หนังสืออิเล็กทรอนิกส์รายวิชางานประดิษฐ์ เรื่อง ประเกือมจังหวัดสุรินทร์ และผ้าไหมโฮล จัดทำ โดย นายกฤตเมธ แสนสำ อางค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2 เลขที่39 เสนอ คุณครูสุภัทรกุล มั่นหมาย
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ได้กล่าวถึงเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ วัฒนธรรมสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองสุรินทร์คือผ้าโฮลและ ปะกำ หรือประเกือมของจังหวัดสุรินทร์ ได้สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับ ความหมายและวิธีการทำ วัสดุอุปกรณ์ของผ้าไหมลายโฮล รวมถึงความ หมาย ประโยชน์ วิธีการทำ วัสดุอุปกรณ์ของประเกือม ผู้จัดทำ หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ ได้สรุปเนื้อหาเพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการ สอนในรายวิชางานประดิษฐ์ (ง33102) และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือ ฉบับนี้จะสร้างประโยชน์ให้กับผู้คน ที่จะศึกษาต่อไป ผู้จัดทำ ขอขอบคุณท่านผู้อำ นวยการ นายเสกสรรค์ สัมฤทธิ์แ ธิ์ ละคุณครู ประจำ วิชานางสาวสุภัทรกุล มั่นมั่หมาย เป็นอย่างสูงที่ได้ให้คำ แนะนำ ใน ด้านการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้หากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้ จัดทำ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย คำ นำ ผู้จัดทำ นายกฤตเมธ แสนสำ อางค์
สารบัญ ประวัติประเกือม สถานที่ ประเภท ลวดลาย วิธีการทำ ประวัติผ้าโฮล ความหมายผ้าโฮล ลวดลาย ขั้น ขั้ ตอนการทำ ตัวอย่างชิ้น ชิ้ งาน ประโยชน์ ภาคผนวก แหล่งสืบสาน บรรณานุกรม
ประวัติของประเกือม ประเกือมเป็นภาษาเขมร หมายถึง ประคำ เป็นคำ เรียกเม็ดเงิน เม็ด ทอง รูปทรงกลมที่นำ มาเรียงเป็นเครื่องประดับคอ รูปแบบดั่งดั่เดิมของ ประเกือบมี 13 แบบ คือ ถุงเงิน หมอน แปดเหลี่ยม หกเหลี่ยม กรวย แมงดา กระดุม โอ่ง มะเฟือง ตะโพน ฟักทอง จารย์ (ตะกรุด) และมี ขนาดต่าง ๆ กัน แกะลวดลายเลียนแบบธรรมชาติรอบตัว เช่น ลาย ดอกบัว ลายตาราง ลายดอกพิกุล ลายดอกจันทร์ เป็นต้น การทำ ประเกือมบ้านเขวาสินรินทร์ มีประวัติความเป็นมายาวนาน ประมาณ 270 ปี สมัยเมื่อประเทศกัมพูชาเกิดกรณีพิพาทกับ เวียดนาม ชาวเขมรกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มช่างเงินช่างทองได้อพยพมาตั้งตั้ อาศัยอยู่บริเวณตำ บลเขวาสินรินทร์ ปัจจุบันมีการทำ เครื่องเงินประ เกือบกันที่บ้านโชค บ้านสะดอ และบ้านเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ผู้เป็นช่างฝีมือประเกือมต้องผ่านพิธียกครูก่อนที่ครูจะถ่ายทอดวิชาให้ ศิษย์ ช่างประเกือมสามารถทำ เครื่องประดับได้ทั้งทั้จากเงินและทอง แต่ เนื่องจากทองมีราคาสูง จึงนิยมทำ จากเงิน ประเกือมเป็นงานช่างเครื่องประดับเงินทองรูปพรรณแบบเขมรที่ รักษาเอกลักษณ์ รูปแบบ ลวดลาย และวิธีการผลิตได้เป็นอย่างดี และ มีการสืบทอดทักษะกันอยู่มากจนกระทั่งทั่ปัจจุบัน
