1
นวตั กรรมการจัดการเรียนการสอน
โรงเรียนหนองตมู วทิ ยา
ชือ่ ผลงาน/นวตั กรรม....การจดั การเรยี นรตู้ ามกระบวนการเรียนรู้ 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs) รว่ มกบั แนวคดิ TLLM
(TEACH LESS LEARN MORE) เพ่อื สง่ เสรมิ กระบวนการคิดเชิงสังเคราะห์สำหรบั การเรียนวชิ าชีววทิ ยา
ชอ่ื -นามสกุล นางเกศรินทร์ พยอม
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
เนอ่ื งจากการเรยี นวชิ าชวี วิทยามเี นอื้ หา รายละเอียดมเี ปน็ จำนวนมาก นกั เรียนต้องท่องจำขาดความเข้าใจ
ในความรู้ทมี่ ีทำให้ไมเ่ กิดความร้ทู ่ีคงทนถาวร ประกอบกับการเรียนการสอนแบบเดมิ ไม่ไดส้ ง่ เสริมให้นกั เรียนได้มี
การคดิ เชงิ สังเคราะห์มากเท่าที่ความซงึ่ ไม่สอดคล้องกบั การเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ของโลกดิจิทัลในศตวรรษที่
๒๑ ซงึ่ ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของการผลิต การบรโิ ภค การทำงาน การใช้ชีวิต และรูปแบบ ธรุ กจิ ที่แตกตา่ ง
ออกไปจึงทำให้การพฒั นาคนม่งุ ทีพ่ หุปัญญาและสมรรถนะ ในศตวรรษท่ี ๒๑ (World Economic Forum, 2016;
Partnership for the 21st Skills, 2557) รฐั บาลได้ประกาศใชย้ ทุ ธศาสตรช์ าติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ในราช
กจิ จานเุ บกษา, ๒๕๖๑) เปน็ แผนแมบ่ ทหลักของการพัฒนาประเทศไทย ให้มีความมั่นคง มั่งคงั่ และยงั่ ยนื เปน็
ประเทศทพ่ี ัฒนาแลว้ ด้วยการพฒั นา ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง การขบั เคลื่อนการพฒั นาประเทศตามโมเดล
“ประเทศไทย ๔.๐” การจดั การศึกษาจึงเร่งเสรมิ สรา้ งผู้เรียนใหส้ ามารถ รังสรรค์นวัตกรรม (Generative
Learning) เรยี นรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ (Learning by Doing) ดังน้นั ครูในศตวรรษท่ี ๒๑ ตอ้ งยึดหลัก สอน
นอ้ ย เรยี นมาก (Teach Less Learn More)
แนวคดิ Teach Less, Learn More (TLLM) เปน็ แนวคิดการจดั การศึกษาของประเทศสาธารณรฐั
สิงคโปร์ ภายใตว้ ิสัยทัศน์ในการพฒั นาระบบการศึกษาที่กล่าววา่ Thinking Schools, Learning Nation (TSLN)
ซ่ึงตอ้ งการให้เกดิ การเปล่ียนแปลงในระบบการศึกษาเพ่อื การจดั การศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพมากขน้ึ นอกจากนี้
แนวคดิ Teach Less, Learn More (TLLM) ยงั มุ่งเนน้ ประสทิ ธภิ าพในการจดั การเรียนการสอนทด่ี ีขึ้นและเป็นการ
เตรียมความพรอ้ มในการใชช้ ีวิตของผ้เู รยี น ซ่ึงต้องการเปลี่ยนจากการจัดการศึกษาในเชิงปริมาณไปสู่การจดั
การศึกษาในเชิงคณุ ภาพ คือต้องการเพมิ่ การจดั การศกึ ษาในเชงิ คุณภาพและลดการจดั การศึกษาในเชิงปริมาณซ่ึง
การเพ่ิมการจดั การศึกษาในเชิงคุณภาพ คือ การเพิ่มการมีปฏสิ ัมพันธ์ในชน้ั เรียนระหวา่ งผ้สู อนกับผเู้ รยี น การเปดิ
