กฎหมายและจริยธรรม ในการใช้ระบบสารสนเทศ บทที่ 13
กฎหมายและจริยธรรมที่จ าเป็ นต่อระบบสารสนเทศ ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จรรยาบรรณส าหรับผ ู้ใช ้ อน ิ เทอร ์ เน ็ ต หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 13 แบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 13 หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ Telnet หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ FTP หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ IRC หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ BBS
13.1 กฎหมายและจริยธธรมที่จ าเป็ นต่อระบบสารสนเทศ ปัจจุบนัคอมพิวเตอร ์ไดเ ้ ขา ้ มามีบทบาทและเป็ นส่วนหน่ึงในชีวิตประจา วนั ไม่ว่าหน่วยงาน องค ์ กร ท้งัภาครัฐและเอกชน คนทา งาน นกัเรียน นักศึกษา ซ่ึงลว ้ นแลว ้ แต่เกี่ยวขอ ้ งกบคอมพิวเตอร์ ั ท้งัสิ้น จึงจา เป็ น ที่จะตอ ้ งศึกษารู้ และเขา ้ใจเกี่ยวกบักฎหมายและเพื่อป้ องกนัไม่ใหเ ้ กิดการกระทา ผิดทาง คอมพิวเตอร ์ และให ้ การใช ้ งานคอมพิวเตอร ์ เป็ นไปในทางสร ้ างสรรค ์โดยกฎหมายเป็ นคา สั่งหรือ ขอ ้ บงัคบัของรัฐผูใ้ ดไม่ปฏิบตัิตามจะตอ ้ งไดร ้ับโทษที่ระบุไวซ ้่ึงในระบบสารสนเทศประเทศไทยได้มี กฎหมายและพระราชบญัญตัิที่เกี่ยวขอ ้ งกบัคอมพิวเตอร ์ ดงัน้ี - พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภยัไซเบอร ์ พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา 27 พฤษภาคม 2562 - พระราชบญัญตัิว่าดว ้ ยธุรกรรมอิเล ็ กทรอนิกส ์(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา 22 พฤษภาคม 2562 - พระราชบญัญตัิวา่ดว ้ ยการกระทา ความผิดเกี่ยวกบัคอมพิวเตอร ์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (บังคับ ใช้ 24 พฤษภาคม 2560)
กรณีการละเมิดหร ื อกระทา ผิดแต่ละมาตราไดก ้ า หนดบทลงโทษ สรุปไดด ้ งัน้ี 1. การเข ้ าถ ึ งระบบหร ื อข ้ อมูลของผ ู้อ ื่นโดยไม่ชอบ (มาตรา 5-8) การเข้าไปเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ได ้ อนุญาต การปล่อยไวรัส เขา ้ คอมพิวเตอร ์ เพ ื่อเจาะขอ ้ มูลบางอย่างหร ื อเขา ้ไปขโมยข้อมูล ของผู้อื่น มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร ์ ดงัน้ี (1) การเขา ้ ถ ึ งระบบคอมพิวเตอร ์ มีโทษจา คุกไม่เกิน 6 เด ื อน ปรับไม่เกิน 1 หม ื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ (2) การเขา ้ ถ ึ งขอ ้ มูลคอมพิวเตอร ์ มีโทษจา คุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่น บาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ (3) การล่วงรู้ มาตรการป้ องกนัการเขา ้ ถ ึ งระบบคอมพิวเตอร ์ และนา ไปเปิดเผย มีโทษจา คุกไม่เกิน ปีปรับไม่เกิน 2 หม ื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ (4) ดกัรับขอ ้ มูลคอมพิวเตอร ์ มีโทษ จา คุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ
2. การแก ้ไข ดดัแปลง หร ื อท าให ้ ข ้ อมูลผ ู้อ ื่นเส ี ยหาย(มาตรา 9-10) หมายถึง การท าใหข ้ อ ้ มูลเสียหาย ทา ลายแกไ้ ขเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมขอ ้ มูลของผอื่นโดยมิู้ ชอบ หร ื อจะเป็ นในกรณีที่ทา ใหร ้ ะบบคอมพิวเตอร ์ ของผอู้ื่นไม่สามารถทา งานไดต ้ ามปกติอยา่งเช่น กรณีของกลุ่มคนที่ไม่ชอบใจกบัการกระทา ของอีกฝ่ายแลว ้ ต่อตา ้ นดว ้ ยการเขา ้ไปขัดขวาง ท า ร ้ ายระบบเวบ ็ไซตข ์ องฝ่ายตรงขา ้ ม ใหบ ุ้คคลอ ื่นใชง ้ านไม่ได ้ มีบทลงโทษ ตอ ้ งระวางโทษจา คุกไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 1แสนบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ 3. ส่งข ้ อมูลอเ ี มลก่อกวนผ ู้อ ื่นหร ื อส่งอเ ี มลสแปม (มาตรา 11) พ่อคา ้ แม่คา ้ ออนไลน ์ หร ื อนักการตลาดที่ส่งอีเมลขายของที่ลูกคา ้ไม่ยินดีที่จะรับหร ื อแมแ ้ ต่ การฝากร้านตาม Facebook กบั IG เป็ นสิ่งที่ไม่ควรทา และยงัรวมถ ึ งคนที่ขโมย Database ลูกค้าจากคน อ ื่น แลว ้ส่งอีเมลขายของมีบทลงโทษถา ้ส่งโดยปกปิดหร ื อปลอมแปลงแหล่งที่มา ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และถา ้ ส่งโดยไม่เปิดโอกาสใหป้ ฏิเสธตอบรับไดโ้ ดยงาน ตอ ้ งไดร ้ับโทษจา คุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หม ื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ
4. การเข ้ าถง ึ ระบบหร ื อข ้ อมูลทางด ้ านความมั่นคงโดยมิชอบ (มาตรา 12) การโพสตเ ์ กี่ยวกบัเร ื่องการเม ื องที่ส่งผลใหเ ้ กิดความเสียหายหร ื อความมนั่คงต่อประเทศการโพสต์ ที่เป็ นการ ก่อกวนหร ื อการก่อการร ้ ายข้ึ นมีความผดิเพราะมาตรา12ไดบ ้ อกไวว ้ า่ (1) การเขา ้ ถ ึ งระบบหร ื อขอ ้ มูลทางดา ้ นความมงั่คงโดยมิชอบหรือการโพสต์ข้อความในโลกออนไลน์ ที่เข้า ข่ายขอ ้ มูลเท ็ จที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมนั่คงของประเทศความปลอดภยัสาธารณะหร ื อทา ให ้ประชาชนเกิด อาการต ื่นตระหนกและล่วงรู้ ถ ึ งมาตรการการป้ องกนัการเขา ้ ถ ึ งระบบคอมพิวเตอร ์ และนา ไปเปิดเผยมีบทลงโทษกรณี ไม่เกิดความเสียหายจา คุก1ถึง 7ปี และปรับ 2หมื่นบาท ถึง 1.4แสนบาท (2) กรณีเกิดความเสียหายจากการกระทา ในขอ ้ (1) ต้องจ าคุก 1ถึง 10ปี และปรับ 2หมื่นบาท ถึง 2แสนบาท (3) กรณีเป็ นเหตุใหผ ้ อู้ื่นถ ึ งแก่ความตายจา คุก5 ถึง 20 ปี และปรับ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท
5. จา หน่ายหร ื อเผยแพร่ชุดคา สั่งเพ ื่อน าไปใช ้ กระท าความผิด (มาตรา 13) (1) กรณีท าเพื่อเป็ นเครื่องมือในการกระท าความผิดทางคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 5-11 มี โทษ จา คุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 2 หม ื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ หากมีผูน ้ า ไปใช้กระท าความผิด ผู้ จา หน่ายหร ื อผูเ ้ ผยแพร่ตอ ้ งรับผิดชอบร่วมดว ้ ย (2) กรณีท าเพื่อเป็ นเครื่องมือในการกระท าความผิดทางคอมพิวเตอร์ มาตรา 12 ต้องจ าคุก ไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 หม ื่นบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ หากมีผูน ้ า ไปใชก ้ ระทา ความผิด ผูจ ้ า หน่าย หร ื อผูเ ้ ผยแพร่ตอ ้ ง รับผิดชอบร่วมดว ้ ย
6. การน าข ้ อมูลท ี่ผิด พ.ร.บ. เข ้ าสู่ระบบคอมพิวเตอร ์(มาตรา 14) การโพสตข ์ อ ้ มูลปลอม ทุจริต หลอกลวงขอ ้ มูลความผิดเกี่ยวกบัความมงั่คงปลอดภัย ขอ ้ มูลความผิด เกี่ยวกบัความมนั่คง ก่อการร ้ าย ขอ ้ มูลลามก ที่ประชาชนเขา ้ ถ ึ งได ้ เผยแพร่ ส่งต่อขอ ้ มูล ที่รู้ แลว ้ ว่าผิด มีบทลงโทษ (1) หากเป็ นการกระทา ที่ส่งผลถ ึ งประชาชนตอ ้ งไดร ้ับโทษจา คุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ ไม่เกิน 1 แสน บาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ (2) หากเป็ นกรณีที่เป็ นการกระทา ที่ส่งผลต่อบุคลใดบุคคลหน่ึ ง ตอ ้งได้รับโทษ จา คุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 6 แสนบาท หร ื อท้งัจา ท้งัปรับ