หมู่บ้านที่ทำ ประเกือม ตั้ง ตั้ อยู่ในตำ บลเขวาสินรินทร์ เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียง ในการผลิตลูกประคำ เงินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของ ท้องถิ่น เรียกกันว่า “ลูกปะเกือม” เป็นการนำ แผ่น เงินมาตีเป็นลูกกลมหรือรีเกลี้ย ลี้ ง ๆ แล้วนำ มาลงยา และลงลายต่าง ๆ ที่มีความสวยงาม เช่น ลายไข่ แมงดา ลายดอกพิกุล ลายถุงเงิน เป็นต้น โดยนิยม นำ ไปทำ เป็นเครื่องประดับของสุภาพสตรี เช่น กำ ไล เข็มขัด สร้อยคอ ต่างหู ฯลฯ ผู้สนใจสามารถติดต่อ เข้าชมการสาธิตการทำ เครื่องประดับได้ที่กลุ่ม หัตถกรรมเครื่องเงินโบราณ โทร. 08 9043 6794
ประเภท สร้อยข้อมือ ต่างหู สร้อยคอ
ลวดลาย มีทั้ง ทั้ หมด 13 ลาย 1.ลายถุงเงิน 2.ลายหมอน 3.ลายแปดเหลีียม 4.ลายกรวย 5.ลายแมงดา 6.ลายมะเฟือง 7.ลายตะโพน 8.ลายฟักทอง 9.ลายตาราง 10.ลายกลีบพิกุล 11.ลายดอกจันทร์ 12.ลายพระอาทิตย์ 13.ลายตากบ
วิธีการทำ ในส่วนของขั้น ขั้ ตอนการทำ ประเกือม จะประกอบ ไปด้วย 1. นำ เม็ดเงินมาหลอมละลายในเบ้าหลอม เทลง ราง ตีแผ่ เผาแล้วรีดให้เป็นแผ่น 2. นำ แผ่นเงินที่รีดบางมาม้วนให้กลมเป็นหลอด โดยใช้ไม้ไผ่ แล้วเชื่อมรอยต่อด้วยน้ำ ยาประสาน 3. นำ เงินที่ม้วนให้กลมเป็นหลอดมาตีให้ได้รูป ร่างเป็นลูกประเกือม แล้วให้ความร้อนเพื่อให้อยู่ ตัว 4. นำ ลูกประเกือมไปต้มให้ขาวในน้ำ สารส้ม และ เกลือ ประมาณ ๑๕ นาที 5. อุดรูลูกประเกือมด้วยชันเพื่อให้รูปทรงตัว 6.. นำ ลูกประเกือบอมไปสักลวดลาย 7. เจาะรูตรงกลางเพื่อร้อยทำ เครื่องประดับ 8.. ขัดทำ ความสะอาด
ผ้าไหมลายโฮล จังหวัดสุรินทร์
ประวัติผ้าโฮล “ผ้าไหมโฮล” ผ้าโฮล เป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่ได้รับ อิทธิพลมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายเขมร โดยคำ ว่า "โฮล” เป็นคำ ในภาษาเขมรเป็นชื่อ เรียกกรรมวิธีการผลิตผ้าไหมประเภทหนึ่งที่ สร้างลวดลายขึ้นมาจากกระบวนการมัดย้อม เส้นไหมให้เกิดสีสันและลวดลายต่างๆก่อน แล้ว นำ มาทอเป็นผืนผ้า ซึ่งวัสดุ และผลิตภัณฑ์ที่ทอ เป็นวัตถุดิบที่มาจากหม่อนไหม
ความหมาย “โฮล” เป็นคำ ที่ใช้เรียกผ้านุ่งชนิดหน่ึง ที่ใช้เรียก ท้ัง ชาวเขมรในประเทศกัมพูชาและกลุ่มชาติพันธุ์ คนไทยเชื้อสาย เขมรแถบอีสานใต้ แถบจังหวัด สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ มี เทคนิคและกรรมวิธี โดยใช้วิธีการมัดและย้อมสีเส้นพุ่งตาม จังหวะของ ลายที่ได้คิดแบบไว้ แล้วนำ เส้นพุ่งไปทอให้เกิดเป็น สีสันและลวดลายบนผืนผ้า เป็นกรรมวิธีที่คล้ายคลึง กันกับ “ผ้ามัดหม่ี” ทั่ว ทั่ ไปในปัจจุบัน
