๑
แผนการจัดการเรียนรู.
ตามกรอบหลกั สตู รโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแกน> มุ>งเนน. นวัตกรท่สี รา. งความคิดสร.างสรรคB
กลม>ุ สาระการเรยี นรู.ภาษาไทย ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปQที่ ๖
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแกน> ฝHายประถมศึกษา (มอดินแดง)
หน>วยการเรยี นรูท. ี่ ๗ กวา> แผน> ดนิ จะกลบหนา. ภาคเรยี นที่ ๑ ปQการศึกษา ๒๕๖๕
แผนการจดั การเรียนรูท. ่ี ๔ เร่อื ง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย จำนวน ๑ คาบ (๕๐ นาท)ี
ช้นั ประถมศึกษาปQที่ ๖ สอนวนั ท่ี ๑๒ เดอื นกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๓.๕๐ น.
ผูส. อน อาจารยBประสติ า มานมิ นตB
๑. ความคิดรวบยอด
สำนวนคือ ถอ+ ยคำที่เรยี บเรียงดว+ ยความคมคายสละสลวย ใช+พูดส่อื สารกัน โดยมีความหมายเปBนนัย
สุภาษิตคือ ถ+อยคำที่กลHาวเปBนทำนองให+ข+อคิด คติ สั่งสอน และคำพังเพยคือ ถ+อยคำที่มีความหมายทำนอง
ติชม เปรียบเทียบ เมื่อนักเรียนเรียนเรื่องสำนวน สุภาษิต คำพังเพย บอกลักษณะของสำนวนพร+อมทั้งอธิบาย
ความแตกตHางระหวHางสำนวนที่เปBนคำพังเพยและสุภาษิต จะชHวยให+ผู+เรียนมคี วามเข+าใจความหมายของสำนวน
ไทยและสามารถนำไปใช+ได+ถกู ตอ+ งและเหมาะสม
๒. มาตรฐานการเรยี นร/.ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข+าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภูมิปญQ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว+เปนB สมบัติของชาติ
ตวั ชวี้ ดั ป.๖/๖ วเิ คราะหแS ละเปรยี บเทยี บสำนวนท่เี ปBนคำพงั เพย และสุภาษติ
๓. จุดประสงคกB ารเรยี นร.ู
เม่อื นกั เรยี นเรียนเร่ือง สำนวน สภุ าษติ คำพงั เพย แลว+ นักเรยี นสามารถ
๑) บอกลักษณะของสำนวนทีเ่ ปBนสภุ าษิตและคำพงั เพยได+
๒) อธิบายความแตกตHางระหวาH งสำนวนท่ีเปBนคำพังเพยและสภุ าษิตได+
๓) เลอื กใช+สำนวนท่เี ปBนสุภาษิตและคำพังเพยประกอบเหตุการณตS Hาง ๆ ได+
๔) วาดภาพและออกแบบเชงิ สรา+ งสรรคS “คำพังเพยและสภุ าษิต” ได+
๕) เห็นความสำคัญของสำนวนที่เปBนคำพงั เพย และสภุ าษิต
๔. สาระการเรยี นรู.
ด.านองคBความร.ู (Knowledge)
สำนวน หมายถึง ถอ+ ยคำทเี่ รยี บเรียงด+วยความคมคายสละสลวย ใช+พูดสอื่ สารกนั มีความหมายเปBนนยั
กินความลึกซึ้ง มักเปBนคำเปรียบเทียบ เชHน หมูไปไกHมา ขวานผHาซาก น้ำร+อนปลาเปBน น้ำเย็นปลาตาย
ดนิ พอกหางหมู ฯลฯ
๒
สุภาษิต หมายถึง ถ+อยคำที่กลHาวเปBนทำนองให+ข+อคิด คติ สั่งสอน เพื่อให+กระทำความดี และละเว+น
ความชั่ว เชHน ความพยายามอยูHที่ไหน ความสำเร็จอยูHที่นั่น ทำดีได+ดี ทำชั่วได+ชั่ว กงเกวียนกำเกวียน รักวัวให+ผูก
รักลกู ใหต+ ี
คำพังเพย หมายถึง ถ+อยคำที่แสดงความจริง ไมHได+สอนโดยตรง จะเปBนคำที่กลHาวไว+ให+ตีความหมาย
