รายงานวิจัยในชน้ั เรียน
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
โดยใช้แบบฝึกทกั ษะการอ่าน การเขยี นคำที่ประสมด้วยสระเปลยี่ นรปู และสระลดรปู
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓
ชอ่ื ..............................
โรงเรียน.............................
สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา...................
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาในทุก ๆ ด้าน การพัฒนาประเทศจะ ประสบ
ผลสำเร็จข้ึนอยู่กับคุณภาพของประชากร ภาษาเป็นเคร่ืองมือท่ีจะทำให้ประชากรมีคุณภาพ เพราะภาษา
เป็นเคร่ืองมือในการติดต่อสื่อสารกันในชีวิตประจำวัน ซึ่งการติดต่อสื่อสารนับว่ามีความสำคัญมากที่สุด
เนื่องจากการติดต่อสื่อสารช่วยให้มีความเข้าใจในความต้องการซ่ึงกันและกัน ช่วยลดความขัดแย้ง และอยู่
ร่วมกันในสงั คมอย่างมีความสขุ ภาษาเปน็ ส่ิงท่ีมนุษย์สร้างข้ึน เป็นชวี ิต เป็นสมบัตวิ ัฒนธรรมสืบตอ่ ทอด เป็น
สมบตั ิของมนษุ ยชาติ บอกให้รูถ้ ึงความเปน็ ชาติ ทง้ั ยงั เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม
อันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และเสริมสร้างบคุ ลกิ ภาพของคนในชาตใิ ห้มคี วามเป็นไทย เป็นเครื่องมือ
ท่ใี ช้ติดตอ่ ส่ือสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน
และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้
ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์วิจารณ์และ
สร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงทางสังคมและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจน
นำไปใชใ้ นการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพ
บุรุษด้านวัฒนธรรมประเพณีสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่
ชาตไิ ทยตลอดไป (สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. 2551 : 1)
หลักสูตรแกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย มุ่งพัฒนานักเรียนให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลท้ังด้าน
ร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกยึดม่ันในการปกครองตามระบอบ
ประชาธิปไตย มีความรู้ มีทักษะพ้ืนฐานและมีเจตคติที่ดีต่อการศึกษา มีเป้าหมายและกรอบทิศทางในการ
พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญามีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับ
โลก เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเช่ือที่ว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ศักยภาพ เน้น
ความเป็นเอกภาพของชาติ มุ่งพัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ เจตคติและคุณธรรมบน
พื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล มีคุณภาพในการใช้ภาษาไทย มีโครงสร้างยืดหยุ่นท้ังด้าน
สาระการเรียนรู้ เวลา และการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน ส่งเสริมทักษะการอ่าน การเขียน การคิด
วเิ คราะห์ การคดิ เชิงสร้างสรรค์ เน้นการมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดการศึกษาเพ่ือให้สอดคล้องกับความ
ต้องการของผู้เรียน ท้องถ่ินและชุมชนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรียนรู้อย่างมีความสุข มี
ศักยภาพในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ มีความสามารถในการสื่อสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจและทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์มี
วจิ ารณญาณและการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม บน
พ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมูลสารสนเทศ สามารถเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยีเพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสม และมี
คณุ ธรรม (กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2551 : 3 – 4)
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนมี
สว่ นร่วมในช้ันเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งครูผสู้ อนกับผเู้ รยี น มุ่งให้ผเู้ รยี นลงมือปฏบิ ัติ โดยมีครูเป็นผู้
อำนวยความสะดวก สรา้ งแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ จัดวิธีการเรยี นรู้และแหล่งเรียนรู้ที่
หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย สร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจในตนเอง ใช้
สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุ
เปา้ หมายการเรียนรูต้ ามระดบั ช่วงวัย (สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน. 2562 : 4)
ลกั ษณะของการจดั การเรียนรแู้ บบ Active Learning มีดงั นี้
1. เป็นการพัฒนาศกั ยภาพการคิด การแก้ปญั หา และการนำความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้
2. ผู้เรยี นมีส่วนร่วมในการจัดระบบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้โดยมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันใน
รูปแบบของความร่วมมือ
3. เปดิ โอกาสให้ผ้เู รยี นมสี ว่ นรว่ มในกระบวนการเรียนรสู้ ูงสดุ
4. เป็นกจิ กรรมที่ใหผ้ ู้เรยี นบรู ณาการข้อมูล ขา่ วสาร สารสนเทศ ส่ทู กั ษะการคิดวิเคราะห์
5. ผเู้ รยี นไดเ้ รียนรคู้ วามมวี นิ ยั ในการทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื
