สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
เสด็จทรงงาน
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยมอแกน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
อาํ เภอคุระบุรี จงั หวดั พงั งา
คาํ นาํ
หนงั สือ “เสด็จทรงงาน” ศูนยก์ ารเรียนชุมชนชาวไทยมอแกน
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เล่มน้ี ไดจ้ ดั ทาํ ข้ึนในวโรกาสทีส่ มเดจ็
พระเทพรตั นราชสุดาฯสยามบรมราชกมุ ารี เสด็จทรงงานและเยย่ี มชม
ศนู ยก์ ารเรียนศูนยก์ ารเรียนชุมชนชาวไทยมอแกนอุทยานแห่งชาตหิ มู่
เกาะสุรินทร์ อาํ เภอคุระบรุ ี จงั หวดั พงั งา ซ่ึงไดจ้ ดั ต้งั ข้นึ เมื่อ 27 เมษายน
2548 หนงั สือเล่มน้ีเป็นขอ้ มูลสาํ หรับผเู้ ขา้ เฝ้ารบั เสด็จและผเู้ กี่ยวขอ้ ง
ตลอดจนเป็ นขอ้ มลู เผยแพร่ประชาสมั พนั ธก์ ารดาํ เนินงานในพ้นื ทท่ี รง
งานของสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกมุ ารี
ขอขอบคุณผทู้ ี่เก่ียวขอ้ งทุกฝ่าย ท่ใี หข้ อ้ มูลในการจดั ทาํ หนงั สือ
เล่มน้ี
สาํ นกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั พงั งา
สารบญั
• คาํ นํา ๔
• ชาวมอแกนแสงแห่งชีวติ แสงแห่งศรัทธา ๗
๘
เจ้าฟ้านักการศึกษาไทย.................................................. ๑๑
• แผนทีต่ ้ังอทุ ยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์...................... ๑๓
• วิถีชีวิตชาวมอแกน.........................................................
• การจัดต้งั ศูนย์การเรียน.................................................. ๑๕
• การดําเนนิ งานของศูนย์การเรียน ..................................
• ผลจากการจัดการเรียนการสอน
และพฤติกรรมของนักเรียน............................................
๔
ชาวมอแกน
แสงแห่งชีวิต แสงแห่งศรัทธา เจ้าฟ้านักการศึกษาไทย
เพริศดวงแขแผแ่ สง โสมนสั
เพริศดวงจนั ทร์แจม่ จรัส ทุกแห่งหน
เพริศดว้ ยแสงแห่งเมตตา ช้ีทางยล
เพริศโสมส่องทกุ หน ดว้ ยศรัทธา
แห่งชีวติ
ธ ทรงเป็นดง่ั แสง ชีวติ ขา้
ธ ทรงเป็ นผลู้ ิขติ ผอ่ งโสภา
ธ ทรงเป็ นฟ้าสีทอง การศกึ ษาไทย
ธ ทรงเป็ นเจา้ ฟ้า
คนไทยทุกคน ไม่วา่ เช้ือชาตไิ หน ถือสญั ชาติใด ลว้ นคุน้ ตากบั
พระกริยาท่ีนุ่มนวลของสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ท้งั จากประสบการณ์ตรง และจากสื่อต่างๆ ซ่ึงเราจะสมั ผสั ไดถ้ ึง
ความเป็ นผใู้ ฝ่ รู้เรียนอยตู่ ลอดเวลาของพระองค์ สงั เกตไดจ้ ากสมุดโนต้ ใน
พระหตั ถ์ ที่ไม่เคยวา่ งเวน้ จากการใชง้ าน และน่ีเองคือท่ีมาของ “เจา้ ฟ้านกั
การศกึ ษา” ทีท่ รงเจริญรอยตามเบ้ืองพระยคุ ลบาทแห่งพระบาทสมเดจ็
พระเจา้ อยหู่ วั กษตั ริยน์ กั พฒั นา ซ่ึงคนไทยทุกคนทูลไวเ้ หนือเกลา้ ดว้ ย
ความภกั ดี อนั มิอาจประมาณได้
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ตามเสด็จ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเด็จพระนางเจา้ ฯพระบรมราชินีนาถ
๕
ไปในชนบทห่างไกลและทุรกนั ดารทว่ั ประเทศมาต้งั แต่ยงั เยาวพ์ ระชนั ษา
ไดท้ อดพระเนตรเห็นสภาพชีวติ และความเป็นอยขู่ องประชาชนทรง
