วชิ า สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
การทํางานจึงมีความสัมพันธ์ไปสู่การขูดรีดและนํามาสู่ทุนนิยมในท่ีสุด โดยชนช้ันแรงงานอาจจะไม่รู้ว่า
ตัวเองนน้ั กําลังสืบถอดและกําลังพังทลายความเปน็ มนุษย์ของตัวเองลงไป
จากปัญหาท่ีนักศึกษาได้กล่าวไปข้างต้นน้ัน ถ้าเราไม่ออกมาพู ดหรือเรียกร้องก็จะทําให้เกิด
การสืบถอดต่อและการท่ีไม่พู ดก็ถือว่าเป็นการยอมรับ ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีทุกคนควรจะเร่งเห็นว่าคุณค่าของ
มนุษย์ท่ีแท้จริงน้ันคืออะไร ในการมีชีวิตอยู่ของคนหน่ึงคนน้ัน ไม่เพียงแต่การทํางานอย่างหนักท่ีแค่
ตอบโจทย์แค่พาทหน่ึงของชีวิต ยังมีอีกหลากหลายแง่มุม หลายมิติท่ีทําให้มนุษย์คนนึงสามารถเข้าใจ
ตัวเองได้มากย่งิ ข้นึ
ในความเป็นมนุษย์น้ันอธิบายอย่างเข้าใจคือสิทธิมนุษยชนท่ีคนคนนึงน้ันควรจะต้องได้รับ
และปฏิบัติอย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการแบ่งแบกชนช้ันใด แต่ในมุมมองของนักศึกษาน้ัน ในสังคมไทย
ยังเห็นได้อย่างมากโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ท่ีทุนนิยมน้ันสามารถกําจัดความเป็นมนุษย์ท่ีคนคนนึงน้ัน
ควรจะไดร้ บั ได้เปน็ อยา่ งดี รวมไปถึงทาํ ให้เกิดการผลิตซ้าํ ของการยอมรับในกลุม่ ทุนนยิ ม
เม่ือพู ดถึงงานของ Paulo Freire ท่ีนักศึกษาได้บอกว่า ความเป็นมนุษย์ท่ีแท้จริงน้ันของ
Paulo Freire ท่ีแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือผู้ท่ีปล้นความเป็นมนุษย์ หรือ ผู้กดข่ี และ ผู้ถูกกดข่ี
โดยในความหมายในหนังสือเล่นน้ีน้ันจะหมายถึงการท่ีผู้ถูกกดข่ีน่ันสูญเสียอิสระความเป็นมนุษย์ใน
หลากหลายมิติ เช่นความคิดท่ีจะเติบโตและก้าวต่อไปข้างหน้า การอยากหาประสบการณ์หรืออยาก
ลองอะไรใหม่ ๆ การเรียนรู้สิ่งใหม่ในความต้องการของตัวเอง และท่ีสําคัญคือสิทธิท่ีตัวเองน้ันจะ
ได้รับ จะเห็นได้ตามข่าวท่ีว่า บริษัทจ้างงานน้ันมีกฎระเบียบเข้างาน 8 โมง เลิก 5 โมง ทําแบบเดิม ๆ
ซ้ํา ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีน้ัน เราจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปโดยท่ีเราไม่สามารถรู้ตัวก็เป็นได้ การทํางาน
ท่ีมากเกินไป ไม่ตอบสนองต่อค่าแรงท่ีเกิดข้ึน ค่าครองชีพในสังคมไทยท่ีขัดต่อค่าแรงข้ันต่ํา จึงทําให้
ผู้ถูกกดข่ีหรือผู้ถูกใช้แรงงานน้ัน ต้องทํางานข้ึนโดยปฏิเสธไม่ได้ ต่างกับต่างประเทศท่ี มีการทํางาน
อย่างสมเหตุสมผล กฎระเบียบท่ีทําให้ชนช้ันแรงงานน้ันอยากทํางาน และทําให้งานออกมาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ มองกลับมาท่ีประเทศไทยน้ัน เราจะเห็นได้อย่างมากว่า การทํางานท่ีมากข้ึนน้ันก็จะ
สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปหลากหลายอย่าง เช่น การมีชีวิตครอบครัวท่ีอยากจะเป็น การทํางานท่ี
ตัวเองอยากทํา ไม่ข้ึนอยู่กับเงิน สวัสดิการท่ีไม่ได้รับอย่างเต็มท่ี เหตุผลเหล่าน้ีน้ัน ก็ส่งผลไปถึง
คุณภาพชีวิตท่ีแย่ของคนเหล่าน้ี เพราะสุขภาพกายท่ีต้องน่ังทํางาน หรือ ยืนก็จะส่งผลต่อร่างกาย
ตัวเอง และการทํางานท่ีหนักข้ึน เพ่ื อต้องเล้ียงดูครอบครัวก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตคือ
ความเครียด ความกดดัน หรืออาจรวมไปถึงการท่ีคนสามารถคิดส้ัน ฆ่าตัวตายได้ ด้วยเหตุผลด่ังท่ี
กล่าวไปก็จะส่งผลถึงคุณภาพของงาน ท่ีไม่มีประสิทธิภาพ เน่ืองจากเหตุผลด่ังกล่าว นักศึกษามอง
ว่าการท่ีเราจะหลุดพ้นหรือไม่เป็นการสืบถอดน้ัน เราจะต้องเข้าใจความต้องการของตัวเองอย่าง
แท้จริง และพู ดถึงการทํางานท่ีต้องต่อรองกัน ไม่เพียงแต่การก้มหน้าทํางานอย่างเดียว การมี
สัมพันธ์ การพู ดคุย (เสวนา) การแก้ปัญหา จะต้องพู ดคุยซ่ึงกันและกันโดยผู้กดข่ีน่ันจะต้องรับฟงั
และยอมรบั ซง่ึ กนั และกนั
ผู้ปล้นความเป็นมนุษย์ หรือ ผู้กดข่ี ในความหมายของ Paulo Freire คือ การท่ีผู้กดข่ีน้ัน
ไม่ได้คํานึงถึงส่ิงท่ีคนคนนึงควรจะได้รับ มองเพียงแต่ประโยชน์ของตัวเอง ใช้อํานาจของท่ีตัวเอง
เป็นอยู่น้ัน ควบคุมหรือบังคับไปในทิศทางท่ีตัวเองต้องการ การท่ีชนช้ันแรงงานเข้ามาทํางาน
ส่วนมากเป็นคนช้ันล่างน้ัน ผู้กดข่ี หรือ ทุนนิยม มองเพียงประโยชน์ส่วนตัวเท่าน้ันคือความต้องการ
46
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ช้ินงาน มองข้ามความเป็นมนุษย์ของคนคนนึงไปเพียงแค่ตัวเองน้ันมีอํานาจในการผลิตและเจ้าของ
ปัจจัย รวมไปถึงผู้มีอํานาจ ท่ีสามารถช้ีน้ิวสั่งเพียงเพราะคําว่าอํานาจความเกรงกลัวน้ันครอบงํา
และผู้ด้อยอํานาจหรือผู้ไม่มีอํานาจก็จะต้องตกเป็นทาส หรือ ต้องทําในสิ่งท่ีตัวเองน้ันไม่ได้อยากทํา
เช่น วาทกรรมท่ีว่าครูถูกเสมอ ลูกศิษย์มีหน้าท่ีเรียน และการต้ังคําถามกับส่ิงท่ีอยากรู้น้ันเป็นสิ่งท่ีถูก
มองว่าก้าวร้าว น้ีเป็นส่ิงอีกสิ่งหน่ึงท่ีเกิดข้ึนกับสังคมไทยมาโดยตลอดโดยเฉพาะในระบบการศึกษา
ท่ีนักศึกษาก็สามารถยืนยันได้ว่า ในปัจจุบันก็ยังคงเห็นอยู่เร่ือย ๆ และก็ยังไม่สามารถหายไปในระบบ
การศึกษาได้ เพราะความคิดวาทกรรมเหล่าน้ี ถูกสร้างมาอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่
สามารถเปล่ียนแปลงได้เพียงแต่ต้องใช้เวลา เพียงแค่ลุกข้ึนพูดละเปล่ียนแปลงในสิ่งท่ีมองว่าถูกต้อง
และเป็นประโยชน์ตอ่ คนอน่ื ๆ
ในงานของ Paulo Freire น้ัน สิ่งท่ีเขาเน้นและกลัวก็คือ เม่ือเราน้ันได้หลุดพ้นจากการกดข่ี
แล้ว จะนํามาซ่ึงการกดข่ีสะเอง กล่าวคือ เม่ือการหลุดพ้นหรือมีความเป็นมนุษย์มากข้ึนจาก ทุนนิยม
หรือรูปแบบอํานาจอ่ืน ๆ ก็จะมองเห็นถึงผลประโยชน์และอํานาจของตัวเองความต้องการ สิ่งเหล่าน้ี
