The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทาน ชุดวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้
เรื่อง นายดัน คำกาพย์
สำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sinebank2012, 2022-11-04 15:05:03

นายดัน คำกาพย์

นิทาน ชุดวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้
เรื่อง นายดัน คำกาพย์
สำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ 2563

นิทาน

ชุดวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

คำนกาายพดยั์น

นิทาน ชุดวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้
เรื่อง นายดัน คำกาพย์













สำหรับเด็กอายุ 9 ปีขึ้นไป
พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ 2563

ตแัวนละนะคำร

นายดัน
ชายตาบอดใสผู้มีไหวพริบดี

นางริ้งไร
ภรรยานายดำเป็นคนซื่อ ไว้ใจสามี

ณ หมู่บ้านปราจิณ มีตายายคู่หนึ่ง มีลูกชายตาบอด ชื่อว่า “นายดัน” เล่าขานกัน
ว่า เป็นผู้ที่มีไหวพริบ แต่เพราะกรรมเก่าที่เคยทำไว้ ทำให้เกิดมาตาบอดใส ส่งผล
ให้มองภาพเลือน

ตาบอดแรกคลอดออกมา เนตรทั้งซ้ายขวา
ทัศนาสิ่งใดบ่เห็น

เดิมเล่ากันว่าชาติก่อน นายดันเป็นเศรษฐีชาวนาคอยดูทาง หากพระบิณฑบาต
ให้รีบบอก “ตักบาตรกัน” แต่ครั้งหนึ่ง นายดันแสร้งทำไม่เห็นพระ

เพราะเวรากรรมย่ำยี ชาติก่อนเพื่อนนี้
ได้เป็นเศรษฐีชาวนา โคจรผ่านมา
เข้าในคามัน
พระสงฆ์ผู้ทรงศีลา เห็นแล้วแบือนหน้า
บิณฑบาตโภชนาทุกวัน เคืองแค้นแสนเข็ญ
ยังชื่นลืนตา
แว่นนึงแต่เช้าเต้าผัน
หันเข้าไปสู่เคหา

นายดันหันเปรแลมา
ทำว่าไม่รู้ไม่เห็น

พระสงฆ์ได้ความลำเค็ญ
ก็กลับไปยังอาราม์

กรรมเวียนตามเบียนอาตมา
ทัศนาบ่เห็นสิ่งใด

เมื่ออายุ 30 ปี อยากมีภรรยาจึงไปขอลูกนางทองสา
มีชื่อว่า “นางริ้งไร” ฝ่ายหญิงไม่รู้ว่านายดันตาบอดใส
จึงตกลงปลงใจแต่งงานด้วย

ความพิการไม่ได้เป็นอุปสรรคในการแต่งงานของนายดัน เขาพยายามใช้ไหว
พริบในการแก้ปัญหาต่างๆ เพราะกลัวว่า ว่าที่ภรรยาจะรู้ว่าเป็นคนตาบอด
โดยการแสร้งเหยียบขี้ไก่แล้วนั่งทำเช็ดถูอยู่นอกชาน ทั้งที่ไม่ได้เหยียบจริง

เมื่อคนทัก นายดันจึงแก้ตัวว่า

ขอน้ำสักน้อย ล้างตีนเรียบร้อย จึงค่อยไคลคลา
ทำดมทำเช็ด เสร็จแล้วด้วยไว แล้วจึงขึ้นไป
ยอไหว้ซ้ายขวา

ขณะอยู่กินกับนางริ้งไร วันหนึ่งนางริ้งไรจัดสำรับไว้ให้ แล้วลงไปทอผ้า
ใต้ถุนบ้าน นายดันเข้าครัวมาหาข้าวกินเอง ทำข้าวหกเรี่ยราดลงใต้ถุนครัว

มือกุมจวัก จ้องจดคดควัก ข้าวหกตกบ่า
ครั้นเมียแลเห็น จึงร้องถามมา ขัดใจหรือหนา
เทข้าวปลาเสีย

นางริ้งไรร้องทักว่า เทข้าวทำไม นายดันจึงแก้ตัวว่า

เป็ดไก่เล็กน้อย บ้างง่อยบ้างเพลีย ตัวผู้ตัวเมีย
ผอมไปสิ้นที
แต่เพียงเรามา มีขึ้นดิบดี
อกเหมือนคมพร้า ชิงกันอึงมี่ กลับว่าเรานี้
หว่านลงทุกวัน
ขึ้นโกรธโกรธา

วันหนึ่งนางริ้งไรให้นายดันไปไถนา นายดันบังคับวัวไม่ได้ วัวหักแอกหัก
ไถ หนีเตลิดไป นายดัน จึงเที่ยวตามวัว ได้ยินเสียงลมพัดใบไม้แห้ง
ชายป่า เข้าใจว่าเป็นวัวจึงวิดน้ำเข้าใส่ เพื่อให้วัวเชื่อง

วัววิ่งไปเร็วพลัน แต่นายดันลงโก้งโค้ง
ลุกขึ้นวิ่งโหยงๆ ตามโคไปก็ไม่ทัน
อย่ากลัวกูอยู่ที่นั่น
เพื่อนร้องว่ายูๆ หันเข้าป่าพาไปไกล
วัวได้ยินกลัวตัวสั่น ลมพัดแรงอยู่แกว่งไกว
ตรงเข้าไปนึกว่าโค
ใบไม้หักเหี่ยวแห้ง
ได้ยินก็ดีใจ

