The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phchrph03611, 2022-11-08 10:58:53

จิตรกรรม

จิตรกรรม

จิตรกรรม

ประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบ

คำนำ

โครงงานเรื่อง จิตรกรรม ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์และ
การออกแบบ รหัสวิชาAPP1102 โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับ
จิตรกรรมและประวัติศาสตร์ของงานจิตรกรรมในแต่ละยุคสมัย โครงงานเล่มนี้
มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้จากการ ค้นหา รวบรวม จัดระเบียบและนำเสอ ข้อมูล
ประวัติความเป็นมา เหตุการณ์เรื่องราวต่างๆของแต่ละยุคสมัย ให้น่าสนใจและ
เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น

การจัดทำโครงงานฉบับนี้สำเร็จตามวัตถุประสงคืไปด้วยดี ข้าพเจ้าขอขอบคุณ
ดร.พีรพลชัชวาลย์ ที่ท่านได้ให้คำแนะนำในการทำโครงงานเล่มนี้จนทำให้โครง
งานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ตามแบบแผนที่กำหนดไว้ ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
โครงงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน ที่กำลังต้องการศึกษาข้อมูล
เกี่ยวกับงานจิตรกรรม หากมีสิ่งใดในโครงงานฉบับนี้จะต้องปรับปรุงข้าพเจ้าขอ
น้อมรับในข้อชี้แนะและจำนำไปปรับปรุงแก้ไขหรือพัตนาให้สมบูรณ์ต่อไป

นางสาวพัชรพร สังอ่อนดี
18 ตุลาคม 2565

สารบัญ หน้า
4
ยุคบาโรก 5
ยุครอคโกโก 6
ยุคคลาสสิค 7
ยุคโรแมนติก 8
เรียลลิสม์ 9
อิมเพลสชั่นนิสม์ 10
โพสต์ - อิมเพรสชั่นนิสม์ 11
คิวบิสม์ 12
ฟิวเจอร์ริสม์ 13
ศิลปะนามธรรม 14
เซอเรียลิสม์ 15
ป็อปอาร์ต 16
ออปอาร์ต 17
ทวารวดี 18
ศรีวิชัย 19
สมัยเชียงแสน 20
สมัยสุโขทัย 21
สมัยอยุธยา 22
สมัยรัตนโกสินทร์ 23
บรรณานุกรม

ยุคบาโรก baroque

จิตรกรรมบาโรก (อังกฤษ: Baroque painting) เป็นจิตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ
ขบวนการศิลปะบาโรก ซึ่งเป็นขบวนการที่เกี่ยวข้องกับระบบสัมบูรณนิยม
ทางการเมือง (absolutism), การปฏิรูปศาสนาซ้อน (Counter Reformation)
และการฟื้ นฟูโรมันคาทอลิก[1] [2] แต่ความนิยมของศิลปะบาโรกและ
สถาปัตยกรรมบาโรกมิได้จำกัดอยู่เพียงในบริเวณที่เป็นโรมันคาทอลิก แต่ยัง
เผยแพร่และเป็นที่นิยมในบริเวณที่เป็นโปรเตสแตนต์ด้วย[3]
ภาพเขียนที่สำคัญในสมัยบาโรกเริ่มราวปี ค.ศ. 1600 จนตลอดคริสต์ศตวรรษ
ที่ 17 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษ 18 ลักษณะของศิลปะแบบบาโรกเป็นศิลปะที่เต็ม
ไปด้วยนาฏกรรม, สีสด และแสงที่จัดและเงามืด ซึ่งตรงกันข้ามกับศิลปะในสมัย
ฟื้ นฟูศิลปวิทยาที่มักจะแสดงภาพของเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะเกิดขึ้น ศิลปะบา
โรกจะแสดงวินาทีที่เป็นนาฏกรรมมากที่สุดหรือถ้าเป็นได้วินาทีที่เหตุการณ์เกิด
ขึ้น: ไมเคิล แอนเจโลศิลปินยุคเรอแนซ็องส์สูงสลักเดวิด ยืนวางท่านิ่งก่อนที่จะ
เข้าต่อสู้กับโกไลแอธ; แต่เดวิดของจัน โลเรนโซ แบร์นีนีในสมัยบาโรกเป็นเดวิด
ที่กำลังขว้างก้อนหินไปยังโกไลแอธ ศิลปะบาโรกเป็นศิลปะที่มีจุดประสงค์ใน
การกระตุ้นอารมณ์ผู้ดูแทนที่จะสร้างความสงบทางเหตุผลเช่นในสมัยฟื้ นฟู
ศิลปวิทยา

การเฝ้ายามกลางคืน” โดย แรมบรังด์ ราว ค.ศ. 1642 เป็นตัวอย่างที่ดีของ
จิตรกรรมแบบบาโรก