นน้ั จะ นาํ พาซ่งึ การเป็นผู้ปล้นความเปน็ มนุษย์ หรอื ผกู้ ดขเ่ี สียเอง
โดยประเด็นท่ีนักศึกษาเลือกมาน้ันนักศึกษามีความเห็นว่ามีความสอดคล้องกับสังคมไทยท่ีมี
วัฒนธรรมความเช่ือแบบน้ีสืบถอดต่อกันมาโดยไม่รู้ตัว ในบางกลุ่มบางชนช้ันก็สามารถเห็นได้ว่ามี
Privilege มากมายท่ีเห็นได้ชันคือ กลุ่มคนท่ีมีเงินหรือนายทุนท่ีอยู่ในระบบทุนนิยมหรือบุคคลท่ีมีอํา
นาย อย่างเช่นคนรวยก็มีสิทธิท่ีจะเขาถึงการศึกษาท่ีดีกว่าคนชนช้ันล่าง ต่างกับคนชนช้ันล่างท่ี
จะต้องเจอกับการแข่งขัน เป็นต้น การกระทําหรือส่ิงท่ีกําลังเกิดข้ึนในสังคมไทยในยุคปัจจุบันน้ี
เป็นสิ่งท่ีทุนนิยมมีค่ามากกว่าความเป็นมนุษย์ ต้องยอมรับว่าสังคมไทยน้ันเป็นรูปแบบน้ีมาโดยตลอด
และทําให้เกิดการผลิตซ้ําจากสถาบันต่าง ๆ ด้วยเหตุน้ีจึงเป็นสิ่งท่ีนักศึกษาคิดว่า คุณค่าความเป็น
มนษุ ยใ์ นสังคมไทยน้นั เป็นสิ่งทถ่ี กู ลมื ไป เพราะเกิดจากทนุ นยิ มทม่ี อี ํานาจกดข่อี ยู่เสมอ
เม่ือพู ดถึงส่ิงท่ีเป็นสถาบันท่ีขัดเกลาทางสังคมก็จะต้องพู ดถึงสถาบันท่ีเป็นจุดเร่ิมต้นและมี
ความสําคัญอย่างมากคือสถาบันครอบครัว เพราะเป็นสถาบันท่ีส่ังสอน และสืบถอดในสิ่งท่ี
สภาพแวดล้อมในครอบครัวน้ันเป็นอยู่ การเรียนรู้จากการอบรมส่ังสอนพฤติกรรมท่ีสังคมน้ัน
คาดหวัง และ สืบถอดทอดศาสนา วัฒนธรรมให้คนในครอบครัว ซ่ึงบางครอบครัวน้ันก็อาจจะเกิด
การผลิตซ้ําทางความคิด ยกตัวอย่างเช่นเร่ืองเพศ กําหนดเพศสภาพไว้ตีกรอบ เพียงแค่กายภาพ
แต่ไม่ได้รู้ถึงความเป็นจริง หรือ การแสดงความคิดเห็นหรือการอธิบายถูกมองว่าก้าวร้าว น้ีจึงเป็น
อีกปัญหาท่ที ําใหน้ กั ศึกษาคิดว่าการผลติ ซ้าํ กเ็ ปน็ องค์ประกอบของการกดข่ใี นสิ่งทไ่ี มถ่ กู ตอ้ งเช่นกนั
ต่อมาเป็นสถาบันท่ีนักศึกษาคิดว่า เป็นสถาบันท่ีสามารถกําหนดการแสดงออกหรือ
พฤติกรรมและความคิดท่ีส่งผลต่ออนาคตได้ คือ สถาบันการศึกษา กล่าวคือ เป็นสถาบันท่ีถ่ายทอด
ความรู้ ทักษะและสืบถอดหรือเข้าใจวัฒนธรรมท่ีเป็นสิ่งท่ีคนยึดถือและเป็นพ้ืนฐานของการดําเนินชีวิต
สร้างพฤติกรรมท่ีสังคมมองว่าถูกไม่ให้เกิดส่ิงท่ีสังคมน้ันไม่คาดหวัง และเป็นสถาบันท่ีผลิตกําลังคน
ไปสู่ระบบเศษฐกิจ อีกท้ังยังสอนการเรียนรู้บทบาทและหน้าท่ีของสังคมท่ีควรจะต้องปฏิบัติ จะเห็นได้
ว่า สถาบันการศึกษาน้ันมีผลต่อการแสดงออกพฤติกรรมและความคิดมุมมองเป็นอย่างมาก และยัง
รวมไปถึงองค์ประกอบอ่ืน ๆ อีกเช่นโครงสร้างการสอน สภาพแวดล้อม และ บุคลากร เหล่าน้ีล้วนมี
ผลต่อการพัฒนามนุษย์ในช่วงวัยน้ี และส่วนมากก็จะเก่ียวข้องกับระบบท่ีนักศึกษาท่ีกล่าวไปข้างต้น ก็
47
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
คือ คนรวย หรือ เจ้าของปัจจัยนายทุน ก็มีสิทธิท่ีจะส่งลูกไปเรียนโรงเรียนท่ีมีค่าเทอมแพง ๆ และครู
ดี ๆ และใช้เส้นสายในการเข้า และอาจจะรวมไปถึง คําพู ดท่ีว่า จ่ายครบ จบแน่ สิ่งเหล่าน้ีมันทําให้
ตอกย้ํากันตลอดมาว่า เงินมีค่ามากกว่าความเป็นมนุษย์ คนชนช้ันล่าง ท่ีจะต้องอยู่กับการแข่งขันและ
ไม่รู้ความต้องการของตัวเองท่ีแท้จริงเพราะถูกการผลิตซ้ําจากการศึกษา เพียงแค่ว่าจะต้องทําตาม
แบบอย่างท่ีสังคมคาดหวัง บุคลากรในโรงเรียนก็จะแตกต่างกันโรงเรียนเอกชน เช่นน้ีนักศึกษาจึง
มองว่าท้ังโครงสร้างและการสั่นสอนของสถาบันทางการศึกษาน้ัน เป็นส่ิงท่ีสามารถเปล่ียนแปลงทาง
ความคดิ เพ่ือใหเ้ หน็ คณุ ค่าความเปน็ มนุษย์และลดการถูกกดข่ลี งได้
ในประเด็นต่อมาท่ีนักศึกษาจะพู ดถึงน้ัน ซ่ึงเป็นประเด็นท่ีนักศึกษาคิดว่าเป็นส่ิงท่ีอยู่กับ
สังคมไทยมาโดยตลอดคือ สถาบันการศึกษา หรือ ระบบการศึกษา ต้องยอมรับว่าในสมัยน้ีการ
แข่งขันก็ยังคงมีอยู่ โรงเรียน มหาลัย การวัดเกรด การสอบเข้ามหาลัย ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีทุกคนก็ควร
จะต้องเจอ จากประสบการท่ีนักศึกษาได้ผ่านระบบการศึกษาของไทยามาไม่ต่ํากว่า 10 ปี ท้ังเอกชน
และ รัฐบาล มีความแตกต่างกันอยากมาก การศึกษาน้ันถูกบีบบังคับให้ทําตามกรอบ จากโครงสร้าง
และหลักสูตร โดยขัดแย้งกับการยอมรับความหลากหลาย มนุษย์ทุกคนน้ันมีคุณค่าและความสามารถ
ท่ีแตกต่างกันไป ในหลักสูตรการสอนการเรียนใน โรงเรียนของรัฐบาลเป็นการสอนท่ีจะมองว่าครูถูก
เสมอ โดยการสร้างกติกา ความเช่ือ ท่ีจะเข้ามากดข่ีความต้องการความเป็นมนุษย์ อิสระทาง
ความคิดในแง่มุมต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น การต้ังคําถามกับครูจะถูกมองว่าเด็กก้าวร้าวและทําให้
สภาพแวดล้อมมองเด็กคนน้ันเปล่ียนไป เรียนเยอะจะได้งานดี ๆ ทํา ซ่ึงปัจจุบันก็ยังคงมีแบบน้ันอยู่
บุคลากร คุณครูน้ันจะเป็นฝ่ายท่ีจะเอาชนะเสมอ ยัดเยียดกรอบความต้องการท่ีสังคมมองว่าจะต้อง
เป็นไปตามความต้องการของโครงสร้างหลักสูตรและการสอน สภาพแวดล้อมการสอนก็ส่งผลอย่าง
เห็นได้ชัด ย่ิงในสถานการณ์ในช่วงน้ี การเล่น Online เป็นส่ิงท่ีนักเรียนทุกคนเจอและทําให้หมด
Passion ในการเรียน เน่ืองจากสภาพแวดล้อมท่ีเรียนน้ัน คือบ้าน และบ้านคือสิ่งท่ีนักศึกษาคิดว่า
เปน็ การกลับมาพักผอ่ นและทํากจิ กรรมกบั ครอบครวั และสะท้อนใหเ้ หน็ ปัญหาหลากหลายมติ ิ
กล่าวถึงโรงเรียนเอกชนท่ีนักศึกษาท่ีได้ผ่านระบบน้ีมาคือ ส่ิงท่ีเห็นได้ชัดคือการท่ีเราน้ันมีอิสระ
ทางความคิด สภาพแวดล้อม สังคมและเพื่อน ต่างก็เข้าใจซ่ึงกันและกัน และสามารถต้ังคําถามกับส่ิง
ท่ีอยากรู้และอยากถามได้ โดยไม่ปิดก้ันทางความคิด บุคลากรเอาใจใส่ในการอบรมส่ังสอน และกติกา
กฏระเบียบน้ันค่อนข้างน้อยมาก นักศึกษาจึงมองเห็นถึงความแตกต่างของโรงเรียนเอกชนและ
