The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2022-08-19 14:55:55

อะไรที่ผิดศีลธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมาย อะไร ที่ผิดกฎหมายแต่ไม่ผิดศีลธรรม

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

อะไร ?ทีผ่ ดิ ศีลธรรมแตไ. มผ. ดิ กฎหมาย
ท่ผี ดิ กฎหมายแตไ. ม.ผิดศลี ธรรม

อะไร ?ทีผ่ ดิ ศีลธรรมแตไ. มผ. ดิ กฎหมาย
ท่ผี ดิ กฎหมายแตไ. ม.ผิดศลี ธรรม

บทนาํ

รวมเล่มโจทย์แรกในวิชาสัมมนาและการสร้างองค์ความรู้ทางสังคมสงเคราะห์
แ ล ะ ส ว ั ส ด ิ ก า ร ส ั ง ค ม ( Seminar and Knowledge-creation in Social Work and Social
Welfare) ประจําปีการศึกษา 1/2565 หลักสูตรสังคมสงเคราะห์ศาสตร์มหาบัณฑิต คณะสังคม
สงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยโจทย์ชวนคิด “อะไรที่ผิดศีลธรรมแต่ไม่ผิด
กฎหมาย และอะไรที่ผิดกฎหมายแต่ไม่ผิดศีลธรรม” โจทย์จากคําถามของคุณครูคนหนึ่งในช้ัน
เรียนสําหรับนักเรียนที่นํามาสู่การคิดร่วมของชั้นเรียนเรา ชั้นเรียนที่ผู้เรียนในฐานะนักสังคม
สงเคราะห์ผู้ฝึกฝนตนในสนามฝึกภาคปฏิบัติ และในหน่วยงาน องค์กรหลากหลายที่ทําหน้าที่ใน
งานสังคมสงเคราะห์ รับผิดชอบงานสวัสดิการสังคมกับกลุ่มเป้าหมายมากมาย การเริ่มต้นทบทวน
และตั้งคําถามกับประเด็นข้างต้น คาดกหวังให้ชั้นเรียนเราได้ร่วมสืบค้น อภิปราย แลกเปลี่ยน
ประเนนี้กันอย่างรอบด้าน การค้นลึกลงไปในศาสตร์ความรู้ที่อธิบายประเด็น “ศีลธรรม”
กับการตัดสินใจ “กฎหมาย” ในฐานะเครื่องมืออันทรงพลังในการตัดสินผิด-ถูก ของผู้คนในสังคม
แต่ไม่เคยง่ายสําหรับคนทํางานทางสังคมที่กฎกติกาทางสังคม บรรทัดฐาน และคุณค่าที่สังคมยึด
เป็นหมุดหมาย ประกอบสร้างเป็น “กฎร่วม” ที่อาจไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างเคร่งครัด
เปน็ มาตรฐานเดียวท่ีจะนาํ สเู่ ปา้ หมายเพอ่ื “ ความเป็นธรรม”

โจทย์เริ่มต้นในชั้นเรียนด้วยวิถีการ “สัมมนา” คาดหวังจะเพิ่มทักษะการคิด ตั้งคําถาม
และการอภิปรายประเด็นนี้อย่างลุ่มลึก เพื่อฝึกฝนตน (ผู้เรียน) ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์
ทไ่ี ดท้ วนสอบการตัดสนิ ใจประเดน็ “ความเป็นธรรมทางสังคม และ ความเป็นธรรมทางกฎหมาย”

ครู กบั การชวนลองโจทย์แรก
สิงหาคม 2565

ลําดับ สารบญั 6305033018 หนา้
6405033017
1 นายสุคนธ์ ม่นั คงวาจา 1
2 นายชศู ักดิ์ กัลยาณธรรม 6405033025 6
3 นางสาวพธุ ันวา มหาทรัพยส์ มบัติ 6405033033 15
4 นางสาวรงุ่ สฐิ ฐี นรุ าช 6405033041 21
5 นางเมลดา เมฆวิจิตร 6405033058 27
6 นางสาวอภญิ ญา อนิ ทจร 6405033066 31
7 นางสาวณรัชตห์ ทยั ล้ําเลศิ 6405033074 35
8 นางสาวประตนิ นั ท์ นวัธภร 6405033082 40
9 นางสาวธัญชนก วงศห์ อม 6405033090 46
10 นายคณุ านนท์ ยาแลหลา 54
11 นางสาวอัญชษิ ฐา อนันตว์ ฒั นกจิ 6405033108 58
12 นางสาวสรวงสนิ ี ชีระภากร 6405033116 63
13 นางสาวปยิ ากร วีระไพฑรู ย์ 6405033124 66
14 นางสาวชาสิณี นวลฉวี 6405033140 71
15 นางสาวธนั ยาพร ทองคําเปลว 64055033157 73
16 นายภเู บศ จิตรจรงิ 6405033173 79
17 นางสาวเบญจมาศ ทองคง 6405033181 87
18 นางสาวณฐั ณชิ า รักจุ้ย 6405033199 91
19 นางสาวมนิ ตรา สนั ตจิตร 6405033207 94

?