หน้ า 4

ยุครอคโกโก rococo

ราวประมาณปี ค.ศ. 1730 เป็นระยะที่ศิลปะโรโกโกรุ่งเรืองที่สุดใน ประเทศ
ฝรั่งเศส สถาปัตยกรรมลักษณะนี้เริ่มเข้าไปมีอิทธิพลต่อศิลปะแขนงอื่นๆด้วย
เช่น จิตรกรรม ประติมากรรม และ เครื่องเรือน จะเห็นได้จากงานของ
ฌอง อองตวน วัตโตว์ (Jean-Antoine Watteau) และ ฟรองซัวส์ บูแชร์
(François Boucher) ศิลปะโรโกโกยังรักษาลักษณะบางอย่างของศิลปะบาโร
กเช่นความซับซ้อนของรูปทรง (form) และความละเอียดลออของลวดลาย แต่
สิ่งที่โรโกโกจะแตกต่างกับบาโรกคือจะผสมผสานลักษณะอย่างอื่ นเข้ามาด้วย
รวมทั้งศิลปะจากทางตะวันออกโดยเฉพาะจากจีนและญี่ปุ่น และองค์ประกอบจะ
ขาดความสมดุล (asymmetric)

Le Dejeuner โดยบูแชร์แสดงให้เห็นองค์ประกอบชีวิตของภาพเขียนแบบ
โรโกโก (ค.ศ. 1739, พิพิธภัณฑ์ลูฟร์)

หน้ า 5

ยุคคลาสสิค classic

ยุคคลาสสิค แบ่งออกเป็น 2 ยุ คือ ยุคกรีก และ ยุคโรมัน
จิตรกรรมกรีก รู้จักกันดีก็มีแต่ภาพวาดระบายสีตกแต่งผิวแจกันเท่านั้น ที่ ชาวกรีก

นิยมทำมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 1 เป็นภาพที่มีรูปร่างที่ถูกตัดทอนรูปจน ใกล้เคียง
กับรูปเรขาคณิต มีความเรียบง่ายและคมชัด สีที่ใช้ได้แก่ สีดินคือเอาสีดำ อมน้ำตาล
ผสมบาง ๆ ระบายสีเป็นภาพบนพื้นผิวแจกันที่เป็นดินสีน้ำตาลอมแดง แต่บางทีก็มีสี
ขาว และสีอื่น ๆ ร่วมด้วย เทคนิคการใช้รูปร่างสีดำ ระบายพื้นหลัง เป็นสีแดงนี้ เรียก
ว่า “จิตรกรรมแบบรูปตัวดำ” และทำกันเรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธ ศตวรรษที่ 1 มีรูป
แบบใหม่ขึ้นมา คือ “จิตรกรรมแบบรูปดัวแดง”โดยใช้สีดำอม น้ำตาลเป็นพื้นหลัง
ภาพ ตัวรูปเป็นสีส้มแดง หรือสีน้ำตาลไม้ ตามสีดินของพื้น แจกัน
จิตรกรรมโรมัน

จิตรกรรม อาศัยจากการค้นคว้าข้อมูลจากเมืองปอมเปอี สตาบิเอ และ เฮอร์คิวเลนุ
ม ซึ่งถูกถล่มทับด้วยลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียส เมื่อ พ.ศ. 622 และถูกขุดค้นพบใน
สมัยปัจจุบัน จิตรกรรมผาฝนังประกอบด้วยแผงรูปสี่เหลี่ยผืนผ้า ซึ่งมักเลียนแบบ
หินอ่อน เป็นภาพทิวทัศน์ ภาพคน และภาพเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม มีการใช้แสงเงา
และกายวิภาคของมนุษย์ชัดเจน เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกับกาวน้ำปูน และสีขี้ฝึ้ งร้อน
นอกจากการวาดภาพ ยังมีภาพประดับด้วยเศษหินสี (Mosaic) ซึ่งใช้กันอย่างกว้าง
ขวาง ทั้งบนพื้นและผนังอาคาร

หน้ า 6

ยุคโรแมนติก romanticism

ศิลปะแบบโรแมนติก เป็นศิลปะรอยต่อจากแบบนีโอคลาสสิก แสดงถึงเรื่อง
ราวที่ตื่นเต้น เร้าใจ สะเทือนอารมณ์แก่ผู้พบเห็น ศิลปินโรแมนติกมีความเชื่อว่า
ศิลปะจะสร้างสรรค์ตัวของมันเองขึ้นได้ด้วยคุณค่าทางอารมณ์ของผู้ดูและผู้
สร้างสรรค์
ศิลปินที่สำคัญของศิลปะโรแมนติก ได้แก่ เจริโคต์ (Gericault) ผลงาน
จิตรกรรมที่มีชื่อเสียงมาก คือ การอับปางของเรือเมดูซา (Raft of the
Medusa) เดอลาครัว (Delacroix) ชอบเขียนภาพที่แสดงความตื่นเต้น เช่น
ภาพการประหารที่ทิชิโอ ความตายของชาดาร์นาปาล การฉุดคร่าของนางรีเบ
กกา วิลเลียม เทอเนอร์ (Josept Mallord William Turner, 1775-1851) ฟราน
ซิสโก โกยา (Francisco Goya) ชอบเขียนภาพแสดงการทรมาน การฆ่ากันใน
สงคราม คนบ้า ตลอดจนภาพเปลือย เช่น ภาพเปลือยของมายา (Maya the
nude) เป็นต้น

