บทที่ 12 การใช้อินเทอร์เน็ตและ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เพ ื ่ อส ื บค ้ นข ้ อม ู ล
ความร ้ ู เบ ื ้ องต ้ นเกย ี ่ วกบ ั อนเท ิ ร์เน็ต องค์ประกอบส าคัญที่ท าให้เกิดเครือข่ายอินเทร์เน็ต ประวัติความเป็ นมาของอินเทอร์เน็ต บริการบนอินเทอร์เน็ต ค าศัพท์ที่ควรทราบ เริ่มต้นท่องเว็บด้วย Internet Explorer การส ื บค ้ นข ้ อม ู ลบนอน ิ เทอร ์เน็ต การเช ื ่ อมต ่ อเข ้ าส ่ ู เคร ื อข ่ ายอน ิ เทอร์เน็ต แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่12 การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่12 การบ ั นทก ึ ข ้ อม ู ลทไี ่ ด ้ จากการส ืบค้น
12.1 ความร ้ ู เบ ื่ ้ ยงต้นเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต (Intermet) หรือไซเบอร์ตเปช (Cyberspace) เป็ นช ื่อเรียกเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ ขนาดใหญ่ที่เช ื่อมโยงเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ ขนาดต่าง ๆ ที่ต้งั อยอู่ยา่งกระจดักระจายตามที่ต่าง ๆ ทวั่โลกเขา ้ ดว ้ ยกนัทา ใหก ้ ารเคล ื่อนยา ้ ยขอ ้ มูลข่าวสารจากที่หน่ึ งไปอีกทีหน่ึ งข้ึ นทา ไดง ้่ายข้ึ น ไม่มีขอ ้ จา กดัเร ื่องระยะทางและ เวลา นอกจากน้ียงัสามารถทา งานกบัขอ ้ มูลไดห ้ ลากหลายรูปแบบ เช่น ขอ ้ ความ ภาพนิ่ง ภาพเคล ื่อนไหว เสียง โดยอาศยัเคร ื อขายโทรคมนาคมเป็ นตัวเช ื่อมต่อ เคร ื อข่ายเช่น สายสญัญาณโทรศพัท ์ ลายใยแกว ้ นา แสง (Fiber Optic) คล ื่นไมโครเวฟ อินเทอร ์ เน ็ ตจ ึ งเป็ นแหล่งรวบรวมขอ ้ มูลแหลงใหญ่ที่สุดของโลก และเป็ นที่ รวมท้งับริการและเคร ื่องม ื อส ื บคน ้ ขอ ้ มูลหลายประเภท จนอาจกล่าวไดว ้ า่อินเทอร ์ เน ็ ตเป็ นเคร ื่องม ื อสา คญัอยา่งหน่ึ ง ในการประยกุตใช้เทคโ ์ นโลยีสารสนเทศท้งั ในระดบับุคคลและองคก ์ รการรวมตวัเป็ นเคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตน้นัเกิดข้ึ นดว ้ ยความสมคัรใจ ไม่มีใครเป็ นเจา ้ ของหร ื อควบคุมดูแลอยางแท้จริ ่ง เคร ื อชายแต่ละ เคร ื อขายบนอินเทอร ์ เน ็ ตต่างบริหารเคร ื อข่ายของตนเองอย่างอิสระ ต่างรับผิดชอบค่าใชจ ้่ายในการติดต้งัระบบและการเขาวงจรส ื่อสารเพ ื่อต่อเช ื่อมเขา ้ ดว ้ ยกนั แต่ในทางปฏิบตัิอินเทอร ์ เน ็ ตมีองคก ์ รระหวา่งประเทศที่จดัต้งัข้ึ น เพ ื่อประสานความร่วมม ื อระหว่างสมาชิกองคก ์ ารน้ีไดแ ้ ก่สมาคมอินเทอร์เน็ต (SOC (Internet Society) ซ่ึ งเป็ นองคก ์ รเพ ื่อความร่วมม ื อและประสานงานของสมาชิกอินเทอร ์ เน ็ ตระหวา่งประเทศเป็ นองคก ์ รที่ไม่แสวงผลกา ไรและมีนโยบายสนับสนุนการใช้ อินเทอร ์ เน ็ ตเป็ นโครงสร ้ างพ้ื นฐานอยา่งหน่ึ งสา หรับการศ ึ กษาและงานวิจยัและทา หนา ้ ที่ส่งเสริมและเผยแพรความรู้ให ้ แก่ผใู้ ชอ ้ินเทอร์เน็ตทวั่ ไป (SOC ยังท า หน้าที่ พัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีเพื่อใช้ในอินเทอร์เน็ต ภายใน (SOC มีคณะทา งานอาสาสมคัรร่วมวางแนวทาง พฒันาอินเทอร ์ เน ็ ตให ้สมาชิกถ ื อปฏิบตัิแต่ ไม่มีหนา ้ ที่ดูแลหร ื อควบคุมการบริหารเครีบขายแต่อยา่งใด
12.2 ประวัติความเป็ นมาของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็ นเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ ซ่ึ งเริ่มก่อต้งัโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาอินเทอร ์ เน ็ ตในยคุแรก ๆ ประมาณปี พ.ศ. 2512 เป็ นเพียงการนา คอมพิวเตอร ์ จา นวนไม่กี่เคร ื่องมาเช ื่อมต่อกนั โดยใชส้ ายส่งสญัญาณเพ ื่อแลกเปลี่ยนขอ ้ มูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ มีภารกิจ หลกัเพ ื่อใชใ้ นงานวิจยัทางทหาร โดยใชช ้ื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA: Advanced Research Project Agency) รูปแบบเคร ื อข่ายอาร ์ พาเน ็ ต ไม่ไดต ้่อเช ื่อม โฮสต์ (Host) คอมพิวเตอร ์ เขา ้ ถ ึ งกนั โดยตรง หากแต่ใชค ้ อมพิวเตอร ์ ที่เรียกว่า IMP (InterfaceMeusage Processors) ต่อเช ื่อมถ ึ งกนัทางสายโทรศัพท์ เพ ื่อทา หนา ้ ที่ดว ้ นส ื่อสารโดยเฉพาะ ซ่ึ งแต่ละ84 สามารถเชื่อมได้หลายโฮสต์ ปี พ.