โดย นายสุคนธ์ ม่ันคงวาจา 6305033018

1

ประเดน็ ชวนคดิ :

อะไรท่ีผิดศลี ธรรมแตไ่ มผ่ ิดกฎหมาย และ อะไรท่ผี ดิ กฎหมายแต่ไมผ่ ิดศีลธรรม

หากกล่าวถึงสิ่งที่ผิดศีลธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมาย ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความ “กตัญญู
ต่อผู้มีพระคุณ” ซึ่งประเทศไทยได้รับอิทธิพลทางความคิดจากพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก
จะเห็นได้ว่าในการดํารงชีวิตหรือพิธีกรรมต่างๆ จะมีพระสงฆ์รวมถึงการปฏิบัติตามหลักของ
พระพุทธศาสนาเกือบทั้งสิ้นตั้งแต่เกิดจนตาย อีกทั้งวิถีชีวิตของสังคมไทยเป็นวิถีทางสังคมที่มีกัน
อยู่รวมกันเป็นกลุ่มช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยความซื่อสัตย์สุจริตรมีความรักใครเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่เอา
เปรียบซึ่งกันและกัน สังคมไทยจึงมีประเพณีที่ให้ความสําคัญต่อความกตัญญูกตเวทีซึ่งมองว่า
ความกตัญอยู่กตเวทีเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก ความผูกพัน ความเอื้ออาทร และความปรารถนาดี
ต่อกัน จะเห็นได้ว่าขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคมไทยล้วนแต่มีความกตัญญูเป็นที่ต้ัง
ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลักคําสอนคือความกตัญญูกต่อเวทีของพระพุทธเจ้าที่ในสมัยก่อนที่ท่านได้
ทรงเทศนาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะพระราชบิดาจนได้บรรลุพระอรหันต์ จึงเป็นแบบอย่างท่ี
สงั คมไทยไดน้ ํามาประพฤตปิ ฏบิ ัตสิ บื ต่อกันมา Dhasadhammo, P. T., (2019).

ประเภทของความกตัญญูในทางพระพุทธศาสนามี 4 ประเภท คือ 1. กตัญญูต่อบุคคล
เช่น พ่อ แม่ ครู อาจารย์ 2.กตัญญูต่อสถาบัน เช่น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 3. กตัญญูต่อ
สัตว์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย 4. กตัญญูธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และสมัยพุทธกาลมีทัศนคติความเช่ือ
ว่าหากบุคคลใดประพฤติปฏิบัติตามหลักของความกตัญญูกตเวที ก็จะถูกมองว่าเป็นคนดีในสังคม
ได้รับคําสรรเสริญจากสังคมส่วนรวมและเป็นคนที่สังคมต้องการและยอมรับ ในทางศาสนามองว่า
บุคคลกตญั ญสู ามารถเข้าถึงคุณวิเศษตา่ งๆ และพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญย่อมเข้าถึงสคุ ติ

ตรงกันข้ามหากบุคคลใดซึ่งได้รับผลประโยชน์และเห็นแก่ตัว ต้องการแต่ผลประโยชน์ฝ่าย
เดียวจนหลงลืมความกตัญญูโดยเฉพาะผู้ที่เคยอุปการะเลี้ยงดูตนมาก่อนหรือปล่อยให้บุพการีอยู่
อย่างยากลําบากตามยถากรรม ไม่คิดที่จะช่วยเหลือตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้เคยดูแลเลี้ยงดูก็จะ
ถูกมองว่าเป็นคนอกตัญญู โดยโทษของคนอกตัญญู จะประสบแต่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถูกนินทา
Mahamakut Buddhist University. (1997).