6. ความรเู้ กิดจากประสบการณ์ และการสรุปของผู้เรยี น
7. ผู้สอนเป็นผูอ้ ำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื ให้ผู้เรยี นเปน็ ผปู้ ฏิบตั ิด้วยตนเอง
(สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน. 2562 : 5)
ตัวอยา่ งเทคนคิ การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
การจัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ท้ังในห้องเรยี นและนอก
หอ้ งเรียน รวมทง้ั สามารถใชไ้ ดก้ ับนกั เรียนทกุ ระดบั ทง้ั การเรียนรู้เปน็ รายบุคคล การเรียนรแู้ บบกลุ่มเลก็
และการเรียนรแู้ บบกลมุ่ ใหญ่ ตัวอยา่ งรูปแบบหรือเทคนิค การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ทจี่ ะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ
การเรียนรู้แบบ Active Learning ได้ดี ได้แก่
1. การเรยี นรแู้ บบแลกเปลยี่ นความคดิ (Think-Pair-Share) คอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู ีใ่ ห้
ผู้เรียนคิดเกีย่ วกับประเด็นทก่ี ำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นใหแ้ ลกเปลย่ี นความคดิ กบั
เพื่อนอกี คน 3-5 นาที (Pair) และนำเสนอความคิดเหน็ ต่อผูเ้ รยี นทั้งหมด (Share)
2. การเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื (Collaborative learning group) คือการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่
ใหผ้ ู้เรยี นได้ทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื โดยจัดเปน็ กลุม่ ๆ ละ 3-6 คน
3. การเรยี นรู้แบบทบทวนโดยผ้เู รียน (Student-led review sessions) คือการจัดกจิ กรรม
การเรยี นร้ทู เี่ ปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนไดท้ บทวนความรู้และพิจารณาข้อสงสยั ต่าง ๆ ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมการ
เรียนรู้ โดยครูจะคอยช่วยเหลอื กรณีทีม่ ปี ัญหา
4. การเรียนรู้แบบใชเ้ กม (Games) คอื การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ผ่ี ู้สอนนำเกมเขา้ บูรณาการ
ในการเรยี นการสอน ซ่งึ ใชไ้ ดท้ ง้ั ในขนั้ การนำเข้าสบู่ ทเรียน การสอน การมอบหมายงาน และหรอื ขน้ั การ
ประเมินผล
5. การเรยี นรู้แบบวิเคราะหว์ ดี โี อ (Analysis or reactions to videos) คือการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ที่ใหผ้ เู้ รยี นไดด้ วู ีดโี อ 5-20 นาที แล้วให้ผู้เรยี นแสดงความคิดเหน็ หรือสะท้อนความคดิ เก่ียวกับสิ่ง
ท่ีได้ดู อาจโดยวิธีการพูดโตต้ อบกัน การเขยี น หรือ การรว่ มกนั สรปุ เปน็ รายกลมุ่
6. การเรยี นรู้แบบโต้วาที (Student debates) คอื การจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ี่จดั ใหผ้ ู้เรียนได้
นำเสนอขอ้ มลู ที่ได้จากประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้ เพ่ือยนื ยนั แนวคิดของตนเองหรอื กลุม่
7. การเรยี นรู้แบบผเู้ รยี นสร้างแบบทดสอบ (Student generated exam questions) คือ
การจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ใี่ หผ้ เู้ รยี นสร้างแบบทดสอบจากส่ิงทไ่ี ด้เรียนรู้มาแล้ว
8. การเรียนรู้แบบกระบวนการวจิ ัย (Mini-research proposals or project) คือการจดั
กจิ กรรมการเรียนร้ทู ีอ่ ิงกระบวนการวจิ ัย โดยให้ผู้เรยี นกำหนดหัวข้อทีต่ ้องการเรยี นรู้ วางแผนการเรยี น
เรยี นรู้ตามแผน สรปุ ความรหู้ รือสรา้ งผลงาน และสะท้อนความคิดในส่ิงทไี่ ดเ้ รยี นรู้ หรอื อาจเรยี กวา่ การสอน
แบบโครงงาน(project-based learning) หรอื การสอนแบบใช้ปญั หาเป็นฐาน (problem-based
learning)
9. การเรียนรแู้ บบกรณีศึกษา (Analyze case studies) คอื การจัดกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ใี ห้
ผู้เรยี นไดอ้ ่านกรณีตัวอย่างท่ีตอ้ งการศกึ ษา จากน้ันให้ผเู้ รียนวเิ คราะห์และแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ หรือ
แนวทางแก้ปัญหาภายในกล่มุ แล้วนำเสนอความคิดเหน็ ตอ่ ผู้เรยี นทงั้ หมด
10. การเรียนรู้แบบการเขยี นบนั ทึก (Keeping journals or logs) คือการจัดกจิ กรรม
การเรียนรทู้ ่ีผเู้ รยี นจดบนั ทึกเร่อื งราวต่างๆ ท่ไี ด้พบเห็น หรอื เหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ข้นึ ในแต่ละวนั รวมท้ังเสนอ
ความคดิ เพม่ิ เตมิ เกี่ยวกบั บันทกึ ที่เขียน
11. การเรยี นรู้แบบการเขียนจดหมายขา่ ว (Write and produce a newsletter) คือการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่ให้ผู้เรยี นรว่ มกันผลิตจดหมายขา่ ว อนั ประกอบดว้ ย บทความ ขอ้ มลู สารสนเทศ
ขา่ วสาร และเหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ข้ึน แลว้ แจกจ่ายไปยังบุคคลอน่ื ๆ
12. การเรยี นร้แู บบแผนผังความคดิ (Concept mapping) คอื การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ทใ่ี ห้
ผู้เรียนออกแบบแผนผังความคดิ เพ่อื นำเสนอความคิดรวบยอด และความเชอ่ื มโยงกันของกรอบความคิด
โดยการใช้เสน้ เป็นตัวเชอ่ื มโยง อาจจัดทำเปน็ รายบคุ คลหรืองานกลุ่ม แลว้ นำเสนอผลงานต่อผเู้ รยี นอ่นื ๆ
จากน้ันเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นคนอืน่ ไดซ้ ักถามและแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
(สถาพร พฤฑฒิกลุ , 2558)
บทบาทของครูในการจัดกจิ กรรมการเรียนร้ตู ามแนวทางของ Active Learning ดังน้ี
1. จัดใหผ้ ู้เรยี นเปน็ ศูนยก์ ลางของการเรียนการสอน นำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ จรงิ ของผู้เรียน