7. การให ้ ความร่วมม ื อยนิยอม ร ู้เห็นเป็นใจกบัผ ู้ร่วมกระท าความผดิ (มาตรา 15) การเปิดให ้ มีการแสดงความคิดเห ็ น แลว ้ มีความคิดเห ็ นที่มีเน้ื อหาผิดกฎหมายก ็ มีความผิด ตอ ้ งไดร ้ับโทษ ถ ื อว่าเป็ นผูก ้ ระทา ความผิดตามมาตรา 14 ตอ ้ งไดร ้ับโทษเช่นเดียวกนั ผู้โพสต์หรือ แสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ 8. การตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงภาพ (มาตรา 16) การโพสต ์ ภาพของผูอ ้ื่นที่เกิดจากการสร ้ าง ตดัต่อ หร ื อดัดแปลง ที่ทา ให ้ ผูอ ้ื่นน้ันเสีย ช ื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชงัอยา่งเช่น กรณีที่เอาภาพดาราไปตดัต่อและตกแต่งเร ื่องข้ึ นมา จนทา ให ้ บุคคลน้นัเกิดความเสียหาย ถ ื อว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือการโพสต์ภาพผู้เสียชีวิต หากเป็ นการโพสต์ที่ท าให้ บิดามารดาคู่สมรส หร ื อบุตรของผตู้ ายเสียช ื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชงัหร ื อไดรับความอับอาย ต้อง ้ ไดร ้ับโทษจา คุกไม่เกิน 3 ปีและปรับไม่เกิน 2แสนบาท
นอกจาก พรบ.ที่เกี่ยวขอ ้ งกบัการกระทา ความผดิเกี่ยวกบัคอมพิวเตอร ์ แลว ้ ยงมีกฎหมายที่ ั เกี่ยวขอ ้ งกบัคอมพิวเตอร ์ อีกเช่น กฎหมายเก ี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส ์ กล่าวถ ึ งความรับผิดชอบเกี่ยวกบผลทางั กฎหมายของขอ ้ มูลอิเล ็ กทรอนิกส ์โดยขอ ้ มูลน้นัตอ ้ งเป็ นขอ ้ มูลที่มีการอา ้ งอิงแหล่งที่มาอย่าง เชื่อถือได้ กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้อง สามารถ ระบุตัวผู้ลงลายมือชื่อได้ มีผู้ถือใบรับรอง ผู้ใช้ใบรับรอง และบุคคลที่เป็ นคนกลางใน การออกใบรับรอง กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เป็ นการคุ้มครองเพื่อมิใหเ ้ กิดการกระท าที่ ท าให้ ผู้อื่นเดือดร้อน เสียหายจากการน าความรู้ทางคอมพิวเตอร์ไปใช้ในทางที่ผิด ขโมยข้อมูล มาเปลี่ยนแปลง ทา ลายขอ ้ มูล ทา ให ้ คอมพิวเตอร ์ ของผูอ ้ื่นเสียหายการเจาะรหัสผ่านเข้าไปใน ระบบ การเผยแพร่ภาพลามก อานาจาร ขโมยโอนเงิน คดัลอกโปรแกรมคอมพิวเตอร ์ มาใช ้ ในทางที่ผดิการข่มข่ผูา่นทางคอมพิวเตอร ์ สร ้ างสิ่งรบกวนระบบเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร์
กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตอ ้ งมีผรู้ับผิดชอบหากเกิดการโอนเงินผิด หรือ พบข้อผิดพลาด กฎหมายเก ี่ยวกับการค ุ้มครองข ้ อมูลส่วนบุคคล กฎหมายคุม ้ ครองการเผยแพร่เอกสาร ขอ ้ มูล บุคคลทวั่ถ ึ ง กฎหมายล าดับรองของรัฐธรรมนูญ มาตรา 78 เป็ นกฎหมายพัฒนาโครงสร้างสารสนเทศ อยา่ง กฎหมายค ุ้มครองสิทธ์ิไดแ ้ ก่การคุม ้ ครองทรัพยส ์ ินทางปัญญา ลิขสิทธ์ิสิทธิบัตร และ เครื่องหมาย การค้า
ระบบสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็ นระบบที่ทา ให ้ เกิด ความแตกต่างระหว่างบุคคลและสังคม ความถูกตอ ้ งและไม่ถูกตอ ้ ง ทา ให ้ เกิด การกระจายอา นาจในองค ์ กร การบุกรุกสิทธิส่วนบุคคลของผูอ ้ื่นและการ ประกอบอาชญากรรมต่อขอ ้ มูล ดงัน้นัผใู้ ชส้ ารสนเทศจะตอ ้ งมีจริยธรรมที่ดีใน การใชข ้ อ ้ มูลในระบบสารสนเทศโดยไม่สร ้ างความเด ื อดร ้ อนแก่ผอู้ื่น ดงัน้ี 1.1การยอมรับสิทธิบตัรและทรัพยส ์ินดา ้ นลิขสิทธ์ิ 1.2การมีส่วนช่วยเหล ื อต่อชุมชนและความเป็ นอยทู่ ี่ดีต่อมนุษย์ 1.3การเคารพความเป็ นส่วนตวัของบุคคลอ ื่น 1.4ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารสนเทศท าลายผู้อื่น 1.5การยอมรับเครดิตในทรัพย์สิน