การอับปางของเรือเมดูซา เสรีภาพนำประชาชน”
(Raft of the Medusa) (Liberty Leading the People)

ความตายของชาดาร์นาปาล

หน้ า 7

เรียลลิสม์ realism

ศิลปะเรียลลิสม์เกิดขึ้นประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงปลายคริสต์
ศตวรรษที่ 19 (ค.ศ. 1850-1880) มีจุดเริ่มต้นในประเทศฝรั่งเศส โดยกลุ่มศิลปิน
ชาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการทํางานของกลุ่ม “นีโอ-คลาสสิคอิสม์”
(คลาสสิคใหม่ คือความเคลื่อนไหวทางศิลปะซึ่งมีสุนทรียภาพแบบกรีกและ
โรมัน) และ “กลุ่มโรแมนติกอิสม์” (จินตนิยม) ที่ยึดถือประเพณีหรือตัวตนเป็น
หลัก หรือแสดงความคิดฝันเอาตามใจตนเอง ศิลปินเรียลลิสม์เห็นว่าศิลปะทั้ง
สองไม่ได้แสดงความกลมกลืนของชีวิต ยังคงลักษณะความเป็นอุดมคติอยู่ หา
ใช่ความจริงไม่
ศิลปะเรียลลิสม์ (Realism) หรือ ศิลปะสัจนิยม โดยทั่วไปหมายถึง การสร้าง
งานที่เหมือนจริงดังที่ปรากฏอยู่ในธรรมชาติ รวมถึง การสร้างสรรค์ภาพงาน
ในเชิงวิพากษ์วิจารณ์สังคม (socially critical images) ภาพเกี่ยวกับชีวิต
ของคนเมืองและชนบท พวกชาวไร่ชาวนาในช่วงยุคสมัย จากประสบการณ์ตรง
ของชีวิต เช่น ความยากจน การปฏิวัติ ความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยการเน้น
รายละเอียดเหมือนจริงมากที่สุด

“The Interior of My Studio A Real
Allegory” 1856 AD.
จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบโดย กูร์แแบร์
(Gustave Courbet) เป็นภาพภายในสตูดิ
โอเขียนภาพของตนเอง

A Bar at the Folies-Bergère(Le Bar aux
Folies-Bergère) 1882.
จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบโดย Édouard
Manet,

หน้ า 8

อิมเพลสชั่นนิสม์ implessionism

ศิลปะแบบอิมเพรสชันนิสม์ Impressionism.
ศิลปะแบบอิมเพรสชันนิสม์ จะมุ่งเน้นถึงการวาดภาพที่จับซึ่งสายตาสัมผัสรับรู้
ในช่วง ณ.เวลานั้นและเป็นช่วงเวลาที่ฉับพลัน และจะมีการแยกแยะสีที่จะเข้ามา
ประกอบกันเข้าเป็นแสงที่ส่องต้องสิ่งต่าง ๆ ทำให้เกิดพื้นผิวภาพที่เต็มไปด้วย
สีสันที่แปรเปลี่ยนเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความเคลื่ อนไหวไม่หยุดนิ่ง

ลักษณะของภาพวาดแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ คือ การใช้พู่กันตระหวัดสีอย่าง
เข้ม ๆ ใช้สีสว่าง ๆ มีส่วนประกอบของภาพที่ไม่ถูกบีบ เน้นไปยังคุณภาพที่
แปรผันของแสง (มักจะเน้นไปยังผลลัพธ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเวลา)
เนื้อหาของภาพเป็นเรื่องธรรมดาๆ และมีมุมมองที่พิเศษ

จิตรกรแนวอิมเพรสชั่นนิสม์ ได้ฉีกกรอบการวาดที่มาตั้งแต่อดีต มักจะวาด
ภาพกลางแจ้งมากกว่าในห้องสตูดิโออย่างที่ศิลปินทั่วไปนิยมกัน เพื่อที่จะลอก
เลียนแสงที่แปรเปลี่ยนอยู่เสมอในมุมมองต่าง ๆ ศิลปะลัทธิประทับใจ
( Impressionism ) ศิลปะแห่งความงดงามของประกายแสงและสี

ภาพผลงานจิตรกรรมชื่อ อาหารกลางวัน
บนสนามหญ้าLunch on the Grass วาด
โดย มาเนท์ Edouard Manet
ค.ศ.1863เป็นภาพที่สร้างความแปลกและ
ตื่นตระหนกให้แก่ชาวฝรั่งเศสเป็นอันมาก
เพราะเป็นภาพที่ผู้ชายแต่งกายเรียบร้อย
และผู้หญิงเปลือยกาย