2

ภาพจาก https://board.postjung.com
จะเห็นได้ในข่าวตามสังคมต่างๆที่ลูกทิ้งพ่อแม่ให้อยู่ตามลําพัง ปล่อยให้พ่อแม่
อยู่อย่างยากลําบากก็จะถูกสังคมประนามว่าเป็นคนอกตัญญูจะไม่มีความเจริญในอาชีพการงาน
รวมถึงถูกตีตราจากสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความอกตัญญูซึ่งไม่ผิดกฎหมายข้อใดในสังคม
ถึงอย่างไรก็ตามในสมัยนี้ก็มีพ่อแม่มากมายที่เลี้ยงลูกแบบห่างเหิน โดยปล่อยให้ลูกได้เติบโตกับปู่
ย่า ตา ยาย หรือแม้กระทั่งทิ้งลูก แต่จะเอาผลประโยชน์จากลูก ทําให้เกิดคําถามว่า
ลูกยังจําเป็นต้องมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ที่เป็นแบบนี้อยู่หรือไม่ แล้วความยุติธรรมในเรื่องของ
ความกตัญญคู วรมีกาํ หนดชัดเจนหรือไม่ เพื่อนาํ ไปสคู่ วามอิสระภาพของท้งั 2 ฝา่ ย

3

ในส่วนหัวข้อของสิ่งที่ทําแล้ว “ไม่ผิดศีลธรรมแต่ผิดกฎหมาย” คือ Sex Creator :
กรณีศึกษาน้องไข่เน่าดาวเด่น OnlyFans ซึ่งเป็นข่าวดังในช่วงหนึ่งที่มีการจับกุมนักศึกษาสาว
อายุ 19 ปี กําลังเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งน้องไข่เน่าได้มีชื่อเสียงจากการทํา Sex
Creator หรือการถ่ายคลิปโชว์การมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม ลงบนเว็บไซต์ Onlyfans ซึ่งเป็น
เว็บไซต์ผู้ใหญ่สําหรับอัพโหลดคลิปวิดีโอส่วนตัวรวมถึงวิดีโอลามก ส่วนที่คนทั่วไปจะเรียกชื่อของ
ตะวนั ว่า “ไข่เนา่ ” มาจากการตง้ั ช่ือแอคเคาต์บนทวติ เตอร์

ภาพจาก https://news.trueid.net

เมื่อพิจารณาตามศีลธรรมทางพระพุทธศาสนาพบว่าการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักไม่เป็นสิ่งที่
ผิดศีลธรรม แต่หากมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่มีครอบครัวแล้ว ซึ่งมีความผิดชัดเจนในเรื่องของ
ศีลข้อที่ 3 ฉะนั้นกรณีน้องไข่เน่าก็จะมีคนในสังคมแบ่งออกเป็น ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยมองว่าการมี
เพศสัมพันธ์คือธรรมชาติของมนุษย์อีกทั้งยังสามารถหารายได้จากเปิดกลุ่มเพื่อให้คนเข้ามาเป็น
สมาชิก อีกทั้งจากการสัมภาษณ์พบว่ารายได้ที่ได้รับประมาณ 1,000,000 บาทต่อเดือน รวมถึง
บุคคลในครอบครัวให้การยอมรับ ตัวน้องไข่เน่าเองก็เข้ามาทําเรื่องนี้เพราะเห็นเป็นเรื่องธรรมชาติ
บวกกบั ความชอบส่วนตวั

ถึงอย่างไรก็ตามในสังคมไทยมิได้ชี้ความผิดตามหลักศีลธรรมเพียงอย่าง แต่มีการใช้ระบบ
กฎหมายลายลักษณ์อักษร (The Civil Law System) ทีม่ ีการกําหนดบทลงโทษอยา่ งชัดเจน ดงั นน้ั
ในกรณีนี้จึงมีความผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญากล่าวว่า บุคคลสามารถครอบครอง
สื่อลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นคลิปวีดีโอ ภาพยนตร์ หนังสือ ภาพถ่าย หรือสื่อที่มีลักษณะยั่วยุ
อารมณ์ทางเพศได้ หากผู้ครอบครองมีวุฒิภาวะแล้ว และเก็บสื่อลามกอนาจารเหล่านั้นไว้เป็น
ของส่วนตัวแต่ในส่วนของความผิดนั้น ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ระบุความผิด
ไว้ 3 รูปแบบ คณิตา ทองขุนดํา.(มปป.). ดังน้ี

1.ทํา ผลิต มีไว้ นําเข้า ส่งออก หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเพื่อการค้า แจกจ่าย
หรือแสดงอวดแก่ประชาชน

2.การค้าสื่อลามกอนาจาร เช่น ให้ทุน เป็นคนกลางรับของไปขายต่อ แจกจ่าย แสดง
อวด หรือให้เช่าส่ือลามกอนาจาร

3.โฆษณาว่าส่อื ลามกอนาจารหาไดจ้ ากท่ใี ด เพื่อชว่ ยให้แพร่หลายหรอื ให้ประโยชนท์ างการค้า

