The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Mosquito 1234, 2020-05-12 22:49:28

เฉลยกฎหมาย

เฉลยกฎหมาย

เฉลยกฎหมายแรงงาน

หนว่ ยท่ี 1 ................................................................... 2
หนว่ ยที่ 2 ................................................................... 5
หนว่ ยท่ี 3 ................................................................... 7
หน่วยที่ 4 ................................................................... 10
หน่วยท่ี 5 ................................................................... 12
หนว่ ยท่ี 6 ................................................................... 15
หน่วยท่ี 7 ................................................................... 18
หนว่ ยท่ี 8 ................................................................... 21
หน่วยที่ 9 ................................................................... 24
หนว่ ยที่ 10 ................................................................. 27
หนว่ ยที่ 11 ................................................................. 30

2

เฉลยหนว ยท่ี 1

กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ
(อยูในดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผูสอน)

กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
(อยูใ นดลุ ยพินิจของอาจารยผสู อน)

ตอนที่ 1 จงเลอื กคำตอบที่ถกู ทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดียว

1. การจางแรงงานตองทำอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปน้ี จึงจะเปนสญั ญาจา งแรงงานที่สมบรู ณ
ง. จะตกลงกันดวยวาจาหรอื ทำเปนหนังสอื สญั ญากใ็ ชไ ด

2. ส่ิงที่คูสัญญาระหวางลกู จางกับนายจา งตอ งตอบแทนซงึ่ กนั และกนั คือขอใด
ก. ลูกจางตอบแทนดวยการทำงาน นายจา งตอบแทนดว ยการใหคา่ จา ง

3. คา จางหรือสินจางทน่ี ายจางใหเ ปนการตอบแทนลกู จาง ไดแกข อ ใด
ง. ถูกทกุ ขอ

4. ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของสญั ญาจา งแรงงาน คอื ขอใด
ค. ลูกจางตองฟงคำสัง่ คำแนะนำจากนายจาง

5. เม่อื ลูกจา งตกลงรับงานจางแลว ลกู จางมีสทิ ธแิ ละหนา ที่อยา งไร
ง. ถูกทกุ ขอ

6. งานท่ลี กู จา งทำอันถือไดวาเปน การจางแรงงานนนั้ มลี กั ษณะในขอใด
ง. การใชแรงงานหรอื ใชส มองเปนผลงานออกมา ก็เปนการจา งแรงงานได

7. นายจา งมีสทิ ธไิ ลล กู จางออกจากงานได หากลกู จางมคี วามผิดในขอ ใด
ง. ถูกทุกขอ

8. เม่ือกำหนดระยะเวลาการจางส้ินสุดลง ลูกจางมีสิทธิขอใบสำคัญการทำงานของลูกจางจากนายจาง
เพอ่ื ประโยชนใ นขอใด
ง. ถกู ทกุ ขอ

9. การจางแรงงาน มหี ลักวา ลกู จา งตองทำงานใหนายจางดวยตนเองนั้น กเ็ พ่อื เหตุผลในขอใด
ง. ถูกทกุ ขอ

10. นายรวยจา งนายจนมาขบั รถยนตป ระจำครอบครวั เพอื่ รบั สง ภรยิ าของตนไปยงั บรษิ ทั ทที่ ำงานเปน ประจำทกุ วนั
ขณะทำหนาท่ีขับรถยนตไปสงภริยาของนายรวย รถยนตไดไปเฉ่ียวชนนายสมพงษ ซึ่งยืนอยูขางถนน
ไดร ับบาดเจ็บ มที รัพยสนิ เสียหาย ผลจะเปนในขอ ใด
ง. ท้ังนายจนและนายรวยตอ งรับผิดชอบร่วมกนั ในความบาดเจ็บและทรัพยสนิ ของนายสมพงษ

3

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปนีต้ ามหลักกฎหมาย
1. การจางแรงงานมีคสู ญั ญา 2 ฝา ย คอื นายจา งและลูกจาง ซึง่ ถอื วา เปนสญั ญาตางตอบแทน จงอธบิ ายคำวา

สัญญาตา งตอบแทนในสัญญาจา งมาพอเขาใจ
วัตถุประสงคหรือสาระหลักใหญ่ของสัญญาจางแรงงาน คือ งานที่นายจางมอบใหลูกจางทำ

หรอื เรียกตามหลักกฎหมายว่า วัตถแุ ห่งสัญญา เม่อื สัญญาจางแรงงานเกิดข้นึ นายจา งและลกู จางต่างมี
หนา ทจี่ ะตอ งทำใหต อ่ กนั หรอื ตอบแทนใหแ กก่ นั คอื ลกู จา งมหี นา ทต่ี อ งตอบแทนนายจา งดว ยการทำงาน
ทวี่ า่ จา งใหท ำตามสญั ญา และนายจา งมหี นา ทตี่ อ งตอบแทนใหล กู จา ง ไดแ ก่ ตอ งใหส นิ จา งหรอื คา่ จา งแก่
ลกู จา ง จงึ เรียกสญั ญาจางแรงงานวา่ เปนสญั ญาตา่ งตอบแทนใหกนั และกนั
2. สญั ญาจา งแรงงานกบั สญั ญาจา งทำของ มลี กั ษณะใกลเ คยี งกนั มาก หลกั การพจิ ารณาวา งานใดเปน จา งแรงงาน
หรือจางทำของนนั้ มีอยา งไรบาง

หลกั พจิ ารณาวา่ งานใดหรอื สญั ญาใดเปน การจา งแรงงานหรอื จา งทำของ มหี ลกั พจิ ารณา 2 ประการ
คือ
1. อำนาจการควบคุมบังคับบัญชา ถาเปนการจางแรงงาน อำนาจการควบคุมบังคับบัญชาใน

การทำงานจะอยทู่ ตี่ วั นายจา ง วา่ ตอ งการใหง านมลี กั ษณะอยา่ งไร เชน่ จา งขบั รถยนตไ ปสง่ ทแ่ี หง่ หนงึ่
จางพิมพงานตามท่ีมอบให เปนตน ส่วนการจางทำของ อำนาจการควบคุมบังคับบัญชา
ไมไ่ ดอ ยกู่ บั ผวู า่ จา ง จะขน้ึ อยกู่ บั ผรู บั จา ง เชน่ จา งสรา งบา นทง้ั หลงั จา งวา่ ความ คอื เปน ทนายความให
หรือจางใหมาเล่นดนตรี อำนาจการตัดสินใจและการควบคุมการทำงานอยู่ท่ีตัวผูรับจางท้ังส้ิน
เปน ตน
2. ผลของงานท่ีทำ ถาเปนการจางแรงงาน ผลของงานที่ทำจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จขึ้นอยู่กับนายจาง
เพราะนายจางเปนผูควบคุมกำกับดูแลและบังคับบัญชา คือ ลูกจางทำตามคำส่ังนายจาง
แต่ถาเปนจางทำของ ผลของงานที่ทำจะตองเสร็จตามที่กำหนดไวในสัญญา หรือตามท่ีตกลงกัน
เพราะความรบั ผิดชอบท้งั หมดตกอย่กู ับผรู บั จางทำของ โดยผวู า่ จา งไมต่ อ งควบคุมบงั คับบญั ชา
3. นายจนเปนลูกจาง ทำงานขับรถยนตใหนายรวย โดยใหคาจางเปนรายเดือน เดือนละ 7,000 บาท
ระยะเวลาผานมาประมาณ 5 เดือน เงินเดือนท่ีนายจนเคยไดรับทุกสิ้นเดือน ปรากฏวาเดือนที่ 6
รบั ชา กวากำหนดหลายวนั และเดอื นท่ี 7 ไมจ า ยใหเ ลย เมอื่ นายจนทวงถามกลบั ไดร ับคำตอบจากนายรวยวา
ไมม ใี ห นายจนบอกวา หากไมใ หจะไปฟองศาล นายรวยตอบวาจะเอาหลักฐานอะไรไปฟอ งกเ็ ชิญ กรณีเชน นี้
นายจนจะนำคดไี ปฟองศาลไดหรือไม เพราะสัญญาจางไมไ ดท ำไวแ ตอยา งใด

การจา งแรงงาน กฎหมายมไิ ดก ำหนดหรอื บญั ญตั ใิ หต อ งทำสญั ญาตามแบบ เชน่ ทำเปน หนงั สอื
หรือทำเปนหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจาหนาที่แต่อย่างใด การจางแรงงานจึงเปนสัญญาท่ี
ไมม่ แี บบ คอื กฎหมายไมไ่ ดบ งั คบั วา่ ตอ งทำตามแบบแตอ่ ยา่ งใด ฉะนน้ั การจา งแรงงาน สญั ญาจงึ เกดิ ขนึ้ ได
เมอ่ื มกี ารตกลงกนั ดว วาจา หรอื ตกลงกนั โดยปรยิ ายเปน ทเี่ ขา ใจกนั หรอื จะทำเปน หนงั สอื ไวต อ่ กนั ระหวา่ ง
นายจางกบั ลูกจา งก็ได ท้งั หมดทก่ี ล่าวน้ี สัญญาจางแรงงานเกิดข้นึ และสมบรู ณแลว

4

จากคำถาม นายจนกับนายรวยทำสัญญาหรือตกลงเปนนายจางลูกจางกันดวยวาจา สัญญา
จางแรงงานเกดิ ขึน้ สมบูรณแลว เม่ือนายจา งคือนายรวยผิดสญั ญา นายจนสามารถนำขอ มลู และพยาน
การวา่ จางใหข ับรถยนต ซ่งึ เปน บคุ คล มาฟองตอ่ ศาลได

4. นางสาวสมศรี เปนลูกจางเสมยี นพิมพดดี ของบรษิ ัทแหง หนึ่ง รับเงนิ เดอื นเปนรายเดอื นมาแลว 6 เดอื น และ
มีงานใหมอีกแหงหน่ึงซ่ึงเปนงานท่ีมีรายไดดีกวา จึงบอกบริษัทลวงหนาหนึ่งเดือนแลวลาออก พรอมให
นางสาวสุรียนองสาวมาทำงานแทน ตามหลักกฎหมายสิทธิและหนาท่ีของลูกจางและนายจาง
กรณนี ม้ี ีหลกั ปฏบิ ัติไวอ ยางไร
สิทธิของนางสาวสมศรี ลกู จา งมสี ิทธิลาออกได แต่มีหนาทต่ี องบอกใหน ายจา ง คือ บรษิ ัททราบ
ล่วงหนาอย่างนอยหน่ึงเดือน พรอมแจงใหนายจาง คือ บริษัททราบดวยว่าประสงคจะใหนองสาว คือ
นางสาวสรุ ียม าทำงานแทน จะตกลงหรือไม่อยา่ งไร
หนาท่ีของนายจาง คือ บริษัทจะตองอนุญาตใหนางสาวสมศรีลาออกได หากเขาหลักเกณฑ
การลาออกโดยไม่มีความผิด และบอกล่วงหนาแลวหนึ่งเดือน ส่วนสิทธิ คือ จะยอมรับนางสาวสุรีย
นองสาวเขามาทำงานแทนหรือไม่ อย่ทู ่กี ารพิจารณาของนายจา ง คอื บรษิ ทั จะบอกรับหรือปฏิเสธก็มี
สทิ ธทิ ำไดตามกฎหมาย

5. หนาท่ปี ระการหนึ่งของนายจาง คือ ตอ งรวมรบั ผดิ กบั ลูกจาง ในกรณที ี่ลกู จา งไปกระทำละเมดิ ใหเ กดิ ความ
เสยี หายแกบ ุคคลภายนอกนั้น ทานเขาใจวา อยางไร
การท่ีนายจางจะตองร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของลูกจางท่ีกระทำต่อบุคคลภายนอกน้ัน
ตองมลี กั ษณะดงั น้ี
1. เปนการกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก หมายความว่า ลูกจางไดกระทำความผิดก่อให
เกิดความเสยี หาย จะดวยเปน ทรัพยส ินกด็ ี หรือทำใหร า่ งกายไดร ับความบาดเจบ็ หรอื ถงึ แกช่ วี ิต
2. ขณะกระทำละเมดิ ตอ่ บคุ คลภายนอก ตองเปนการกระทำท่กี ำลงั ปฏิบัติหรอื ทำงานในทาง
ทจ่ี า ง เชน่ รบั จา งขบั รถใหน ายจา ง ขณะขบั รถไดข บั ไปเฉยี่ วชนกบั บคุ คลอน่ื อนั เปน ความผดิ ของลกู จา ง
ทำใหบ ุคคลอน่ื บาดเจ็บ หรอื ส่งิ ของไดรับความเสียหาย กรณเี ช่นน้ี นอกจากลกู จา งตองรบั ผิดต่อบุคคล
ภายนอกผูเสียหายแลว นายจางก็มีสว่ นตองรับผดิ รว่ มกบั ลกู จา งดวย

ตอนที่ 3 จงใสเ่ คร่ืองหมาย  หนา ขอทีเ่ ห็นว่าถกู และเครื่องหมาย  หนา ขอทเ่ี หน็ ว่าผิด
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

5

เฉลยหนว ยท่ี 2

กิจกรรมเสริมประสบการณ
(อยใู นดุลยพินจิ ของอาจารยผูส อน)
กิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู
(อยใู นดุลยพินิจของอาจารยผูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบทถี่ กู ที่สุดเพียงคำตอบเดยี ว
1. กฎหมายเก่ียวขอ งกบั แรงงานท่ใี ชบ งั คบั อยใู นปจ จบุ นั คือขอ ใด

ง. ถูกทกุ ขอ
2. หลักกฎหมายคมุ ครองแรงงานมไี วเ พื่อ

ก. จดั ระเบยี บของสังคม ในการจา งงานและใชแ รงงาน
3. การทีร่ ัฐตรากฎหมายแรงงานใชบ ังคับ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื บงั คับฝายใดเปน หลัก

ข. ใชบังคบั ใหนายจา งปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายเปนหลัก
4. กฎหมายคมุ ครองแรงงานที่สำคญั คอื ขอใด

ค. พระราชบัญญัตคิ ุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541
5. รัฐออกกฎหมายคุมครองแรงงาน กำหนดเงื่อนไขในการจาง กำหนดวันเวลาการทำงาน กำหนดคาจาง

กำหนดวนั หยดุ และวันลาของลูกจา ง วัตถุประสงคเ พือ่ คุมครองลูกจา งในขอใด
ง. ถูกทกุ ขอ
6. ขอบเขตของกฎหมายคมุ ครองแรงงาน ไมค รอบคลุมหรือใชบ งั คบั ไปถงึ ในขอ ใด
ก. ไม่ครอบคลมุ ถงึ ลูกจา งทำงานบา น
7. งานท่วั ไป กฎหมายกำหนดใหลูกจางทำงานดังนี้
ข. วนั หนง่ึ ทำงานไมเ่ กิน 8 ช่ัวโมง
8. งานใดตอ ไปนถ้ี อื วา เปน งานอาจเปน อนั ตรายตอ สขุ ภาพ และความปลอดภยั ของลกู จา งตามทก่ี ฎหมายกำหนด
ค. งานเชอื่ มมาหมนุ สนามเดก็ เล่น
9. การทน่ี ายจา งใหล กู จา งทำงานลว งเวลาหลงั เลกิ งานปกติ โดยหลกั ทว่ั ไปแลว นายจา งควรปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ งในขอ ใด
ง. สอบถามลกู จางก่อนว่าตกลงทำงานล่วงเวลาในครัง้ นั้น
10. ในเวลาทำงานปกติ วันหนึ่งลูกจา งมสี ิทธิพักระหวางทำงานดงั น้ี
ค. มีเวลาพักระหว่างทำงานวนั หน่ึงไม่นอยกวา่ 1 ชว่ั โมง หลงั จากทำงานมาแลวไมเ่ กิน 5 ชว่ั โมง

6

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปนตี้ ามหลกั กฎหมาย
1. หลกั กฎหมายคมุ ครองแรงงาน เปน กฎหมายจดั ระเบยี บของสงั คมในการจา งงานและใชแ รงงาน วตั ถปุ ระสงค

การออกกฎหมายคุมครองแรงงานของรัฐ มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื อะไร
วัตถปุ ระสงคของการออกกฎหมายคุมครองแรงงานของรฐั กเ็ พอ่ื ประสงคใ หน ายจางปฏิบตั ิตาม

กฎหมาย ซง่ึ เกย่ี วขอ งกบั สภาพการจา งในเรอ่ื งคา่ จา งในการทำงานของลกู จา ง การใชแ รงงานลกู จา งทเ่ี ปน
หญิงและเปน เด็ก วันหยดุ วันลา และสวัสดกิ ารสงั คมท่ีมีตอ่ ลกู จาง เปนตน อันจะมีผลใหล ูกจา งสามารถ
ปฏิบัติงานท่ีจางไดอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสุขในการทำงาน เกิดความสงบสุข และ
เปนธรรมในสังคม
2. เวลาทำงานของลูกจางในสภาพงานปกติหรืองานทั่วไป กฎหมายวางหลกั การทำงานใน 1 วนั ลกู จา งควรมี
เวลาทำงานและเวลาพักไวอยา งไร

ลักษณะของงานท่ัวไปในวันหน่ึง กฎหมายวางหลักไวใหทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง
แตอ่ าจใหท ำนอ ยกวา่ 8ชวั่ โมงไดหรอื สปั ดาหห นงึ่ ตอ งไมเ่ กนิ 48ชวั่ โมงการทำงานใน1วนั กฎหมายกำหนด
ใหล กู จา งมเี วลาพกั ระหวา่ งการทำงานไมน่ อ ยกวา่ 1 ชวั่ โมง หลงั จากทล่ี กู จา งทำงานมาแลว ไมเ่ กนิ 5 ชว่ั โมง
ดงั นนั้ ระเบยี บของนายจา งทใ่ี หล กู จา งทำงานเพยี ง 4 ชวั่ โมง คอื เรมิ่ งาน 08.00 นากิ า และพกั เมอ่ื ถงึ เวลา
12.00 นาิกา จำนวน 1 ชั่วโมง จงึ เปนระเบยี บท่ีชอบดว ยกฎหมาย และเปน หลักสากล
3. การทำงานลว งเวลาในวันทำงานปกติของลกู จา ง กฎหมายวางหลักใหน ายจา งตอ งปฏิบัตไิ วอ ยางไร

กฎหมายวางหลักไวว่า หามมิใหนายจางใหลูกจางของตนทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ
เวนแต่ไดรับความยินยอมจากลูกจางก่อนเปนคราวๆ ไป จากหลักกฎหมายนี้ หมายความว่า
การทำงานลว่ งเวลา นายจา งไม่อาจบังคับลกู จา งใหท ำงานได เวน แตล่ ูกจา งยนิ ยอมทำงานลว่ งเวลาใน
ครง้ั นน้ั ๆ มขี อ ยกเวน ทน่ี ายจา งอาจใชอ ำนาจหนา ทน่ี ายจา งใหล กู จา งทำงานลว่ งเวลาได ถา งานลว่ งเวลา
นน้ั เปน งานตอ งทำตดิ ตอ่ กนั หากหยดุ จะเสยี หาย หรอื เปน งานฉกุ เฉนิ เรง่ ดว่ น แตก่ ต็ อ งใหล กู จา งยนิ ยอมและ
ทำเท่าท่ีจำเปนเท่านั้น
4. นายสมพงษ เปนลูกจางของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
เมอื่ มีปญ หาการจางงาน จะอา งหลักกฎหมายการคุม ครองแรงงานฉบับนมี้ าใชไ ดหรือไม พรอมบอกเหตุผล

กฎหมายคุมครองแรงงาน คือ พระราชบญั ญตั ิคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับน้ีใชบังคับกบั
นายจา งทวั่ ไป ยกเวน ไมบ่ งั คบั ไปถงึ นายจา งทเี่ ปน สว่ นราชการ ไมว่ า่ จะเปน ราชการสว่ นกลาง สว่ นภมู ภิ าค
หรอื สว่ นทองถิ่น รวมทงั้ นายจา งในสงั กดั ของรฐั วิสาหกิจ เพราะหน่วยงานดงั กลา่ วนมี้ กี ฎหมายบังคับไว
โดยเฉพาะแลว

ดงั น้ัน นายสมพงษ ลกู จางของสำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
เปน หนว่ ยราชการของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ซง่ึ ไมอ่ ยใู่ นบงั คบั ของกฎหมายคมุ ครองแรงงานฉบบั นี้ จงึ ไมอ่ าจ
อางกฎหมายฉบบั นม้ี าใชไ ด

7

5. นอกจากพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แลว ยังมีกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับกฎหมายคุมครอง
แรงงาน มอี ะไรบาง บอกมา 3 ฉบับ
1. พระราชบญั ญัติประกันสงั คม พ.ศ. 2533
2. พระราชบญั ญตั ิเงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 (อยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผูส อน)
3. พระราชบัญญัตแิ รงงานสมั พันธ พ.ศ. 2518

ตอนที่ 3 จงใส่เครอื่ งหมาย  หนาขอทเ่ี หน็ วา่ ถกู และเครอื่ งหมาย  หนาขอ ทเ่ี หน็ วา่ ผิด

1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

เฉลยหนว ยท่ี 3

กจิ กรรมเสริมประสบการณ
(อยูในดุลยพนิ ิจของอาจารยผ ูสอน)
กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
(อยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผสู อน)

ตอนที่ 1 จงเลอื กคำตอบทถ่ี กู ทสี่ ดุ เพยี งคำตอบเดียว
1. ลักษณะของงานทถ่ี ือวาหากใชแ รงงานหญิงทำงานแลวนา จะเกดิ อนั ตรายตอรางกายได คอื ขอ ใด

ง. งานผลติ ดอกไมไฟ
2. งานที่ตองทำบนนงั่ รานท่ีสูง สำหรบั แรงงานหญงิ กฎหมายวางหลกั ไวใ นขอใด

ก. จะสงู กว่าพื้นดินเกิน 10 เมตร มิได
3. กฎหมายหา มมิใหห ญงิ มคี รรภย ก แบก หาม ทูน ลากของหนกั เกินกวา ดังน้ี

ข. มใิ หมีนำ้ หนกั เกิน 15 กิโลกรัม
4. กรณหี ญงิ มีครรภ กฎหมายหามมิใหนายจา งใหล ูกจา งหญิงมีครรภทำงานระหวางเวลาใด

ค. ระหว่างเวลา 22.00 ถงึ 06.00 นาิกา
5. นางสมศรแี ตงงานและกำลังตง้ั ครรภใกลคลอด นางสมศรีมสี ิทธิในขอใด

ง. ขอ ก และขอ ข ถกู ตอง

8

6. ลูกจางหญิงที่มีครรภมีใบรับรองแพทยแผนปจจุบันชั้นหน่ึงมาแสดงวาไมอาจทำงานในหนาที่เดิมตอไปได
เพราะอาจมีผลกระทบตอบตุ รในครรภตามใบความเห็นแพทย หญงิ มคี รรภม ีสทิ ธติ ามกฎหมายดงั นี้
ง. ถูกทกุ ขอ

7. คำวา แรงงานเด็ก ตามพระราชบัญญัตกิ ฎหมายคมุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถึงบุคคลทมี่ อี ายุระหวา ง
ในขอใด
ค. อายตุ ัง้ แต่ 15 ป แต่ไม่ถงึ 18 ป

8. กฎหมายหามมิใหน ายจา งทำการจางเดก็ อายตุ ่ำกวากปี่ เปน ลูกจา ง
ข. ตำ่ กวา่ 15 ป

9. การจางแรงงานเด็ก กฎหมายบงั คับใหน ายจางมหี นา ท่ตี อ งปฏิบตั ิในขอ ใด
ค. แจง การจางลูกจา งแรงงานเด็กต่อพนกั งานตรวจแรงงานภายใน 15 วนั

10. หลักทั่วไปแลวหามมใิ หใชแรงงานเดก็ ทำงานระหวางเวลาเทา ใด
ค. ระหว่างเวลา 22.00 นาิกา ถงึ 06.00 นากิ า

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปนีต้ ามหลกั กฎหมาย
1. ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 การจางแรงงานเด็ก หมายถึงเด็กที่มีอายุระหวางก่ีป

พรอมบอกเหตุผล
แรงงานเดก็ ตามพระราชบญั ญตั คิ ุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถงึ บุคคลหรือเดก็ ทม่ี อี ายุ

ไม่ตำ่ กว่า 15 ป และไม่ถึง 18 ป คอื เด็กท่มี อี ายุต้ังแต่ 15 ป แตย่ งั ไมถ่ ึง 18 ปน นั่ เอง
เหตุผลเพราะหากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ป ถือว่าเด็กยังอยู่ในภาวะท่ีไม่สามารถทำกิจการงาน

ได โดยเฉพาะงานที่ตอ งใชกำลังและสมอง ตอ งใหมอี ายคุ รบ 15 ปก ่อน และเม่ือเดก็ มอี ายคุ รบ 18 ปแลว
กฎหมายถือว่าเร่ิมมีวุฒิภาวะ รูสึกผิดชอบชั่วดี สามารถตัดสินใจและเปนตัวของตัวเองได ดังนั้น
หากอายุถึง 18 ป ตอ งถือวา่ มใิ ชแ่ รงงานเดก็
2. ขอ ปฏิบัติของนายจา งเมือ่ ทำการจางเด็กมาเปนลูกจา ง จะตอ งปฏิบตั ิตามกฎหมายอยา งไร
นายจางมหี นาท่ีตองปฏิบัติดังนี้

1. แจง การจา งลกู จา งซง่ึ เปน เดก็ ตอ่ พนกั งานตรวจแรงงาน ภายในสบิ หา วนั นบั แตว่ นั ทร่ี บั เดก็
นน้ั เขา มาทำงาน

2. ตอ งจดั ทำบนั ทกึ สภาพการจา งเดก็ นน้ั ไว รวมทงั้ สภาพการเปลย่ี นแปลงทจ่ี ะมใี นวนั ขา งหนา
ไว พรอ มทจ่ี ะใหพ นกั งานตรวจแรงงานขอดไู ด

3. เมอ่ื สน้ิ สดุ การจา งหรอื เลกิ จา งแรงงานเดก็ แลว ตอ งแจง ใหพ นกั งานตรวจแรงงานทราบภายใน
เจ็ดวนั นับแต่วันทีเ่ ดก็ ออกจากงาน

9

3. สถานท่ีซ่ึงนายจางใหลูกจางเด็กทำงาน มีสถานท่ีใดบางท่ีกฎหมายหามไวมิใหใชลูกจางเด็กทำงาน บอกมา
4 แหง
สถานทีห่ า มมิใหใชแรงงานเดก็ ทำงาน ไดแ ก่
1. โรงฆา่ สัตว
2. สถานที่เล่นการพนนั
3. สถานบรกิ ารตามกฎหมายวา่ ดวยสถานบริการเช่น สถานเตน รำ
4. สถานท่ีอื่นๆ ซง่ึ กฎกระทรวงออกมาบงั คบั ใช

4. นางสมศรเี ปน พนกั งานขายของหนา รา นและมคี รรภใ กลค ลอด มาขอคำแนะนำจากทา นวา จะลาคลอดไดก ว่ี นั
ระหวา งลามีสทิ ธไิ ดรับคาจา งท่ีทำอยใู นปจจบุ ันหรอื ไม ทานจะแนะนำนางสมศรีอยางไร
ใหคำแนะนำนางสมศรี ดังน้ี
1. นางสมศรมี สี ทิ ธขิ อลาคลอดบตุ รจากนายจา งได 90 วนั หรอื ประมาณ 3 เดอื น เพอื่ คลอดบตุ ร
และเล้ียงดบู ุตรของตน
2. ระหว่างลาคลอดบุตร จำนวน 90 วัน นางสมศรีมีสิทธิไดรับค่าจางเท่ากับท่ีทำงานปกติ
จำนวน 45 วัน ส่วนทีเ่ กนิ อีก 45 วัน จะไม่ไดรบั ค่าจา ง หากนางสมศรตี องการไดค่าจา งเตม็ ตามท่ลี าก็
อาจไปใชสทิ ธิตามกฎหมายประกันสงั คมรว่ มดว ย