โอกาสใหผ้ ู้เรียนได้แสดงความคิดของตนเอง ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการใช้แนวการสอนหรอื วิธสี อน
ท่ีมีประสทิ ธิภาพเพ่ือทา ให้ผ้เู รียนประสบผลสาเร็จทางการเรียนรู้ ส่วนการลดการจดั การศกึ ษา ในเชิงปรมิ าณ คอื
การลดบทบาทของครจู ากผสู้ อนเปน็ เพยี งผู้ชี้นำ กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นสรา้ งความรู้ การลดการเรียนรู้โดยการท่องจำ
การสอบ และการหาคำตอบ โดยมีทฤษฎีการเรยี นรู้ที่สนบั สนุนแนวคดิ Teach Less, Learn More ได้แก่ ทฤษฎี
คอนสตรัคติวสิ ต์ (Constructivist) เปน็ ทฤษฎีที่ใหค้ วามสำคัญกบั ตัวผ้เู รยี น เชือ่ ว่าผูเ้ รียนสามารถสร้างความรู้ ได้
ดว้ ยตนเอง จากการมปี ฏสิ ัมพันธก์ บั บคุ คลอืน่ และส่งิ แวดล้อมอยา่ งกระตือรือรน้
สถาบันพัฒนาคณุ ภาพวิชาการ (2561) ได้นำกระบวนการเรยี นรแู้ บบ 5 Steps มาบรู ณาการเขา้ กับ
โครงสรา้ งทกั ษะการคิด GPAS เป็นกระบวนการเรยี นรู้แบบ GPAS 5 Steps โดยเพิม่ เติม ข้ันสอ่ื สารและนำเสนอ
(Applying the Communication Skill) เขา้ ไปในขน้ั ตอนการออกแบบการเรยี นรู้ ดงั น้ี
STEP 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
STEP 2 ขัน้ คดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)
STEP 3 ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรุปความรูห้ ลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
STEP 4 ขน้ั สื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill)
STEP 5 ขนั้ ประเมินเพอื่ เพมิ่ คุณค่า (Self - regulating)
2
จากสภาพการณและเหตุผลดงั กลาวขางตน ผูวจิ ยั จึงสนใจทีจ่ ะพัฒนาความสามารถในการคดิ เชิงสงั เคราะห
ของนักเรยี นสำหรับการเรียนวชิ าชีววทิ ยา โดยการจัดการเรียนรูดวยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs)
ร่วมกับแนวคดิ TLLM (TEACH LESS LEARN MORE) เพอ่ื สง่ เสริมกระบวนการคดิ เชงิ สงั เคราะหส์ ำหรบั การเรียน
วชิ าชวี วทิ ยา
2. วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ศึกษาสภาพการณก์ ารเปล่ียนแปลงในระดับชั้นเรียนทีเ่ นน้ การจดั การเรียนรู้ตามกระบวนการเรยี นรู้
5 ข้ันตอน (5 STEPs) รว่ มกบั แนวคิด TLLM (TEACH LESS LEARN MORE) เพ่ือสง่ เสริมกระบวนการคิดเชิง
สังเคราะหส์ ำหรบั การเรยี นวชิ าชีววทิ ยา
2. เพือ่ ศึกษาปัจจัยและกระบวนการทีท่ ำ ใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลงการเรียนการสอน ในช้ันเรียนจากการใช้
การจดั การเรยี นรตู้ ามกระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้นั ตอน (5 STEPs) ร่วมกับแนวคิด TLLM (TEACH LESS LEARN
MORE) เพ่ือส่งเสริมกระบวนการคิดเชงิ สงั เคราะห์สำหรบั การเรยี นวิชาชีววทิ ยา
3. ขน้ั ตอนการดำเนนิ งานพฒั นา
STEP 1 Gathering : ขน้ั สงั เกต รวบรวมข้อมูล
