The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศิวกร โตพิทักษ์, 2021-03-25 05:59:37

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

คมั ภีร์ฉันทศาสตร์แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

สมาชิกกลุม่ นวมินทร์
นายศิวกร โตพิทกั ษ์ เลขที่ 2
นายสุรพส ป่ิ นประเสริฐ เลขที่ 7
นายวฒั นะ คงสมทอง เลขที่ 12
นายอภิวชิ ญ์ นยั ยตุ ิ เลขที่ 14
นายนวมินทร์ บวั ประดิษฐ์ เลขที่ 24
นายนวพล กุลภา เลขที่ 26

ความเป็ นมา

ในปี มหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ แห่ง
ราชวงศจ์ กั รี เจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา รัฐบาลจึงไดจ้ ดั งานเฉลิมพระเกียรติเพอื่ ถวาย
เป็นราชสักการะ และไดจ้ ดั พิมพห์ นงั สือท่ีเป็นที่ระลึกในนามของรัฐบาล แพทยศ์ าสตร์
สงเคราะห์ ภมู ิปัญญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทางวรรณกรรมของชาติ เป็นหน่ึงใน
หนงั สือเหลา่ น้นั ซ่ึงแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ ภมู ิปัญญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทาง
วรรณกรรมของชาติฉบบั เฉลิมพระเกียรติน้ี ไดน้ าํ ตน้ ฉบบั แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ของ
พระยาพิศณุประสาทเวช เล่มท่ี ๒ พมิ พค์ ร้ังท่ี ๒ ร.ศ.๑๒๘ และเล่มท่ี ๒ พิมพค์ ร้ังที่ ๑ ร.
ศ.๑๒๖ โดยจดั พิมพใ์ หม่ โดยจดั ทาํ อธิบายส่วนๆต่างเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจงา่ ยข้ึน เหมาะสมแก่ยคุ
สมยั และเผยแพร่ความรู้แพทยศ์ าสตร์สงเคราะหใ์ หเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดหนงั สือแพทย์
ศาสตร์สงเคราะหฉ์ บบั หลวง รวบรวมและพิมพโ์ ดยพระยาพิศณุประสาทเวช โดยไดร้ ับ
พระอนุญาตจากสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพ ประกอบดว้ ยองค์
ความรู้ดา้ นแพทยภ์ ูมิปัญญาตะวนั ออกและภมู ปิ ัญญาไทยดา้ นเวชกรรมและเภสัชกรรม
อีกท้งั ยงั แฝงไปดว้ ยปรัชญาที่ทรงคุณคา่ รวมถึงวธิ ีคิด ความเชื่อ พิธีกรรมและวธิ ีรักษา
แบบโบราณ

ประวตั ิผแู้ ต่ง

พระยาพิศณุประสาทเวช (คง ถาวรเวช) เกิดเมอ่ื พ.ศ. ๒๓๙๖ หรือท่ีเรียกกนั วา่ “หมอคง”
เคยเป็นศิษยข์ องพระยาประเสริฐศาสตร์ธาํ รง (หนู วรกิจพิศาล) หมอคงเป็นหมอที่มี
ช่ือเสียงและเป็นหมอประจาํ โรงพยาบาลศิริราชต้งั แตแ่ รกก่อต้งั เมือ่ กิจการโรงพยาบาลศิริ
ราชไดร้ ับความนิยามมากข้ึน กรมพยาบาลจึงจดั ต้งั โรงพยาบาลข้ึนมาตรงหนา้ วงั บูรพา
ภิรมย์ เป็นโรงพยาบาลสามญั เรียกวา่ “โรงพยาบาลบรู พา” หมอคงจึงยา้ ยไปประจาํ อยทู่ ี่
นน่ั ตอ่ มาไดเ้ ลอื่ นบรรดาศกั ด์ิเป็น “ขนุ ประสารเวชสิทธ์” ทาํ หนา้ ที่เป็นหมอหลวง หมอ
ประจาํ โรงพยาบาลและเป็นหมอเชลยศกั ด์ิรักษาคนไขท้ วั่ ไป และไดเ้ ล่ือนบรรดาศกั ด์ิเป็น
“พระยาพิศณุประสาทเวช”เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ เกิดโรคระบาดตามหวั เมืองลพบุรีและหวั
เมืองนครราชสีมา พระยาพิศณุประสาทเวชไดร้ ับความไวว้ างใจจากรชั กาลท่ี ๕ ใหไ้ ป
รักษาและระงบั โรคระบาดเหลา่ น้นั ทาํ ใหพ้ ระยาพศิ ณุประสาทเวชคิดรวบรวมคมั ภีร์
แพทยพ์ ้นื บา้ นมารวบรวมใหเ้ ป็นฉบบั ท่ีสมบูรณ์ โดยไดร้ ับความอนุเคราะหจ์ ากสมเดจ็
พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดาํ รงราชานุภาพใหร้ วบรวมเป็นหนงั สือ “คมั ภีร์แพทย์
ศาสตร์สงเคราะห”์