13.2 ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทในชีวิตประจา วนัของมนุษยม ์ ากข้ึ น ทุกวนัน้ีเคร ื่องคอมพิวเตอร์ และ โทรศพัทเ ์ คล ื่อนที่ราคาถูกลง ดงัน้ันการประยุกตใ์ ชเ ้ ทคโนโลยีสารสนเทศกบังานดา ้ นต่าง ๆ จ ึ ง เป็ นไปอย่างกวา ้ งขวาง ทา ให ้ มีผลกระทบต่อการดา รงชีวิตของมนุษยท ์ ้งัทางดา ้ นบวกและดา ้ นลบ ดงัน้ี ผลกระทบด้านบวก ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส ื่อสารต่อสังคมดา ้ นบวก ดงัน้ี 1. ดา ้ นการสร ้ างเสริมคุณภาพชีวิต ช่วยส่งเสริมให ้ มีประสิทธิภาพในการทา งาน รับรู้ ขอ ้ มูลข่าวสาร มากข้ึ น มีอุปกรณ ์ อา นวยความสะดวกที่ควบคุมดว ้ ยคอมพิวเตอร ์ ทา ให ้ ติดต่อถ ึ งกนั ได้สะดวก มีระบบ คมนาคมขนส่งที่รวดเร ็ ว สามารถติดต่อส ื่อสารไดโ้ ดยใชโ้ ทรศพัทเ ์ คล ื่อนที่ในขณะเดินทาง 2. ดา ้ นความเสมอภาคในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศและการส ื่อสารช่วย ให ้ การกระจายข่าวสารไปไดท ้ วั่ทุกแห่ง ระบบการเรียนการสอนทางไกลทา ให ้ การกระจายโอกาสใน การเรียนรู้ไปยงัพ้ื นที่ที่ห่างไกล มีระบบการรักษาพยาบาลผ่านเคร ื อข่ายส ื่อสารทา ให้ผู้ป่ วยได้มีโอกาส ไดร ้ับการรักษาอย่างเท่าเทียมกนั
3. ดา ้ นการเรียนการสอนและส่งเสริมการคน ้ ควา ้ วิจยัการสร ้ างส ื่อการเรียนการสอน เช่น วีดิ ทัศน์ อีเลิร์นนิ่ง การพฒันาโปรแกรมคอมพิวเตอร ์ เพ ื่อช่วยจดัการศ ึ กษา การจดัตารางสอน ค านวณ ระดบัคะแนน จดัช้ันเรียน ทา รายงานคน ้ ควา ้ วิจยัเพ ื่อพฒันาการเรียนการสอนและแกป้ ัญหาในช้ัน เรียนและโรงเรียน 4. ดา ้ นการรักษาสิ่งแวดลอ ้ ม มีการใชภ ้ าพถ่ายดาวเทียมติดตามขอ ้ มูลสภาพอากาศ การ พยากรณ ์ อากาศการจา ลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดลอ ้ มเพ ื่อปรับปรุงแกไ้ ข การเก ็ บรวบรวมขอมูล ้ คุณภาพน้า ในแหล่งน้า พ้ื นที่ป่าไม ้ ภูเขา 5. ด้านการรักษาความปลอดภัย ปัจจุบันได้น าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ ใน การรักษาความมนั่คงและความปลอดภยัในการดา เนินชีวิตประจา วนัเช่น การตรวจสัมภาระในการ เดินทาง การตรวจสอบอาวุธและวัตถุระเบิด
6. ด้านการผลิตในอุตสาหกรรมและการพานิชยกรม การด าเนินการเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ จา นวนมากและมีตน ้ ทุนต่า การบริการลูกคา ้ เพ ื่อให ้ ซ้ื อสินคา ้ และบริการไดส้ ะดวกและรวดเร ็ วข้ึ น เช่น การซ้ื อสินคา ้การท าธุรกรรมทางการเงิน การดูขอ ้ มูลที่มีผลต่อธุรกิจ 7. ดา ้ นการสร ้ างสรรคผ ์ ลงานและพฒันาความคิด ประเทศไทยมีสถาบนัส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และศูนยเ ์ ทคโนโลยีอิเล ็ กทรอนิกส ์ และคอมพิวเตอร ์ แห่งชาติ ได้มี การจดัแข่งขนัการพฒันาโครงงานหร ื อซอฟทแ ์ วร ์ เพ ื่อพฒันาความรู้ ความสามารถและเปิดโอกาสให้ เยาวชนไทย ไดแ ้ สดงความคิดสร ้ างสรรคแ ์ ละพฒันาสิ่งที่เป็ นประโยชน ์ ต่อทอ ้ งถิ่น 8. ดา ้ นการส่งเสริมประชาธิปไตย ในการเล ื อกต้งัระดบัต่าง ๆ ไดม ้ีการใชเ ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ และ การส ื่อสาร เพ ื่อกระจายข่าวสารให ้ประชาชนไดเ ้ ห ็ นความสา คญัของระบอบประชาธิปไตยในการ เล ื อกต้ัง ไดม ้ ีการใชค ้ อมพิวเตอร ์ รวมคะแนน ให ้ส ื่อโทรทศัน ์ วิยุและอินเทอร ์ เน ็ ตรายงานผลการนับ คะแนน ทา ให ้ไดท ้ ราบผลอย่างรวดเร ็ ว