5. หญิงมีครรภ กฎหมายหามมิใหนายจางใชหญิงมีครรภทำงานในเวลาใด หรืองานประเภทใดบาง
ตอบพอสงั เขป
กฎหมายหามมใิ หนายจา งใหหญิงมีครรภทำงานระหวา่ งเวลา 22.00 นาิกา ถงึ 06.00 นาิกา
และหามมิใหทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดดวย นอกจากนี้มีงานบางประเภทที่กฎหมายหาม
มใิ หห ญิงมีครรภท ำงาน ไดแก่
1. งานเก่ยี วกบั เครื่องจักร เครื่องยนต ทม่ี คี วามสั่นสะเทอื น
2. งานขับเคลอื่ นหรอื ติดไปกับยานพาหนะ เชน่ เปนทายรถขนของ
3. งานยก แบก หาม ทนู ลาก หรือเข็นของหนักเกนิ 15 กโิ ลกรัม

ตอนที่ 3 จงใส่เครือ่ งหมาย  หนา ขอ ท่ีเห็นว่าถูก และเครื่องหมาย  หนาขอ ท่เี ห็นว่าผิด
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

10

เฉลยหนวยท่ี 4

กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ
(อยูในดุลยพินจิ ของอาจารยผ ูสอน)
กิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู
(อยูใ นดุลยพนิ จิ ของอาจารยผสู อน)

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบท่ถี กู ท่ีสดุ เพยี งคำตอบเดียว
1. วนั หยดุ ตามพระราชบญั ญัติคุม ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมายถงึ ขอใด

ง. ถกู ทกุ ขอ
2. วันหยดุ พกั ผอ นประจำป ลูกจางท่มี สี ิทธิลาหยดุ พกั ผอนไดคอื

ง. ลูกจา งทำงานติดต่อกันมาแลวครบ 1 ป
3. สิทธหิ ยุดพกั ผอนประจำปข องลูกจา ง มีจำนวนในขอ ใด

ข. จำนวนไม่นอ ยกวา่ 6 วนั ทำงาน
4. วันหยุดประจำสปั ดาห พระราชบญั ญตั ิคุม ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดใหห ยุดกวี่ ัน

ข. สัปดาหหน่งึ จำนวนไม่นอยกวา่ 1 วนั
5. พระราชบญั ญัติคมุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดใหวันหยุดประจำสปั ดาหต อ งมีระยะหางกันกีว่ ัน

ก. ห่างกันไมเ่ กนิ กวา่ 6 วนั
6. วันหยดุ ตามประเพณี หมายความถึงวันหยดุ ในขอใด

ค. วันหยุดของทางราชการประจำป ที่คณะรฐั มนตรีประกาศกำหนด
7. ในปห นึง่ ของการทำงาน ลกู จางมสี ทิ ธลิ าปว ยไดก ี่วนั

ง. ลาไดเท่าท่ีปวยจริง
8. ลูกจา งตอ งแนบใบรบั รองแพทยแผนปจจบุ นั ชั้นหนึ่งพรอ มหนังสอื ลาปว ยดวย หากลกู จา งปว ยตงั้ แตก ่ีวนั

ข. ตง้ั แต่ 3 วันทำงานขึน้ ไป
9. ระหวางลกู จางลาปวย นายจางตอ งจายคาจางใหลูกจา งดวย แตมหี ลกั เกณฑอ ยา งไร

ข. ปหนงึ่ จะไดรบั ไม่เกิน 30 วนั
10. ลูกจา งยอมมีกจิ ธรุ ะจำเปนสว นตวั ดังนนั้ ปห นึ่งกฎหมายกำหนดใหล กู จางมสี ทิ ธลิ ากจิ ธุระจำเปนไดกี่วนั

ค. ลาไดต ามขอบังคับเกย่ี วกับการทำงานของนายจา ง

11

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปนี้ตามหลักกฎหมาย
1. การลาปวยของลกู จา งในปห นงึ่ มีสิทธลิ าปวยไดก่ีวนั และมีหลักเกณฑอยางไรบา ง

การลาปวยของลูกจาง กฎหมายไม่ไดกำหนดว่าปหน่ึงมีสิทธิลาไดกี่วัน แต่กำหนดไวว่า
ใหลาปวยไดต ามทีป่ วยจริง หมายความวา่ ในปห นึ่งจะลาปว ยกวี่ นั ก็ได ถา มอี าการปวยเกดิ ข้ึน

หลักเกณฑก ารลาปว ย กฎหมายกำหนดไวว า่ หากลาปวยไมเ่ กนิ 2 วัน สามารถลาปว ยไดดวย
การเขยี นใบลาปว ยสง่ ใหน ายจา ง แตถ่ า ลาปว ยตงั้ แต่ 3 วนั ขนึ้ ไป การลาปว ยนน้ั นอกจากเขยี นใบลาปว ย
แลว จะตองมีใบรบั รองแพทย จากแพทยแผนปจจบุ ันช้นั หน่ึง หรอื ของสถานพยาบาลของทางราชการ
มาประกอบดวย วิธีการลาปวยจะตองทำหลักฐานอย่างไรบางคงเปนไปตามระเบียบหรือขอบังคับของ
สถานประกอบกิจการของนายจา งนัน้ ๆ และระหว่างลาปวย นายจางตอ งจา่ ยคา่ จา งใหแกล่ ูกจา งเท่ากับ
อตั ราคา่ จา งในวนั ทำงานตลอดระยะเวลาทล่ี าปว ย แตป่ ห นงึ่ จะไดร บั ไมเ่ กนิ 30 วนั ทำงาน คอื จา่ ยใหไ มเ่ กนิ
30 วนั ตอ่ ป อนงึ่ การลาปว ยตามพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองแรงงานน้ี เปน อาการเจบ็ ปว ยมสี าเหตุ มใิ ชก่ าร
เจบ็ ปว ยเนอื่ งจากทำงานในหนา ทใี่ หน ายจา ง หากเปน การลาปว ยเนอื่ งจากเจบ็ ปว ยเพราะทำงานในหนา
ทใี่ หน ายจาง ไม่ใหถือว่าเปนการลาปว ย และนายจางคงจ่ายค่าจา งใหลูกจา งเชน่ เดิมแมจ ะเกิน 30 วนั
ตอ่ ป
2. การลากจิ ของลกู จางในปหนง่ึ มีสทิ ธลิ าไดก ี่วนั และมีหลกั เกณฑอ ยา งไรบา ง

การลากิจ หรืออาจเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า ลาเพื่อกิจธุระอันจำเปน กฎหมายมิไดกำหนดหรือให
สทิ ธิแกล่ กู จา งไววา่ มีสทิ ธิลาในปหนงึ่ ไดกี่วัน กฎหมายกำหนดไวแต่เพยี งว่า ลกู จา งมีสิทธลิ าเพ่ือกจิ ธรุ ะ
อันจำเปนตามขอบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หมายความว่า ขอบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจาง
มไี วอ ย่างไร ก็คงมสี ิทธติ ามทก่ี ำหนดไวใ นขอบังคบั น้ันๆ
3. วนั หยดุ ตามประเพณี หมายถงึ วนั หยดุ อยา งไร และกฎหมายกำหนดหลกั เกณฑก ารหยดุ ตามประเพณใี ชบ งั คบั
ระหวางนายจา งกับลกู จางอยางไรบาง

วันหยุดตามประเพณี หมายถึง วันหยุดของทางราชการประจำป วันหยุดทางศาสนาหรือ
ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งทองถ่ิน โดยคณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดใหเปนวันหยุดประจำป
เพือ่ ใหโอกาสประชาชนโดยท่ัวไป โดยเฉพาะลูกจา งมีโอกาสไดไ ปปฏิบัติภารกิจทางศาสนาตามประเพณี
หรอื หยดุ เนือ่ งจากเปนวันสำคัญของชาติ

กฎหมายกำหนดใหนายจางตองใหลูกจางไดหยุดงานในวันประเพณีหรือหยุดตามประเพณี
ในปหน่ึงไม่นอยกว่า 13 วัน หมายความวา่ มากกว่า 13 วนั ไมเ่ ปน ไร แตจ่ ะนอยกว่า 13 วนั ไม่ได และใน
จำนวนนบ้ี ังคับวา่ ตอ งมีวนั หยดุ ทเ่ี ปนวันแรงงานแห่งชาติ คอื วนั ท่ี 1 พฤษภาคม รวมอยูด่ วย ถากรณี
วันหยุดตามประเพณีที่ใหหยุดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาหที่ลูกจางเคยหยุดอยู่แลว ใหนายจางชดเชย
โดยหยดุ เพิ่มในวันทำงานใหอีก 1 วัน การกำหนดวนั หยุดตามประเพณนี ี้ นายจางตองทำเปนประกาศ
แจงใหล ูกจา งทราบล่วงหนา ก่อนดวย

12

4. นายสมศักด์ิ ประกอบกิจการธุรกิจงานโรงแรม มีลูกคาประจำในวันหยุดและวันอาทิตยเปนจำนวนมาก
มีความประสงคจะใหลูกจางของตนอยูชวยบริการลูกคาซึ่งเปนวันอาทิตย และตรงกับวันหยุดของลูกจาง
ติดตอกัน 2 อาทิตย โดยไมตองหยุด กรณีเชนน้ีนายสมศักด์ิมีสิทธิจะใหลูกจางของตนทำงานติดตอกัน
2 อาทิตยไดหรือไม
วนั หยดุ ประจำสปั ดาห กฎหมายกำหนดใหห ยดุ มรี ะยะหา่ งกนั ไมเ่ กนิ 6 วนั หมายความวา่ ลกู จา ง
ตองไดห ยุดพักผ่อนทุกอาทิตย อาทิตยล ะไมน่ อ ยกว่า 1 วนั หรอื ตามทต่ี กลงกนั
ตามปญหา นายสมศักดิ์ ซึ่งเปนนายจางประกอบกิจการธุรกิจโรงแรม มีความประสงคให
ลกู จา งของตนทำงานตดิ ตอ่ กนั 2 อาทติ ย โดยไมต่ อ งหยดุ ในวนั อาทติ ยต ามทเ่ี คยหยดุ นายสมศกั ดอิ์ าจทำได
แต่ตองทำความตกลงกับลูกจางใหเขาใจ แลวไปหยุดชดเชยรวมกันในวันอาทิตยคร้ังต่อไป
ซง่ึ กฎหมายยอมใหทำได แต่จะทำตดิ ตอ่ กันหรือใหทำงานติดต่อกันเกิน 4 สัปดาห หรอื 4 อาทิตย ไม่ได

5. พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2541 วางหลกั กฎหมายใหล กู จา งมสี ทิ ธหิ ยดุ พกั ผอ นประจำปไ วอ ยา งไร
วันหยุดพักผ่อนประจำป เปนวันหยุดหลังจากที่ลูกจางไดทำงานตามท่ีนายจางไดจางใหทำ

ติดต่อกันมาครบ 1 ป ลูกจางผูน้ันมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปได ปหน่ึงไม่นอยกว่า 6 วันทำงาน คือ
ไม่นับรวมวันหยุดอ่ืนหากมีระหว่างท่ีมีการหยุดพักผ่อนประจำป และถาปใดลูกจางไม่ประสงคจะหยุด
พกั ผอ่ นในปน นั้ อาจยกยอดวนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำปไ ปรวมกบั วนั หยดุ พกั ผอ่ นในปห นา หรอื ปถ ดั ไปอกี กไ็ ด
ตอนที่ 3 จงใสเ่ ครอื่ งหมาย  หนา ขอ ท่เี หน็ วา่ ถูก และเครือ่ งหมาย  หนา ขอที่เห็นวา่ ผดิ
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

เฉลยหนว ยท่ี 5

กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ
(อยใู นดุลยพินจิ ของอาจารยผสู อน)
กิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
(อยใู นดุลยพนิ ิจของอาจารยผสู อน)

13

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบท่ถี กู ท่สี ุดเพยี งคำตอบเดยี ว
1. เงนิ ทนี่ ายจา งจายใหลกู จา งในขอใดเรยี กวาคาจา ง

ง. ถูกทุกขอ
2. คำวา “คาทำงานในวนั หยุด” คอื เงนิ ที่นายจางจา ยใหล กู จา งในขอ ใด

ก. เพอ่ื ตอบแทนการทำงานในวนั หยดุ
3. คำวา “คาลวงเวลา” คือ เงนิ ท่ีนายจางจายใหลกู จางตอบแทนการทำงานในขอใด

ข. การทำงานนอกเวลาจากการทำงานปกติ
4. อัตราคา จา งขั้นตำ่ เปนอตั ราคาจา งต่ำสุดจายใหแกลกู จางในขอ ใด

ข. สำหรับลกู จา งทำงานใน 1 วนั
5. คณะกรรมการคาจาง เพ่ือกำหนดอัตราคาจางข้ันต่ำท่ีลูกจางควรจะไดรับ จะมีผูแทนฝายนายจางและฝาย

ลูกจา งรว มเปนคณะกรรมการฝายละก่ีคน
ง. ฝา ยละ 5 คน
6. การพิจารณาของคณะกรรมการคาจางวาควรกำหนดอัตราคาจางขั้นต่ำเปนอัตราเทาใด จะยึดเอาสิ่งใดเปน
พน้ื ฐานในการพจิ ารณา
ค. สภาพเศรษฐกิจและสังคมในพน้ื ท่ีนน้ั ๆ เปน หลกั
7. การทำงานในวันหยุด หมายถึงในขอใด
ข. หยุดงานวันอาทิตย แตน่ ายจางใหมาทำงานในวนั อาทิตย
8. การทำงานลว งเวลา หมายถงึ ในขอใด
ก. เลิกงานจากการทำงานปกติ แลว ใหท ำตอ่ อีก
9. การทำงานลว งเวลาในวันหยดุ หมายถงึ ขอ ใด
ค. หยดุ งานวนั อาทติ ย แตม่ าทำงานถึงเวลาเลกิ งาน แลว ทำตอ่ อีก 4 ชั่วโมง
10. คา ชดเชย หมายความวาอยางไร
ง. เงนิ ท่ีนายจางจ่ายใหแกล่ กู จางเม่อื เลกิ จาง