ทราบปัญหาตา่ งๆ ไม่วา่ จะเป็นความยากจน ความขาดแคลนอาหารและ
ปัจจยั ตา่ งๆ การขาดบริการสาธารณสุขและการศึกษา จึงมีพระราชหฤทยั
มุ่งมน่ั ทจ่ี ะช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และประชาชนทีด่ อ้ ยโอกาสในถิ่น
ทรุ กนั ดารเหล่าน้ี โดยเริ่มงานพฒั นาในปี พทุ ธ ศกั ราช ๒๕๒๓ ทรง
ทดลองทาํ โครงการเกษตรเพอ่ื อาหารกลางวนั ในโรงเรียนตาํ รวจตระเวน
ชายแดน จาํ นวน ๓ โรง เพอื่ พฒั นาภาวะโภชนาการและสุขภาพของเดก็ ที่
อยใู่ นถิ่นทรุ กนั ดาร หลงั จากน้นั ไดท้ รงขยายงานพฒั นาในดา้ นอ่ืนๆ อีก
เพอื่ พฒั นาคุณภาพชีวติ ประชาชนใหด้ ีข้ึน พรอ้ มท้งั ขยายพ้นื ทก่ี าร
ดาํ เนินงานมากข้นึ ดว้ ย โดยโปรดเกลา้ ฯ ให้สาํ นกั งานโครงการสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี รับผดิ ชอบงานโครงการตาม
พระราชดาํ ริตา่ ง ๆ
การดาํ เนินงานโครงการพฒั นาตามพระราชดาํ ริในถิ่นทรุ กนั ดาร
ทรงมุ่งเนน้ การพฒั นาคุณภาพชีวติ ของประชาชนใหด้ ีข้ึน โดยมอง
องคป์ ระกอบของคุณภาพชีวติ เป็น ๔ ดา้ น คือ ดา้ นสุขภาพอนามยั ดา้ น
การศกึ ษา ดา้ นอาชีพ และดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม ในการพฒั นาจะยดึ หลกั การ
อนุรักษว์ ถิ ีชีวติ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมท่ดี ีงามของ
ทอ้ งถ่ิน การส่งเสริมใหเ้ ดก็ และเยาวชนทาํ โครงงานการศึกษา ภมู ิปัญญา
ทอ้ งถ่ิน ประเพณี และวฒั นธรรมทอ้ งถิ่นในสถานศึกษา และการจดั
กิจกรรมวนั สาํ คญั ทางประเพณีวฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน
๖
เดก็ ๆชาวไทยมอแกน ลูกหลานชนเผา่ เก่าแก่ซ่ึงมีชิวติ อยกู่ บั ทะเล
เร่ร่อนทาํ มาหากินไปวนั ๆ หน่ึงเพอื่ ยงั ชีพ ไม่มีท่อี ยเู่ ป็ นหลกั แหล่ง
แน่นอน เป็นอีกกลุ่มหน่ึงทส่ี มเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ทรงห่วงใยในเรื่องของคุณภาพชีวติ ความเป็ นอยใู่ นฐานะของลกู
ไทยที่ควรจะไดร้ บั สิทธิในการศึกษาท่ีเทา่ เทยี ม เป็ นเหตใุ หพ้ วกเขาเหล่าน้ี
ไดร้ ับโอกาสทางการศึกษาจากโครงการพระราชดาํ ริ ในสมเดจ็ พระเทพ
รตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี โครงการจากพระเมตตาของพระองค์
ต่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทรุ กนั ดาร ทีข่ าดโอกาสทางการศกึ ษา เขา้ ไม่ถึง
บริการของรฐั ไดม้ ีชีวติ ทด่ี ีข้ึน
แมเ้ สน้ เสียงและสาํ เนียงของหนูนอ้ ยชาวมอแกน จะแปลกแปร่ง
ตามทว่ งทาํ นองแบบชาวใต้ แต่ก็ไม่ไดท้ าํ ใหค้ วามหมายของเพลงชาติ
ไทยและบทสวดมนตเ์ สียหาย หรือบกพร่องลงไปแตอ่ ยา่ งใด ยงั คงเตม็
เป่ี ยมไปดว้ ยสาํ นึกรักชาติ รักความเป็นไทย และสาํ นึกในพระกรุณาธิคุณ
เปรียบประดุจแสงจนั ทร์วนั เพญ็ ท่สี ่องแสงเจิดจา้ นาํ ทางชีวติ พวกเขาไปสู่
จดุ หมายปลายทาง แสงที่ใหท้ ้งั ความอบอุ่นและเยอื กเยน็ ในเวลาเดียวกนั
*******************************************
๗
แผนท่ี
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบรุ ี จ.พงั งา
๘
วถิ ีชีวติ ชาวไทยมอแกน