เข+ากับเรื่อง มีความหมายทำนองติชม การเปรียบเทียบ และให+ข+อคิดในการปฏิบัติ เชHน กิ้งกHาได+ทอง กระตHาย
ตนื่ ตูม ไกHงามเพราะขน คนงามเพราะแตงH น้ำพงึ่ เรอื เสือพงึ่ ปาa
ข.อสงั เกต โดยท่ัวไปสำนวนจะมีความหมายครอบคลุมถงึ สุภาษติ คำพังเพยด+วย จึงยากท่จี ะแยกกนั ได+เด็ดขาด
ความสำคญั ของการใชส. ำนวน
ปQจจุบนั สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป การใช+สำนวนก็ลดน+อยลง จึงทำใหส+ ำนวนบางสำนวนสูญหายไป
ดงั น้ันจงึ มีความจำเปBนอยHางย่ิงที่เราควรจะชHวยกนั อนรุ ักษSสำนวนไทยใหอ+ ยHูคูHกับสงั คมตอH ไป
ประโยชนใB นการศกึ ษาสำนวนไทย
๑) ทำให+ใชภ+ าษาในการเขียนเรยี งความตาH ง ๆ ได+ดีขนึ้ เปBนการเพ่ิมคณุ คาH ให+กบั งานเขียน
๒) ให+คตสิ อนใจดา+ นตHาง ๆ เชHน
- ดา+ นการเรียน ไดแ+ กH ความรทู+ วH มหัวเอาตวั ไมHรอด
- ด+านการคบค+าสมาคม ไดแ+ กH คบคนใหด+ หู น+า ซอ้ื ผา+ ใหด+ ูเนื้อ
- ด+านการครองเรือน ได+แกH ปลกู เรอื นตามใจผอู+ ยHู ผูกอHูตามใจผน+ู อน
- ด+านความรัก ไดแ+ กH รกั ววั ใหผ+ กู รกั ลกู ใหต+ ี
๓) บอกความเปนB อยHขู องไทย ไดแ+ กH อัฐยายซือ้ ขนมยาย
๔) เปBนการรักษาวัฒนธรรมทางภาษาอันเปนB มรดกทีล่ ้ำคาH ของคนไทยไว+ให+ลูกหลาน
ภาคภูมิใจ
ด.านสมรรถนะ (Competency)
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการออกแบบเชงิ สรา+ งสรรคS
๔) ความสามารถในการใชท+ ักษะชวี ติ
ดา. นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคB (Attributes)
เหน็ ความสำคัญของสำนวนท่ีเปนB คำพงั เพย และสุภาษติ
๓
๕. กระบวนการจัดการเรยี นรู.
๕.๑ การเชอื่ มโยงความร.เู ดิมกับความรูใ. หม> (๑๐ นาที)
๕.๑.๑ นกั เรียนรวH มกนั เลHนเกม “ภาพนม้ี ีสำนวน” จำนวน ๕ ภาพ จากส่ือพาวเวอรพS อยนตS
จากน้นั รHวมกันตอบคำถามกระต+ุนความคดิ ในประเด็นดงั ตHอไปน้ี
ตัวอยHางเกม “ภาพนม้ี ีสำนวน”
(สำนวนทใ่ี ช+ในเกม : ผักชีโรยหน+า หนา+ เนือ้ ใจเสอื กนิ ปนู ร+อนทอ+ ง จับปลาสองมือ กิ้งกาH ไดท+ อง)
(คำถาม : การใชส+ ำนวน สภุ าษิต และคำพังเพย จำเปนB จะต+องร+คู วามหมายหรือไมH เพราะเหตุใด
แนวคำตอบ : จำเปBนจะตอ+ งรู+ความหมาย เพราะจะสามารถใช+ได+ถูกตอ+ งและส่ือสารได+)
๕.๑.๒ นักเรียนและครูรHวมกันอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงเข+าสูHบทเรียนวHานอกจากจะต+องเข+าใจ
ความหมายของสำนวนแล+วจะต+องจำแนกประเภทของสำนวนด+วยจึงจะสามารถนำไปใชไ+ ด+อยHางถูกต+อง
๕.๒ การกระต.นุ ให.เกดิ ปญx หาและการมอบหมายภารกิจ (๑๐ นาที)
๕.๒.๑ นักเรียนและครูรHวมกันอภิปรายความรู+เดิมเรื่องสำนวนไทยที่นักเรียนรู+จัก จากนั้น
นักเรียนเรียนรู+เรือ่ ง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย จากสอ่ื พาวเวอรพS อยนตS