ครูนำนักเรียนเข้าส่บู ทเรยี นโดยทบทวนการทำงานของยีนที่ควบคมุ การสงั เคราะหโ์ ปรตีน
ซง่ึ นำไปสู่ฟีโนไทป์ของส่งิ มชี ีวติ และต้ังคำถามเพื่อนำเข้าสู่การอภิปราย ดังนี้
• ถ้ายนี เปล่ยี นแปลงไป จะมีผลต่อลักษณะของส่ิงมชี ีวิตอย่างไร
• ถ้านกั เรยี นต้องการทราบหน้าท่ีของยนี ใดยีนหน่ึง จะทำได้อย่างไร
STEP 2 Processing: ขน้ั คิดวิเคราะห์และสรปุ ความรู้
นำขา่ วตวั อย่างประโยชนจ์ ากการใช้เทคโนโลยที างดีเอ็นเอ และให้นักเรียนร่วมกนั อภิปรายว่าเปน็ การใช้
ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับสมบัติของสารพันธุกรรมในเร่ืองใดบ้าง และใช้ความรู้เกีย่ วกับเทคโนโลยีทางดเี อ็นเอที่
นกั เรยี นไดเ้ รียนมาแล้วในดา้ นใดบ้าง โดยคำตอบอาจมไี ด้หลากหลาย เชน่
- ข่าวการสรา้ งสงิ่ มชี วี ิต GMO เป็นการใชค้ วามร้เู กย่ี วกับหน้าทขี่ องสารพันธกุ รรมในการควบคุมลกั ษณะ
ทางพันธกุ รรม โดยมียีนทคี่ วบคุมการสงั เคราะห์โปรตีนซ่ึงนำไปสู่ฟโี นไทปข์ องสง่ิ มชี ีวติ และใชเ้ ทคโนโลยที างดเี อน็ เอ
ในการระบยุ นี ทที่ ำหน้าท่ีควบคมุ ลกั ษณะทต่ี อ้ งการ ใชเ้ ทคนิคพนั ธุวิศวกรรมในการโคลนยีน การตัดตอ่ และการถา่ ย
ยีน
- ข่าวการตรวจสอบ DNA ช้างบา้ นซง่ึ ขน้ึ ทะเบยี นถูกต้องตามกฎหมายเพ่อื ป้องกันการนำชา้ งป่ามาแอบอ้าง
วา่ เป็นช้างบ้าน เป็นการใชค้ วามรูเ้ กย่ี วกับการท่สี ิ่งมชี วี ิตแต่ละสง่ิ มีชีวติ มลี ำดับนวิ คลโี อไทด์ท่แี ตกต่างกัน จงึ สามารถ
ใช้ในการระบตุ วั ตนได้
โดยครูอาจช่วยสรปุ ข้อมลู ให้แก่นักเรยี นเกี่ยวกับการนำความรพู้ นื้ ฐานเรอ่ื งสมบัติของสารพันธกุ รรมและ
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอมาประยกุ ตใ์ ชป้ ระโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ
STEP 3 Applying and Constructing the Knowledge: ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความร้หู ลังการปฏบิ ัติ
- นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละความสามารถเก่ง ปานกลาง และอ่อน
- ครูแจกเน้ือเรอื่ งให้นักเรียน ท้ัง 4 เรอื่ ง ไดแ้ ก่ การวินจิ ฉยั โรค, การบำบดั ด้วยยนี , การใช้ DNA ดา้ น
การเกษตรและอตุ สาหกรรม, ดา้ นนิติวิทยาศาสตร์
- นักเรียนอ่านเนื้อเร่ืองดว้ ยตนเอง และจับประเดน็ สำคัญวา่ กระบวนการของเรือ่ งที่ตนเองศึกษามวี ธิ กี าร
อยา่ งไร ทำความเข้าใจให้ชดั เจน
- ครใู หค้ วามรู้ การใช้ Application stop motion เพอื่ ใหน้ ักเรียนสร้างผลงาน
3
STEP 4 Applying and Communication Skill : การสือ่ สารและนำเสนอ
- นักเรยี นร่วมกันทำ storyboard เพอื่ เขียนเรื่องราวทนี่ กั เรยี นไดศ้ ึกษา
- นักเรียนเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ท่ีจะใชใ้ นการทำ วดี โิ อคลิป
- นักเรียนทำวีดิโอคลิป โดยใช้ Application stop motion
STEP 5 Self – regulating : ขน้ั ประเมนิ เพื่อเพิ่มคุณคา่