เน้ือเรื่องยอ่

ตอนเปิ ดเรื่องใชก้ าพยย์ านี ๑๑ ตอนท่ีอธิบายลกั ษณะของทบั ๘ ประการใชค้ าํ ประพนั ธ์
แบบร่าย แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ ตอนคมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์ เปิ ดเรื่องดว้ ยบทไหวค้ รู ซ่ึงมี
การไหวพ้ ระรัตนตรัย ไหวเ้ ทพเจา้ ของพราหมณ์ ไดแ้ ก่ พระอิศวร พระพรหม ไหวห้ มอชี
วกโกมารภจั และไหวค้ รูแพทยโ์ ดยทวั่ ไปจากน้นั กลา่ วถึงคมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์ท่ีครูเคยสั่ง
สอน เปรียบเสมือนแสงสวา่ งแก่สรรพสัตวท์ ้งั ปวงรวมถึงสิ่งทีแ่ พทยค์ วรมีและสิ่งที่ไม่
ควรกระทาํ โดยทวั่ ไปจะมีความประมาทความอวดดี ความริษยา ความโลภ ความเห็นแก่
ตวั ความหลงตวั และความไมเ่ สมอภาคในการรักษาคนรวยและคนจน อีกจะกล่าว
เปรียบเทียบร่างกายเหมือนกบั บา้ นเมือง โดยใหค้ วามสาํ คญั กบั ดวงจิต ดว้ ยการเปรียบดวง
จิตเป็นกษตั ริย์ และเปรียบโรคภยั เป็นขา้ ศึก เปรียบแพทยเ์ ป็นทหารที่มีความชาํ นาญ คอย
ดูแลปกป้องรักษาไมใ่ หร้ ่างกายมีโรคภยั อีกท้งั ดวงใจกพ็ ยายามอยา่ โกรธเพ่ือไม่ใหโ้ รคภยั
คุกคามเร็วเกินไป ความรู้ความเช่ียวชาญในการรักษาบาํ บดั รักษาโรค มีความสาํ คญั อยา่ ง
ยง่ิ เม่ือใดเกิดอาการเจบ็ ป่ วย แพทยต์ อ้ งรักษาโรคใหท้ นั ทว่ งที และรกั ษาใหถ้ ูกโรค
เน่ืองจากอาการเจบ็ ป่ วยอาจลุกลามจนรักษาไม่หายและควรรอบรู้ในการรักษาท้งั คมั ภีร์
พุทธไสยอ์ ยา่ งรอบดา้ น เพอื่ ใหส้ ามารถวนิ ิจฉยั และถา่ ยทอดความรู้แก่ผอู้ ่ืนไดก้ ล่าวถงึ
อาการของโรคทบั ๘ ประการ ทบั คือ อาการของโรคอยา่ งหน่ึงซ่ึงเกิดแทรกซอ้ นโรคหน่ึง
ที่เป็นอยกู่ ่อน ทาํ ใหม้ อี าการรุนแรงมากข้ึนในคมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์กลา่ วถึงทบั ๘ ประการ
ซ่ึงเป็นอาการที่เกิดกบั เดก็ มีชื่อตา่ ง ๆ โดยระบอุ าการ วธิ ีการสงั เกตอาการและแนว
ทางการรักษาดงั น้ี