ชนเผา่ ไทยมอแกน เป็นกลุ่มชาติพนั ธท์ ่ตี ้งั ถ่ินฐานอยตู่ ามเกาะ
ในบริเวณภาคใตข้ องไทย มีรูปแบบของวถิ ีชีวติ ขนบธรรมเนียม
ประเพณี วฒั นธรรม ความเชื่อ รวมท้งั คา่ นิยมท่มี ีเอกลกั ษณ์เฉพาะ เป็ น
ของตนเอง ใชช้ ีวติ เดินทางเคลื่อนยา้ ยถิ่น ทาํ มาหากินอยใู่ นบริเวณเขต
ทะเลอนั ดามนั ชีวติ ส่วนใหญ่ของชาวไทยมอแกนอาศยั อยบู่ นเรือทพ่ี วก
เขาเรียกวา่ “ กาํ บาง ” หากินกบั ทะเล งมหอย ตกปลา จบั ปูและสตั วท์ ะเล
ต่าง ๆ อาหารหลกั คือเผอื กมนั มีวถิ ีชีวติ ที่สอดคลอ้ งกบั ฤดูกาลจาก
อิทธิพลของลมมรสุมในฤดูมรสุมตะวนั ตกเฉียงเหนือ (เดือนพฤษภาคม-
เดือนพฤศจิกายน) ซ่ึงมีคล่ืนลมจดั ชาวไทยมอแกนจะอพยพข้ึนมาสรา้ ง
บา้ นเรือนตามเกาะหรือบริเวณชายหาดที่มีอ่าวกาํ บงั คล่ืนลมเพอื่ หลบลม
พายุ ชาวมอแกนในจงั หวดั พงั งา อาศยั อยบู่ ริเวณริมหาดอ่าวบอนใหญ่
อุทยานแห่งชาตหิ มู่เกาะสุรินทร์
ชาวไทยมอแกนยงั คงหากินกบั ทะเลเหมือนเช่นบรรพบุรุษ
และเน่ืองจากชาวไทยมอแกนเป็นคนกลุม่ นอ้ ย เป็ นคนไม่มีสญั ชาติ และ
ไม่มีเช้ือชาติ ชาวไทยมอแกนไมม่ ีความรู้ ไม่ไดร้ บั การศกึ ษาทาํ ใหท้ ้งั เดก็
และผใู้ หญช่ าวไทยมอแกนยงั คงเป็นปัญหาชนกลุ่มนอ้ ยของประเทศไทย
และเพอื่ ใหช้ าวไทยมอแกนมีความรู้ สามารถตดิ ตอ่ ส่ือสารกบั คนไทยได้
อยา่ งถูกตอ้ งและเขา้ ใจ ชาวไทยมอแกนมีพธิ ีประจาํ ปี คือ การฉลองเสา
วญิ ญาณบรรพบุรุษ (เหนียะเอนหล่อโบง) มอแกนจะมารวมกนั เพอื่
บวงสรวงบูชาวญิ ญาณใหป้ กป้องคุม้ ครองพวกตน ในระหวา่ งน้นั มอแกน
๙
จะหยดุ พกั การทาํ มาหากิน ในพธิ ีกรรม จะประกอบดว้ ยการเขา้ ทรงเส่ียง
ทาย การเล่นดนตรี ร้องราํ ทาํ เพลง และมีการลอยกาํ บางจาํ ลอง ถือวา่ เป็น
การลอยความทกุ ขแ์ ละโรคภยั ไขเ้ จบ็ ใหพ้ น้ จากครอบครวั จากชุมชน
นอกจากน้ี มอแกนยงั มีความเชื่อด้งั เดิมซ่ึงเนน้ วิญญาณนิยม เชื่อวา่ ส่ิง
ศกั ด์ิสิทธ์ิซ่ึงรวมท้งั ผบี รรพบุรุษและผตี า่ งๆ ในธรรมชาติ มีอาํ นาจในการ
ใหเ้ กิดผลร้ายผลดี ปกป้องคุม้ ครองหรือทาํ ใหเ้ จบ็ ป่ วยได้ ดงั น้นั จงึ ตอ้ ง
แกไ้ ขการเยยี วยาดว้ ยการเขา้ ทรง และเซ่นไหวด้ ว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ มอแกน
จะใชพ้ ชื สมุนไพรในการรกั ษาโรคดว้ ยในดา้ นของสงั คมการครองเรือน
ชายหญงิ มอแกนมกั จะแต่งงานอยกู่ ินต้งั แต่อายยุ งั นอ้ ย ยดึ ประเพณีผวั
เดียวเมียเดียว จะไม่เปล่ียนคู่ครองนอกจากสามีหรือภรรยาเสียชีวติ ลง
หรือมีปัญหาขดั แยง้ กนั อยา่ งรุนแรงจึงแยกจากกนั ลูก ๆ ถือเป็ นสิ่งสาํ คญั
ในครอบครัว มอแกนแตล่ ะครอบครวั จะมีลูกประมาณ 2-5 คน เน่ืองจาก
ความห่างไกลจากการบริการพ้นื ฐานสาธารณสุขทาํ ใหจ้ าํ นวนประชากร
มอแกนคอ่ นขา้ งจะคงท่ี
วถิ ีชีวติ บางอยา่ งของชาวมอแกน เป็นสิ่งทีเ่ สี่ยงตอ่ โรคภยั ไขเ้ จบ็
อาทิ เรื่องของโภชนาการ และเรื่องของการขบั ถ่าย การจะสอนผใู้ หญซ่ ่ึง
ผา่ นประสบการณ์มามากมาย ฝ่ าลมมรสุมมาหลายสิบร้อนฝนน้นั ไม่ใช่
เรื่องง่ายเลย แต่การสอนทางออ้ มผา่ นลูกหลานที่เป็ นดงั่ ดวงใจ กลบั เป็น
หนทางทีค่ น้ พบที่ไดผ้ ลอยา่ งดียงิ่ และแลว้ ณ วนั น้ี ครูอาสาฯ ของ กศน.