2. สร้างบรรยากาศของการมีส่วนรว่ ม และการเจรจาโตต้ อบที่ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นมปี ฏสิ ัมพนั ธท์ ดี่ ี
กบั ผู้สอนและเพอื่ นในช้ันเรยี น
3. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนสง่ เสรมิ ให้ผ้เู รยี นมีส่วนรว่ มในทกุ กิจกรรม รวมทงั้ กระต้นุ ให้
ผูเ้ รียนความสำเรจ็ ในการเรียนรู้
4. จัดกิจกรรมการเรยี นการสอนแบบรว่ มมือ ส่งเสริมให้เกิดการรว่ มมือในกลุ่มผูเ้ รียน
5. จดั กิจกรรมการเรียนการสอนให้ท้าทาย และให้โอกาสผเู้ รียนไดร้ ับวธิ กี ารสอนที่หลากหลาย
6. วางแผนเกี่ยวกับเวลาในการจดั การเรยี นการสอนอย่างชดั เจน ทงั้ ในส่วนของเน้ือหาและ
กิจกรรม
7. ครผู ู้สอนตอ้ งใจกว้าง ยอมรบั ความสามารถในการแสดงออก และความคิดของผูเ้ รยี น
(ณัชนนั แก้วชัยเจรญิ กิจ, 2550)
การเรียนการสอนภาษาไทยจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นการเรียนการสอนภาษาของชาติการที่
จะสอนภาษาไทยให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพน้ัน ผู้เรียนจำเป็นต้องฝึกฝนทกั ษะตา่ ง ๆ ให้
สัมพันธ์กันท้ังทักษะการรับเข้ามา คือการอ่านและฟัง กับทักษะการถ่ายทอดคือการพูดและการเขียนซ่ึงเป็น
ทกั ษะของการแสดงออกดว้ ยการแสดงความคิดเห็น ประสบการณ์ และความรู้โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในช่วงช้ันที่
1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 เป็นช่วงชั้นแรกของการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานเดก็ จะต้องพัฒนาทักษะพื้นฐานท่จี ำเป็น
ไดแ้ ก่ ทักษะด้านการอ่าน การเขยี น เพอ่ื ชว่ ยใหส้ ามารถเรยี นรู้ในกลุ่มอ่ืน ๆ ได้ กล่าวได้ว่าการอ่านเป็นทักษะ
ทางภาษาที่สำคัญและจำเป็นมากในการดำเนินชีวิต ของคนในยุคปัจจุบัน รวมท้ังข้อมูลต่าง ๆ ใน
ชีวิตประจำวันจะต้องอาศัยการอ่านจึงจะสามารถเข้าใจและส่ือความหมายกันได้ถูกต้อง ฉะนั้นคนเรา
จำเป็นต้องมีทักษะในการอ่าน กล่าวคือต้องอ่านได้รวดเร็วและมีประสิทธภิ าพ ผูม้ ีประสทิ ธภิ าพในการอ่านสูงจึง
ได้รับทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความบันเทิงเพ่ือนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในชีวิต การอ่านเป็นทักษะทาง
ภาษาท่ีสำคัญและจำเป็นมากในการดำรงชีวิตของมนุษย์ในชีวิตประจำวันต้องอาศัยการอ่านจึงจะสามารถ
เข้าใจและสื่อความหมายไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพการอ่าน หมายถึง การเข้าใจความหมายของคำ ประโยคข้อความ
และเรื่องท่ีอ่าน และเรือ่ งท่ีอ่านมีความสำคัญต่อประเทศชาติและต่อตนเอง เพราะความรู้ที่ได้จากการอ่านจะ
สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาชาติและพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้า ผู้ท่ีอ่านมาก นอกจากจะได้รับความรู้อย่าง
กว้างขวางแล้ว ยังทำให้ผ่อนคลายความเครียด ซ่ึงเป็นประโยชน์ท่ีได้รับจากการอ่านนั่นเอง (สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2550 : 2 – 12) ส่วนการเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทาง
วัฒนธรรมท่ีสำคัญ การเขียนเป็นเคร่ืองมืออย่างหนึ่งที่ช่วยให้โลกเจริญก้าวหน้านอกจากนี้การเขียนยังมี
ความสัมพนั ธ์อย่างใกลช้ ดิ กบั ทกั ษะการฟัง การพดู และการอา่ น คนท่ฟี งั มากอ่านมาก และพูดดีย่อมเขียนได้ดี
จึงควรมีการส่งเสริมทักษะการเขียนเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ทักษะทางภาษาและเพื่อรักษามรดกทาง
วฒั นธรรมสบื ไป การเขียนก็จำเปน็ ต้องสอนควบคู่ไปกบั การอา่ น เพราะถา้ ผู้เรียนอ่านได้ถูกต้องคล่องแคลว่ ก็
จะช่วยให้ผู้เรียนเขียนได้ถูกต้องคล่องแคล่วตามไปด้วยเช่นกัน ดังน้ัน การอ่านและ การเขียนจึงเป็นทักษะ
พื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษาทุกภาษา ท้ังในการเรียนระดับพ้ืนฐานและในระดับสูง การเรียนใน
ระดับพื้นฐานจะเน้นในด้านการอ่าน การเขียนได้ถูกต้อง มีความแม่นยำในหลักเกณฑ์ทางภาษา ซ่ึงเป็นเรื่อง
สำคัญและจำเป็นต่อนักเรียน (กรมวิชาการ. 2551 : 6 - 12) ดังนั้นการสอนอ่านและการสอนเขียนจึงมี
ความสำคัญมากในการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในระดับประถมศึกษา ครผู ู้สอนจะต้องจัดกิจกรรม
ส่งเสริมการอ่านการเขียนอย่างหลากหลาย ความสำเร็จของการสอนอ่านสอนเขียนมิใช่เพียงทำให้นักเรียน
สนใจการอา่ นการเขียนเพียงชั่วครู่ชัว่ ยามเท่านั้น แต่อยู่ท่กี ารชว่ ยทำใหผ้ ู้เรียนสามารถพฒั นาทักษะการอา่ น
การเขยี นให้เกิดความคงทนในการเรยี นรู้ ซง่ึ ผเู้ รยี นจะตอ้ งนำความรู้เหลา่ นไ้ี ปใช้ประโยชนไ์ ดต้ ลอดชีวิต
การจัดกิจกรรมการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ในระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เปน็ การ
ใหค้ วามสำคัญกับการเรยี นภาษาไทยและสอดคล้องกับความรู้ความสามารถที่กล่าวกนั ว่าความสามารถท่ีสำคัญ
ในการเร่ิมเรียนคือการเรียนรู้เรื่องคำและทักษะการอ่านการเขียน แต่จากผลการจัดการเรียนการสอนกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียน............ สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศกึ ษา................................. จากการรายงานผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ในปีการศกึ ษา ............ และ ปกี ารศึกษา......... ดังนี้
ตาราง แสดงผลการประเมินผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี น..............
