1.
บุปผาในกุณฑีทอง เป็นวรรณกรรมจีนท่ีประพนั ธ์ข้ึนในสมยั ราชวงศห์ มิง ผแู้ ตง่ นิยายเร่ืองน้ีใชน้ ามปากกาวา่
"บณั ฑิตแห่งสุสานกลว้ ยไมผ้ ยู้ มิ้ เยาะ" (兰陵笑笑生 Lán Líng Xiào Xiào Shēng ) เดิมนบั เป็นหน่ึงในสี่
สุดยอดวรรณกรรมจีนร่วมกบั นวนิยายอีกสามเร่ือง คือ สามก๊ก ซอ้ งกง๋ั และไซอิ๋ว เรียกรวมกนั วา่ "สี่วรรณกรรม
อนั ยงิ่ ใหญ"่ (四大奇書,四大奇书) แตต่ ่อมาเร่ือง จินผงิ เหมย์ ถูกตอ่ ตา้ น เพราะเขียนพรรณนาถึง
การใชส้ ัญลกั ษณ์มาแทนความหมายของการร่วมรักระหวา่ งชายหญิงจาํ นวนมาก จนถูกเรียกวา่ เป็นหนงั สือโลกีย์
[1] จึงมีการจดั ให้ ความฝันในหอแดง นิยายอีกเรื่องหน่ึง ข้ึนมาเป็นหน่ึงในส่ีสุดยอดวรรณกรรมจีนแทน
《金瓶梅》是中国明代文学作品,作者使用笔名是兰陵笑笑生。本
来《金瓶梅》是中国四大名著文学,即《水浒传》、《三国演义》
和《西游记》是“四大奇书” , 后来《金瓶梅》被禁止,因此由于
《金瓶梅》里描写男女之事的部分过于逼真,所以《金瓶梅》是禁
的书。然后《金瓶梅》被《红楼梦》取代是“中国四大名著” 了。
ที่มาของช่ือเรื่อง จินผงิ เหมย (金瓶梅) เป็นการเอาชื่อตวั ละครหญิงท้งั 3ตวั ละครท่ีเป็นตวั หลกั ใน
วรรณกรรมมาใชใ้ นการต้งั ช่ือเร่ือง โดยมีค าวา่ จิน(金) มาจากพนั จินเหลียน (潘金蓮) ผงิ (瓶) มาจาก หล่ี
ผงิ เอ๋อร์ (李瓶儿) และ เหมย(梅)มาจาก ผงั ชุนเหมย (庞春梅)
金瓶梅的书名由来是三个女性主角的名字,即“金”是潘金莲、
“瓶”是李瓶儿和“梅”是庞春梅。
นวนิยายเรื่องจินผงิ เหมย (金瓶梅) ไดเ้ ล่าถึง “ความชวั่ ร้ายของซีเหมินช่ิง และความรุ่งความเส่ือมของ
ครอบครัวเขา พร้อมกบั สะทอ้ นใหเ้ ห็นโลกท่ีมืดมนอนธการท่ีประกอบดว้ ยขนุ นางฉอ้ ราษฎร์บงั หลวงท่ีอยเู่ บ้ือง
บน จนถึงขา้ ราชการทอ้ งถ่ินคดโกง และเจา้ พ่อนกั เลงหวั ไมท้ ่ีอยเู่ บ้ืองล่าง แมว้ า่ ในเรื่องจะบง่ บอกวา่ เป็นเร่ืองท่ี
เกิดข้ึนในสมยั ซ่งแต่แทจ้ ริงเป็นภาพสะทอ้ นสงั คมสมยั หมิงผเู้ ขียนยอ่ มไมก่ ลา้ วจิ ารณ์โจมตีความชว่ั ร้ายของชน
ช้นั ปกครองสมยั หมิง เป็ นการท่ีทราบกนั ดี ราชวงศห์ มิงเป็ นราชวงศท์ ี่ปราบปรามปัญญาชนที่วจิ ารณ์การ
บา้ นเมือง หรือสงสัยวา่ การต่อตา้ นราชวงศอ์ ยา่ งทารุณโหดร้าย ปัญญาชนที่ตายเพราะโอษฐภยั หรือบรรณภยั ใน
สมยั หมิงมีมากเป็นประวตั ิการณ์
เนื้อเรื่องย่อ
จินผงิ เหมย์ แต่งขยายความจากเร่ือง ซอ้ งกง๋ั และดาํ เนินเรื่องในช่วงเดียวกนั คือ ระหวา่ ง ค.ศ. 1111–1127 ตรง