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปนตี้ ามหลักกฎหมาย
1. คณะกรรมการคา จา ง มหี นา ทกี่ ำหนดอตั ราคา จา งขน้ั ตำ่ ประกอบดว ยกลมุ บคุ คลใดบา ง และมหี ลกั การพจิ ารณา

อัตราคา จางขน้ั ตำ่ อยา งไร
คณะกรรมการคา่ จา งขนั้ ตำ่ ประกอบดว ย ปลดั กระทรวงแรงงาน เปน ประธานกรรมการ มี ผแู ทน

จาก 3 ฝา ย คอื ฝา ยรฐั บาล จำนวน 4 คน ฝา ยนายจา ง จำนวน 5 คน ฝา ยลกู จา ง จำนวน 5 คน และขา ราชการ
ในกระทรวงแรงงานซ่ึงรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานแต่งต้ังใหเปนเลขานุการ เปนคณะกรรมการพิจารณา
อัตราค่าจางข้ันต่ำ โดยยึดเอาสภาพเศรษฐกิจและสังคมในเขตจังหวัดพ้ืนท่ีน้ันๆ มาพิจารณา
ตามความเหมาะสม แลว เสนอใหร ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงแรงงานเพอื่ ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เมอื่
ประกาศแลว หามมิใหน ายจา งจา่ ยคา่ จา งแกล่ กู จางนอ ยกว่าอัตราค่าจางข้ันต่ำ นับแตว่ นั ทมี่ ีผลใชบ ังคับ

14

2. การทำงานในวันหยดุ หมายความวาอยางไร และนายจางมสี ิทธใิ หลกู จางทำงานในวนั หยดุ ไดจะตอ งเขา หลกั
เกณฑอยางไรบาง
การทำงานในวันหยุด หมายความว่า นายจางใหลูกจางทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห
วนั หยดุ ตามประเพณี หรือวนั หยดุ พกั ผอ่ นประจำป ในเวลาทำงานปกติ ระหวา่ งเวลาทีเ่ คยทำงานในวนั
ปกติธรรมดา คือ เวลาระหวา่ ง 08.00 ถงึ 17.00 นากิ า หรือทำงาน 8 ชวั่ โมง พกั 1 ชัว่ โมง
เมอื่ นายจา งประสงคจ ะใหล กู จา งทำงานในวนั หยดุ มหี ลกั เกณฑว า่ จะตอ งเปน งานทต่ี อ งทำตดิ ตอ่
หรืองานเร่งด่วน หากไม่ทำจะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ และตองไดรับความยินยอมจากลูกจางเสมอ
และนายจา งตอ งจ่ายคา่ ทำงานในวันหยดุ คอื คา่ จา งเพมิ่ ใหลูกจางตามทก่ี ฎหมายกำหนด

3. กฎหมายหรือพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดใหนายจางจายคาจางทำงานในวันหยุด
แกล ูกจางไวอ ยา งไร
กฎหมายกำหนดไวเปน 2 กรณี คือ
1. ลูกจางมีสิทธิไดรับค่าจางในวันหยุดอยู่เดิม เช่น รับเปนเงินเดือน ซ่ึงครอบคลุมวันหยุด
ไม่ว่าจะเปนวันหยุดประจำสัปดาห วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำป หากตกลงกับ
นายจางมาทำงานเร่งด่วนในวันหยุด ใหลูกจางมีสิทธิไดรับค่าจางทำงานในวันหยุดไม่นอยกว่าหนึ่งเท่า
ของอตั ราค่าจางตอ่ ช่ัวโมงตามเวลาปกติ
2. ลกู จา งไมม่ สี ทิ ธไิ ดร บั คา่ จา งในวนั หยดุ และไดต กลงกบั นายจา งมาทำงานเรง่ ดว่ นในวนั หยดุ
ใหล กู จา งมสี ทิ ธไิ ดร บั คา่ จา งทำงานในวนั หยดุ ไมน่ อ ยกวา่ สองเทา่ ของอตั ราคา่ จา งตอ่ ชวั่ โมงตามเวลาปกติ
ลกู จา งประเภทนี้ ไดแก่ ลกู จา งทจ่ี า งชว่ั คราวตดิ ตอ่ กนั แตใ่ หค ่าจางเปนรายวัน เปน ตน

4. การทำงานลวงเวลา หมายความวาอยา งไร นายจางจะตอ งจา ยคาจางทำงานลว งเวลาอยา งไร
การทำงานล่วงเวลา หมายความว่า การทำงานนอกเวลาหรือเกินเวลาจากการทำงานปกติ

หรอื เกินชว่ั โมงทำงานในแตล่ ะวัน
นายจางจะตองจ่ายค่าจางการทำงานที่ล่วงเวลาใหลูกจาง เรียกว่า ค่าล่วงเวลา

มหี ลกั เกณฑด งั นี้
1. คา่ ลว่ งเวลาในวนั ทำงานปกติ เปน หว งเวลาการทำงานหลงั จากเลกิ จากการทำงานในเวลา

ปกติ แลวทำงานต่อไป ระยะเวลาท่ีทำงานต่อจากเวลาทำงานปกตินี้ เรียกว่า ทำงานล่วงเวลา
ในวันทำงานปกติ นายจางตองจ่ายค่าล่วงเวลาใหแก่ลูกจางในอัตราไม่นอยกว่าหน่ึงเท่าครึ่งของอัตรา
คา่ จา งต่อหนว่ ยในวนั ทำงานปกติ

2. คา่ ลว่ งเวลาในวนั หยุด เมอ่ื นายจางใหลูกจางมาทำงานในวันหยดุ และหมดเวลาทำงานใน
เวลาปกติแลวงานยังไม่เสร็จ นายจางไดตกลงกับลูกจางใหลูกจางทำต่อไปอีก การที่
ทำงานเกนิ เวลาจากปกตนิ ี้ เรียกว่า ทำงานลว่ งเวลาในวนั หยดุ นายจางตอ งจ่ายค่าล่วงเวลาในวนั หยดุ
ใหแ กล่ กู จางในอัตราไม่นอ ยกว่าสามเท่าของอตั ราคา่ จางต่อหนว่ ยในวนั ทำงานปกติ

15

5. คาชดเชย หมายความวาอยางไร อัตราต่ำสุดของคาชดเชยท่ีนายจางตองจายใหแกลูกจาง
กฎหมายกำหนดไวอ ยา งไร
ค่าชดเชย หมายความว่า เงินท่นี ายจางจ่ายใหแก่ลูกจา งเม่ือเลิกจา ง กลา่ วคือ เมอื่ การเลิกจา ง
ลูกจางมีสาเหตมุ าจากนายจา ง อาจเปน เพราะงานของนายจา งส้นิ สดุ ลง หรือหากนายจา งดำเนนิ กจิ การ
ต่อไปมีแตจ่ ะขาดทุน วิธีแกไขคือเลิกจางลกู จา ง หรอื ลดจำนวนลูกจางลง ดว ยการเลกิ จาง และไม่จ่าย
ค่าจางใหลูกจางอีกต่อไป การดำเนินการเช่นนี้กฎหมายกำหนดใหนายจางตองจ่ายเงินค่าชดเชยใหแก่
ลูกจา ง จำนวนมากนอยเปนไปตามระยะเวลาทล่ี กู จา งไดท ำงานแกน่ ายจาง
สำหรับอัตราเกณฑต่ำสุดของค่าชดเชยที่นายจางจะตองจ่ายค่าชดเชยใหแก่ลูกจาง
กฎหมายกำหนดวา่ “ลูกจา งทำงานตดิ ต่อกันครบ 120 วนั แต่ไม่ครบ 1 ป ใหจ ่ายคา่ ชดเชยแก่ลกู จาง
ไมน่ อยกวา่ 30 วนั ของอัตราคา่ จางอตั ราสุดทาย” สว่ นลกู จางทท่ี ำงานยงั ไมค่ รบ 120 วัน จงึ ยงั ไมไ่ ด
สทิ ธิในการพจิ ารณาเงินคา่ ชดเชยให

ตอนที่ 3 จงใสเ่ คร่ืองหมาย  หนาขอ ท่ีเห็นว่าถูก และเครอ่ื งหมาย  หนาขอทเี่ หน็ ว่าผดิ
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

เฉลยหนวยท่ี 6

กิจกรรมเสรมิ ประสบการณ
(อยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผูสอน)
กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
(อยใู นดลุ ยพินจิ ของอาจารยผูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบที่ถูกท่สี ุดเพยี งคำตอบเดียว
1. กฎหมายแรงงานสัมพนั ธ เปน กฎหมายทีก่ ำหนดแนวทางปฏบิ ตั ิในขอ ใด

ค. กำหนดแนวทางปฏิบัติระหวา่ งฝายนายจา งกับฝายลูกจาง
2. ในภาพรวมของกฎหมายแรงงานสัมพนั ธท ีก่ ำหนดแนวทางปฏบิ ัตไิ ว เพ่ือวตั ถปุ ระสงคใด

ง. เพือ่ สิทธิ หนาที่ และผลประโยชนในการทำงานของนายจา งและลกู จาง
3. เมอื่ มกี ารจางแรงงาน กฎหมายแรงงานสัมพนั ธมสี วนเขามาบงั คับใชก บั การจา งแรงงานในขอใด

ก. การจางแรงงานในการประกอบกจิ การทว่ั ๆ ไป

16

4. สภาพการจาง คอื เงอื่ นไขการจางหรอื การทำงาน โดยจะกำหนดในเร่อื งดังตอ ไปน้ไี วคือขอ ใด
ง. ถกู ทกุ ขอ

5. กฎหมายกำหนดใหสถานประกอบกิจการท่ัวไปจะตองจัดใหมีขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจางไว
เมื่อมลี ูกจางจำนวนกค่ี น
ง. มจี ำนวนตง้ั แต่ 20 คน ขึน้ ไป

6. ขอตกลงเก่ยี วกับสภาพการจา ง กฎหมายกำหนดใหมรี ะยะเวลาบงั คบั ไวอยา งไร
ง. ถกู ทกุ ขอ

7. การรวมตัวของบุคคลหรือองคกรใดๆ เพ่ือรักษาผลประโยชนของตน รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
กำหนดหลกั เสรีภาพไวอ ยา งไร
ง. ถูกทุกขอ

8. องคการฝา ยนายจา งตามพระราชบัญญัตแิ รงงานสัมพันธ พ.ศ. 2518 กำหนดตามลำดบั ดงั นี้
ก. สมาคมนายจา ง สหพันธนายจาง สภาองคก ารนายจาง

9. องคการฝา ยลูกจางตามพระราชบญั ญตั ิแรงงานสมั พันธ พ.ศ. 2518 กำหนดตามลำดับดงั นี้
ก. สหภาพแรงงาน สหพนั ธแรงงาน สภาองคก ารลกู จาง

10. ผูม ีสทิ ธิจัดต้งั สหภาพแรงงาน กฎหมายวางหลักเกณฑไ วในขอใด
ง. ขอ ก และ ข ถกู ตอง

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปน้ตี ามหลักกฎหมาย
1. ลกั ษณะทวั่ ไปของกฎหมายแรงงานสมั พนั ธ เปน กฎหมายใชบ งั คบั ทวั่ ไปทม่ี กี ารจา งแรงงาน วตั ถปุ ระสงคข อง

กฎหมายฉบบั น้มี ีข้ึนเพือ่ วัตถุประสงคใด
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื กำหนดแนวทางปฏบิ ตั ติ อ่ กนั ระหวา่ งฝา ยนายจา งกบั ฝา ยลกู จา ง เพอื่ ใหน ายจา งและ

ลกู จา งมคี วามเขา ใจอนั ดตี อ่ กนั สามารถทำขอ ตกลงในเรอื่ งสทิ ธิ หนา ที่ ผลประโยชนใ นการทำงานรว่ มกนั ได
รวมทั้งกำหนดวิธีระงับขอพิพาทแรงงานที่อาจเกิดขึ้นไดใหยุติลงโดยเร็ว และดวยความพอใจ
ของทั้งสองฝาย กอ่ ใหเกดิ ความสัมพนั ธอยา่ งสรางสรรคและมีความสุข

2. ศัพทท สี่ ำคญั ของกฎหมายแรงงาน คอื สภาพการจา ง ใหทานอธิบายคำวา สภาพการจาง มาพอเขาใจ
คำวา่ สภาพการจา ง คอื เงอื่ นไขของการจา ง หรอื การทำงาน ทน่ี ายจา งและลกู จา งจะตอ งตกลงกนั กอ่ น

มีการจางเกิดขึ้น หรือเม่ือมีการจางเกิดขึ้นแลว อาจมีการทำความตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง
ในภายหลังก็ได เง่ือนไขของการจางหรือสภาพการจางนี้ก็ไดแก่ กำหนดวันและเวลาในการทำงาน
เช่น วันหนึ่งใหทำงานกี่ชั่วโมง ตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด สัปดาหหนึ่งมีวันหยุดประจำสัปดาหวันใด
ใหค่าจางเปนรายวัน หรือรายเดือน มีสวัสดิการอย่างไรบาง การเลิกจางหรือการลาออกจะตองปฏิบัติ
อยา่ งไร เปน ตน

17

3. ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงไดตามสถานการณ โดยทั่วไปกฎหมายกำหนดอายุ
หรอื ระยะเวลาของขอตกลงเกี่ยวกบั สภาพการจางไวอยา งไร
ขอ ตกลงเกยี่ วกบั สภาพการจาง ตองทำเปนหนังสอื ใหมผี ลใชบ งั คับภายในระยะเวลาทนี่ ายจา ง
และลกู จา งตกลงกนั เชน่ ตกลงใหส ภาพการจา งมผี ลบงั คบั ใชร ะยะเวลา 2 ป กใ็ หเ ปน ไปตามนน้ั แตน่ ายจา ง
และลูกจางจะตกลงใหมีอายุหรือระยะเวลาบังคับใชเกินกว่า 3 ปมิได และถานายจางและลูกจางไดมี
ขอตกลงกันในเรื่องสภาพการจางนี้ไวแลว แต่มิไดกำหนดอายุหรือระยะเวลาไว กฎหมายใหถือว่า
ขอ ตกลงนน้ั ใหม ผี ลบงั คบั ใชไ ดเ พยี ง1ปนบั ตงั้ แตว่ นั ทนี่ ายจา งและลกู จา งไดต กลงกนั และเมอื่ ครบระยะเวลา
1 ปแ ลว นายจา งและลกู จางยังมิไดม กี ารเจรจากันอกี กฎหมายใหถือวา่ ขอตกลงเกย่ี วกับสภาพการจา ง
นน้ั มผี ลใชบ ังคับต่อไปอกี คราวละ 1 ป