ก็เห็นทางสวา่ งในการทาํ งานทีจ่ ะทาํ ใหส้ ุขภาพอนามยั ของเดก็ และ
เยาวชนและวธิ ีการในการพฒั นาคุณภาพชีวติ ใหช้ าวมอแกนสามารถอยู่
๑๐
ไดอ้ ยา่ งมีความสุขตามท่ีสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ทรงมีความห่วงใย
มอแกนฝ่ าสึนามิ
จากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ภยั พบิ ตั คิ ลื่นยกั ษส์ ึนามิ ที่เกิดข้ึน
อยา่ งไม่มีใครต้งั ตวั ไดท้ นั เม่ือปลายปี 2547 ท่ีผา่ นมา ซ่ึงก่อใหเ้ กิดความ
สูญเสียท้งั ชีวติ และทรัพยส์ ิน ตลอดจนทรัพยากรไปอยา่ งมหาศาลทาํ ให้
คนท้งั โลกไดร้ ู้จกั กล่มุ ชาตพิ นั ธุก์ ลุ่มหน่ึงท่ีสามารถใชส้ ญั ชาตญาณและ
การเรียนรู้จากธรรมชาตพิ าชนเผา่ ของตนเองใหร้ อดพน้ จากภยั พบิ ตั ิใน
คร้ังน้ีไปไดอ้ ยา่ งน่าท่ึง และไมน่ ่าเช่ือ กลุ่มชาตพิ นั ธุก์ ลุ่มน้ีคอื “ ชาวมอ
แกน ” ที่ชีวติ ท้งั ชีวติ เวียนวา่ ยตายเกิดอยใู่ นทะเล แตท่ วา่ บา้ นเรือนที่อยู่
อาศยั ของชาวมอแกนไม่สามารถรอดพน้ จากเกลยี วคลื่นอนั เกร้ียวกราด
ของทะเลในคร้ังน้นั ได้ ทาํ ให้ “ ชาวมอแกน ” ตอ้ งไรท้ อี่ ยอู่ าศยั อีกคร้ัง
หลงั จากเดินทางร่อนเร่มาท้งั ชีวติ หลงั จากเกิดธรณีพบิ ตั ภิ ยั คล่ืนยกั ษส์ ึนา
มิทางอาํ เภอคุระบุรีและอุทยานแห่งชาตหิ มู่เกาะสุรินทร์ ไดส้ รา้ ง
บา้ นเรือนท่อี ยอู่ าศยั ใหก้ บั ชาวมอแกน ซ่ึงคลา้ ยคลึงกบั สภาพเดิมแต่จะ
ยา้ ยใหห้ ่างจากชายทะเลมากข้ึนบา้ นเรือนชาวมอแกนจะปลูกสร้างอยา่ ง
ง่าย ๆ อาศยั อยแู่ บบครวั เรือนเด่ียวชาวมอแกนมีความสมั พนั ธก์ นั ใน
ระบบเครือญาติ หมู่บา้ นชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ มีประชากรอาศยั อยู่
จาํ นวน 56 ครัวเรือน ประกอบดว้ ยสมาชิกชาย-หญิง รวม 224 คน เป็ น
ชาย 122 คน และหญงิ 102 คน
๑๑
การเริ่มต้นของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยมอแกนอุทยาน
แห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
ความดอ้ ยโอกาสทางการศึกษาของเด็กๆชาวไทยมอแกน มีเหตุ
เน่ืองมาจากความอยหู่ ่างไกลจากผนื แผน่ ดินใหญอ่ นั เป็ นแหล่งศนู ยร์ วม
ของความเจริญในดา้ นตา่ งๆ ประกอบกบั การทาํ มาหากินและวถิ ีชีวติ ที่
แตกต่าง ศนู ยก์ ารเรียนชุมชนโดยพระราชดาํ รัสสมเดจ็ พระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไดถ้ ือกาํ เนิดข้ึนเมื่อวนั ที่ 27 เมษายน
2548 ซ่ึงเกิดข้ึนพร้อมๆ กบั แสงสวา่ งแห่งความหวงั ของเดก็ ๆชาวไทยมอ
แกน ซ่ึงไดป้ ระกาศจดั ต้งั อยา่ งเป็นทางการ ในช่ือ “ ศูนย์การเรียนชุมชน
ชาวไทยมอแกนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ” โดยนาํ เอารูปแบบของ
๑๒
โครงการการจดั การศึกษาใหเ้ ด็กและเยาวชนผดู้ อ้ ยโอกาสในชนบท ใน
พระราชดาํ ริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี โดย
ใหห้ น่วยงานในพน้ื ที่ ไดแ้ ก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ศนู ย์
การศึกษานอกโรงเรียนจงั หวดั พงั งา ศูนยบ์ ริการการศึกษานอกโรงเรียน
อาํ เภอคุระบุรีและอาํ เภอคุระบรุ ีช่วยกนั ดาํ เนินงานตามโครงการ
สาํ หรบั ภารกิจทีศ่ นู ยก์ ารศึกษานอกโรงเรียนจงั หวดั พงั งา และ
ศูนยบ์ ริการการศึกษานอกโรงเรียนอาํ เภอคุระบุรีไดร้ ับมอบหมายในเรื่อง