กบั สมยั ราชวงศซ์ ่งเหนือ ตวั ละครหลกั ก็นาํ มาจาก ซอ้ งกง๋ั เช่นกนั คือ ซีเหมิน ชิ่ง กบั พนั จินเหลียน
ซีเหมิน ชิ่ง เป็นเศรษฐีเมืองชิงเหอ ร่ํารวยถึงขนาดแต่งภรรยาไดห้ ลายคน เริ่มแรก ซีเหมิน ชิ่ง มีภรรยาเป็น
เศรษฐินีม่ายช่ือ เมิ่ง อว้ีโหลว แตก่ ็แอบมีสัมพนั ธ์กบั พนั จินเหลียน ซ่ึงกม็ ีสามีแลว้ ซีเหมิน ชิ่ง ฆ่าสามีของพนั
จินเหลียน แลว้ เอานางเป็นภรรยาของตน แตภ่ ายหลงั กไ็ ดม้ ีสัมพนั ธ์กบั หลี่ ผงิ เอ๋อร์ ภรรยาของพีช่ ายร่วมสาบาน
ชื่อฮวา จ่ือซวี อีก เม่ือฮวา จื่อซวี เสียชีวติ แลว้ ซีเหมิน ชิ่ง จึงแต่งงานกบั หล่ี ผงิ เอ๋อร์ อีกคน
ซีเหมิน ชิ่ง พยายามไต่เตา้ ทางสงั คมโดยติดสินบนบรรดาขนุ นาง และคบคา้ สมาคมกบั ชนช้นั สูงไม่วา่ จะเป็นราช
องครักษ์ หรือขนั ที เป็นเหตุใหแ้ มแ้ ตข่ นุ นางทอ้ งถ่ินยงั ตอ้ งมาคบหากบั เขา กิจการของซีเหมิน ชิ่ง รุ่งเรืองข้ึนทุก
วนั นอกจากร้านขายยาสมุนไพร ก็ยงั เปิ ดโรงรับจาํ นาํ เปิ ดร้านขายผา้ ต่วน ผา้ แพร และไหมพรม ท้งั ยงั มีเรือ
สินคา้ นาํ เกลือมาจากเมืองหยางโจวเขา้ มาขาย เฉพาะหลงจู๊ของแตล่ ะกิจการก็มีมากกวา่ 10 คน เขายงั
ความสมั พนั ธ์ใกลช้ ิดกบั หวั เมืองชายทะเลอยา่ ง หางโจว หูโจว ซงเจียง และหนานจิง เม่ือทรัพยท์ วี อาํ นาจก็ทวี
ข้ึนดว้ ย
อยา่ งไรกด็ ี แมม้ ีภรรยามากอยแู่ ลว้ แต่ซีเหมิน ชิ่ง กย็ งั มีความสมั พนั ธ์กบั ผงั ชุนเหมย์ สาวใชข้ องพนั จินเหลียน
รวมถึงสตรีคนอ่ืนท้งั ในบา้ นและนอกบา้ นเพอ่ื บรรลุโลกียสุข โดยไมค่ าํ นึงถึงคุณธรรมและศีลธรรม และไมส่ น
วา่ จะไดม้ าดว้ ยวธิ ีใด ทาํ ใหห้ ลายชีวติ ตอ้ งตาย หลายครอบครัวตอ้ งล่มสลาย ขณะเดียวกนั ซีเหมิน ชิ่ง เองก็ตอ้ ง
ประเชิญความขดั แยง้ ภายในบา้ น เพราะภรรยาท้งั หลายพยายามเรียกร้องใหเ้ ขาปรนเปรอกามกิจและลาภยศ
สรรเสริญอยไู่ ม่ขาด ชีวติ ของซีเหมิน ชิ่ง จึงตกต่าํ ลงอยา่ งชา้ ๆ
ในเรื่อง ซอ้ งกง๋ั ซีเหมิน ชิ่ง พบจุดจบโดยถูกอู่ ซง (武松 Wǔ Sōng ?) นอ้ งชายของสามีพนั จินเหลียน ตดั
ศีรษะไปเซ่นศพพ่ีชาย แตใ่ น จินผงิ เหมย์ น้นั เขาตายเพราะบริโภคยาเร้ากาํ หนดั ท่ีพนั จินเหลียน จดั หาใหม้ าก
เกินไป
2.