ตัวอยาH งสอื่ พาวเวอรSพอยนตเS รื่องสำนวน สุภาษติ คำพงั เพย
๔
๕.๒.๒ นักเรียนตอบคำถามเพอ่ื ประเมินความร+ใู นประเด็นดังตอH ไปน้ี
(คำถาม : สำนวน หมายถึงอะไร
แนวคำตอบ : หมายถงึ ถ+อยคำทีเ่ รยี บเรียงดว+ ยความคมคายสละสลวย ใช+พูดสื่อสารกนั
มีความหมายเปBนนัย
คำถาม : สุภาษติ หมายถึงอะไร
แนวคำตอบ : ถ+อยคำทีก่ ลาH วเปBนทำนองใหข+ อ+ คิด คติ ส่ังสอน
คำถาม : คำพังเพย หมายถึงอะไร
แนวคำตอบ : ถอ+ ยคำที่มคี วามหมายทำนองตชิ ม การเปรยี บเทยี บ
คำถาม : คำพังเพยและสุภาษิตแตกตาH งกนั อยHางไร
แนวคำตอบ : คำพงั เพยมคี วามหมายเชิงเปรยี บเทียบ สุภาษติ เปนB คำสอน)
๕.๓ การสรา. งและแสวงหาความร.ูด.วยตนเองและขยายแนวคดิ ท่ีหลากหลาย (๒๐ นาท)ี
๕.๓.๑ นักเรียนทำกิจกรรม “สลากสำนวนไทย” โดยครูแจกสลากสำนวนไทยคนละ ๑ แผHน
จากนั้นนักเรียนดูภาพที่ปรากฏในสลากพร+อมบอกชื่อสำนวนและบอกความหมายให+ถูกต+อง นักเรียนสามารถ
สืบค+นหาความหมายในสื่อออนไลนSเพม่ิ เติมไดต+ ามความเหมาะสม
๕.๓.๒ นักเรียนนำสลากสำนวนไทยใสHลงในกลHองที่ครูเตรียมให+ จากนั้นครูจะจับสลากและ
ใหน+ กั เรยี นพิจารณารวH มกันวาH เปนB สุภาษิตหรือคำพังเพย จำนวน ๕ สลาก
ตวั อยาH งกิจกรรม “สลากสำนวนไทย”
๕
๕.๔ การสร.างความเข.าใจของตนเองและกลุ>มโดยการสะท.อนความคิดและสรุปองคBความร.ู (๑๐
นาที)
๕.๔.๑ นักเรยี นทำกิจกรรม “สำนวนชวนคิด” จากส่ือพาวเวอรSพอยนตS โดยครูนำเสนอ
เหตกุ ารณS จำนวน ๓ เหตุการณS จากน้นั ใหน+ กั เรียนเลอื กสำนวนไทยให+ตรงกับเหตกุ ารณS
ตวั อยHางกิจกรรม “สำนวนชวนคดิ ”
๖
๕.๔.๒ นักเรยี นรวH มกนั ตอบคำถามสรุปความรใ+ู นประเดน็ ดงั ตHอไปนี้
(คำถาม : สำนวนไทยมีความสำคญั อยHางไร
แนวคำตอบ : ชHวยสะทอ+ นใหเ+ ห็นสภาพสงั คมและวฒั นธรรมไทย
คำถาม : นักเรยี นมีหลกั การในการเลอื กใชส+ ำนวนไทยในการสอ่ื สารอยาH งไร
แนวคำตอบ : ต+องศึกษาความหมายของคำพังเพยและสุภาษิตให+เข+าใจกHอน
นำไปใช+
คำถาม : จากการเรียนเรื่อง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย นักเรียนได+ประโยชนS
อะไรบ+าง
แนวคำตอบ :
๑) ทำให+เข+าใจความหมายของสำนวนไทยเพื่อที่จะสามารถนำไปใช+ได+
ถูกต+อง
๒) สำนวนไทยใหค+ ตสิ อนใจหลายด+าน เชนH ด+านการเรียน การคบค+า
สมาคม การครองเรอื น ความรัก ความเปนB อยูขH องสงั คมไทย
๓) ได+ชHวยรกั ษาวฒั นธรรมทางภาษาอนั เปนB มรดกที่ลำ้ คาH ของคนไทย)
๕.๕ การสรา. งผลติ ภัณฑเB ชงิ สรา. งสรรคแB ละนวัตกรรม
๕.๕.๑ นักเรียนทำกิจกรรมวาดภาพและออกแบบเชิงสร+างสรรคS “คำพังเพยและสุภาษิต”
(ทำเปนB การบา+ น)
ตวั อยาH งกจิ กรรมวาดภาพและออกแบบเชงิ สร+างสรรคS “คำพังเพยและสุภาษิต”
๗
๕.๖ การสร.างแนวคดิ การเปzนผ.ปู ระกอบการ
-
๖. สือ่ /แหลง> เรยี นร.ู
๑) สือ่ พาวเวอรSพอยนตเS กม “ภาพนม้ี สี ำนวน”