รัฐบาล และสามารถโยงไปถึงทุนนิยม ก็ผลิตคนให้มีโอกาสเติบโตมากกว่าคนท่ีอยู่ในโรงเรียนรัฐบาลท่ี
มฐี านะทางเศรษฐกจิ ท่ไี มเ่ พียงพอ จงึ เกดิ การผลิตซ้าํ
เพราะฉะน้ันมองถึงสังคมไทยในตอนน้ีน้ันก็โรงเรียนยังคงเป็นเคร่ืองมือท่ีถ่ายทอดความคิด
ค่านิยมให้กับผู้เรียนน้ันเป็นส่ิงท่ีผูกขาดทางความคิด สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมมายาท่ีสร้างข้ึนมา
เพ่ือให้เกิดการสืบถอดหรือผลิตซ้ํา ในงานของ Paulo Freire มองว่าการศึกษาจะต้องให้ผู้ท่ีถูกกดข่ี
น้ันเห็นโลกภายนอกหรือโลกความเป็นจริงว่าเรามีคุณค่าและอิสระใสตัวเองของเราเอง การแก้ปัญหา
ของ Paulo Freire น้ันจะต้องมุ้งเน้นไปในการแก้ปัญหาของความเป็นมนุษย์ท่ีมุ้งให้ผู้เรียนรู้น้ันเกิด
ความคิดท่ีอิสระ คิดสร้างสรรค์ ทําให้เกิดการศึกษาแบบท่ีเราสามารถออกแบบเองได้ และปิดตํารา
การเรียนและความเชอ่ื แบบเก่า ท่ี Paulo Freire น้นั เรยี กมนั ว่า การศึกษาแบบฝากธนาคาร
48
วิชา สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
โดยการแก้ปัญหาน้ันจะต้องเน้นการพู ดคุยกันให้มากข้ึน กล่าวคือ ‘การเสวนาหรือพู ดคุยน้ัน
จะสามารถทาํ ให้ผ้เู รยี นเกดิ การคิด วิเคราะห์ และแยกแยะออกเองได้ว่า ส่ิงไหนท่เี ราควรทํา หรอื ไมค่ วร
และทําให้ผู้เรียนเกิดการคิดท่ีจะไตร่ตรอง และเม่ือเจอปัญหาน้ันจะสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
และจะต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไปในทิศทางของตัวเอง อย่างน้ีถึงจะเป็นการกอบกู้ความเป็นมนุษย์
ของตัวเองข้นึ มาได’้
เม่ือมองกับปัญหาการศึกษาไทยน้ัน ก็สามารถนํามาเช่ือมโยงได้ว่า การศึกษาท่ีดีน้ันท่ีจะช่วย
ให้คนสามารถเข้าใจความเป็นมนุษย์และคุณค่าของตัวเองน้ัน จะต้องเน้นการพู ดคุยหรือการ
แสดงออกถึงความเห็นท่ีผู้ส่ือสารน้ันต้องการมันออกมา เพ่ืออิสระทางความคิด ไม่ปิดก้ันทาง
ความคิด หรือตัวอย่างคือการท่ีเด็กแสดงความคิดเห็นหรืออยากรู้ถูกมองว่าก้าวร้าว สิ่งน้ันเป็นส่ิงท่ี
ทําให้ความเป็นมนุษย์น้ันลดลง การศึกษาท่ีดีควรจะต้องเสวนาหรือการพูดคุยแทนการสอนท่ีเป็นหลุก
สูตรเดิม ๆ กล่าวคือ หยุดการเรียนแบบท่องจําหรือฟงั บรรยายซ้ํา ๆ ท่ีไม่เปิดโอกาสให้แสดงความ
คิดเห็น หรือพู ดคุยว่าเด็กน้ันอยากเรียนหรือไม่ การศึกษายุคใหม่น้ันจะต้องเน้นการพู ดคุยเสวนา
และจะทําให้ผู้เรียนน้ันคิดและไตร่ตรองในความคิดของตัวเอง และสามารถท่ีจะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง
เม่ือการศึกษาเป็นแบบใหม่น้ัน จะทําให้เห็นคุณค่าความชอบความต้องการของตัวเอง ทุกคนจะมีความ
เท่าเทียมกันในด้านการแสดงออก จะไม่มีใครเป็นผู้ท่ีเก่งท่ีสุด แต่มีเพียงความคิดเห็นหรือการแสดง
ความเห็นเพื่อให้ไตร่ตรองและวิเคราะห์ และจะไม่มีการยัดเยียดวาทกรรม ค่านิยม และความคิดให้กับ
คนอน่ื
จะเห็นได้ว่าการศึกษา ความเป็นมนุษย์ การทําลายความเป็นมนุษย์ และวัฒนธรรมเงียบ
ส่ิงเหล่าน้ี เป็นส่ิงท่ีนักศึกษาน้ัน นํามาเช่ือมโยงกับสังคมไทย และเป็นส่ิงท่ีค่อนข้างเห็นได้อย่าง
ชัดเจนในยุคสมัยปัจจุบันน้ี กล่าวคือ สถาบันการศึกษา เป็นตัวการผลิตซ้ําทางความคิดการยัดเยียด
ความคิกและวัฒนธรรม การแสดงออกทางความคิดและการกระทํา การถูกจํากัดในการแสดงความ
คิดเห็น การสอนเหล่าน้ี เป็นส่ิงท่ีทําให้เห็นว่าการศึกษามีผลต่อการกดข่ีความเป็นมนุษย์ นํามาซ่ึงการ
ทําลายความเป็นมนุษย์ซ่ึง จะอธิบายได้ว่า การท่ีคนมีอํานาจก็จะกดข่ีคนท่ีไม่มีอํานาจอยู่เสมอไป และ
ทําให้เกิดวฒั นธรรมเงยี บ ทห่ี มายความว่า ทนุ นยิ ม มีคา่ มากกวา่ ความเป็นมนุษย์ ท้งั ปวงในสังคมไทย
กล่าวโดยสรุป การท่ีจะทําให้มนุษย์ได้เห็นคุณค่าและความเป็นตัวเองได้น้ันจะ ต้องข้ึนอยู่กับ
หลากหลายปัจจัยในการดําเนินชีวิต นักศึกษาคิดว่า การท่ีคนคนนึงน้ันยอมทําสิ่งใดส่ิงหน่ึงลงไปย่อม
เกิดจากการมีเหตุผลของการกระทํา ท่ีอาจมาจากสภาพแวดล้อม หรือความคิดของตัวเอง การเป็น
มนุษย์ท่ีแท้จริงทุกคนน้ันมีสิ ทธิท่ีจะทําในส่ิ งท่ีควรจะทําเพ่ื อตอบสนองความต้องการของตัวเอง
นักศึกษาจึงมองว่าโครงสร้างเป็นส่ิงสําคัญท่ีจะนํามาสู่การเปล่ียนแปลง ไม่เพียงแต่การศึกษา แต่ยัง
รวมไปถึง เศรษฐกิจท่ีเป็นปัจจัยหลักในการดําเนินชีวิต ลดความสําคัญของทุนนิยม เห็นความสําคัญ
ของความเป็นมนุษย์ เพราะทุกคนเกิดมาเท่ากันต้ังแต่เกิด ต่างเพี ยงปัจจัยภายนอกและ
สภาพแวดล้อมท่ีเป็นส่ิงกําหนดรูปแบบในการดําเนินชีวิต แต่เม่ือโตมาแล้วเราสามารถท่ีจะคิดและ
สร้างการเปลย่ี นแปลงใหเ้ ปน็ มนษุ ย์ได้อย่างสมบูรณแ์ บบได้
49
วชิ า สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
เอกสารอ้างอิง
ปริชยั ดาวอดุ ม. (2013). การศึกษาสําหรบั ผถู้ ูกกดขี่ จากส่วนหนงึ่ ของเปาโลแฟร.์ สืบคน้ จาก
https://www.gotoknow.org/posts/362889?fbclid=IwAR1A4a6dbsWj3N8xv8ANlqZMh5V
jfX2kEwEnbTOkCm7acJ8w2zk7co4z1q4
Paulo Freire, Pedagogy of The Oppressed, แปลโดย สายพิณ กลุ กนกวรรณ ฮัม
ดาน,ี ( เลม่ ท่ี 1 สํานกั พิมพ์สวนเงนิ มีมา, 2560 )
50
วิชา สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
คุณกร สิทธิพานิชชกุล 6402460049
การศึกษาของผู้ (ไมร่ ตู้ วั วา่ ) ถูกกดข่ี
ก่อนเร่ิมเร่ืองของบทความ ผมขอสารภาพเอาไว้ตรงน้ีเลยว่าผมไม่ได้อ่านหนังสือ การศึกษา
ของผู้ถูกกดขี่ เลย เพราะฉะน้ันเน้ือหาหรือรายละเอียดต่าง ๆ ในหนังสือ ผมจะไม่รู้เลยท้ังสิ้น
แต่ส่ิงท่ีผมจะเล่าในบทความน้ีคือการศึกษาไทยเลยโดยตรงและส่ิงท่ีจะเล่าในน้ีก็จะเป็นมุมมองของผม
เก่ยี วกบั การศึกษาของผถู้ ูกกดข่ี