ภาพผลงานจิตรกรรมชื่อ ความประทับใจ
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นImpression Sunrise
วาดโดย โคลด โมเนท์ Claude Monet
ค.ศ.1872 เป็นภาพที่เป็นที่มาของคำว่า
" ประทับใจ " ซึ่งทำให้เกิดเป็นศิลปะลัทธิ
ประทับใจขึ้น

หน้ า 9

โพสต์ - อิมเพรสชั่นนิสม์
post - impressionism

ศิลปะแบบโพสต์ – อิมเพรสชันมิสม์ (Post-Impressionism)
ศิลปะแบบโพสต์– อิมเพรสชันมิสม์ นั้นเกิดขึ้นทางเหนือของยุโรปโดยที่

ศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเยอรมัน
ศิลปะแบบโพสต์– อิมเพรสชันมิสม์ จะมุ่งการแสดงออกทางความรู้สึก

อารมณ์ จิตวิญญาณมากกว่ามุ่งนำเสนอความเป็นจริงทางวัตถุ สื่อผ่านการใช้
สีที่รุนแรงและเกินความเป็นจริง โดยเน้นความพอใจของศิลปินเป็นหลักไม่ยึด
ถือกฏเกณฑ์ และธรรมเนียมใด ๆ ในอดีตเลย สีที่ใช้นั้นจะสื่อถึงพลังที่ถูกบีบ
คั้นบังคับกดดันที่อยู่ในความรู้สึกนึกคิดของจิตใจคน เป็นการปดปล่อยอารมณ์
ผ่านสีและฝีแปรงที่ให้ความรู้สึกที่รุนแรงกดดัน ฝีแปรงที่อิสระ

Vincent Van Gogh (คนไทยเรียกว่า วินเซ้นท์ แวนโก๊ะ)

หน้ า 10

คิวบิสม์ cubism

ศิลปะแบบคิวบิสนั้นจะเน้นการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้รูปทรงเรขาคณิต
แท่ง หรือเหลี่ยมต่างๆมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดเป็นภาพใหม่โดยการจัด
เรียงไว้ข้างกันและใช้เทคนิคการลงสีหรือลวงเส้นขอบเพื่อทำให้เกิดภาพโดย
การเชื่อมโยงทางความคิดและสายตา ศิลปะแบบคิวบิสยังเป็นอีกหนึ่งวิธีการแก้
ปัญหาภาพเขียนที่มีเพียงสองมิติและตาเห็นได้แค่ด้านเดียวทำให้มองเห็นเป็น
หลายมิติแม้จะอยู่ ในระนาบเดียวกันนับว่าเป็นศิลปะอีกประเภทหนึ่งที่มี
เอกลักษณ์เฉพาะตัวและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

Les Demoiselles d’ Avignon. 1970. ภาพ
วาดสีน้ำมันบนผ้าใบ ของ Pablo Picasso.

จิตรกรชาวสเปน

Houses at L’Estaque L’Estaque, August,
1908 ภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าใบ ของGeorges

Braque

หน้ า 11

ฟิวเจอร์ริสม์ futurism

เกbดเมื่อค.ศ. 1909 ที่ประเทศอิตาลี เป็นรูปแบบศิลปะที่มีทัศนะแนวใหม่ที่ต่อ
ต้านคุณค่ าทางความงามของ ศิลปินในสมัยโบราณ ให้ความสนใจในด้านบวก
ต่อความเจริญและความ รวดเร็วของเทคโนโลยี มีผลงานทั้งงานจิตรกรรมและ
ประติมากรรมที่มีการแสดงออกของ รูปทรงที่แสดงถึงความเคลื่อนไหวอยาง
รวดเร็ว ทํางานตามความคิดฝัน และจินตนาการส่วนตัว

อุมแบร์โต บ็อคโชนี่ (Umberto Boccioni ค.ศ.1882- 1916) เป็นชาวอิตาเลี่ยน
ผลงานแสดงความ เคลื่อนไหว ที่มีสีสันสดใส และลดทอนรูปทรงในธรรมชาติ

ความเจริญเฟื่ องฟูของเมือง การใช้ฝี แปรงที่แสดงความ
( The City rises : ค.ศ. 1910-11 ) เคลื่ อนไหวในงานของบ็อคโชนี่
(ค.ศ. ๑๙๑๐-๑๑) แรงบันดาลใจจาก
หน้ า 12 เซอร่าต์ (ปลายศตวรรษที่ ๑๙)

