The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

กลุ่มที่ 4 น้ำหอมจากดอกไม้ไทย

เรื่อง น้ำหอมจากดอกไม้ไทย (perfume from Thai flower) โดย 1. นายขจรศาสตร์ บัวระพันธ์ เลขที่ 4 2. นายรุ่งรดิศ กุศล เลขที่ 14 3. นายพีรวิชญ์ อุ่นเป็ง เลขที่ 16 4. นายสิทธิโชค ตะเภาทอง เลขที่ 17 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 เคาะ 1 Enter ตัวอักษร 18 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้ารายวิชา IS2 การสื่อสารและการนำเสนอ (Communication and Presentation) ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565


เรื่อง น้ำหอมจากดอกไม้ไทย (perfume from Thai flower) ผู้จัดทำ 1. นายขจรศาสตร์ บัวระพันธ์ เลขที่ 4 2. นายรุ่งรดิศ กุศล เลขที่ 14 3. นายพีรวิชญ์ อุ่นเป็ง เลขที่ 16 4. นายสิทธิโชค ตะเภาทอง เลขที่ 17 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 ครูผู้สอน นางสาวสุนทรา ธรรมสอน โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 36


(ก) เรื่อง : เรื่อง น้ำหอมจากดอกไม้ไทย Subject Matter : perfume from Thai flowerคาะ Enter 8 คณะผู้จัดทำ : 1. นายขจรศาสตร์ บัวระพันธ์ เลขที่ 4 2. นายรุ่งรดิศ กุศล เลขที่ 14 3. นายพีรวิชญ์ อุ่นเป็ง เลขที่ 16 4. นายสิทธิโชค ตะเภาทอง เลขที่ 17 โรงเรียน : สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงรายเคาะ Enter 8 ครูผู้สอน : ครูสุนทรา ธรรมสอนเคาะ Enter 8 ปีการศึกษา : 2565 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสิ่งประดิษฐ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าน้ำหอมจากดอกไม้ ไทยมีประสิทธิภาพและคุณสมบัติมากเพียงใด ผู้ศึกษาได้ทำการศึกษาค้นคว้าโดยการใช้น้ำหอมกับ นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ชั้น ม.4.12 จำนวน 36 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้รวบรวม แบบสอบถาม (google form) และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การหาค่าเฉลี่ยและร้อยละจากแบบสอบถาม ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่าน้ำหอมจากดอกไม้ไทยนั้นมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมสามารถให้กลิ่น หอมและการกระจายกลิ่นที่ดีได้อีกทั้งยังไม่มีสารแอลกอฮอลล์ในน้ำหอม ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อ ผิวหนังซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าน้ำหอมที่ไม่ใช้แอลกอฮอลล์มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าน้ำหอม ที่ใช้แอลกอฮอลล์ดังงานวิจัยเรื่องน้ำหอมที่ได้กล่าวไว้


(ข) กิตติกรรมประกาศ เคาะ 1 Enter ตัวอักษร 18 การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้โดยความช่วยเหลือจาก คุณครูสุนทรา ธรรมสอน ที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำคอยช่วยเหลือในการทำโครงงานให้สำเร็จลุล่วง ผู้ศึกษาขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย นอกจากนี้ผู้ศึกษาขอขอบคุณคณะครูทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำที่เป็น ประโยชน์ตลอดจนถึงบิดามารดาของคณะผู้จัดทำที่ให้การสนับสนุนในการศึกษาและคอยเป็นกำลังใจ ให้เสมอมา หากการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จะเกิดประโยชน์แก่ผู้สนใจโดยทั่วไปขอมอบความดีและ คุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นแด่ คุณครูสุนทรา ธรรมสอน และคณะครูทุกท่าน ลงชื่อ นายขจรศาสตร์ บัวระพันธ์ นายรุ่งรดิศ กุศล นายพีรวิชญ์ อุ่นเป็ง นายสิทธิโชค ตะเภาทอง


(ค) สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1 ประโยชน์ของการศึกษา 1 ขอบเขตของการศึกษา 2 สมมติฐานของการศึกษา 2 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 2.1. การผลิตน้ำหอม 4 2.2. ส่วนประกอบของการทำน้ำหอม 5-10 2.3. พรรณไม้ไทยที่ให้กลิ่นหอม 11 บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ์และวิธีการดำเนินการ 12 3.1 เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ 13-14 3.2 ขั้นตอนการดำเนินการ 14-16 3.3 แผนการปฏิบัติการ 17 3.4 ขอบเขตด้านงบประมา 17 3.5 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 17


เรื่อง หน้า 3. 6 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 18 3. 7 วิธีการสร้างข้อมูล 18 -19 3. 8 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 19 3. 9 การวิเคราะห์ข้อมูล 20 3.1 0 สถิติในการใช้วิเคราะห์ข้อมูล 2 0 บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า 2 1 ตารางที่ 3 2 2 ตารางที่ 4 2 3 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 2 4 5.1 วัตถุประสงค์การศึกษา 24 5.2 สมมติฐานการศึกษา 24 5.3 ขอบเขตการศึกษา 25 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 25 5.5 วิเคราะห์ 2 6 5.6 สรุปผลการศึกษา 2 6 5.7 ข้อเสนอแนะ 2 6 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ประวัติผู้จัดทำ


(ง) สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 1 ตารางการวางแผนปฏิบัติการ 17 ตารางที่ 2 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจ 22 ตารางที่ 3 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจ 23