๒) สอื่ พาวเวอรSพอยนตSเรอ่ื ง สำนวน สุภาษติ คำพังเพย
๓) กิจกรรมสลากสำนวนไทย
๔) กิจกรรมวาดภาพและออกแบบเชิงสร+างสรรคS “คำพังเพยและสุภาษิต”
๗. การวัดและประเมินผล
ส่งิ ท่จี ะวดั วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชว. ัด เกณฑBผ>าน
บอกลักษณะของสำนวนที่ บอกลกั ษณะของ แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการ ผลการประเมนิ
เปBนสภุ าษิตและคำพังเพย สำนวนท่เี ปนB สภุ าษติ
และคำพงั เพย เรยี นรแู+ ละ อยใHู นระดับ ดี ขน้ึ ไป
การตอบคำถาม
อธิบายความแตกตาH ง อธบิ ายความแตกตาH ง แบบประเมินพฤตกิ รรมการ ผลการประเมิน
ระหวHางสำนวนทเ่ี ปนB คำ ระหวHางสำนวนที่เปBน เรียนร+ูและ อยูHในระดบั ดี ข้นึ ไป
พงั เพยและสุภาษิต คำพงั เพยและสภุ าษิต
การตอบคำถาม
ใช+สำนวนทเี่ ปBนสุภาษติ และ สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบประเมินพฤตกิ รรมการ ผลการประเมนิ
คำพังเพยประกอบ เรยี นรู+และการตอบ เรียนรแู+ ละ อยูHในระดบั ดี ขน้ึ ไป
เหตุการณตS าH ง ๆ คำถาม การตอบคำถาม
วาดภาพและออกแบบเชิง ตรวจใบกิจกรรมเรือ่ ง แบบประเมนิ การตรวจ ไดค+ ะแนนต้งั แตH
สรา+ งสรรคS “คำพงั เพยและ “คำพังเพยและ ใบกิจกรรมเรื่อง“คำพังเพย รอ+ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
สุภาษติ ” สภุ าษติ ”
และสุภาษติ ”
เหน็ ความสำคญั ของสำนวน สังเกตพฤตกิ รรมการ แบบประเมินพฤติกรรมการ ผลการประเมิน
ทเ่ี ปBนคำพงั เพย และสภุ าษติ เรียนรแู+ ละการตอบ เรียนร+แู ละ อยูHในระดับ ดี ขน้ึ ไป
การตอบคำถาม
คำถาม
๘
๘. สะท.อนผลหลังการจัดการเรียนร.ู
๘.๑ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนร.ู
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๘.๒ ปxญหาและอปุ สรรค
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
๘.๓ แนวทางแกไ. ข
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ลงช่อื ..................................................................(ผ+สู อน)
(นางสาวประสิตา มานิมนตS)
๑๒ /กนั ยายน/ ๒๕๖๕
๙
แบบประเมินพฤติกรรมการเรยี นร.แู ละการตอบคำถามของผเู. รยี น
คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นตามแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนรู+และการตอบคำถามของผู+เรียนในการ
จัดกิจกรรมการเรียนรู+ เรื่อง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย โดยเขียนเครื่องหมาย √ ลงในชHองที่ตรงกับความ
คดิ เห็นของครผู +สู อน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปQที่ ๖
ข.อ รายการ ระดบั คณุ ภาพ
๓๒ ๑
๑ บอกลักษณะของสำนวนที่เปนB สภุ าษติ และคำพังเพยได+
๒ อธิบายความแตกตHางระหวาH งสำนวนทเ่ี ปนB คำพังเพยและสุภาษติ ได+