ในวัยเรียน ภาพท่ีหลายคนน่าจะนึกออกน่ันคือ “น่ังในห้องเรียนต้ังใจฟังครูอย่างเงียบ
มีเสียงของชอล์กสีขาวขูดตามกําแพง เขียนไล่เป็นเน้ือหาท่ีกําลังเรียน พร้อมกับวัน/เดือน/ปี ท่ีอยู่
บนบรรทัดบนสุดของกระดานดํา” แล้วคําถามต่อมาคือ เราได้ถกเถียงกับสิ่งท่ีเราสงสัยบ้างไหม
น่ันแทบจะไม่เกิดข้ึนเลยด้วยซ้ํา เราไม่มีโอกาสท่ีจะถามเพ่ื อหาคําตอบ มีแต่จะถามให้โดนด่าว่า
“ทําไมไม่ต้ังใจฟัง“ “ครูสอนไปแล้ว ทําไมหนูไม่ต้ังใจเรียน” น่ันทําให้นักเรียนไม่กล้าท่ีจะถามครูและ
สรา้ งปมด้อยใหก้ บั นักเรียนหลายคนมาก
บทสัมภาษณ์จากคลิป เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เสวนา “การศึกษาของผู้ถูกกดข่ี”
จากอาจารย์สอนมัธยมฯได้เล่าเอาไว้ ประมาณว่า เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่กล้าท่ีจะถามครู ซ่ึงคําตอบก็มา
ในแนวเดียวกันคือ “กลัวครู กลัวอาจารย์” แล้วทําไมต้องกลัวหล่ะ บ้างก็ตอบไม่ได้ บ้างก็ว่าไม่อยากให้
ครูด่า ส่ิงท่ีครูท่านน้ันทําก็คือ ลองกระตุ้นให้เขากล้าถาม หนูสงสัยอะไรไหม มีคําถามรึเปล่า
ตอนแรกนักเรียนก็ไม่กล้าถาม แต่สั กพั กเขาก็จะกล้าถาม เขาเช่ือว่านักเรียนมีความกล้า
ความต้องการท่ีจะเรียน แต่บางคร้ังครูผู้สอนเองดันเป็นคนจํากัดกรอบของเด็ก ๆ เอง ทําให้ต้องทํา
ตามครู แทนท่ีจะทําตามเหตุผล และอีกสิ่งท่ีไร้เหตุผลคือ ครูเป็นผู้ออกกฎเอง นักเรียนไม่มีส่วน
เก่ียวข้องเลย ทําให้เด็กก็ต้องถูกบังคับให้ยอมรับกฎท่ีเขาต้ังมาเอง อาจารย์สอนมัธยมท่ีให้
สัมภาษณ์คนน้ันก็ให้นักเรียนออกกฎเอง ซ่ึงผลลัพธ์ท่ีออกมาก็ค่อนข้างเถ่ือนเลยก็ว่าได้ ถึงข้ันต้ังกฎ
ว่ามีเพศสัมพันธ์ในห้องเรียนได้(อะไรวะเน่ีย555+) แน่นอนว่าใครจะให้กฎน้ันเป็นท่ียอมรับได้ แต่แทนท่ี
อาจารย์จะขัดนักเรียน อาจารย์เลือกท่ีจะถามกลับนักเรียนว่า เป้าหมายท่ีเราอยู่ร่วมกันน้ีคืออะไร
นักเรียนต่างก็เร่ิมท่ีจะคิดและต้ังกฎข้ึนมาใหม่ ซ่ึงผลลัพธ์ก็ออกมาเรียบร้อยมาก ครูกับนักเรียนต้อง
ไม่เข้าสาย คนในห้องต้องให้เกียรติคนอ่ืน น่ันหมายความว่าเด็ก ๆ มีศักยภาพในตัวของตัวเอง
แค่จะทําให้ความสามารถน้ันเปิดเผยและไปในทางท่ีไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอ่ืนได้อย่างไร ส่ิงท่ี
อาจารย์คนน้ันพู ดเสริมข้ึนมาคือ เราไม่ควรให้นักเรียนโชคดีท่ีได้เจอครูดี ๆ เราควรให้นักเรียนได้เจอ
กับครูแบบน้ีทุกคนทุกโอกาส แต่ในมุมมองของครูท่านอ่ืน บางคนก็มองว่าอาจารย์ล้างสมอง
นักเรียน อาจารย์ปลุกป่ ันให้นักเรียนไปในทางท่ีผิด ซ่ึงครูก็มองว่าไม่ใช่ เพราะครูไม่ได้ยัดความคิดแค่
อย่างเดียวครูมองว่าเด็ก ๆ มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว แค่ครูเสนอความคิดท่ี 2 ท่ี 3 ให้นักเรียน
ไดไ้ ตรต่ รองเป็นของตวั เอง
ถึงจะมีคุณครูท่ีสอนแบบเปิดกว้าง แต่ก็มีใครบางคนมองว่าไม่ควร และบางคร้ังครูท่ีสอนแบบ
แตกต่างจากคนอ่ืน ก็อาจจะถูกขู่ไล่ออกได้ มันทําให้ไม่ใช่แค่นักเรียนถูกกดข่ี ครูบางคนก็ถูกกดข่ี
น่นั ทําใหม้ มุ มองการศึกษาของเราต้องมองใหก้ ว้างอีก
51
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
แต่ข้อมูลท่ีผมทราบมาก็มีเพียงแค่เท่าน้ี เพราะการศึกษาน้ัน สําหรับผม ผมไม่มีปัญหาเพราะ
ผมโชคดีท่ีเจอครูดี ๆ เยอะ และอีกอย่างท่ีผมทําได้แค่ภาวนาคือ ขอให้การศึกษาไม่หละหลวม
ท่ีจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ท่ีเด็กโดนครูทําร้ายร่างกาย และ ขอให้ไม่มีความเหล่ือมล้ําในการศึกษา
และทุกอยา่ ง
เพื่อเป็นการท้ิงท้าย ผมก็แค่เด็กท่ีไม่รู้ว่าโดนกดข่ี อาจเป็นเพราะอิทธิพลของอินเทอร์เน็ตและ
การเรียนพิเศษท่ีทําให้ผมหลีกจากปัญหาได้เป็นส่วนใหญ่ และผมก็ไม่อยากจะรู้ว่า โรงเรียนมันก็เป็น
แค่ธุรกิจท่ีใช้เด็กเป็นเคร่ืองมือในการสร้างช่ือเสียงให้โรงเรียนเพียงอย่างเดียว รวมถึงระบบการคัด
นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยท่ีบอกว่าค่าเข้าสอบ 900 บาทไม่แพงนะ บางที การเรียนมันก็เน่าเฟะเกิน
กวา่ ท่จี ะหวังใหม้ นั ดีข้นึ แตก่ ็ทาํ ไดแ้ ค่หวัง
52
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
เอเปค ตตยิ ากิตติ 6402460486
คา่ นยิ ม ทาํ ใหค้ นเสียคณุ ภาพ?
จากหนังสือการศึกษาของผู้ถูกกดข่ีท่ีเขียนโดยเปาโล แฟร์ กล่าวถึงปัญหาท่ีทําลายความเป็น
มนุษย์ซ่ึงแบ่งออกเป็น 2 จําพวกได้แก่ ผู้กดข่ี และ ผู้ถูกกดข่ีซ่ึงท้ังสองได้สูญเสียความเป็นมนุษย์
ไปเน่ืองจากการเอารัดเอาเปรียบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน และเร่ืองน้ีสามารถนําไปใช้กับวิธีคิดของ
การศึกษาได้ เปาโล แฟร์พู ดถึงการศึกษาแบบฝากธนาคารคือ ครูคือทุกอย่างผู้ต้ังกฎเกณฑ์
และยัดเยียดให้นักเรียน ส่วนนักเรียนคือผู้รับทุกอย่าง ซ่ึงการศึกษาแบบฝากธนาคารน้ันเป็นการกดข่ี
จากผู้มีอํานาจท่ีต้องการให้นักเรียนออกมาเป็นคนแบบท่ีพวกเขาต้องการ ถูกกดข่ีไม่ให้เห็นโลก
ทแ่ี ท้จรงิ
หากลองมองในบริบทสังคมไทย การศึกษาแบบฝากธนาคารน้ันถูกสร้างมาโดยตลอดคือผู้ท่ีมี
อํานาจมากกว่า (ผู้สอน) นําความรู้ ชุดความคิดท่ีตนเองเช่ือว่าเหมาะสมและวัดความรู้ด้วยตัวช้ีวัด
ท่ีถูกผิดซ่ึงการมีอยู่ของส่ิงเหล่าน้ีมันนานจนคิดว่าไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อท้ังผู้เรียนและผู้สอน
แ ต่ ค ว า ม จ ริ ง แ ล้ ว ก า ร ทํ า ส่ิ ง เ ห ล่ า น้ี เ ป็ น ส่ิ ง ท่ี ผิ ด แ ล ะ จ ะ ส่ ง ผ ล ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ม่ เ กิ ด ค ว า ม คิ ด วิ เ ค ร า ะ ห์
และวิพากษ์
“ชุดความรู้ในโลกปัจจุบันน้ันไม่ได้มีชุดความรู้ท่ีถูกต้องเพียงชุดเดียวเสมอไป หากในความเป็น
