ก
คำนำ
เอกสารฉบับน้ีได้จัดทาขึ้นเพ่ือเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) รายวิชา
คณิตศาสตร์ ค 12101 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านซาด ซึ่งได้
รายงานถึง ความเป็นมาของ Best Practice จุดประสงค์และเป้าหมายของการดาเนินงาน กระบวนการ
ปฏิบัติงานหรือขั้นตอนการทางาน มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning 5 ข้ันตอน ซึ่ง
ประยุกต์ใช้วงจร PDCA อันประกอบด้วย ( P) ข้ันวางแผน (D) ขั้นดาเนินงาน (C) ขั้นติดตาม ตรวจสอบ
ประเมินผล (A) ข้ันพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง รวมท้ังได้รายงานผลการดาเนินการ ผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่ได้รับ
ปัจจัยความสาเร็จบทเรียนที่ได้รับ ข้อเสนอแนะ การเผยแพร่ผลงาน การได้รับการยอมรับ และภาพกิจกรรม
เพอ่ื เปน็ เอกสารประกอบกิจกรรมคัดเลือก ผลงานทปี่ ฏบิ ัติเปน็ เลิศ ผู้นาเสนอหวังเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารฉบับน้ี
คงจะช่วยอานวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการประเมินผลงานที่ปฏิบัติเป็นเลิศ (Best Practice)ได้เป็น
อยา่ งดี
ขอขอบคุณ นายนคร พรหนองแสน ผู้อานวยการโรงเรียนชุมชนบา้ นซาด ดร.ณัฏฐยชญ์ บญุ สด
ศึกษานเิ ทศก์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสรุ ินทร์ เขต 2 และคณะครโู รงเรียนชมุ ชนบ้านซาดทุก
ท่านตลอดจนผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้องทุกฝา่ ยที่สนบั สนนุ ช่วยเหลอื และให้กาลังใจจนผลงานประสบผลสาเร็จในครั้งน้ี
นางเพญ็ นภา ตรีวเิ ศษ
ผจู้ ัดทา
ข หนา้
ก
สารบัญ ข
คานา 1
สารบัญ 1
ข้อมลู ทว่ั ไป 4
รายละเอียดการนาเสนอผลงาน 5
12
1.ความสาคัญของผลงานหรือนวตั กรรมทีน่ าเสนอ 14
2.จุดประสงค์และเป้าหมายของการดาเนินงาน 14
3.กระบวนการผลิตงานหรือข้ันตอนการดาเนินงาน 15
4.ผลการดาเนินการ/ผลสมั ฤทธ์/ิ ประโยชน์ท่ีไดร้ บั 17
5.ปัจจัยความสาเร็จ 18
6.บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 19
7.การเผยแพร่/การได้รบั การยอมรบั /รางวลั ที่ได้รบั 20
8.ภาคผนวก 21
22
-กระบวนการดาเนินงานนวตั กรรม 23
-แบบบันทึกคะแนน 26
-สรุปแบบประเมนิ ความพอใจ
-ความคดิ เหน็ นักเรยี นและผู้ปกครอง
-แหล่งสบื ค้นขอ้ มูล
-เกียรติบัตรการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองในการจัดทานวัตกรรม
-บรรณานกุ รม
กรอบการนาเสนอ
หลกั เกณฑ์การสง่ ผลงาน นวตั กรรม/วิธีปฏิบตั ิที่เปน็ เลิศ (Best Practice)
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสุรนิ ทร์ เขต 2
*************************************************************************
ประเภทผลงาน ( ) ผู้บริหาร
ประเภทผลงาน ( / ) ครู กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ขอ้ มลู ทว่ั ไป
1. ระดับชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนชุมชนบ้านซาด ตาบลเมืองบวั อาเภอชมุ พลบรุ ี
จงั หวัดสุรินทร์ เครือข่ายโรงเรยี นชุมพลบรุ ี 3
2. ชื่อครผู สู้ อน นางเพ็ญนภา ตรีวเิ ศษ ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการ
3. ช่ือผลงาน การพฒั นาทกั ษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ
ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 5 ข้ันตอน โดยใชช้ ุดกจิ กรรม
สง่ิ แวดลอ้ มรว่ มกับเทคนคิ KWDL ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2
1.ความสาคญั ของผลงานหรอื นวตั กรรมทนี่ าเสนอ
จากจุดเน้นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ประกาศ ณ วันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ข้อที่ 6 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียน
การสอนที่เน้นใหผ้ ู้เรยี นมีสว่ นร่วม และมีปฏสิ ัมพันธก์ ับกิจกรรมการเรียนรูผ้ ่านการปฏิบตั ิที่หลากหลายรูปแบบ
(Active Learning) มีการวัด และประเมินผลในช้ันเรียนเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียน
(Assessment for Learning) ทกุ ระดบั : https:// www.kruupdate.com
จากโมเดลการบริหารงานของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 การ
ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา 3 สร้างสู่ความยั่งยืน (OQM Model) O : Opportunty สร้างโอกาส
Q : Quality สร้างคุณภาพ M: Moral สร้างคุณธรรมสู่เป้าหมายโรงเรียนคุณภาพ ห้องเรียนคุณภาพ
คุณภาพผู้เรียน เก่ง ดี มีสุข 3R 8C โดยผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานของหลักสูตร มีความรู้และทักษะ
ในศตวรรษท่ี 21 ยกระดับความรู้พื้นฐาน 4 วิชาหลัก พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ นักเรียน
เกิดทักษะ การแสวงหาความรู้ทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ครูผู้สอน เป็นครูมืออาชีพมีจิตวิญญาณของ
ความเป็นครู มีความรู้เรื่องหลักสูตร สามารถออกแบบการเรียนรู้ ปรับการเรียนการสอนเป็น Active
Learning ออกแบบการวัดผล จัดสภาพบริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เก่ียวข้องกับการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ การแก้ปัญหาในด้านชวี ิตประจาวัน
และด้านอ่ืนๆ การใช้เหตุผลส่วนใหญ่จะต้องอาศัยคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานสาคัญดังน้ัน คณติ ศาสตร์ย่อมมี
บทบาทที่สาคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทาให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์คิดอย่างมี
เหตุผล เป็นระบบระเบียบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ
จงึ ทาให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม คณิตศาสตร์
เป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดารงชีวิตและชว่ ยพัฒนาคุณภาพชวี ิตให้ดีข้ึน
-2-
จากผลการจัดการเรยี นการสอน ในภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี
2/2 โรงเรยี นชมุ ชนบ้านซาด รายวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง การบวกและการลบจานวนนับไม่เกนิ 1,000 พบว่า
นกั เรยี นสว่ นใหญม่ ปี ญั หาในการแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและการลบ นักเรียนไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ปญั หา
ได้และยังสับสนกับโจทย์ปัญหาว่าจะดาเนินการหาคาตอบด้วยวิธีใด ดังน้ันครูผู้สอนจึงออกแบบการจัดการ
เรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ร่วมกับ
เทคนิค KWDL มาประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่
2/2 เพื่อ “การพัฒนาทักษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการจัดการเรียนรู้
แบบ Active Learning 5 ขั้นตอนโดยใช้ชุดกิจกรรมส่ิงแวดล้อมร่วมกับเทคนิค KWDL” ให้นักเรียนได้
เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติ ที่ดีต่อการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์ ตลอดจนเปน็ แนวทางในการพฒั นาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้มีประสิทธภิ าพย่งิ ขนึ้
หลักการในการดาเนนิ การ
จากปัญหาข้างต้นขา้ พเจา้ จงึ ได้ศึกษาข้อมูลคน้ หากระบวนการแกไ้ ขปัญหาเพ่ิมเติมโดยใชห้ ลกั การ
กระบวนการ ตามแนวทาง “การพัฒนาทักษะและกระบวนการโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการ
จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 5 ข้ันตอน โดยใช้ชุดกิจกรรมส่ิงแวดล้อม ร่วมกับเทคนิค KWDL”
เป็นการใช้ความรู้ ความเข้าใจท่ีเกี่ยวข้องด้านการฝึกวิเคราะห์โจทย์ปัญหา แสดงวิธีทา และหาคาตอบได้
อย่างสมเหตุสมผล โดยฝึกให้นกั เรยี นแกโ้ จทย์ปญั หาดว้ ยการปฏบิ ัติจริง โดยครูจัดกระบวนการเรียนการสอน
Active Learning โดยใช้กิจกรรมการฝึกฝน 5 ข้ันตอน ซึ่งครูผู้สอนจาเป็นต้องใช้ กลวิธีและเทคนิคท่ี
หลากหลายเพื่อกระตุ้นสมองของนักเรียน โดยใช้เทคนคิ การสอนทีห่ ลากลาย ดังนัน้ การสอนที่ดี ตอ้ งสอดคล้อง
กับการท่ีจะทาให้ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ตามเป้าหมายของการศึกษานน้ั ขึ้นอยู่กบั การจัดกิจกรรมการ เรยี นการ
สอนทเี่ ออื้ ตอ่ การเรียนรู้ ดงั นน้ั ขนั้ ตอนทีน่ ามาเป็นกระบวนการสอนนน้ั จะสอนตามหลกั การ Active Learning
การให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ จนเกิดความรู้ความเข้าใจ นาไป
ประยุกต์ ใช้สามารถ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าหรือ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆและพัฒนาตนเอง เต็มความ
สามารถ รวมถึงการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ใหเ้ ขาไดม้ โี อกาสร่วมอภปิ รายให้มีโอกาสฝึกทักษะการส่อื สาร
ทาใหผ้ ลการเรียนรู้เพิม่ ขึ้น 70% การนาเสนองานทางวิชาการ เรยี นร้ใู นสถานการณ์จาลอง ท้ังมีการฝึกปฏิบัติ
ในสภาพจริง มีการเช่ือมโยงกับ สถานการณ์ต่างๆ ซ่ึงจะทาให้ผลการเรียนรู้เกิดข้ึนถึง 90% เพ่ือให้ผู้เรียนมี
ความสนุกสนานเกิดความสุขในการ เรยี นรู้ตามรูปแบบที่ตนถนัด รวมท้ังยังมีโอกาสพัฒนา ความสามารถด้าน
อื่น ๆ ที่ตนเองไม่ถนัดด้วยวิธีการ หลากหลายอีกด้วย โดยอาจเร่ิมจากรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้ววางแผน
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ ลักษณะของผู้เรียนรวมทั้งสร้างโอกาสให้เขาได้ พัฒนาตนเอง อย่าง
ตอ่ เน่ือง
นวตั กรรมและแนวปฏบิ ตั ิท่ีนามาดาเนินการ
จากแนวสภาพปัญหา หลักการ แนวคิดและทฤษฎีต่างๆที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาข้างต้นนั้น ข้าพเจ้าตระหนัก
และเรียนรู้ท่ีจะแก้ไขปัญหาด้านการฝึกวิเคราะห์โจทย์ปัญหา แสดงวิธีทา และหาคาตอบได้อย่างสมเหตุสมผล
โดยฝึกให้นักเรียนแก้โจทย์ปัญหาด้วยการปฏิบัติจริง โดยการใช้ นวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
“การพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการจัดการ
เรียนรูแ้ บบ Active Learning 5 ข้ันตอน โดยใชช้ ุดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม รว่ มกับเทคนิค KWDL”
-3-
นวัตกรรมนี้ใช้กระบวนการดาเนินงานวงจรบริหารที่มีคุณภาพ PDCA คือ วงจรการบริหารงานคุณภาพ
ย่อมาจาก 4 คา ได้แก่ Plan (วางแผน), Do (ปฏบิ ัติ), Check (ตรวจสอบ) และ Action (ขนั้ พัฒนา แก้ไข ปรับปรุง)
ซงึ่ วงจร PDCA สามารถประยุกตใ์ ชไ้ ดก้ บั ทกุ ๆเร่ือง นบั ต้ังแตก่ จิ กรรมสว่ นตัวเชน่ การปรุงอาหาร
การตั้งเป้าหมายชีวิต และการดาเนนิ งานในระดับบรษิ ทั ซงึ่ รายละเอยี ดในแต่ละขั้นตอนมีดังนี้
1. P = Plan ( ขน้ั ตอนการวางแผน ) ข้นั ตอนการวางแผนครอบคลมุ ถงึ การกาหนดกรอบหวั ขอ้ ที่
ตอ้ งการปรบั ปรุงเปลี่ยนแปลง ซึง่ รวมถงึ การ พฒั นาส่ิง ใหม่ ๆ การแก้ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ จากการปฏบิ ัติงาน
2. D = Do ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติ ( ข้นั ตอนการปฏิบัติ )
ขัน้ ตอนการปฏิบตั ิ คือ การลงมือปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลงตามทางเลือกท่ไี ด้กาหนดไวใ้ นขนั้ ตอนการ
วางแผน ซ่ึงในข้นั ตอนนต้ี ้องมีการตรวจสอบระหวา่ งการปฏิบตั ิด้วยว่าได้ดาเนินไปในทศิ ทางท่ีตง้ั ใจหรือไม่ เพื่อ
ทาการ ปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลงใหเ้ ปน็ ไปตามแผนการทไี่ ดว้ างไว้
3. C = Check ( ขั้นตอนการตรวจสอบ )
ขัน้ ตอนการตรวจสอบ คอื การประเมนิ ผลท่ีได้รับจากการปรบั ปรงุ เปล่ยี นแปลง เพ่ือให้ทราบวา่ ใน
ข้ันตอนการปฏิบตั ิงานสามารถบรรลเุ ป้าหมายหรอื วตั ถุประสงค์ทีไ่ ด้กาหนดไวห้ รือไม่ แต่ส่ิงสาคัญกค็ ือ ต้องร้วู ่า
จะ ตรวจสอบอะไรบ้างและบ่อยครั้งแคไ่ หน เพ่ือให้ขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการตรวจสอบเป็นประโยชนส์ าหรับขนั้ ตอน
ถัดไป
4. A = Action (ขัน้ พฒั นา แก้ไข ปรบั ปรุง)
ขัน้ พัฒนา แก้ไข ปรับปรงุ จะพิจารณาผลทไี่ ด้จากการตรวจสอบ คือ ผลทเ่ี กดิ ขึ้นเป็นไปตามแผน ทว่ี าง
ไว้ หรือไมเ่ ปน็ ไปตามแผนทว่ี างไว้ หากเป็นกรณแี รก ก็ให้นาแนวทางหรอื กระบวนการปฏิบัตินั้นมาจัดทาให้
เปน็ มาตรฐาน พร้อมท้งั หาวธิ ีการทีจ่ ะปรบั ปรงุ ให้ดยี ิ่งขึน้ ไปอกี ซ่ึงอาจหมายถงึ สามารถบรรลุเป้าหมายไดเ้ รว็
กวา่ เดิม
สาหรับกระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือวธิ ีการสอนเราจะใช้รูปแบบ Active Learning เปน็
กระบวนการเรียนการสอนทีเ่ นน้ ใหผ้ ูเ้ รียนมสี ว่ นรวมและมีปฏิสมั พันธ์กับกจิ กรรมการเรียนรู้ผา่ นการปฏบิ ัติที่
หลากหลายรปู แบบ รปู แบบการสอนนี้เราจะใช้ซึ่งในท่ีนี้ขอนาเสนอวิธจี ัดการเรยี นรตู้ ามแนวคิดเชงิ สงั คม
วฒั นธรรม (sociocultural approach) ของ Anantasook(2016) ซง่ึ มี 5 ขน้ั ตอน ดังนี้
1. ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
2. ขน้ั สารวจและค้นหา
3. ขั้นอภปิ รายและลงข้อสรปุ
4. ขน้ั สร้างผลผลติ ของความเข้าใจ
5. ขน้ั สะท้อนผลผ่านชุมชนแห่งการเรยี นรู้
เทคนิค เค ดับเบิ้ลยู ดี แอล (K W D L) ได้พัฒนาข้ึนโดย Ogle (1989) เพ่ือใช้สอนและฝึกทักษะ
ทางการอ่าน และต่อมาได้พัฒนาให้สมบูรณ์ข้ึน โดย Carr และ Ogle ในปีถัดมา (1987) โดยยังคงสาระเดิมไว้
แตเ่ พ่ิมการเขียนผังสมั พันธ์ทางความหมาย (Semantic Mapping) สรุปเรอื่ งท่ีอ่าน และมีการนาเสนอเรื่องจาก
ผังอันเป็นการพัฒนาทักษะการเขียนและพูด ผู้เรียนจะได้รับการฝึกให้ตระหนักในกระบวนการการทาความ
เข้าใจตนเอง การวางแผนการ ต้ังจุดมุ่งหมาย ตรวจสอบความเข้าใจในตนเอง การจัดระบบข้อมูล เพ่ือดึงมาใช้
ภายหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีประโยชน์ในการฝึกทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียนสรุป และนาเสนอ
โดยมขี ั้นตอนการเรยี นการสอบ 4 ขนั้ ตอนดงั นี้
-4-
ขน้ั ท่ี 1 K (What we know) นกั เรียนรอู้ ะไรบ้างในเรือ่ งทจี่ ะเรียนหรอื สิ่งที่โจทย์บอกให้ทราบมีอะไรบา้ ง
ขน้ั ท่ี 2 W (What we want to know) นักเรียนหาสง่ิ ท่โี จทย์ต้องการทราบหรือสง่ิ ท่นี ักเรียนตอ้ งการรู้
ขน้ั ท่ี 3 D (What we do to find out) นกั เรียนจะตอ้ งทาอะไรบา้ งเพ่อื หาคาตอบตามทีโ่ จทยต์ ้องการ
ขั้นที่ 4 L (What we learned) นักเรียนสรุปสิง่ ที่ได้เรยี นรู้
2.จุดประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดาเนนิ งาน
จุดประสงค์
1. เพอ่ื ศึกษาปัญหานกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 2/2เรื่องการแก้โจทยป์ ัญหาการบวกและการลบ
2. เพอ่ื พฒั นาทักษะและกระบวนการแกโ้ จทย์ปญั หานักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2/2 ดว้ ยการ
จดั การเรียนร้แู บบ Active Learning 5 ข้นั ตอน โดยใช้ชดุ กจิ กรรมส่งิ แวดล้อมร่วมกับเทคนคิ KWDL”
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุด
กจิ กรรมสิ่งแวดล้อมรว่ มกบั เทคนคิ KWDL”
เป้าหมาย
เปา้ หมายเชิงปริมาณ
1.นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2/2 จานวน 25 คน สามารถแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและการลบได้
เพ่มิ ข้ึนร้อยละ 80
2. นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2/2 จานวน 25 คน มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลังเรยี นสูงกว่ากอ่ น
เรยี น เพมิ่ ข้นึ ร้อยละ 80
3. นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2/2 จานวน 25 คน มคี วามพงึ พอใจต่อการเรียนโดยใช้ชดุ กจิ กรรม
เพมิ่ ขั้นรอ้ ยละ 80
เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
1. รอ้ ยละ 80 นักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/2 จานวน 25 คน มที ักษะและกระบวนการแกโ้ จทย์
ปญั หาการบวก และการลบที่สูงขน้ึ
2. รอ้ ยละ80 นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2/2 จานวน 25 คน มผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นหลังเรียนสูง
กวา่ ก่อนเรียนทส่ี ูงขึน้
3. รอ้ ยละ 80 นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2/2 จานวน 25 คน มคี วามพึงพอใจตอ่ การเรียนโดยใช้
ชุดกิจกรรมทสี่ ูงขนึ้
ขอบเขตในการดาเนนิ งาน
1.กล่มุ เปา้ หมาย
- นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 2/2 โรงเรียนชมุ ชนบ้านซาด จานวน 25 คน
2.เน้ือหาที่ใชใ้ นการศึกษาค้นควา้
เน้อื หาทีใ่ ช้ในการศึกษาคร้งั นี้ได้แก่ โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ สาหรับชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 2/2
ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนชมุ ชนบา้ นซาด พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศึกราช 2560) กลุ่ม
สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ซง่ึ เป็นไปตามหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ
พุทธศักราช 2560) ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมเี น้ือหารายละเอยี ดเกยี่ วกับการแกโ้ จทย์ปญั หาการบวก
และการลบ นามาจดั ทาเปน็ ชุดกิจกรรมการแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใช้สื่อสิ่งแวดลอ้ มรอบตัว ร่วมกบั เทคนิค
-5-
KWDL โดยจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 5 ขั้นตอน สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/2
โรงเรยี นชุมชนบา้ นซาด สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสรุ ินทร์ เขต 2 มีจานวน 2 ชุด ดงั นี้
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ ชดุ ที่ 1 เพ่ือนร่วมชน้ั
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 2 ห้องเรยี นของเรา
3.ระยะเวลาในการดาเนนิ งาน ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ระหว่างวันที่ 1 – 23 กุมภาพันธ์ 2565
3. กระบวนการผลิตผลงาน หรอื ขน้ั ตอนการดาเนินงาน
ข้าพเจา้ ได้ดาเนินการพัฒนานวัตกรรม“การพฒั นาทักษะและกระบวนการแก้ โจทย์ปัญหาการบวก
และการลบ ด้วยการจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning 5 ขัน้ ตอน โดยใช้ชุดกจิ กรรมส่งิ แวดล้อม รว่ มกับ
เทคนคิ KWDL” โดยใชก้ ระบวนการดาเนินงานวงจรบริหารทีม่ ี คณุ ภาพ PDCA ดังนี้
1. ขน้ั วางแผน (Plan) ขน้ั ตอนนี้เป็นขั้นตอนในการวางแผนทีจ่ ะพฒั นานวัตกรรม
“การพัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เร่ือง โจทย์ปญั หาการบวกและการลบด้วยการจัดการ
เรียนรูแ้ บบ Active Learning 5 ขัน้ ตอน โดยใชช้ ุดกจิ กรรมการแกโ้ จทยป์ ัญหา ร่วมกับเทคนิค KWDL”
มขี น้ั ตอนดังน้ี
1.1 วิเคราะห์ผลสัมฤทธก์ิ ารเรยี นกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ของผูเ้ รียน ภาคเรยี นท่ี 1 ปี
การศกึ ษา 2564
1.2. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ป.2 และวเิ คราะห์
มาตรฐานการการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ลงสหู่ น่วยการเรยี นรู้ พรอ้ มท้ังศึกษาแนวคดิ ทฤษฎีท่ีเก่ยี วข้อง
วเิ คราะหห์ ลกั สตู รคณติ ศาสตร์ ป.2 วเิ คราะหม์ าตรฐานการเรียนรสู้ ู่ แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้
1.3. การจัดทาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “การพฒั นาทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ เร่ือง
โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ ด้วยการจัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning 5 ขั้นตอน โดยใชช้ ุดกิจกรรม
การแกโ้ จทยป์ ญั หาสง่ิ แวดล้อม รว่ มกบั เทคนิค KWDL” จานวน 2 ชุด คือ “เพ่ือนรว่ มช้ัน” และ “ห้องเรยี น
ของเรา”
-6-
1.4 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ Active Learning ในการขับเคลื่อน
การพัฒนาทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง โจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ ดว้ ยการจดั การ
เรียนรู้แบบ Active Learning 5 ขั้นตอน โดยใช้ชุดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมร่วมกับเทคนิค KWDL ของนักเรียน
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2/2 โรงเรียนชุมชนบา้ นซาด
2. ข้ันดาเนินการตามแผน (DO) ขั้นตอนน้ี เป็นขั้นตอนศึกษาผู้เรียนรายบุคคล ค้นพบปัญหาและความ
ต้องการของนักเรยี น ข้ันน้ีเป็นข้ันตอนการจาลองสถานการณ์ให้การแก้โจทย์ปัญหาเปรียบเสมอื นโรคที่ ตอ้ งการ
ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยข้ันตอนในการรักษาจะคล้ายกับการรักษาโรคในคลินิกหรือโรงพยาบาลโดย
แบง่ ไดท้ ้งั หมด 4 ขัน้ ตอน ดังนี้
1. ขนั้ ตอนการคัดกรอง
2. วินิจฉยั ปญั หา
3. จดั การเรยี นการสอน
ด้วยกิจกรรมการฝกึ ฝน
โดยใชร้ ูปแบบ Active Learning 5 ข้ันตอน
4. สรปุ ผลการจัดกจิ กรรม
2.1. ข้นั ตอนการคดั กรอง เปน็ การคดั กรองดว้ ยวิธีการทดสอบโดยใช้เครอื่ งมือการทดสอบผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียนเร่ืองโจทยป์ ญั หาการบวกและการลบ ก่อนเรียน จานวน 30 ข้อ และนาผลคะแนนท่ีไดจ้ ากการทา
แบบทดสอบจดั กล่มุ นักเรียนเพื่อทากจิ กรรมตอ่ ไป
นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน
-7-
2.2. วนิ ิจฉยั ปัญหา ขัน้ ตอนน้จี ะเป็นการคน้ หาสาเหตุการแก้โจทย์ปญั หาจากคะแนนการทดสอบผล
สัมฤทธท์ิ างการเรยี นเร่ืองโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ กอ่ นเรียน จานวน 30 ข้อ และจากการสงั เกต สอบถาม
โดยสรุปการวินิจฉัยปัญหา ดงั น้ี
ปัญหา สาเหตุ
ด้านผ้เู รยี น
1. นกั เรียนมปี ญั หาในการอ่านโดยอา่ นไม่คล่องหรือไม่ไดส้ ่งผลตอ่ การ
ดา้ นครูผสู้ อน วเิ คราะห์โจทย์ปญั หา
2. นักเรยี นไม่เขา้ ใจขน้ั ตอนของการวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา
3. สื่อในการจัดการเรยี นการสอนยังไม่ทนั สมัยไมน่ า่ สนใจในการทาการเรยี นรู้
4. วธิ กี ารสอนของครยู งั ไม่หลากหลายในการจัด กระบวนการเรยี นการสอน
ทาใหผ้ เู้ รียนนั้นเกดิ การเบ่ือหน่ายในการเรยี น
จากท่ีที่ได้วนิ จิ ฉัยปญั หาดา้ นการแก้โจทย์ปัญหา ผลปรากฏวา่ ปญั หาดา้ นผู้เรียน 1. นักเรยี นที่ไมผ่ า่ น
การทดสอบก่อนเรยี นเพราะมีปญั หาในการอ่านโดยอา่ นไม่คลอ่ งหรือไม่ไดส้ ่งผลต่อการวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา 2.