จะกล่าวถึงพฤติกรรมของตวั ละครเอกหญิง ท้งั 3ตวั ละคร คือ พนั จินเหลียน(潘金莲)หล่ีผงิ เอ๋อร์ (李瓶
儿) และผงั ชุนเหมย(庞春梅) ท่ีมีบทบาทสาํ คญั ต่อการดาํ เนินเน้ือเรื่อง ท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงแง่คิดต่างๆ
เก่ียวกบั สถานภาพและบทบาทของสตรีที่มีตอ่ ครอบครัว มีความสาํ คญั ต่อบุคลิกภาพและพฤติกรรมของตวั ละคร
รวมไปถึงทศั นคติของผแู้ ต่งในสมยั น้นั ๆ ดงั น้นั การนาํ วรรณกรรมเร่ืองบุปผาในกณุ ฑีทอง มาศึกษาจะเป็นการ
ช้ีใหเ้ ห็นถึงสถานภาพและบทบาทของสตรีที่มีต่อครอบครัวไดอ้ ยา่ งชดั เจนมากยง่ิ ข้ึน
“ตายจริง ทาํ ไมนอ้ งใส่เส้ือบางอยา่ งน้ีเล่า กห็ นาวแยส่ ิ ถา้ นอ้ งมิอาจทาํ อะไรกบั เหล็กเข่ียถ่านที่อยใู่ นมือน้ีไดแ้ ลว้
ก็เอามาใหเ้ ถอะพจ่ี ะทาํ ใหน้ อ้ งไดร้ ับความอบอุน่ จากพ่ี เหมือนท่ีจะไดร้ ับจากเตาผงิ เช่นกนั ”
“พอที ---พอทีมนั มากไปแลว้ พ่ี ฉนั ยงั เป็นคนท่ีหยงิ่ ตอ่ ความเป็นคนของฉนั อยจู่ ะบอกให้ ฉนั หาใช่เป็นสัตว์ ฉนั
ยนื หยดั อยทู่ ุกวนั น้ีก็ดว้ ยกาํ ลงั ขาของฉนั เองรู้ไวเ้ สีย ฉนั รู้ดีวา่ อะไรเป็ นอะไร คนอยา่ งฉนั ไมย่ อมตกเป็นทาส
อารมณ์ง่ายๆ ดอก ฉนั ยงั ไมบ่ ดั ซบพอเหมือนอยา่ งท่ีอาซอ้ เขา้ ใจ หยดุ เสียทีเถอะ อยา่ มาทาํ จริตมารยาบา้ ๆ บอๆ
กบั ฉนั เลย ฉนั ทนดูไมไ่ หวแลว้ ขืนทาํ เป็นหญา้ ลอ้ ลมกบั ฉนั เช่นน้ีอีกละก็ ฮ่ึม –ถึงนยั น์ตาฉนั จะเห็นพ่ีเป็นเมีย
ของพ่ีฉนั กจ็ ริง แตก่ าํ ป้ันของฉนั น้ีมนั ไมย่ อมใครง่ายๆ” (บุปผาในกณุ ฑีทอง (金瓶梅): 86-87)
จากบทสนทนาที่พวั กิมเนย้ กล่าวกบั บู๋ซง้ ที่เป็นนอ้ งสามีแสดงใหเ้ ห็นถึงพฤติกรรมของนางพวั กิมเนย้ วา่ ไม่
ซ่ือสตั ย์ ต่อสามีของตนเอง เม่ือเห็นบู๋ซง้ ท่ีมีรูปลกั ษณ์ท่ีดีกวา่ สามีกพ็ ยายามจะใหท้ า่
“วา่ ไง แกผ้ า้ ออกออกใหห้ มด แลว้ คุกเขา่ ลงเดี๋ยวน้ี”
“ชุนบว๊ ย เอ๋ย ช่วยดว้ ย ต้วั กวั ยงิ้ จะเฆียนเราอีกแลว้ ”
“เจา้ อยา่ มายงุ่ กบั เขาเลย ชุนบ๊วยเอ๋ย ใช่การอนั ใดของเจา้ วา่ แต่วา่ ไปเอาแซ่มา้ มาใหเ้ ร็วๆเขา้ เราจะส่งั สอนแม่นาย
เจา้ เสียที”
“อะไร ไม่ละอายใจเสียบา้ งเลย โง่ว เจแ๊ กไดไ้ ปทาํ อะไรผดิ ใหท้ า่ นหรือถึงไดจ้ ะมาตีเอาเฆ่ียนเอา โดนคนยเุ ขา
หน่อยกห็ ลงเชื่อ ช่างไม่มีความคิดของตนเองเสียบา้ งเลย นานไปใครเขาจะเคารพนบั ถือทา่ น ขา้ พเจา้ ผหู้ น่ึงล่ะท่ี
มิขอจะนบั ถือเช่ือฟังท่านสืบไป”
“เอาล่ะโทษทณั ฑข์ องเจา้ เราจะไม่เอา แต่วา่ เราจะขอของรักของเจา้ สกั ส่ิง ยงั จะใหเ้ ราไดห้ รือไม่?”
“จะเป็นไรไป ท้งั เน้ือท้งั ตวั แลร่างกายน้ีลว้ นเป็นกรรมสิทธ์ิของท่านสิ้น ปรารถนาสิ่งใดก็บอกเถิด ขา้ พเจา้ จกั ให”้
(บุปผาในกณุ ฑีทอง (金瓶梅): 335-336)
จากบทสนทนาท่ีไซหม่ึงเข่งกล่าวกบั พวั กิมเนย้ และนางชุนบว๊ ยแสดงใหเ้ ห็นถึงระบบชายเป็นใหญ่ ภรรยาเป็น
เสมือนทรัพยส์ ินของสามี
สรุปไดว้ า่ การบรรยายลกั ษณะของตวั ละครจากบทสนทนาของตวั ละครเป็นการบรรยายใหเ้ ห็นถึงอุปนิสยั ตวั
ละครหญิงท้งั 3ตวั ละคร ผา่ นบทสนทนาของตวั ละครอยา่ งตรงไปตรงมา