๓ เลือกใช+สำนวนทีเ่ ปBนสภุ าษิตและคำพงั เพยประกอบเหตุการณSตHาง ๆ ได+
๔ เห็นความสำคัญของสำนวนทเ่ี ปBนคำพังเพย และสุภาษติ
รวม
เกณฑBการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ๓ ระดบั คุณภาพ ดี
๒ ระดบั คณุ ภาพ พอใช+
๑ ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ
เกณฑBการตัดสนิ คุณภาพ
ช>วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ดี หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั ๙ – ๑๒ คะแนน
พอใช+ หมายถึง มพี ฤตกิ รรมระดับ ๕ – ๘ คะแนน
ปรับปรุง หมายถึง มีพฤติกรรมระดับ ๑ – ๔ คะแนน
ลงชอ่ื ………………………………………………. (ผ+สู อน)
(นางสาวประสติ า มานมิ นตS)
วนั ท่ี ๑ เดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๕
๑๐
เกณฑกB ารใหค. ะแนนแบบประเมินพฤตกิ รรมการเรยี นร.แู ละการตอบคำถามของผูเ. รียน
ประเดน็ การประเมิน ๓ เกณฑกB ารให.คะแนน ๑
๒
บอกลักษณะของ นักเรียนสามารถบอก นกั เรียนสามารถบอก นักเรยี นไมHสามารถบอก
สำนวนท่ีเปนB สภุ าษิต ลกั ษณะของสำนวนทเ่ี ปBน ลักษณะของสำนวนที่เปนB ลกั ษณะของสำนวนท่ีเปBน
และคำพงั เพยได+ สภุ าษติ และคำพงั เพยได+ครบ สุภาษติ หรอื คำพังเพยได+ ๑ สภุ าษิตและคำพงั เพยได+
ท้งั ๒ ลกั ษณะ ลักษณะ
อธบิ ายความแตกตาH ง นักเรียนสามารถอธบิ าย นักเรยี นสามารถอธิบาย นกั เรยี นไมสH ามารถอธิบาย
ระหวHางสำนวนทีเ่ ปBน ความแตกตาH งระหวHาง ความแตกตHางระหวาH ง ความแตกตHางระหวHาง
คำพงั เพยและ สำนวนทเ่ี ปBนคำพงั เพยและ สำนวนท่ีเปBนคำพงั เพยหรอื สำนวนที่เปBนคำพังเพยและ
สภุ าษติ ได+ สุภาษติ ได+ สุภาษติ ได+ สุภาษติ ได+
เลือกใช+สำนวนทเี่ ปBน นักเรยี นสามารถเลือกใช+ นักเรียนสามารถเลือกใช+ นักเรียนสามารถเลอื กใช+
สภุ าษิตและคำ สำนวนทีเ่ ปนB สภุ าษติ และคำ สำนวนที่เปBนสุภาษติ และ สำนวนทเ่ี ปนB สภุ าษิตและคำ
พงั เพยประกอบ พังเพยประกอบเหตกุ ารณS คำพังเพยประกอบ พังเพยประกอบเหตุการณS
เหตกุ ารณSตHาง ๆ ได+ ตาH ง ๆ ได+ถูกต+อง ๓ เหตกุ ารณตS าH ง ๆ ได+ถูกตอ+ ง ตาH ง ๆ ได+ถูกตอ+ ง ๑
เหตกุ ารณS ๒ เหตุการณS เหตุการณS
เหน็ ความสำคัญของ นกั เรยี นสามารถบอก นกั เรยี นสามารถบอก นกั เรียนสามารถบอก
สำนวนทเ่ี ปนB คำ ประโยชนSจากการเรยี นเรื่อง ประโยชนจS ากการเรยี น ประโยชนSจากการเรยี นเรอ่ื ง
พังเพย และสภุ าษิต สำนวน สุภาษิต คำพงั เพย เรอ่ื ง สำนวน สุภาษิต คำ สำนวน สภุ าษติ คำพังเพย
ได+ ๓ ข+อข้นึ ไป พงั เพย ได+ ๒ ข+อ ได+ ๑ ข+อ
๑๑
ตัวอยา> งกจิ กรรม “สลากสำนวนไทย”
๑๒
ตัวอย>างกจิ กรรม “สลากสำนวนไทย” (ตอ> )
๑๓
ตัวอย>างกจิ กรรม “สลากสำนวนไทย” (ตอ> )
๑๔
ตวั อย>างกจิ กรรม “สลากสำนวนไทย” (ตอ> )
๑๕
ใบกจิ กรรมเร่ือง“คำพงั เพยและสุภาษติ ”
๑๖
ใบกจิ กรรมเร่อื ง“คำพงั เพยและสภุ าษติ ” (ต>อ)