นักเรียนไม่เข้าใจข้ันตอนของการวเิ คราะหโ์ จทย์ปัญหา และปัญหาด้านครูผูส้ อน 1. ส่ือในการจัดการเรียนการ
สอนยังไม่ทนั สมัยไม่นา่ สนใจในการทาการเรยี นรู้ 2.วิธกี ารสอนของครยู ังไมห่ ลากหลายในการจัด กระบวนการ
เรยี นการสอน ทาให้ผู้เรียนน้ันเกดิ การเบ่ือหนา่ ยในการเรียน จากปญั หาดังกล่าวจงึ ทาให้ครหู าวธิ กี ารจดั การ
เรียนการสอนและรปู แบบการสอนท่สี ่งผลตอ่ การเรยี นรูข้ องผู้เรยี นให้สอดคล้องกบั ความต้องการของผเู้ รียน
2.3 จดั การเรียนการสอน ขั้นตอนนี้จะเป็นการดาเนินการจดั ทาชุดกจิ กรรมการแก้โจทย์ปญั หาโดยใช้
ส่ือสิ่งแวดล้อมรอบตัว ร่วมกับเทคนิค KWDL เพื่อใช้สาหรับเป็นเคร่ืองมือให้นักเรียนได้ฝึกวิเคราะห์โจทย์
ปญั หา แสดงวิธีทา และหาคาตอบได้อย่างสมเหตุสมผล โดยฝกึ ใหน้ ักเรยี นแก้โจทย์ปญั หาด้วยการปฏิบัติจริง
มีส่วนประกอบ คือ1.คาช้ีแจงในการใช้ชุดกิจกรรม 2. แบบทดสอบก่อนเรียน 3.กิจกรรมเสริมทักษะการแก้
โจทย์ปัญหาจานวน 6 กิจกรรม 4.แบบทดสอบหลังเรียน และ 5.เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน
และดาเนนิ การจัดการเรยี นการสอนตามหลักการ Active Learning ใหผ้ เู้ รยี นมบี ทบาทในการแสวงหาความรู้
และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ มีทั้งหมด 2 ชุดกิจกรรมคือ “เพื่อนร่วมชั้นเรียน ” และ
“ห้องเรียนของเรา” โดยนามาจัดการเรียนรู้รปู แบบ Active Learning 5 ขัน้ ตอนมดี งั ต่อไปน้ี
-8-
2.3.1 กจิ กรรมท่ี 1 ชือ่ ชดุ กิจกรรม “เพอ่ื นร่วมชัน้ เรียน” (ใชเ้ วลา 5 ชวั่ โมง)
กิจกรรมน้เี ปน็ การนาชุดกจิ กรรม “เพื่อนร่วมชน้ั เรยี น” มาใชเ้ ปน็ เครื่องมือใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกวิเคราะห์
โจทย์ปัญหา แสดงวิธีทา และหาคาตอบได้อย่างสมเหตุสมผล โดยฝึกให้นักเรียนแก้โจทย์ปัญหาด้วยการ
ปฏิบัติจริง โดยการสร้างโจทย์ปัญหาจะใช้ข้อความท่ีเก่ียวกับเพ่ือนๆ ในช้ันเรียน เช่นช่ือเพ่ือนในชั้น ความสูง
ของเพ่ือน น้าหนักของเพ่ือน การฝากเงิน ซึ่งเป็นโจทย์ปัญหาจากส่ิงแวดล้อมใกล้ตัวนักเรียน เพ่ือเป็นการ
ช่วยเหลือให้นักเรียนที่มีปัญหาในการอ่านได้ไม่คล่องได้คุ้นเคยและเข้าใจเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งมีขั้นตอนใน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามกระบวนแบบ Active Learning 5 ขัน้ ตอน ดังนี้
กระบวน ACTIVE LEARNING กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขั้นกระตุน้ ความสนใจ -ครูให้นกั เรียนฝกึ กระต้นุ ความสนใจโดยใชก้ ระบวนการฝึกสมาธิร่วมกับฝกึ
การบวกเลขดว้ ยมือแบบจนิ ตคณิตโดยใช้รปู แบบคณิตคิดในใจพ้ืนฐานการ
บวก การลบ และทาแบบทดสอบก่อนเรยี นชุดกจิ กรรม
ฝึกสมาธิคณิตคิดในใจวนั ละ 10 ขอ้ 10 นาที ตวั อย่างคลิปการสอนฝกึ สมาธิคณิตคิดในใจ
2. ขั้นสารวจค้นหา -นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนชุดท่ี 1 เพื่อนของเรา
- ครไู ด้ถามคาถามนักเรียนเก่ียวกับขอ้ มูลเพ่ือนในห้องเรยี นของเราเกีย่ วกับ
ความสงู เชน่ ในห้องเรยี นของเราใครสงู มากท่สี ดุ และใครสูงนอ้ ยท่ีสดุ
-ครไู ด้ถามข้อมลู นกั เรยี นเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อนในห้องเรียนของเราเก่ยี วกบั
นา้ หนกั เช่นในห้องเรยี นของเราใครหนกั มากที่สุด และใครหนักนอ้ ยทสี่ ุด
-ครใู หน้ ักเรยี นทากจิ กรรมท่ี 1 เพอ่ื สารวจข้อมลู เพื่อนของเรา
ภาพจดั กิจกรรมที่ 1 การสารวจขอ้ มูลเพื่อนาไปสรา้ งโจทย์ ชดุ ท่ี 1 เพื่อนร่วมช้นั
กระบวน ACTIVE LEARNING -9-
3. ขัน้ อภิปรายผลและลงขอ้ สรปุ กิจกรรมการเรยี นรู้
- ครแู บง่ กลุ่มให้นักเรยี น กลุ่มละ 5 คน โดยแต่ละกลุ่มจะมีนกั เรยี น 3 กลุ่ม
คอื เก่ง ปานกลาง และควรพัฒนา คละกนั ในจานวนเท่าๆกัน และให้
นกั เรยี นช่วยกันทากจิ กรรมที่ 2-6 การสรา้ งโจทยป์ ญั หาและแกป้ ัญหาเพื่อ
หาคาตอบ
ภาพจัดกิจกรรมกลุ่ม วิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาด้วยเทคนคิ KWDL ชดุ ที่ 1 เพอ่ื นร่วมช้นั
4.ข้นั สร้างผลผลิตของความเข้าใจ -ครแู จกใบงานโจทย์ปัญหาการบวก การลบ แล้วใหน้ ักเรียนเปน็ รายบุคคล
แตใ่ ห้นกั เรยี นออกมานาเสนอเป็นรายกลุ่ม โดยตัง้ เง่ือนไขว่าในแตล่ ะกลุ่ม
จะต้องทาใบงานเสรจ็ พร้อมกันและสอดแทรกคุณธรรมในเรื่องของการ
ช่วยเหลือเพอ่ื น ใหเ้ พื่อนคนทท่ี าเสร็จก่อนช่วยสอนเพื่อนที่ยงั ไม่เสรจ็ เป็น
การฝึกแบบเพอ่ื นชว่ ยเพอื่ น
นกั เรยี นทาใบงานเพื่อตรวจสอบความเข้าใจรายบุคคล ใบงานดอกไม้แสนสวย
5.ขนั้ สะทอ้ นผลผ่านชุมชนเพ่ือการ -ใหน้ กั เรียนเลกเปลยี่ นเรียนรู้แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั บทเรียนที่ได้เรียน
เรียนรู้ ไปแล้วทาใบงานลงในสมดุ ส่งคณุ ครู และทาส่ือเปน็ ของตัวเองคนละ 1 ชิ้น
-10-
2.3.2 กิจกรรมที่ 2 ชอ่ื ชดุ กิจกรรม “ห้องเรียนของเรา” (ใชเ้ วลา 5 ชั่วโมง)
กิจกรรมน้ีเป็นการนาชุดกิจกรรม “ห้องเรียนของเรา” มาใช้เป็นเครื่องมือให้นักเรียนได้ฝึกวิเคราะห์
โจทย์ปัญหา แสดงวิธีทา และหาคาตอบได้อย่างสมเหตุสมผล โดยฝึกให้นักเรียนแก้โจทย์ปัญหาด้วยการ
ปฏิบัติจริง โดยการสร้างโจทย์ปัญหาจะใช้ข้อความท่ีเกี่ยวกับห้องเรียนของเรา เช่นจานวนโต๊ะ จานวนเก้าอ้ี
ความกว้างของกระดานดา ความยาวของโต๊ะครู ความกวา้ งของประตู จานวนหน้าต่างเปน็ ตน้ เปน็ โจทย์ปัญหา
จากสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวนักเรียน เพื่อเปน็ การชว่ ยเหลือใหน้ ักเรียนทีม่ ีปัญหาในการอ่านได้ไม่คล่องได้คุ้นเคยและ