จริงความรู้น้ันมีความไหลเล่ือนไปตามบริบทสังคมท่ีความรู้น้ันปรากฎอยู่” คํากล่าวน้ีเป็นคํากล่าวของ
เปาโล แฟร์ในหนังสือการศึกษาของผู้ถูกกดข่ีเล่มน้ีซ่ึงบ่งบอกว่าเราไม่สามารถนําความรู้ชุดเดียวมา
ตัดสินคนใดคนหน่งึ ในสังคมทต่ี ่างและบริบทท่แี ตกต่างกนั ได้
53
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ค่านิยมก็เป็นอีกหน่ึงส่ิงท่ีถูกพูดถึงในหนังสือเล่มน้ีบ่อย ๆ และค่านิยมท่ีผู้เขียนอยากจะยกข้ึน
มาพู ดคือค่านิยมด้านสถาบันมหาวิทยาลัยของสังคมไทย คนบางคนถูกตัดสินว่าเป็นคนเก่งเพียงแค่
เขาเรียนสถาบันท่ีมีช่ือเสียงอย่าง จุฬา-ธรรมศาสตร์ ส่วนคนท่ีไม่ใช่นักศึกษาจากสองสถาบันน้ีกลับ
ถูกมองว่าเรียนไม่เก่งซ่ึงเป็นค่านิยมและความเช่ืออย่างผิดๆท่ีเช่ือกันมาเร่ือย ๆ เพียงเพราะท้ังสอง
สถาบนั เป็นสถาบนั ท่เี กา่ แก่และมชี อ่ื เสียง
ซ่ึงอีกหน่ึงการเคล่ือนไหวท่ีสําคัญท่ีผู้เขียนเห็นน่ันคือการยกเลิกอัญเชิญพระเก้ียวของ
มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์โดยการลงมติขององค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์โดยได้โพสต์
แถลงการณ์ไว้ว่า “กิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเก้ียว เป็นส่วนหน่ึงของขบวนพาเหรดในงานฟุ ตบอล
ประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ท่ีจัดข้ึนเป็นประจําทุกปี โดยรูปแบบของขบวนอัญเชิญพระเก้ียวน้ัน
จําลองกระบวนแห่อย่างราชสํานัก ในกิจกรรมดังกล่าวจะมี “ผู้อัญเชิญพระเก้ียว” ถือ “พระเก้ียว”
ท่ีเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น่ังบนเสล่ียงซ่ึงถูกแบกโดยนิสิตกว่า 50 คน
อีกท้ัง ผู้อัญเชิญซ่ึงมาจากกลุ่ม CU Coronet ยังถือว่าเป็นตัวแทนของความเป็นจุฬาฯ ในกิจกรรม
การแข่งขนั ฟุตบอลประเพณแี ละในกจิ กรรมบําเพ็ญประโยชน์อน่ื ๆ ต่อไป
ทว่า กิจกรรมขบวนอัญเชิญพระเก้ียวสนับสนุนและสะท้อนถึงระบอบอํานาจนิยม รวมถึงค้ํา
ยันความเชือ่ ว่า คนไม่เทา่ กนั รปู แบบกิจกรรมขบวนอญั เชิญพระเกี้ยวยังเปน็ ภาพแทนของวฒั นธรรม
แบบศักดินาท่ียกกลุ่มคนหน่ึงสูงกว่าอีกกลุ่มหน่ึงพร้อมสัญลักษณ์ของศักดินา คือ “พระเก้ียว”
บนเสล่ียง ในส่วนของกระบวนการคัดเลือกผู้อัญเชิญ ยังเป็นท่ีกังขาถึงความโปร่งใส และยังมีข้อ
54
วิชา สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564
กังขาว่าเป็นการสนับสนุน ความเป็นอภิสิทธ์ิชนผ่านค่านิยมมาตรฐานความงามแบบใดแบบหน่ึงใน
สังคม”
การเคล่ือนไหวน้ีทําให้ผู้เขียนเห็นว่าอย่างน้อยสังคมไทยยังมีการเคล่ือนไหวเพื่อต่อต้านการทํา
อะไรตามค่านิยม ความเช่ือท่ีสืบต่อกันมานานจนเราคิดว่าเป็นเร่ืองปกติท้ังท้ังท่ีการทําสิ่งเหล่าน้ัน
แสดงออกถึงการมีอํานาจนิยมหลงเหลืออยู่ซ่ึงการลงมติของ อบจ. มีมติ 29:0 เสียงท่ีเห็นควรให้มี
การยุติการอัญเชิญพระเก้ียวในประเพณีงานบอล จุฬา-ธรรมศาสตร์ ซ่ึงเป็นหน่ึงในการเคล่ือนไหว
สําคัญของสังคมไทยท่ตี อ่ ต้านอาํ นาจนิยม
จากการท่ีผู้เขียนได้อ่านหนังสือเล่มน้ีอาจสรุปได้ว่าสังคมไทยต้องเปล่ียนรูปแบบการศึกษา
ใหม่โดยเลิกเข้าใจว่าครูคือผู้สูงสุด มีความรู้ท่ีจะถ่ายทอดให้นักเรียนแบบท่ีตนเองเห็นชอบและนักเรียน
ไม่สามารถโต้แย้งได้ การศึกษาท่ีดีควรทําให้ผู้เรียนได้รับผลประโยชน์สูงสุดซ่ึงการจะทําแบบน้ันได้
ต้องเปล่ียนท่ีการมีอัตตาของผู้สอนเป็นอย่างแรก ผู้สอนควรเปิดใจให้กว้างรับฟงั ผู้เรียน สอนให้เกิด
ความคิดแบบวิพากษ์ ไม่ใช่สอนให้ผู้เรียนคิดแต่ว่าสิ่งน้ันถูกหรือผิด หากทําแบบน้ันได้การศึกษาของ
ประเทศไทยจะดขี ้นึ ตามแบบของเปาโล แฟร์ทไ่ี ด้เขยี นหนังสือเลม่ น้ไี ว้อย่างแนน่ อน
รายการอา้ งอิง
https://www.gotoknow.org/posts/362889
https://www.blockdit.com/posts/5cfb20ed9e1bfb0fe8bb4682
https://mgronline.com/politics/detail/9640000105307
55
วิชา สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ณัฐนนท์ นามวงค์ 6402465121
“การเอาชนะทุกรูปแบบมีนัยถึงการมีผู้ชนะและผู้หน่ึงผู้ใดหรือสิ่งหน่ึงสิ่งใดท่ีถูกเอาชนะ ผู้ชนะยัดเยียด
เป้าประสงค์ของตนแก่ผู้ปราชัย และยึดครองพวกเขาเป็นกรรมสิทธ์ิ ผู้ชนะจะครอบร่างเงาตนลงบนผู้
ปราชยั ” (การศึกษาของผ้ถู กู กดข่ี ฉบับครบรอบ 50 ปี หน้า 192 ยอ่ หนา้ ท่ี 2)
เป็นความจริงของโลกน้ีเวลาท่ีมีการเอาชนะเกิดข้ึนน้ัน ผู้ชนะก็จะพยายามยัดเยียดเป้าประสงค์หรือ
ความต้องการของตนเองลงในตัวของคนหรือสิ่งอ่ืนท่ีได้แพ้ลงไป ซ่ึงแนวคิดน้ีของ เปาโล เฟรรี
เป็นสิ่งท่ีสนับสนุนสิ่งเกิดข้ึนมาต้ังแต่ในสมัยการล่าอาณานิคมของชาวสเปน บาร์โตโลเม เดลาสกา
ซัส เขียนหนังสือข้ึนในปี 1542 ช่ือว่า “บันทึกฉบับย่อว่าด้วยการทําลายล้างหมู่เกาะอินดีส์ (A Short
Account of the Destruction of the Indies)” ได้กล่าวไว้ดังน้ี “เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาว
คือการยึดทอง ชาวสเปนปฏิบัติกับชาวนิวกรานาดาอย่างทาส จับตัวพระราชาแห่งดินแดนท้ังหมด
และขังเป็นเวลา 7 เดือน ราชากลัวถึงขนาดยอมทําตามคําขู่ท่ีให้หาทองคํามาถมจนเต็มบ้านท้ังหลัง
เขาส่งคนออกสืบเสาะหาทองคํา แต่แม้จะทําถึงขนาดน้ันสุดท้ายก็ถูกหักหลังเม่ือได้ในส่ิงท่ีต้องการไม่
พอด้วยการทรมานจนตายถ้าเขาหาทองเพ่ิมมาให้ไม่ได้” สุดท้ายชาวนิวกรานาดาก็เป็นผู้ปราชัยจาก
เหตุการณ์น้ี เม่ือมีผู้แพ้ก็ต้องมีผู้ชนะเป็นคติท่ีทุกคนน้ันล้วนรู้ดี บางคร้ังการสนทนาหรือโต้วาทีกับ
ใครสักคน อาจจะไม่ได้ต้องการชนะแต่เพียงเป็นการแฝงจุดประสงค์ของผู้พู ดไปในความคิดของผู้ท่ี
สนทนาด้วย ไม่ใช่การเอาชนะเสมอไป ส่ิงน้ีท่ีเฟรรีคิดน้ันอาจจะฝังอยู่กับประเทศไทยมาต้ังแต่