ศิลปะนามธรรม abstract art

ศิลปะนามธรรม (อังกฤษ: Abstract Art) ใช้ภาษาภาพในการสื่อความหมาย
ด้วย สี และลายเส้น เพื่อสร้างสัดส่วนซึ่งอาจจะประกอบขึ้นในระดับความเป็น
นามธรรมที่แตกต่างกันไป[1] ตั้งแต่ยุคฟื้ นฟูศิลปวิทยาไปจนถึงช่วงกลางคริสต์
ศตวรรษที่ 19 ศิลปะตะวันตกรับอิทธิพลในการใช้ทัศนมิติและความพยายามใน
การทำให้สมจริงมากที่สุด ขณะที่ศิลปะของวัฒนธรรมนอกทวีปยุโรปถูกเข้าถึง
และแสดงให้เห็นแนวทางอันหลากหลายในการอธิบายทัศนประสบการณ์ของตัว
ศิลปิน จนถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ศิลปินหลายคนรู้สึกถึงความต้องการที่
จะสร้างสรรค์ศิลปะแนวใหม่ ซึ่งสามารถที่จะถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน
ของเทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์ และปรัชญา ต้นตอที่ทำให้ศิลปินสร้างสรรค์งาน
ศิลปะของตัวเองนั้นมีหลากหลาย และสะท้อนให้เห็นสภาพก่อนการ
เปลี่ยนแปลงทั้งทางสังคมและปัญญาในทุกแง่มุมของวัฒนธรรมยุโรปในขณะ
นั้น[2]
ศิลปะนามธรรม ศิลปะไร้รูปแบบตายตัว ศิลปะไร้รูปธรรม และศิลปะไม่แสดง
ลักษณ์ คือศิลปะที่เกี่ยวข้องกันอย่างหลวมๆ แม้ในความหมายเชิงลึกอาจมี
ความแตกต่างกันก็ตาม

ภาพ เปอีย์ซาจโอดิสก์ โดยโรแบร์ต เดอลูเนย์ ค.ศ. 1906-1907

หน้ า 13

เซอเรียลิสม์ surrealism

เซอเรียลิสม์คือ จินตนาการเป็นส่วนสำคัญของการแสดงออก จินตนาการคือ
จิตไร้สำนึก และจิตไร้สำนึกเป็นภาวะของความฝัน ที่มีขบวนการต่อเนื่องกันซึ่ง
นำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะได้ สิ่งที่เราเห็นจากโลกภายนอกขณะตื่น เป็น
เพียงปรากฎการทางการแทรกแซงความงามของพวกเขาคือความมหัศจรรย์
ความมหัศจรรย์เพียงอย่างเดียวที่สามารถสร้างศิลปะให้สมบูรณ์ได้ และยังให้
ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหมายต่อความรู้สึกของมนุษย์

ภาพ The Persistence of Memory. ของ Salvador Dali.

ภาพ Ubu Imperator, (1921) ของ Max Ernst

หน้ า 14

ป็อปอาร์ต pop art

ป็อป อาร์ต (Pop Art) มาจากภาษาอังกฤษว่า "Popular Art" ซึ่งแปลว่า

ศิลปะที่เป็นที่นิยม การเคลื่อนไหวของป๊อปอาร์ตในอเมริกาและอังกฤษเกิดขึ้น
ใน ค.ศ.1950 โดยนำแรงบันดาลใจมาจากแนวความคิดของสังคมบริโภค และ

ความนิยมในสังคมมาสร้างเป็นงานศิลปะเช่น การ์ตูน รูปโฆษณาสินค้า รูปถ่าย

ดาราภาพยนตร์ที่ประชาชนคลั่งไคล้ ตัวอักษรหรือหนังสือขำขัน ป้ายโฆษณา

ตามทางหลวง เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ ถ้วยพลาสติค กระป๋องเบียร์ กระป๋อง

โคล่า ไอศกรีมซันเดย์ ฮอทด็อก และแฮมเบอร์เกอร์

ป็อปอาร์ต เป็นศิลปะที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ศิลปินในลัทธินี้มีความเชื่อ

ว่าศิลปะสร้างขึ้นจากสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน เป็นการแสดงออกถึง