เข้าใจเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งมีข้ันตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามกระบวนแบบ Active
Learning 5 ขัน้ ตอน ดังนี้
กระบวน ACTIVE LEARNING กิจกรรมการเรียนรู้
1. ขน้ั กระตุ้นความสนใจ -ครใู ห้นกั เรียนฝกึ กระตุ้นความสนใจโดยใชก้ ระบวนการฝึกสมาธิโดยใช้กิจกรรม
BBL ตบมอื เปน็ จงั หวะและเล่นเกมบิงโกการบวกและการลบ กระตุน้ ความสนใจ
และเตรยี มพรอ้ มเพ่ือทจ่ี ะทากิจกรรมต่อไป
เตรียมความพร้อมด้วยกจิ กรรม BBL ตัวอย่างกิจกรรม BBL
2. ข้ันสารวจคน้ หา - ครูได้ถามคาถามนกั เรยี นเกี่ยวกับข้อมลู ในห้องเรยี นของเราให้นักเรยี นมองดู
รอบๆห้องเรยี นแล้วบอกมาคนละ 1 อยา่ ง เชน่ โตะ๊ เรียน เกา้ อ้ี กระดานดา ประตู
หนา้ ตา่ ง เปน็ ต้น
-ครใู ห้นักเรียนทากจิ กรรมที่ 1 เพ่อื สารวจข้อมูลในห้องเรยี นของเราเพ่ือนาไปใชใ้ น
การหาคาตอบในกิจกรรม ท่ี 2-6
นกั เรยี นสารวจขอ้ มลู รอบๆห้องเรียน ชุดกิจกรรมที่ 2 หอ้ งเรยี นของเรา
-11-
กระบวน ACTIVE LEARNING กิจกรรมการเรยี นรู้
3. ขน้ั อภปิ รายผลและลง - ครูแบ่งกลุม่ ให้นักเรยี น กลุ่มละ 5 คน โดยแตล่ ะกลุม่ จะมีนกั เรียน 3 กลมุ่ คือ เกง่
ขอ้ สรปุ
ปานกลาง และควรพัฒนา คละกันในจานวนเทา่ ๆกัน และใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันทา
กจิ กรรมที่ 2-6 การสรา้ งโจทย์ปญั หาและแก้ปญั หาเพอ่ื หาคาตอบ
ฝึกนกั เรยี นทางานเป็นกลุม่ สรา้ งคณุ ธรรมเพ่ือนชว่ ยเพ่ือน ชุดกิจกรรมที่ 2 ห้องเรียนของเรา
4.ข้นั สรา้ งผลผลิตของความ -ครูแจกใบงานโจทยป์ ัญหาการบวก การลบ แลว้ ใหน้ ักเรียนเป็นรายบคุ คลแต่ให้
เข้าใจ
นกั เรยี นออกมานาเสนอเป็นรายกลมุ่ โดยต้งั เงื่อนไขว่าในแตล่ ะกลมุ่ จะต้องทาใบ
งานเสร็จพร้อมกนั และสอดแทรกคุณธรรมในเร่อื งของการชว่ ยเหลือเพอ่ื น ให้เพอ่ื น
คนที่ทาเสร็จก่อนชว่ ยสอนเพ่ือนท่ียงั ไมเ่ สร็จเปน็ การฝึกแบบเพ่ือนช่วยเพ่ือน
นกั เรียนทากจิ กรรมเสรมิ การเรียนรเู้ พ่อื วดั ความรูค้ วามเข้าใจ
5.ขน้ั สะท้อนผลผา่ นชุมชนเพอ่ื -ให้นกั เรียนเลกเปลย่ี นเรียนรู้แสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับบทเรยี นท่ีได้เรียนไปแลว้
การเรยี นรู้ ทาใบงานลงในสมดุ สง่ คุณครู และสรุปความคิดรวบยอดเป็นผงั มโนทัศน์
นกั เรียนช่วยกนั ทางานกลุ่มและนาเสนอหนา้ ชน้ั เรียน
-12-
ตารางการจดั กจิ กรรมเสรมิ การเรยี นรู้
จันทร์ อังคาร พุธ
แบบฝกึ สมาธิ คณติ คิดในใจ แบบฝกึ คณิต คิดเลขเร็ว เกมบิงโก หรรษา
พฤหสั บดี ศกุ ร์
แบบฝกึ ทักษะการคิด จิตคณิตคิดสนกุ แบบฝึกวิเคราะหโ์ จทย์ปัญหา
3. สรุปผลและติดตาม (Check) ขั้นตอนนี้จะเป็นข้ันตอนในการสรุปผลการแก้ไขปัญหาในเรื่องการแก้
โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ โดยเราจะใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรู้เร่ืองโจทย์ปัญหาการ
บวกและการลบ ผลปรากฏว่านกั เรียนจานวน 25 คน ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนได้รอ้ ยละ 44.40 และเม่ือให้
นักเรียนทากิจกรรม การโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 5
ขั้นตอน โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหา ร่วมกับเทคนิค KWDL จานวน 2 ชุดกิจกรรม ผลปรากฏว่า
นักเรียนจานวน 25 คน ทาแบบทดสอบหลังเรียนได้ร้อยละ 61.87 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพ่ิมขึ้นร้อยละ 17.47
นักเรียนมีสมาธิในการเรียนมากข้ึนและนักเรียนมีเจตคติที่ดีขึ้นในการเรียน การสอนในทุกรายวิชา สารวจได้
จาก แบบแสดงความคิดเห็นของนกั เรียน
4. ขั้นพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง (Action) นักเรียนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมน้ีแก้ไขปัญหาในเร่ืองการแก้โจทย์
ปัญหาการบวกและการลบได้ พร้อมมีเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ ผู้ปกครองมีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรม
ดาเนินงาน เมื่อจดั กระบวนการเสร็จ สิ้นนักเรียนมีความกล้าแสดงออกและม่ันใจในการเรยี นมากยิ่งข้ึน โดยมี
ความใฝ่ร้ใู ฝ่เรยี นในแต่ละกิจกรรมที่คณุ ครู ไดใ้ ห้นักเรียนทาและฝึกความกลา้ แสดงออกในหลายๆกจิ กรรม เช่น
นาเสนอผลงานการแก้โจทย์ปญั หา และนาเสนอแผนภาพได้ เปน็ ตน้
4.ผลการดาเนนิ การ/ผลสัมฤทธ/ิ์ ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
ผลการดาเนนิ งาน
จากการจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการ
จดั การเรียนรู้แบบ Active Learning 5 ข้ันตอนโดยใช้ชุดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมร่วมกับเทคนิค KWDL นักเรียน
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนชุมชนบ้านซาด สามารถสรปุ ผลการจัดการเรียนเรยี นรู้ได้ดังนี้
-13-
1. จากการศกึ ษาปญั หา ของนกั นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 2/2 เรอ่ื งการแก้โจทยป์ ญั หาการบวก
และการลบ พบว่า ปัญหามี 2 ดา้ นคือ ดา้ นผู้เรยี น มปี ญั หาในเรอื่ งการอ่านและไม่สามารถวเิ คราะหโ์ จทย์
ปัญหาไดด้ ้านครูผสู้ อน ครูมีส่อื การสอนและวธิ ีการสอนท่ีไม่หลากหลายทาให้ผเู้ รียนไม่อยากเรยี น
2. ผลสัมฤทธ์ขิ องการจัดกิจกรรม
คา่ เฉลี่ยและคา่ เบย่ี งเบนมาตรฐานของนักเรียนในการใชช้ ดุ กจิ กรรมการแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้สอื่
ส่งิ แวดลอ้ ม รว่ มกบั เทคนคิ KWDL สาหรับนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2/2 โรงเรียนชุมชนบ้านซาด
การฝึก จานวนนกั เรยี น ผลรวม X ค่าเฉลี่ย X ร้อยละ ค่า S.D
ก่อนเรียน 25 คน 333 13.32 44.40 4.74