(จ) สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 1 น้ำหอมที่ถูกบรรจุในขวดรูปทรงที่แตกต่างกัน 5 ภาพที่ 2 ตัวอย่างโมเลกุลที่ถูกใช้ในกลิ่น (Note) แต่ละส่วนของน้ำหอม 7 ภาพที่ 3 น้ำหอมไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีกลิ่นเดียว 9 ภาพที่ 4 โครงสร้างทางเคมีของอัลดีไฮน์และคีโตนที่พบได้ตามธรรมชาติ 9 ภาพที่ 5 ดอกไม้ไทยชนิดต่างๆ 13 ภาพที่ 6 ขวดใส่น้ำหอม 13 ภาพที่ 7 น้ำมันหอมระเหย 13 ภาพที่ 8 เข็มฉีดยา 13 ภาพที่ 9 ขวดน้ำกลั่น 14 ภาพที่ 10 ขวดโหล 14 ภาพที่ 11 ขั้นตอนการใส่ดอกไม้ไทย 15 ภาพที่ 12 ขั้นตอนการเทน้ำ 15 ภาพที่ 13 ขั้นตอนการเติมน้ำมันหอมระเหย 16 ภาพที่ 14 ขั้นตอนการเติมใส่ขวดน้ำหอม 16 ภาพที่ 15 แบบสอบถามโดยใช้google form 18 ภาพที่ 16 แบบสอบถามโดยใช้google form 19 ภาพที่ 17 ภาพการเก็บข้อมูล 19


1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา น้ำหอม (Perfume) เป็นสารละลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยสารประกอบที่ให้กลิ่น หอม แอลกอฮอล์และน้ำ โดยเอเวอรี่ กิลเบิร์ต นักจิตวิทยาด้านประสาทสัมผัสท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่ ปรึกษาในอุตสาหกรรมน้ำหอมกล่าวว่า กลิ่นจะต้องเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่เบาพอที่จะลอยอยู่ใน อากาศได้ทั้งนี้เซลล์ที่มีความสำคัญในการรับรู้กลิ่นก็คือ เซลล์ประสาทรับกลิ่นที่อยู่ภายในจมูก มนุษย์ รู้จักวิธีการชโลมร่างกายด้วยกลิ่นหอมมากว่าพันปีแล้ว โดยผู้คิดค้นน้ำหอมรายแรกของโลกเป็นหญิง ผู้ดูแลในพระราชวังใน ยุคบาบิโลนเมโสโปเตเมียหรือราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล การใช้สารเคมีในน้ำหอมในปัจจุบันนั้นส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อร่างกายมนุษย์และ เราอยากทำ น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ไทยเพื่อให้มีกลิ่นที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์สามารถที่จะอนุรักษ์กลิ่นชอง ดอกไม้ไทยได้ เราจึงเกิดแนวคิดอยากศึกษาเกี่ยวกับการทำน้ำหอมที่ไม่ใช้สารเคมีเพื่อตอบสนองต่อความ ต้องการของเราซึ่งทำมาจากดอกไม้ของไทย จุดประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสรรพคุณของดอกไม้ไทยประกอบไปด้วย ดอกมะลิดอกแก้ว ดอกโมก ดอกลีลาวดีดอกราตรีที่เป็นวัตถุดิบในการทำน้ำหอม 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพของน้ำหอม เช่น ความติดทนนาน การกระจายตัวของกลิ่น 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้น้ำหอมของเรา ประโยชน์ของการศึกษา 1.ได้ศึกษาสรรคุณของดอกไม้และกรรมวิธีการทำน้ำหอม 2.ได้พัฒนาคุณภาพของน้ำหอมที่เราจัดทำ 3.ได้ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้น้ำหอมของเรา


2 ขอบเขตของการศึกษา 1.ขอบเขตของเนื้อหา ศึกษาเรื่องน้ำหอมจากดอกไม้ไทยโดยไม่ใช้สารเคมี 2.สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย 3.ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์2566 4.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง - ประชากร (ทั้งหมด) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 516 คน - กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำนวน 36 คน สมมติฐานของการศึกษา ถ้าผู้คนหันมาใช้น้ำหอมจากดอกไม้ไทยที่ไม่ใช้สารเคมีดังนั้นจะทำให้ค่านิยมของผู้คนหันมา ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารเคมีมากขึ้น นิยามศัพท์เฉพาะ น้ำหอม หมายถึง ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยหรือสารประกอบให้กลิ่น, สารฟิกเซทีฟ (fixative) ที่มีกลิ่นหอมกับตัวทำละลาย ใช้เพื่อให้ร่างกายมนุษย์, สัตว์, อาหาร, สิ่งของ หรือพื้นที่อยู่อาศัยมีกลิ่นที่น่าพึงพอใจโดยทั่วไปแล้วน้ำหอมมักอยู่ในรูปของเหลวและใช้ให้กลิ่นที่น่า เข้าหาแก่ตัวบุคคล การค้นพบทางโบราณคดีและเอกสารโบราณแสดงให้เห็นถึงการใช้น้ำหอมในอารย ธรรมยุคแรกสุดของมนุษย์น้ำหอมยุคใหม่นั้นเริ่มมีในศตวรรษที่ 19 ด้วยการ สังเคราะห์เชิงการค้า ของสารประกอบให้กลิ่น


3 ดอกไม้ หมายถึง ดอกของพืช มีสีสันและกลิ่นต่างกันแตกต่างกันไปในแต่ละชนิด สารเคมีหมายถึง เป็นสารวัสดุที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมได้จากกระบวนการเคมี สารประกอบเคมี(chemical compound) คือสสารที่ประกอบด้วย ธาตุเคมีตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมา ผสมกันทางเคมีในอัตราส่วนที่แน่นอน ธาตุเคมีเป็นสสารที่ไม่สามารถแบ่งให้เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากสารเคมีเดิม อนุภาคที่เล็กที่สุดของธาตุเราเรียกว่า อะตอมซึ่งประกอบด้วย อิเล็กตรอน โคจรรอบจุด ศูนย์กลางที่ เรียกว่า นิวเคลียส ที่ประกอบ โปรตอน และ นิวตรอน โมเลกุล เป็นอนุภาคที่เล็กที่สุดของ สารประกอบที่ยังมีคุณสมบัติของสารประกอบเดิมนั้นอยู่


