจากผักตบชวาได้
2. ไดเ้ รยี นรู้วิธกี ารทำอฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา และนำความรทู้ ไี่ ดไ้ ปเผยแพร่ใหก้ ับชุมชน สงั คมได้
3. สามารถทำจำหน่าย และพัฒนาต่อยอดเปน็ ธุรกิจได้
5.4 ขอ้ เสนอแนะในการทำวจิ ัยคร้ังตอ่ ไป
1.ควรศึกษาและทดลองเปล่ียนอิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวา เป็นวัตถดุ บิ อื่นทหี่ าได้ตามชุมชน
2. ควรทดลองเปลย่ี นขนาดของอฐิ บลอ็ กจากผกั ตบชวา ให้เหมาะกบั การใชง้ านในกรณีทมี่ ีพ้นื ทจ่ี ำกัด
3. ควรทดลองทำสอี ฐิ บล็อกจากผกั ตบชวา เปน็ สที ่ีหาได้ท่ัวไปตามธรรมชาติ
24
บรรณานกุ รม
ฐิติพงศ์ วิโรจน์แสงทอง ธีรพงศ์ วัชรนิติธรรม คอนกรีตเบาผสมผักตบชวา Light weight concrete
with dried hyacinth. ภาควิชาชลประทาน : คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต
กำแพงแสน นครปฐม 73140 พ.ศ.2541
สุวัฒชัย ปลื้มฤทัย ดร. โยธิน อึ่งกูล การพัฒนาคอนกรีตบล็อกจากผักตบชวา The Development
of Concrete Block using Water Hyacinth : สาขาวชิ าสถาปตั ยกรรมมหาวิทยาลยั ศลิ ปากร พ.ศ.2545
เพ็ญชาย เวียงใต้ ปิยะพล สีหาบุตร เจษฏ์ศิริ เถื่อนมูลล่ะ ภคพล ช่างยันต์ การใช้ผักตบชวาผลิตอิฐบล็อก
ประสานเพ่ือลดการถา่ ยเทความร้อนเข้าสู่ตวั อาคาร : มหาวทิ ยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ.2562
ทม่ี า :
http://www.lib.kps.ku.ac.th/SpecialProject/Irrigation_Engineering/2541/Bs/ThitipongWt/Thitipo
ngWtAll.pdf
ทมี่ า : http://www.proceedings.su.ac.th/e2/NGSC/data/112.pdf
ที่มา : http://research.rmu.ac.th/rdi-mis//upload/fullreport/1631595647.pdf
25
ภาคผนวก
(ขัน้ ตอนการทำงาน)
ขั้นตอนการดำเนนิ งาน
ขั้นตอนท่ี 1
เตรียมผักตบชวาทำความสะอาด แล้วนำผักตบชวาใส่ในปี๊บ เพื่อทำการต้มผักตบชวา ต้มเป็นเวลา 1
ช่ัวโมง
ข้ันตอนท่ี 2
นำผักตบชวาท่ีตม้ แลว้ มาพกั ในน้ำอณุ หภูมปิ กติ แล้วตัดเป็นเปน็ ชน้ิ เลก็ ๆ เพือ่ งา่ ยในทำขนั้ ตอนต่อไป
26
ขน้ั ตอนท่ี 3
เตรยี มปนู ซเี มนต์ท่ีชง่ั แล้ว 1 กโิ ลกรัม ทรายละเอยี ด 1 กโิ ลกลมั ผักตบชวา 1 กิโลกรัม นำ้ 500 มิลลิตร
เทลงในกะละมงั เพ่อื ทำการผสม
ขัน้ ตอนท่ี 4
ทานำ้ มนั เครอ่ื งท่ใี ช้แล้วลงในแมพ่ มิ พ์ เพอ่ื งา่ ยในเวลาแกะอิฐบลอ็ กจากผกั ตบชวาออกจากแมพ่ มิ พ์
นำผักตบชวาท่ีทำการผสมจนได้อตั ราส่วน แล้วเทลงในแม่พมิ พ์
27
ขนั้ ตอนท่ี 5
ทิ้งไวจ้ นกระทงั้ อฐิ บล็อกจากผกั ตบชวาเซตตัว แลว้ คอ่ ยทำการแกะออกจากแม่พิมพ์