๑. ทบั สองโทษ

อาการ : เด็กทอ้ งข้ึน มือเทา้ เยน็ อจุ จาระเหมน็ ผิดปกติ อาเจียน ลงทอ้ ง กระหายน้าํ ปวด
หวั ตวั ร้อน

การรักษา : เชา้ ยาตรีหอม เท่ียงวนั ยาหอมผกั หนอก เยน็ ยาประสะนิลนอ้ ย

๒. ทบั สาํ รอก

อาการทบั : มีอาการสี่อยา่ ง อาเจียนออกมาเป็นสีเหลืองบา้ ง สีเขียวบา้ ง เป็นเสมหะบา้ ง
เป็นเมด็ มะเขือบา้ ง มีเมด็ ข้ึนในคอ ทาํ ใหไ้ อ นอนผวา ไม่กินนม ไมก่ ินขา้ ว เดี๋ยวร้อนเด๋ียว
หนาว แลบางคราว ร่างกายเยน็ และร้อนเป็น ส่วน ๆ ตามกั ชอ้ นข้ึนบน

การรักษา : ในหนงั สือไมป่ รากฏ

๓. ทบั ละออง

อาการ : ทารกมีละอองซางเกิดข้ึนในคอ ไอกาํ เริบเป็นหมู่ ๆ (ไอถ่ี ๆ เป็นชุด ๆ) ทอ้ งเดิน
อจุ จาระเป็นมกู มีกลิ่นคาวและเปร้ียวซึมเซา เชื่อมมวั ตวั ร้อนจดั ดงั เปลวไฟ

การรักษา : ในหนงั สือไมป่ รากฏ

๔. ทบั กาํ เดา

อาการ : มีไข้ ไอ ปวดศรี ษะ ตวั ร้อนดงั เปลวไฟ ถอนใจใหญ่ (หายใจแรง) หายใจส้ัน ปาก
คอแหง้ หลบั ๆ หวาดผวาเกิดเมด็ ในลาํ คอ ในอก ไมก่ ินขา้ ว ไม่กินนม ทอ้ งข้ึนแขง็

การรักษา : ใหย้ าเยน็ และสุขมุ

๕. ทบั กมุ โทษ

อาการ : อุจจาระเป็นมกู เลือด มีสีดาํ หรือสีแดงสด ปวดเบง่ มากตวั ร้อนมากตลอดท้งั ตวั
เชื่อมมวั ทอดไมส่ มปฤดี หายใจขดั กระหายน้าํ

การรักษา : เชา้ ใหย้ าน้าํ สมอไทย , ยามเท่ียง ใหย้ าหอมผกั หนอก

๖. ทบั เชื่อมมวั

อาการ : ทารกเป็นไขก้ าํ เดา ซึมเซาเช่ือมมวั ปวดหวั ตวั ร้อนจดั ทอ้ งข้ึน หอบไอแหง้ ๆทบั
มีอาการอจุ จาระเป็นมกู เลือด ลงมิไดเ้ ป็นเวลา ปวดเบ่งเป็นกาํ ลงั กระหายน้าํ

การรักษา : ในหนงั สือไมป่ รากฏ

๗. ทบั ซาง

อาการ : เป็นไข้ ซางกินปอด ตบั อยภู่ ายใน ถ่ายออกมาคลา้ ยน้าํ ส่าเหลา้ บา้ ง คลา้ ยน้าํ ไข่ เน่า
บา้ ง มีกล่ินเหมน็ คาว สุดทา้ ยถ่ายเป็นมกู เลือด ปวดเบ่ง หิว กระหายน้าํ อาจทาํ ใหม้ ีอาการ
ตบั ทรุด อาการหนกั ข้ึน ถ่ายออกมาเป็นเลือดเสลดเน่า ตวั ร้อน ทอ้ งข้ึน มือเทา้ เยน็ หายใจ
ขดั ยากจะรักษา การรักษา : ในหนงั สือไม่ปรากฏ