ของการจดั การเรียนการสอนแก่เดก็ ๆ ชาวมอแกน ตามพระราชดาํ รสั
ของสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มุ่งเนน้ ใน 3 เรื่อง
หลกั คือ การจดั การเรียนการสอนภาษาไทยใหก้ บั เด็กและเยาวชนให้
สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ การดูแลสุขภาพอนามยั แก่เดก็ และเยาวชน
และการพฒั นาคุณภาพชีวติ ใหส้ ามารถอยไู่ ดอ้ ยา่ งมีความสุข
๑๓
การดําเนนิ งานศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยมอแกนอุทยาน
แห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
1.ใชห้ ลกั สูตรผไู้ ม่รูห้ นงั สือในการจดั การเรียนการสอนใหแ้ ก่
เดก็ และเยาวชนชาวไทยมอแกน
2. มีครูผสู้ อนจาํ นวน 2 คน คอื
เดิมหลงั จากการก่อต้งั ศนู ยก์ ารเรียนแลว้ มีผปู้ กครองสนใจให้
บตุ รหลานเขา้ มาศกึ ษาหาความรูจ้ ากศนู ยก์ ารเรียนรวม 42 คน แยกเป็ น
ระดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี
ระดบั ก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) อายุ 3 – 5 ปี
นกั เรียนชาย 7 คน
นกั เรียนหญิง 13 คน
รวม 20 คน
ระดบั ประถมศกึ ษา (อายุ 6 ปี ข้นึ ไป)
ระดบั ช้นั ป.1
นกั เรียนชาย 8 คน
นกั เรียนหญงิ 5 คน
รวม 13 คน
ระดบั ช้นั ป.4
นกั เรียนชาย 3 คน
นกั เรียนหญงิ 6 คน
รวม 9 คน
๑๔
ในปัจจบุ นั น้ีมีนกั เรียนในศนู ยก์ ารเรียนเพมิ่ ข้ึนเป็ น 60 คน แยกเป็ น
ระดบั ก่อนประถมศกึ ษา (อนุบาล) อายุ 3 – 5 ปี
นกั เรียนชาย 12 คน
นกั เรียนหญงิ 26 คน
รวม 38 คน
ระดบั ประถมศกึ ษา (อายุ 6 ปี ข้นึ ไป)
ระดบั ช้นั ป.1
นกั เรียนชาย 8 คน
นกั เรียนหญิง 5 คน
รวม 13 คน
๑๕
ระดบั ช้นั ป.4
นกั เรียนชาย 3 คน
นกั เรียนหญิง 6 คน
รวม 9 คน
ผลจากการจดั การเรียนการสอนและพฤติกรรมของนักเรียน
ระดบั ก่อนประถมศึกษา นายธีรยทุ ธ์ ตาหลี เป็นครูประจาํ ช้นั
ผลการจดั การเรียนการสอนและพฤตกิ รรมของเดก็ นกั เรียนระดบั ก่อน
ประถมมีพฒั นาการอ่าน ก-ฮ ได้ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ สวดมนต์ ไหวพ้ ระได้
มีพฒั นาการทางการวาดภาพไดด้ ีครูธีรยทุ ธ์ ตาหลี พดู ถึงการทาํ หนา้ ที่ใน
ฐานะนายทา้ ยเรือหวั โทง ท่ีจะคอยรับส่งเดก็ นอ้ ยชาวไทยมอแกน ให้ ถึง
ฝั่ง มีความรู้ อ่านออกเขยี นได้ เป็นคนไทยเตม็ ตวั วา่
“ผมทาํ หน้าทีเ่ ป็นครูประจาํ ชั้นเดก็ เลก็ ก่อนวยั เรียน อายุ 3-5 ปี
โดยการปพู ืน้ ฐานให้เดก็ ได้อ่านและเขยี น ก ไก่ ถงึ ฮ นกฮูก สอนนับเลข
และให้เขารู้จกั ฟังคาํ ส่ังและพดู คยุ สื่อสารกบั เราได้ ซึ่งต้องใช้เวลา เพราะ
เดก็ เลก็ ฟังภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง จาํ นวนของเดก็ เลก็ ก่อนวยั เรียนจะขึน้ ๆ
ลงๆ เพราะบางส่วนกเ็ ดินทางไปเยย่ี มญาติกบั พ่อแม่ทีป่ ระเทศพม่าใน
เรื่องของการใช้ชีวิต ต้องบอกว่าทน่ี กี่ นั ดารทุกอย่าง ไม่สามารถสื่อสาร
โทรศพั ท์ติดต่อกับภายนอกได้ โดยเฉพาะช่วงมรสุมต้องติดเกาะนานกว่า
ครึ่งปี บางครั้งเปิ ดวิทยฟุ ังเพลงกเ็ ป็นเพลงพม่า แม้จะฟังไม่รู้เร่ือง แต่ก็
สามารถจรรโลงใจได้ในระดบั หนึ่ง ซ่ึงนอกจากหน้าที่ในการจัดการเรียน
การสอนแก่เดก็ ๆแล้ว ครูท่นี ตี่ ้องรับหน้าท่ีทงั้ ทาํ อาหาร ช่างตดั ผม