4. องคก ารฝา ยลกู จางระดับลางสุดมชี ่อื วา อะไร มีหลกั เกณฑก ารขอจัดตง้ั อยางไร กลา วพอสงั เขป
องคการฝายลกู จา งระดบั ล่างสดุ ทีล่ กู จา งตงั้ ขน้ึ ตามพระราชบัญญัติแรงงานสมั พนั ธ คือ สหภาพแรงงาน
หลักเกณฑการจัดตั้งโดยสรุป คือ ตองเปนลูกจางของนายจางคนเดียวกัน มีจำนวนไม่นอยกว่า 10 คน
หรือเปนลูกจางซ่ึงทำงานประเภทเดียวกัน มีจำนวนไม่นอยกว่า 10 คน โดยไม่คำนึงว่าจะมีนายจางก่ีคน
มีวัตถุประสงคเพ่ือการแสวงหาและคุมครองผลประโยชนเก่ียวกับสภาพการจาง และส่งเสริมความสัมพันธ
อันดีระหว่างนายจางกับลูกจาง และระหว่างลูกจางดวยกัน ดำเนินการจัดทำขอบังคับของสหภาพแรงงาน
แลวนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมอ่ื จดทะเบียนแลวจะมฐี านะเปน นติ บิ คุ คล
5. วตั ถปุ ระสงค และอำนาจหนาทหี่ ลักของสหภาพแรงงาน กฎหมายกำหนดไวอยา งไร อธบิ ายพอเขา ใจ

อำนาจหนา ทข่ี องสหภาพแรงงานกเ็ พอื่ แสวงหาและคมุ ครองผลประโยชนเ กยี่ วกบั สภาพการจา ง
ดวยการเรียกรอง เจรจาทำความตกลง และรับทราบคำช้ีขาดหรือทำขอตกลงกับนายจางหรือสมาคม
นายจา งในกจิ การของสมาชกิ สหภาพแรงงาน เพอ่ื ใหส มาชกิ ไดร บั ประโยชนภ ายใตข อ บงั คบั วตั ถปุ ระสงค
ของสหภาพแรงงาน นอกจากนย้ี งั มหี นา ทจ่ี ดั ใหม กี ารบรกิ าร ใหค ำปรกึ ษาแกไ ขปญ หา หรอื ขจดั ขอ ขดั แยง
เกี่ยวกับการบริหารงาน และการทำงานใหลุล่วงไปดวยดี และส่งเสริมสรางความสัมพันธอันดีระหว่าง
นายจา งกับลกู จาง และระหวา่ งลูกจา งดวยกันเอง

ตอนที่ 3 จงใส่เคร่อื งหมาย  หนาขอ ท่เี ห็นวา่ ถูก และเคร่ืองหมาย  หนา ขอทีเ่ หน็ วา่ ผดิ
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

18

เฉลยหนว ยท่ี 7

กิจกรรมเสริมประสบการณ
(อยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผ สู อน)
กิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรมนำความรู
(อยใู นดุลยพนิ จิ ของอาจารยผูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบทีถ่ กู ทส่ี ุดเพยี งคำตอบเดียว
1. เมอื่ มขี อ พพิ าทเกย่ี วกบั สภาพแรงงานเกดิ ขน้ึ บคุ คลหรอื องคก รทเ่ี กย่ี วขอ งในการระงบั ขอ พพิ าทนนั้ ไดแ กข อ ใด

ก. คู่กรณี คอื ฝายนายจางและฝายลูกจาง
2. องคกรท่ีเกี่ยวของกับการระงับขอพิพาทแรงงาน ซึ่งประกอบดวย 3 ฝาย คือ ฝายนายจาง ฝายลูกจาง

และจากฝายรัฐบาล มารวมเปนคณะกรรมการ คือขอ ใด
ข. คณะกรรมการแรงงานสมั พันธ
3. สถานประกอบกิจการที่ลูกจางสามารถจัดตั้งคณะกรรมการลูกจางในสถานประกอบกิจการน้ันได
สถานประกอบกิจการนนั้ จะตองมีลกู จางจำนวนตัง้ แตกคี่ นขน้ึ ไป
ก. ตง้ั แต่ 50 คนขึน้ ไป
4. คณะกรรมการท่ีทำหนาท่ีเกี่ยวกับดานแรงงานสัมพันธ เพ่ือวินิจฉัยช้ีขาดขอพิพาทแรงงานในกิจการสำคัญ
และวินจิ ฉัยช้ีขาดคำรอ งของลูกจา งเกี่ยวกบั การกระทำอนั ไมเปน ธรรมของนายจาง คือขอ ใด
ค. คณะกรรมการแรงงานสัมพนั ธ
5. หนา ท่หี ลักของคณะกรรมการลูกจา ง คือขอ ใด
ง. ถกู ทุกขอ
6. พนักงานประนอมขอ พพิ าทแรงงาน เปนพนกั งานทีแ่ ตง ตัง้ มาจากขอใด
ง. กระทรวงแรงงานแต่งตง้ั
7. หนาทขี่ องพนักงานประนอมขอ พิพาทแรงงาน คือขอ ใด
ค. ไกล่เกลย่ี ขอ พพิ าทแรงงานระหวา่ งนายจางกบั ลกู จาง
8. ผแู ตงตั้งผชู ีข้ าดขอ พิพาทแรงงาน คือขอใด
ข. นายจา งและลูกจา งร่วมกันตัง้ ขึ้น
9. การเจรจาเกยี่ วกบั ขอพพิ าทแรงงาน จะเร่ิมไดก ต็ อเมื่อมกี ารดำเนินการในกจิ การขอ ใด
ค. มีการแจงขอเรียกรอ งเกีย่ วกับสภาพการจางจากฝา ยนายจางหรอื ฝา ยลูกจา งกไ็ ด
10. ในกรณที ่ีไมมกี ารเจรจาตามขอ เรยี กรองภายในเวลาตามท่ีกฎหมายกำหนดไว กฎหมายใหถอื วาอยา งไร
ข. มขี อ พิพาทแรงงานเกิดข้นึ แลว

19

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปน้ีตามหลกั กฎหมาย
1. องคกรท่เี ก่ยี วของกับการระงบั ขอพพิ าทแรงงาน มอี ะไรบา ง อธบิ ายพอเขา ใจ

องคกรที่เก่ียวของในการระงับขอพพิ าทแรงงาน จะประกอบดว ย 4 องคกร คือ
1. คณะกรรมการลูกจาง ถือว่าเปนตัวแทนของลูกจางในเบ้ืองตน ที่จะทำการพูดคุย
รว่ มประชุมและเจรจากับนายจาง เพ่อื ทำความเขา ใจกันในเบอ้ื งตน เพ่ือหาขอยุติในเรอื่ งที่ขัดแยง
2. พนักงานประนอมขอพิพาทแรงงาน หนาที่ของพนักงานประนอมขอพิพาทแรงงาน
มหี นาท่ีทำการไกล่เกลีย่ ขอ พพิ าทแรงงาน หลงั จากไดร ับคำเรียกรอ ง อาจเรม่ิ ตน ตง้ั แต่จัดใหมผี ูแ ทนของ
ลกู จา งเขา เจรจา เมอื่ ตกลงกนั ไดก จ็ ะทำขอ ตกลงเกย่ี วกบั สภาพการจา งไวต อ่ กนั ระหวา่ งลกู จา งกบั นายจา ง
ถา ไกล่เกล่ยี แลวตกลงกันไมไ่ ด ใหถอื ว่าขอพิพาทนน้ั เปนขอพิพาทที่ตกลงกันไม่ได
3. ผูช้ีขาดขอพิพาทแรงงาน เมื่อมีขอพิพาทเกิดข้ึน นายจางและลูกจางอาจตั้งบุคคลซ่ึงเปน
คนกลางหนง่ึ คนหรือหลายคน มาทำการช้ขี าดขอ พพิ าทนั้นก็ได
4. คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ ตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงแรงงาน ประกอบดวย 3 ฝา ย คอื ฝายนายจา งอย่างนอ ย 3 คน ฝายลกู จางอยา่ งนอ ย 3 คน
และตองมีจำนวนเท่ากัน ส่วนฝายที่สาม คือ ตัวแทนของรัฐที่เปนคนกลาง รวมกันท้ังหมดตอง
ไมน่ อ ยกวา่ 8 คน และเมอ่ื รวมประธานและกรรมการทง้ั หมดแลว ใหม ไี มเ่ กนิ 15 คน มหี นา ทว่ี นิ จิ ฉยั ชข้ี าด
ขอพพิ าทแรงงาน และชีข้ าดการกระทำของนายจา งที่ไมเ่ ปนธรรมต่อลกู จางโดยเฉพาะ
2. เมอื่ มีการแจง ขอ เรียกรองเกย่ี วกับสภาพการจางจากฝา ยลกู จางแลว นายจางมีหนาทต่ี อ งปฏิบัติตามขั้นตอน
อยา งไรตอไป
หนา ทข่ี องนายจา งจะตอ งปฏบิ ตั ิ คอื แจง ชอ่ื บคุ คลหรอื ตวั แทนของนายจา งเปน หนงั สอื ใหล กู จา ง
ฝา ยเสนอขอเรยี กรอ งรับทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนดงั น้ี
1. ทำการเจรจา เพ่ือใหไ ดขอตกลงที่ยุติ
2. การไกล่เกลี่ยถาไม่สามารถยุติได ฝายเรียกรอง คือ ลูกจางจะแจงใหพนักงานประนอม
ขอ พพิ าทรบั ทราบ และเขามาไกล่เกล่ียใหข อ พพิ าทยุติ
3. ช้ีขาดขอพิพาทแรงงาน ถาไม่ไดขอยุติ ปญหานั้นจะเปนขอพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได
คู่กรณีอาจตั้งผูชี้ขาดขอพิพาทแรงงานข้ึนมา หรือใชมาตรการทางแรงงานสัมพันธ คือ ปดงาน
หรือนัดหยุดงานได เวนขอพิพาทในกิจการสำคัญทางเศรษฐกิจเปนภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
พนกั งานประนอมขอพิพาทแรงงานตองสง่ ขอพพิ าทใหคณะกรรมการแรงงานสมั พนั ธพ จิ ารณา

20

3. คำวากิจการท่ีสำคัญในทางเศรษฐกิจของประเทศ เปนภัยตอความม่ันคงของประเทศ หรือกิจการเกี่ยวกับ
ความสงบเรียบรอ ยของประชาชน ไดแกก ิจการอะไรบาง ตอบมา 3 อยาง
กิจการที่สำคัญในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเปนกิจการเก่ียวกับความสงบเรียบรอยของ
ประชาชน ไดแ ก่
1. กจิ การเก่ยี วกับการคมนาคม ไดแ ก่ การรถไฟ การเดินเรอื การขนส่ง การติดต่อส่ือสาร เชน่
โทรศพั ท เปนตน
2. กจิ การเกย่ี วกบั การผลติ การจำหนา่ ย พลงั งาน เชน่ การผลติ กระแสไฟฟา การผลติ นำ้ ประปา
การกล่นั นำ้ มนั เช้ือเพลิง เปนตน
3. กิจการเกี่ยวกับความสงบสขุ ของประชาชน เชน่ กิจการโรงพยาบาล สถานรักษาพยาบาล
เปนตน

4. การทีก่ ฎหมายถือวามีขอพิพาทแรงงานเกดิ ข้นึ แลว หมายความวาอยางไร
เม่ือมีการแจงขอเรียกรองจากฝายใดฝายหนึ่ง อาจเปนฝายนายจางหรือฝายลูกจางก็ได และ

ทงั้ สองฝา ยรบั ทราบขอ เรยี กรอ ง คกู่ รณจี ะตอ งทำการเจรจากนั ภายใน 3 วนั นบั แตว่ นั ทอ่ี กี ฝา ยหนงึ่ ไดร บั
ขอเรียกรอง การที่กฎหมายถือวา่ มขี อ พิพาทเกดิ ข้ึน มี 2 กรณี

1. ไม่มกี ารเจรจากันภายใน 3 วัน นับแต่วนั ทอ่ี ีกฝา ยไดรบั ขอเรยี กรอ งแลว
2. ไดม กี ารเจรจากันภายใน 3 วัน ตามทก่ี ฎหมายกำหนด แตก่ ารเจรจานนั้ ตกลงกนั ไม่ได
5. เมื่อมีขอพิพาทแรงงานเกิดข้ึน และพนักงานประนอมขอพิพาทไดเขามาไกลเกลี่ยจนเปนผลใหขอพิพาทน้ัน
ตกลงกันได ผลแหง ขอ ตกลงในสภาพการจางนัน้ จะตองทำอยา งไรตอ ไป
คู่กรณี คือ ฝายนายจางและลูกจาง ตองทำบันทึกขอตกลงสภาพการจางท่ีตกลงกันเปน
ท่ียุตินน้ั ทำเปน หนังสือลงลายมอื ช่ือทั้งสองฝา ย แลว ใหนายจางนำไปทำเปนประกาศไวในท่ีเปดเผย ณ
ท่ีทำงานของลูกจาง ซ่ึงเก่ียวของกับการเรียกรองอย่างนอย 30 วัน และใหนายจางนำขอตกลงนั้นไป
จดทะเบยี นตอ่ อธิบดีกรมแรงงานและสวสั ดิการสังคม ภายใน 15 วัน นบั แตว่ นั ทไ่ี ดมีการตกลงกันดวย

ตอนที่ 3 จงใส่เคร่อื งหมาย  หนาขอ ทเี่ ห็นว่าถกู และเครอ่ื งหมาย  หนา ขอทเี่ ห็นวา่ ผดิ 

1.  2.  3.  4.  5.
6.  7.  8.  9.  10.