4 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกียวข้อง การศึกษาเรื่องการทำน้ำหอมจากดอกไม้ไทยผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2.1 การผลิตน้ำหอม 2.2. คุณสมบัติเคมีในน้ำหอม 2.3 พรรณไม้ไทยที่ให้กลิ่นหอม 2.1 การผลิตน้ำหอม ความรู้เรื่องการปรุงแต่งน้ำหอมนั้นนั้นเป็นการกระบวนการที่เป็นเอกลักษณ์พิธีพิถันและ มีขั้นตอนมากมายละเอียดอ่อนที่สุคนธกรทุ่มเทและสร้างสรรค์ผลงานจากผู้ปรุงน้ำหอมชั้นนำจึงได้มี การผลิตน้ำหอมดังกล่าวขึ้นจากการปรุงแต่งนั้นเองการปรุงน้ำหอมต้องประกอบจากองค์ประกอบ สำคัญดังนี้(จันทร์สุดา ทิวาสวัสดิกุล,2560) 2.1.1 นักปรุงน้ำหอม นักปรุงน้ำหอม คือศิลปินที่มีความสามารถในการถ่ายทอดแนวคิดที่เป็นนามธรรมและอารมณ์ ความรู้สึกผ่านส่วนผสมองค์ประกอบที่ให้กลิ่นหอมนักปรุงน้ำหอมผสานองค์ประกอบเข้ากับแนวคิด ของน้ำหอม พิถีพิถันในการคัดสรรและปรุงแต่งส่วนผสมต่างๆของน้ำหอมจนสามารถสร้างสรรค์ น้ำหอมที่ดีได้ 2.1.2 ขั้นตอนที่แตกต่างกันในการทำน้ำหอม - ค้นคว้าด้วยที่นักปรุงน้ำหอมระดับอาชีพ - ผสานองค์ประกอบและแนวความคิด - ประเมินผลและทดสอบ - นำผลจากการทดสอบพัฒนาเพิ่มเติม - สร้างน้ำหอมที่มีเอกลักษณ์ - สร้างความหลากหลายให้กลิ่นของน้ำหอม


5 2.2 ส่วนประกอบของการทำน้ำหอม หัวน้ำมันหอม หัวน้ำมันหอมเป็นแหล่งที่มาของน้ำหอมที่เก่าแก่ที่สุดของการให้กลิ่นหอมขั้นต้นที่เป็นส่วนสำคัญส่วน หนึ่งที่ใช้ในการผลิตน้ำหอมซึ่งต้องคัดสรรหาหัวน้ำหอมที่มีคุณภาพดีและหอมทนนานเพื่อให้การผลิต เป็นไปตามขั้นตอนและถูกวิธีตามกลิ่นที่ได้จากหัวน้ำหอม สารสกัดจากธรรมชาติ สารสกัดจากธรรมชาติเป็นวัตถุดิบน้ำหอมบางชนิดต้นกำเนิดมาจากสารสกัดจากธรรมชาติของดอกไม้ และพืชที่ใช้เป็นส่วนช่วยในการปรุงแต่งน้ำหอมให้มีกลิ่นหอมคลายกับธรรมชาติ แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เป็นน้ำหอมโดยทั่วไปนั้นจะต้องมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อทำให้น้ำหอมกระจายกลิ่น คุณสมบัติเคมีในน้ำหอม มนุษย์รู้จักวิธีการชโลมร่างกายด้วยกลิ่นหอมมากว่าพันปีโดยผู้คิดค้นน้ำหอมรายแรกของโลก เป็นหญิงผู้ดูแลในพระราชวังในยุคบาบิโลนเมโสโปเตเมียหรือราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล ภาพที่ 1 น้ำหอมที่ถูกบรรจุในขวดรูปทรงที่แตกต่างกัน ที่มา domeckopol/Pixabay


6 โดยทั่วไปแล้วกลิ่นจะประกอบไปด้วยโมเลกุลที่กระตุ้นการรับกลิ่นผ่านตัวรับภายในจมูก กลิ่นของน้ำหอมก็เช่นกันน้ำหอมบางชนิดสังเคราะห์ได้จากวัสดุทางธรรมชาติในขณะบางชนิด สังเคราะห์ขึ้นจากสารตั้งต้นในห้องปฏิบัติการ ซึ่งสารที่นำมาใช้เพื่อทำน้ำหอมนั้นสามารถนำไปใช้กับ ผิวหนัง เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาทำความสะอาด เครื่องสำอาง รวมถึงสเปรย์ ปรับอากาศได้ทั้งนี้จากความแตกต่างของอุณหภูมิกลิ่นตัว และเคมีในร่างกาย (Body Chemistry) ของแต่ละบุคคล ทำให้น้ำหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป น้ำหอม (Perfume) เป็นสารละลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยสารประกอบที่ให้กลิ่น โดยเอเวอรี่ กิลเบิร์ต นักจิตวิทยาด้านประสาทสัมผัสท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่ปรึกษาในอุตสาหกรรมน้ำหอม กล่าวว่ากลิ่นจะต้องเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่เบาพอที่จะลอยอยู่ในอากาศได้ทั้งนี้เซลล์ที่มีความสำคัญใน การรับรู้กลิ่นก็คือเซลล์ประสาทรับกลิ่นที่อยู่ภายในจมูกเมื่ออากาศไหลผ่านจมูก โมเลกุลของกลิ่นจะ กระทบเข้ากับเซลล์ประสาทรับกลิ่น (Olfactory receptor cell) ที่แทรกอยู่ในเยื่อบุผิวบริเวณโพรง จมูกด้านบน โดยเซลล์ประสาทรับกลิ่นนั้นจะมีเซลล์ประสาทรับกลิ่นที่มีลักษณะเป็นขน (Ciliated sensory neurons) ซึ่งคอยจับกับโมเลกุลของกลิ่นที่ผ่านเข้ามาทางรูจมูก และเมื่อมีการจับกัน ระหว่างโมเลกุลของกลิ่นและเซลล์ขนแล้ว จะเกิดการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงความต่างศักย์ไฟฟ้าขึ้น ภายในเซลล์ประสาทรับกลิ่น เพื่อส่งต่อกระแสประสาทไปยังสมองให้แปลผลของกลิ่นที่ได้รับ ในความเป็นจริงแล้ว น้ำหอมถูกออกแบบมาเพื่อให้มีกลิ่น 3 ส่วนโดยในแต่ละ ส่วนจะค่อยๆ แสดงกลิ่นออกมาในเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ในวงการอุตสาหกรรมน้ำหอมมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกกลิ่นที่ ผสมผสานกันว่า “note” ซึ่งการรวมกันของกลิ่นอย่างลงตัวนั้นนำไปสู่ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้ใช้จะได้กลิ่นของ Top notes ในช่วง 15 นาทีแรกหลังการใช้น้ำหอมโมเลกุลของกลิ่น ในส่วนนี้จะระเหยและจางหายไปอย่างรวดเร็วนักออกแบบน้ำหอมจึงมักใช้กลิ่นที่โดดเด่นเพื่อดึงดูด ความสนใจ จากนั้นส่วนของกลิ่น Heart notes จะแสดงตัวออกมาและอยู่ได้นานประมาณ 3-4 ชั่วโมงโดยกลิ่นในส่วนนี้จะเป็นกลิ่นน้ำหอมหลักที่ทำให้ผู้ได้รับกลิ่นจดจำกลิ่นได้และกลิ่นในส่วน สุดท้ายคือ Base notes จะเป็นกลิ่นที่ช่วยสนับสนุนกลิ่นของน้ำหอมทั้งหมด มักจะเป็นสารประกอบ ของโมเลกุลที่ระเหยได้ช้า จึงทำให้กลิ่นคงอยู่ได้ตลอดทั้งวัน