กรรมการคอยหย่าศึกเวลาทีค่ รอบครัวชาวมอแกนทะเลาะวิวาทกัน หรือ
๑๖
แม้แต่ทาํ หน้าที่แทนผ้ใู หญ่บ้านในโอกาสต่างๆ เวลาทช่ี าวมอแกนเจบ็ ไข้
หรือป่ วยหนัก แม้จะเป็นเวลาดึกดื่น ตี 1 ตี 2 ตนกจ็ ะเข้าไปช่วยดแู ล แม้ว่า
จะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่คิดว่าแค่ขอเป็นกาํ ลงั ใจกย็ งั ดี”
ระดบั ประถมศกึ ษา นายชนะ แกว้ กดุ งั เป็ นครูประจาํ ช้นั ผลการ
จดั การเรียนการสอนและพฤติกรรมของเดก็ นกั เรียนของเดก็ ระดบั
ประถมศึกษาปี ที่ 1 คือเขียน ก- ฮ ได้ นบั เลขได้ เขยี นตามคาํ บอกได้ วาด
ภาพระบายสีได้ ร้องเพลงชาติไทย สวดมนตไ์ หวพ้ ระได้ ร้องเพลงที่ครู
สอนไดเ้ องและทอ่ งสูตรคูณได้ สาํ หรับพฒั นาการเก่ียวกบั ผลการจดั การ
เรียนการสอนและพฤติกรรมของเด็กนกั เรียนระดบั ประถมปี ท่ี 4 คอื
เขียนเรียงความตามหวั ขอ้ ทค่ี รูกาํ หนดให้ เป็นพ่เี ล้ียงสอนนอ้ งได้ วาด
ภาพระบายสีไดต้ ามจนิ ตนาการ มีพฒั นาการดา้ นภาษาไทยทดี่ ี สามารถ
เขยี นโจทยป์ ัญหาคณิตศาสตร์ไดร้ ะดบั คูณ หาร สามารถใชส้ ื่อการสอน
ตามหลกั สูตรฉบบั ร่างไดต้ ามช่วงช้นั ของเดก็
ครูชนะ แกว้ กดุ งั เล่าถึงการทาํ หนา้ ท่คี รูประจาํ ช้นั ของเดก็ ระดบั
ประถมศกึ ษา ในช่วงช้นั ท่ี 1 (ป.1-ป.3) ซ่ึงเป็นเด็กโตและผา่ นการปู
พน้ื ฐานภาษาไทยมาแลว้ ระดบั หน่ึง จงึ มีความคดิ และมีโลกทศั นเ์ ป็นตวั
ของตวั เองมากข้นึ การจดั การเรียนการสอนค่อนขา้ งยาก เพราะจะตอ้ ง
บรู ณาการการเรียนการสอนใหเ้ ขา้ กบั สภาพปัญหาและความเหมาะสมกบั
วถิ ีชีวติ ของกลุ่มชนชาวมอแกน เน่ืองจากแนวทางหลกั สูตรของ กศน.
ไม่ไดม้ ุ่งเนน้ การเรียนอยา่ งเดียว แต่ไดส้ อนใหเ้ ด็กรู้จกั คิดเป็ น และเพอ่ื ให้
สามารถประกอบอาชีพไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยสาํ นกั บริหารงานการศกึ ษา
นอกโรงเรียนไดม้ อบหมาย ใหศ้ ูนยก์ ารศกึ ษานอกโรงเรียนภาคใตแ้ ละ
๑๗
ศูนยก์ ารศกึ ษานอกโรงเรียนจงั หวดั พงั งาจดั ทาํ หลกั สูตรสื่อการสอนตาม
หลกั สูตรการศกึ ษานอกโรงเรียนสาํ หรบั ผไู้ ม่รูห้ นงั สือชาวไทยมอแกน
โดยการลงไปศึกษาและเก็บขอ้ มูลสภาพความเป็นอยชู่ าวไทยมอแกน
เพอื่ นาํ มากาํ หนดกรอบแนวคิดในการพฒั นาหลกั สูตร หลงั จากน้นั จงึ ได้
ดาํ เนินการเขยี นโครงสรา้ งหลกั สูตรและรายละเอียดของหลกั สูตร จดั ทาํ
คูม่ ือการดาํ เนินงาน และมีคู่มือฉบบั ร่างออกมาใหท้ ดลองใชห้ ลกั สูตร
เมื่อไดท้ ดลองหลกั สูตรไประยะหน่ึงแลว้ จงึ ไดม้ ีการติดตามผลการใช้
หลกั สูตรการศึกษานอกโรงเรียนสาํ หรบั ผไู้ ม่รูห้ นงั สือ ทาํ การปรับปรุง
หลกั สูตรและจดั พมิ พเ์ ขา้ เป็นรูปเล่มที่สมบรู ณ์
นอกจากน้ี ครูชนะ ไดพ้ ดู ถึงปัญหาและอุปสรรคตอ่ การจดั การ
เรียนการสอนแก่เดก็ ๆ ชาวมอแกนวา่ ปัญหาและอุปสรรคต่อการจดั การ
เรียนการสอนทีน่ ่ีส่วนใหญ่เกี่ยวขอ้ งกบั เรื่องของปากทอ้ ง เด็กโตจะขาด
เรียนบอ่ ยมาก เพราะตอ้ งออกไปช่วยพอ่ แม่ทาํ มาหากิน ดงั น้นั การจดั การ
เรียนการสอนจงึ ตอ้ งปรับ โดยในช่วงเชา้ จะใหเ้ ด็กทาํ กิจกรรม
นนั ทนาการตามสภาพและความเหมาะสมใหน้ กั ท่องเที่ยวทม่ี าเยยี่ มเยยี น
ไดส้ มั ผสั ถึงวถิ ีชีวติ เนื่องจากในช่วงเกาะเปิ ด ซ่ึงเป็ นช่วงท่ีหมดฤดูมรสุม