- ครผู สู้ อนประเมนิ วีดโิ อคลปิ ของแตล่ ะกลมุ่
- นกั เรียนร่วมกนั ดู วีดิโอคลิป ท่ีแตล่ ะกลมุ่ สร้างขน้ึ เพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจในแต่ละเรอื่ งไปพร้อมๆ กนั
- นำวดี โิ อคลปิ ของแต่ละลง You tube เพื่อเผยแพร่ความรูใ้ หแ้ ก่ผูท้ ส่ี นใจ
- ครทู ดสอบความรู้ทนี่ ักเรยี นไดร้ ับแบบการตอบคำถามสนั้ โดยใช้ Application Plickers
4. ผลงานทเ่ี กิดข้ึนจากการดำเนนิ งาน
1. สภาพการณ์การเปล่ยี นแปลงในระดบั ชน้ั เรยี นหลงั การใช้การจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้ 5
ข้นั ตอน (5 STEPs) ร่วมกับแนวคดิ TLLM (TEACH LESS LEARN MORE) เพื่อสง่ เสริมกระบวนการคดิ เชิง
สังเคราะห์สำหรบั การเรียนวชิ าชีววิทยา ของนกั เรียน พบว่า นกั เรยี นสว่ นใหญม่ ที ักษะการคดิ ข้ันสงู มที ักษะของ
นวัตกร มกี ระบวนการในการสร้างผลงานและการปฏบิ ัติในระดับดแี ละดมี าก สามารถทำ งานรว่ มกบั ผ้อู ่ืน สอื่ สาร
นำ เสนอดว้ ยส่ือและวิธีการที่หลากหลายตามความถนดั มีความรับผิดชอบ ใฝ่รใู้ ฝ่เรียน มุ่งมน่ั ในการเรยี น และมีจติ
สาธารณะ
2. พบวา่ ปัจจยั และกระบวนการท่ีทำ ให้เกิดการเปล่ียนแปลงการเรียนการสอน ในชั้นเรียนจากการใช้
การจดั การเรยี นรู้ตามกระบวนการเรียนรู้ 5 ขนั้ ตอน (5 STEPs) รว่ มกับแนวคิด TLLM (TEACH LESS LEARN
MORE) เพ่ือส่งเสริมกระบวนการคิดเชงิ สังเคราะหส์ ำหรับการเรียนวิชาชวี วทิ ยา น้ันคอื การเปลย่ี นรูปแบบการสอน
ทน่ี ักเรียนไดล้ งมอื ทำ ทำให้เกิดความรูท้ คี่ งทนถาวรแกผ่ เู้ รยี น
5. ขอ้ เสนอแนะและแนวทางการพฒั นาอย่างต่อเน่ือง
การจดั การเรยี นการสอนนี้ การการใช้กระบวนการในรปู แบบ GPAS 5 Steps รว่ มกบั แนวคดิ TLLM
(TEACH LESS LEARN MORE) ทำใหน้ ักเรียนได้ลงมือปฏบิ ตั ิ และได้ใชก้ ระบวนการคิดถ่ายทอดออกมาเป็นผลง
งานของตนเอง สามารถสรา้ งองค์ความรู้ไดด้ ้วยตนเอง เป็นกระบวนการคิดเชงิ สังเคราะห์ ซงึ่ สามารถนำการเรยี น
สอนดงั กล่าวไปใช้กบั นกั เรยี นไดท้ กุ ระดบั ชน้ั
4
ภาคผนวก
5
ภาพการดำเนินกิจกรรม
นักเรียนแบง่ กลมุ่ 4-5 ศกึ ษาเรื่องที่ครูได้กำหนดให้
นำเรื่องทนี่ ักเรยี นศึกษามาสร้างเปน็ Storyboard
6
ครสู อนวธิ ีการใช้ Application Stop motion ให้แกน่ กั เรียน
นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ของแตล่ ะกลมุ่ มาเพ่ือสร้างวีดโิ อคลิปตามเรื่องทีน่ ักเรียนไดศ้ ึกษาและเขยี น Storyboard ไว้
7
ตัวอย่างผลงานนักเรยี น
8
นักเรียนส่งผลงานผา่ น เพจ วทิ ยาศาสตร์มหาสนุก
9
การทดสอบนักเรียนหลงั จากที่ไดเ้ รียนตามกระบวนการจัดการเรยี นรู้ตามกระบวนการเรียนรู้ 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs)
รว่ มกบั แนวคิด TLLM (TEACH LESS LEARN MORE) เพ่อื สง่ เสรมิ กระบวนการคิดเชิงสังเคราะห์สำหรับการเรียน
วิชาชวี วิทยา โดยใช้ Appltcation Plickers