7 นี่เป็นตัวอย่างคุณสมบัติของโมเลกุลที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจมากขึ้นในการระเหยของกลิ่นน้ำหอมทั้ง 3 ส่วน อย่างไรก็ดีการระเหย (Evaporation) เป็นกระบวนการที่ของเหลวเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแก๊ส โดยมีปัจจัยในเรื่องของแรงระหว่างโมเลกุล (Intermolecular forces) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผล ต่อกระบวนการ ทั้งนี้โมเลกุลที่มีแรงยึดเหนี่ยวกันมากก็ยิ่งกลายเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ที่ระเหยได้ช้าลง และเป็นเหตุผลให้กลิ่นของน้ำหอมเปลี่ยนแปลงไปในระหว่างวัน ภาพที่ 2 ตัวอย่างโมเลกุลที่ถูกใช้ในกลิ่น (Note) แต่ละส่วนของน้ำหอม ที่มา www.sciencecamps.psu.edu/news/2014-news/pdfs/science-of-perfumevalentines-day-science น้ำหอมยังสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของโทนกลิ่นได้ดังนี้ Floral เป็นกลิ่นดอกไม้เป็นกลิ่นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นหนึ่งในกลิ่น น้ำหอมที่มีความหลากหลายมากที่สุด โดยกลิ่นโดยรวมของมัน คือ กลิ่นหอมหวานที่ได้มาจากดอกไม้ กลิ่นที่เราคุ้นเคยอย่าง เช่น กลิ่นของ ดอกกุหลาบ มะลิกลิ่นน้ำหอม Floral มีตั้งแต่กลิ่นหอมหวานไป จนถึงกลิ่นที่มีความซับซ้อนและมีความหอมที่รุนแรงมาก ดอกส่วนผสมของดอกไม้ที่แต่ละแบรนด์ เลือกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์กลิ่น ทำให้เป็นประเภทของกลิ่นที่มีความหลากหลาย เวลาที่เราไป เลือกน้ำหอมกลิ่นนี้ควรดูดอกไม้ที่เป็นส่วนผสมของมันด้วย Citrus เป็นกลิ่นหอมสดชื่น สดใส มักจะเป็นกลิ่นจากผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้ม มะนาว ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง เหมาะกับการใช้ในเวลากลางวันเป็นกลิ่นที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความ เท่ ความสดชื่น เพียงแค่ฉีดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลิ่นของผลไม้ที่เลือกมาใช้ในน้ำหอม ก็มีความ แตกต่างกันอยู่บ้างอย่างพันธุ์ส้ม หรือมะนาวที่น้ำหอมขวดนั้น ๆ อาจจะมีความแรงของกลิ่น หรือให้ ความรู้สึกสดชื่นในแบบที่ต่างกันครับ สำหรับเขตอากาศร้อนอย่างประเทศไทย