ปกี ารศึกษา คะแนนเฉล่ยี เกณฑท์ ี่ สรปุ ผล
................ .................. สถานศึกษากำหนดไว้ ต่ำกว่าเกณฑ์
................. .................. 80 ต่ำกวา่ เกณฑ์
80
ทมี่ า : โรงเรยี น..................................
จากตาราง แสดงผลการประเมนิ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียน................... พบว่า มีค่าเฉลี่ยคิดเปน็ ร้อยละ ......... และ ........... ตามลำดับ
ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายท่ีทางโรงเรียนกำหนดไว้ร้อยละ 80 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยต่ำกว่าเกณฑ์ เน่ืองมาจากนักเรียนบางคนไม่สามารถอ่านและเขียนได้อย่าง
คล่องแคล่ว ประสบการณ์ของนักเรียนมีเพียงฝึกความพร้อมทางด้านการดู การฟัง การพูด ขาดทักษะ
ทางด้านการอา่ น การเขียน ทำให้เกิดปญั หาอ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะมีปญั หาด้านการ
อ่านและการเขียนสะกดคำของนักเรียน เม่ือสอนในเร่ืองการประสมคำท่ีมีตัวสะกดซึ่งมีสาเหตุมาจาก
นักเรียนส่วนใหญ่ขาดหลักเกณฑ์การประสมคำ ซ่ึงหลักการในภาษาไทยคำท่ีประสมด้วยสระมีตัวสะกด
น้ันค่อนข้างซับซ้อนทำให้นักเรียนอ่านเขียนไม่ถูกต้อง ซึ่งการเรียนรู้เรื่อง คำทีป่ ระสมดว้ ยสระเปลี่ยนรปู และ
สระลดรูปในภาษาไทยนนั้ นับเป็นหลักภาษาอีกเร่ืองหนึ่งที่จะนำไปสู่การใช้ภาษา ซ่ึงครูผูส้ อนต้องจดั การเรยี นการ
สอนให้กับผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซ้ึงและมีประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากการเรียนรู้เรื่อง คำที่
ประสมด้วยสระเปลย่ี นรูปและสระลดรปู จะเป็นพ้ืนฐานต่อการอ่านและการเขียนภาษาไทยต่อไป
บทบาทของ ครูต่อการ พัฒ น าการ อ่าน และ การเขียน คำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป
ของนักเรียน คือ เป็นผสู้ นับสนุนการเรียนรู้ เสริมประสบการณ์การเรียนร้แู ก่ผเู้ รยี น โดยเลอื กกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่
หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน คิดค้นเทคนิคกลวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คิดค้นรูปแบบการจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้และนำมาใช้ให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถด้านเน้ือหาความสนใจและวัยของผู้เรียน
ความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เวลา สถานท่ี วัสดุอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและ
ชุมชน โดยคำนึงถึงสภาพและลักษณะของผู้เรียนเน้นให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามการเรียนรู้อย่างมีความสุขนวัตกรรม
การศึกษาอย่างหนง่ึ ท่ีจะช่วยให้ครูจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์ คอื การจดั การเรยี นร้โู ดย
การใช้แบบฝกึ ทักษะเป็นสือ่ ในการแกป้ ัญหา และเป็นแนวทางในการปรบั ปรุงการสอนอา่ นและเขยี นเพราะแบบ
ฝึกทกั ษะเปน็ เครอ่ื งมือสำคัญในการสอนภาษา การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนอา่ นและเขียน ครคู วรจัดกิจกรรม
ให้นักเรียนสนใจและเรียนรู้อย่างสนุกสนานและได้ฝึกบ่อย ๆ เพื่อเกิดความแม่นยำและเทคนิคการสอนที่
นำมาใช้ในการแก้ปัญหา การฝึกทักษะภาษาไทยตอ้ งอาศยั องค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง เชน่ การฝึกยำ้ ซ้ำ ทวน
ฝึกบ่อย ๆ จึงจะทำให้ผู้เรียนจำได้ ฟังเข้าใจ พูด อ่านและเขียนได้ถูกต้อง วิธีที่จะฝึกทักษะทางภาษาให้
ได้ผลดีอีกวิธหี น่ึงคือได้ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและทกั ษะเพ่ิมข้ึนการสอนภาษาไทยท่ี
ครูใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นการสอนแบบบรรยายนักเรียนอ่านตามครู เขียนตามครูยึดเน้ือหาในหนังสือเรียนเป็น
หลัก ไม่มีสิง่ เร้าใจ ใชเ้ ทคนิคเดมิ ๆ ผู้เรียนเบื่อหน่ายไมส่ นใจการเรยี นดังน้นั การหาวิธีการเพื่อใช้เป็นแนวทาง
ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงเกดิ ข้ึนอย่างมากมายไม่ว่าจะเปน็ การใช้กระบวนการใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการ
สอน การใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังแก้ไขปัญหาได้ไม่เทา่ ท่ีควร วิธกี ารจัดกจิ กรรมการเรยี น
การสอนด้วยแบบฝึกทักษะเป็นวิธีการหน่ึงที่จะพัฒนาทักษะการอา่ นและการเขียนภาษาไทย เพราะแบบฝึก
ทักษะเป็นส่ืออีกประเภทหน่ึง ท่ีเป็นส่วนเพิ่มเติมหรือเสริมให้นักเรียนฝึกปฏิบัตเิ พ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
เพิ่มข้ึน การใช้แบบฝึกทักษะประกอบการเรียนรู้ช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนเรียนรู้ จนเกิดความรู้ความ
เข้าใจและความชำนาญในเรอื่ งน้ันไดเ้ รว็ ข้ึน ทำให้การเรียนประสบผลสำเร็จ
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงได้ดำเนินการพัฒนาโดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ
Active Learning ด้วยแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านและการเขยี นคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป กลุ่ม
สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่อื ส่งเสริมใหน้ ักเรยี นเกิดการพัฒนาทางดา้ นการอ่านและการ
เขยี นคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรปู อย่างมีประสิทธิภาพส่งเสรมิ ให้นกั เรียนมีนิสัยรักการอ่าน รัก
การเขียน มีการพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรและเป็น
พืน้ ฐานสำคญั ในการเรยี นรใู้ นระดบั สงู ขึ้นต่อไป
วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจยั
1. เพ่ือพัฒนาการอ่าน การเขยี นคำทป่ี ระสมด้วยสระเปล่ียนรปู และสระลดรูป ของนักเรียนชั้น
ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
2. เพือ่ ศึกษาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เรอ่ื ง คำที่ประสมดว้ ยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป กอ่ นและหลงั
เรียน โดยการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะการอ่านและการเขียนคำที่
ประสมด้วยสระเปลีย่ นรูปและสระลดรปู สำหรับนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
ความสำคญั ของการศึกษา
ผลของการศึกษาคร้ังน้ีทำให้ได้วิธีการสอนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป โดยจัด
กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระ
เปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อันจะเป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนได้
นำไปใช้พัฒนากระบวนการเรียนการสอนภาษาไทยให้มีประสทิ ธิภาพมากข้ึน
ขอบเขตของการศึกษา
ขอบเขตด้านประชากร
ประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการศึกษาครั้งน้ี ได้แก่ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน.........................................
สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา................ ภาคเรียนที่ ............... ปีการศึกษา ...........
จำนวนทง้ั สิน้ ......................คน
ขอบเขตดา้ นเนือ้ หา
เนื้อหาท่ีใช้ในการศึกษาครั้งน้ีได้แก่ เนื้อหาวิชาภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา
.................ตามหลักสตู รสถานศึกษาของโรงเรียน.................. สงั กัดสำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษา
....................... กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ซ่ึงเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551
ของกระทรวงศึกษาธิการ สาระท่ี 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้ และความคิด เพ่ือ
นำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระท่ี 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้
กระบวนการเขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงาน
ขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระท่ี 4 หลักการใช้ภาษาไทย เพ่ือให้
เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษาภูมปิ ัญญาทางภาษาและ
รักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ โดยมีเนอื้ หารายละเอียดเกี่ยวกบั แบบฝกึ ทกั ษะการอ่านและการเขียนคำ
ทีป่ ระสมด้วยสระเปลย่ี นรปู และสระลดรปู กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประกอบการ
สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน.................. สังกัด
สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา......................... ประกอบด้วย 8 เลม่ ดงั ตอ่ ไปน้ี
เลม่ ที่ 1 สระอะเปล่ียนรปู
เลม่ ท่ี 2 สระอวั ลดรูป
เลม่ ที่ 3 สระอือลดรูป
เล่มที่ 4 สระเอะเปล่ยี นรปู
เล่มท่ี 5 สระเออลดรปู
เลม่ ท่ี 6 สระเออเปลี่ยนรปู
เลม่ ที่ 7 สระโอะลดรูป
เล่มที่ 8 สระแอะและสระเอาะเปล่ยี นรปู
ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการศึกษาค้นคว้า
ระยะเวลาท่ีใช้ในการศึกษา ดำเนินการในภาคเรียนที่ ………. ปีการศึกษา ………….. จำนวน 18
ช่วั โมง
ตวั แปรท่ศี กึ ษา
ตวั แปรอสิ ระ ไดแ้ ก่ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยแบบฝึกทกั ษะการอ่าน
และการเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในการอ่านและการเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและ
สระลดรปู หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ดว้ ยแบบฝกึ ทักษะการอ่านและการเขียน
คำที่ประสมดว้ ยสระเปลยี่ นรูปและสระลดรปู กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3
สมมติฐานของการศกึ ษา
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ท่ีเรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วย
แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรยี นสูงกวา่ กอ่ นเรียน
กรอบแนวคดิ ของการศกึ ษา
ผู้ศึกษาได้วางกรอบแนวคิดในการเรียนการสอนภาษาไทย โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ
Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 ประกอบการสอน ดังนี้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เร่ือง คำทปี่ ระสมดว้ ยสระเปลี่ยนรูป
แบบ Active Learning และสระลดรปู โดยการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบ Active
ดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะการอ่าน
และการเขยี นคำท่ีประสมด้วยสระ Learning ด้วยแบบฝกึ ทักษะการอา่ นและการเขยี น
คำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรปู
เปลย่ี นรูปและสระลดรปู
แผนภาพประกอบท่ี 1 กรอบแนวคดิ การศึกษา
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนมีทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปได้ถูกต้อง
คลอ่ งแคล่ว
2. เป็นแนวทางสำหรบั ครูผูส้ อนภาษาไทยในการเลอื กกิจกรรมการเรียนการสอน
3. เปน็ แนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนการเขยี นคำทป่ี ระสมด้วยสระเปลีย่ นรูป
และสระลดรูปในสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ
1. การจัดการเรียนร้แู บบ Active Learning หมายถึง กระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้
ผู้เรยี นมีส่วนร่วมในชัน้ เรียน สรา้ งปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งครูผสู้ อนกบั ผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบตั ิ โดยมี
ครเู ป็นผู้อำนวยความสะดวก สร้างแรงบันดาลใจ ใหค้ ำปรึกษา ดูแล แนะนำ จดั วิธกี ารเรียนรูแ้ ละแหล่ง
เรยี นรู้ที่หลากหลาย ให้ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้อย่างมีความหมาย สรา้ งองคค์ วามรู้ได้ มคี วามเขา้ ใจในตนเอง ใช้
สติปัญญา คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ผลงาน มีสมรรถนะสำคัญ มีทักษะวิชาการ ทักษะชีวิต บรรลุ
เปา้ หมายการเรยี นร้ตู ามระดับช่วงวัย
2. การสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและ
สระลดรปู หมายถงึ การนำแบบฝึกพฒั นาการอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปลีย่ นรูปและสระลดรูป
มาใชเ้ ป็นกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนในเนอื้ หาวิชาหลกั ภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3
3. ความสามารถในการอ่านและการเขียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนที่จะ
แสดงพฤติกรรมตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั ของหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภายหลังสิ้นสุด
จากการเรียนการสอนซ่ึงสามารถสังเกตและวัดได้จากคะแนนของนักเรียนในการทดสอบความสามารถใน