จะมีนกั ทอ่ งเท่ยี วมาเยย่ี มชมวถิ ีชีวติ ความเป็นอยขู่ องหมู่บา้ นชาวมอแกน
ส่วนช่วงบา่ ยจะจดั การเรียนการสอนทีเ่ ป็นวชิ าการเตม็ ที่ ซ่ึงผลของการ
จดั การเรียนการสอนใหเ้ ดก็ ชาวมอแกน ทผ่ี า่ นมา ประเมินในภาพรวมวา่
ยงั เป็ นเรื่องยากที่จะทาํ ใหช้ นเผา่ มองเห็นความสาํ คญั ของการศึกษา
เหมือนกบั การใหล้ ูกเอาเบด็ ออกไปตกปลา หรือการออกไปจบั สตั วท์ ะเล
ซ่ึงมนั มองเห็นผลทนั ที วา่ ไปแลว้ ไดอ้ ะไรกลบั มาบา้ ง แตก่ าร
เปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมหลงั จากเขา้ รับการศกึ ษาท่มี องเห็นจากเด็ก
๑๘
ชาวมอแกนไดอ้ ยา่ งเป็นรูปธรรม ส่ิงท่ีทาํ ให้รูส้ ึกภาคภูมิใจ คือ การท่ี
เดก็ ๆ เหล่าน้ีใหค้ วามสาํ คญั กบั เรื่องของความสะอาด และสุขอนามยั มาก
ข้ึน รู้จกั ลา้ งมือกอ่ นกินขา้ ว อาบน้าํ ก่อนมาเรียน รูจ้ กั ที่จะขบั ถ่ายใน
หอ้ งน้าํ แทนท่จี ะขบั ถ่ายตามที่ตา่ งๆ เหมือนที่เคยทาํ มา ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ี เป็ น
ส่ิงทเี่ ดก็ ๆ เขานาํ ไปขยายผลไปยงั พอ่ แม่ และหมู่บา้ นของเขาใหม้ ี
สุขอนามยั ที่ดีข้นึ ดว้ ย และเร่ืองน้ีเป็นอีกเร่ืองหน่ึงทส่ี มเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงห่วงใยราษฎรของพระองค์
ครูชนะ กล่าวถึงการเขา้ ไปจดั การเรียนการสอนแก่ชาวมอแกน
ซ่ึงเป็นกลุ่มชาติพนั ธุ์ ที่มีวถิ ีชีวติ ประเพณี และวฒั นธรรมที่เป็ น
เอกลกั ษณ์ของตนเองมาเป็นระยะเวลายาวนานวา่ การเขา้ มาของเรามี
จดุ ประสงคเ์ พอื่ การพฒั นาและการอนุรกั ษไ์ ปพร้อมๆ กนั ไม่ไดน้ าํ ความ
เจริญจากภายนอกเขา้ มาทาํ ลายวถิ ีชีวติ ด้งั เดิมของเขาเลย เช่น ประเพณี
การไหวเ้ สาเหล่าโบง หรือประเพณีการไหวบ้ รรพบรุ ุษ วนั ลอยเรือเดือน
10 ซ่ึงเป็ นวนั สาํ คญั ของชาวมอแกน เราก็จะหยดุ เรียน เพอ่ื เปิ ดโอกาสให้
เดก็ ๆ ไดเ้ ขา้ ไปร่วมประเพณีของชนเผา่ เพอ่ื สืบสานวฒั นธรรมประเพณี
ใหด้ าํ รงคงอยสู่ ืบไปตราบนานเทา่ นาน
จากประสบการณ์การสอนเด็กๆ ชาวมอแกนของครูท้งั สอง
พบวา่ เด็กสนุกสนานกบั การเรียนรูอ้ ยา่ งมาก ครูท้งั สองเองก็ไม่ไดย้ ดึ
หอ้ งเรียนเป็ นหลกั ครูจะพาเด็กๆ เดินไปรอบหมู่บา้ น เพอ่ื สร้าง
กระบวนการเรียนรู้ในเรื่องสิ่งแวดลอ้ มใหแ้ ก่พวกเขา และยงั สามารถตอ่
ยอดการส่ือสารไปยงั พอ่ แม่ผปู้ กครอง ซ่ึงส่วนใหญ่ยงั ไม่สามารถส่ือสาร
ภาษาไทยได้ โดยเฉพาะวถิ ีชีวติ ที่ควรตอ้ งเปลี่ยน และไมอ่ ยากใหอ้ นุรักษ์
๑๙
ไว้ คือ การถ่ายอุจจาระริมหาดในยามเชา้ ของผใู้ หญ่ ท้งั ๆ ทม่ี ีสว้ มใหแ้ ลว้
ในหลายจดุ อีกส่ิงท่ีไม่ควรอนุรักษ์ คือสตั วโ์ ลกตวั เลก็ ทอี่ าศยั อยบู่ นศรี ษะ
ของเดก็ ๆ ชาวมอแกน คือ “ เหา ” ซ่ึงภายหลงั จากไดร้ ับบริการทาง
การศกึ ษา “ เหา ” เริ่มหายไปจากศรีษะเด็กๆ มอแกนแลว้ และอีกส่ิงหน่ึง
ท่ีพบคอื ชาวบา้ นรู้จกั ทจี่ ะปลูกผกั ไวก้ ินเอง สงั เกตจากบริเวณหลงั บา้ นจะ
เริ่มปลูกฟักทอง มะละกอกนั มากข้นึ ส่วนในเรื่องของการส่งเสริมการใช้
ภาษาไทยผา่ นการเรียนรู้วชิ าชีพที่ผใู้ หญ่ชาวมอแกนอยากเรียน ก็เป็นอีก
กลยทุ ธห์ น่ึงท่จี ะส่งเสริมเรื่องการสื่อสารภาษาไทยได้ เช่นการสอนอาชีพ