8 Woody เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และเป็นกลิ่นที่ผู้ชายหลายคนเลือกใช้เวลาที่ได้กลิ่น เราจะนึกถึงป่าไม้ หรือภูเขาขึ้นมากลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นของไม้อย่าง Cedar, Sandalwood, หญ้าแฝก หรือ Amber ที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น เหมาะกับการใช้ในการออกงานช่วงค่ำหรือวันไปเดท ซึ่งกลิ่น Woody ยังสามารถแบ่งแยกออกไปได้อีก ว่าจะเป็นกลิ่น Woody ที่มีกลิ่น Citrus หรือกลิ่น หอมหวานอ่อน ๆ ของดอกไม้มาผสมให้กลิ่นดูมีมิติมากขึ้น หรือจะเป็นกลิ่นไม้แบบ Smoky และกลิ่น ของหนังอ่อน ๆ ผสมมาด้วยทั้งสองแบบจะมีมิติที่ต่างกันและให้ความรู้สึกอบอุ่นในแบบที่ไม่เหมือนกัน Leather กลิ่นหนังให้ความรู้สึกอบอุ่นอาจยังไม่พอ ใครกำลังมองหากลิ่นที่ให้ความรู้สึกสุขุม นุ่ม ลึก มันจะเป็นกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นหนัง อาจมีกลิ่นไหม้หรือกลิ่นยาสูบผสมมา ซึ่ง กลิ่นหนังก็เหมือนกลิ่น Woody ที่มีแยกย่อยออกไปบางตัวจะมีกลิ่นหนังที่เด่นชัด การเลือกกลิ่น Leather อาจจะต้องดูส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตน้ำหอมกันสักนิด เพราะความรู้สึกสุขุม นุ่มลึกของมัน อาจทำให้เราดูมีอายุมากกว่าวัย Fruity หรือผลไม้ ก็เป็นกลิ่นที่มีความหมายตามชื่อของมันครับ กลิ่นของน้ำหอม Fruity แต่ ละขวด จะขึ้นอยู่กับผลไม้ที่เลือกใช้เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์พลัม เชอร์รี่ ไปจนถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ต่าง ๆ กลิ่นน้ำหอม Fruity มีกลิ่นตั้งแต่กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ไปจนถึงกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกขี้เล่น นิด ๆ หรือ กลิ่นหอมหวานที่ดูมีความซับซ้อน Aquatic เป็นกลิ่นหอมสะอาด ๆ ที่เมื่อฉีดแล้วเราจะเห็นภาพของคลื่นน้ำ ทะเล ชายหาดใน ปัจจุบันนอกจากจะมีกลิ่น Aquatic ที่หอมสะอาด ๆ ให้กลิ่นคล้ายทะเลดังนั้นแบรนด์น้ำหอมต่าง ๆ ยังพัฒนากลิ่นให้มีมิติยิ่งขึ้น ตั้งแต่กลิ่นที่ให้ความรู้สึกของทะเลไปจนถึงกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ ท่ามกลางมวลน้ำก้อนใหญ่ Oriental กลิ่นเครื่องเทศ กลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นโทนอุ่นไปจนถึงร้อนแรงและกลิ่นติดทนนานจาก เครื่องเทศชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อบเชย วานิลลา ผลจันทน์เทศหอม กานพลูกระวาน โดยปกติจะ เป็นกลิ่นที่ใส่ออกงานกลางคืนหรือบางคนอาจจะเลือกใส่เวลาออกเดตกับเพิ่มความเย้ายวนน่าหลงใหล


9 ภาพที่ 3 น้ำหอมไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีกลิ่นเดียว อย่างที่กล่าวข้างต้น ส่วนผสมหลักของน้ำหอมคือ น้ำมันหอมระเหย แอลกอฮอล์ และน้ำ สำหรับส่วนผสมอย่างแอลกอฮอล์และน้ำกลั่น (Distilled water) นั้นถูกนำมาใช้เป็นตัวทำละลายใน การเจือจางน้ำมันหอม เพื่อให้น้ำหอมมีจุดแข็งของกลิ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งแอลกอฮอล์ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ Ethyl alcohol ในขณะที่น้ำมันหอม (Perfume oil) มีทั้งน้ำมันหอมระเหยที่ได้มาจากธรรมชาติ (Essential oils) และน้ำมันหอมที่สังเคราะห์ได้จากสารเคมีในห้องปฏิบัติการ (Synthetic oil) ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้วน้ำหอมที่ถูกผลิตขึ้นในปัจจุบันจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์มากกว่า เนื่องด้วยมีการควบคุมคุณภาพและกระบวนการผลิตที่ดีอีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติอาจทำซ้ำ ได้ยากดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะเลียนแบบกลิ่นหอมจากธรรมชาติด้วยสารที่สังเคราะห์ขึ้นมา สารประกอบของกลิ่นหอมที่พบได้ใน ธรรมชาติเช่น อัลดีไฮน์และคีโตน เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มี ออกซิเจนเป็นองค์ประกอบ โมเลกุลเหล่านี้มีน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติเป็นตัวทำละลายที่ดีจึงถูก นำมาใช้เป็นต้นแบบของสารสังเคราะห์ที่เป็นส่วนผสมในน้ำหอม ภาพที่ 4 โครงสร้างทางเคมีของอัลดีไฮน์และคีโตนที่พบได้ตามธรรมชาติ ที่มา bcachemistry.wordpress.com/tag/perfume


10 เอสเทอร์ (Esters) ก็เป็นหนึ่งในสารประกอบให้กลิ่นหอมที่พบได้ในดอกไม้และผลไม้ต่างๆ และ ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำหอมเช่นเดียวกัน โดยนักเคมีจะสังเคราะห์เอสเทอร์ด้วย ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน (Esterification) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เตรียมได้ระหว่างแอลกอฮอร์กับกรด อินทรีย์และมีกรดซัลฟิวริก (H2SO4) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และนี่คือสมการเคมีทั่วไปของปฏิกิริยาโดย Methyl butanoate นั้นให้กลิ่นคล้ายกลิ่นของผลไม้อย่างไรก็ดีสารสังเคราะห์บางตัวที่ถูกใช้เป็น ส่วนผสมในน้ำหอมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ พาราเบน (Paraben) เป็นสารกันเสียที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง ทั้งนี้สารดังกล่าวได้รับ การรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและมีปริมาณกำหนดในการเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างไรก็ดีจากผลการศึกษาพบว่า สารตัวนี้รบกวนการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนในร่างกายของมนุษย์ พาทาเลต (Pthalate) เป็นสารเคมีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในน้ำหอมโดยสารตัวนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพที่ เป็นอันตราย เช่น ความเสียหายต่อตับและไต ปริมาณอสุจิที่ลดลง พัฒนาการในวัยแรกแย้มของเด็กสาวรวมทั้งยัง เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อีกด้วย มัสก์สังเคราะห์ (Synthetic Musks) เป็นสารสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในน้ำหอม และเป็นหนึ่งใน สารอันตรายต่อร่างกาย โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายระบบการทำงานของเซลล์และฮอร์โมน อุตสาหกรรมน้ำหอมเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่กำลังเติบโตนักเคมีต่างพยายามพัฒนาสูตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้น้ำหอมที่มีกลิ่นที่เป็นที่ต้องการของตลาดด้านกลิ่นหอมสิ่งสำคัญที่ควรตระหนัก ถึงคือคนส่วนใหญ่ใช้น้ำหอมในกลิ่นที่ตัวเองชื่นชอบเป็นประจำในชีวิตประจำวัน