ศ. 2533 อาร์ปาเนตไม่สามารถที่จะรองรับภาระการเป็ นเคร ื อข่ายหลกั (Backbone) ระบบได้ อาร์ปาเน็ตจึงได้ยุติลงและเปลี่ยนไปใช้ NSFNET และเครียช่ายอ ื่น ๆ แทนมาจนเป็ นเคร ื อชายขนาดใหญ่จนกระทงั่ถ ึ งทุกวนัน้ีโดยเรียกเคร ื อข่ายน้ีว่าอินเทอร ์ เน ็ ต (Intemet) โดยเคร ื อข่าย ส่วนใหญ่จะอยใู่นอเมริกาและขยายเคร ื อข่ายอยา่งรวดเร ็ วจนปัจจุบนัน้ีมีเคร ื อรายยอ่ยมากมายทวั่โลก อินเทอร ์ เน ็ ตในประเทศไทยเริ่มข้ึ นเม ื่อปีพ.ศ. 2530 โดยการเช ื่อมต่อเคร ื่องคอมพิวเตอร ์ ของมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร ์ กบัสถาบนั เทคโนโลยแีห่งเอเชีย(AIT) ไปยงัมหาวิทยาลยัเมลเบิร ์ น ประเทศออสเตรเลีย โดยการเช ื่อมต่อผา่นสายโทรศพัท ์ การส่งผา่นขอ ้ มูลขา ้ และไม่เป็ นการ ถาวร จนในปี พ.ศ. 2535 เกิดศูนยเ ์ ทคโนโลยีอิเล ็ กทรอนิกส ์ และคอมพิวเตอร ์ แห่งชาติ(NECTEC) ได ้ ทา การเช ื่อมต่อ คอมพิวเตอร ์ เขา ้ กบัรกหา วิทยาลัย 6 แห่ง ได ้ แก่จุฬาลงกรณ ์ มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยสงขลานคริ นทร์ สถาบันเทคโนโลยีและ คอมพิวเตอร ์ แห่งชาติ(NECTEC) มหาวิทยาลยัธรรมศาสตร ์ และมหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร ์ เขา ้ ดว ้ ยกนัเรียกว่า “เคร ื อข่ายไทยสาร โดยสา นักวิทย บริการจุฬาลงกรณ ์ไดเ ้ ช่าวงจรส ื่อสารความเร ็ ว 96000 บิตต่อวินาทีจากการส ื่อสาร แห่งประเทศไทย เพ ื่อเช ื่อมเขา ้สู่อินเทอร ์เน็ตที่ บริษัท ยูยูเน็ต เทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ 2536
ต่อมาในปีพ.ศ. 2537 ความตอ ้ งการการใชอ ้ินเทอร ์ เน ็ ตจากนภาคเอกชนมีมากข้ึ น การส ื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) จ ึ งไดร ้่วมม ื อกบับริษทัเอกชนเปิดบริการอินเทอร์เน็ต ให ้ แก่บุคคลทั่วไปได ้สมัครเป็ นสมาชิก โดยจัดต้ัง ในรูปแบบของบริษัทผู้ใช้บริ การ อินเทอร ์ เน ็ ตเชิงพาณิชย ์ เรียกว่า “ผู้ใช้บริ การอินเทอร์เน็ต” หรื อ ISP ซึ่ งข้อมูล บน อินเทอร ์ เน ็ ตจะถูกส่งผ่านเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ และระบบการส ื่อสารซ่ึ งในแต่ละพ้ื นที่หร ื อ แต่ละประเทศจะตอ ้ งรับผดิชอบกนัเองเพ ื่อเช ื่อมต่อกบัระบบใหญ่ของโลกใหไ้ ด ้
12.3 บริการบนอินเทอร์เน็ต แต่ละเคร ื อข่ายที่ประกอบข้ึ นเป็ นเคร ื อข่ายอินเทอร์เน็ตจะมี เครื่ องคอมพิวเตอร์ที่ท าหน้าที่เป็ น ผู้ให้บริ การ ซึ่งอาจเรียกว่า เซิร์ฟเวอร์(Server) หรือ โฮสต์ (Host) เช ื่อมต่ออยู่เป็ นจา นวนมาก ระบบ คอมพิวเตอร ์ เหล่าน้ีจะให ้ บริการต่าง ๆ แลว ้ แต่ลกัษณะและ จุดประสงคท ์ ี่เจา ้ ของเคร ื อข่ายน้นัหร ื อเจา ้ ของ ระบบคอมพิวเตอร ์ น้นั ต้งัข้ึ น ในอดีตมกัใหบ ้ ริการเฉพาะเร ื่องขอ ้ มูลข่าวสารและโปรแกรมที่ ใชใ้ นแวดวงการศ ึ กษาวิจยัเป็ นหลกัแต่ในปัจจุบนั ไดข ้ ยายเขา ้สู่เร ื่อง การค ้ าและธุรกิจแทบทุกด ้ าน บริการต่าง ๆ ที่ให ้ บริการบน อินเทอร ์ เน ็ ตที่ไดร ้ับความนิยมอยใู่นปัจจุบนัมีดงัน้ี
12.3.1 จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) เป็ นบริการในระบบเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ ที่สา คญัที่มีผนู้ิยมใชบ ้ ริการกนัมากที่สุด สามารถ ส่งตวัอกัษรขอ ้ ความ แฟ้ มขอ ้ มูล ภาพ เสียงผาน่ ระบบเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ไปยงัผรู้ับ ซ่ึ งอาจจะเป็ นคนเดียว หร ื อกลุ่มคนโดยที่ผสู้่งและผรู้ับเป็ นผใู้ ชท ้ ี่อยใู่นระบบเคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตดว ้ ยกนัช่วยให ้ สามารถติดต่อส ื่อสาร ระหว่างกนั ไดท ้ วั่โลก มีความสะดวกรวดเร ็ วและสามารถส ื่อสารถ ึ งกนั ไดต ้ ลอดเวลา โดยไม่ตอ ้ งคา น ึ งถ ึ งว่าผรู้ับจะอยที่ไหน จะู่ ใชเ ้ คร ื่องคอมพิวเตอร ์ อยหู่ร ื อไม่เพราะผใู้ ห ้ บริการจดหมายอิเลก ็ ทรอนิกส ์ จะเก ็ บ ขอ ้ ความเหล่าน้นั ไว ้ เม ื่อผรู้ับเขา ้สู่ระบบเคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตก ็ จะเห ็ น ขอ ้ ความน้นัรออยแู่ลว ้ ความสะดวกเหล่าน้ีทา ให ้ นกัวิชาการสามารถแลกเปลี่ยนขอ ้ มูลข่าวสารถ ึ งกนัและกนันกัศ ึ กษาสามารถปร ึกษาหรือฝึ กฝนทักษะ กบัอาจารย ์ หร ื อเพ ื่อนนกัศ ึ กษาดว ้ ยกนัเองจดหมายอิเลก ็ ทรอนิกส ์ เป็ นส ื่อประเภทหน่ึ งที่เหมาะสมในการเรียนรู้ และช่วยขจดัปัญหาในเรื่องของเวลาและ ระยะทางผเู้ รียนจะรู้ส ึ กอิสระและกลา ้ ที่จะแสดงออกมากกว่าปกติตลอดจนสามารถเขา ้ ถ ึ งผเู้ รียนเป็ นรายบุคคลไดเ ้ป็ นอย่างดีในยุคสารสนเทศดงัเช่น ปัจจุบนัระบบการส ื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะมีบทบาทสา คญั ในการพฒันาสงัคมใหเ ้ ขา ้ ถ ึ งขอ ้ มูลข่าวสารได ้ อยา่งรวดเร ็ ว จากความสา คญัของจดหมายอิเลก ็ ทรอนิกส ์ ที่สามารถอา นวยประโยชน ์ใหก ้ บัผใู้ ชอ ้ ยา่งคุม ้ ค่าน้ีทา ให ้ในปัจจุบนัจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แทบ จะกลายเป็ นส่วนหน่ึ งของส านักงานทุกแห่งทวั่โลก และในที่สุด เม ื่อทุกบา ้ นมีคอมพิวเตอร ์ใช ้สมาชิกในชุมชนโลกก ็ จะสามารถติดต่อกนัผ่านทาง เคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ การทา งานตามสา นกังานหร ื อสถานที่ต่าง ๆ จะถูกเปลี่ยนไปสู่การทา งานที่บา ้ นมากข้ึ นโดยการรับส่งงานทางคอมพิวเตอร์
12.3.2 สนทนาแบบออนไลน์ (Chat ) ผใู้ ชบ ้ ริการสามารถคุยโตต ้ อบกบัผใู้ ชค ้ นอ ื่น ๆ ในอินเทอร ์ เน ็ ตไดใ้ นเวลาเดียวกนั (ด้วยการพิมพ์ ทางคีย์บอร์ด) เสมือนกบัการคุยกนัแต่ผา่น เคร ื่องคอมพิวเตอร ์ ของท้งัสอง ซ่ึ งกส ็ นุกและรวดเร ็ วดีบริการ สนทนาแบบออนไลน ์ น้ีเรียกวา่ Talk เนื่องจากใช้โปรแกรมที่ชื่อวา่ Talk ติดต่อกนัหร ื อ จะคุยกนัเป็ นกลุ่ม หลาย ๆ คนในลกัษณะของการ Chat (ช ื่อเตม ็ ๆ ว่า Internet Relay Chat หรือ IRC ก ็ได) ้ ซ่ึ งในปัจจุบนัก ็ได ้ พฒันาไปถ ึ งข้นัที่ สามารถใชภ ้ าพสามมิติภาพเคล ื่อนไหวหร ื อการ ์ ตูนต่าง ๆ แทนตวัคนที่สนทนากนั ไดแ ้ ลว ้ และยงัสามารถคุยกนัดว ้ ยเสียงในแบบเดียวกบั โทรศพัท ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนขอ ้ มูลบนจอภาพหร ื อในเคร ื่องของผสู้ นทนาแต่ละฝ่ายไดอ ้ีกดว ้ ยโดยการทา งานแบบน้ีกจ ็ ะอาศยัโปรโตคอลช่วยในการติดต่ออีก โปรโตคอลหน่ึ งซ่ึ งมีช ื่อวา่ IRC (Internet Relay Chat) ซ่ึ งกเ ็ป็ นโปรโตคอลอีกชนิดหน่ึ งบนเคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตที่สามารถทา ให้ผู้ใช้หลายคนเข้ามา คุยพร ้ อมกนัไดผ ้ า่นตวัหนงัส ื อแบบ Real time โดยมี หลักการ คือ มีเครื่องเซิร์ฟเวอร์ซ่ึ งจะเรียกวา่เป็ น IRC server ซึ่งเชิร์ฟเวอร์น้ีจะหมายถ ึ งฮาร ์ ดแวร ์ และซอฟตแ ์ วร ์โดยที่ฮาร ์ ดแวร ์ ค ื อคอมพิวเตอร ์ ที่จา เป็ นจะตอ ้ งมีทรัพยากรระบบค่อนขา ้ งสูงและจะตอ ้ งมีมากกว่า 1 เครื่อง เพื่อรองรับผู้ใช้หลายคน ส่วนเคร ื่องของผใู้ ชจ ้ ะทา หนา ้ ที่เป็ นเคร ื่องลูกข่าย (Client) ซ่ึ งก ็ ค ื อคอมพิวเตอร ์ ที่เช ื่อมต่อเขา ้ กบัอินเทอร ์ เน ็ ตแบบปกติโดยที่เคร ื่องน้ีไม่ไดต ้ อ ้ งการ ทรัพยากรมากนกัแต่ตอ ้ งมีโปรแกรม สา หรับเช ื่อมต่อเขา ้ IRC server ได ้ การสนทนาผา่นเคร ื อข่ายออนไลน ์ ที่ไดร ้ับความนิยมในปัจจุบันมีหลาย โปรแกรม เช่น โปรแกรม Line, Facebook, Twitter, Instagram เป็ นต้น