ผลกระทบด้านลบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส ื่อสารกระทบต่อสังคมดา ้ นลบ ดงัน้ี 1. ดา ้ นอาชญากรรม เป็ นหนทางในการก่ออาชญากรรมในการวางแผน การลกัลอบใชข ้ อ ้ มูลข่าวสาร หร ื อเขา ้ แกไ้ ขขอ ้ มูล เช่น การแกไ้ ขจ านวนเงินในบตัรเติมเงินโทรศพัทเ ์ คล ื่อนที่การแกไ้ ขข้อมูลใน โรงพยาบาลเพ ื่อให ้ การรักษาพยาบาลคนใชผ ้ิด รวมถ ึ งการใชค ้ อมพิวเตอร ์ และอินเทอร ์ เน ็ ตเพ ื่อล่อลวงผู้อื่น ไป ในทางที่ไม่ดี 2. ดา ้ นความสัมพนัธ ์ ระหว่างบุคคลเส ื่อมถอยการใชค ้ อมพิวเตอร ์ หร ื อการเล่นเกม มีลกัษณะ การใช้งาน คนเดียวเป็ นส่วนใหญ่ทา ให ้ ความสัมพนัธ ์ กบัผูอ ้ื่นลดน ้ อยลง ผลกระทบน้ีทา ให ้ ความเช ื่อ ว่า มนุษยส ์ ัมพนัธ ์ ของบุคคลลดน ้ อยลง สังคมใหม่จะเป็ นสังคมที่ไม่ตอ ้ งพ่ึ งพากนัและกนัอย่างไรก ็ ตาม ไดม ้ีงานวิจัยคัดค้านและ แสดงความคิดเห ็ นที่ว่าเทคโนโลยีไดช ้่วยให ้ มนุษยม ์ีการติดต่อส ื่อสารถ ึ งกนัและกนัมากข้ึนและมีความสัมพันธ์ ที่ดีข้ึ น 3. ดา ้ นความวิตกกงัวลผลกระทบน้ีเป็ นผลกระทบทางดา ้ นจิตใจของกลุ่มบุคคล บางกลุ่มที่มี ความวิตก กงัวลว่าคอมพิวเตอร ์ อาจทา ให ้ เกิดการจา ้ งงานน ้ อยลง มีการนา หุ่นยนตม ์ าใชง ้ านมากข้ึ น ทา ให้ ผู้ใช้แรงงานตก งาน หร ื อหน่วยงานเลิกจา ้ ง แต่ถา ้ บุคคลมีการปรับตวัเขา ้ กบัเทคโนโลยีหร ื อมีการพฒันาให ้ มีความรู้ ความสามารถสูงข้ึ นปัญหาน้ีจะไม่เกิดข้ึ น
4. ดา ้ นความเสี่ยงภยัในการดา เนินงาน การดา เนินงานปัจจุบนั ไดน ้ า ขอ ้ มูลข่าวสารท้งัหมดของ ธุรกิจ ฝากไวใ้ นศูนยข ์ อ ้ มูล หากเกิดการสูญหายขอ ้ มูลอนัเน ื่องมากจากอุบตัิภยัเช่น ไฟไหม ้ น้า ท่วม หร ื อถูกลาย จากไวรัสคอมพิวเตอร ์ ก ็ จะทา ให ้ไม่สามารถนา ขอ ้ มูลน้ันกลบัมาใชไ้ ด ้ นอกจากน้ีอาจมีผู้ ประสงคร ์้ ายเขา ้ไป ขโมยขอ ้ มูลมาใชใ้ นทางไม่ดีไดง ้่ายข้ึ น 5. ด้านการพัฒนาอาวุธไปใช้ในทางที่ผิด ประเทศที่มีการน าเทคโนโลยีและการสื่อสารมาช่วย ในการพฒันาอาวุธที่มีอานุภาพการทา ลายสูง ทา ให ้ เสี่ยงต่อการเกิดสงครามและการสูญเสียมากข้ึ น 6. ดา ้ นการแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม จริยธรรมการใชค ้ อมพิวเตอร ์ เป็ นเร ื่องส าคัญ การ ใชง ้ านอินเทอร ์ เน ็ ตอาจมีผูส้ ร ้ างโฮมเพจหร ื อสร ้ างขอ ้ มูลข่าวสารที่มีเน้ื อหาหร ื อภาพไม่เหมาะสม เช่น ภาพลามกอนาจารหร ื อภาพที่ทา ให ้ ผูอ ้ื่นเสียหาย การดา เนินการเช่นน้ีย่อมข้ึ นอยู่กบัจริยธรรมของ ผู้ด าเนินการ
7. ดา ้ นปัญหาสุขภาพ การใชค ้ อมพิวเตอร ์ ติดต่อกนัเป็ นเวลานาน อาจทา ให ้ เกิดปัญหาต่อ สุขภาพ เช่น การเพ่งหน ้ าจอคอมพิวเตอร ์ เป็ นเวลานานอาจทา ให ้ปวดตา การนัง่ในท่าเดิมนาน ๆ ทา ให ้ เกิดการปวดหลงั ปวดคอ การเกร ็ งขอ ้ ม ื อขณะพิมพง ์ านหร ื อใชเ ้ มาส ์ จะทา ให ้ เกิดการปวด ขอ ้ ม ื อและนิ้วได ้ 8. ดา ้ นติดคอมพิวเตอร ์ และอินเทอร ์ เน ็ ต เช่น การติดเกม การติดตามคน ้ หาเวบ ็ การติดแชต การติด การพนนัหร ื อประมูลสินคา ้ ผูท ้ี่มีการติดสิ่งเหล่าน้ีจะตอ ้ งการเวลาในการท ากิจกรรมน้ัน มากข้ึ นเร ื่อย ๆ จน ไม่สามารถเลิกได ้ ซ่ึ งทา ให ้ เกิดปัญหาทางร่างกายและจิตใจ ซ ึ มเศร ้ า ไม่อยาก นอน เร ื่องขา ้ กา ้ วร ้ าวขาดวินยั ไม่มีความรับผิดชอบ ดงัน้นัครอบครัวมีส่วนสา คัญในการดูแลเอา ใจใส่ ปลูกจิตสา น ึ กและความรับผิดชอบ ต่อตนเองครอบครัวและสังคม