ความรู้สึกของประสบการณ์ทั้งหมดของศิลปินในช่วงเวลาหนึ่งและสถานที่แห่ง

หนึ่งเท่านั้น รูปแบบของศิลปะจะขึ้นอยู่กับความสนใของศิลปินแต่ละคนที่ได้

พบเห็นสิ่งเหล่านั้นอยู่ทุกวัน





หน้ า 15

ออปอาร์ต op art

จิตรกรรมแบบ อ็อพ อาร์ต (Op Art) เริ่มต้นตั้งแต่ค.ศ. 1960 เป็นศิลลปะ
ลวงตาเป็นวิธีการเขียนที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างความลวงตาและพื้นผิว
ของภาพ ระหว่างความเข้าใจและการมองเห็น จะเด่นมากในการสร้างภาพ
นามธรรมที่เน้นรูปทรงเรขาคณิต ที่มีขอบและเส้นรอบนอกที่คมชัด ทิศทาง
ของรูปทรงและเส้นรอบนอกมักจะหักเห ยักเยื้อง ทำให้ตาของเราเห็นว่ามัน
เคลื่อนไหววูบวาบ โดยเฉพาะเมื่อเราจ้องมองมันนิ่งๆ สักพัก แล้วเหลือบสายตา
ให้เคลื่อนไปจากเดิมเล็กน้อย รูปทรงและเส้นที่ศิลปินวางไว้อย่างเหมาะเจาะจะ
ทำปฏิกริยากับการมอง ทำให้เห็นว่ามันเคลื่อนไหววูบวาบนิดๆ หรือในบางกรณี
รูปทรงที่จิตรกรสร้างขึ้นจะดูนูนสูงขึ้น เว้าต่ำลงหรือปูดออกอย่างสมจริง ทั้งๆ
ที่มันเป็นภาพแบนๆ เท่านั้น

ลักษณะเด่นอีกสองประการก็คือ ภาพเขียนเหล่านี้มักจะดูเนี้ยบเป็นระเบียบ
ราวกับถูกผลิตด้วยเครื่องจักร ไม่ใช่งานฝีมือมนุษย์ แสดงถึงความสมัยใหม่
ทำให้นึกไปถึงอะไรที่เป็นอุตสาหกรรม เป็นบุคลิกของเมืองใหญ่
จุดสำคัญที่สุดของภาพแบบนี้คือ เป็นภาพที่มีผลต่อการมอง ทำให้เกิดการ
ลวงตา

ชื่อ อ็อพ อาร์ต (เป็นที่นิยมในยุโรปและสหรัฐฯ) เป็นชื่อที่ย่อมาจากคำว่า อ็อพ
ติเคิล อาร์ต (optical art) บางทีก็มีการเรียกว่า เรทินัล อาร์ต (retinal art)
หรือ เพอร์เซ็ปชวล แอ็บสแตรคชัน (perceptual abstraction) หรือศิลปะที่
เกี่ยวกับสายตาและการมองนั่นเอง




หน้ า 16

ทวารวดี

จิตรกรรมฝาผนังสมัยทวาราวดี
เป็นจิตรกรรมเริ่มแรกในสมัยประวัติศาสตร์เป็นภาพลายเส้นสลักบนแผ่นหิน
แผ่นอิ ฐและ แผ่นโลหะ เป็นรูปคน สัตว์และลวดลาย มีอิทธิพลของศิลปะแบบ
คุปตะ จากประเทศอินเดีย ภาพเขียน สี รูปคน และภาพลวดลายเรขาคณิต กับ
ลายพันธุ์ พฤกษาบนแผ่นอิฐ ในพุทธศตวรรษที่ 11 - 12 ภาพคนเขียนด้วยสี
ขาว ส่วนภาพลวดลายบนแผ่นอิฐเขียนด้วยสีแดง ดํา ดินเหลือง และขาว และ
ได้พบการเขียนสีบนภาพนูนต่ํา และปูนปั้ นประดับอาคารมี ภาพบนน้ําปูนเป็นจํา
นวนมากที่ ทําให้สันนษฐานว่าสมัยทวาราวดีอาจมี บางแห่งเขียนด้วยวิธีเขียนสี
ปูนเปียก

หน้ า 17

ศรีวิชัย

จิตรกรรมฝาผนังสมัยศรีวิชัย
สมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13 - 14 ภาพจิตรกรรมฝาผนังในถ้ําศิลป์ จังหวัด
ยะลา มีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะ เห็นได้จากความกลมกลืนของภาพ ซึ่งเขียน
ด้วยความมุ่งหมายทางพุทธศาสนา อันเป็นอิทธิพลจากประติมากรรมชวา ภาพ
เขียนด้วยสีฝุ่นบนพืนผนังถ้ําที่เตรียมรองพื้นด้วยสีขาว สีที่ใช้มีดินเหลือง ดํา
(เขม่าไฟ) ดินแดง

หน้ า 18

สมัยเชียงแสน

สมัยเชียงแสนหรือล้านนาไทย (พุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๒๔)
"เชียงแสน" ปัจจุบันเป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย นักโบราณคดีได้
กำหนดแบบศิลปกรรมภาคเหนือขึ้น เรียกว่า ศิลปะเชียงแสน
อาณาจักรเชียงแสน หรือปัจจุบันนิยมเรียกว่า อาณาจักรล้านนาไทย เพื่อให้มี
ความหมายกว้างขึ้นหมายถึง เมืองต่างๆ ทางภาคเหนือ หรือเขตจังหวัดต่างๆ
ในปัจจุบัน เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ และน่าน เป็นต้น
อาณาจักรนี้มีความเจริญ มีอารยธรรม และวัฒนธรรมเป็นแบบหนึ่งโดยเฉพาะ
พงศาวดารเมืองหริภุญไชย กล่าวถึงความเจริญของบริเวณภาคเหนือ โดย
เฉพาะที่เมืองหริภุญไชย ซึ่งคือ ลำพูนในปัจจุบันว่า เจริญมาแต่ราวต้นพุทธ
ศตวรรษที่ ๑๔ พระนางจามเทวี พระราชธิดากษัตริย์ละโว้เสด็จไปครองเมืองหริ
ภุญไชย เมืองนี้เจริญสืบต่อมา จนถึงสมัยที่พระเจ้าเม็งราย เสด็จจากเชียงแสน
มาสร้างเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของภาคเหนือ จึงย้ายจากลำพูนมาอยู่ที่
เชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๓๙ เป็นต้นมา

จิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์
จ.น่าน แสดงให้เห็นการแต่ง
กายของชาวเหนือที่ใช้ผ้าและ
ลวดลายแบบไทย

หน้ า 19

สมัยสุโขทัย

งานจิตรกรรมสมัยสุโขทัยนั้นปรากฏว่ามีการทำภาพแกะลายเบา โดยแกะสลัก
บนหินเป็นลายเส้น ตัวอย่างเช่น ภาพแกะสลักลายเส้นบนเพดานผนังอุโมงค์วัด
ศรีชุม สลักเรื่องโคชานิยชาดก สำริดจากวัดเสด็จ ตลอดจนจิตรกรรมฝาผนัง
พบที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว ภายในคูหาชั้นในของมณฑปที่มีเรือนยอดเป็นปรางค์
ผสมเจดีย์ทรงระฆังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง แต่ปัจจุบันลบเลือนเกือบหมดแล้ว
แต่นับเป็นคุณูปการแก่คนไทยอย่างยิ่งที่ท่านศาสตราจารย์เฟื้ อ หริพิทักษ์ ซึ่ง
เป็นผู้ที่รัก เข้าใจ และเห็นคุณค่าของจิตรกรรมไทย ได้ทำการคัดลอกภาพ
จิตรกรรมฝาผนังจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวไว้เป็นหลักฐานให้อนุชนรุ่นหลังได้ทำการ
ศึกษาต่อมา

งานศิลปกรรมของแต่ละชาติแต่ละยุคในสมัยแรกๆ อาจมีลักษณะแบบ
อย่างดั้งเดิม หรือได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากชนชาติที่มีความเจริญสูงกว่า ต่อ
มาก็พัฒนาสร้างลักษณะแบบอย่างที่มีเอกลักษณ์ของตนเองจนจัดได้ว่ามีความ
เจริญสูงสุด หรือที่เรียกว่าเป็นยุคทอง (golden age)
หรือยุคคลาสสิค (classic age) ที่ชี้ชัดให้เห็นถึงความสามารถทางศิลปะเป็น
พิเศษไม่มียุคใดสมัยใดของชาตินั้นๆ เปรียบเทียบได้

หน้ า 20

สมัยอยุธยา

จิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา
จิตรกรรมสมัยอยุธยา คือ จิตรกรรมไทยประเพณีที่มีอายุเริ่มตั้งแต่การ
สถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานี เมื่อ พ.ศ. 1893 จนถึงเมื่อเสียกรุง
ศรีอยุธยา พ.ศ. 2310 ลักษณะของจิตรกรรมสมัยอยุธยาที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็น
จิตรกรรมที่เกิดขึ้นในภาคกลางของประเทศไทย มีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลาง
ซึ่งจิตรกรรมมีลักษณะเป็นงานที่มีรูปแบบองค์ประกอบ เทคนิค และวัฒนธรรม
ตาม แบบจิตรกรรมไทยประเพณีภาคกลาง ที่ได้รับอิทธิพลหรือมีครูจากกรุง
ศรีอยุธยา ลักษณะศิลปกรรม จึงเป็นแบบที่เกิดจากราชสำนักและถ่ายทอดต่อ
ไปยังเมืองต่างๆ ได้แก่ อ่างทอง ลพบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี กรุงเทพ
ฯลฯ
ในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้นคงมีจิตรกรรมเป็นเครื่องประดับอาคาร
ศาสนสถาน พระบรมมหาราชวัง ตลอดจนเครื่องใช้ต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก
จิตรกรรมเป็นงานละเอียดอ่อนและ บอบบาง จึงชำรุดและสญเสียไปได้ง่าย
การศึกษาเกี่ยวกับจิตรกรรมสมัยอยุธยา จึงจำเป็นจะต้องหาจากหลักฐานต่าง
เท่าที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น