12.3.3 กระดานข่าวหรือบูเลตินบอร์ด (Bulletin Board) บนเครือข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตมีการใหบ ้ ริการในลกัษณะของกระดานข่าวหรือบูเลตินบอร์ด (คล้าย กบัระบบ Bulletin Board System หรือ BBS) โดยแบ่งออกเป็ นกลุ่มยอ่ย ๆ จา นวนหลายพนักลุ่มเรียกว่า กลุ่มข่าว หรือ Newsgroup ทุกวนัจะมีผูส้่งข่าวสารกนัผ่านระบบดังกล่าว โดยแบ่งแยกออกตาม กลุ่มที่ สนใจ เช่น กลุ่มผูส้ นใจศิลปะกลุ่มผูส้ นใจเพลงร ็ อคกลุ่มวฒันธรรมยุโรป เป็ นตน ้ นอกจากน้ียงัมีกลุ่มที่ สนใจในเรื่องของประเทศต่าง ๆ เช่น กลุ่ม Thai Group เป็ นตน ้ การอ่านข่าวจากกลุ่มข่าวต่าง ๆ ใน Usenet (User Network) หรือ Newsgroup น้นันบัเป็ น ช่องทางหน่ึงในการติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กบัผูใ้ ช ้ อินเทอร ์ เน ็ ตคนอื่น ๆ ในระดบั โลก ซ่ึงมกัจะใช ้ ภาษาองักฤษเป็ นหลกัในการสื่อสารกนัซ่ึงใน Usenet น้ีสามารถเลือกอ่านขอ ้ ความในหวัขอ ้ ที่สนใจและฝากขอ ้ ความ คา ถาม คา ตอบไวบ ้ นกระดานข่าว น้นั ได ้ ถา ้ไม่สนใจในกลุ่มข่าวสารที่เคยเป็ นสมาชิกอีกต่อไป ก ็ อาจยกเลิกการเป็ นสมาชิก (Unsubscribe) ของกลุ่มข่าวน้นัและไปเป็ นสมาชิกของกลุ่มอื่น ๆ แทนก ็ได ้ การเป็ นสมาชิกและการบอกเลิกสมาชิกของ กลุ่มข่าวต่าง ๆ น้นัรวมท้งัการใชบ ้ ริการ Usenet จะไม่เสียค่าใชจ ้่ายใด ๆ ท้งัสิ้น กระดานข่าวที่น่าสนใจ ของไทยและมีสมาชิกร่วมในการสนทนามากที่สุดในปัจจุบัน คือ กระดานข่าวพนัทิป ที่ URL : www.pantip.com ประกอบดว ้ ยผูใ้ ชท ้ ี่มีความสนใจหลากหลาย เช่น กระดาน ข่าวเทคนิคคอมพิวเตอร ์ ท้งั ทางด้านระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ เป็ นต้น สภากาแฟของผู้ที่ ชอบการเมือง ชอบด้าน เครื่องยนต์กลไก และอื่น ๆ
12.3.4 บริการเข้าระบบระยะไกล(Telnet) ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นซ่ึ งต้งัอยไู่กล ออกไป กส ็ ามารถใช ้บริการ Telnet เพ ื่อเขา ้ใชง ้ านเคร ื่องดงักล่าวไดเ ้ ช่นเดียวกบั การไปนงั่ที่หนา ้ เคร ื่องน้นัเองโดยจา ลองคอมพิวเตอร ์ ของตนใหเ ้สมือนเครื่อง คอมพิวเตอร ์ น้นั ได ้โปรแกรม Telnet เป็ นโปรแกรมพ้ื นฐานที่มีประโยชน์มาก ส าหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ในโหมดอักษร (Text Mode) หน้าที่ของ โปรแกรม Telnet น้นัจะช่วยใหผ ้ใู้ ชส้ ามารถทา การ Login เข้าไปยังเครื่อง คอมพิวเตอร ์ ต่าง ๆ ที่ต่อเช ื่อมอยใู่นเคร ื อข่ายได ้และใช้บริการส าเนาไฟล์และ รับส่งอีเมลได ้ 12.3.5Skype, Net2Phoneและ Cattelecom.com เป็ นบริการโทรศัพท์จากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องรับโทรศัพท์ที่บ้าน (PC to Phone)และ ไดร ้ับความนิยมอยา่งมากเพราะมีอตัราค่าโทรศพัทถ ์ูกกว่า และผู้ให้บริการบางรายยังมีบริการ PC to Fax ส าหรับส่ง Fax จากเครื่อง คอมพิวเตอร์ไปเครื่องรับ Fax ที่ส านักงานด้วย
12.3.6 FTP (File Transfer Protocol) บริการโอนย ้ ายข ้ อมูล เป็ นบริการถ่ายโอนขอ ้ มูลจากเคร ื่องคอมพิวเตอร ์ เคร ื่องหน่ึงไปยังอีก เคร ื่องหน่ึ งบนเคร ื อข่าย อินเทอร ์ เน ็ ต สามารถทา ได ้ ท้งัการคดัลอกข้อมูลจาก เคร ื่องที่ใชง ้ านอยไู่ ปไวท ้ี่เคร ื่องคอมพิวเตอร ์เชิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการหรืออัปโหลด และการคัดลอกไฟล์จากเครื่องคอมพิวเตอร์เชิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการมาไว้ที่เครื่องที่ ใชง ้ านอยู่หร ื อดาวน ์โหลด การเรียกใชบ ้ ริการน้ีสามารถทา ผ่านโปรแกรม Web Browser หรื อโปรแกรม FTP เป็ นการ เฉพาะก ็ได ้ การดาวน ์โหลดน้ันไม่ยาก หากผใู้ ห ้ บริการยินยอมให ้ ผใู้ ดก ็ไดเ ้ ขา ้ไปดาวน ์โหลดแฟ้ ม ในคอมพิวเตอร์เชิร์ฟ เวอร์ของตน และผูใ้ ชบ ้ ริการรู้ ว่าแฟ้ มที่ตอ ้ งการน้นัอยู่ที่ใด แต่การอัพโหลดน้นั ไม่ง่าย เพราะตอ ้ งใชโ้ปรแกรมเป็ น และมีความเป็ นเจา ้ ของในเน้ื อที่ที่จะกระท า รวมท้งัมีUser ID และ Passwordเพ ื่อแสดงสิทธ์ิในการเขา ้ใชบ ้ ริการ