11 2.3 พรรณไม้ไทยที่ให้กลิ่นหอม 2.3.1 ดอกลีลาวดี ลีลาวดี หรือ ลั่นทม เป็นไม้ดอกยืนต้นในสกุล Plumeria มีหลายชนิดด้วยกันบางคนมีความ เชื่อว่าไม่ควรปลูกต้นลั่นทมในบ้านเนื่องจากมีชื่อเป็นอัปมงคลคือไปพ้องกับ คำว่า 'ระทม' ซึ่งแปลว่า เศร้าโศก ทุกข์ใจ แต่ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อใหม่ว่า ลีลาวดี และนิยมปลูกกันแพร่หลายอย่างมากชื่อ พื้นเมืองอื่นๆ ได้แก่ จำปา, จำปาลาว และจำปาขอมเป็นต้น ให้กลิ่นที่หอมเย็นไม่ฉุนจัด 2.3.2 ดอกราตรี ราตรีเป็นไม้ดอกกระจิริดที่ยามบานสะพรั่งจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปไกล ดอกเล็กๆจะเคลือบคลุม ทั้งกิ่งก้านและใบให้เต็มไปด้วยสีขาวพร่างพรูเพราะมีดอกซึ่งมีลักษณะกลีบเป็นห้าแฉกบางคนจึง เปรียบว่า ดอกราตรีที่คลี่กลีบแย้มบาน ในยามค่ำคืนนั้นคล้ายกับดวงดาวที่พร่างพราย ดอกราตรีมีชื่อ ในภาษา Marathi ซึ่งเป็นภาษาทางราชการของรัฐมหาราษฎร์ในอินเดียว่า ‘Raatraani’ ซึ่งแปลได้ว่า ‘ราชินีแห่งรัตติกาล’ ราตรีมักถูกนำไปโยงกับเรื่องราวลี้ลับหลากหลาย’ในนิยายหรือบทประพันธ์บาง เรื่องยกให้ราตรีเป็นพันธุ์ไม้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักและความผูกพันทางจิตวิญญาณของหนุ่มสาวใน ภาษาดอกไม้บางตำราแปลความหมายของดอกราตรีเอาไว้ว่า ‘จดจำฉันตลอดไป 2.3.3 ดอกมะลิ ดอกมะลิ ถือเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง เป็นดอกไม้ที่ใช้แทนความปราถนาดีเป็นที่รักคิดถึงอีกทั้ง เป็นสื่อแทนความกตัญญูและไม่เพียงเท่านั้นน้ำมันหอมระเหยของดอกมะลิยังมีฤทธิ์กระตุ้นความรู้สึก ทางเพศได้ดีในศาสตร์แห่งกลิ่นบำบัด ที่เรารู้จักในชื่อ Aloma Tharapy กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของ ดอกมะลิมีสาร Aphrodisiacs สามารถกระตุ้นความต้องการทางเพศทั้งชายและหญิง ซึ่งมีงานวิจัย ในต่างประเทศระบุถึงสรรพคุณของกลิ่นดอกมะลิที่เป็นหนึ่งในกลิ่นกระตุ้นรัก เช่นเดียวกับกลิ่นอื่นๆ คือลาเวนเดอร์วนิลา กุหลาบ เปปเปอร์มิ้น


12 บทที่ 3 วัสดุและอุปกรณ์และวิธีการดำเนินการ การศึกษารายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ รหัสวิชา I30202 รายงานเรื่องน้ำหอมจาก ดอกไม้ไทยคณะผู้จัดทำได้ศึกษาดำเนินการตามลำดับดังนี้ 3.1 เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ 3.1.1 วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินการ 3.2 ขั้นตอนการดำเนินการ 3.3 แผนการปฏิบัติงาน 3.4 ขอบเขตด้านงบประมาณ 3.5 การทดสอบคุณภาพน้ำหอม 3.6 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 3.7 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.8 วิธีการสร้างข้อมูล 3.9 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.10 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.11 สถิติในการใช้วิเคราะห์ข้อมูล


13 3.1 เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ 3.1.1 วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินการ วัสดุอุปกรณ์ ภาพที่ 5 ดอกไม้ไทยชนิดต่างๆ ภาพที่ 6 ขวดใส่น้ำหอม ภาพที่ 7 น้ำมันหอมระเหย ภาพที่ 8 เข็มฉีดยา


14 ภาพที่ 9 ขวดน้ำกลั่น ภาพที่ 10 ขวดโหล 3.2 ขั้นตอนการดำเนินการ ขั้นที่ 1 ขั้นตอนการออกแบบ 1.ออกแบบกลิ่นของน้ำหอม 2.หาข้อมูลของวัสดุที่นำมาใช้ 3.คำนวนค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 4.วางแผนการปฏิบัติงาน 5.แจกจ่ายหน้าที่ให้สมาชิกในกลุ่ม 6.ลงมือทำชิ้นงาน


15 ขั้นที่ 2 ขั้นตอนการดำเนินการ 1. ใส่ดอกไม้ไทยสดที่เตรียมไว้ลงไปในขวดโหลที่มีฝาปิด ภาพที่ 11 ขั้นตอนการใส่ดอกไม้ไทย 2. เทน้ำกลั่น 100 มิลลิลิตรลงไปในขวดโหล ภาพที่ 12 ขั้นตอนการเทน้ำ