21

เฉลยหนว ยท่ี 8

กจิ กรรมเสริมประสบการณ
(อยใู นดุลยพนิ จิ ของอาจารยผ ูสอน)
กิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรมนำความรู
(อยใู นดลุ ยพินจิ ของอาจารยผ ูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลอื กคำตอบทถ่ี กู ท่ีสุดเพียงคำตอบเดยี ว
1. พระราชบัญญตั ิประกันสงั คมทีใ่ ชบ งั คับปจ จุบนั คอื ขอ ใด

ก. พระราชบญั ญัตปิ ระกนั สงั คม พ.ศ. 2533
2. วตั ถปุ ระสงคข องพระราชบญั ญัตปิ ระกันสังคม คือขอ ใด

ง. ถูกทกุ ขอ
3. ความหมายคำวา “สาเหตอุ นั มิใชเ นอื่ งจากการทำงาน” คอื ขอ ใด

ง. ขอ ก และ ข ถกู ตอ ง
4. นายจางมีหนาที่ตอ งขึน้ ทะเบยี นลกู จา งของตนใหเปน ผปู ระกนั ตน เม่ือมีลูกจา งตงั้ แต ขอ ใด

ก. ตง้ั แต่ 1 คนข้ึนไป
5. ลูกจา งไมต องข้ึนทะเบยี นเปน ผูประกันตน คอื ขอ ใด

ค. ลกู จางทำงานเปน แม่บา นของบานพกั
6. ขอ ใดเกย่ี วของกบั เงินกองทนุ ประกันสังคม

ง. ถกู ทุกขอ
7. กองทนุ ประกันสงั คมต้ังอยู ณ ทีใ่ ด

ก. ทีส่ ำนกั งานประกันสงั คม กระทรวงแรงงาน
8. กฎหมายประกนั สังคม ไมบ ังคบั ใชกับหนวยงานในขอใด

ง. ถูกทกุ ขอ
9. กฎหมายประกันสงั คม กำหนดใหลูกจา งมีอายุระหวางเทาไหรตอ งเปน ผปู ระกันตน

ค. ไม่ตำ่ กว่า 15 ป และไมเ่ กิน 60 ปบริบูรณ
10. ผปู ระกันตนตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ แบง ไวใ นขอ ใด

ค. แบ่งไว 3 ประเภท คือ มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40

22

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ตามหลกั กฎหมาย
1. ขอบเขตของกฎหมายประกนั สงั คม ใชบงั คับแกนายจา งประเภทใด และนายจา งนนั้ มหี นาท่อี ยางไร

ขอบเขตพระราชบัญญัติประกันสงั คม ใชบังคบั แก่บคุ คลท่ีเปน นายจางมกี ิจการทางธรุ กิจและมี
ลูกจางตัง้ แต่ 1 คนขึ้นไป แตไ่ มใ่ หใชบ งั คบั แก่ ขาราชการ ลูกจางประจำ ลกู จางชวั่ คราวรายวัน ลูกจา ง
รายช่ัวโมงของขาราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และราชการส่วนทองถิ่น ครูหรือครูใหญ่
ของโรงเรยี นเอกชน พยาบาล นสิ ติ นักศึกษาหรือแพทยฝ กหัด ท่ีเปนลกู จา งของโรงเรียน มหาวิทยาลยั
หรอื โรงพยาบาล

หนาท่ีของนายจาง คือ ตองยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อลูกจางเปนผูประกันตน อัตราค่าจาง
และขอ ความอน่ื ตามท่สี ำนกั ประกนั สงั คมกำหนด ซง่ึ เรยี กวา่ ขนึ้ ทะเบยี นประกันตนของลูกจาง และรว่ ม
ในการสง่ เงินสมทบร่วมกบั ผูป ระกนั ตนเขา กองทนุ ประกันสงั คมเปนรายเดือน

2. ผูประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม กำหนดไวดวยกัน 3 ประเภท หรือ 3 กลุม มีท่ีมา
และแตกตา งกันอยางไร
ผูประกันตนตามพระราชบัญญตั ปิ ระกนั สังคม กำหนดไวมี 3 ประเภท หรอื 3 กลมุ่ คอื
1. ผูประกันตนตามมาตรา 33 คือ ผูประกันตนในระบบท่ีเปนลูกจางมีอายุระหว่าง 15 ป
และไม่เกิน 60 ปบริบูรณ นายจางมีหนาท่ีตองยื่นแบบรายการแสดงรายช่ือลูกจางใหเปนผูประกันต่อ
พนักงานประกันสังคม ภายใน 30 วัน นบั แตว่ ันทีล่ กู จา งเริม่ เปน ผปู ระกันตน
2. ผปู ระกนั ตนตามมาตรา 39 คอื ผปู ระกนั ตนทเี่ คยเปน ผปู ระกนั ตนในฐานะลกู จา งมากอ่ นตาม
มาตรา 33 แลว ต่อมาสน้ิ สภาพจากการเปนลกู จา ง ความเปน ผูประกันตนก็สิ้นสดุ ลง และไดแ สดงความ
จำนงขอเปน ผปู ระกันตนตอ่ ไปโดยมิไดเปน ลกู จา ง
3. ผูประกันตนตามมาตรา 40 คือบคุ คลอ่ืนทว่ั ๆ ไป และมไิ ดเปน ลูกจางจากแหง่ ใด ไดเขามา
สมัครเปนผูประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมในฐานะมีคุณสมบัติครบ คือ มีอายุระหว่าง 15 ป
ถึง 60 ป ไม่มีโรคตามที่กฎหมายระบุไว ยอ่ มมสี ทิ ธสิ มัครเปน ผูป ระกันตนประเภทนไ้ี ด บางคร้ังเรยี กว่า
ผูป ระกันตนนอกระบบ

.
3. ท้ังนายจางและลูกจางตางก็มีหนาที่ของตน เกี่ยวกับการประกันตน หนาท่ีของลูกจางในฐานะผูประกันตน

มหี นา ทีอ่ ยางไรบา ง
ลกู จางในฐานะเปนผปู ระกันตน มหี นา ทีด่ ังน้ี
1. ตอ งจา่ ยเงนิ สมทบเปน รายเดอื น โดยนายจา งจะหกั จากคา่ จา งรายเดอื นตามอตั ราเงนิ สมทบ

ทีก่ ฎหมายกำหนด นำส่งใหส ำนักงานประกนั สังคม
2. ผูประกันตนตองมีบัตรประกันสังคมประจำตัวไวเพ่ือแสดงต่อสถานพยาบาล

เมอ่ื ตอ งการรกั ษาพยาบาล และตองแสดงบตั รทกุ ครงั้ ท่ีใชบรกิ ารการประกันสังคม
3. ผูประกันตนตองทำหนังสือระบุช่ือบุคคลไว กรณีประสงคจะใหใครเปนผูรับเงิน

เม่ือตนถึงแกค่ วามตาย เพอ่ื นำเงินนัน้ เปนเงินค่าทำศพ จัดการศพและอน่ื ๆ

23

4. การนำเงินสมทบของลูกจาง (ผูประกันตน) สงใหกองทุนประกันสังคม หรือสำนักงานประกันสังคม
กฎหมายวางระเบยี บไวอ ยา งไร
กฎหมายกำหนดการนำเงนิ สมทบของลูกจา งสง่ ใหส ำนักงานประกันสงั คมดังน้ี
1. ใหน ายจา งหกั เงนิ คา่ จา งลกู จา งในฐานะผปู ระกนั ตนทกุ ครงั้ ทม่ี กี ารจา่ ยคา่ จา งประจำเดอื น
ตามจำนวนทต่ี อ งนำสง่ เปน เงนิ สมทบ ในสว่ นของลกู จา งผปู ระกนั ตน และเงนิ สมทบในสว่ นของนายจา ง
เปนจำนวนเท่ากนั กบั ลูกจา ง สง่ ใหสำนักงานประกันสงั คมภายในวันท่ี 15 ของเดือนถดั ไปจากเดอื นท่ีมี
การหกั เงนิ สมทบไว พรอมยื่นรายการแสดงการส่งเงนิ สมทบตามแบบของสำนักงานประกันสังคม
2. ถา นายจา งไมส่ ง่ เงนิ ในสว่ นของตน และสว่ นของผปู ระกนั ตน หรอื สง่ แตไ่ มค่ รบตามจำนวน
ภายในระยะเวลาที่กำหนดไวใ นขอ 1 จะตองจ่ายเงินเพม่ิ ใหสำนกั งานประกันสงั คมอีกในอัตรารอยละ 2
ตอ่ เดอื น ของจำนวนเงินสมทบท่ีนายจา งยังไมไ่ ดนำส่ง

5. เมื่อนายจางและลูกจางไดยื่นแบบแสดงรายการช่ือผูประกันตน อัตราคาจางและขอความอื่นๆ ตามแบบท่ี
สำนักงานประกันสงั คมกำหนดแลว นายจาง และลกู จางจะไดรบั อะไรไวเปนหลักฐาน
สิ่งท่ีนายจางและลูกจางจะไดรับจากสำนักงานประกันสังคมหลังจากย่ืนแบบแสดงรายการช่ือ
ผูประกันตน คือ
1. หนังสือสำคัญแสดงการข้ึนทะเบียนประกันสังคม ไวเปนหลักฐานใหแก่นายจาง
ตามแบบของสำนักงานประกนั สังคม
2. บัตรประกันสังคม ไวเปนหลักฐาน ระบุชื่อผูประกันตนว่าเปนผูประกันตน
ในบัตรจะกำหนดวนั ออกบตั ร วนั บัตรหมดอายุ แมล กู จางในฐานะผปู ระกันตน เปลีย่ นนายจางใหมค่ งให
ใชบัตรน้ีต่อไปได

ตอนที่ 3 จงใสเ่ ครื่องหมาย  หนา ขอ ทเ่ี ห็นวา่ ถูก และเครื่องหมาย  หนา ขอทเ่ี ห็นว่าผิด
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 

24

เฉลยหนวยที่ 9

กิจกรรมเสริมประสบการณ
(อยูในดุลยพนิ จิ ของอาจารยผสู อน)
กิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรมนำความรู
(อยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลือกคำตอบที่ถูกทีส่ ุดเพยี งคำตอบเดียว
1. เงนิ สมทบไดม าจาก 3 ทาง คอื ขอ ใด

ค. จากผปู ระกันตน นายจาง และรัฐบาล
2. ประโยชนทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บปวย ทุพพลภาพ ตายหรือคลอดบุตรของผูประกันตน

ผูออกเงินสมทบหรอื จายเงนิ สมทบเทา ๆ กนั ไดแ ก
ง. รฐั บาล นายจาง และ ลกู จาง
3. อัตราเงินสมทบที่นายจางและลกู จางจายเปน รายเดือนเทา กัน คิดแลว เปน รอ ยละเทาใดของคาจา งรายเดือน
ลกู จา ง (ผูประกนั ตน)
ข. รอยละ 5 ของคา่ จา งรายเดอื นลกู จาง
4. เมอื่ มกี ารจา ยคา จา งใหล กู จา งแตล ะเดอื น จะตอ งนำเงนิ สมทบของลกู จา งในฐานะผปู ระกนั ตนสง ใหส ำนกั งาน
ประกนั สังคม ผทู ี่นำเงินสมทบสงใหส ำนักงานประกันสงั คม คือขอ ใด
ง. นายจา งเปนผูน ำส่งภายในวันท่ี 15 ของเดอื นถดั ไป
5. ประโยชนท ดแทนกรณคี ลอดบตุ ร นอกจากหญงิ ซงึ่ เปน ผปู ระกนั ตนและไดค ลอดบตุ ร จะไดป ระโยชนท ดแทน
จากการคลอดบตุ รแลวสามีก็สิทธิไดรับประโยชนท ดแทนจากการคลอดบตุ รดวย ถา เขา หลักเกณฑด ังนี้
ค. ถกู ตอ งท้งั ขอ ก และ ข
6. ผูประกันตนแตละคน มสี ทิ ธิไดร ับประโยชนท ดแทนจากการคลอดบุตร ดงั นี้
ง. ไมจ่ ำกดั จำนวนครงั้ คร้ังละ 13,000 บาท
7. เงินสงเคราะหการหยดุ งานเพ่อื การคลอดบุตรของผปู ระกนั ตน กฎหมายวางหลกั เกณฑไวในขอใด
ก. หยุดไดไมเ่ กิน 2 ครัง้ และรบั เงนิ สงเคราะหแบบเหมาจา่ ย หยุดงานเพื่อการคลอดบุตรครง้ั ละเท่ากับ

ค่าจา ง 90 วัน
8. ประโยชนทดแทนกรณีสงเคราะหบุตร คือประโยชนทดแทน หรือเงินชวยเหลือใหแกบุตรของผูประกันตน

มหี ลักเกณฑทกี่ ฎหมายกำหนดไวใ นขอ ใด
ง. ถูกทุกขอ

25

9. ประเภทหรอื กลมุ ประโยชนท ดแทน ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกนั สงั คม มี 3 กลมุ เปน ผลใหอ ตั ราเงนิ สมทบจา ย
เขา กองทนุ ประกันสงั คมแตกตา งกนั คอื ขอ ใดเปนขอ ทถี่ ูกตอง
ง. กลุ่มที่ 1 คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บปวย ทุพพลภาพ ตายและคลอดบุตร กลุ่มท่ี 2
คอื สงเคราะหบ ุตร ชราภาพ กลุม่ ที่ 3 คือ กรณวี า่ งงาน

10. สทิ ธขิ องผปู ระกนั ตนในระบบ (มาตรา 33 ) ตอ มาไดส น้ิ สภาพการเปน ผปู ระกนั ตน เนอื่ งจากมไิ ดเ ปน ลกู จา งแลว
และมิใชความผิดของผูประกันตน ยอมมีสิทธิไดรับประโยชนทดแทน กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บปวย
กรณีคลอดบตุ ร และกรณีตาย ตอ ไปอกี เปน ระยะเวลาเทาใด
ก. ระยะเวลา 6 เดอื น นับแตว่ ันส้ินสภาพการเปนลกู จา ง

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปน้ี ตามหลักกฎหมาย
1. เงนิ สมทบเขา กองทนุ ประกันสงั คม ของผูประกนั ตนตามมาตรา 33 กฎหมายกำหนดไวใ หคดิ จากฐานคาจาง