12.3.7WWW (World Wide Web) เป็ นบริการที่ต้องใช้โปรแกรม Web Browser เช่น Firefox, Internet Explorer, Opera หรืออื่น ๆ เพื่อเปิ ดดูข้อมูลจากเว็บไซต์ (Website) หรือโฮมเพจ (Home Page) จะไดข ้ อ ้ มูลในลกัษณะเป็ นตวัอกัษร ภาพ เสียง และภาพเคล ื่อนไหว ในลกัษณะส ื่อผสม รวมท้งัการสั่งประมวลผล และตอบสนองแบบ อินเทอร ์ แอก ็ทีฟ (Interactive) บริการน้ีไดร ้ับการพฒันาอยา่งรวดเร ็ ว จนนา มาใชง ้ านอยา่งหลากหลาย เช่น ชมภาพยนตร ์ฟังเพลงออนไลน ์ เล่นเกม คน ้ ขอ ้ มูล ประมวลผลขอมูลทาง ้ ธุรกิจ ทา ขอ ้สอบ การส่งจดหมายอิเลก ็ ทรอนิกส ์ ติดต่อซ้ื อขาย ชา ระเงินดว ้ ยบตัรเครดิต หร ื อส่งโปสการ ์ ด เป็ นตน ้ 12.3.8 Game Online เกมกลยุทธ ์ หลายเกม เป็ นการจา ลองสถานการณ ์ การรบหร ื อการแข่งขนัทา ใหผ ้ใู้ ชส้ ามารถต่อสูก ้ บัตวัละครในคอมพิวเตอร ์ เสม ื อนคอมพิวเตอร ์ สามารถคิดเองและสู้ กบัผใู้ ชไ้ ด ้ แต่ก ็ ยงัมีจุดบกพร่อง เพราะไม่เหม ื อน การสู้ กบัมนุษยท ์ ี่คิดเป็ น และพูดคุยโตต ้ อบได ้ จ ึ งมีการสร ้ างเกมและบริการที่ทา ให ้ ผใู้ ชต ้่อสู้ กนัหร ื อร่วมกนัสู้โดยจ่ายค่าลงทะเบียน เพ ื่อขอรหสัผใู้ ชเ ้ ขา ้ เคร ื่องบริการเพ ื่อการติดต่อส ื่อสาร หร ื อทา ภารกิจกบัเพ ื่อนร่วมรบ ที่มีจุดมุ่งหมายหร ื อช ื่นชอบในเร ื่องเดียวกนัเป็ นบริการเพ ื่อความบนัเทิงที่กา ลงั เติมโตอยา่งรวดเร ็ วในโลกอินเทอร ์ เน ็ ต 12.3.9 Software Updating มีโปรแกรมมากมายที่ใชป้ ระโยชน ์ จากการติดต่อส ื่อสารผา่นอินเทอร ์ เน ็ ต และหน่ึ งในน้นัค ื อ บริการปรับปรุงโปรแกรมแบบOnline เช่น โปรแกรมฆ่าไวรัสที่ มีช ื่อเสียงเก ื อบทุกโปรแกรมหร ื อระบบปฏิบตัิการอยา่ง Microsoft กย ็ อมใหผ ้ใู้ ชส้ ามารถเขา ้ มาดาวน ์โหลดขอ ้ มูลไปปรับปรุงโปรแกรมใหท ้ นัสมยัเพ ื่อใชต ้่อสู้ไวรัสตวั ใหม่หร ื อแกไ้ ขจุดบกพร่องที่พบในภายหลงัผใู้ ชเ ้ พียงเล ื อก Click ปุ่ ม Update โปรแกรมจะทา หน ้ าที่เช ื่อมต่อกบัเวบ ็ ไซตข ์ องตนและทา งานอตัโนมตัิกระทงั่การ Update สมบูรณ์
12.4องค์ประกอบส าคัญที่ท าให้เกิดเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 12.4.1 TCP/IP อ่านว่า ทีซีพี ไอพี เป็ นโปรโตคอลมาตรฐานที่ใช้ส าหรับการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต ซึ่ งเปรี ยบได ้ กับ ภาษาองักฤษที่คนเก ื อบท้งัโลกใชส้ื่อสารกนั 12.4.2 IP Address อ่านว่า ไอพี แอดเดรส ยอ่มาจากInternet Protocol Address ประกอบไปด้วยตัวเลข 4 ชุด ปัจจุบันมาตรฐานของ IP Address คือ IPv4 จะเป็ นเลข 32 บิตและ IPv6 เป็ นเลข 128 บิต IP Address เป็ นตัวแทนของ เคร ื่องคอมพิวเตอร ์ในโลก สามารถบอกไดว ้่าเคร ื่องคอมพิวเตอร ์ ต้งัอยทู่ ี่ไหน IP Address ของ เคร ื่องคอมพิวเตอร ์ จะไม่ซ้า กนัซ่ึ งแบ่งออกเป็ น 2 รูปแบบ คือ Network Address หมายเลข IP สา หรับเคร ื อข่ายจะถูกต้งัโดย Router และ Computer Address หมายเลข IP ประจ าเครื่องใน ระบบเคร ื อข่าย
12.4.3 Domain Name อ่านว่า โดเมนเนม เนื่องจาก ไอพี แอดเดรส เป็ นตัวเลขที่มีความยาวถึง 12 ตวัเลข ทา ให ้ ยากต่อการจดจา จึงได ้ มีการคิดโดเมนเนมหรืออินเทอร ์ เน ็ ตแอดเดรสข้ึนมาใชแ ้ ทน และก ็ เป็ น เช่นเดียวกบัไอพีแอดเดรส คือจะตอ ้ ง เป็ นหน่ึงเดียวไม่ซ้า กบัโดเมนอื่น โดยปกติจะกา หนดชื่อโดเมนเนมใหส้ อดคลอ ้ งกบัชื่อบริษทัเช่น se-ed.com หมาย ถึงบริษัท ซีเอ็ดยูเคชนั่จา กดั (มหาชน) เป็ นต้น IP Address : 202.43.33.128 = Domain Name : se-ed.com กลุ่มตวัอกัษรทา ้ ยโดเมนเนมมีความหมายเฉพาะออกไป คือมีการจดัหมวดหมู่ไวแ ้ ลว ้ ดงัเช่น โดเมนเนม ความหมาย com กลุ่มองคก ์ รการคา ้ (Commercial) edu กลุ่มการศึกษา (Education) gov กลุ่มองคก ์ รรัฐบาล Governmental) mil กลุ่มองคก ์ รทหาร (Military) net กลุ่มองคก ์ รบริหาร (Network Service) org กลุ่มองคก ์ รอื่น ๆ (Organizations) โดเมนเนมที่แสดงขา ้ งบนน้ีเป็ นองคก ์ รที่จดทะเบียนโดเมนเนมไวใ้ นประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนโดเมนเนมที่ต้งัในประเทศอื่น ๆ จะมีตวัยอ่เพิ่มข้นึมาอีกหน่ึงชุดคือ ตวัยอ่ ของประเทศน้นัตวัอยา่งเช่น Auออสเตรเลีย (Australia) Frฝรั่งเศส (France) Thไทย (Thailand) จะเห ็ นว่าการจา โดเมนเนมง่ายกว่าไอพีแอดเดรสมาก ดงัน้นัจึงตอ ้ งมีคอมพิวเตอร ์เซิร์ฟเวอร์เพื่อใหบ ้ ริการแปลงกลบัไปกลบัมาระหว่างโดเมนเนมและไอพี แอดเดรส เรียกวา่ Domain Name Server หรือ DNS