16 3. เติมน้ำมันหอมระเหย 30 มิลลิลิตรลงไปในขวดโหลหลังจากนั้นปิดฝาแล้ว นำไปเก็บไว้ในที่มีอุณหภูมิเหมาะสมเป็นเวลา 7 -14 วัน ภาพที่ 13 ขั้นตอนการเติมน้ำมันหอมระเหย 4. เมื่อครบตามเวลาแล้วเติมน้ำหอมใส่ขวดน้ำหอมด้วยเข็มฉีดยา ใช้ขวดน้ำหอมที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้น้ำหอมสามารถแสดงกลิ่นออกมาได้ดีที่สุด ภาพที่ 14 ขั้นตอนการเติมใส่ขวดน้ำหอม


17 3.3 แผนการปฏิบัติงาน ตารางที่ 1 ตารางการวางแผนปฏิบัติการ 3.4 ขอบเขตด้านงบประมาณ ดอกไม้ไทยชนิดต่างๆ ( มะลิ แก้ว โมก ราตรี ลีลาวดี) 200 บาท ขวดโหล 60 บาท ขวดน้ำหอม 50 บาท น้ำมันหอมระเหย 50 บาท เข็มฉีดยา 20 บาท น้ำกลั่น 20 บาท รวม 400 บาท 3.5 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 จำนวน 36 คน แบ่งเป็นชาย 11 คน หญิง 25 คน ขั้นตอนการดำเนินงาน สัปดาห์ 1 2 3 4 5 6 7 ออกแบบชิ้นงาน / วางแผนการทำงาน / จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ / ลงมือปฎิบัติงาน / สรุปผลการปฏิบัติงาน / จัดทำรูปเล่ม /


18 3.6 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจในกลิ่นของน้ำหอม จากดอกไม้ไทยในการทำงานของผู้ทำการศึกษาจัดทำเป็นแบบสอบถาม โดยทำเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามข้อคิดเห็น ส่วนที่ 2 ข้อคำถามแบบประเมิน ส่วนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ 3.7 วิธีการสร้างข้อมูล การสร้างเครื่องมือใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการศึกษาเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความ พอใจในประสิทธิภาพของน้ำหอม ผู้ศึกษาจะจัดทำเป็นแบบสอบถามตามขั้นตอนดังนี้ 1.ตั้งคำถามสำหรับแบบประเมิน 2.จัดทำในรูปแบบ google form 3.ส่งให้กลุ่มประชากรตัวอย่างทำการประเมิน ภาพที่ 15 แบบสอบถามโดยใช้google form


19 ภาพที่ 16 แบบสอบถามโดยใช้google form 3.8 การเก็บรวบรวมข้อมูล รวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามนำมาวิเคราะห์และสรุปผลโดยการหาค่าเฉลี่ยร้อยละ ภาพที่ 17 ภาพการเก็บข้อมูล


20 3.9 การวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เกณฑ์ในการพิจารณาความพึงพอใจของผู้ใช้ตามค่าเฉลี่ยกำหนดเกณฑ์ไว้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.00 มาก ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.00 ปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.00 น้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 น้อยที่สุด 3.10 สถิติในการใช้วิเคราะห์ข้อมูล สถิติในการใช้วิจัยคือ การหาค่าเฉลี่ยและร้อยละ วิธีการหาค่าเฉลี่ย วิธีการหาค่าร้อยละ


21 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาเรื่องน้ำหอมจากดอกไม้ไทย ผลการวิเคราะห์ข้อมูลใช้แบบสอบถามความพึง พอใจกับกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ผลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คนมีดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.เพศ O ชาย ร้อยละ 30.6 O หญิง ร้อยละ 69.4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปตอนที่1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าผู้สอบถามเป็น เพศชายร้อยละ 30.6 เพศหญิงร้อยละ 69.4


22 ตารางที่2 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจต่อน้ำหอมจากดอกไม้ไทย จำนวน 36 คน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด 5 4 3 2 1 1.การกระจายกลิ่นของน้ำหอม 80.6 13.9 5.5 - - 2.ความคงทนของน้ำหอม 52.8 38.9 8.3 - - 3.สีของน้ำหอม 55.6 19.4 19.4 2.8 2.8 4.ความง่ายต่อการพกพา 47.2 38.9 11.1 2.8 - 5.ความหอม 77.8 16.7 5.5 - - 6.คุณภาพของขวดน้ำหอม 50 41.7 5.5 2.8 - 7.คุณภาพของหัวฉีด 50 30.6 19.4 - - 8.ความน่าสนใจของกลิ่นน้ำหอม 61.1 36.1 2.8 - - 9.ปริมาณน้ำหอม 61.1 30.6 8.3 - - 10.ความเหมาะของกลิ่นที่นำมาทำน้ำหอม 69.5 22.22 8.33 - - ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากตารางที่ 2 พบว่ากลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน พบว่าอยู่ในระดับต่างๆ ดังนี้ ระดับ 5 ร้อยละ 60.57 ระดับ 4 ร้อยละ 28.9 ระดับ 3 ร้อยละ 9.4 ระดับ 2 ร้อยละ 2.8 ระดับ 1 ร้อยละ 2.8


23 ตารางที่3 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจต่อน้ำหอมจากดอกไม้ไทย จำนวน 36 คน รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ระดับคุณภาพ 1.การกระจายกลิ่นของน้ำหอม 4.8 5 2. ความคงทนของน้ำหอม 4.5 5 3. สีของน้ำหอม 4.3 4 5. ความหอม 4.8 5 6. คุณภาพของขวดน้ำหอม 4.3 4 7. คุณภาพของหัวฉีด 4.3 4 8.ความน่าสนใจของกลิ่นน้ำหอม 4.6 5 9. ปริมาณน้ำหอม 4.6 5 10. ความเหมาะของกลิ่นที่นำมาทำน้ำหอม 4.7 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากตารางที่3 พบว่ากลุ่มประชากรตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.12 จำนวน 36 คน พบว่าน้ำหอมจากดอกไม้ไทยอยู่ในระดับมากมีค่า 4.1 มีระดับคุณภาพอยู่ในระดับมากมีค่า 4.2