๘. ทบั ช้าํ ใน

อาการ : ขดั ยอกในกายเหตุหกลม้ อกและสีขา้ งกระแทก (ตบั ไดร้ ับการกระทบกระแทก)
ชอกช้าํ ภายใน (ตบั ) อยนู่ านมา จบั ไข้ ตวั ร้อนเป็นเวลา หนา้ ตาไม่มีสี( ซีด ) ใหม้ ีอาการตบั
ทรุด อจุ จาระเป็นส่าเหลา้ แลไขเ่ น่าแลว้ เป็นมกู เลือด ปวดเบง่ ตวั ร้อนหายใจสะอ้ืนขดั มือ
เทา้ เด๋ียวเยน็ เด๋ียวร้อน มีโทษถึงตาย การรักษา : ในหนงั สือไม่ปรากฏ

คุณค่าดา้ นเน้ือหา

รูปแบบการแตง่ คมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์แพทยศาสตร์สงเคราะห์ เป็นหนงั สือท่ีรวบรวมความรู้
จากตาํ ราอ่ืนๆเกี่ยวกบั แพทยศาสตร์ซ่ึงผแู้ ตง่ เลอื กใชค้ าํ ประพนั ธป์ ระเภทกาพยย์ านี ๑๑
เร่ิมตน้ ดว้ ยบทไหวค้ รู และจรรยาบรรณของแพทย์ กบั ขอ้ ควรปฏิบตั ิส่วนเน้ือหาท่ีใชศ้ ึกษา
ในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๕ วา่ ดว้ ยเรื่องลกั ษณะทบั ๘ ประการ ผแู้ ต่งใชค้ าํ ประพนั ธ์
ประเภทร่ายใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั การรักษาโรคของแพทยแ์ ผนไทยสาระสาํ คญั ของเรื่อง คือ
ความสาํ คญั ของแพทยแ์ ละคุณสมบตั ิที่แพทยพ์ ึงมี ซ่ึงจะช่วยรักษาโรคไดผ้ ลมากกวา่ รู้
เรื่องนาอยา่ งเดียวโครงเรื่อง มีการลาํ ดบั ความเริ่มตน้ ดว้ ยบทไหวค้ รู เป็นการไหวพ้ ระ
รัตนตรัย ไหวเ้ ทพเจา้ ของพราหมณ์ ไหวห้ มอชีวกโกมารภจั และไหวค้ รูแพทยโ์ ดยทวั่ ไป
ตอ่ ดว้ ยความสาํ คญั ของแพทย์ จรรยาบรรณแพทย์ ซ่ึงเป็นคุณสมบตั ิท่ีแพทยพ์ งึ มี และ
ตอนทา้ ยกลา่ วถึงทบั ๘ ประการ คือ อาการของโรคชนิดหน่ึงที่แทรกซอ้ นกบั โรคอื่น
กลวิธีการแตง่ เน้ือหาจดั เป็นตาํ ราเฉพาะดา้ น เนน้ การอธิบายเป็นส่วนใหญ่ จึงใชอ้ ปุ มา
โวหารเปรียบเทียบ เช่น

จะกล่าวถึงคมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์บรรพท์ ่ีครูสอน

เสมอดวงทินกร แลดวงจนั ทร์กระจ่างตา

คุณคา่ ดา้ นวรรณศิลป์

๑.การสรรคาํ ๑.๑ การใชถ้ อ้ ยคาํ ท่ีเหมาะสมแก่เน้ือเร่ือง ทาํ ใหเ้ ขา้ ใจความหมาย
ตรงไปตรงมา เช่น

บางหมอก็กลา่ วคาํ มุสาซ้าํ กระหน่าํ ความ

ยกตนวา่ ตนงาม ประเสริฐยง่ิ ในการรักษา

บางหมอกเ็ กียจกนั ที่พวกอนั แพทยร์ ักษา

บา้ งกลา่ วเป็นมารยา เขาเจบ็ นอ้ ยวา่ มากครัน

บา้ งกลา่ วอบุ ายให้ แก่คนไขน้ ้นั หลายพนั

หวงั ลาภจะเกิดพลนั ดว้ ยเชื่อถอ้ ยอาตมา

๑.๒ การใชส้ าํ นวนไทย ช่วยอธิบายใหช้ ดั เจนมากข้ึน เช่น

เรียนรู้คมั ภีร์ไสย สุขมุ ไวอ้ ยา่ แพร่งพราย

ควรกล่าวจ่ึงขยาย อยา่ ยน่ื แกว้ ใหว้ านร

๒. การใชโ้ วหาร

ทาํ ใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจความหมายและเห็นภาพชดั เจนยง่ิ ข้ึน เช่น
อน่ึงจะกลา่ วสอน กายนครมีมากหลาย

ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา

ดวงจิตคือกระษตั ริย์ ผา่ นสมบตั ิอนั โอฬาร์

ขา้ ศึกคือโรคา เกิดเขน่ ฆา่ ในกายเรา

เปรียบแพทยค์ ือทหาร อนั ชาํ นานรู้ลาํ เนา

ขา้ ศึกมาอยา่ งใจเบา หอ้ มลอ้ มรอบทุกทิศา

คุณค่าดา้ นสังคม

๑. สะทอ้ นใหเ้ ห็นความเชื่อของสงั คมไทย ฉนั ทศาสตร์มีความหมายวา่ ตาํ รา (ศาสตร์) ที่
แต่งเป็นสูตร (ฉนั ท)์ ตามอยา่ งตาํ ราการแพทยใ์ นคมั ภีร์อาถรรพเ์ วท ตาํ ราอาถรรพเ์ วท
เป็นพระเวทหน่ึงในศาสนาพราหมณ์ จึงมีเร่ืองเก่ียวกบั ไสยศาสตร์ดว้ ย จึงมกั พบคาํ วา่
“คมั ภีร์ไสย”์ ปรากฏอยใู่ นคาํ ประพนั ธ์ ดงั ตวั อยา่ ง

เรียนรู้ใหช้ ดั เจน จบจงั หวดั คมั ภีร์ไสย์

ต้งั ตน้ ปฐมใน ฉนั ทศาสตร์ดงั พรรณนา

แต่ในคมั ภีร์ฉนั ศาสตร์มีการประสานความเชื่อความคิดตา่ งๆทางสงั คมและทาง
พระพุทธศาสนาเขา้ ดว้ ยกบั เน้ือหาจึงปรากฏคาํ บาลีแสดงใหเ้ ห็นตลอดทาํ ใหไ้ ดร้ ับความรู้
เกี่ยวกบั คาํ ศพั ทท์ างพระพุทธศาสนา เช่น มิจฉา (ความผิด) พิริยะ (ความเพยี ร) วิจิกิจจา
(ความลงั เล) อุทธจั (ความฟ้งุ ซ่าน) วหิ ิงษา (เบียดเบียน) อโนตปั ปัง (ความไมส่ ะดุง้ กลวั ต่อ
บาป) อธิกรณ์ (โทษ)

คุณคา่ ดา้ นสงั คม

๒. สะทอ้ นใหเ้ ห็นคุณคา่ เร่ืองแพทยแ์ ผนไทย ถา้ พจิ ารณาในส่วนท่ีจะเป็นไดว้ า่ แพทยแ์ ผน
ไทยเป็นวิธีการรักษาโรคอีกวิธีหน่ึง เป็นแพทยท์ างเลอื กที่มีความจาํ เป็นในการรักษาโรค
เราจะคิดวา่ เป็นเร่ืองทล่ี า้ สมยั ไม่ได้ เพราะเวชกรรมแผนโบราณเป็นทย่ี อมรับเช่ือถือมาชา้
นาน ก่อนที่จะรับเอาวทิ ยาการแพทยแ์ ผนใหม่มาจากชาติตะวนั ตกมาใช้ ซ่ึงปัจจุบนั การ
คน้ ควา้ วจิ ยั ทางแพทย์ จะกลบั มาใหค้ วามสนใจในการรักษาดว้ ยยาสมนุ ไพรตามแบบ
โบราณ โดยถอื วา่ เป็นทางเลอื กทางหน่ึงในการรักษาโรคในปัจจุบนั กล่าวถึงทบั ๘
ประการ