การอา่ นและเขยี นคำศพั ท์
4. แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง การ
อ่าน การเขียนคำประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ซึ่งประกอบไปด้วยจุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการ
เรียนรู้ สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้ การวดั ผลประเมินผล
5. ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ความรู้ ความสามารถของนักเรียนท่ีแสดงพฤตกิ รรมตามตัวชีว้ ัด
ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 หลังจากส้ินสุดการ
เรียนการสอนด้วยแบบฝึกพัฒนาการอา่ น การเขยี นคำที่ประสมดว้ ยสระเปลย่ี นรปู และสระลดรูป กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนของนักเรียนในการทำ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตอนที่ 1 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน
จำนวน 15 คำ ตอนที่ 2 แบบทดสอบวดั ทักษะการเขียน จำนวน 15 คำ
6. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง
การอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูปกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ัน
ประถมศกึ ษาปีที่ 3 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 แบบทดสอบวัดทักษะการอ่าน จำนวน 15 คำ
ตอนท่ี 2 แบบทดสอบวดั ทักษะการเขียน จำนวน 15 คำ เพื่อใช้ทดสอบนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย
โดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระ
เปล่ียนรปู และสระลดรปู กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
วิธีดำเนนิ การวิจยั
1. ประชากร
ประชากรเปน็ นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียน…………………………
สงั กัดสำนกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา…………….. สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
2. เครื่องมือท่ีใชใ้ นการวิจัย
2.1 แบบประเมนิ ผลการเขยี นกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
2.2 แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรับ
นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 3
3. ขัน้ ตอนการสรา้ งเครื่องมือ
3.1 ศกึ ษาเอกสารหลักสูตรสถานศกึ ษา แนวคิดทฤษฏกี ารเรียนการสอน
3.2 ศกึ ษาปญั หาของนักเรยี น วเิ คราะห์ข้อมูลท่พี บในการจดั การเรียนการสอน
3.3 ศกึ ษาเทคนคิ และวิธีการจดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning
3.4 ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบฝึกทักษะการเขยี น เพื่อให้เหมาะสมกบั เนอื้ หาและผู้เรยี น
3.5 สร้างแบบประเมนิ ผลการอ่านก่อนเรยี น - หลังเรียน
3.6 ประเมินผลการอ่านก่อนใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียน
รูปและสระลดรูป สำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3
3.7 ดำเนินการจัดกิจกรรมประจำวัน โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำท่ีประสม
ด้วยสระเปลีย่ นรปู และสระลดรูป สำหรบั นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3
3.8 ประเมินผลการเขียนหลังใช้แบบฝึกทักษะพัฒนาการเขียนคำท่ีประสมดว้ ยสระเปลี่ยน
รูปและสระลดรูป สำหรบั นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ใช้การเก็บรวบรวมขอ้ มูลในสถานการณ์จรงิ ในชั้นเรียน โดยใช้แบบประเมินผลการเขียน
กอ่ นและหลังการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพฒั นาการอ่าน การเขียนคำที่ประสม
ดว้ ยสระเปล่ยี นรปู และสระลดรปู สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน
ระหว่างจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
การวิเคราะหข์ ้อมูล
ข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบทดสอบอ่านคำพืน้ ฐานก่อนเรยี นและหลงั เรียน นำมาวเิ คราะห์
หาคา่ เฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แลว้ เปรียบเทยี บคะแนนความกา้ วหน้าของนกั เรียน
แตล่ ะคน
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มท่ีศึกษา คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียน.....................
ทง้ั หมดรวม ………. คน มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน แลว้ จึงดำเนินการสอนตามแผนการจดั การ
เรียนรู้โดยการจดั การเรยี นรูแ้ บบ Active Learning ดว้ ยแบบฝกึ พฒั นาการอ่าน การเขียนคำทีป่ ระสมดว้ ย
สระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 หลังจากน้ันจึงทำการทดสอบวัด
ผลสัมฤทธหิ์ ลังเรียน แล้วจงึ นำผลมาเกบ็ รวบรวม ข้อมูลก่อนเรียนและหลังเรียนทีร่ วบรวมได้จากเครอื่ งมือ
ท่ผี ้วู จิ ัยสรา้ งข้นึ มาจำแนกผลการเรียนรู้ ดังนี้
สรุปได้ว่านักเรียนท้ัง ………………. คน มีความก้าวหน้าในการโดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active
Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรับ
นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 ประกอบการเรียนรู้เรื่อง คำที่ประสมดว้ ยสระเปล่ียนรปู และสระลดรูป
ค่าเฉลย่ี และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของนักเรียนในการใช้สือ่ การสอน
แบบฝกึ ทกั ษะพฒั นาการอา่ น การเขยี นคำทปี่ ระสมด้วยสระเปลย่ี นรปู และสระลดรูป
สำหรบั นักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
การฝึก จำนวน
นักเรียน X X ร้อยละ ค่า S.D
ก่อนเรียน …………….. คน
หลงั เรียน …………….. คน
จากตารางสรุปได้ว่าโดยการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน
การเขยี นคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ก่อนเรียนมี
