นินิ นิ ทนิ ทาานนพื้พื้ พื้นพื้นบ้บ้ บ้ าบ้ านน เรื่อง หหลลวิวิ วิชัวิชัชั ยชั ยคคาาวีวีวีวี ผู้จัดทำ : บบบวววรรรวิวิวิทททย์ ย์ ย์พพพจจจนนนะะะสสสวววนีนีนีย์ ย์ ย์
หนังสือนิทานอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อรื่งหลวิชัวิชัยคาวี เล่มนี้ เป็นนิทานพื้น บ้านที่ให้ข้อคิดเรื่อรื่งความซื่อสัตย์ การรักษาคำ พูดเเละการตอบเเทน บุญ คุณ เเละยังเเฝงไปด้วยเเง่คิด ที่สามารถนำ ไปปรับใช้ในชีวิตวิประจำ วันได้ เป็นอย่างดี เรื่อรื่งหลวิชัวิชัยคาวี เป็นนิทานพื้นบ้านโบราณ มีต้นเรื่อรื่งจากปัญญา ชาดกที่เชื่อว่า ภิกษุเชียงใหม่รวบรวมและเรียรีงบเรียรีงขึ้น หลักฐานเก่าแก่ของนิทานพื้นบ้านเรื่อรื่งนี้ยังปรากฎในรูปของวรรณคดีคำ ฉันท์ เรื่อรื่งเสือโคคำ ฉันท์ ซึ่งสันนิษฐานกันว่ารจนาขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น และนิทานเรื่อรื่งนี้ยังถูกนิพนธ์เป็นกลอนบทละคร เรื่อรื่งคาวี ซึ่งเป็นพระราช นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศริรานุวัดติวงศ์ นำ มาทรงนิพนธ์เพื่อใช้ประกอบ การเล่นละครในการต้อนรับแขกเมือง การที่คณะกรรมการศึกษาธิการ จัดพิมพ์พระราชนิพนธ์บทละครนอก เรื่อรื่งคาวี เท่ากับเป็นการสืบทอดมรดกทางวรรณคดีของไทย และเพื่อการ ศึกษา ตีความหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัย วิถีวิถีชีวิตวิ และค่านิยมของสังคมไทย ซึ่งกำ ลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คำ นำ
เเนะนำ ตัวละครเรื่อง หลวิชัยคาวี หลวิชัวิชัย (ลูกเสือ) คาวี (ลูกวัววั) พระฤๅษี นางจันทร์สุดา ท้าวสัณนุราช ยายเฒ่าทัดประสาด
เสือแม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกันในถ้ำ วันหนึ่งแม่เสือ เที่ยวหากินเพลิน ทิ้ง ให้ลูกอดนมอยู่ตามลำ พัง ขณะนั้น มีโคแม่ลูกอ่อนเดินผ่านมา ลูกเสือจึง อ้อนวอนร้องขอกินนม ฝ่ายแม่โคก็นิ่งเสีย ลูก โคซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์คิด สงสารก็ช่วย อ้อนวอนจนแม่โคใจอ่อน ยอมให้ลูกเสือกิน นมจนอิ่ม ลูกเสือ สำ นึกในบุญคุณก็ชวนให้โคแม่ลูกมาอยู่ใน บริเริวณเดียวกัน ครั้นแม่เสือ กลับมาลูกเสือก็แสร้งทำ เป็นน้อยใจ ตัดพ้อว่าแม่ทิ้งตนให้อดนมจนเกือบ สิ้นชีวิตวิหากได้กินนมแม่โคจึงรอด ลูกเสือบอกแม่ขอให้โคทั้งสองหากินอยู่ ในทุ่งหญ้าแถวนั้นด้วย
แม่เสือก็รับคำ แล้วให้พาโคแม่ลูกอ่อนมาอยู่ด้วยกันและกระทำ สัตย์ สาบานว่า จะไม่ทำ ร้ายแม่โค แต่นั้นมาเสือโคแม่ลูกก็อยู่ในถ้ำ เดียวกัน ฝ่ายแม่เสือนั้นไม่จริงริใจต่อโค ในใจคิดหาโอกาสจะกินเสียทั้งแม่ทั้งลูก แม่โคก็ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา หากรู้ว่าแม่เสือจะไปหากินทิศใดก็หลีก เลี่ยงไปเสียอีกทางหนึ่ง วันหนึ่งแม่เสือได้โอกาสจึงฆ่าแม่โคกินเสีย แล้วกลับมายังถ้ำ เมื่อแม่ โคหายไปลูกโคและลูกเสือจึงพากันออกตามหา พบซากแม่โคถูกเสือกิน อยู่ไม่ไกลจากถ้ำ ก็รู้ว่าแม่เสือกินแม่โคเสียแล้ว ลูกสัตว์ทั้งสองต่างโศก เศร้าและแค้นเคืองเป็น จึงช่วยกันฆ่าแม่เสือตายในถ้ำ ที่อาศัย