หลังเรยี น 25 คน 464 18.56 61.87 4.17
จากตารางสรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยชุดกิจกรรมการแก้โจทย์
ปัญหาโดยใช้สือ่ สงิ่ แวดล้อมรอบตวั ร่วมกับเทคนิค KWDL สาหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 2/2 โรงเรยี น
ชุมชนบ้านซาด ก่อนเรียนมีค่าเฉล่ียร้อยละ 44.40 และเม่ือให้นักเรียนทากิจกรรม การโจทย์ปัญหาการบวก
และการลบ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 5 ขั้นตอน โดยใช้ชุดกิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหา
ร่วมกับเทคนิค KWDL จานวน 2 ชุดกจิ กรรม ผลปรากฏว่า นักเรียนจานวน 25 คน ทาแบบทดสอบหลังเรียน
ได้ร้อยละ 61.87 ซ่ึงมคี า่ เฉล่ียเพ่มิ ขนึ้ รอ้ ยละ 17.47
3.สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการสอน
นกั เรียนไดท้ บทวนความรู้เดิมทางคณติ ศาสตร์ , นักเรียนชอบการสอนคณิตศาสตร์แบบชุดกิจกรรม , .นกั เรียน
มีความรู้สึกสนุกสนานกับการทากิจกรรมคร้ังนี้ ,นักเรียนมีความรู้หลังใช้ชุดกิจกรรม และ นักเรียนมีความพึง
พอใจในการจัดกจิ กรรมในครัง้ น้ี คิดเปน็ ร้อยละ 95 จากแบบสอบถามความพึงพอใจ
ประโยชนท์ ีไ่ ด้รบั จากการจัดกิจกรรม
1.ประโยชน์ทเี่ กิดกับโรงเรียน คือ โรงเรียนมจี ัดกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนให้ผู้เรียนอย่าง
เป็นระบบมีคุณภาพการศึกษา ร่วมทั้งการกากับดูแลนิเทศติดตามภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การ
ดาเนนิ การเป็นไปอยา่ งต่อเนอ่ื งและและเกิดประโยชน์สูงสุดตอ่ ตวั ผู้เรยี นมากทสี่ ุด
2. ประโยชน์ท่ีเกิดกับครู คอื จากการทา นวัตกรรมวิธีปฏิบัติที่เปน็ เลิศ (Best Practice) ชื่อ การ
พัฒนาทักษะและกระบวนการโจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ Active
Learning 5 ขนั้ ตอน โดยใช้ชุดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ร่วมกับเทคนิค KWDL เป็น นวัตกรรมท่ีครูนามาใช้จัด
กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2/2 และนวัตกรรม น้ีสามารถนาไปเผยแพร่ให้
คุณครูชั้นอ่ืนได้นาเอาวิธีการและหลักการในนวัตกรรมน้ีไปแก้ไขปัญหาฝึกวิเคราะห์โจทย์ปัญหา แสดงวิธีทา
และหาคาตอบไดอ้ ย่างสมเหตสุ มผล โดยฝกึ ให้นักเรียนแกโ้ จทยป์ ัญหาด้วยการปฏบิ ตั จิ ริงในแตล่ ะชัน้ ได้
3.ประโยชน์ทเี่ กดิ กับนกั เรียน คอื นักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนชุมชนบ้านซาด สามารถ
วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หา แสดงวิธที า และหาคาตอบไดอ้ ยา่ งสมเหตสุ มผล โดยฝกึ ให้นกั เรียนแก้โจทย์ปัญหาด้วย
การปฏิบัตจิ รงิ อยู่ในระดบั ท่ีสงู มาก และจากผลการทดสอบความสามารถด้านการแกโ้ จทย์ปญั หาการบวกและ
การลบหลังเรียนอยู่ในระดับที่สงู กว่าก่อนเรียน รวมไปถึงผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของรายวชิ าคณติ ศาสตร์อยู่ใน
ระดับทีส่ งู ข้นึ เปน็ ที่นา่ พอใจของผบู้ รหิ ารคณะครูและผู้ปกครองเปน็ อย่างมากรวมไปถึงผู้เรยี นมีความสขุ ในการ
เรยี นในทกุ ๆรายวชิ า
-14-
5.ปัจจัยความสาเร็จ
จากการดาเนินงานพัฒนาทักษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 2/2
โรงเรียนชุมชนบ้านซาด สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษาสุรนิ ทร์ เขต 2 โดยใช้นวัตกรรมวธิ ีปฏบิ ัติที่
เป็นเลิศ (Best Practice) ชื่อ “การพัฒนาทักษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ด้วยการ
จัดการเรียนแบบ Active Learning โดยใช้ชุดกิจกรรมร่วมกับเทคนิค KWDL” ประกอบด้วย 2 ชุดกิจกรรม
คือ ชุดกิจกรรมท่ี 1 เพื่อนร่วมช้ัน และ ชุดกิจกรรมท่ี 2 ห้องเรียนของเรา โดยการบูรณาการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ นัน้ ข้าพเจ้าได้นาหลักการและทฤษฎที ่ีคดิ ค้นข้ึนมานอกจากนั้นข้าพเจ้าได้รับการ สนับสนุน
และใหค้ วามร่วมมือกบั บคุ คล หน่วยงาน และภาคเี ครือขา่ ย ดังนี้
หน่วยงานต้นสังกัด สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 มีการขับเคล่ือนส่งเสริม
และสนับสนุนพัฒนาการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก Active Learning ภายใต้นโยบาย 3 สร้าง(สร้าง
โอกาส สรา้ งคณุ ภาพ สร้างคณุ ธรรม) ซง่ึ เปน็ แรงกระตุ้นและผลกั ดันใหข้ า้ พเจ้าได้คิดนวัตกรรมน้ีขน้ึ มา
ผู้บริหาร คณะครูโรงเรียนชุมชนบ้านซาด เป็นแรงขับเคล่ือนในการดาเนินการพัฒนา นวัตกรรม
เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา มีการปรึกษา ประชุมและวางแผนการร่วมกิจกรรมสร้าง
ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) มกี ารสนับสนุนด้านส่อื อปุ กรณ์ งบประมาณบางส่วนในการจดั กจิ กรรม
พฒั นาด้านการคดิ ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2/2 เพ่ือเป็นพ้ืนฐานในการ พฒั นาทักษะและกระบวนการ
แก้โจทย์ปัญหา และ ยังมีการนิเทศติดตาม ประเมินผลทุกภาคเรียนเพ่ือนาผลมาถอดบทเรียนและวางแผน
ร่วมกันในภาคเรียนต่อไป ทาใหเ้ กดิ การพฒั นาอย่างย่งั ยนื
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2/2 ให้ความร่วมมือในการทากิจกรรม มีความต้ังใจในการทางาน และ
เอาใจใสง่ านจนสาเรจ็ ทุกช้ินงานท่มี อบหมายใหท้ า
ภาคเครือข่ายผู้ปกครอง ผู้ปกครองมีการสนับสนุนและมีการเข้าร่วมประชุมวางแผนในการจัด
กระบวนการเรยี นการสอนท่ีแกไ้ ขปัญหา มีการเข้าร่วมพูดคุยและหาแนวทางแกไ้ ข รวมไปถงึ รับทราบแนวทาง
ในการปฏิบัติและให้ความร่วมมือกับคุณครูอย่างเต็ม เปรียบเสมือนผู้ปกครองเป็นครูคนที่ 2 ของเด็กๆ เม่ือ