รายเดอื นของผูประกนั ตนอยางไร
เงินสมทบเขากองทุนของผูประกันตนตามมาตรา 33 หรือผูประกันตนในระบบ มีผูออกเงินสมทบ

3 ฝาย คือ ฝายผปู ระกนั ตน (ลูกจา ง) ฝา ยนายจา ง และฝา ยรัฐบาล
อัตราเงินสมทบคิดจากฐานค่าจางรายเดือนของลูกจาง คือ ผูประกันตน จากฐานข้ันต่ำสุดที่อัตรา

1,650 บาท และสงู สดุ ไม่เกนิ อตั รา 15,000 บาท เปนฐานในการคำนวณ
2. ประโยชนทดแทน หมายถึง ประโยชนที่ผูประกันตนจะไดรับสิทธิประโยชนทดแทนเปนเงินจากกองทุน

ประกนั สังคม กฎหมายกำหนดเหตุที่จะไดร บั ประโยชนทดแทนไว 7 กรณี ไดแ กอะไรบาง
ประโยชนทดแทน คือ เงินจากกองทุนประกันสังคมท่ีรัฐบาล นายจาง และลูกจาง ร่วมกัน

ออกเงินสมทบเปนกองทุน เม่ือผูประกันตนมีเหตุจากกรณีท่ีกฎหมายกำหนดใหผูประกันตนมีสิทธิไดรับ
ประโยชนทดแทนจากกองทนุ น้ี ซึ่งกฎหมายกำหนดไว 7 กรณี ไดแ ก่

1. ประโยชนท ดแทนกรณี ประสบอันตรายหรอื เจบ็ ปวย อนั มใิ ชเ่ นอื่ งจากการทำงาน
2. ประโยชนทดแทนกรณี ทพุ พลภาพ อนั มิใช่เนอื่ งจากการทำงาน
3. ประโยชนทดแทนกรณี ตาย อนั มิใช่เนือ่ งจากการทำงาน
4. ประโยชนท ดแทนกรณี คลอดบุตร
5. ประโยชนท ดแทนกรณี สงเคราะหบ ุตร
6. ประโยชนทดแทนกรณี ชราภาพ
7. ประโยชนทดแทนกรณี วา่ งงาน

26

3. การจายเงินหรือออกเงินสมทบ เขากองทุนประกันสังคมของรัฐบาล นายจาง และลูกจาง ปจจุบันออกเงิน
สมทบกันฝายละเทาไหร
การออกเงนิ สมทบเขา กองทนุ ประกนั สงั คมจะมปี ระกาศกำหนดไวใ นกฎกระทรวง แตต่ อ งไมเ่ กนิ
อตั ราเงินสมทบทายพระราชบัญญัตนิ ้ี
ปจจบุ ันประโยชนท ดแทน 7 กรณี จะแบ่งออกเปน 3 กลุม่ คอื
กล่มุ แรก ประโยชนทดแทนกรณีประสบอนั ตรายหรือเจ็บปวย กรณที ุพพลภาพ กรณตี ายและ
กรณคี ลอดบตุ ร กลุ่มนี้ทง้ั 3 ฝาย คอื รัฐบาล นายจา ง ลูกจางออกเงินสมทบเขากองทนุ เทา่ กนั
กล่มุ ท่ี 2 กรณีสงเคราะหบ ุตร กรณีชราภาพ
กล่มุ ที่ 3 กรณีว่างงาน นายจางและลูกจางออกเงินสมทบเขากองทุนเท่ากัน แต่รัฐบาล
ออกเงินสมทบนอยกว่า รวมแลว ท้ัง 3 กลุ่ม นายจางและลูกจางออกเงินสมทบเขากองทุนรอยละ 5
ส่วนรฐั บาลออกเงนิ เขา กองทนุ รอ ยละ 2.75 ของเงนิ คา่ จา งรายเดอื นของผูประกนั ตน

4. ผูประกันตนมีสิทธิไดรับประโยชนทดแทน กรณีประสบอันตราย หรือเจ็บปวยอันมิใชเน่ืองจากการทำงาน
ไดแ กอะไรบาง
เมื่อผูประกันตนจ่ายเงินสมทบเฉพาะกรณีมาแลวไม่นอยกว่า 3 เดือน ภายใน 15 เดือน
กอ่ นประสบอนั ตราย เจบ็ ปว ย อนั มใิ ชเ่ นอื่ งจากการทำงานใหน ายจา ง จะไดร บั ประโยชนท ดแทนหรอื สทิ ธิ
ทดแทนจากกองทนุ ประกันสังคม ดังนี้
1. การบรกิ ารทางการแพทยโดยผปู ระกนั ตนตอ งเขา รบั การบรกิ ารทางการแพทยณสถานพยาบาล
ท่ีสำนักงานประกนั สังคมกำหนดให โดยไม่ตอ งเสียคา่ ใชจ่ายใดๆ เวนแตก่ ารเจ็บปวยนั้นเปน กรณฉี ุกเฉนิ
ผปู ระกนั ตนสามารถเขา รับการบริการทางการแพทย ณ สถานพยาบาลใดกไ็ ด
2. ไดร บั เงนิ ทดแทนการขาดรายได ถา ผปู ระกนั ตนไดร บั อนั ตรายหรอื เจบ็ ปว ย ตอ งหยดุ งานตาม
คำสงั่ แพทยเ พอ่ื รกั ษาพยาบาล ใหผ ปู ระกนั ตน ไดร บั เงนิ ทดแทนการขาดรายไดใ นอตั ราทก่ี ฎหมายกำหนด

5. ผูป ระกนั ตนทเ่ี ปน หญงิ จายเงนิ สมทบครบตามท่ีกฎหมายกำหนดตอ มาต้ังครรภแ ละคลอดบตุ ร มสี ิทธิไดร บั
ประโยชนท ดแทนกรณีคลอดบตุ รอยางไรบา ง
ถา หญงิ ผปู ระกนั ตนไดจ า่ ยเงนิ สมทบมาแลว ไมน่ อ ยกวา่ 7 เดอื น ภายใน 15 เดอื น กอ่ นคลอดบตุ ร
มสี ิทธิไดรบั ประโยชนท ดแทนดงั นี้
1. มสี ิทธิไดรบั ประโยชนท ดแทนจากการคลอดบุตรไมจ่ ำกดั จำนวนคร้งั
2. ไดรับการบริการทางการแพทย เริ่มต้ังแต่การรับฝากครรภ ค่าบำบัดทางการแพทย
คา่ ยาและเวชภัณฑ คา่ ทำคลอด ค่ากนิ อย่แู ละรักษาพยาบาล การบรกิ ารและการพยาบาลทารกแรกเกดิ
และค่าบริการอื่นๆ แบบเหมาจ่าย คิดเปนเงิน 13,000 บาท (หน่ึงหมื่นสามพันบาทถวน)
ต่อการคลอดหนึ่งครงั้
3. เงนิ สงเคราะหก ารหยดุ งานเพอ่ื คลอดบุตร 90 วัน ไมเ่ กนิ 2 ครัง้ สำหรบั ผปู ระกันตนหญิง

27

ตอนที่ 3 จงใสเ่ ครอื่ งหมาย  หนาขอทีเ่ หน็ วา่ ถูก และเครื่องหมาย  หนาขอที่เหน็ ว่าผิด 

1.  2.  3.  4.  5.
6.  7.  8.  9.  10.

เฉลยหนว ยท่ี 10

กิจกรรมเสริมประสบการณ
(อยใู นดุลยพนิ จิ ของอาจารยผ ูสอน)
กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนำความรู
(อยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผ ูสอน)

ตอนที่ 1 จงเลอื กคำตอบทถี่ กู ท่สี ดุ เพียงคำตอบเดยี ว
1. วัตถุประสงคของพระราชบัญญัติเงินทดแทน เพ่ือคุมครองใหนายจางตองจายเงินทดแทนใหแกลูกจางนั้น

หมายถึงขอ ใด
ง. ถกู ทุกขอ
2. นายสมศักดิ์เปน ลกู จา งของบริษทั ทำเคร่ืองเยน็ จำกดั เม่อื เลิกจากการทำงานตามปกติไดเ ดินทางกลบั บา น
ระหวางทางถูกรถยนตรับจางเฉ่ียวชนไดรับอันตรายบาดเจ็บสาหัส นายสมศักด์ิควรไดรับประโยชนจากการ
ประกันสงั คมในขอ ใด
ง. ไมม่ ีขอใดถูก
3. พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มีขอ ยกเวน ไมคมุ ครองลกู จา งในขอ ใด
ก. ลูกจางทำงานบา นอันมิไดประกอบธรุ กจิ
4. วัตถปุ ระสงคของกองทุนเงินทดแทน เพ่อื จา ยเงนิ ทดแทนใหแกล ูกจางในขอใด
ข. ลูกจา งเจ็บปวยเพราะอุบตั ิเหตุเครือ่ งจกั รในโรงงานนายจา งตัดน้ิวขาดไปหน่งึ นว้ิ
5. ลกั ษณะสำคญั ประการหนง่ึ ของพระราชบญั ญตั เิ งนิ ทดแทนไดก ำหนดใหน ายจา งตอ งสง เงนิ สมทบเขา กองทนุ
ทดแทนเปนรายป มีเหตุผลเพราะอะไร
ค. เพื่อใหก ารจา่ ยเงนิ ทดแทนเปนระบบ สะดวกรวดเรว็ และลูกจางไดเ งินทดแทนเต็มตามสิทธิ
6. เงนิ ทดแทนที่ลกู จางจะไดร บั ตามกฎหมายเงนิ ทดแทนตองมีเหตเุ กิดกบั ลูกจาง เฉพาะกรณดี งั ตอไปนี้เทานน้ั
ค. เฉพาะกรณีประสบอนั ตรายถึงแกเ่ จ็บปวยหรอื สูญหายหรือตายขณะทำงานใหนายจาง

28

7. มูลนิธิเพื่อถิ่นไทยมีวัตถุประสงคเพ่ือสรางความเขาใจและพัฒนาความเจริญใหแกทองถิ่น
มกี องทนุ หมุนเวียนของตนเอง และมรี ายไดจ ากการบรจิ าคทรัพยข องผูมีจติ ศรทั ธา มูลนิธินีม้ ีลกู จางจำนวน
25 คน มูลนธิ ใิ นฐานะนายจางจะตอ งจายเงนิ สมทบเขา กองทนุ เงินทดแทนตามขอ ใด
ง. ไมต่ อ งจา่ ยเงนิ สมทบเขา กองทุนเงนิ ทดแทน เพราะวตั ถปุ ระสงคข องมูลนธิ มิ ไิ ดแ สวงหากำไรในทาง
เศรษฐกจิ

8. เม่ือลกู จางประสบอนั ตรายในหนาท่กี ารงานจนถงึ แกค วามตาย และไมม ญี าติเปน ผจู ัดการศพ นายจา งยอมมี
สทิ ธจิ ดั การศพใหล กู จา งไปพลางกอ นได เพอื่ รอญาตหิ รอื ผจู ดั การศพมารบั ไปดำเนนิ การตอ ไป กรณนี น้ี ายจา ง
สามารถใชเ งินจัดการศพไปพลางกอนไดเ ปน จำนวนในขอ ใด
ค. ไมเ่ กินจำนวนหน่ึงในสามของค่าทำศพที่ลูกจางพงึ จะไดรบั

9. เมือ่ ลกู จา งสูญหายหรือตาย บคุ คลทมี่ ีสิทธติ ามกฎหมายเพ่ือรับเงนิ ทดแทนของลูกจา งผสู ญู หายหรือตายคอื
ขอใด
ง. ถูกทกุ ขอ

10. เงินที่นายจางจายสมทบเขากองทุนเงินทดแทนตามที่กฎหมายกำหนดในพระราชบัญญัติเงินทดแทน
เรยี กวาอะไร
ข. เงนิ สมทบ

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามต่อไปน้ตี ามหลกั กฎหมาย
1. จงใหความหมายของคำตอ ไปน้ี ตามพระราชบัญญตั เิ งินทดแทน พ.ศ. 2537 วาหมายความวาอยา งไร

(1) ประสบอนั ตราย (2) เจ็บปวย
1.1 ประสบอันตราย หมายความวา่ ลกู จางไดรับอนั ตรายแกก่ าย หรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือ

ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน หรือปองกันรักษาประโยชนใหแก่นายจาง หรือตามคำสั่ง
ของนายจาง

1.2 เจ็บปวย หมายความว่า การที่ลูกจางเจ็บปวยหรือถึงแก่ความตายดวยโรคท่ีเกิดข้ึน
ตามลกั ษณะ หรือสภาพงาน หรอื เน่อื งจากการทำงานใหน ายจาง
2. เมอ่ื ลกู จา งประสบอนั ตราย เจบ็ ปว ยหรอื สญู หาย กฎหมายกำหนดใหน ายจา งมหี นา ทจี่ ะตอ งแจง ใหส ำนกั งาน
ประกนั สงั คมทราบอยา งไรบา ง

นายจา งจะตอ งแจง การประสบอนั ตราย เจบ็ ปว ยหรอื สญู หายของลกู จา งตอ่ สำนกั งานประกนั สงั คม
ทลี่ กู จา งทำงานอยู่ หรอื ทน่ี ายจา งมภี มู ลิ ำเนาตามแบบทก่ี ฎหมายกำหนด ภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ทนี่ ายจา ง
ทราบหรอื ควรจะไดทราบถึงการประสบอนั ตราย เจบ็ ปวยหรอื สญู หาย

29

3. เมอ่ื ลูกจา งประสบอนั ตรายเจ็บปวยหรือตาย หรือสญู หาย บคุ คลผมู ีสิทธริ ับเงินทดแทนลูกจา งได มีใครบาง
เมื่อลูกจางไม่สามารถรับเงินทดแทนจากนายจางหรือกองทุนทดแทนได บุคคลผูมีสิทธิรับเงิน

แทนลกู จางได คือ
1. บิดาหรอื มารดาของลูกจาง
2. สามีหรือภริยาของลูกจา ง
3. บุตรผูมีอายุต่ำกว่า 18 ป เวนแต่มีอายุครบ 18 ปแลว แต่ยังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่า