ลูกสัตว์ทั้งสองออกเดินทางจากถ้ำ แสวงหาที่อยู่แห่งใหม่ ผ่านอาศรม ของพระฤาษีไป พระฤาษีเห็นลูกเสือกับลูกโคเดินมาด้วยกันด้วยอาการรัก ใคร่ผิดวิสัวิสัยก็ประหลาดใจ จึงเรียรีกไปถามจนได้ความทุกประการ พระฤาษีมีเมตตาจึงตั้งพิธีชุบสัตว์ทั้งสองให้เป็นมนุษย์ ลูกเสือ ให้นามว่า พหลวิชัวิชัยหรือรืหลวิชัวิชัย ส่วนลูกโคให้ นามว่า คาวี แล้วสั่งสอนวิชวิาให้ เมื่อทั้งสองมีอายุพอสมควรแล้ว หลวิชัวิชัยกับคาวีก็วีก็ขอลาพระฤาษีไป เผชิญโชค พระฤาษีได้ชุบพระขรรค์วิเวิศษที่บรรจุหัวใจของหลวิชัวิชัยกับคาวี มอบให้คนละเล่ม หลวิชัวิชัย คาวี เดินทางไป ได้พักหนึ่งถึงทางแยก หลวิชัวิชัย จึงบอกกับคาวีว่วีว่า ” เราแยกทางกันตรงนี้ เจ้าไปทิศเหนือ พี่ไปทิศใต้ แล้ว อีกสามเดือนเรามาพบกันที่นี่ ”
คาวีเวีดินทางไปถึงเมืองร้างแห่งหนึ่ง ร้านค้าต่าง ๆ ยังมีข้าวของแต่ ไม่มีผู้คน คาวีเวีข้าไปในพระราชวังก็ไม่เห็นคนสักคนเดียว จึงเข้าไปในครัว แล้วก่อไฟขึ้นเพื่อจะหุงหาอาหาร ทันใดนั้นมีกลุ่มนกอินทรียัรียักษ์บินมาจน ท้องฟ้ามืดมิด กลุ่มนกอินทรีบิรีบินจะมาจิกกินคาวี คาวีใวีช้พระขรรค์ต่อสู้ และฆ่านกอินทรียัรียักษ์ตายเกือบหมด นกที่เหลือก็บินหนีไป คาวีจึวีจึงเดิน สำ รวจพระราชวัง เห็นกลองใบใหญ่ พอเดินเข้าไปใกล้ได้ยินเสียงหญิง สาวร้องว่า ” ช่วยเราด้วย ช่วยเราด้วย ” คาวีใวีช้พระขรรค์ กรีดรีหนัง กลองก็พบพระราชธิดาชื่อ พระนางจันทร์สุดา คาวีจึวีจึงอภิเษกกับนาง จันทร์สุดา ผู้คนที่หลบหนีไปเพราะกลัวนกก็อพยพกลับมาอยู่ที่เมือง บ้านเมืองก็เจริญริรุ่งเรือรืงเหมือนเดิม
วันหนึ่งพระนางจันทร์สุดาไปสรงน้ำ ผมของนางซึ่งมีกลิ่นหอมร่วง พระนางจึงใส่ผอบลอยน้ำ ไป ต่อมามีคนนำ ผอบผมหอม ไปถวายท้าวสัณ นุราช ท้าวสัณนุราชก็อยากทราบ ว่าผมนี้เป็นของผู้ใด จึงมีการป่าว ประกาศว่า ถ้าใครรู้จักจะให้รางวัล ยายเฒ่าทัดประสาด ซึ่งเคยเป็นพี่ เลี้ยงของนางจันทร์สุดาก็รีบรีไปเข้าเฝ้าท้าวสัณนุราช แล้วบอกว่าเป็น เส้นผมของพระนางจันทร์สุดา ท้าวสัณนุราชจึงบอกให้ยายเฒ่าทัดประ สาดหาทางนำ นางมา แล้วก็ให้เงินทองแก่ยายเฒ่าเป็นอันมาก
ยายเฒ่ารีบรีกลับไปที่เมือง ทำ ทีเป็นขออยู่กับ พระนางจันทร์ สุดา แล้วก็ยุยงพระนางว่า คาวีควีงมิได้ไว้ใจพระนางจันทร์สุดา จึงได้ พกพระขรรค์ติดตัวตลอดเวลา พระนางจันทร์สุดาก็มีจิตใจไหวหวั่น หลงเชื่อ จึงถามคาวีว่วีว่าทำ ไมคาวีจึวีจึงต้องพกพระขรรค์ติดตัวตลอด เวลาคาวีจึวีจึงบอกความลับว่า เพราะหัวใจคาวีอวียู่ที่พระขรรค์ ถ้าใคร นำ พระขรรค์ไปเผาไฟ คาวีก็วีก็จะตาย ด้วยเหตุนี้จึงต้องพกพระขรรค์ ติดตัวตลอดเวลา พระนางจันทร์สุดาเมื่อได้ทราบเช่นนั้นก็หาย แคลงใจ และได้นำ ความไปเล่าให้ยายเฒ่าฟัง พระนางลืมไปว่าเรื่อรื่ง นี้เป็นความลับ