4

ดังนั้นถ้าจะถามว่ากรณีของน้องไข่เน่าถือเป็นเรื่องผิดหรือไม่ คําตอบคือ ใช่ ซ่ึงในมาตรา
287 ระบุไว้ชัดเจนว่าผู้ผลิตและเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวเพื่อการค้า ถือเป็นการกระทําความผิด
กฎหมายอาญา ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท รวมถึงกรณีนี้อาจผิดใน
พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14/4 ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000
บาท แต่ถ้าหากถามว่าผิดศีลธรรมหรือไม่ ในมุมมองของนักศึกษาที่เชื่อในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ
คําตอบที่ได้คือ “ไม่” เพราะว่าทุกคนมีสิทธิในเรือนร่างของตนเอง และการเป็น Sex Creator
ไม่ได้กระทําให้ผู้อ่ืนได้รับความเดือดร้อน

อา้ งอิง
คณิตา ทองขุนดํา. (มปป.) มาตรการทางกฎหมาย เกี่ยวกับการกลุ่มสื่อลามกในสังคมออนไลน์ .
คณะ
นิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั รามคําแหง.
Dhasadhammo, P. T., Wongpornpawan, C., Rajpariyativimol, P., Kaewketpong, P., &
Subharamedhi, P. S. (2019). จริยศาสตร์: ความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการี. Dhammathas
Academic Journal, 19(4), 245-254.
Mahamakut Buddhist University. (1997). Mangalatthadhipani inTranslation Vol
4. Fourteenpublishing. Bangkok : Mahamakut Buddhist Press.

5

?

โดย นายชูศักดิ์ กลั ยาณธรรม 6405033017

6

ศีลธรรม คือ ความประพฤติดีงามทางกาย วาจา ความประพฤติที่ดีที่ชอบ ความสุจริทาง
กายวาจาและอาชวี ะ
นิยมแปลกนั วา่ ศลี และธรรม โดยถอื วา่ (พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบบั ประมวลศพั ท์)
ศลี หมายถงึ เวน้ ช่ัวหรือเวน้ จากข้อห้าม
ธรรม หมายถงึ ประพฤตดิ ี หรอื ทาํ ตามคําแนะนาํ ส่งั สอน,

คําว่าศีลธรรม แปลตามตัวคือ ธรรมที่ดํารงความเป็นปกติสุขของมนุษย์ ซึ่งตรงกับ
คําภาษาอังกฤษว่า moral ซึ่งมาจากคําภาษาละตินว่า moralis และคําว่า ethics มาจากภาษากรี
กว่า ethos ทั้ง สองคํามีความหมายเดียวกัน คือ หมายถึงประเพณีหรือวิถีของชีวิต ในปัจจุบัน
คําว่า moral หมายถึง ศีลธรรม และ morality หมายถึง สภาวะทางศีลธรรม ใช้ในความหมายถึง
ตัวของความประพฤตโิ ดยตรง

จริยธรรม (Ethics) มีที่มาจากคําว่า “จริยะ” หรือ “จริยา” หมายถึง ความประพฤติ
การปฏิบัติ พฤติกรรมการแสดงออก ส่วนคําว่า “ธรรม” หมายถึง หน้าที่ที่คนในสังคมต้องปฏิบัติ
อันเกี่ยวถึงความถูกต้องดีงามที่คนในสังคมประพฤติ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมความหมาย
ของนกั วิชาการและเอกสารทางวิชาการทไ่ี ด้ให้ความหมายของจรยิ ธรรม ไว้ดงั น้ี

• พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 (2546) ได้ให้ความหมายของจริยธรรม
ไวว้ า่ จริยธรรม หมายถงึ ธรรมทเ่ี ป็นขอ้ ประพฤตปิ ฏิบตั ิ ศีลธรรม แหง่ ศลี ธรรม

• พระราชวรมุนี (2528) ได้อธิบายความหมายของจริยธรรมไว้ว่า หมายถึง การดําเนินชีวิต
ความเป็นอยู่ การยังชีวิตให้เป็นไป การครองชีวิต การใช้ชีวิต การเคลื่อนไหวของชีวิตทุก
แง่ทุกมุม ทุกด้าน ทุกระดับ ทางกายวาจาใจ ทั้งด้านส่วนตัว ด้านสังคม ด้านอารมณ์
ดา้ นจติ ใจ ด้านปญั ญา อย่างถูกตอ้ ง

• พระเมธีธรรมาภรณ์ (2534) ได้อธิบายความหมายของจริยธรรมว่า หมายถึง หลักแห่ง
ความประพฤติ หรอื แนวทางการปฏิบัติใหเ้ ป็นคนดีเพอื่ ประโยชนส์ ุขของตนและส่วนรวม

• พระเมธีธรรมาภรณ์ (2538) ได้อธิบายหลักจริยธรรมว่า เป็นหลักแห่งความประพฤติที่ดี
งามสําหรับทุคนในสังคม ถ้าเป็นข้อประพฤติที่มีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เรียกว่า ศีลธรรม
ทั้งนี้ มิได้อิงแต่หลักศาสนาแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดี
งามของสงั คมดว้ ย