ลวดลายผ้าโฮล ผ้าโฮลเป็นผ้าไหมมัดหมี่ที่มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น นิยมใช้เส้นไหมน้อย ในการทอ มีการมัดย้อมเส้นพุ่งด้วยวิธีการเฉพาะเรียกว่า จนองโฮล โดย การมัดหมี่ผ้าโฮล นิยมมัดหมี่ 21 ลำ ซึ่งการมัดหมี่เพียงหนึ่งลาย สามารถ ทอได้ถึง 4 แบบด้วยกัน ได้แก่ (ลายโฮลผู้ชาย) ผ้าโฮลสะไรย์ (ลายโฮล ธรรมดา หรือโฮลผู้หญิง) ผ้าโฮลเกียรติ และผ้าโฮลปะนะ ในการค้นลำ มัด หมี่ มัดหมี่โฮลแต่ละลำ จะเป็นอิสระต่อกัน การทอจะใช้เทคนิคการทอพิเศษ โดยการทอผ้าให้ลายเฉียงขึ้นเรียกว่า “ปะน๊ะ” การมัดย้อม จะนิยมใช้สี ธรรมชาติ และมัดย้อมหลายครั้งรั้ละเอียดทุกขั้นขั้ตอน การย้อมสีผ้าโฮล คือ จะต้องให้ครูทอผ้ามาสอนวิธีการย้อมเสียก่อน เพราะถือกันว่าเป็นผ้าครู ที่ จะต้องผ่านกระบวนการครอบบครูเสียก่อน ผ้าโฮลมี 5 สี ได้แก่ สีดำ , แดง,เหลือง,น้ำ เงิน และเขียว สีเหล่านี้ได้จากการย้อมด้วยสีธรรมชาติ เนื้อ ผ้ามักมี 2 สี ด้านหน้าเป็นสีอ่อน อีกด้านหนึ่งเป็นสีเข้มกว่า
สมปักลาย หรือ ผ้าลายอย่าง เป็นผ้าชั้นชั้สูงของราช สำ นักไทยตั้งตั้แต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สำ หรับพระมหา กษัตษัริย์หรือ พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นชั้สูง และเป็นผ้า ที่ขุนนางได้รับ พระราชทานเป็นผ้านุ่งยศ สมปักยก หรือ ผ้ายก นิยมใช้เป็นผ้านุ่งยศของบุรุษ ตั้งตั้แต่ สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ใช้เป็นผ้าหลวง สำ หรับพระราชทานแก่เสนาบดีและขุนนางตามตำ แหน่งยศ
สมปักปูม หรือ ผ้าปูม ที่ใช้กรรมวิธีในการสร้าง ลวดลาย เพื่อตกแต่งผืนผ้าด้วยกรรมวิธีการมัดหมี่ ใช้เป็นผ้านุ่ง โจง กระเบนสำ หรับบุรุษ พระมหากษัตษัริย์จะนำ มาพระราชทาน แก่เสนาบดี ขุนนางและข้าราชการตามตำ แหน่งชั้นชั้ยศ ตาม ความดีความชอบที่ได้กระทำ 3.1 สมปักปูมท้องนาค ถือเป็นผ้าสมปักที่มีตำ แหน่ง สูงสุด ซึ่งลวดลายบนท้องผ้านั้นนั้จะแฝงด้วยความหมาย มีลาย นาค เป็นสำ คัญใช้เป็นผ้านุ่งสำ หรับเสนาบดีที่มียศชั้นชั้ สมเด็จเจ้าพระยา และ เจ้าพระยา
3.2 สมปักปูม ดอกใหญ่ มีลักษณะ ลวดลายใกล้เคียง กับสมปักปูมท้อง นาค ดังจะปรากฏในพระราชกิจจานุ เบกษา ในสมัยล้นเกล้า รัชกาลที่ 4 เคย ระบุว่าพระองค์ทรงเลื่อนยศ ขุนนาง เป็นยศ พระยา ได้รับพระราชทานผ้า สมปักปูมดอก ใหญ่ และ พระราชทาน ศักดินา 6000 3.3. สมปักปูมดอกกลาง ขนาดลวดลายของท้องผ้า จะมีขนาดเล็กลงกว่าสมปักปูมดอกใหญ่ ส่วนใหญ่จะมัด ลวดลาย เส้นไหม เป็นลวดลายก้านแย่ง หรือ นาคเกี้ยกี้ว โดย ลวดลายสร้างขึ้นด้วย การมัด ย้อม การโอบ และ แจะสี สมปัก ปูมดอกกลางจะมีลายประธาน คล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน มี ลาย สร้อย ระย้าล้อมรอบสันนิษฐานว่าได้ รับอิทธิพลจากลาย สมปักปูมของ กัมพูชา 3.4 สมปักปูมดอกเล็ก สมปักปูมชนิดนี้ มีลวดลาย มัดหมี่ขนาดเล็กเป็นที่ทราบ กันในลาย โคมห้า โคมเจ็ด เล็ก ละเอียด มีระเบียบ รวมทั้งทั้องค์ประกอ บอื่นๆ เล็กตามไปด้วย