จกั สานกระบงุ การแกะเรือจากไมเ้ พอื่ ขายเป็นของทร่ี ะลึกสาํ หรับผมู้ า
เยอื น ซ่ึงนบั วา่ การใชภ้ าษาไทย ก็มีความจาํ เป็นไม่นอ้ ยสาํ หรับชาวมอ
แกน ตราบท่ีนกั ทอ่ งเที่ยวท้งั ชาวไทยและชาวตา่ งชาติ ยงั คงหลงไหลมนต์
เสน่หข์ องประการงั ทสี่ วยงามบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ และยงั มีมนตข์ ลงั
แห่งวถิ ีชีวติ ของชาวมอแกนเป็นแรงดึงดูด ชาวมอแกนเองกต็ อ้ งให้
ความสาํ คญั กบั ภาษาไทยในท่ีสุด
แสงจนั ทร์แห่งความกตัญ�ูอุ้มชูผู้ร่วมแผ่นดนิ
พระราชดาํ รสั ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พระราชทานเมื่อวนั ศกุ ร์ท่ี 19 มิถุนายน 2530 ตอนหน่ึง วา่
“ ...อย่างเราๆ นน้ั มีโอกาสทดี่ มี าก มอี าหารการกินทดี่ ที กุ อย่าง
อยากได้อะไรกไ็ ด้ และยงั มโี อกาสได้รับการศึกษาเล่าเรียนอย่างเตม็ ท่ี ซ่ึง
นักเรียนเหล่าน้นั จะได้รับการศึกษาคงจะไปไม่ถงึ ระดบั ทเี่ ราได้ ส่วนท่เี รา
ได้รับกเ็ ป็ นการพิเศษแล้ว เพราะฉะนนั้ ในเมื่อเราเป็ นบคุ คลพิเศษได้
๒๐
โอกาสดกี ว่าคนอื่น กเ็ ท่ากบั ประชาชนทั้งชาติสนับสนนุ มา ให้ทุนมา ให้
ศึกษาได้ถึงระดบั อุดมศึกษา กจ็ ะต้องมีหน้าทีท่ ่ีจะต้องทาํ อะไรตอบแทน
เพ่ือให้ผู้ร่วมชาติทสี่ นบั สนนุ เราได้มโี อกาสท่ีดขี ึน้ กว่านี.้ .. ”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็ นถึงเจา้ ฟ้าเจา้
แผน่ ดิน ยงั มีพระราชดาํ รสั วา่ ตอ้ งตอบแทนคุณแผน่ ดิน แลว้ พวกเราชาว
ไทยจะนิ่งเฉยอยู่ ใหพ้ ระองคท์ รงตรากตราํ คงไม่สมควรเป็ นแน่แท้ เราคง
ตอ้ งริเริ่มท่จี ะคิด บุกบนั่ ที่จะทาํ เพอ่ื ตอบแทนคุณแห่งชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
ดว้ ยกาํ ลงั แรงกาย แรงใจ และพลงั แห่งสติปัญญา จนสุดกาํ ลงั
ความสามารถ ตามแบบอยา่ งแห่งเจา้ ฟ้านกั การศกึ ษาผเู้ ป็ นดง่ั แสงแห่ง
ดวงจนั ทร์ ท่ีส่องสวา่ งนาํ ทางในความมืดมน เป็นทพ่ี ่งึ ที่แสนอบอุ่นและ
นุ่มนวลในใจผองไทยทุกคน.
๒๑
๒๒
สํานึกในพระมหากรุณาธิคณุ
เน่ืองในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม
บรมราชกมุ ารี เสร็จทรงงานตามพระราชดาํ ริ ฯ ศนู ยก์ ารเรียนชุมชนชาว
ไทยมอแกนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อาํ เภอคุระบุรี จงั หวดั พงั งา
เมื่อวนั ท่ี ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๑ และไดพ้ ระราชทานสิ่งของ รวมท้งั
อุปกรณ์การเรียนการสอนแก่ครูและเดก็ นกั เรียนศนู ยก์ ารเรียนชุมชนชาว
ไทยมอแกน อุทยานแห่งชาตหิ มู่เกาะสุรินทร์
ขา้ พระพทุ ธเจา้ ขา้ ราชการ เจา้ หนา้ ที่ ครูอาสาสมคั ร
การศึกษานอกโรงเรียน และประชาชนชาวจงั หวดั พงั งาทกุ คน มีความ
ปลาบปล้ืมซาบซ้ึงเป็นลน้ พน้ ในพระมหากรุณาธิคุณทไ่ี ดร้ บั พระราชทาน
เกียรตอิ นั สูงส่งยงิ่ ในคร้ังน้ี ขา้ พระพทุ ธเจา้ จะสาํ นึกในพระมหา
กรุณาธิคุณอยา่ งหาที่สุดมิไดแ้ ละจะเทดิ ทนู ไวเ้ หนือเกลา้ เหนือกระหม่อม
เป็ นสรรพสิริมงคลแก่ปวงขา้ พระพทุ ธเจา้ ตลอดไป
ดว้ ยเกลา้ ดว้ ยกระหม่อม
ขา้ พระพทุ ธเจา้
ขา้ ราชการ เจา้ หนา้ ท่ี ครูอาสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรียน
สาํ นกั งานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั พงั งา