สรุปได้ว่า จริยธรรม หมายถึง หลักแห่งความประพฤติที่ดีงาม ทั้งกาย วาจา ที่เกี่ยวข้องกับหลักคํา
สอนของศาสนา และยังรวมถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ที่ยอมรับกันว่าดีงามของสังคมโดยรวม
เพ่อื ใหต้ นเองและสงั คมรอบข้างมคี วามสขุ สนั ตสิ ขุ กอ่ ให้เกิดความรักความสามัคคี
กฎหมาย คือข้อบังคับ กติกาของรัฐหรือของชาติ กําหนดขึ้นมาเพื่อใช้บังคับ ควบคุม ความ
ประพฤติของบุคคลในสังคม ให้ปฏิบัติตาม หากมีการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดและได้รับ
โทษตามทก่ี ําหนดไว้

ซึ่งคําว่า “กฎหมาย” ได้มีนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมายหลาย ท่านได้ให้
ความหมายไว้แตกต่างกันไป แต่เป็นที่เข้าใจและยอมรับกันโดยทั่วไปว่า “กฎหมาย” คือ คําสั่งหรือ
คําบังคับบัญชาของผู้มีอํานาจใน รัฎฐาธิปัตย์ที่บัญญัติ หรือตราขึ้นเพื่อบังคับใช้กับราษฎร

7

ในรัฎฐาธิปัตย์นั้น อันมีผลต่อชีวิตและทรัพย์สิน ด้วยการกําหนดโทษไว้สําหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรืองดเว้น
ไม่ปฏบิ ตั ิตาม ซึง่ โทษทีก่ ําหนดไว้ นั้นมีท้งั ทางแพ่งและทางอาญา

ข้อแตกตา่ งระหวา่ งกฎหมายกับจริยธรรม
กฎหมายและจริยธรรมลว้ นเปน็ เครอ่ื งมอื ทมี่ นษุ ย์ สร้างขึน้ เพื่อใช้ในการควบคุมพฤติกรรม

ของบุคคลในสังคม แม้มีความหมายที่แตกต่างกัน กล่าวคือ กฎหมายเป็น เครื่องมือควบคุม

พฤติกรรมบุคคลที่มีการลงโทษอย่าง ชัดเจน ส่วนจริยธรรม เป็นเครื่องมือควบคุมพฤติกรรมบุคคล
ที่ไม่มีการลงโทษชัดเจนดังเช่นกฎหมาย หากแต่เป็นการ ควบคุมในทางสังคม ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า

จริยธรรมเป็นการ ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ในระดับสูง ส่วนกฎหมายเป็นการ ควบคุมพฤติกรรม
มนุษย์ในระดับตํ่า จึงต้องมีบทลงโทษ สําหรับผู้ฝ่าฝืนอย่างชัดเจน เช่น การห้ามฆ่าคน ในทาง

กฎหมายถือเป็นการควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ขั้นตํ่าหาก มนุษย์ฝ่าฝืน สังคมก็จะไม่ยอมรับและถือ
วา่ ผิดกฎหมาย แตโ่ ดยหลกั จรยิ ธรรมนัน้ ไม่เพยี งแตห่ ้ามมนุษยฆ์ า่ กันเอง แต่ประสงค์ทจี่ ะใหม้ นุษย์

มีความเมตตากรุณา และช่วย เหลือเกื้อกูลกันด้วย แม้กฎหมายและจริยธรรม มีความ แตกต่าง

กันอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่ต่างก็มีบทบาทในทาง สังคมที่ส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้เพราะ กฎหมายไม่อาจบัญญัติข้อห้ามหรือเกณฑ์ที่มนุษย์ จะต้องประพฤติปฏิบัติได้อย่าง

กวา้ งขวางครอบคลุม ทกุ กรณี

(แหลง่ ท่ีมา : https://so06.tci-
thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/79811/63680)

8

ทฤษฎพี ัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบอร์ก (Kohlberg)
ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg) ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาการทางจริยธรรมตามแนว

ทฤษฎีของเพียเจต์ แต่ได้ปรับปรุงวิธีวิจัย การวิเคราะห์ผลรวมและได้ทําการวิจัยอย่างกว้างขวาง
ในประเทศอื่นที่มีวัฒนธรรมต่างไปจากสหรัฐอเมริกา โดยสร้างสถานการณ์สมมติปัญหาทาง
จริยธรรมที่ผู้ตอบยากที่จะตัดสินใจได้ว่า “ถูก” “ผิด” “ควรทํา” หรือ “ไม่ควรทํา” โคลเบิร์กได้แบ่ง
พัฒนาการทางจริยธรรมออกเป็น 3 ระดับ (Levels) แต่ละระดับแบ่งออกเป็น 2 ข้ัน
(Stages) ดังนั้น พัฒนาการทางจรยิ ธรรมของโคลเบริ ก์ มที ง้ั หมด 6 ขัน้ ดังนี้