ยายเฒ่าได้ฟังจึงเกิดความคิด ชวนให้คาวีกัวีกับพระนางจันทร์สุดาไปสรง น้ำ ที่ชายทะเล คาวีแวีละพระนางจันทร์สุดาถอดเครื่อรื่งทรงรวมทั้งพระขรรค์ ให้ยายเฒ่าเก็บรักษา ยายเฒ่าได้นำ พระขรรค์ไปเผาไฟ คาวีกำวีกำลังว่ายน้ำ เล่น ก็รู้สึก ร้อนจึงรีบรีชวนนางจันทร์สุดาว่ายกลับเข้าฝั่ง พอถึงชายหาดคาวีเวีห็นยายเฒ่ากำ ลังเผาพระขรรค์อยู่ ก็นึกโกรธที่ พระนางจันทร์สุดาไม่รักษาความลับ แต่ยังไม่ทันพูดคาวีก็วีก็ล้มลงสิ้นสติ พระนางจันทร์สุดาตกพระทัยมากได้แต่ร่ำ ไห้ กอดร่างคาวี ยายเฒ่าจึงรีบรีให้ ทหารของท้าวสัณนุราชนำ พระนางจันทร์สุดาไปถวายท้าวสัณนุราช
ฝ่ายหลวิชัวิชัยเมื่อครบกำ หนดวันนัดก็มาพบคาวีที่วีที่างแยก คอยอยู่ทั้ง วันไม่เห็นคาวีมวีาจึงตัดสินใจเดินทางมาที่เมืองพระนางจันทร์สุดา ระหว่าง ทางเห็นกองไฟและพระขรรค์ของคาวีอวียู่ในกองไฟ ก็รีบรีนำ พระขรรค์ออก มา และพบคาวีนวีอนสิ้นสติจึงช่วยแก้ไขจนฟื้น เมื่อทราบเรื่อรื่งราวทั้งหมด หลวิชัวิชัยจึงชวนคาวีไวีปตามพระนางจันทร์สุดาที่เมืองท้าวสัณนุราช ที่เมืองท้าวสัณนุราชมีประกาศให้คนที่มีวิชวิาอาคมไปช่วยชุบท้าวสัณนุ ราชให้เป็นหนุ่ม เพราะพระนางจันทร์สุดาไม่ยอมรับรักท้าวสัณนุราช หล วิชัวิชัยจึงแต่งกายปลอมเป็นฤษีเข้ารับอาสาจะชุบท้าวสัณนุราชให้เป็นหนุ่ม ท้าวสัณนุราชดีใจมาก หลวิชัวิชัยจึงสั่งให้ขุดหลุมลึกแล้วกั้นม่านเจ็ดชั้น ที่หลุมนั้นสุมไฟไว้ หลวิชัวิชัยให้ท้าวสัณนุราชโดด ลงไปที่กองไฟนั้น
ด้วยความที่อยากเป็นหนุ่ม ท้าวสัณนุราชก็กระโดดลงไปในกองไฟ สิ้นชีวิตวิหลวิชัวิชัยก็นำ คาวีอวีอกมา ทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นท้าวสัณนุราช ชุบตัวกลายเป็นคนหนุ่มแล้ว ก็โห่ร้องดีใจและจัดอภิเษกท้าวสัณนุราช หรือรืคาวีกัวีกับพระนางจันทร์สุดา ส่วนยายเฒ่าเมื่อเห็นดังนั้นก็เกิดความ กลัว รีบรีหลบหนีไป หลวิชัวิชัยเมื่อเห็นคาวีปวีลอดภัยแล้วก็ลาคาวีแวีละ พระนางจันทร์สุดาเดินทางต่อ คาวีแวีละพระนางจันทร์สุดาก็อยู่ครอง เมืองทั้งสองด้วยความสุขสืบมา
๑.การมีความเมตตาต่อผู้ที่กำ ลังลำ บากเป็นสิ่งที่ควรทำ ๒.ผู้ที่ไม่มีสัจจะ ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย ๓.มิตรแท้ต้องมีความเห็นอกเห็นใจกันและคอยช่วยเหลือกันในยาม ตกทุกข์ได้ยาก ๔.การไม่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ย่อมทำ ให้ตนมีแต่ความทุกข์ ๕.ความโลภย่อมนำ ไปสู่ความวิบัวิบัติ ๖.ความดีย่อมชนะความชั่ว สรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่องหลวิชัยคาวี