เด็กๆเลิกโรงเรียนกลับถึงบ้านผู้ปกครองจะต้องใส่ใจเด็กกลุ่มน้ีเป็นพิเศษต้องได้ใกล้ชิด เห็น พัฒนาการของ
เด็กๆ และผู้ปกครองมีความมุ่งมั่นต้ังใจ ใส่ใจในการพัฒนาพร้อมๆกับคุณครูเป็นอย่างมาก ทาให้การ
ดาเนินงานพฒั นานวตั กรรมน้ีเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยงั่ ยืน
6.บทเรยี นท่ีได้รับ (Lesson Learned)
ขอ้ สงั เกต
จากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า ผู้เรียนเปรยี บเสมือนผ้าขาว นวัตกรรมหรอื สื่อการเรียน
การสอนเปรียบเสมือนสี โดยท่ีครูผู้สอนมีหน้าที่แต่งแต้มสีลงบนผ้าด้วยสีหรือนวัตกรรมให้ผ้าขาวมีความ
สวยงาม แต่ถ้าผ้าขาวไม่นิ่งปลิวไปตามสายลม ถึงแม้จะมีสียีห้อแพงๆ หรือนวัตกรรมที่ดีเลิศก็ไม่สามารถสร้าง
ความสวยงามลงบนผ้าได้ ผ้จู ัดทาเลยเน้นกิจกรรมในขนั้ ตอนกระบวนการกระตนุ้ ความสนใจ กอ่ นเรียนทกุ ท้ังจะ
มกี จิ กรรมเสรมิ เพ่ือฝกึ สมาธใิ ห้ผเู้ รยี นทุกวันเพ่ือให้ผูเ้ รียนมีความพร้อมทีจ่ ะรับความรู้ต่อไป
การเสริมต่อการเรียนรู้สามารถทาได้หลายประการ เช่น การให้แบบอย่าง การสะท้อนผลการเรียนรู้
การตรวจสอบความรู้ของผู้เรียนโดยให้ผู้เรียนเล่าสิ่งท่ีได้เรียนรู้ ซ่ึงการเสริมต่อการเรียนรู้จะมีประสิทธิภาพได้
ต้องมาจากพนื้ ฐานความเขา้ ใจ พัฒนาการของผูเ้ รยี นเป็นสาคญั
-15-
ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อเสนอในการนาไปใช้
1.1 ในขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหากครูผู้สอนพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่สอนจะต้องดาเนิน
การแกป้ ญั หา โดยทนั ทีเพือ่ ไมใ่ ห้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนร้ใู นส่งิ ผดิ และสามารถนาไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง
1.2 ครูผู้สอนจะต้องสร้างแผนการจัดการเรียนรู้และจัดเตรียมส่ือการสอนให้ครบถ้วนและสะดวกต่อ
การนามาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความพร้อมของครูผู้สอน และจัดเตรียมสื่อการสอน เพราะกิจกรรมมี
หลากหลายหากครผู ู้สอนมิไดเ้ ตรียมตัว ก่อนสอนจะส่งผลให้นักเรยี นปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ได้ไม่เต็มท่ี
1.3 ในการนาชุดกิจกรรมไปใช้นั้น ครูผู้สอนมีข้ันตอนในการใช้ท่ีชัดเจนและเข้าใจง่ายรวมท้ังเน้ือหา
และข้อความ ที่อยู่ในแบบฝึกหัด ตอ้ งส้ันกระชับและไดใ้ จความ และมกี ารกาหนด กจิ กรรมการฝึกทแี่ นน่ อน ทา
การฝึกอยา่ งตอ่ เนอ่ื งสม่าเสมอ การจดั กิจกรรมโดยใชแ้ บบฝกึ หดั จึงจะเกิดประโยชนอ์ ย่างแทจ้ รงิ
1.4 ควรเพ่มิ เวลาในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ใหม้ ากข้ึน เพราะเปน็ กจิ กรรมทีต่ ้องใชเ้ วลาพอสมควร
ขอ้ ควรระวงั
1. ควรคานึงถึงความแตกตา่ งระหว่างบุคคลของผู้เรยี น
2. การใหค้ วามช่วยเหลือควรมคี วามเหมาะสม
3. สง่ เสริมให้มกี ารเรยี นรู้แบบรว่ มมอื รว่ มใจ
7.การเผยแพร่/การไดร้ ับการยอมรบั /รางวลั ทไี่ ดร้ ับ
การเผยแพร่และการได้รบั การยอมรบั
1.มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรชู้ มุ ชนแหง่ การเรียนเรยี นรูท้ างวชิ าชพี (PLC) ระหวา่ งครผู ู้สอนในสายช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 และครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาตอนตน้
2.เผยแพร่นวตั กรรมในไลนก์ ลมุ่ ครู ป.1-3 โรงเรยี นชุมชนบา้ นซาด และผา่ น facebook
-16-
-16-
ผลงาน/รางวัลท่ีได้รับ
1. รางวัลเหรียญทองครูผู้สอนโครงงานคณิตศาสตร์ท่ีบูรณาการความรู้ไปประยุกต์ใช้ชั้นป.4-6 ระดับภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื จ.หนองคาย คร้ังท่ี 66
2. รางวัลเหรียญทองครูผู้สอนโครงงานคณิตศาสตร์ที่บูรณาการความรู้ไปประยุกต์ใช้ช้ันม.1-3 ระดับภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จ.ขอนแกน่ ครัง้ ที่ 67
2. รางวัลเหรียญทองครูผู้สอนโครงงานคณิตศาสตร์ที่บูรณาการความรู้ไปประยุกต์ใช้ช้ันป.4-6 ระดับภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ จ.บรุ รี มั ย์ ครัง้ ท่ี 68
3. รางวัลรองชนะเลศิ อนั ดบั 2 ห้องเรยี นคุณภาพระดับเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาสรุ นิ ทร์ เขต 2
-17-
ภาคผนวก
-18-
กระบวนการดาเนินงานนวตั กรรม
ดาเนินงานดว้ ยกระบวนการบรหิ าร
วงจรคณุ ภาพ PDCA
1. ขน้ั ตอนการวางแผน (Plan)
2. ขัน้ ตอนการดาเนินงานตามแผน (Do )
มี 4 ข้นั ตอน
2.1 ขั้นตอนการคัดกรอง
2.2 วนิ ิจฉัยปญั หา
2.3. จัดการเรียนการสอนด้วยกิจกรรมการ
ฝกึ ฝนโดยใช้รูปแบบ การเรยี นรู้
Active Learning 5 ขัน้ ตอน
2.4. สรุปผลการจดั กจิ กรรม
3. สรุปผลและตดิ ตาม (Check)
4. ข้นั ตอนการพฒั นา แกไ้ ข ปรบั ปรงุ (Action)
5. เผยแพร่นวตั กรรมการจดั กระบวนการเรียนรู้
-19-
แบบบันทึกคะแนนทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกอ่ นเรยี น – หลงั เรียน
เร่อื ง โจทย์ปญั หาการบวกและการลบ
นกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2/2 โรงเรียนชมุ ชนบ้านซาด
เลขที่ ชอ่ื - สกลุ กอ่ นเรียน หลงั เรียน ค่าคะแนน
30 คะแนน 30 คะแนน พฒั นา
1 เดก็ ชายณัฏฐพล จิตหาญ
2 เด็กชายพีรพฒั น์ โพธิ์จาทุม 10 15 +5
3 เด็กชายสทุ ธวิ ฒั น์ พนั ลอด 15 27 +12
4 เด็กชายจริ ภทั ร แสงอรุณ 16 21 +5
5 เดก็ ชายพงศกร สีกนั หา 22 27 +5
6 เดก็ ชายบรรณวตั ร เปลยี่ นศรีคงเมือง 6 15 +9
7 เดก็ ชายจกั รกฤช พวงแกว้ 6 15 +9
8 เดก็ ชายทนิ กร นามมูลครปี ัตตา 14 17 +3
9 เด็กชายธนวัฒน์ สกี นั หา 15 22 +7
10 เดก็ ชายญาณวฒั น์ พวงศรี 15 16 +1
11 เดก็ หญิงนันทัชพร สอนสมนกึ 19 18 -1