13.3จรรยาบรรณส าหรับผ ู้ใช ้ อน ิ เทอร ์ เน ็ ต การใชง ้ านระบบเคร ื อข่ายที่ออนไลน ์ และส่งข่าวสารถ ึ งกนัยอ่มมีผทู้ี่มีความประพฤติไม่ดีปะปน และ สร ้ างปัญหาให ้ กบัผูใ้ ชอ ้ื่นอยู่เสมอ หลายเคร ื อข่ายจ ึ งไดอ ้ อกกฎเกณฑก ์ ารใชง ้ านภายในเคร ื อข่าย เพ ื่อให ้สมาชิกในเคร ื อข่ายของตนยด ึ ถ ื อและปฏิบตัิตามการสร ้ างกฎเกณฑ ์ เพ ื่อให ้สมาชิกโดยส่วนรวม ไดร ้ับ ประโยชน ์ สูงสุด ไม่เกิดปัญหาจากผใู้ ชบ ้ างคนที่สร ้ างความเด ื อดร ้ อนให ้ ดงัน้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ั ทุกคนที่เป็ น สมาชิกเคร ื อข่ายจะตอ ้ งเขา ้ใจกฎเกณฑข ์ อ ้ บงัคบัของเคร ื อข่ายน้นัๆ มีความรับผิดชอบต่อ ตนเองและผรู้่วม ใชบ ้ ริการคนอ ื่น และจะตอ ้ งรับผิดชอบต่อการกระทา ของตนเองที่เขา ้ไปขอใช้บริการ ต่าง ๆ บนเคร ื อข่าย ดงัน้ัน จรรยาบรรณจ ึ งหมายถ ึ ง ประมวลความประพฤติที่ผูป้ ระกอบอาชีพการงานแต่ละอย่าง กา หนด ข้ึ น เพ ื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณช ื่อเสียงและฐานะของสมาชิกจะเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หร ื อไม่กไ็ ด ้ ซ่ึ งจริยธรรมในการใชง ้ านอินเทอร ์ เน ็ ต เพ ื่อใชเ ้ป็ นแนวทางปฏิบตัิหร ือควบคุมการใช้ระบบ คอมพิวเตอร ์ และเทคโนโลยสีารสนเทศควรคา น ึ งถ ึ งสิ่งต่อไปน้ี
1. ตอ ้ งคา น ึ งถ ึ งผลกระทบต่อสงัคมสารสนเทศ 2. ไม่นา ผลงานของผอู้ื่นมาเป็ นผลงานของตน 3. ไม่ใชส้ ารสนเทศทา ร ้ าย ทา ลายหร ื อละเมิดผอู้ื่น 4. ไม่รบกวนการทา งานของผอู้ื่น และระบบเคร ื อข่ายคอมพิวเตอร ์ ของผอู้ื่น 5. ไม่ทา การแกไ้ ขขอ ้ มูลของผอู้ื่นโดยไม่ไดร ้ับอนุญาต 6. ไม่นา ขอ ้ มูลสารสนเทศสร ้ างหลกัฐานเทจ ็ 7. ไม่สา เนาโปรแกรมผอู้ื่นโดยไม่ซ้ื อลิขสิทธ์ิ 8. ไม่เขา ้ไปใชส้ ารสนเทศที่ไม่ใช่ของตนเอง การใชง ้ านอยา่งสร ้ างสรรคแ ์ ละเกิดประโยชน ์ จะทา ให ้สงัคมอินเทอร ์ เน ็ ตน่าใชแ ้ ละเป็ นประโยชน ์ ร่วมกนั อย่างดีกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควรปฏิบตัิจะตอ ้ งหลีกเลี่ยงเช่น การแพร่กระจายข่าวล ื อไปเป็ นจา นวนมากบน เคร ื อข่าย การกระจายข่าวแบบส่งกระจายไปยงัปลายทางจา นวนมาก การส่งเอกสารจดหมายลูกใช่เป็ นตน ้ สงิ่ เหล่าน้ีจะเป็ นผลเสียโดยรวมต่อผใู้ ชแ ้ ละไม่เกิดประโยชน ์ใด ๆ ต่อสงัคมอินเทอร ์ เน ็ ต
13.4 หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนมีเมลบ็อกซ์หร ื ออีเมลแอดเดรสที่ใชอ ้ า ้ งอิงในการรับส่งจดหมายความรับผิดชอบ ต่อ การใช ้ งานอีเมลในระบบจ ึ งเป็ นเร ื่องที่ทุกคนตอ ้ งให ้ ความส าคญัเพราะจดหมายมีการรับส่งโดยระบบ ซ่ึงหากมี จดหมายคา ้ งในระบบจา นวนมากจะทา ใหพ ้ ้ื นที่บฟัเฟอร ์ ของจดหมายในระบบหมด เป็ นผลให ้ ระบบไม่สามารถรับส่ง จดหมายต่อไปได ้ ความรับผิดชอบในการดูแลตู้จดหมาย (Mailbox) ของแต่ละคนควรจะมีความรับผดิชอบต่อสิ่ง ต่อไปน้ี 1. ตรวจสอบจดหมายทุกวนัและจะตอ ้ งจา กดัจา นวนไฟลแ ์ ละขอ ้ มูลในตูจ ้ ดหมายของตนใหอ ้ ยู่ภายในโควต้าที่ กา หนด ลบขอ ้ ความหร ื อจดหมายที่ไม่ตอ ้ งการแลว ้ ออกจากดิสกเ ์ พ ื่อลดปริมาณการใชด ้ิสก ์ให ้ จา นวนจดหมายที่อยใู่น ตู้จดหมาย (Mailbox) มีจ านวนน้อยที่สุด ให้ท าการโอนย้ายจดหมายจากระบบ ไปไว้ยังพีซีหรือฮาร์ดดิสกข ์ องตนเอง เพื่อใช้อ้างอิงในภายหลัง