3.5. สมปักเชิง หรือ สมปักท้องเลี่ยน หรือ สมปัก ท้องพลัน เป็นผ้าที่มีองค์ ประกอบอื่นๆ เหมือนกันทุกประการ แต่ แตกต่างตรงท้องผ้า โดยจะไม่มีลวด ลายใดๆ เพียงแต่เป็น สีพื้นล้วนๆ ส่วน ใหญ่จะนิยมการย้อม โดย การโอบเส้น ไหมไว้ และมีการมัดลวดลายทั้งทั้ กรวยเชิงและสังเวียน สมปักชนิดนี้ ใช้ เป็นผ้าพระราชทานแก่ข้าราชการ ชั้นชั้ ยศระดับ พระ จนถึง ระดับหลวง และ ขุน 3.6. สมปักล่องจวน หรือ สมปักริ้วริ้เป็น ผ้าสมปักที่ มีการลดทอนสังเวียน ลวดลายและเชิงผ้า ออกจนหมดหาก แต่มีการ สร้างลวดลายมัดหมี่ เป็นแนว ริ้วริ้ขวางตามแนวยาว ของผ้า ผ้าชนิดนี้ เป็นผ้าพระราชทานแก่ขุนนางระดับยศ ชั้นชั้ตั้งตั้แต่ หลวง จนถึง ขุน หมื่นทนาย ถือเป็นชั้นชั้ยศตำ สุดของผ้า สมปักปูม 3.7. สมปักริ้วริ้เป็นผ้าสมปักในบรรดา ผ้าชั้นชั้ตำ สุด ผ้า ชนิดนี้ไม่มีการสร้าง ลวดลายใดๆ ลงบนผืนผ้า หรือถึงจะมี แต่ น้อยมากเป็นลวดลายง่ายๆ เรียก หมี่น่วย บนเส้นพุ่งมัดเป็น เปลาะ หรือ ข้อ ทอลงไปเป็นลายขวางของผืนผ้า หรือใช้ เทคนิคการทอพุ่งสลับสี ผ้า สมปักริ้วริ้ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นผ้า พระราชทานชั้นชั้ขุนลงมาถึง หมื่น ถือ ศักดินา 600 และ 400 ถือเป็นผ้าปูม ชั้นชั้ลำ ดับที่ตำ สุด
ขั้นตอนการทำ ขั้น ขั้ ตอนการทอผ้าโฮล การทอผ้าโฮล จะ ใช้ฟืมหรือฟันหวี 42 นิ้ว เป็นผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอ ชาวสุรินทร์ส่วนมากเมื่อเริ่ม ทอผ้าโฮลจะต้องทอสีเขียวก่อน เรียกว่า การเปิดตา แล้วตามด้วยทอมัดหมี่ โดย มีเส้นพุ่งสีอื่นทอสลับประกอบ ได้แก่ สีน้ำ เงิน สีแดง สีเขียว และเส้นหาง กระรอก
ตัวอย่างชิ้นงาน
ประโยชน์ สามารถสร้างรายได้ให้แกตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมาก มีภูมิปัญญาเป็นของตัวเอง ให้ลูกหลานได้สิืบทอด
แหล่งสืบสาน ในจังหวัดสุรินทร์ที่ทำ ผ้าไหมเลยก็คือ มี ของตำ บลท่าสว่าง เป็นแหล่งเรียนรู้การ ทำ ผ้าไหมลายต่างๆ ส่วนประเกือมนั้น นั้ ที่ บ้านเขวาสินรินทร์ เป็นทั้ง ทั้ แหล่งเรียนรู้ และยังสามารถหารายได้เข้าชุมชน ครอบครัวและตัวเองได้อีกด้วย กระผมจึง ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสืบสาน วัฒนธรรมของคนสุรินทร์เราผ่าน หนังสือ อิเล็กโทรนิก ที่จัดทำ ขึ้นมา
บรรณานุกรม https://www.sacit.or.th/uploads/items/attachments/a728056 72a5c12f86c22eb67eb8bf7b8/_83845c9be065648a743d7 bbbab03e21e.pdf https://www.facebook.com/GITGems.treasure/videos/289844552252465/ https://thai.tourismthailand.org/Attraction/หมู่บ้าน หัตถกรรมเครื่องเงินเขวาสินรินทร์
ขอบคุณครับ