12.5 ค าศัพท์ที่ควรทราบ 12.5.1 เว็บเพจ (Web Page) เวบ ็ เพจ หมายถ ึ งขอ ้ มูลแต่ละหนา ้ ที่เปิดดูไดใ้ น World Wide Web (WWW) ซ่ึ งประกอบดว ้ ยขอ ้ มูลประเภทต่าง ๆ เช่น ขอ ้ ความ ตวัเลขรูปภาพ เสียง หรือ ภาพเคล ื่อนไหวโดยแต่ละเวบ ็ เพจจะมีการเช ื่อมโยงกนัหร ื อที่เรียกวา่มีการลิงก ์(Link) ถ ึ งกนั 12.5.2 เว็บบราวเซอร์ (Web Browser) เวบ ็ บราวเซอร ์ หมายถ ึ ง โปรแกรมที่ใชเ ้ ช ื่อมต่อเขา ้สู่เคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตหร ื อ World Wide Web บราวเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบนัมีหลายตวัเช่น Internet Explorer, Google Chrome, Mozilla Firefox, Opera เป็ นต้น 12.5.3 เว็บไซต์ (Website) เวบ ็ ไซต ์ หมายถ ึ งกลุ่มของเวบ ็ เพจที่ถูกนา เสนออยภู่ายใตโ้ ดเมนเนมเดียวกนัเช่น เวบ ็ ไซตwww.se ์ -ed.com ประกอบด้วยเว็บเพจหลาย ๆ เว็บเพจ ตวัอยา่งเช่น http://www.se-d.com/Event/ViewContent.aspx?IDtopic=1123 12.5.4 โฮมเพจ (Home Page) เน ื่องจากแต่ละเวบ ็ไซตป์ ระกอบดว ้ ยเวบ ็ เพจหลาย ๆ หนา ้ จ ึ งมีการกา หนดหนา ้ แรกใหเ ้ป็ น เสม ื อนประตูเขา ้สู่เวบ ็ไซต ์ เรียกวา่ โฮมเพจ 12.5.5 URL URL หมายถ ึ ง ตา แหน่งที่ระบุเลขที่ต้งัของเวบ ็ไซตน ์ ้นัๆ ค ื อ ตอ ้ งพิมพ ์ URL ของเวบ ็ไซต ์ ที่ตอ ้ งการบนเวบ ็ บราวเซอร ์ จ ึ งจะเขา ้สู่เวบ ็ไซตน ์ ้นั ได ้ 12.5.6 ลิงก์ (Link) ลิงก ์ หมายถ ึ ง จุดเช ื่อมโยงเวบ ็ เพจแต่ละหนา ้ เขา ้ หากนัลิงกอ ์ าจอยใู่นรูปของขอ ้ ความ รูปภาพ หร ื อปุ่ม สงัเกตไดจ ้ ากตวัช้ีของเมาส ์ ซ่ึ งจะเปลี่ยนไปเป็ นรูปนิ้วช้ี ทนัทีที่พบวา่นี่ค ื อลิงก ์
12.6การเช ื่อมต ่ อเข ้ าส ู่เคร ื อข ่ ายอน ิ เทอร ์ เน ็ ต การเช ื่อมต่อเขา ้สู่เคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตน้นัทา ไดโ้ ดยใชเครื่องคอมพิวเตอร์ ้ ที่ใชอ ้ ยู่ อาจจะเป็ นที่บ้านหรือที่ท างาน เช ื่อมต่อผา่นทางสายโทรศัพท์ ผา่น อุปกรณ ์ ที่เรียกวา่ โมเต็ม (Modem) หรือเราต์เตอร์(Router)การเชื่อมต่อที่นิยมใน ปัจจุบัน คือ การเช ื่อมต่อแบบบรอดแบนด ์ หรือ ADSL (เช ื่อมต่อตลอด 24 ชวั่โมง) ซ่ึ งมีค่าใชจ ้่ายต่อเด ื อนไม่สูงมากนกั โดยผู้ใช้ต้องสมัครเป็ นสมาชิกของผู้ ใหบ ้ ริการเช ื่อมต่อเขา ้ เคร ื อข่าย อินเทอร์เน็ต (ISP : Internet Services Provider) เพื่อขอรับหมายเลขบัญชีผู้ใช้หรือ Account (User ID เเละPassword)
12.7 เริ่มต้นท่องเว็บด้วย Internet Explorer Internet Explorer เป็ นโปรแกรมเวบ ็ บราวเซอร ์ ที่ติดต้งัคู่กบัวินโดวส์ซึ่งปัจจุบันวินโดวส์ได้พัฒนา เป็ นไมโครซอฟท์เอดจ์ตามการพัฒนา ของวินโดวส์แต่ก่อนที่จะใช ้Internet Explorer ท่องเวบ ็ ไดน ้ ้นัตอ ้ งทา การเช ื่อมต่อเคร ื่องคอมพิวเตอร ์ เขา ้ กบัเคร ื อข่ายอินเทอร ์ เน ็ ตก่อน แลว ้ จ ึ งทา ตามข้นัตอน ดงัน้ีเม ื่อตรวจสอบการเช ื่อมต่อเรียบร ้ อยดีแลว ้ จ ึ งทา ตามข้นัตอน ดงัน้ี พื้นฐานการใช้งานโปรแกรม Internet Explorer (IE) คลิกเมาส ์ ที่ปุ่มคา สงั่เพ ื่อเรียกโปรแกรม ซ่ึ งมีหนา ้ ต่างการทา งาน ดงัรูปที่12.1