24 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาครั้งนี้เพื่อให้ความรู้เรื่องน้ำหอมแก่ผู้บริโภคปัจจุบันในโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ในภาคเรียนที่ 2 ปี 2565 ซึ่งสามารถ สรุปผล อภิปรายผลและ ข้อเสนอแนะได้ดังนี้ 5.1 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 5.2 สมมุติฐานของการศึกษา 5.3 ขอบเขตของการศึกษา 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา 5.5 วิเคราะห์ 5.6 สรุปผลการศึกษา 5.7 ข้อเสนอแนะ 5.1 วัตถุประสงค์การศึกษา 1. เพื่อศึกษาสรรพคุณของดอกไม้ไทยประกอบไปด้วย ดอกมะลิดอกแก้ว ดอกโมก ดอกลีลาวดีดอกราตรีที่เป็นวัตถุดิบในการทำน้ำหอม 2. เพื่อพัฒนาคุณภาพของน้ำหอม เช่น ความติดทนนาน การกระจายตัวของกลิ่น 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้น้ำหอมของเรา 5.2 สมมุติฐานของการศึกษา 1.ผู้คนหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น 2.ถ้าผู้คนหันมาใช้น้ำหอมจากดอกไม้ไทยที่ไม่ใช้สารเคมีดังนั้นจะทำให้ค่านิยมของผู้คนหันมา ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารเคมีมากขึ้น


25 5.3 ขอบเขตของการศึกษา 1. ขอบเขตของเนื้อหา ศึกษาเรื่องน้ำหอมจากดอกไม้ไทยโดยไม่ใช้สารเคมี 2. สถานที่ดำเนินการ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย 3. ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์2566 4. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชาการที่ใช้ในการศึกษา ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 โรงเรียนสามัคคี วิทยาคม จำนวน 36 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 โรงเรียน สามัคคีวิทยาคม จำนวน 36 คน 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจในกลิ่นของน้ำหอม จากดอกไม้ไทยในการทำงานของผู้ทำการศึกษาจัดทำเป็นแบบสอบถามโดยทำเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามข้อคิดเห็น ส่วนที่ 2 ข้อคำถามแบบประเมิน มี 10 ข้อ ส่วนที่ 3 ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ


26 5.5 วิเคราะห์ ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลของนักเรียนที่มีต่อน้ำหอมจากดอกไม้ไทยโดย คิดคะแนนเฉลี่ยเป็นค่าร้อยละ 5.6 สรุปผลการศึกษา ผลการศึกษาที่มีต่อการศึกษาเรื่องน้ำหอมจากดอกไม้ไทยอยู่ในระดับคุณภาพที่ดี 5.7 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งนี้ 1. สามารถนำไปศึกษากับตัวอย่างอื่น 2. ควรมีเวลาศึกษามากขึ้น


บรรณานุกรม จันทร์สุดา ทิวาสวัสดิกุล (2560) องค์ประกอบน้ำหอม. [online]. เข้าถึงได้จาก https://idofragrance.com//สาระน่ารู้/ความรู้เรื่อง-วิธีการผลิตน้ำหอม/ (เข้าถึงเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2565). สุรเดช ประชาวงศ์ (2558) ข้อดีของน้ำหอม. [online]. เข้าถึงได้จาก https://www.mendetails.com/style/3-benefits-perfume/ (เข้าถึงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565). พันทิวา มณีพิชญ์ (2559) พรรณไม้ไทยชนิดต่างๆ [online]. เข้าถึงได้จาก https://board.postjung.com/741806 (เข้าถึงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2565).


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก ภาพแสดงกิจกรรมการศึกษาค้นคว้า


วัสดุอุปกรณ์และวิธีดำเนินงาน วัสดุอุปกรณ์ 8


วิธีดำเนินงาน


สรุปผลการดำเนินงาน


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า


แบบสอบถามความพึงพอใจ


ประวัติผู้จัดทำโครงการ ชื่อ นายขจรศาสตร์ บัวระพันธ์ ชื่อโครงการ น้ำหอมจากดอกไม้ไทย ระดับชัน มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 เกิดวันที่ 25 ธันวาคม 2549 ที่อยู่ 185/4 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100. เบอร์โทร. 0918599635 E-mail [email protected] คติประจำใจ อกไก่ต้องมีคนหมัก แต่ถ้าอกหักต้องมีคนไก่ งานอดิเรก เล่นดนตรีไทย แต่งกลอน ชื่อ นายรุ่งรดิศ กุศล ชื่อโครงการ น้ำหอมจากดอกไม้ไทย ระดับชัน มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 เกิดวันที่ 9 กันยายน 2549 ที่อยู่ 522/80 หมู่ 10 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 เบอร์โทร. 0918517157 E-mail [email protected] คติประจำใจ ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ แค่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน งานอดิเรก ฟังเพลง เล่นเกม


ประวัติผู้จัดทำโครงการ ชื่อ พีรวิชญ์ อุ่นเป็ง ชื่อโครงการ น้ำหอมจากดอกไม้ไทย ระดับชัน มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 เกิดวันที่ 13 กรกฎาคม 2549 ที่อยู่ 422 หมู่ 8 ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย เบอร์โทร. 0829972912 E-mail [email protected] คติประจำใจ อ้อยเม็ดส้มตึงๆ งานอดิเรก เล่นอ้อย ชื่อ นายสิทธิโชค ตะเภาทอง ชื่อโครงการ น้ำหอมจากดอกไม้ไทย ระดับชัน มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 12 เกิดวันที่ 1 กันยายน 2549 ที่อยู่ 64/4 หมู่ 16 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 เบอร์โทร. 0985375914 E-mail [email protected] คติประจำใจ ไม่มีอะไรสำคัญ เท่าเหนียวไก่ งานอดิเรก กินเหนียวไก่


Click to View FlipBook Version