12 เดก็ หญงิ สณุ ัฐชา แสนปัดชา 9 15 +6
13 เดก็ หญิงนรกมล จันทนนั ท์ 9 15 +6
14 เด็กหญิงปรนิ ทร์ยารัตน์ ลอมไธสงค์ 14 17 +3
15 เด็กหญงิ กัญญารัตน์ ทองคา 24 26 +2
16 เด็กหญงิ ขวญั ข้าว ยามรัมย์ 12 15 +3
17 เด็กหญิงปุณณสิ า หงษ์ทอง 19 23 +4
18 เด็กหญงิ ณัฏฐริดา ชา่ งหม้อ 11 15 +4
19 เดก็ หญงิ พมิ ลดา กระดมุ เพชร 18 20 +2
20 เดก็ หญงิ ชลดา สมรูป 12 15 +3
21 เดก็ หญิงนิพาดา ศรกี ระทุ่ม 16 21 +5
22 เด็กหญิงพิชญานนิ กนั ยายน 7 15 +8
23 เด็กชายวริ ชั ชัย ชุนเกษา 11 22 +11
24 เด็กหญิงธนสิ า ชยั วิรมั ย์ 9 15 +6
25 เดก็ หญิงไปรยา ประจวบบุญ 10 15 +5
+8
เฉล่ยี 14 22
13.32 18.56 +17.47
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 4.74 4.17
รอ้ ยละ 44.40 61.87
-20-
สรุปแบบประเมินความพึงพอใจการพัฒนาทักษะและกระบวนการแกโ้ จทย์ปัญหาการบวกและการลบ
ด้วยการจดั การเรียนแบบ Active Learning 5 ขั้นตอน โดยใชช้ ดุ กิจกรรมร่วมกับเทคนคิ KWDL
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรยี นชมุ ชนบ้านซาด
***********************
ข้อมลู ทวั่ ไป : นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2/2
โรงเรยี นชุมชนบา้ นซาด ต.เมอื งบัว อ.ชุมพลบรุ ี สพป.สร.เขต 2
เพศ ชาย จานวน 11 คน
หญิง จานวน 14 คน
คาชีแ้ จง ทาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งว่างท่ีใกลเ้ คียงกับระดับความร้สู กึ ของท่านมากท่ีสดุ
รายการประเมิน ระดับความคดิ เหน็ รอ้ ย
ละ
มาก ปาน นอ้ ย ปรับปรงุ Mean S.D.
(4) กลาง(3) (2) (1) 95.00
93.00
1.นักเรียนไดท้ บทวนความรูเ้ ดมิ ทางคณติ ศาสตร์ 20 5 0 0 3.80 0.08 94.00
2.นักเรียนมคี วามร้เู พิ่มเติมทางคณิตศาสตร์ 18 7 0 0 3.72 0.09
84.00
3.นักเรยี นชอบและได้ฝกึ การทางานเป็นกลุ่ม 19 6 0 0 3.76 0.09 95.00
4.นกั เรยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นและรบั ฟงั ความคิดเห็น 85.00
ของผู้อ่นื 16 4 3 2 3.36 0.20 95.00
80.00
5นักเรียนชอบการสอนคณติ ศาสตรแ์ บบชุดกจิ กรรม 20 5 0 0 3.80 0.08 95.00
95.00
6. ทกั ษะการจา ทาซา้ ย้าและทบทวนสาคัญกับการ
เรยี น 10 15 0 0 3.40 0.10
7.นกั เรยี นมคี วามรู้สกึ สนุกสนานกบั การทากจิ กรรม
ครง้ั น้ี 21 3 1 0 3.80 0.10
8. นกั เรยี นมีความรู้กอ่ นใช้ชุดกิจกรรม 5 20 0 0 3.20 0.08
9. นกั เรียนมีความรู้หลังใชช้ ุดกจิ กรรม 20 5 0 0 3.80 0.08
10. นักเรียนมีความพึงพอใจในการจดั กจิ กรรมในคร้ังนี้ 20 5 0 0 3.80 0.08
จากตารางสรุปความพึงพอใจของนักเรียนได้ดังนี้ มากที่สุดร้อยละ 95.00 ได้แก่ นักเรียนได้ทบทวน
ความรู้เดิมทางคณิตศาสตร์ , นักเรียนชอบการสอนคณิตศาสตร์แบบชุดกิจกรรม , .นักเรียนมีความรู้สึก
สนุกสนานกับการทากิจกรรมครั้งน้ี ,นักเรียนมีความรู้หลังใช้ชุดกิจกรรม และ นักเรียนมีความพึงพอใจในการ
จดั กจิ กรรมในคร้ังน้ี รองลงมา รอ้ ยละ 94 นักเรียนชอบและได้ฝกึ การทางานเป็นกลุ่ม และร้อยละ 93 นักเรียน
มคี วามร้เู พม่ิ เติมทางคณิตศาสตร์ ตามลาดับ
-21-
ความคดิ เห็นของนกั เรียน
1.นกั เรียนชอบการจัดการสอนของคุณครู
2.นกั เรยี นมีความสุขและสนกุ ในการทากิจกรรมร่วมกับเพอ่ื นๆ
3.นกั เรียนมีความพึงพอใจในการสอนของคุณครู
ความคดิ เหน็ ของผปู้ กครอง
ความคิดเหน็ ของผปู้ กครอง
-22-
แหลง่ สบื คน้ ขอ้ มลู
หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ วิเคราะห์มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั สู่
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรยี นรู้ Active Learning แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนรู้
ก่อนเรียน-หลงั เรียน
-23-
แหล่งสบื ค้นขอ้ มูล
ชดุ กจิ กรรมท่ี 1 เพื่อนร่วมชัน้ ชดุ กจิ กรรมที่ 2 ห้องเรียนของเรา
แบบฝกึ กจิ กรรมเสริม “จินตคณติ คิดในใจ” แบบฝกึ กิจกรรมเสรมิ “ใบงานคิดวิเคราะห์”
-24-
เกียรตบิ ัตรจากการเข้ารว่ มการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองในการจดั ทานวตั กรรม
-25-
เกียรตบิ ัตรจากการเข้ารว่ มการอบรมเพื่อพัฒนาตนเองในการจดั ทานวตั กรรม
-26-
บรรณานุกรม
ณัชนนั แก้วชัยเจรญิ กจิ . บทบาทของครผู ู้สอนในการจดั กจิ กรรมและวธิ ีการปฏิบัติตาม
แนวทางของ Active Learning. สบื ค้นจาก http//www.kroobannok.com เม่อื
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔.
ชัยพร รปู นอ้ ย. ค่มู อื เกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดยี นสโตร,์ 2540.
นริ มล ชยุดลาหกิจ. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยยึดผเู้ รยี นเป็นสาคญั . กรงุ เทพมหานคร : ต้นออ้ ,
2544.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด กลมุ่ สาระ
การเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั
พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศ
ไทยจากัด, 2560
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. หนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานคณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ตามมาตรฐานและตวั ช้ีวดั กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช
2551 (พมิ พ์ครง้ั ท่ี 1). กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2562
นางวลยั นามวงศ์ : ครกู ลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ โรงเรียนสตรีสริ ิเกศ
จาก https://instructional27.blogspot.com/2019/04/kwdl.html
http://www.krusmart.com/active-learning-conclusion/