หน้ า 21

สมัยรัตนโกสินทร์

สมัยรัตนโกสินทร์เป็นจิตรกรรมที่เขียนขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2325 ลงมาจนถึง
ปัจจุบัน มีรูปแบบการเขียนตามแบบไทยแนวประเพณี และแบบร่วมสมัย โดย
เฉพาะจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนขึ้นตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอด
ฟ้าจุฬาโลกมหาราชจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดเป็น
จิตรกรรมไทยที่มีคุณค่าทางความงามมาก มักใช้สีตัดเส้น และปิดทองลงบน
ภาพ ภาพเขียนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 1 มีอยู่ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ภายใน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วัดระฆังโฆสิตาราม วัดดุสิตาราม
กรุงเทพมหานคร สมัยรัชกาลที่ 2 ทรงอุปถัมภ์ช่างศิลป์ ส่งผลให้มีการ
สร้างสรรค์งานจิตรกรรมขึ้นอย่างแพร่หลาย ผลงานอันโดดเด่น ได้แก่
จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดสุวรรณาราม (วัดทอง) ริมคลอง
บางกอกน้อย ซึ่งได้เป็นแม่แบบให้ศิลปินรุ่นหลังใช้เป็นแนวทางในการศึกษาและ
สร้างสรรค์งานมาจนถึงทุกวันนี้

จิตรกรรมฝาผนังในสมัยรัตนโกสินทร์ที่มีการปิดทองลงในภาพ

หน้ า 22

จhิtตtรpกs:ร/ร/tมhบ.wาโikรip-eวdิกiิaพ.ีoเดrียg/wiki/ บรรณานุกรม
18 ตุลาคม 2565

hศิtลtปpsะย:ุ/ค/hคisลtสoสrิคyo-fปarรtะว6ั1ต.ิwศoาสrตdpร์ress.com/2017/01/12/first-blog-post/
18 ตุลาคม 2565

ศhิtลtปpsะแ:/บ/sบitโรesแ.มgนoตoิกgrloe.mcaonmti/ca/issamm-akhkishti.oacr.ytoh/fhiasrttoryofart/silpa-smay-him-modern-art/silpa-baeb-ro-
maen-tik-romanticism
18 ตุลาคม 2565

hสิtลtปpะsแ:/บ/aบnเgรีiยeลgลrิสoมu์p(.rweoalrisdmpr) eIsasn.gcioegmr/2o0u16p/03/26/
18 ตุลาคม 2565

ศhิtลtปpsะแ:/บ/sบitอิeมs.เgพoรสoชัg่นlนeิส.cม์oimm/par/essasmioaknkihsim.ac- .htihs/thoisrtyooryfoafratrt/silpa-smay-him-modern-art/silpa-bae-bxim-
phers-chan-ni-sm-impressionism
18 ตุลาคม 2565

hศimิtลtpปprsะeแs:/sบ/siบoitโnพeissส.mgต์o–oอิgมlเeพ.cรสoชัmน/มaิ/สsมid์ a(Psochsot-oImlp.arces.tshio/2n3i/ssmil)pa-baeb-pho-st-xim-phers-chan-ni-sm-post-
18 ตุลาคม 2565

ศhิtลtปpsะแ:/บ/aบnคgิวieบgิสrมo์ (ucpu.wboismrd) pIraensgs.icegormo/2u0p16/03/26/
18 ตุลาคม 2565

1จhิ8tตtตรpุกลs:าร/คร/wมมwวั2ดw5อ.6ุfโ5iมneงaคr์tกs.าcรคm้นu.พacบ.ใtหhม/่eข_อlงeaจิrตnร/aกrรtรhมisล/้fาuนtนuาrism-mondrain_09-05.pdf
ศhิtลtปpsะน:/า/tมhธ.wรรikมip-edวิiกaิ.พoีเrดีgย/wiki/
18 ตุลาคม 2565
ศh18ิtลtตปpุลsะแ:า/คบ/aมบnเg2ซ5iอe6gเ5รีrยoลิuสpม.์w(osurrdrperaelsissm.c) oI man/g20ie16g/0r3o/u26p/ิ
hศิtลtปpsะ :ล/ั/ทsiธtิปe๊sอ.ปgอoาoร์ตgl(ep.ocpoamr/ts)ite/popart20thcentury/
18 ตุลาคม 2565
OhtptpAsr:t//mหyรืwอatศิtลaปnaะwลวitง.wตoา rI dmpyrweastst.canoawmi/t2012/03/31/op-art
18 ตุลาคม 2565

1จhิ8tตtตรpุกล:/าร/sครoมมfฝ2aาr5ผ-6aน5rังtไ.bทlยoสgมัsยpปoรtะ.วcัตoิศmาส/2ต01ร์2/01/blog-post_6575.html
1hส8tมัtตยpุลเsช:าี/ยค/sงมaแr2สa5nน6uห5kรrือoลm้าtนhนaiา.o(พrุ.ทtธh/ศsตubว/รbรoษoที่k/18b-o2o5)k.php?book=15&chap=5&page=t15-5-infodetail02.html
hจิtตtรpก:/ร/wรมww.info.ru.ac.th/province/sukhotai/art3.htm
18 ตุลาคม 2565

ผhtลtงpาsน:/ท/ัmศeนdศiิuลmป.์cสoมัยmร/ั@ตpนaโsกuสbิoนทx/ร5์
18 ตุลาคม 2565

หน้ า 23

THANK YOU


Click to View FlipBook Version