ปริญญาตรี
4. บุตรที่มอี ายุตั้งแต่ 18 ป และทพุ พลภาพ หรือมีจิตฟน เฟอนไมส่ มประกอบ และอย่ใู นความ

อุปการะของลกู จา งกอ่ นประสบอนั ตราย เจ็บปว ยถึงตาย หรอื สญู หาย
4. กองทุนเงินทดแทน ของสำนักงานประกันสังคม เปนกองทุนต้ังขึ้นเพ่ือการใด และเงินกองทุนท่ีไดรับเปน

ประจำทุกปเปนเงินสมทบจากทางใด
วัตถุประสงคของกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม เปนกองทุนเพื่อจ่ายเงินทดแทน

ใหแก่ลูกจา งแทนนายจา ง เมื่อลูกจา งประสบอันตราย เจบ็ ปวย สูญหาย หรอื ตาย เน่อื งจากการทำงาน
หรอื รักษาผลประโยชนใหนายจาง หรอื ตามคำสัง่ ของนายจา ง เงนิ สมทบเขา กองทุนทีไ่ ดร บั ประจำทกุ ป
ไดม าจากนายจา งทจ่ี า่ ยสมทบเขา กองทนุ เงนิ ทดแทนเพยี งฝา ยเดยี ว โดยลกู จา งและรฐั ไมต่ อ งจา่ ยเงนิ สมทบ
เขา กองทนุ แต่อย่างใด
5. เงินสมทบเขากองทุน กฎหมายกำหนดใหค ิดคำนวณจากคาจางที่นายจา งจายใหแ กล กู จา งทงั้ ปข องแตละคน
และใหอ ำนาจกระทรวงออกประกาศกระทรวงกำหนดอัตราเงนิ สมทบเพ่ือเรียกเกบ็ ได แตมิใหเ กินรอยละ 5
ของคาจา งทจ่ี า ยใหล ูกจางรวมทง้ั ป อยากทราบวา กระทรวงแรงงานไดออกประกาศกระทรวงใหค ิดคำนวณ
เงนิ สมทบจากคา จา งรวมท้ังปของลกู จางในอตั รารอ ยละเทาไร และฐานเงนิ รวมทง้ั ปของลูกจางสูงสดุ ไมเกนิ
จำนวนเทาไร

ตามประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่องอัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการ
เรียกเก็บเงินสมทบ กำหนดใหคิดคำนวณจากค่าจางของลูกจางรวมทั้งป ในอัตราต่ำสุด รอยละ 0.2
ของคา่ จา งลกู จา งรวมทงั้ ป และอตั ราสงู สดุ รอ ยละ 1.0 ของคา่ จา งลกู จา งรวมทง้ั ป สว่ นกจิ การประเภทใด
ตอ งจ่ายเงินสมทบเขากองทุนในอตั ราเทา่ ใด ใหด ูที่ตารางอตั ราเงินสมทบ ทัง้ น้ขี ึ้นอย่กู บั วา่ งานที่ลูกจา ง
ทำนั้นมอี ัตราเสย่ี งตอ่ อันตรายมากนอยเพียงใด

ฐานเงินรวมค่าจางท้ังปของลูกจาง ใหนำยอดเงินตามความเปนจริงมาคิดตามอัตรารอยละ
ท่ีกำหนด แต่ถาฐานเงินรวมค่าจางท้ังปของลูกจางเกิน 240,000 บาทต่อป (สองแสนสี่หมื่นบาท)
ใหค ิดสูงสุด ไม่เกิน 240,000 บาท

30

ตอนที่ 3 จงใสเคร่ืองหมาย  หนาขอที่เหน็ วาถูก และเครอ่ื งหมาย  หนา ขอท่เี หน็ วา ผดิ 

1.  2.  3.  4.  5.
6.  7.  8.  9.  10.

เฉลยหนวยที่ 11

กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ
(อยูในดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยผูส อน)
กจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมนำความรู
(อยูในดลุ ยพินจิ ของอาจารยผ สู อน)
ตอนที่ 1 จงเลอื กคำตอบท่ีถูกทส่ี ดุ เพียงคำตอบเดียว
1. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอมในการทำงาน หมายความถงึ ขอ ใด
ง. ถกู ทกุ ขอ
2. จากความหมายในขอ 1 นายจางทด่ี ีควรยดึ หลักการทำงานเพอ่ื ใหเ กิดความปลอดภยั กบั ลูกจางในขอใด
ง. ถกู ทุกขอ
3. คำวา นายจา งตามพระราชบญั ญตั คิ วามปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอมในการทำงาน พ.ศ. 2554
ขอ ใดทีบ่ รษิ ัท ก เปนนายจางตามพระราชบญั ญัติน้ี
ง. บรษิ ัท ก เปนนายจา งตามพระราชบัญญัตินที้ ุกขอ
4. กฎกระทรวงวาดวยกำหนดมาตรฐานการบริหารจัดการและดำเนินการดานความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดลอมในการทำงานเก่ียวกับการปองกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 สถานประกอบกิจการ
มลี ูกจา งก่ีคนข้ึนไปจะตอ งปฏิบัตใิ หถกู ตอ งตามมาตรฐานนี้
ก. ตงั้ แต่สิบคนขนึ้ ไป
5. พนักงานตรวจความปลอดภยั เปนตำแหนงที่แตง ต้งั จากขอใด
ข. แตง่ ตงั้ มาจากรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงแรงงาน
6. พนักงานตรวจความปลอดภยั มอี ำนาจหนา ทีใ่ นขอใด
ง. กำกบั ดแู ล และเขา ไปในสถานประกอบกจิ การเมอื่ เกดิ อบุ ตั ภิ ยั เพอ่ื ตรวจสอบเกย่ี วกบั ความปลอดภยั
อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอมในการทำงาน และมีอำนาจสง่ั ใหหยุดกระทำการ แกไ ข ปรับปรุง
หรอื ปฏบิ ัติใหถ กู ตอ ง
7. เมอ่ื พนกั งานตรวจความปลอดภยั มคี ำสง่ั ใหน ายจา งหยดุ การผลติ เพอ่ื ปรบั ปรงุ แกไ ข ปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ งตามกฎหมาย
วา ดว ยความปลอดภยั ลกู จา งกต็ อ งหยดุ ทำงานไปดว ย ถา ความบกพรอ งในเรอ่ื งความปลอดภยั มใิ ชก ารกระทำ
ของลูกจาง นายจางอาจดำเนนิ การอยางใดอยางหน่งึ กับลูกจางดงั น้ี
ค. จา่ ยค่าจา งใหก ับลกู จา งตามท่ีลกู จา งไดร ับตามปกติ

31

8. กองทนุ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอมในการทำงาน อาจชวยนายจางไดในกรณีขอ ใด
ข. ใหนายจางกยู มื เพอื่ แกไขความไม่ปลอดภยั หรอื เพ่ือปอ งกันอบุ ตั ิเหตุ

9. พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดลอมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ใชบังคับแก
นายจา งผปู ระกอบกิจการธรุ กิจ ยกเวน มใิ หใชบ งั คบั ในขอ ใด
ง. ถกู ทุกขอ

10. บทลงโทษแกนายจางหรือผูที่มีหนาที่แตไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้อาจมีโทษท้ังทางแพงและทางอาญา
โทษนน้ั คือขอ ใด
ง. ถกู ทุกขอ

ตอนที่ 2 จงตอบคำถามตอ่ ไปนีต้ ามหลกั กฎหมาย
1. คำวา นายจา งตามพระราชบญั ญตั คิ วามปลอดภยั อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ มในการทำงาน พ.ศ. 2554

มีความหมายเชนเดียวกบั พระราชบญั ญัตคิ ุมครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และใหหมายความรวมถงึ บคุ คลตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ีกำหนด สรุปแลว ความหมายวา มีใครบาง

นายจางตามพระราชบัญญัติน้ี นอกจากมีความหมายตามกฎหมายคุมครองแรงงานแลว
ใหหมายความรวมถึงบุคคลท่ีประกอบกิจการแลวยอมใหบุคคลใดมาทำงาน หรือทำประโยชนให
สถานประกอบกจิ การแมว า่ งานนน้ั จะไมใ่ ช่กระบวนการผลติ บคุ คลน้ันไดช่ือว่าเปนนายจางของผูเขามา
ทำประโยชนในสถานประกอบกิจการดวย ดังน้ัน คำว่านายจางตามกฎหมายเก่ียวกับความปลอดภัย
จึงหมายถึง

1. ผซู ึ่งตกลงรับลกู จางเขามาทำงานโดยจา่ ยคา่ จา งให
2. ผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมายใหท ำงานแทนนายจา ง
3. กรณีเปน นิติบคุ คลใหรวมถงึ ผมู ีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลน้นั
4. ผูประกอบกิจการธุรกิจ ยอมใหบุคคลใดมาทำงาน หรือนำประโยชนใหแก่สถานประกอบ
กิจการแมจะไม่เก่ียวของกับกระบวนการผลิต ใหถือว่าผูประกอบกิจการนั้นเปนนายจางของบุคคล
ท่เี ขา มาทำประโยชนน ั้นดวย
2. กฎกระทรวงวา ดว ย กำหนดมาตรฐานในการบรหิ าร จดั การ และดำเนนิ การดา นความปลอดภยั อาชวี อนามยั
และสภาพแวดลอ มในการทำงานเกยี่ วกบั การปอ งกนั และระงบั อคั คภี ยั พ.ศ. 2555 กำหนดไวม จี ำนวนหลายขอ
จงบอกมาเพียง 2 ขอ
กฎกระทรวงกำหนดไวหลายขอ แสดงใหเห็นเพียง 2 ขอ ดังน้ี
1. ในสถานประกอบกิจการทกุ แห่ง ใหนายจางจดั ทำปา ยขอ ปฏิบัติเก่ียวกับการดบั เพลงิ และ
การอพยพหนไี ฟ และปด ประกาศใหเ หน็ ไดอย่างชดั เจน
2. สถานประกอบกิจการมีลูกจางตั้งแต่สิบคนขึ้นไป นอกจากตองปฏิบัติตามขอ 1 แลว
ใหนายจางจัดใหมีแผนปองกันและระงับอัคคีภัยไวดวย พรอมที่จะใหพนักงานตรวจความปลอดภัย
ทำการตรวจสอบได

32

3. หนา ทโ่ี ดยทวั่ ไปของนายจา งจะตอ งดำเนนิ การเพอ่ื ใหเ กดิ ความปลอดภยั แกส ถานประกอบกจิ การและลกู จา ง
ของตนอยา งไรบา ง บอกมา 3 ขอ
ตามพระราชบัญญัตคิ วามปลอดภัย อาชวี อนามยั และสภาพแวดลอ มในการทำงาน พ.ศ. 2554
นายจา งมีหนา ท่ดี ำเนินการใหเ กิดความปลอดภยั ดงั น้ี
1. จดั และดแู ลสถานประกอบกจิ การและสภาพแวดลอ มในทท่ี ำงานดว ยการใหล กู จา งมสี ภาพ
การทำงาน และมีสภาพแวดลอ มในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลกั ษณะ
2. ใหน ายจา งรสู ภาพของงานทจี่ ะทำลว่ งหนา ดว ยการแจง ใหล กู จา งรถู งึ อนั ตรายทอี่ าจเกดิ ขน้ึ
ขณะทำงาน และแจกค่มู ือใหล กู จางทกุ คนก่อนทำงาน
3. ใหล กู จา งสวมใสอ่ ปุ กรณค มุ ครองความปลอดภยั สว่ นบคุ คลทไ่ี ดม าตรฐาน ถา ลกู จา งไมย่ อม
สวมใส่อปุ กรณด ังกลา่ ว ใหน ายจางสง่ั ใหล กู จา งหยดุ ทำงาน

4. กรณลี กู จา งประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ปว ยตามกฎหมายวา ดว ยเงนิ ทดแทน คอื ไดร บั อนั ตรายหรอื เจบ็ ปว ยเพราะ
ทำงานใหน ายจาง เมือ่ นายจางแจงการประสบอันตรายหรอื เจบ็ ปวยตอสำนักงานประกนั สังคมตามกฎหมาย
เงินทดแทนแลว นายจา งจะตอ งปฏิบตั อิ ยางไรตอ ไป
เม่ือนายจางแจงการประสบอันตรายหรือเจ็บปวยของลูกจางต่อสำนักงานประกันสังคม
ตามกฎหมายเงินทดแทนแลว นายจางมีหนาที่นำสำเนาหนังสือท่ีแจงนั้นส่งใหพนักงานตรวจความ
ปลอดภยั ภายในเจ็ดวัน เพือ่ ท่จี ะดำเนนิ การตรวจสอบและหามาตรการปองกันอนั ตรายตอ่ ไป

5. กรณที พี่ นกั งานตรวจความปลอดภยั พบวา นายจา ง ลกู จา ง หรอื ผทู เ่ี กยี่ วขอ ง ฝา ฝน ไมป ฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั ิ
น้ี หรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ เชน พบวาสภาพแวดลอมในการทำงาน อาคาร สถานท่ี
เครอื่ งจกั ร หรอื อปุ กรณท ล่ี กู จา งใชจ ะกอ ใหเ กดิ ความไมป ลอดภยั แกล กู จา งหรอื ผปู ฏบิ ตั ิ พนกั งานตรวจความ
ปลอดภัยมอี ำนาจอยางไร
พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจส่ังใหผูนั้นหยุดการกระทำท่ีฝาฝน แกไข ปรับปรุง
หรอื ปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ ง หรอื เหมาะสม ภายในเวลาสามสบิ วนั ถา มเี หตจุ ำเปน ไมอ่ าจดำเนนิ การใหแ ลว เสรจ็
อาจขยายเวลาออกไปไดไ ม่เกนิ สองครัง้ ครั้งละสามสบิ วนั นบั แต่วนั ท่ีครบเวลาดงั กลา่ วได

ตอนที่ 3 จงใสเ่ ครอ่ื งหมาย  หนา ขอ ทเ่ี หน็ ว่าถกู และเครอื่ งหมาย  หนาขอทเ่ี หน็ วา่ ผิด
1.  2.  3.  4.  5. 
6.  7.  8.  9.  10. 


Click to View FlipBook Version