สมยั ก่อนก็เปน็ ได้
ข้อคิดน้ีของเฟรรีได้กระตุ้นว่าส่ิงน้ีเกิดอยู่กับสังคมไทยมานานแล้ว แต่มันอยู่ในการปลูกฝังส่ิงน้ันมา
กับตัวเรา หากแต่ไม่ได้การเป็นผู้แพ้ผู้ชนะแต่เป็นค่านิยมของสังคมบางอย่างท่ีถูกยัดเยียดลงมาใน
ตวั ตนของเราผ่านทางความคดิ คาํ พูดและสังคม ทาํ ใหก้ ารแสดงความเปน็ ตวั เองของเรานน้ั นอ้ ยลง
ผู้ชายควรเป็นเพศท่ีเข้มแข็งและเป็นผู้นํา ผู้หญิงควรทําตัวอ่อนแอและเป็นผู้ตาม สิ่งน้ีเป็นส่ิงแรกท่ี
กระผมนึกได้เก่ียวกับการยัดเยียด สังเกตได้ต้ังแต่สมัยก่อนท่ีผู้ชายน้ันจะเป็นผู้นําอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น
กษัตริย์ เจ้าเมืองต่าง ๆ ล้วนแตเ่ ป็นผชู้ าย เพราะเหตใุ ดผชู้ ายต้องเปน็ เพศทีต่ ้องเข้มแขง็ ใชก้ ฎเกณฑ์
อะไรมาวัดหรือเพราะว่าสรีระร่างกายหรือจิตใจ ตอนเด็กหลายๆ คนก็ถูกบอกว่าเป็นผู้ชายต้อง
เข้มแข็งจะได้ปกป้องคนอ่ืน ๆ ได้ ท้ังท่ีบางคร้ังยังไม่รู้ว่าจะเข้มแข็งไปเพื่ออะไรกัน ส่วนผู้หญิงก็เป็นผู้
ท่ีถูกกดข่ีจากค่านิยมน้ี ผู้หญิงเป็นเพศท่ีถูกยัดเยียดถึงความอ่อนแอแม้ความจริงแล้วผู้หญิงบางคน
อาจจะเข้มแข็มกว่าผู้ชายหลายคนก็เป็นได้ อาจจะเป็นอย่างหรือไม่ว่าจะเป็นสภาวะการเป็นผู้นํา
จติ ใจท่เี ข้มแขง็
ส่ิงถัดมาท่ีการยัดเยียดทางด้านอาชีพส่วนใหญ่ความคิดน้ีไม่ได้มาจากใครเลย หากแต่เป็นพ่อแม่ของ
เราเป็นส่วนใหญ่อาจจะเป็นความปรารถนาดีของพ่ อแม่แต่เป็นส่ิงท่ีเราต้องแบกรับมันตลอด
บางครอบครัวน้ันพ่อแม่ได้วางแผนการไว้ต้ังแต่ลูกของตนยังเด็กว่า โตข้ึนไปเราจะต้องทําอาชีพเด็ก
ท่ีเกิดข้ึนมาต้องแบกรับความคาดหวังของครอบครัวท้ังท่ีตัวเองน้ันก็ไม่ค่อยเต็มใจ แต่ก็ยังมีส่วนน้อย
ท่ี พ่ อ แ ม่ น้ั น เ ข้ า ใ จ ใ น ตั ว ลู ก ใ ห้ เ ป็ น ค น ท่ี ตั ด สิ น อ น า ค ต ข อ ง ตั ว เ อ ง ม า ก ก ว่ า ค ว า ม คิ ด ข อ ง พ่ อ แ ล ะ แ ม่
ผมจะกล่าวถึงประสบการณ์ของผมท่ีพอจะมีเก่ียวกับเร่ืองน้ี ต้ังแต่สมัยผมเด็กน้ัน พ่อของผมอยาก
ให้ผมรับราชการมากเน่ืองจากสวัสดิการหรืออะไรต่าง ๆ มันง่ายเวลาเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุก็
56
วชิ า สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
สามารถเบิกได้ ทําให้ผมได้รับความกดดันเร่ืองน้ีมาไม่มากก็น้อย ผมจึงไปสอบนายร้อยให้พ่ออยู่หน่ึง
คร้ัง ซ่ึงผมไม่ติดแต่อย่างน้อยผมก็ได้ลองทําให้พ่อแล้ว พ่อก็เลยให้ผมเลือกเส้นทางของผมเอง
นับต้ังแต่น้ันเป็นต้นมาแต่ท่านก็ยังคาดหวังให้ผมทํางานในหน่วยงานราชการอยู่ ถ้าหากเราลองคิด
กลับกันว่าทุกอาชีพน้ันมีสวัสดิการเหมือนกับทางราชการ ก็คงจะเป็นเร่ืองท่ีดีท่ีสามารถทํางานใน
สถานท่ีท่ีเราชอบได้ ไม่ต้องมากังวลเก่ียวกับสวัสดิการท่ีจะได้รับ เราคงเห็นประเทศไทยมีความ
หลากหลายทางด้านอาชีพมากขน้ึ
ผลสํารวจจากกลุ่มบริษัทอเด็คโก้เผย “อาชีพในฝันของเด็กไทย” ครั้งที่ 11 ปี 2563 ท่ีสํารวจในกลุ่ม
ตัวอย่างเด็กไทยอายุ 7-14 ปี จํานวน 4,050 คน จากท่วั ทุกภูมิภาค พบว่าอาชีพในฝันเด็กของเด็กไทยในปี
น้ี “หมอ” นําล่ิวมาอันดับหน่ึง ด้านอันดับสองยังคงเป็นอาชีพ “ครู” ไม่ต่างจากปีท่ีแล้ว นอกจากน้ีผล
สํารวจยังพบว่าส่วนใหญ่เด็กท่ีเลือกอาชีพหมอเป็นเด็กท่ีอยู่ในกรุงเทพและปริมณฑล ขณะท่ีเด็กท่ีเลือกครู
ส่วนใหญ่เป็นเด็กท่ีอาศัยในจังหวัดอ่ืน ซ่ึงสิ่งน้ีน้ันสะท้อนถึงค่านิยมท่ีแตกต่างกันในแต่ละพ้ืนท่ี ทุกคนลอง
พิจารณาดูว่าจํานวน 4,050 คนจากผลสํารวจของกลุ่มบริษัทอเด็คโก้น้ันอยากเป็นหมอกับครูโดยท่ีใจ
อยากเป็นหรือไม่ ถ้าหากเป็นอย่างน้ันก็เป็นเร่ืองท่ีดี ท่ีเด็กเหล่าน้ันมีเป้าหมายท่ีชัดเจนต้ังแต่เด็ก
เส้นทางท่ีเร่ิมต้ังแต่ตอนน้ีอาจจะได้เปรียบเพราะรู้ตัวเร็ว แต่ถ้าหากเป็นการยัดเยียดความคิดของคน
อ่ืนลงมามันจะเปรียบเสมือนแนวคิดของ เฟรรี ท่ีได้กล่าวเอาไว้ต้ังแต่เร่ิม แต่ผู้ชนะของแนวคิดน้ี
จะเป็นอย่างอ่ืนไม่ได้นอกจากค่านิยมของคนไทยและผู้ปราชัยจะกลายเป็นความคิดของเหล่าเด็ก ๆ
จะถูกค่านิยมยึดครองพวกเขาเป็นกรรมสิทธ์ ผู้ชนะจะครอบร่างเงา(ค่านิยม)ตนลงบนผู้ปราชัย
เหล่าเด็กไทยจะกลายเป็นผู้ท่ีถูกกดข่ีจากค่านิยมไปโดยท่ีเราไม่รู้ตัวและมองเห็นเร่ืองเช่นน้ีเป็นเร่ืองท่ี
ปกตทิ ว่ั ไปของสังคมไทย
ระบบอาวุโสน้ันก็เป็นอีกหน่ึงส่ิงท่ีอยู่กับความคิดของสังคมไทยมาต้ังแต่ก่อน สมัยเด็กบุคคลท่ีอายุ
มากกวา่ กจ็ ะถูกเรยี กวา่ พี่ ลุง ปา้ น้า อา ทง้ั ๆ ท่บี างทีไม่ไดเ้ ก่ยี วโยงระบบเครอื ญาตกิ ันโดยแตอ่ ย่าง
ใด ส่ิงน้ีเป็นส่ิงท่ีเราสามารถเข้าใจได้ ว่าส่ิงน้ีทําให้เกิดความเป็นกันเอง ความสนิทสนม แต่ถ้าเป็น
ระบบอาวุโสในการทํางาน การท่ีคนท่ีได้ทํางานนานกว่าหรือแก่ประสบการณ์ทางด้านน้ีกว่าใช้ระบบ
อาวุโสไปใช้ในทางท่ีไม่ถูกต้อง ในการไม่ยอมรับฟงั หรือยอมรับคําแนะนําจากคนอ่อนวัย ยึดความคิด
ของตนเป็นหลักถึงแม้ความคิดของคนอ่ืนมีความถูกต้องมากกว่าของตนเอง มีการหวงตําแหน่งว่า
จะโดนเด็กรุ่นใหม่มาแย่งตําแหน่งของตนเองไป ทําให้เกิดการไม่คัดเลือกบุคคลท่ีมีความสามารถสูง
แต่อายุยังน้อยให้มาทํางานในหน้าท่ีสูงๆ ไปเลือกใช้ตามระบบอาวุโสหรือประสบการณ์ของการทํางาน
หรืออาจจะใช้เส้นสายในการเข้าไปทํางาน จนทําให้งานได้รับผลกระทบจากเร่ืองน้ีเพราะคนท่ีมี
ความสามารถจริง ๆ ไม่ได้ถูกเลือกใช้อย่างเหมาะสม แต่ผลกระทบท่ีเราพบได้เห็นว่าได้เป็นข่าวตลอด
เกือบทุกปี คือระบบการรับน้องไม่ว่าจะเป็นท้ังทางการทหาร หรือ การรับน้องใหม่ท่ีเข้ามาศึกษาใหม่
ซ่ึงใช้ระบบอาวุโสท่ีมากเกินไปเป็นอาวุธเพ่ือการกระทําบางอย่างท่ีตัวเองคิดว่าถูก อะไรท่ีมันมากเกินไป