ระดับท่ี 1 ระดับกอ่ นมจี รยิ ธรรมหรือระดบั กอ่ นเกณฑ์สังคม (Pre - Conventional Level)
ระดับน้เี ด็กจะรบั เกณฑ์และข้อกําหนดของพฤติกรรมท่ี “ดี” “ไมด่ ี” จากผู้มีอาํ นาจเหนือตน
พฤติกรรม “ดี” คอื พฤติกรรมท่แี สดงแลว้ ได้รางวลั
พฤตกิ รรม “ไมด่ ี” คอื พฤตกิ รรมที่แสดงแล้วไดร้ บั โทษ
ขั้นที่ 1 การถูกลงโทษและการเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)

เด็กจะยอมทําตามคําสั่งผู้มีอํานาจเหนือตนโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อไม่ให้ตนถูกลงโทษ ขั้นนี้แสดง
พฤติกรรมเพื่อหลบหลีกการถูกลงโทษ เพราะกลัวความเจ็บปวด ยอมทําตามผู้ใหญ่
เพราะมีอํานาจทางกายเหนือตน ถ้าเด็กถูกทําโทษก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทํา “ผิด” และจะพยายาม
หลีกเลี่ยงไม่ทําสิ่งนั้นอีก พฤติกรรมที่มีรางวัลหรือคําชม เด็กก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทํา “ถูก” จะทําซํ้า
เพ่ือหวังรางวลั

ขั้นที่ 2 เกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตน (Instrumental Relativist
Orientation) ใช้หลักการแสวงหารางวัลและการแลกเปลี่ยน โดยให้ความสําคัญของการได้รับ
รางวัลตอบแทน ทั้งที่เป็นวัตถุหรือการตอบแทนทางกาย วาจา และใจ โดยไม่คํานึงถึงความ
ถูกต้องของสงั คม

โคลเบิร์ก อธิบายว่า ในขั้นนี้เด็กจะสนใจทําตามข้อบังคับ เพื่อประโยชน์หรือความพอใจ
ของตนเอง หรือทําดีเพราอยากได้ของตอบแทน ไมไ่ ด้คิดถึงความยุติธรรมและความเห็นอกเห็นใจ
ผู้อื่น พฤติกรรมของเด็กในขั้นนี้ทําเพื่อสนองความต้องการของตนเอง แต่มักจะเป็นการ
แลกเปล่ียนกับคนอ่ืน เชน่ ประโยค “ถา้ เธอทาํ ใหฉ้ ัน ฉนั จะให.้ ......”

ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามเกณฑ์สังคม (Conventional Level) ผู้ทําถือว่าการ
ประพฤติตนตามความคาดหวังของผู้ปกครอง บิดามารดา กลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกหรือของชาติ
เป็นสิ่งที่ควรจะทําหรือทําความผิด เพราะกลัวว่าตนจะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น ผู้แสดงพฤติกรรม
จะไม่คํานึงถึงผลตามที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือว่าความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีเป็นสิ่งสําคัญ
ทุกคนมหี นา้ ทจ่ี ะรักษามาตรฐานทางจรยิ ธรรม

ขั้นที่ 3 ความคาดหวังและการยอมรับในสังคม สําหรับ “เด็กดี” (Interpersonal
Concordance of “Good boy , nice girl” Orientation) บ ุ ค ค ล จ ะ ใ ช ้ ห ล ั ก ท ํ า ต า ม ท ี ่ ผ ู ้ อื่ น
เห็นชอบ ใช้เหตุผลเลือกทําในสิ่งที่กลุ่มยอมรับโดยเฉพาะเพื่อน เพื่อเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับของ
เพื่อน ไม่เป็นตัวของตัวเอง คล้อยตามการชักจูงของผู้อื่น เพื่อต้องการรักษาสัมพันธภาพที่
ดี พบในวยั รุน่ อายุ 10 -15 ปี

9

โคลเบิร์ก อธิบายว่า พัฒนาการทางจริยธรรมข้ันนี้เป็นพฤติกรรมของ “คนดี”
ตามมาตรฐานหรือความคาดหวังของบิดา มารดาหรือเพื่อนวัยเดียวกัน พฤติกรรม “ดี”
หมายถึง พฤติกรรมที่จะทําให้ผู้อื่นชอบและยอมรับ หรือไม่ประพฤติผิดเพราะเกรงว่าพ่อแม่
จะเสยี ใจ