2. พ ึ งระล ึ กเสมอว่าจดหมายที่เก ็ บไวใ้ นตูจ ้ ดหมายน้ีอาจถูกผอู้ื่นแอบอ่านได ้ไม่ควรเก ็บข้อมูลหรือ จดหมาย ที่คุณคิดวา่ ไม่ใชแ ้ ลว ้ เสม ื อนเป็ นประกาศไวใ้ นตูจ ้ ดหมาย 3. เม ื่อผูใ้ ชไ้ ดบ ้ ญัชีช ื่อในโอกาสเดียวกนัก ็ จะไดร ้ับสิทธ์ิให ้ใชพ ้ ้ื นที่ดิสก ์ ซ่ึ งเป็ นพ้ื นที่เฉพาะที่เรียกว่า โฮม ไดเรกทอรีตามโควต้าที่กา หนด ดงัน้ันความรับผิดชอบของผูใ้ ช ้ ต่อพ้ื นที่ดิสก ์ จ ึ งเป็ นเร ื่องที่ทุกคนต้อง ตระหนัก เพราะพ้ื นที่เหล่าน้ีเป็ นพ้ื นที่ที่ใชร ้่วมกนั 4. ในการคัดลอกไฟล์จากของตนไปให้ผู้อื่นหรือน าไฟล์จากอินเทอร์เน็ตมายังเครื่องของตน ควรจะได ้ หมนั่ ทา การสแกนตรวจสอบไวรัส เพ ื่อวา่จะไดช ้่วยกนัลดการกระจายของไวรัสลงไป 5. พ ึ งระล ึ กเสมอวา่ ไฟลข ์ องคุณที่เกบ ็ ไวใ้ นเคร ื่องน้นัอาจไดร ้ับการตรวจสอบโดยผทู้ี่มีสิทธ์ิสูงกวา่คุณ ดงัน้นั จ ึ งไม่ควรเกบ ็ ไฟลท ์ ี่เป็ นเร ื่องลบัเฉพาะไวบ ้ นเคร ื่องใหบ ้ ริการ(Server)
13.5 หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ Telnet Telnet เป็ นคา สั่งบนอินเทอร ์ เน ็ ตที่ยอมให ้ ผูใ้ ชเ ้ รียกติดต่อกบัเครื่องคอมพิวเตอร ์ เครื่องอื่นที่อยู่บนเครือข่าย จะตอ ้ ง ยดึถือขอ ้ปฏิบตัิกฎระเบียบ ดงัต่อไปน้ีและ 1. ใชก ้ บัเครื่องที่เปิดเป็ นสาธารณะที่ใหใ้ ชไ้ ด ้ หรือเครื่องที่คุณมีสิทธ์ิหรือไดร ้ับอนุญาตใชไ้ ด ้ จะตอ ้ ง ไม่ละเมิดโดย การแอบขโมยสิทธ์ิผอู้ื่นนา ไปใชโ้ ดยเดด ็ ขาด เช่นใชบ ้ ญัชีและรหสัผา่นของผอู้ื่น 2. เครื่องที่ต่อรับ Telnet ส่วนใหญ่จะมีระเบียบและกฎเกณฑ ์ เฉพาะเครื่อง ควรทา ความเข ้ าใจโดย การศึกษา ขอ ้ กา หนด โดยเฉพาะเมื่อlogin เขา ้ไปจะมีขอ ้ ความและคา ช้ีแจงบางอยา่งใหอ ้่านและปฏิบตัิตามโดยเคร่งครัด 3. ในการเข้าไปยังเครื่องด้วย Telnet จะตอ ้ งรีบปฏิบตัิงานและใชด ้ ว ้ ยเวลาจา กดัเมื่อเสร ็ จธุระแลว ้ให้รีบ logout ออก จากระบบ เพราะการทา งานแต่ละคร้ังยอ่มตอ ้ งใชก ้ า ลงัของเครื่องเสมอ 4. ขอ ้ มูลที่ปรากฏบนจอภาพหรือขอ ้ มูลที่คุณตอ ้ งการ ใหค ้ ดัลอกมาเกบ ็ ไวย ้ งัเครื่องคอมพิวเตอร ์ หรือฮาร ์ ดดิสก ์
13.6 หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ FTP FTP เป็ นศูนย์บริการสาธารณะแบบ anonymous ที่ยนิยอมใหใ้ ครก ็ไดเ ้ ขา ้ มาขอใชบ ้ ริการคดัลอกขอมูลและ ้ เขา ้ มาเวลาใดกไ็ ด ้ การเรียกใช ้ FTP จึงควรปฏิบตัิตน ดงัน้ี 1. เมื่อเขา ้สู่ศูนย ์ FTP และป้อนชื่อผู้ใช้เป็ น Anonymous ต้องใช้ชื่ออีเมลแอดเดรสตามข้อกา หนด ของแต่ละ ศูนย ์ การใหอ ้ีเมลแอดเดรสกเ ็ พื่อเป็ นแหล่งอา ้ งอิงที่บอกไดว ้ า่ผใู้ ชบ ้ ริการมีตวัตนและอา ้ งอิงได้ 2. การคดัลอกแฟ้ ม ควรเลือกเฉพาะที่ใชง ้ านจริงเท่าน้นั ไม่ควรคดัลอกแบบไม่มีการคดัเลือกเพราะจะสร้าง ปัญหาในเรื่องการสื่อสารมาก ในกรณีที่ตอ ้ งการคดัลอกไฟล ์ ขนาดใหญ่กว่า 1 ล้านตัวอักษรควรเลือกเวลาที่เป็ น ช่วงเวลานอกราชการเช่น ตอนเยน ็ หรือกลางคืน 3. การเลือกเวลา FTP ในช่วงเวลานอกงานน้นั ใหด ู้เวลาที่ศูนย ์ FTP เป็ นหลกัไม่ใช่เวลาที่ตน ้ ทางที่ทา งานอยู่ 4. คดัลอกแฟ้ มมาเกบ ็ ไวใ้ นเครื่องตามขอบเขตของโควต้าที่อนุญาตใหถ ้่ายโอนมา 5. เมื่อต้องการหาชื่อไฟล์หรือสอบถาม ให้สอบถามเป็ นอีเมล 6. ตรวจสอบว่าไฟล ์ ที่คดัลอกมามีขอ ้ ตกลงทางดา ้ น ลิขสิทธ์ิอย่างไร ไม่ควรละเมิดลิขสิทธ์ิถา ้ เจา ้ ของ ไม่ อนุญาตและโปรแกรมใดกต ็ ามที่ไม่ไดใ้ ชใ้ หล ้ บออกจากระบบ
13.7 หน้าที่และความรับผิดชอบของคนเองต่อการใช้บริการ IRC การสนทนาจะตอ ้ งมีมารยาทที่สา คญั ไดแ ้ ก่ 1. ควรเรียกสนทนาจากผู้ที่เรารู้จักและต้องการสนทนาด้วย หรือมีเรื่องส าคัญที่จะติดต่อดว ้ ย ควรระลึกเสมอวา่การขดัจงัหวะผอู้ื่นที่กา ลงัทา งานอยอู่าจสร ้ างปัญหาใหไ้ ด ้ 2. ก่อนการเรียกคู่สนทนาควรสอบสถานการณ ์ใชง ้ านของคู่สนทนาที่ตอ ้ งการเรียกเพราะการ เรียกแต่ละคร้ังจะมีขอ ้ ความไปปรากฏบนจอภาพของฝ่ายถูกเรียกซ่ึงกส ็ ร ้ างปัญหาการทา งานได ้ เช่น ขณะกา ลงัทา งานดา ้ น FTP ซ่ึงไม่สามารถหยดุได ้ 3. หลงัจากเรียกไปชวั่ขณะคู่ที่ถูกเรียกไม่ตอบกลบัแสดงว่าคู่สนทนาอาจติดงานส าคัญ ขอให้ หยดุการเรียกเพราะขอ ้ ความที่เรียกไปปรากฏบนจออยา่งแน่นอนแลว ้ 4. ควรใหว ้ าจาสุภาพและใหเ ้ กียรติซ่ึงกนัและกนัการแทรกอารมณ ์ ขนัควรกระทา กบคนที่รู้จัก ั คุน ้ เคยแลว ้ เท่าน้นั