ไม่เคยท่จี ะส่งผลดกี ับส่ิงต่าง ๆ มากสักเท่าไร
ตัวอย่างเห็นได้จากข่าวท่ีพึ่งเกิดข้ึนเม่ือ เดือน มิถุนายน 2564 ท่ีผ่านมา 12 รุ่นพี่อุเทนถวายทําร้าย
รุ่นน้องจนถึงแก่ความตายด้วยการเวียนกันเตะรุ่นน้องเพียงเพราะ ไม่แสดงความคิดเห็นทางเร่ือง
การรับน้อง เพียงเพราะเหตุผลแค่น้ีสมควรถึงข้ันทําร้ายร่างกายเหรอ ซ่ึงเหตุการณ์อย่างน้ีน้ัน
เกิดข้ึนทุกปี แม้ว่าจะไม่ได้เป็นข่าวอย่างน้ีแต่ทุกคนเช่ือหรือไม่ ว่ายังมีการใช้ระบบการรับน้องและระบบ
57
วชิ า สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
อาวุโสแบบน้ีกันอยู่ อาจจจะเป็นจากการความเคยตัวหรือการท่ีถูกยัดเยียดความคิดน้ีมาต้ังแต่รุ่นก่อน
ด้วยการอ้างถึงวัฒนธรรมท่ีสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หรืออาจเพราะเคยโดนทําอย่างน้ีมาเลยเอาสิ่ง
ท่ีตัวเองเคยโดนน้ันมาทํากับคนอ่ืน ๆ ต่อไปทําให้เกิดความสูญเสีย หากเร่ืองไม่หลุดออกมาคงไม่มี
ใครรถู้ งึ การกระทํา
สุดท้ายน้ี ข้อคิดท่ีกระผมได้หยิบมาจากการอ่านงานของ เปาโล เฟรรี น้ันเป็นแค่การแสดงทาง
ความคิดของส่วนของกระผมท่ีได้นํามาคิดว่า “การเอาชนะทุกรูปแบบมีนัยถึงการมีผู้ชนะและผู้หน่ึง
ผู้ใดหรือสิ่งหน่ึงส่ิงใดท่ีถูกเอาชนะ ผู้ชนะยัดเยียดเป้าประสงค์ของตนแก่ผู้ปราชัย และยึดครองพวก
เขาเป็นกรรมสิทธ์ิ ผู้ชนะจะครอบร่างเงาตนลงบนผู้ปราชัย” คําพูดหรือคติข้อน้ีของ เฟรรี เกิดข้ึนกับ
สังคมไทยมาต้ังนานแล้วเพียงแต่ว่าพวกเราน้ันไม่ได้สังเกตถึงมันในบทความกระผมสื่อถึง ผู้ชนะน้ัน
ได้ยัดเยียดเป้าประสงค์(ค่านิยม) ลงบนตัวของผู้ปราชัย(ความคิดของเรา) สุดท้ายน้ีแม้กระท้ัง
ความคิดของเรายังสามารถถูกกดข่ีได้แม้ว่าเราน้ันไม่รู้ตัวก็ตาม แล้วคุณคิดว่าความคิดของตัวคุณ
เองตอนนถ้ี ูกกดข่ถี กู ทาํ ให้เป็นผทู้ ป่ี ราชัยบ้างหรือไม่
ขอขอบคณุ เอกสารอ้างอิง
หนังสือ A Short Account of the Destruction of the Indies บันทึกฉบับย่อว่าด้วยการทําลาย
ลา้ งหมเู่ กาะอินดีส์
หนังสือ Why Nations Fail กวู้ ิกฤตชิ าติ บทเรียนสะเทือนโลก
https://adecco.co.th/th/knowledge-center/detail/children-dream-career-
survey-2020
https://www.khaosara.com/?p=27031
https://www.parentsone.com/wrong-sexual-values-of-kids/
https://today.line.me/th/v2/article/7w3X3J
https://www.thairath.co.th/news/crime/2120862
https://www.youtube.com/watch?v=UG8evTWF-1I
58
วชิ า สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
นธิ ณิ ฐั พงศ์ธเนศ 6402465212
การศึกษาและการกดข่ี
การศึกษาน้ันเป็นส่ิงท่ีสําคัญสําหรับคนๆ นึง ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้ไม่เท่ากัน แต่ละคนน้ัน
มีความถนดั ไม่เหมอื นกนั แต่กลบั ใช้เกณฑ์ในการตัดสินเดียวกัน
ในประเทศไทย ถ้าพู ดถึงการศึกษาแล้ว ทุกคนคงรู้ว่ามันไม่มีความเท่าเทียมเลย ถ้าเราลอง
มองเข้าไปในโรงเรียนเอกชน ครูมีการพู ดคุยกับเด็ก ความใส่ใจในการสอน เด็กท่ีไม่เก่งก็สามารถ
ท่ีจะเข้าใจได้ไม่ยากนัก กลับกันในโรงเรียนรัฐบาล ครูบางคนไม่ใส่ใจเด็ก ต้องการท่ีจะสอนเพื่อจะได้
ผ่านๆ ไปเท่าน้ัน ไม่ได้ใส่ใจถึงส่ิงท่ีเด็กจะได้รับเท่าโรงเรียนเอกชน ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีไม่ควรเกิดข้ึนมาก
ในมาตรฐานเดียวกันของโรงเรียน จึงได้มีคําพู ดท่ีว่า “เงินสามารถซ้ือการศึกษาได้” บางคนอาจบอก
ว่าไม่จริง ถ้าเราขยันเราก็เรียนเก่งได้ มันก็จริงแต่สําหรับสิ่งแวดล้อมท่ีเหมือนกันเท่าน้ัน แต่ด้วยการ
เรียนพิเศษท่ีเป็นการสอนเน้ือหาในห้องเรียนท่ีเจาะลึกกว่า ละเอียดและเป็นลําดับ ทําให้ผู้ท่ีมีเงินได้
เข้าถงึ การศึกษาทด่ี ีกว่า
อาชีพท่ีเด็กอยากเป็นกันมากท่ีสุด ถ้ามองย้อนไป 10 ปี มีปีหน่ึงท่ีครูเป็นอาชีพท่ีเด็กอยาก
เป็นมากท่ีสุด แต่ 9 ปีเหลืออาชีพท่ีเด็กอยากเป็นก็คือหมอ แต่ทําไมถึงเป็นอย่างน้ัน ผมเป็นหน่ึงคน
ท่ีตอนเด็กผมอยากเป็นหมอมาก พ่อแม่ท่ีคอยบอกว่า ”หมอน้ันดี ม่ันคง สบาย ถ้าพ่อแม่เป็นอะไร
ก็จะสามารถช่วยได”้ น้คี อื ขอ้ ความทผ่ี มได้ยินมาต้งั แตเ่ ด็ก และมนั ทําให้ผมมอง
อาชีพหมอในทางท่ีดีมาตลอด จนกระท่ังพี่ของผมได้เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ ส่ิงท่ีผมเห็นคือ
พี่ผมแทบไม่ได้พักเลย ต้องคอยเครียดกับการเรียนมาก เหตุการณ์น้ีทําให้ผมต้องหันมามองอาชีพ
หมออีกคร้ัง คําถามท่ีเข้ามาในหัวคือ “ทําไมถึงอยากเป็นหมอ” ถ้าทุกคนได้ยินคําถามน้ี
คําตอบคงจะแนวเดียวกันคือ “อยากช่วยเหลือคน” ผมเช่ือว่ามีคนคิดอย่างน้ันจริง ๆ แต่จะมีก่ีคนท่ี
คิดแบบน้ันจริง ๆ ผมได้ลองถามคําถามน้ีกับเพื่อนหลายๆ คนท่ีได้เข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์
คําตอบท่ีได้ส่วนใหญ่ก็คือ “อยากช่วยเหลือคน” แต่เพื่อนคนท่ีผมสนิทและคุยกันได้ทุกเร่ืองให้คําตอบ
ท่ีแตกต่างคือ เค้าเรียนเก่งและไม่รู้สิ่งท่ีชอบจริง ๆ จึงคิดท่ีจะเป็นหมอ มันได้เงินเยอะดี ไม่ค่อยโดนดู
ถูกด้วย เป็นคําตอบท่ีผมไม่ได้คาดหวังเลยและมีช่วงหน่ึงท่ีผมคิดว่าคนแบบน้ีจะเป็นหมอได้จริง ๆ
หรอื แตพ่ อมาลองคดิ ดู คนอยากเป็นหมอเพราะเงนิ กม็ ีเยอะเหมอื นกัน
แล้วทําไมอาชีพหมอจึงเป็นส่ิงท่ีเด็กอยากเป็นมากตลอดมา หน่ึงในเหตุผลคือ “การศึกษา”
เพราะระบบการศึกษาเป็นแบบแข่งขันกันมีการจัดอันดับ แน่นอนว่าทุกคนไม่ได้เก่งในทุกด้านและทุก
คนไม่ได้เก่งเหมือนกัน แต่เม่ืออยู่ในระบบการศึกษาของประเทศไทยทําให้ทุกคนต้องทําส่ิงเดียวกัน
เม่ือคนบางคนทําได้คะแนนดี ถูกคนรอบข้างชมว่าเก่ง ทําให้เค้าคิดว่าเค้าสามารถท่ีจะแข่งขันกับผู้อ่ืน