ขั้นท่ี 4 และระเบียบ (“Law-and-order” Orientation) พบในอายุ 13 -16 ปี ขัน้ น้แี สดง
พฤติกรรมเพื่อทําตามหน้าที่ของสังคม โดยบุคคลรู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของเขาในฐานะเป็น
หนว่ ยหน่ึงของสังคมนั้น จึงมหี นา้ ท่ีทาํ ตามเกณฑต์ า่ งๆ ทสี่ งั คมกําหนดให้ หรอื คาดหมายไว้

โคลเบิร์ก อธิบายว่า เหตุผลทางจริยธรรมในขั้นนี้ ถือว่าสังคมจะอยู่ด้วยความมีระเบียบ
เรียบร้อยต้องมีกฎหมายและข้อบังคับ คนดีหรือคนที่มีพฤติกรรมถูกต้องคือ คนที่ปฏิบัติตาม
ระเบียบบังคับหรือกฎหมาย ทุกคนควรเคารพกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความ
เป็นระเบียบของสังคม

ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมตามหลักการด้วยวิจารณญาณหรือระดับเหนือเกณฑ์สังคม
(Post - Conventional Level) เ ป ็ น ห ล ั ก จ ร ิ ย ธ ร ร ม ข อ ง ผ ู ้ ม ี อ า ย ุ 20 ป ี ข ึ ้ น ไ ป ผ ู ้ ท ํ า
หรือผู้แสดงพฤติกรรมจะตีความหมายของหลักการและมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยวิจารณญาณ
ก่อนที่จะยึดถือเป็นหลักของความประพฤติที่จะปฏิบัติตาม การตัดสินใจ “ถูก” “ผิด” “ไม่ควร”
มาจากวิจารณญาณของตนเอง ปราศจากอิทธิพลของผู้มีอํานาจหรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิก เกณฑ์
– กฎหมาย ควรจะตั้งบนหลักความยุติธรรม และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกของสังคม
ที่ตนเป็นสมาชิก ทําให้บุคคลตัดสินข้อขัดแย้งของตนเองโดยใช้ความคิดไตร่ตรองอาศัยค่านิยมท่ี
ตนเชื่อและยึดถือเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจ จะปฏิบัติตามสิ่งที่สําคัญมากกว่าโดยมเี กณฑ์ของ
ตนเอง ซึ่งพัฒนามาจากเกณฑ์ของสังคม เป็นจริยธรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป โคลเบิร์ก
แบ่งพฒั นาการทางจรยิ ธรรม ระดบั นี้เปน็ 2 ขนั้ คือ

ขั้นที่ 5 สัญญาสังคมหรือหลักการทําตามคํามั่นสัญญา (Social Contract
Orientation) ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อทําตามมาตรฐานของสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
มากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยบุคคลเห็นความสําคัญของคนหมู่มากจึงไม่ทําตนให้ขัดต่อสิทธิอัน
พึงมีได้ของผู้อื่น สามารถควบคุมบังคับใจตนเองได้ พฤติกรรมที่ถูกต้องจะต้องเป็นไปตามค่านิยม
ส่วนตวั ผสมผสานกับมาตรฐานซงึ่ ได้รับการตรวจสอบและยอมรบั จากสงั คม

โคลเบิร์ก อธิบายว่า ขั้นนี้เน้นถึงความสําคัญของมาตรฐานทางจริยธรรมที่ทุกคน
หรือคนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกสมควรที่จะปฏิบัติตาม โดยพิจารณาถึงประโยชน์
และสิทธิของบุคคลก่อนที่จะใช้เป็นมาตรฐานทางจริยธรรม ได้ใช้ความคิดและเหตุผลเปรียบเทียบ
ว่าสิ่งไหนผิดและสิ่งไหนถูก ในขั้นนี้การ “ถูก” และ “ผิด” ขึ้นอยู่กับค่านิยมและความคิดเห็นของ
บุคคลแต่ละบุคคล แม้ว่าจะเห็นความสําคัญของสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างบุคคล แต่เปิดให้มี
การแก้ไข โดยคํานงึ ถึงประโยชน์และสถานการณ์แวดล้อมในขณะน้นั

ขั้นที่ 6 หลักการคุณธรรมสากล (Universal Ethical Principle Orientation) เป็นขั้น
ที่เลือกตัดสินใจที่จะกระทําโดยยอมรับความคิดที่เป็นสากลของผู้เจริญแล้ว ขั้นนี้แสดงพฤติกรรม
เพื่อทําตามหลักการคุณธรรมสากล โดยคํานึงความถูกต้องยุติธรรมยอมรับในคุณค่าของความ
เป็นมนุษย์ มีอุดมคติและคุณธรรมประจําใจ มีความยืดหยุ่นและยึดหลักจริยธรรมของตนอย่างมี