นางริ้งไรมาเห็นเข้าจึงถามว่าทำอะไร

นายดันได้แก้ตัวว่า กลับปราศรัยคิดแก้ตัว
นายดันปัญญาไว ปะรังเเตนแล่นไม่ทัน
วิดน้ำใส่ตายเหมือนกัน
พี่เดินไปตามวัว เอารังมันจมน้ำเสีย
จะเอาไฟ หาไม่ไฟ

ครั้นแม่บินออกพลัน

อยู่มาวันหนึ่งนายดันจะกินหมาก แต่ในเชี่ยนหมากไม่มีปูน จึงร้อง
ถามนางริ้งไร นางบอกที่วางปูนให้แต่นายดันหาไม่พบ ได้ร้องถาม
อีกหลายครั้งแต่ก็ไม่พบ นายดันจึงร้องท้าให้นางริ้งไรขึ้นบ้านมาดู
หากปูนมีตามที่บอก จะยอมให้นางริ้งไรเอาปูนมาทาขยี้ตา

แล้วนางริ้งไรก็หาปูนจนเจอ แล้วนางน้องมองดูไป
นั่นมิใช่ปูนอยู่หนา
ครั้นถึงเดินเข้าห้อง เอายีตาเข้าด้วยไว
เห็นตั้มอยู่แต่ไกล นี่มิใช่ห่อปูนหรือ

กำลังนางโกรธา
ว่าผมกลับหนำใจ

นายดันได้ครั้นได้ช่อง จึงกล่าวพร่องร้องว่าไป
อนิจจาเจ้าหน้าใย น้ำใจบาปช่างหยาบช้า
บอดเสียแล้วทั้งสองตา
เอาปูนมายีพี่ ฆ่าให้ตายไม่น้อยใจ
แม้เจ้าเอามีดพร้า

นางริ้งไรจึงเอาปูนมาทาขยี้ตานายดัน

นายดำถือโอกาส
จึงร้องบอกว่า
ตาบอดเพราะ
ปูนทานั่นเอง

นางริ้งไรเห็นว่านายดันตาบอดเพราะตนทาปูนที่ตาของนายดัน จึงรู้สึกผิดมาก

จึงตักเอาอุทกา ล้างภักตราให้สามี

วอนว่าข้าพเจ้านี้ มิได้แกล้งอย่าแคลงใจ

นางริ้งไรจึงเที่ยวหาหมอมารักษา เละด้วยกรรมที่เคย
ทำหมดสิ้นแล้ว จึงมีผู้มารักษาจนนายดันหายตาบอด

นายดันจึงถามภรรยา ว่าน้องเจ้าอา
หมอท่านอยู่แห่งใด หมอยานั้นไซร้
หาตัวเขามา
นางบอกนายดันด้วยไว ว่าพี่นี้ประวิง
เขาอยู่หัวไตรแต่ไรมา ว่าข้าขอบใจ
สามบาทโดยหมาย
นายด้านจึงมีวาจา
พบพี่สักทีดีจริง

เร็วไวไปเถิดยอดมิ่ง
ขวนขวายว่าให้พบกัน

นายดันพูดจาปราศรัย
หนวยตาข้าไซร้ได้หาย

เทถุงเงินออกยื่นให้
บัวศรีรับไว้ยินดี

จากนั้นนายดันกับนางริ้งไร ก็อยู่กินกันอย่างมีความสุข
จนนางริ้งไรตั้งครรภ์

นายดันกับนางริ้งไรก็มีลูกด้วยกัน ชื่อ ทองดึง

จึงให้นามกร ชื่อเจ้าบังอร ทองดึงภูงา

ต่างมาให้พร รีบจรไคลคลา ทองดึงลูกยา

ค่อยมาทรงวัย

จากนั้นนายดันจึงบอกเมียว่าอยากบวช

ข้างฝ่ายนายดัน ด้วยกุศลนั้น

รำลึกถึงกรรม ทำมาแต่ไร

แก่ไรนางน้อง

ดูราคาน้องรัก แก้วพี่มีศักดิ์ พี่จักจากห้อง
เจ้าอย่าหม่นหมอง
ไปบวชเป็นสงฆ์ มั่นคงแล้วน้อง

เชิญน้องเอาบุญ

เมียก็ไม่ขัดข้อง และให้นายดันบวชเป็นพระอยู่กุฏิ และ นางริ้งไร
ก็พาลูกกลับบ้าน ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป

ฝ่ายข้างนางไร ฟังผัวปราศรัย มีใจชื่นบาน
เชิญบวชเถิดพี่ น้องมิเป็นมาร เสร็จแล้วมินาน
แจ้งการญาติกา

เกร็ดเสริมเติมความรู้

เรื่องนายดันคำกาพย์ เขียนบันทึกลงในสมุดข่อย ต้นฉบับเป็นของวัดท่า
เสริม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ด้วยกาพย์ 3 ชนิด คือ
กาพย์ยานี11, กาพย์ฉบัง16, กาพย์สุรางคนางค์28

ข้อคิดจากเรื่อง

ผู้มีไหวพริบดีรู้จักแก้ปัญหา จะพาตัวรอดพ้นจากอุปสรรคได้
สะท้อนความเชื่อในกฎแห่งกรรม คือ เชื่อว่านายดันเกิดมาตาบอดใส
ในชาตินี้ เป็นผลจากกรรมในชาติที่แล้ว

เอกสารอ้างอิง

ชวน เพชรแก้ว. (2548). วรรณกรรมทักษิณ : วรรณกรรมคัดสรร
เล่ม 6. กรุงเทพฯ : พิมพ์ลักษณ์


Click to View FlipBook Version