ได้ และแน่นอนแพทยศาสตร์เป็นคณะท่ีเข้าได้ค่อนข้างยาก การแข่งขันสูง และหลังจากเรียนจบจะมี
อาชพี อยา่ งแนน่ อน เงินเดนิ ก็มากกว่าหลายอาชพี สําหรับเด็กจบใหม่
เงินเดือนเร่ิมต้นของเด็กจบใหม่จากมหาลัยในระดับปริญญาตรี คือประมาณ 15,000 บาท
ซ่ึงเป็นจํานานเงินท่ีอาจจะไม่ได้สูงมากด้วยรายจ่ายต่าง ๆ แต่ด้วยระบบมหาลัยท่ีผลิตบุคลากรออกมา
เป็นแรงงาน แต่ถึงอย่างน้ันคนก็ยังคงเรียนเพื่อเป็นแรงงานให้ตามตลาดทุนนิยม ด้วยความคาดหวัง
จากพ่อแม่ หรือ ผู้ปกครองท่ีต้องการให้ลูกของตนมีงานท่ีม่ันคงคอยช่วยเหลือดูแลตนเอง ซ่ึงผมไม่
59
วชิ า สค. 465 ปรัชญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ชอบมาก ผมคิดว่าการถูกมัดติดกับอะไรท่ีทําให้เราทําตามส่ิงท่ีเราต้องการจะทําไม่ได้ เพราะเรามีคน
ด้านหลังท่ีต้องคอยดูแล ถ้าเราเส่ียงคนด้านหลังก็จะเสี่ยงด้วยเป็นอีกส่ิงหน่ึงท่ีคอยฉุดร้ังคนไม่ให้
ก้าวหน้าด้วยความสามารถของตนเองอย่างเต็มท่ี สิ่งหน่ึงท่ีคนใกล้เสียชีวิตเสียดายมากท่ีสุดไม่ใช่
ความผิดพลาดท่ีตัวเองเคยทํา เงินท่ีตัวเองสูญเสีย แต่คือการท่ีเราไม่ได้ลองสิ่งท่ีเราอยากท่ีจะทําแต่
ไม่กล้า เป็นคําพู ดของคนๆ นึงท่ีผมได้ยินและคิดว่าเราจะไม่เสียใจอย่างน้ี แต่ถึงผมจะบอกตัวเอง
อย่างน้ัน ด้วยส่ิงท่ีถูกปลูกฝังมาตลอด “ต้องดูแลพ่อแม่ตอนแก่ด้วยนะ” , “อย่าท้ิงพ่อแม่ให้อยู่ตัวคน
เดียวนะ” ทําให้ผมไม่กล้าท่ีจะเสี่ยงทําอะไรท่ีต้องการ ผมเคยมีความคิดท่ีจะไม่เรียนต่อระดับ
มหาวิทยาลัย แล้วลองหาส่ิงท่ีตัวเองชอบ และอยากท่ีจะทําจริง ๆ เม่ือผมได้ถามความเห็นคือ “แล้วท่ี
เรียนมาจะเอาไปทําอะไร” ตอนน้ันผมถึงได้เร่ิมเข้าใจคนท่ีไม่ได้ลองในส่ิงท่ีอยากทํา ตอนน้ีผมทําได้แค่
ไหลไปตามระบบ และไม่ทําอะไรท่มี นั เส่ียง
การศึกษาแบบ “การธนาคาร” คือการศึกษาท่ีจะมองว่าเด็กคือบัญชีท่ีว่างเปล่า และครูต้อง
เติมเต็มให้ ซ่ึงชุดข้อมูลท่ีครูเติมมาน้ันเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน เด็กทุกคนมีความสามารถท่ีแตกต่างกัน
แต่ได้รับข้อมูลท่ีเหมือนกัน ทําให้เด็กไม่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มท่ี และเข้าใจว่าต้องทําตาม
สิ่งท่ีครูบอกมาให้ดีทําให้ไม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองเท่าท่ีควร ถูกปิดก้ันการใช้ความคิด
สร้างสรรค์ การท่ีคอยป้อนข้อมูลเพียงอย่างเดียวผู้เรียนก็รับแต่ไม่สามารถรู้ถึงเหตุผลและท่ีมาได้
ความรู้น้ันท่ีจริงแล้วคือส่ิงท่ีผู้เรียนได้คิดค้นและแสวงหาคําตอบ การท่ีผู้สอนและผู้ถูกสอนเป็นข้ัวตรง
ข้ามกัน ผู้สอนเป็นผู้รู้ทุกอย่างและวางตนอย่างน้ัน ส่วนผู้ถูกสอนคิดว่าตนเองน้ันไม่รู้อะไรเลยและ
ยอมรับภาพของตนเองว่าไม่รู้อะไรเลย และการแก้ปัญหาของระบบน้ีจะไม่สามารถแก้ได้เลยถ้าหากท้ัง
สองฝ่ายอยู่ฝ่ งั ตรงข้ามกันตลอด เช่น ผ้สู อนพูด ผู้เรยี นแคฟ่ งั
เปาโล แฟร์ คิดว่าการเรียนรู้ควรควรถูกปลดปล่อยจากการศึกษาแบบเดิม ผู้ศึกษาควรได้
ริเร่ิมคิดด้วยตัวเอง ลองทําส่ิงต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และการจัดการระบบการศึกษาจะจัดตามตัวของ
ผู้เรยี นเอง
การกดข่ีให้ผู้ท่ีถูกกดข่ีอ่อนแอลง แยกพวกเขาออกจากกัน ทําให้เกิดความแตกแยกระหว่าง
พวกเขา และทําให้พวกเขารู้สึกพอใจกับส่ิงท่ีกําลังเจอโดยทําท้ังหมดน้ีเพ่ือให้เป็นผลดีต่อตนเอง
ต่ออํานาจของตนเอง และผู้ท่ีพู ดถึงคําว่า “เป็นกลาง” น้ันไม่เป็นจริง มีแต่ฝ่ ังของผู้ถูกดข่ี
และ ฝ่ งั ของผกู้ ดข่เี ท่านน้ั
การกดข่ีในระบบการศึกษาท่ีดูได้ง่ายๆเลยคือ การกดข่ีทางกายภาพ เช่น การโดนด่า
การโดนตี แต่การกดข่ีบางทีคือการกดข่ีท่ีเราไม่รู้ตัว โดยปกติแล้วถ้าเรารู้ตัวว่าเราโดนกดข่ี
เราจะไม่ยอมให้ถูกกดข่ีอยู่อย่างน้ัน แต่ทุกวันน้ีเราไม่รู้ถึงการกดข่ีถึงแม้มันจะมีอยู่ก็ตาม การท่ีมีคนท่ี
เรยี นดแี ตย่ ากจน มนั ไมม่ จี ริง ถ้ายากจนท่วี า่ หมายถึงตอ้ งทาํ งานหาเงิน การทาํ งานแล้วเรียนไปด้วย
การกดข่ีในระบบทุนนิยม เช่น คนงานท่ัวไปท่ีถูกดข่ีโดยนายทุนท้ังหลายทําให้รู้สึกว่าถ้าเรา
ทํางานหนักมากพอ เราจะประสบความสําเร็จได้ การคัดเลือกคนเข้าสู่ระบบ เช่นการคัดเลือกคนเพ่ือ
เข้าสู่ระบบการศึกษา เป็นการจัดอันดับคะแนนเพื่อเข้าสู่ สถานศึกษาต่อไป การคัดเลือกแรงงานเข้าสู่
ระบบทุนนิยม การปล่อยเงินกู้โดยดูจากข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละคน การใช้เกณฑ์เพ่ือตัดสินคนเพ่ือ
อะไรบางอยา่ งก่อนเสมอๆ
60
วชิ า สค. 465 ปรชั ญาการศึกษา Section 910001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
การท่ีฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงชนะไม่ว่าจะฝ่ายผู้กดข่ี หรือ ผู้ถูกกดข่ีคงจะไม่ใช่ทางออกท่ีดี ทางออกท่ี
ดีควรเป็นการท่ีท้ังสองฝ่ายได้พู ดคุยโดยการสนทนา แต่การสนทนาไม่ได้เกิดข้ึนง่ายๆ เพราะผู้กดข่ีท่ี
มีอํานาจ กลับต้องลดอํานาจของตนเองลง และการสนทนาไม่สามารถเกิดข้ึนหลังจากการปลดปล่อย
แต่การสนทนา จะต้องเกิดข้ึนก่อนหรือพร้อม ๆ กันจึงจะเกิดการปลดปล่อย และสิ่งเหล่าน้ีจะต้อง
ดําเนินอย่างต่อเน่อื ง
ขอขอบคุณอ้างอิง
https://hmong.in.th/wiki/Paolo_Freire
https://www.admissionpremium.com/content/5314
https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fsiamrath.co.th%2Fn%2F160544
%3Ffbclid%3DIwAR2KUPZpHWwORDKMQrZsasGWOxCVKx1FHmrMkmGEzRYAEX_kvbH
LTcGAXGM&h=AT2 RuytNDa3 K9 5 cxJrZqgYo6 jUblRYhMM7 - J9 XsAIDPZ2 lS-
V8 BPUrcSH7 ttQrIXgBsAOA3 Lu3 jGDGocJ0 ArqWHmi4 AWdnvwIv5 - dDMmjkHHliEMH-
pEu3pfiDKFtNhIZjewxg
61