13.8 หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเองต่อการใช้บริการ BBS การใช ้ กระดาษข่าวจะตอ ้ งเคารพกฎกติกามารยาทโดยเคร่งครัด ขอ ้ ปฏิบตัิที่ส าคัญ ไดแ ้ ก่ 1. ให ้ เขียนเรื่องให ้ กระชับ ขอ ้ ความควรส้ันและตรงประเด ็ น ไม่กา กวม ใชภาษาที่ ้ เรียบง่าย สุภาพและเขา ้ใจได ้ 2. ในแต่ละเรื่องที่เขียนควรเขียนใหต ้ รงประเด ็ น โดยขอ ้ ความที่เขียนควรจะมีหัวข้อ เดียวต่อเรื่อง 3. ในการเขียนพาดพิงถึงผู้อื่น ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ ผอู้ื่น การใหอ ้ีเมลไวอ ้ าจจะตรงประเดน ็ กวา่ 4. ใหแ ้ หล่งที่มาของขอ ้ ความ ควรอา ้ งอิงแหล่งข่าวได ้ไม่เขียนข่าวโคมลอยหรือข่าว ลือ หรือเขียนข่าวเพื่อความสนุกโดยขาดความรับผดิชอบ 5. จา กดัความยาวของข่าว และหลีกเลี่ยงตวัอกัษรควบคุมพิเศษอื่น ๆ เพราะหลาย เครื่องที่อ่านข่าวอาจมีปัญหาในการแสดงผล
6. ข่าวบางข่าวมีการกระจายกนัมาเป็ นลา ดบั ให ้ และอา ้ งอิงต่อ ๆ กนัมาการเขียนข่าวจึงควร พิจารณาในประเดน ็ น้ีดว ้ ยโดยเฉพาะอยา่ส่งจดหมายตอบโตไ้ปยงัผรู้ ายงานข่าวผแู้ รก 7. ไม่ควรให ้ เครือข่ายของวิทยาลยัเพื่อประโยชน ์ ทางการคา ้ หรืองานเฉพาะของตนเพื่อ ประโยชนส ์ ่วนตนในเรื่องการคา ้ 8. การเขียนข่าวทุกคร้ังจะตอ ้ งลงชื่อและลายเซ ็ นตอนล่างของขอ ้ ความเพื่อบอกชื่อ ตา แหน่ง แอดเดรสอา ้ งอิงไดท ้ างอินเทอร ์ เน ็ ต หรือใหท ้ ี่อยแู่ละหมายเลขโทรศพัทท ์ ี่ติดต่อได้ ที่ 9. ในการทดสอบการส่งไม่ควรทา พร่า เพรื่อการทดสอบควรกระทา ในกลุ่มข่าวทอ ้ งถิ่นที่เปิด ใหท ้ ดสอบการส่งข่าวอยแู่ลว ้ เพราะการส่งข่าวแต่ละคร้ังจะกระจายไปทวั่โลก 10. หลีกเลี่ยงการใชต ้ วัอกัษรใหญ่ตวัอกัษรใหญ่ที่มีความหมายถึงการตะโกนหรือการแสดง ความไม่พอใจในการเนน ้ คา ใหใ้ ชเ ้ ครื่องหมาย"ล้อมข้อความ" แทน 11. ไม่ควรนา ขอ ้ ความที่ผอู้ื่นเขียนไปกระจายต่อโดยไม่ไดร ้ับอนุญาตจากเจาของเรื่อง ้ 12. ไม่ควรใชข ้ อ ้ ความตลกขบขนัหรือคา เฉพาะคา กา กวม หรือคา หยาบคายในการเขียนข่าว 13. ใหค ้ วามสา คญั ในเรื่องลิขสิทธ์ิไม่ควรละเมิดลิขสิทธ์ิผอู้ื่น 14. ไม่ควรคดัลอกข่าวจากที่อื่น เช่น จากหนงัสือพิมพท ์ ้งัหมดโดยไม่มีการสรุปยอ่และเมื่อส่ง ข่าวยอ่จะตอ ้ งอา ้ งอิงที่มา
15. ไม่ควรใชก ้ ระดานข่าวเป็ นที่ตอบโตห ้ รือละเมิดผอู้ื่น 16. เมื่อตอ ้ งการใชค ้ า ยอ่คา ยอ่ที่เป็ นที่รู้ จกักนัทวั่ ไป เช่น FYI: for your information, BTW: by the way 17.การเขียนขอ ้ ความจะตอ ้ งไม่ใช ้ อารมณ ์ หรือความรู้สึกส่วนตวัและระลึกเสมอว่าข่าวที่ เขียนหรืออภิปรายน้ีกระจายไปทวั่โลกและมีผอู้่านข่าวจา นวนมาก จรรยาบรรณเป็ นสิ่งที่ทา ใหส้ ังคมอินเทอร ์ เน ็ ตเป็ นระเบียบความรับผิดชอบตอสังคมเป็ นเรื่อง ่ ที่จะตอ ้ ง ปลูกฝังกฎเกณฑ ์ ของแต่ละเครือข่ายจึงตอ ้ งมีการวางระเบียบเพื่อใหก ้ ารดา เนินงานเป็ นไป อย่างมีระบบ และเอ้ือประโยชน ์ ซ่ึงกนัและอนาคตของการใชเ ้ ครือข่ายยงัมีอีกมากจรรยาบรรณจึง เป็ นสิ่งที่ช่วยใหส้ ังคม สงบสุขและหากการละเมิดรุนแรงกฎหมายกจ ็ ะเขา ้ มามีบทบาทไดเ ้ ช่นกนั