องคป์ ระกอบภายในหนา ้ ต่างการทา งานของโปรแกรมจะไม่แตกต่างจากโปรแกรมในกลุ่ม Microsoft Office ที่ไดเ ้ รียนผา่นมาแลว ้ จ ึ งอธิบายเฉพาะปุ่ ม คา สงั่ที่ใชเ ้ ฉพาะกบัโปรแกรม Internet Explorer น้ีเท่าน้นั 1.ใชค ้ า สงั่ใชย ้ อ ้ นกลบัไปยงัเวบ ็ เพจที่ผา่นมาแลว ้ ทีละเพจ 2.ปุ่มคา สงั่ใชเ ้ปิดไปยงัเวบ ็ เพจต่อไปทีละเพจใชไ้ ดใ้ นกรณีที่มีการใชค ้ า สงั่ Back มาก่อน 3. ปุ่มคา สงั่ใชส้ า หรับหยดุการรับขอ ้ มูลเวบ ็ เพจที่กา ลงัรับจากเว็บไซด์อยู่ณ ขณะน้นั 4. ปุ่มคา สงั่ใชเ ้ พ ื่อขอรับขอ ้ มูลเวบ ็ เพจที่ตอ ้ งการดูจากเว็บไซด์ใหม่อีกคร้ัง โดยปกติจะใช ้ เม ื่อเวบ ็ เพจที่ตอ ้ งการดูไม่แสดงขอ ้ มูลหร ื อแสดง ไม่ครบอนัเน ื่องมาจากการส ื่อสารขดัขอ ้ งชวั่ขณะ 5. ปุ่มคา สงั่ใชเ ้ พ ื่อใหแ ้ สดงเวบ ็ เพจเริ่มตน ้ (Default Webpage) ที่กา หนดไวต ้้งัแต่แรกเช่น กา หนดให ้www.google.co.th เป็ นเวบ ็ เพจเริ่มตน ้ โปรแกรมจะกลบัมาแสดงเวบ ็ เพจน้ีทุกคร้ังที่กดปุ่มคา สงั่น้ี 6. ปุ่มคา สงั่* ใช้เพื่อบันทึก URL ของเว็บเพจที่ผู้ใช้สนใจและต้องการย้อนกลับมาดูอีก หลังจาก บันทึกไว้แล้ว เมื่อต้องการจะย้อนกลับมา เรียกดูเวบ ็ เพจน้ีอีกกเ ็ พียงเขา ้ มาเล ื อกที่รายช ื่อในหนา ้ ต่างFavorites น้ีเท่าน้นัหนา ้ ต่างFavorites น้ีมีความสามารถเหม ื อน Windows Explorer คือ สามารถ สร ้ างโฟลเดอร ์ใหม่คดัลอกยา ้ ยเปลี่ยนช ื่อ หร ื อลบออกจ ึ งสะดวกในการจดัการกบัรายการFavorites 7. ช่องแอดเดรส (Address) ใช้ส าหรับพิมพ์ URL ของเว็บเพจที่สนใจและทราบ URL ที่ชัดเจน โดยปกติแนะน าให้พิมพ์ www.google.co.th และต้งัใหเ ้ วบ ็ เพจน้ีเป็ นเวบ ็ เพจเริ่มตน ้ ตามข้นัตอนต่อไปน้ี (1) เรียกโปรแกรม Internet Explorer และพิมพ์ www.google.co.th กด <Enter> ที่ช่องแอดเดรส จะไดห ้ นา ้ ต่าง ดงัรูปที่12.2
(2) เรียกใชค ้ า สงั่ Tools →Internet Options จะไดห ้ นา ้ ต่างInternet Options ข้ึ นมา ใหค ้ ลิกhttp://www.google.co.th ในช่อง Address: เสร็จแล้วกดปุ่ ม Apply และเลือก Use Current ซึ่งท าให้ได้ OK ต่อจากน้ีไปเม ื่อกดปุ่มคา สงั่ก ็ จะไดเ ้ วบ ็ เพจ Google ประเทศไทยทุกคร้ังการกา หนดเวบ ็ เพจ เริ่มตน ้ น้ีสามารถ แกไ้ ขเปลี่ยนแปลงไดต ้ ลอดเวลาที่ตอ ้ งการ ดงัรูปที่12.3
12.8การส ื บค ้ นข ้ อมูลบนอน ิ เทอร ์ เน ็ ต ปัจจุบนัขอ ้ มูลข่าวสารมีการเพิ่มข้ึ นอยา่งรวดเร ็ วเวบ ็ เพจที่เช ื่อมโยงกนัอยทู่วั่โลกก ็ มีปริมาณเพิ่มข้ึ น ตลอดเวลาผเู้ ริ่มตน ้ ส ื บคน ้ ขอมูลจากอินเทอร์เน็ต ้ มกั ประสบปัญหาไดร ้ับขอ ้ มูลมากเกินไป บา ้ งก ็ไดร ้ับขอ ้ มูล ที่ไม่ตรงตามความตอ ้ งการการรู้ เทคนิคการส ื บคน ้ ขอ ้ มูลจ ึ งเป็ นสิ่งที่จ าเป็ น ดังน้นัจ ึ งไดม ้ีผู้ คิดคน ้ เวบ ็ ไซต ์ ที่ให ้ บริการคน ้ หาขอ ้ มูลต่าง ๆ บนอินเทอร ์ เน ็ ต ที่เรียกว่า เคร ื่องม ื อช่วยคน ้ หร ื อเสิร์ชเอนจิน (SearchEngine) เพ ื่อให ้ ความสะดวกกบัผูท ้ี่ ต้องการค้นหาข้อมูล ในการส ื บคน ้ ขอ ้ มูลน้นัหากทราบแหล่งขอ ้ มูลหร ื อเวบ ็ไซต ์ สามารถพิมพห ์ ร ื อระบุURL ในช่องแอดเดรส ไดท ้ นัทีแต่หากไม่ทราบวา่แหล่งขอ ้ มูลน้นั อยทู่ ี่ใด สามารถใชเ ้ วบ ็ไซตท ์ ี่เป็ นเสิร์ชเอนจินช่วยในการคน ้ หาได ้ เสิร์ชเอนจิน ค ื อฐานขอ ้ มูลที่ระบุที่อยู่ของเวบ ็ ไซตต ์ ่าง ๆ รวมท้งัช ื่อเร ื่องและเน้ื อหาของเวบ ็ ไซตน ์ ้นัๆโดยมีRobots เป็ นผู้ที่ท าหน้าที่ค้นหาข้อมูลที่ เกี่ยวขอ ้ งกบัคา ส ื บคน ้ มาเก ็ บไวท ้ี่ฐานขอ ้ มูล ซ่ึ งปัจจุบนัมีฐานขอ ้ มูลจา นวนมากที่ทา หน ้ าที่เป็ นเสิร์ชเอนจิน ส าหรับวิธีค้นหาและวิธีแสดงผลลัพธ์ที่ได้จาก การคน ้ กจ ็ ะแตกต่างกนัข้ึ นอยกู่บัความสามารถของเสิร์ชเอนจินน้นัๆ เสิร์ชเอนจินแต่ละตวัมีขอ ้ ดีในการส ื บคน ้ และวิธีการในการส ื บคน ้ ที่แตกต่างกนัตลอดจนมีการจดัทา ส่วนพิเศษต่าง ๆ ในการส ื บคน ้ เพ ื่อช่วยผใู้ ช ้ และ เพ ื่อใหผ ้ใู้ ชส้ ามารถส ื บคน ้ไดอ ้ ยา่งมีประสิทธิภาพ ผใู้ ชค ้ วรมีความรู้ เกี่ยวกบัการคน ้ หา ดงัน้ีค ื อ
12.8.1 ใช ้ เคร ื่องหมายคา พูด "..." ใชส้ า หรับการคน ้ หาคา ที่เป็ นวลีหร ื อกลุ่มคา เช่น “สายพานราวลิ้น” ดังรูปที่ 12.4
12.8.2 เครื่องหมาย "+" ใช ้ส าหรับกา หนดให ้ แสดงผลการคน ้ เฉพาะเว ็ บไซต ์ ที่ปรากฏคา ที่ระบุท้งัหมด ปัจจุบนัน้ีการเวน ้ วรรคระหว่างคา จะมี ความหมายเหม ื อนกบัการใส่เคร ื่องหมาย" + " เช่น สายพานราวลิ้น ฮอนดา ้ ดงัรูปที่12.5