ค่าเฉล่ียเท่ากับ...........หลังเรียนมีค่าเฉล่ียเท่ากับ ..........จะเห็นได้ว่าคะแนนของค่าเฉลี่ยหลังเรียนมีค่า
มากกว่าคะแนนเฉล่ียกอ่ นเรยี น และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ ............... ส่วนค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรยี นมีค่าเท่ากับ ................ แสดงว่าข้อมลู มีค่าคะแนนใกล้เคยี งกัน
สรปุ ผลการวจิ ยั
การวิจยั คร้ังนม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือศึกษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องคำทปี่ ระสมด้วยสระเปลี่ยนรูป
และสระลดรูป โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน
การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่ือแก้ปัญหา
การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรียน………………. พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ืองคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระ
ลดรูปดีขนึ้
อภิปรายผล
ผลการศึกษาค้นควา้ ในครัง้ นี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้ของนักเรียนหลงั การจัดการเรยี นรูแ้ บบ
Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป
สำหรบั นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3 มีคุณภาพและประสทิ ธภิ าพอยา่ งดยี ิ่ง ดว้ ยเหตผุ ลดงั ต่อไปน้ี
1. แบบฝึกทักษะพัฒนาการอา่ น การเขยี นคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรปู และสระลดรูป สำหรับ
นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 3 เป็นสอ่ื ทีม่ ีคณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพตามผลของการวเิ คราะห์ขอ้ มูลดงั กล่าว
2. แบบฝึกทกั ษะพัฒนาการอา่ น การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรับ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ชุดน้ีสร้างขึ้นอย่างถูกวิธี ได้ผ่านข้ันตอนการสร้างและพัฒนาอย่างเป็น
ระบบ เริ่มตั้งแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่เก่ียวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนำ
ขอ้ เสนอแนะจากผู้เช่ยี วชาญและมีประสบการณ์ดา้ นเน้ือหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของ
เนื้อหา
3. การจัดการเรียนรแู้ บบ Active Learning ด้วยแบบฝกึ พัฒนาการอ่าน การเขยี นคำที่ประสม
ด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรปู สำหรับนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 นักเรียนเกิดความสนุกสนานใน
การเรียนรู้
4. การจัดการเรียนรู้เรื่องคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป โดยการจัดการเรียนรู้แบบ
Active Learning ด้วยแบบฝึกพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ได้เรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติของการเรียนรู้
ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้แบบ Active
Learning ด้วยแบบฝกึ ทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่ประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพอย่างย่ิง สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ส่งผลใหผ้ ู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ข้นึ
ขอ้ เสนอแนะ
จากผลการศกึ ษาคน้ ควา้ ครงั้ น้มี ขี อ้ เสนอแนะเพอ่ื ประโยชนต์ ่อวงการศกึ ษาดงั นี้
1. ก่อนนำแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำท่ีประสมด้วยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ไปใช้ประกอบการสอน ผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของทุก
กิจกรรมก่อนนำไปใช้
2. การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยแบบฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน การเขียนคำที่
ประสมด้วยสระเปลี่ยนรูปและสระลดรูป สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 นี้ จะเกิดความสมบูรณ์
ครผู สู้ อนต้องใชค้ วบค่ไู ปกบั แผนการจดั การเรยี นร้ทู ีผ่ ู้วิจยั จัดทำขน้ึ จดั กิจกรรมให้ครบทกุ ขัน้ ตอน ตอ้ งตรวจ
แบบฝึกอยา่ งเป็นปจั จุบนั ใหผ้ ู้เรยี นรูผ้ ลทนั ที พร้อมกบั เฉลยคำตอบทีถ่ ูกต้องใหผ้ ูเ้ รยี นได้รทู้ ุกครงั้
ภาคผนวก
แบบบนั ทึกคะแนนทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนก่อนเรยี น – หลังเรยี น
เรื่อง การอ่าน การเขยี นคำท่ีประสมด้วยสระเปลีย่ นรูปและสระลดรปู
นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียน………………………………..
เลขท่ี ชอ่ื - สกลุ กอ่ นเรยี น หลงั เรียน
30 คะแนน 30 คะแนน
เฉลี่ย
สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
รอ้ ยละ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (ก่อนเรียน)
การอ่านและการเขียนคาที่ประสมดว้ ยสระเปล่ียนรูปและสระลดรูป
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาหรับนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ ๓
คาชี้แจง
แบบวดั ผลสัมฤทธ์ิมีท้งั หมด ๒ ตอน ๓๐ ขอ้ ใชเ้ วลาทา ๖๐ นาที ดงั น้ี
ตอนที่ ๑ ขอ้ สอบวดั ทกั ษะการอา่ นโดยให้นกั เรียนอา่ นคา จานวน ๑๕ คา
ตอนท่ี ๒ ขอ้ สอบวดั ทกั ษะการเขียนโดยให้นกั เรียนเขียนตามคาบอก
จานวน ๑๕ คา
ตอนท่ี ๑ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงคาตอ่ ไปน้ีให้ถกู ตอ้ ง
จานวน ๑๕ คา
คา อ่านได้ อ่านไม่ได้
๑. ขบั รถ
๒. อ้วนท้วน
๓. ชกมวย
๔. นักสืบ
๕. ต้นไม้
๖. รวดเร็ว
๗. เป็ ดน้อย
คา อ่านได้ อ่านไม่ได้
๘. เสยผม
๙. เนยแขง็
๑๐. ค้นุ เคย
๑๑. ยกเลกิ
๑๒. เตบิ โต
๑๓. นมสด
๑๔. หกล้ม
๑๕. ซิกแซ็ก
ตอนท่ี ๒ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๕ คา
๑. ๙.
๒. ๑๐.
๓. ๑๑.
๔. ๑๒.
๕. ๑๓.
๖. ๑๔.
๗. ๑๕.
๘.
เฉลยแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ตอนที่ ๑
๑. ขบั รถ อ่านวา่ ขบั - รด
๒. อว้ นทว้ น อา่ นวา่ อว้ น - ทว้ น
๓. ชกมวย อ่านว่า ชก - มวย
๔. นกั สืบ อา่ นว่า นกั - สืบ
๕. ตน้ ไม้ อา่ นว่า ตน้ - ไม้
๖. รวดเร็ว อา่ นว่า รวด - เร็ว
๗. เป็ดนอ้ ย อ่านวา่ เป็ด - นอ้ ย
๘. เสยผม อ่านวา่ เสย - ผม
๙. เนยแขง็ อ่านว่า เนย - แขง็
๑๐. คนุ้ เคย อา่ นวา่ คุน้ - เคย
๑๑. ยกเลิก อ่านวา่ ยก - เลิก
๑๒. เติบโต อา่ นวา่ เติบ - โต
๑๓. นมสด อ่านวา่ นม - สด
๑๔. หกลม้ อา่ นว่า หก - ลม้
๑๕. ซิกแซ็ก อ่านวา่ ซิก - แซก็
ตอนท่ี ๒
(คาสาหรับครูผ้สู อน)
๑. กงั หนั
๒. วนั เพญ็
๓. ปวดฟัน
๔. ช่วยดว้ ย
๕. ตื่นเตน้
๖. เด็กดี
๗. เลบ็ มือ
๘. ลกู เขย
๙. ใบเตย
๑๐. เปิ ดเผย
๑๑. เบิกเงิน
๑๒. มดแดง
๑๓. แขง็ แรง
๑๔. แทก็ ซ่ี
๑๕. หมวกกนั นอ็ ค
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (หลงั เรียน)
การอา่ นและการเขยี นคาท่ีประสมดว้ ยสระเปลยี่ นรูปและสระลดรูป
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปี ท่ี ๓
คาชีแ้ จง
แบบวดั ผลสมั ฤทธ์ิมที ้งั หมด ๒ ตอน ๓๐ ขอ้ ใชเ้ วลาทา ๖๐ นาที ดงั น้ี
ตอนที่ ๑ ขอ้ สอบวดั ทกั ษะการอา่ นโดยให้นกั เรียนอ่านคา จานวน ๑๕ คา
ตอนท่ี ๒ ขอ้ สอบวดั ทกั ษะการเขียนโดยให้นกั เรียนเขยี นตามคาบอก
จานวน ๑๕ คา
ตอนท่ี ๑ คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอ่านออกเสียงคาตอ่ ไปน้ีให้ถกู ตอ้ ง
จานวน ๑๕ คา
คา อ่านได้ อ่านไม่ได้
๑. เสยผม
๒. เนยแข็ง
๓. คุ้นเคย
๔. ยกเลิก
๕. เตบิ โต
๖. นมสด
๗. หกล้ม
คา อ่านได้ อ่านไม่ได้
๘. ซิกแซ็ก
๙. ขบั รถ
๑๐. อ้วนท้วน
๑๑. ชกมวย
๑๒. นักสืบ
๑๓. ต้นไม้
๑๔. รวดเร็ว
๑๕. เป็ ดน้อย
ตอนท่ี ๒ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๕ คา
๑. ๙.
๒. ๑๐.
๓. ๑๑.
๔. ๑๒.
๕. ๑๓.
๖. ๑๔.
๗. ๑๕.
๘.
เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ตอนที่ ๑
๑. เสยผม อา่ นว่า เสย - ผม
๒. เนยแขง็ อ่านวา่ เนย - แขง็
๓. คุน้ เคย อา่ นว่า คุน้ - เคย
๔. ยกเลิก อ่านว่า ยก - เลิก
๕. เติบโต อ่านวา่ เติบ - โต
๖. นมสด อ่านว่า นม - สด
๗. หกลม้ อ่านว่า หก - ลม้
๘. ซิกแซ็ก อา่ นวา่ ซิก - แซก็
๙. ขบั รถ อ่านว่า ขบั - รด
๑๐.อว้ นทว้ น อ่านว่า อว้ น - ทว้ น
๑๑.ชกมวย อ่านวา่ ชก - มวย
๑๒.นกั สืบ อ่านว่า นกั - สืบ
๑๓.ตน้ ไม้ อ่านวา่ ตน้ - ไม้
๑๔.รวดเร็ว อ่านวา่ รวด - เร็ว
๑๕. เป็ดนอ้ ย อ่านว่า เป็ด - นอ้ ย
ตอนท่ี ๒
(คาสาหรับครูผ้สู อน)
๑๐. ใบเตย
๒. เปิ ดเผย
๓. เบิกเงิน
๔. มดแดง
๕. แขง็ แรง
๖. แทก็ ซี่
๗. หมวกกนั น็อค
๘. กงั หนั
๙. วนั เพญ็
๑๐. ปวดฟัน
๑๑. ช่วยดว้ ย
๑๒. ตื่นเตน้
๑๓. เดก็ ดี
๑๔. เลบ็ มือ
๑๕. ลูกเขย
ตวั อย่างแบบฝึกทกั ษะเลม่ 1
ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรยี นรู้แผนท่ี 1
ภาพกิจกรรม
บรรณานุกรม
ไชยยศ เรอื งสุวรรณ. Active Learning. ข่าวสารวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ ประจำเดอื นพฤศจิกายน, ๒๕๕๓.
ณัชนนั แกว้ ชยั เจรญิ กิจ. บทบาทของครูผูส้ อนในการจดั กจิ กรรมและวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ าม
แนวทางของ Active Learning. สืบคน้ จาก http//www.kroobannok.com เม่อื
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔.
ดวงมน ปริปุณณะ. เทคนิคและวิธีสอนในระดับประถมศกึ ษา. กรงุ เทพมหานคร
: ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๔๗.
ปติ ินันธ์ สทุ ธสาร. กิจกรรมการสอนภาษาไทยด้วยเพลง. พิมพค์ รัง้ ท่ี ๘.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, ๒๕๕๔.
พรวิไล เลศิ วิชา. สอนภาษาไทยต้องเขา้ ใจสมองเดก็ . กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ศาลาแดง,
๒๕๕๐.
วรรณี โสมประยูร. การสอนภาษาไทยระดบั ประถมศึกษา. กรงุ เทพมหานคร :
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, ๒๕๔๗.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน. ค่มู ือหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย. กรงุ เทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน,
๒๕๔๖.
. หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด,
๒๕๕๑.
อัจฉรา ชีวพันธ์. ศลิ ปะการจัดการเรยี นรู้ภาษาไทย ระดบั ประถมศึกษา. กรุงเทพมหานคร :
เบน็ พับลซิ ชง่ิ , ๒๕๔๖.