๓. ใหข้ อ้ คิดสาํ หรับการนาํ ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั สามารถนาํ ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากการศึกษา
คมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์ไปใชไ้ ดท้ ุกสาขาอาชีพ เพราะไมว่ า่ จะเป็นบคุ คลในอาชีพใด ถา้ ไม่มี
ความประมาท ความอวดดี ความริษยา ความโลภ ความเห็นแกต่ วั ความหลงตวั เอง และ
การมีศีลธรรมประจาํ ใจ ยอ่ มไดร้ ับการยกยอ่ งจากบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะในวิชาชีพแพทย์
ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั ความเป็นความตายของชีวติ คน ตอ้ งเป็นผทู้ ่ีรอบรู้จริง ต้งั แต่การวนิ ิจฉยั สม
ติฐานโรค การใชย้ า และความรับผิดชอบตอ่ ผปู้ ่ วย ใหป้ ฏิบตั ิดว้ ยความรอบคอบไม่
ประมาท โดยมีคาํ สอนในทางพระพทุ ธศาสนาเป็นแนวทางในการช้ีนาํ

คุณคา่ ดา้ นสังคม

๔. ใหค้ วามรู้เรื่องศพั ทท์ างการแพทยแ์ ผนโบราณ เช่น คาํ วา่ “ธาตพุ กิ าร”ธาตทุ ้งั สี่ (ดิน
น้าํ ลม และไฟ) ในร่างกายไมป่ กติ ทาํ ใหเ้ กิดโรคต่างๆ ข้ึนตามกองธาตุเหล่าน้นั คาํ วา่
“กาํ เดา” หมายถึงอาการไขอ้ ยา่ งหน่ึงเกิดจากหวดั เรียกวา่ “ไขก้ าํ เดา” อาการของโรคจะมี
เลือดไหลออกทางจมกู เรียกวา่ เลือดกาํ เดา คาํ วา่ “ปวดมวน” หมายถงึ การปั่นป่ วนใน
ทอ้ ง

จะเห็นไดว้ า่ ขอ้ บกพร่องของแพทยม์ ีท้งั แง่ของความประมาท ความอวดดี ความริษยา
ความโลภ ความเห็นแก่ตวั ความหลงตวั เอง ประโยชน์ที่เกิดข้ึนจากบรรดาแพทยท์ ่ี
เลง็ เห็นขอ้ บกพร่องต่างๆ เหล่าน้ียอ่ มช่วยใหค้ นไทยหายไขไ้ ดเ้ ร็วข้ึน ไมส่ ิ้นเปลือง
คา่ ใชจ้ ่าย และที่สาํ คญั คือคนจนไดร้ ับความสนใจจากแพทย์ ส่วนของแพทยด์ ว้ ยกนั น้นั
มีการเตือนสติไมใ่ หแ้ พทยส์ ูงอายหุ ลงตวั เองจนลืมไปวา่ คนหนุ่มกม็ ีความสามารถ
เหมือนกนั

สาํ หรับวรรณคดีเพื่อประชาชนน้นั มีมาต้งั แตโ่ บราณ คมั ภีร์ฉนั ทศาสตร์ แพทยศาสตร์
สงเคราะห์โดยองคร์ วม จนเป็นท้งั หนงั สือท่ใี หค้ วามรู้แห่งภมู ิปัญญาทีม่ ีคุณคา่

Did you know ? :

รู้หรือไม่ นอกจากประเทศไทยของเรา ประเทศอ่ืน ๆ ก็มีตาํ ราแพทยโ์ บราณเหมือนกนั นะ
อยา่ งประเทศอินเดียน้นั มีตาํ ราอายรุ เวทอายกุ วา่ ๒,๔๐๐ ปี ซ่ึงเปรียบเสมือนตาํ ราแพทย์
เลม่ ใหญท่ ี่มีท้งั ตาํ รายาและตาํ ราศลั ยกรรมสาํ หรับประเทศจีนน้นั มีตาํ ราแพทยช์ ่ือวา่ หวงต้ี
เน่ยจิง ซ่ึงถอื กนั วา่ เป็นตาํ ราแพทยเ์ ล่มแรก ๆ ของโลก เพราะเขียนข้ึนต้งั แต่ ๒,๓๐๐ ปี ก่อน
คริสตกาล โดยจกั รพรรดิหวงต้ี (หรือจกั รพรรดิเหลือง) เป็นผรู้ ิเริ่มตาํ ราแพทยน์ ้ีข้ึนมา มี
การกลา่ วถึงโรคต่าง ๆ สรรพคุณยาจีนโบราณ รวมไปถึงการฝังเขม็ อีกดว้ ย


Click to View FlipBook Version