12.8.3 เครื่องหมาย "-" สา หรับกา หนดให ้ แสดงผลการคน ้ เฉพาะเวบ ็ ไซต ์ ที่ปรากฏคา ที่ระบุยกเวน ้ คา ที่อยู่หลงัเคร ื่องหมาย" - " เช่น เมนบอร์ด ASUSamd ดังรูปที่ 12.6
12.8.4 อ่านค าแนะน าในการใช้เครื่องมือสืบค้นแต่ละชนิด เพ ื่อใหใ้ ชเ ้ คร ื่องม ื อไดอ ้ ยา่งเตม ็ ประสิทธิภาพ เสิร์ชเอนจินที่ให้บริการในปัจจุบันมีหลาย แห่ง เช่น Google(http://www.google.com) เป็ นอนัดบัหน่ึ งของโลกในเก ื อบทุกประเทศรวมถ ึ งประเทศไทย
Bing (http://www.bing.com) เป็ นเว็บค้นหา ของบริษัท Microsoft คู่แข่งกบั Googleโดยตรง
Yahoo (https://search.yahoo.com) ต้งัแต่ตุลาคม 2554 ที่ผา่นมา Yahoo ถูกซ้ื อกิจการโดย Bing จากบริษัท Microsoft
Sanook(http://search.sanook.com) เป็ นเวบ ็ ไซตข ์ องไทย ซ่ึ งไดร ้ับความนิยมในคนไทยทีมีฐานขอ ้ มูลท้งัเวบ ็ ของไทย รวมไปจนถ ึงเว็บ ต่างประเทศอีกจา นวนมากในส่วนของขอ ้ มูลประเภทต่าง ๆ กม ็ีการจดัหมวดหมู่ออกมาใหเ ้ ขา ้ใจง่าย สามารถคน ้ หาไดอ ้ ยา่งสะดวกมากยงิ่ข้ึ น
12.9การบ ั นทก ึ ข ้ อม ู ลทไี ่ ด ้ จากการส ื บค ้ น เม ื่อส ื บคน ้ พบขอ ้ มูลที่ตอ ้ งการแลว ้ และตอ ้ งการจดัเกบ ็ เพ ื่อใชอ ้ า ้ งอิงในโอกาสต่อไป สามารถทา ได ้ หลายวิธีซ่ึ งจะกล่าวจึงพอเป็ นสังเขป ดังน้ี 12.9.1การพมิพ ์ ข ้ อมูลออกทางกระดาษ สามารถพิมพข ์ อ ้ มูลจากเวบ ็ เพจไดโ้ ดยตรงดว ้ ยปุ่มคา สงั่ 12.9.2 บันทึกหน้าเว็บเพจ สามารถบันทึกหน้าเว็บเพจด้วยคา สงั่ File -Save As ดังรูปที่ 12.11 12.9.3การบันท ึ กรูปภาพ หากต้องการบันทึกรูปภาพ ให้คลิกที่รูปภาพด้วยปุ่ มทางขวา แล้วเลือก Save Picture As
12.10การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนที่จะใช ้ บริการจดหมายอิเล ็ กทรอนิกส ์ หร ื อ E-Mail ได ้ น้ัน จะต ้ องสมัครเป็ นสมาชิกกับผูใ้ ห ้ บริการ จดหมายอิเล ็ กทรอนิกส ์ ก่อน เช่น www.gmail.com, www.hotmail.com, www.windowslive.com เป็ นต้น เม ื่อเป็ นสมาชิกแลว ้ กจ ็ ะได ้ E-Mail Account ในหน่วยน้ีเล ื อกผใู้ ชบ ้ ริการจดหมายอิเลก ็ ทรอนิกส ์ ของ Google ที่ชื่อ Gmail (www.gmail.com) ซึ่งมีหน้า เว็บเพจ ดังรูปที่ 12.12
หมายเหตุ ถา ้ เป็ นสมาชิกอยแู่ลว ้ สามารถพิมพช ์ื่อผใู้ ชแ ้ ละรหสัผา่นไดท ้ นัที ถา ้ เคร ื่องคอมพิวเตอร ์ ที่กา ลงัใชง ้ านอยใู่ชง ้ านร่วมกนัหลายคน ไม่แนะนา ให ้ เล ื อก“บันทึก การใช้งานของฉัน” เพราะผู้ใช้อื่น อาจแอบใช้ ช ื่อผใู้ ชแ ้ ละรหสัผา่นของเราได ้ ถา ้ ยงัไม่ไดเ ้ป็ นสมาชิกและตอ ้ งการสมคัรให ้ เล ื อก“สมัครเข้าใช้งาน Gmail“ สมคัรใชง ้ าน จะไดพ ้ บกบัหน ้ าต่างการลงทะเบียน ดังรูปที่ 12.13
เม ื่อผา่นข้นัตอนการพิมพช ์ื่อผใู้ ชแ ้ ละรหสัผา่นที่เรียกวา่การ Log in แลว ้ จะพบกบัหนา ้ ต่างการทา งานของบริการจดหมาอิเล็กทรอนิกส์ของ Google Mail ประเทศไทย ดังรูปที่ 12.14
การสร้างจดหมายใหม่ (Compose Mail) 1.กดปุ่ ม เขียน จะไดจ ้ ดหมายเปล่า มา 1 ฉบบัการพิมพเ ์ น้ื อความจดหมายมีลกัษณะเช่นเดียวกบัการพิมพง ์ านดว ้ ยโปรแกรมประมวลผล ค า (Microsoft Word) 2. พิมพ์ E-Mail Address ของผรู้ับที่ช่องถึง สามารถส่งถ ึ งหลายคนไดใ้ นคร้ังเดียว โดยแยกแต่ละคน ดว ้ ย ":" เช่น [email protected]; [email protected] 3. ถ้าต้องท าส าเนาแจ้งบุคลอื่นด้วย ให้คลิกเมาส์เลือก เพิ่มส าเนา และ/หรือ เพิ่มส าเนาลับ ตาม ต้องการ ดังรูปที่12.15
4. พิมพ์หัวเรื่องจดหมาย (Subject) พิมพไ์ ดท ้ ้งัภาษาไทยและองักฤษ 5. ถา ้ มีเอกสารที่ตอ ้ งการส่งไปกบัจดหมายหร ื อที่เรียกวา่แนบไฟล ์(Attachment) ใหร ้ วมไฟลแ ์ นบท้งัหมดเขา ้ ดว ้ ยกนัดว ้ ย โปรแกรมบีบอดัขอ ้ มูลเช่นWinZip, 7-Zip หรือ WinRar และตรวจสอบดว ้ ยวา่ขนาดของไฟลไ์ ม่ใหญ่มากนกั (ไม่ควรใหญ่กวา ่2 MB) และท าการแนบไฟล์ ดังรูปที่ 12.16 6. ส ารวจความถูกต้องของ E-mail Address ของทุกคน การสะกดคา เม ื่อเรียบร ้ อยจ ึ งทา การส่งจดหมาย ดว ้ ยการกดปุ่ ม ส่ง