10

สติ ด้วยความยุติธรรม และคํานึงถึงสิทธิมนุษยชน เคารพในความเป็นมนุษย์ของแต่ละ
บุคคล ละอายและเกรงกลัวตอ่ บาป พบในวัยผู้ใหญ่ท่มี คี วามเจรญิ ทางสตปิ ัญญา

ตัวอยา่ งสถานการณ์
1. ผิดกฎหมายแตถ่ กู จรยิ ธรรม

การช่วยซื้อพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง เพื่อช่วยเหลือหรือทําบุญ แต่เป็นการสนับสนุน
คนขายให้ทําผิดกฎหมาย เพราะ การขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดง ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิด
กฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เรื่องการห้ามประกอบการค้าบนผิว
การจราจรมีโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยของเมือง พ.ศ. 2535 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.
2546 ซึ่งผู้ปกครองที่ให้เด็กมาทํางานดังกล่าว เป็นการยุยงส่งเสริม ยินยอมให้เด็กไปเป็นขอทาน
เด็กเร่ร่อนหรือทํางานอยู่ในสถานที่เสี่ยงอันตราย หรือเลี้ยงดูเด็กอย่างไม่เหมาะสม อันเป็นการ
แสวงประโยชน์จากเดก็ จะมีโทษปรบั ไมเ่ กนิ 30,000 บาท หรือ จําคุกไมเ่ กนิ 3 เดือน

ในความคิดเห็น คนขายอาจจะไม่มีอาชีพอื่นเพื่อหาเลี้ยงตนเอง จึงต้องมาขายพวงมาลัยตาม
สี่แยก ถ้าคนซื้อต้องการพวงมาลัยก็สามารถซื้อได้ โดยสะดวก ถ้าไม่ต้องการซื้อก็ไม่จําเป็นต้องซ้ือ
และปกตคิ นขายกไ็ มไ่ ดส้ รา้ งความเดอื ดร้อนให้ใคร จึงไมม่ คี วามจาํ เปน็ ต้องแจง้ ตํารวจ

2. ถูกกฎหมายแตผ่ ดิ จรยิ ธรรม
การขายลอตเตอรี่ของรัฐบาลให้ประชาชนซื้อ เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม

เพราะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเล่นการพนัน ในความคิดของฉันการเล่นลอตเตอรี่ทําเสียเงิน
โดยเปล่าประโยชน์ เสียทรัพย์ที่สู้อุตส่าห์ทํางานมา แต่ถ้าใครอยากที่จะเสี่ยงโชค ก็สามารถซื้อได้
โดยไมผ่ ิดกฎหมาย

3. ผดิ กฎหมายแต่ถูกจรยิ ธรรม
หมอเถื่อนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือใบประกอบวิชาชีพหมดอายุ ช่วยเหลือรักษาคนไข้

ฉกุ เฉนิ ที่ประสบอบุ ตั ิเหตใุ หร้ อดพน้ จากขีดอนั ตราย
ในความคิดเห็น เป็นเหตุการณ์ท่ี ถูกต้อง เพราะถึงแม้จะผิดกฎหมาย แต่การช่วยชีวิตคน

นั้นเป็นสิ่งที่สําคัญยิ่งกว่า เราคงไม่สามารถปล่อยให้ชีวิตผู้อื่นมาจบลงตรงหน้าเราเพียงเพราะเรา
ไม่กล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากกลัวจะขัดต่อกฎหมาย แต่หากหมอช่วยชีวิตไม่ได้ตาย
ข้ึนมา
ก็จะถูกดําเนนิ คดไี ด้เนือ่ งจากไมม่ ีใบประกอบวชิ าชพี

4. ผดิ กฎหมายแต่ถูกจรยิ ธรรม
การนําสื่อเรียนรู้ที่ไม่ถูกลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่ให้กับเด็กด้อยโอกาสถึงแม้ในกรณีนี้ผู้กระทําจะ

มีเจตนาเพื่อช่วยเหลือและเผยแพร่ความรู้ให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาแต่ก็ถือว่าเป็นการ
ละเมิดลิขสิทธ์ิ ซึ่งการนําผลงานของผู้อื่นไปดัดแปลง คัดลอกและเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้
รับอนุญาตจากเจ้าของถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายมีโทษทางอาญาทั้งจําคุกและโทษปรับแล้วแต่กรณี
และเจ้าของลิขสิทธิ์ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งด้วย โทษทางอาญา เช่น การทําซํ้า

11






































































Click to View FlipBook Version